ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 4
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 170
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,006,943
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
7 มีนาคม 2564
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
 
10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30  31       
             
  Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
[FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~
[26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1648 คน
1st Track : FALL DOWN



23 กุมภาพันธ์ 2010
00.00AM



แสงไฟสปอร์ตไลท์ซึ่งไม่ปรากฏอยู่ภายในคิวบทละครส่องไปยังบันไดเวียนที่เป็นส่วนหนึ่งของฉากคฤหาสน์หลังงามในเวลาเที่ยงคืนล่วงเข้าสู่วันที่23 กุมภาพันธ์ นักแสดงและทีมงานสิบกว่าชีวิตที่อยู่ร่วมภายในกองละครYamato Nadeshiko ShichihengeหรือY7Hต่างจ้องมองไปยังตำแหน่งด้านบนที่พวกเขาต่างนัดหมายล่วงหน้ากันเอาไว้เป็นอย่างดี ยกเว้นเสียแต่เด็กหนุ่มซึ่งรับบทนำของละครที่ยังคงหันรีหันขวางทำหน้าเหรอหรางุนงงไม่เข้าใจสถานการณ์อยู่เพียงคนเดียว ก่อนที่ความสงสัยนั้นจะได้รับการเฉลยเมื่อเพื่อนนักแสดงร่วมสังกัดจากNEWSเริ่มต้นร้องเพลงHappy Birthdayท่ามกลางเสียงปรบมือของทุกคนโดยมีขนมเค้กก้อนใหญ่ที่สั่งทำพิเศษเลียนแบบคาแรคเตอร์ของทาคาโนะ เคียวเฮเข็นตามมาสมทบเพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดครบรอบปีที่24ให้แก่ ‘คาเมะนาชิ คาซึยะ’

“สุขสันต์วันเกิด คาเมะนาชิคุง”

“ยินดีด้วยนะ คาเมะจัง”

“แฮปปี้เบิร์ทเดย์ มีความสุขมากๆนะ.... คาซึยะ”

คาเมะยิ้มรับทุกคำอวยพรจากทั้งเพื่อนนักแสดงและสต๊าฟอย่างมีความสุขพลางยกแก้วน้ำผลไม้ที่ผสมแบบค็อกเทลขึ้นจิบทีละน้อย ทั้งเครื่องดื่มอาหารและการตกแต่งสำหรับเซอร์ไพรส์ปาร์ตี้ล้วนบ่งบอกว่ามีการคิดเตรียมวางแผนมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังสามารถปิดปากเก็บเงียบจนเจ้าตัวไม่ระแคะระคายเลยแม้แต่นิดเดียว แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของทุกคนในการที่จะฉลองวันเกิดให้กับเขา ถึงแม้ว่าจะรู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่ได้รับความเอาใจใส่จากทั้งเพื่อนฝูงและทีมงานซึ่งเป็นผู้ใหญ่ หากด้วยอุปนิสัยส่วนตัวก็ทำให้คาเมะต้องออกปากทั้งขอบคุณและขอโทษที่ทุกคนต้องมาวุ่นวายอยู่กับเรื่องของตนเองตามมารยาท

“ขอบคุณมากนะครับทุกคน อันที่จริงไม่ต้องลำบากทำอะไรมากมายขนาดนี้ก็ได้.... ก็แค่วันเกิดเอง”

“ได้ยังไงกันล่ะ วันเกิดน่ะถือเป็นวันสำคัญที่ภายในหนึ่งปีจะมีแค่ครั้งเดียวนะ.... เป็นวันที่นายจะได้รู้ว่าตัวเองมีความสำคัญสำหรับคนรอบข้างมากแค่ไหนและใครบ้างที่อยากจะมอบความรักนั้นให้นาย เพราะฉะนั้น จะเห็นว่าเป็นเรื่องไม่จำเป็นสำหรับชีวิตไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม?”

หนุ่มหน้าหวานอุจิ ฮิโรกิส่ายนิ้วดุกดิกไปมาขณะสั่งสอนให้เจ้าของวันเกิดตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งที่พวกตนพยายามสื่อให้รู้ผ่านการกระทำ ร่างโปร่งบางค่อนไปทางผอมสูงเอนกายเอกเขนกโดยสองมือยังคงประคองจานใบเล็กสำหรับใส่ขนมเค้กซบด้านข้างศีรษะลงบนหัวไหล่ของคาเมะอย่างสบายอารมณ์ ถึงแม้ว่าเพื่อนฝูงหลายคนจะพูดคุยกันว่าอุจิคุงนั้นโตขึ้นมากและไม่แลดูเหมือนเด็กผู้หญิงน่ารักเหมือนแต่ก่อน แต่ในสายตาของคาเมะ อีกฝ่ายนั้นก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกับลูกสุนัขพันธุ์เล็กช่างอ้อนฉอเลาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาที่ดวงตากลมโตใสแจ๋วจ้องมองเขามาราวกับจะถามคาดคั้นให้รู้เรื่อง ลักษณะท่าทางเหมือนผู้ใหญ่กำลังพร่ำสอนเด็กเล็กหากแต่กลับชวนให้รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก

“ฮะๆ ขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ไม่ต้องมาหัวเราะกลบเกลื่อนหรอก.... ทำเป็นบอกว่าไม่สนใจอย่างนั้นอย่างนี้ แต่สุดท้ายแล้วคาซึยะก็จะทิ้งพวกเราไปฉลองกับใครบางคนแค่สองต่อสองใช่ไหมล่ะ?”

อยู่ๆคนที่คาเมะกำลังนึกชมว่าน่ารักเหมือนเด็กน้อยอยู่ในใจก็โพล่งปริศนาเงื่อนงำอะไรบางอย่างที่ทำให้คนฟังถึงกับสะดุ้งโหยงสุดตัว และยังไม่ทันที่ไอดอลน้องเล็กจากKAT-TUNจะทันได้ขยับปากร้องท้วงที่อีกฝ่ายเผลอหลุดเรื่องซึ่งควรจะเป็นความลับภายในที่รับรู้กันระหว่างคนไม่กี่คนออกมา นักบัลเล่ต์อาชีพซึ่งผันตัวมารับงานในวงการบันเทิงอย่างมิยาโอะ ชุนทาโร่ก็ฉวยโอกาสชิงถามถึงเรื่องที่เขานึกสงสัยใคร่รู้มานาน

“ใครเหรอ อุจิคุง.... ใช่อาคานิชิที่อยู่วงเดียวกันหรือเปล่า?”

“มะ......ไม่มีอะไรหรอก ชุนจัง......ไม่มีจริงๆ ไม่ใช่.....!!!!”

คาเมะหน้าแดงก่ำส่ายหัวเลิ่กลั่กพยายามปฏิเสธสุดชีวิตเมื่อชื่อของใครคนหนึ่งถูกหยิบยกขึ้นมาพาดพิงสนองความอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนร่วมงานต่างสังกัด เพราะเป็นความต้องการของท่านประธานที่สั่งห้ามไม่ให้บุคคลภายนอกบริษัทรวมถึงพวกนักข่าวนำเอาเรื่องความสัมพันธ์ของอาคานิชิ จินและคาเมะนาชิ คาซึยะไปเปิดประเด็นเขียนข่าวใหญ่โต เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เสียภาพพจน์และอาจส่งผลกระทบต่องานอย่างอื่นตามมาเป็นระลอก คาเมะจึงระมัดระวังที่จะไม่พูดถึงจินโดยไม่จำเป็น แต่ก็ยังไม่วายที่ฮิโรกิจะช่วยปูดเรื่องรักลับๆของสองสมาชิกในKAT-TUNให้คนอื่นได้รู้กันจนทั่ว

“โธ่เอ๊ย ปิดบังไปก็เท่านั้น ชาวบ้านเขารู้กันไปถึงไหนแล้ว”

“อุจิ!!!!!!!!”

ฮิโรกิยักไหล่ไม่สนใจก่อนจะตักขนมเค้กวานิลลาเข้าปากเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยไม่นำพาต่อเสียงจะโกนเรียกชื่อจากคนที่ทั้งเคืองทั้งเขินที่โดนเพื่อนจงใจกลั่นแกล้งกันซึ่งหน้าแบบนี้ ถึงแม้จะเป็นสิ่งที่ใครต่อใครหลายคนพอรู้อยู่บ้างและในอินเตอร์เน็ตที่นากามารุเคยเปิดให้ดูกระดานข่าวตามเวปไซต์ก็มีพวกสาวฟุโจชิตามสืบเรื่องระหว่างจินและคาเมะอย่างเอาเป็นเอาตาย แต่มันก็ไม่ใช่ว่าจะต้องช่วยป่าวประกาศกันเสมอไป ซ้ำร้าย เทโงชิซึ่งนั่งกินดื่มอยู่เงียบๆมาโดยตลอดก็วางจานวางส้อมร่วมมือเข้าขากับอุจิเป็นอย่างดีสมกับที่เคยทำงานอยู่ในNEWSมาด้วยกัน

“อุจิคุงก็พูดเรื่องจริงทั้งนั้นนี่ฮะ ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าคบกัน คราวหลังเวลาไปเดทก็คงต้องเอาถุงพลาสติกคลุมหัวไปด้วย จะได้ไม่มีใครจำได้”

“เทโงชิ มันจะมากไปแล้วนะ!!!!!!!”

เสียงหัวเราะดังระเบิดขึ้นยกใหญ่เมื่อคาเมะซึ่งมักจะวางฟอร์มรักษากิริยาเสมอในเวลาที่อยู่ต่อหน้าคนที่ไม่ค่อยสนิทกันกลับหลุดมาดพระเอกวิ่งไล่สำเร็จโทษเทโงชิ ยูยะโทษฐานบังอาจพูดจายุแหย่ให้เขาอับอายขายหน้า.... บรรยากาศของวันแห่งความสุขในรอบหนึ่งปีเริ่มต้นอบอวลไปทั่วสตูดิโอหมายเลข5ของสถานีโทรทัศน์ฟูจิเมื่อหัวใจของเด็กหนุ่มวัย24ปีกำลังได้รับความรักและความปรารถนาดีจากผู้คนรอบข้างมาเติมเต็มจนอิ่มเอม ใบหน้าซึ่งค่อนไปทางน่ารักมากกว่าจะเรียกว่าหล่อเหลายิ้มแย้มอย่างน่ามอง เพราะเป็นวันที่ภายในหนึ่งปีจะมีเพียงหนเดียว เป็นวันที่คาเมะนาชิ คาซึยะคนนี้จะได้รับรู้ว่าตนเองนั้นสำคัญและมีความหมายสำหรับทุกคนมากเพียงใด และมีใครบ้างที่รักเขาอย่างแท้จริง ดังนั้น เขาก็จะใช้เวลาทุกวินาทีของวันนี้ให้ผ่านไปอย่างคุ้มค่าเพื่อเก็บเกี่ยวเอาสิ่งสวยงามที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ให้กลายเป็นความทรงจำที่งดงามเก็บไว้ข้างในหัวใจตลอดไป

มือเล็กควานหาเครื่องโทรศัพท์มือถือสีขาวออกมาจากกระเป๋าแบรนด์เนมใบโปรดพลางนึกถึงชายหนุ่มเจ้าของชื่อที่กลายมาเป็นหัวข้อบทสนทนาซึ่งไม่ได้อยู่ร่วมในสถานที่แห่งเดียวกัน รู้สึกเสียดายอยู่บ้างเพราะใจจริงแล้วคาเมะเองก็อยากได้ยินคำอวยพรจากเขาคนนั้นก่อนใคร แต่ตลอดทั้งวันที่22ลากยาวมาจนถึงวันที่23กลับมีงานถ่ายละครที่ไม่สามารถขอเลื่อนคิวหรือยกเลิก จึงถือเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้และตัวเขาก็โตจนเกินกว่าที่จะมางอแงเหมือนเด็กๆเพียงเพราะต้องทำงานในคืนก่อนถึงวันเกิด.... สำหรับความรักต้องห้ามซึ่งมีหน้าที่การงานเป็นอุปสรรคสำคัญทั้งในเรื่องของเวลาว่างที่ไม่ค่อยตรงกันและการเปิดเผยความสัมพันธ์ต่อสาธารณชน คาเมะก็ไม่กล้าคาดหวังอะไรมากเกินไปกว่าขอแค่เพียงอาคานิชิ จินยังคงอยู่เคียงข้าง ให้ความสำคัญกับเขา คิดถึงเขาเหมือนอย่างที่เขามักจะนึกถึงอีกฝ่ายเป็นคนแรกเสมอ

แต่ทว่า..........




‘00.30น.... ไม่มีข้อความใหม่’






23 กุมภาพันธ์ 2010
2.25PM



“อ๊ะ.... คาเมะนาชิเหรอ?”

ชายหนุ่มร่างสูงบนเวทีใหญ่พยายามเงี่ยหูฟังเสียงเอ็ดอึงเซ็งแซ่จนฟังแทบไม่ได้ศัพท์ของกลุ่มแฟนคลับสาวซึ่งร้องตะโกนบอกอะไรบางอย่างกับเขาจากพื้นที่เล็กๆซึ่งห่างออกไปหลายสิบเมตร คิ้วหนาได้รูปขมวดมุ่นปั้นหน้านิ่วอยู่ครู่ใหญ่ก่อนที่เสียงตะเบ็งชวนแสบแก้วหูนั้นจะสามารถสื่อสารพอให้เข้าใจได้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของสมาชิกKAT-TUNคนหนึ่ง และทันทีที่เสียงทุ้มย้อนถามผ่านไมโครโฟนเพื่อย้ำให้แน่ใจก็พลอยได้รับเสียงกรีดร้องดังสนั่นเสียจนฮอลล์ที่ใช้ในการแสดงคอนเสิร์ตสั่นสะเทือนกลับมาเป็นคำตอบ.... ใบหน้าหล่อจัดภายใต้แว่นตากันแดดสีชายิ่งฉายแววเคร่งเครียดเหมือนเพิ่งนึกถึงเรื่องที่เขาลืมไปเสียสนิทใจขึ้นมาได้ เกิดเป็นช่วงว่างบนเวทีเมื่อศิลปินหนุ่มอยู่ๆก็นิ่งเงียบยืนชะงักค้างอยู่กับที่ไปเสียเฉยๆ ก่อนที่นักดนตรีซึ่งยืนรอสแตนด์บายอยู่ด้านหลังต้องช่วยส่งสัญญาณเร่งให้เขารีบพูดอะไรบางอย่างออกมาก่อนที่ผู้ชมจะรู้สึกผิดสังเกต

“อ้อ ใช่แล้ว.......วันเกิดของคาเมะนาชินี่นา”

“ถ้าอย่างนั้นก็.........เอ่อ........สุขสันต์วันเกิดนะ”

เสียงดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้งพร้อมด้วยเสียงปรบมือต่อเนื่องยาวนาน ท่ามกลางความตื้นตันใจของแฟนเพลงสาวหลายร้อยชีวิตที่อุตส่าห์ลำบากแย่งบัตรรอบวันที่23 กุมภาพันธ์มาไว้ในครอบครองเพื่อหวังจะได้ยินคำพูดสั้นๆซึ่งทำให้พวกเธออิ่มอกอิ่มใจไปได้ตลอดทั้งปี หากสำหรับ อาคานิชิ จินแล้ว คำพูดเหล่านั้นกลับพาลให้รู้สึกกระอักกระอ่วนกลืนไม่เข้าคายไม่ออกเสียมากกว่า ถึงแม้ว่ามันจะเป็นคำอวยพรแรกของปีที่เขามอบให้แก่คนรักก็ตาม

.


.

บรรยากาศภายในไนท์คลับชื่อดังย่านรปปงงิยังคงคึกคักและแน่นขนัดไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตาเหมือนเช่นทุกคืน โดยเฉพาะในคืนวันอังคารซึ่งเป็นBoy Allegy Nightด้วยแล้วก็ยิ่งมีทั้งศิลปินเพลง ดารา นางแบบอาชีพและคนในวงการบันเทิงเข้ามาช่วยเพิ่มสีสันเรียกความสนใจจากนักเที่ยวทั้งหญิงและชายได้เป็นอย่างดี แต่สาเหตุที่สถานที่แห่งนี้ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษก็คงหนีไม่พ้นกลุ่มชายหนุ่มสี่คนซึ่งเรียกได้ว่าเป็นลูกค้าขาประจำของLex และเช่นเดียวกับหลายๆวันในรอบสัปดาห์ที่ไอดอลจากค่ายจอห์นนี่และเพื่อนนายแบบลูกครึ่ง รวมถึงชาวต่างชาติจะมานั่งกินดื่มพูดคุยอยู่ภายในโซนวีไอพีซึ่งมีโต๊ะและโซฟาแยกเป็นสัดส่วนห่างออกมาจากโซนสำหรับคนธรรมดา หากพวกเขาก็ยังคงโดดเด่นเป็นจุดสนใจและมีคนรู้จักแวะเวียนเปลี่ยนหน้าเข้าไปทักทายไม่ขาดระยะ แม้ว่าหัวข้อสนทนาบนโต๊ะระหว่างสังสรรค์นั้นจะไม่ค่อยรื่นหูสำหรับหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอิเคเมนสักเท่าไรนัก

“เหลือเชื่อจริงๆ.... จนป่านนี้แล้วพวกอาคาคาเมะฟุโจชิยังไม่ล้มหายตายจากไปอีกเหรอเนี่ย ตามมาชงกันถึงในโซโลคอนเชียว?”

ยามาชิตะ โทโมฮิสะหรือยามะพีออกปากวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคอนเสิร์ตYou&Jinรอบแรกของวันนี้ ทั้งๆที่เป็นการแสดงเดี่ยวบนเวทีของอาคานิชิ จินแต่กลับต้องมาได้ยินเสียงแฟนคลับอาคาคาเมะตะโกนกึ่งเตือนกึ่งบังคับให้ชายหนุ่มเจ้าของงานเอ่ยปากอวยพรวันเกิดให้ใครอีกคนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีความเกี่ยวข้องใดๆกับคอนเสิร์ตครั้งนี้เลยแม้แต่น้อย ถึงแม้ว่าบุคคลที่สามที่เป็นต้นสายปลายเหตุของความหงุดหงิดจะไม่ได้รู้เห็นอะไรกับเสียงร่ำร้องของเหล่าแฟนนานุแฟนรสนิยมพิลึกพิลั่นพวกนั้น แต่ด้วยความไม่ชอบหน้ากันอยู่เป็นทุนเดิมก็พาลให้ยามะพีอดรู้สึกฉุนใส่คาเมะขึ้นมาไม่ได้

“แต่ก็ว่าไม่ได้หรอก ถ้าไม่มีคนพวกนี้คอยสนับสนุน คอนเสิร์ตของไอ้จินก็คงไม่ประสบความสำเร็จมากขนาดนี้”

นิชิกิโด เรียวพูดแย้งขึ้นโดยมีคู่ซี้นอกสังกัดอย่างชิโรตะ ยูพยักหน้าหงึกหงักสนับสนุนทั้งที่มือยังไม่ปล่อยจากแก้วโทนิคผสมน้ำอัดลม ยิ่งทำให้ลีดเดอร์ของวงNEWSไม่สบอารมณ์หนักขึ้นเพราะนึกว่าเพื่อนรักทั้งกลุ่มจะเห็นพ้องต้องกันกับตัวเอง.... เขาเคยไม่ชอบหน้า ไม่ถูกโฉลกกับคาเมะนาชิ คาซึยะอย่างไร ทุกวันนี้ก็ยังคงไม่กินเส้นกันอยู่เช่นนั้น แม้จะเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ แต่เขาก็ยอมรับตามตรงว่าไม่อยากให้เพื่อนสนิทของตนเองไปคบหาสนิทสนมหรือถูกจับคู่กับหมอนั่น ต่อให้สองคนนั้นแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งไปถึงขนาดไหนต่อไหน ยามะพีก็ไม่อยากได้ยินให้เสียสุขภาพจิต

“ว่าแต่นายจะบอกเรื่องนั้นกับคาเมะวันนี้ใช่ไหม?”

ไอดอลหนุ่มจากฝั่งคันไซซึ่งเคยชินเป็นอย่างดีกับรังสีมาคุที่ยามะพีมักจะปล่อยออกมาเผื่อแผ่คนรอบข้างอยู่เสมอเอ่ยหันไปถามจินถึงเรื่องที่เขาอยากรู้ความคืบหน้า หลังจากที่เคยได้ฟังรายละเอียดสัญญางานใหม่ของเพื่อนสนิทมาคร่าวๆ คนถูกถามปั้นสีหน้าบอกบุญไม่รับก่อนจะยกเตอกีล่าขึ้นจิบพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วตอบคำถามด้วยน้ำเสียงแห้งแล้งฟังดูเหมือนกำลังหมดอาลัยตายอยากในชีวิตอย่างไรพิกล

“คงยัง.... เอาไว้ก่อนดีกว่า”

“แล้วคิดจะผลัดไปถึงเมื่อไรกันล่ะ ทางUTBเขาขอคำตอบภายในบ่ายพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอไง?”

ยามะพีเลิกคิ้วขึ้นสูงคาดคั้นถามให้รู้เรื่อง เส้นตายมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆหากเจ้าตัวกลับทำทีผลัดวันประกันพรุ่งราวกับยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นควรตัดสินใจเช่นไรกับเรื่องที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของใครอีกหลายๆคนไปโดยสิ้นเชิง สายตาสามคู่จากเพื่อนรักจ้องตรงไปยังจำเลยที่หนึ่งแทบจะเป็นตาเดียวกัน จนในที่สุดผู้ร้ายปากแข็งต้องยอมวางแก้วน้ำเมาที่ทำทียกขึ้นมาดื่มกลบเกลื่อนแล้วสารภาพเหตุผลที่แท้จริงออกมา

“.........วันนี้วันเกิดคาเมะ......ฉันไม่อยากให้เขารู้สึกไม่ดี”

“กลัวคาเมะจะไม่พอใจ ว่าอย่างนั้นเถอะ”

ร่างสูงผิวสีแทนห่อปากแสยะยิ้มทำท่าเหมือนว่าได้ยินคำพูดแสลงหูเข้าอย่างจัง ชายหนุ่มหันไปสั่งเบียร์สดจากบริกรซึ่งเดินผ่านมาแล้วจึงเริ่มต้นเปิดฉากสังคายนาทั้งเพื่อนและแฟนของเพื่อนอีกครั้ง

“พูดก็พูดเหอะนะ.... อย่างคาเมะจะมีสิทธิ์อะไรมาโกรธนาย นี่มันเรื่องงาน เป็นความใฝ่ฝัน เป็นโอกาสที่นายรอมาตลอดทั้งชีวิต แต่พอมันมาถึงมือแล้ว นายกลับจะปล่อยความฝันนั้นไปแค่เพราะกลัวว่าแฟนจะเสียใจที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดเวลาน่ะเหรอ?”

“ไม่ใช่แบบนั้น.....นายก็รู้ว่าคาเมะรักKAT-TUNมากแค่ไหน เขาคงเสียใจถ้ารู้ว่าฉันตัดสินใจเลือกที่จะไปจากวง”

อาคานิชิ จินพยายามแก้ต่างแทนคนรักที่อยู่ๆก็โดนลากเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งที่เรื่องทั้งหมดนี้คาเมะยังไม่รู้อะไรเลยด้วยซ้ำ.... กับวงที่เขาและคนอีก5คนอยู่ร่วมกันมากว่าครึ่งชีวิตของการทำงานในวงการบันเทิงก็เปรียบเสมือนครอบครัวที่สอง เป็นทั้งพี่น้อง เป็นทั้งเพื่อนสนิทและเป็นสิ่งยืนยันถึงสายสัมพันธ์ระหว่างเขากับคาเมะนาชิ คาซึยะ แล้วคนที่สำคัญที่สุดคนนั้นจะรู้สึกนึกคิดอย่างไรหากเขากำลังจะบอกข่าวร้ายทั้งๆที่คืนนี้เป็นคืนวันคล้ายวันเกิดของอีกฝ่าย แต่ยามะพีกลับคิดในทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงโดยที่เสี้ยวหนึ่งของคำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่ถนอมน้ำใจนั้นก็ตรงกับสิ่งที่จินทำได้แค่เพียงคิดแต่กลับไม่กล้าพูดออกมา

“แล้วนายไม่ได้รักKAT-TUNเหมือนกันหรือไง.... ถึงจะรัก ถึงจะรู้สึกผูกพัน แต่มันก็ไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต ถูกไหม?”

“ไม่ได้จะไซโคหรือบังคับให้นายต้องเลือกหรอกนะ แต่ในฐานะเพื่อนสนิท ฉันแค่อยากแนะนำให้นายคิดถึงความรู้สึกของตัวเองให้มากกว่าไปแคร์ความรู้สึกของคนอื่นเพียงฝ่ายเดียว.... เพราะเมื่อก่อน ฉันเองก็เคยเป็นเหมือนหุ่นยนต์ รับคำสั่งทำตามความต้องการของค่ายจนลืมนึกถึงความต้องการของตัวเอง มารู้ตัวอีกทีก็เสียโอกาสอะไรหลายๆอย่างในชีวิตไปแล้ว ฉันไม่อยากให้นายต้องกลับมาเสียใจทีหลัง........”

“...........แต่คาเมะไม่ใช่คนอื่น”

“ก็เขาไม่ใช่ตัวนายสักหน่อยนี่ มันก็แปลว่าคาเมะน่ะเป็นแค่คนอื่น”

“ถ้าอย่างนั้นนายเองก็เป็นแค่คนอื่นเหมือนกันนั่นล่ะ พี.... เลิกเจ้ากี้เจ้าการคิดแทนฉันกับคาเมะสักที!!” คำแนะนำจากเพื่อนแปรสภาพเป็นการเปิดศึกโต้เถียงเมื่อคำว่า ‘คนอื่น’ ที่ยามะพีพูดถึงนั้นกำลังบอกจินเป็นนัยว่าคาเมะไม่ได้มีคุณค่าความสำคัญมากพอที่เขาจะต้องห่วงใย ทั้งที่ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีว่าจินและคาเมะคบหากันในฐานะไหนและมีความรู้สึกอย่างไรต่อกัน ถึงยามะพีจะมีอคติไม่ชอบคาเมะอยู่เป็นทุนแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะมาสั่งให้เขาทำอะไรต่อมิอะไรโดยไม่แยแสว่าคนรักของเขาอาจต้องเจ็บปวดและเสียใจ ในขณะทียามะพีก็จ้องหน้าเพื่อนรักเขม็งพลางหรี่ตาลงอย่างไม่ชอบใจกับคำตอบโต้ที่จินว่าเขาเจ้ากี้เจ้าการเช่นเดียวกัน

“เฮ้ย.... ไม่เอาน่า เรื่องแค่นี้เอง ซีเรียสไปทำไมวะ?”

นิชิกิโด เรียวรีบเอ่ยปากห้ามทัพทันทีก่อนที่เรื่องไม่เป็นเรื่องจะบานปลายจนกลายเป็นหตุบาดหมางภายในกลุ่ม ครึ่งหนึ่งเขาก็โทษยามะพีที่มองคาเมะในแง่ร้ายจนเกินจริง แต่อีกครึ่งหนึ่งเขาก็โทษจินที่จนป่านนี้แล้วยังไม่ตัดสินใจอะไรให้เด็ดขาดทั้งที่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แต่หากจะว่าไป เหตุผลที่ว่ากลัวคาเมะจะเสียใจก็นับว่าฟังขึ้นและน่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าใครก็คงไม่กล้าเดินเข้าไปบอกแฟนของตัวเองตามตรงว่าจะยกเลิกงานของKAT-TUNทั้งหมดเพื่อไปเล่นโซโล่ไลฟ์ที่อเมริกา ยิ่งถ้าวันนี้เป็นวันเกิดของฝ่ายนั้นด้วยแล้ว

“ห้าทุ่มสิบห้าแล้ว ฉันกลับก่อนนะ.... พรุ่งนี้มีรอบเช้า”

นักร้องหนุ่มวางแก้วเหล้าลงบนโต๊ะก่อนจะบอกลากลุ่มเพื่อนเพียงสั้นๆแล้วมุ่งตรงไปยังลานจอดรถซึ่งอยู่บริเวณชั้นใต้ดินของอาคารฝั่งตรงข้ามไนท์คลับ ใบหน้าหล่อจัดยังคงบึ้งตึงไม่เป็นมิตรเพราะปัญหาหนักอกที่ยังไม่รู้ว่าจะคลี่คลายลงไปได้ด้วยวิธีไหน.... ภายในหัวเหมือนมีเส้นสีดำขีดไขว้พันกันยุ่งเหยิงเช่นเดียวกับหัวใจซึ่งหนักอึ้งเหมือนโดนก้อนหินถ่วงทับเอาไว้ แม้แต่ฤทธิ์แอลกอฮอลล์หรือการอยู่ในที่ที่มีผู้คนมากมายรายล้อมด้วยเพื่อนฝูงอย่างที่เคยชื่นชอบก็ยังไม่สามารถทำให้เขารู้สึกดีขึ้น กระทั่งในเวลาที่ยานพาหนะคู่ใจแล่นไปตามถนนสายเดิมที่คุ้นเคยก็ยังมิอาจตัดความคิดอันแสนว้าวุ่นนี้ออกไปจากสมองได้

จินไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่ยามะพีพูดนั้นเป็นสิ่งที่ผิดไปเสียทั้งหมด.... ความฝันของเขาก็คือได้เปิดแสดงคอนเสิร์ตในต่างประเทศ ให้ผู้คนจากทั่วโลกได้ฟัง ‘ดนตรี’ ที่อาคานิชิ จินสร้างสรรค์ขึ้นด้วยฝีมือและพรสวรรค์ของเขาเอง การตัดสินใจเดินออกไปจากKAT-TUNแม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันก็ไม่ยากจนเกินไปนักถ้าหากผลลัพธ์ของมันคือการได้บรรลุความฝันที่ตนเองตั้งมั่นมาโดยตลอด

เพราะสำหรับเขาแล้วคาเมะไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงานที่จะเดินเข้าไปบอกเลิกราแล้วก็จบกันไป แต่เป็นคนรัก เป็นคนสำคัญมากถึงขนาดที่มิอาจยอมทนสูญเสียไปได้

....................

..............................

หากต้องเลือกระหว่าง ‘ความรัก’ และ ‘ความฝัน’

แล้วทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่ายมันอยู่ที่ตรงไหนกัน?




23 กุมภาพันธ์ 2010
11.55PM




กลิ่นหอมของซอสสปาเก๊ตตี้โพโมโดโรลอยปะทะประสาทส่วนการรับกลิ่นทันทีที่บานประตูแมนชั่นถูกเปิดออก แสงไฟสีส้มโทนสว่างบนเพดานฉายให้เห็นเด็กหนุ่มผิวขาวจัดกำลังสาละวนง่วนอยู่กับหม้อสแตนเลสบนเตาไฟฟ้าภายในครัวเล็กๆที่มีโตะเคานท์เตอร์กั้นแยกเอาไว้เป็นสัดส่วน ร่างเล็กซึ่งดูเหมือนว่าจะมีน้ำมีนวลมากขึ้นกว่าแต่ก่อนยังคงวุ่นวายแต่กับอาหารอิตาเลียนที่เจ้าตัวมักจะทำกินเองอยู่บ่อยครั้งโดยไม่ได้สนใจหันมามองดูว่ามีใครกำลังเดินเข้าไปใกล้ด้วยความคุ้นชินว่าห้องพักแห่งนี้มีเพียงคนสองคนเท่านั้นที่สามารถผ่านเข้า-ออกได้ในช่วงเวลาที่ต้องการความเป็นส่วนตัว

เส้นผมสีน้ำตาลซึ่งเพิ่งตัดเสียจนสั้นตามบทบาทที่ได้รับในละครปรกต้นคอด้านหลัง ผิวแก้มขาวต้องไอความร้อนจากเตาจนเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ คิ้วเรียวขมวดมุ่นจนทำให้ใบหน้าน่ารักนั้นแลดูบูดบึ้งเล็กๆขณะกำลังใจจดใจจ่อค่อยๆโรยเกลือกับเครื่องเทศบางอย่างลงไปในหม้ออย่างระมัดระวัง ท่าทางมุ่งมั่นจริงจังเหมือนเช่นทุกครั้งแม้จะเป็นเพียงแค่การทำอาหารง่ายๆก็ตาม.... หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงเพลินกับการยืนเฝ้ามองคนรักจากที่ตรงนี้ ดีใจกับการมาของอีกฝ่ายจนต้องเข้าไปกอดให้หายคิดถึง แต่ในเวลานี้ที่หัวใจกำลังปั่นป่วนว้าวุ่นด้วยเรื่องงานที่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าตนเองนั้นควรเลือกทำเช่นไร อาคานิชิ จินกลับไม่รู้สึกอยากเห็นคาเมะอยู่ที่นี่เลยแม้สักเพียงนิดเดียว

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์.... คาซึ”

“ไม่รอให้ถึงสักอาทิตย์หน้าก่อนแล้วค่อยมาบอกล่ะ”

คำทักทายพร้อมอวยพรวันเกิดถูกบอกปัดอย่างเย็นชาก่อนที่คาเมะนาชิ คาซึยะจะหันกลับมามองพลางชี้นิ้วตรงไปยังนาฬิกาแขวนบนฝาผนังที่บอกเวลาเกือบเที่ยงคืนของวันที่24 กุมภาพันธ์ ในอีกไม่ถึงห้านาที ส่งผลให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องพักหน้าเสียไปเล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยเสียงแผ่วด้วยข้อแก้ตัวเดิมๆ

“ขอโทษที่มาช้า พอดีติดธุระนิดหน่อย”

ทั้งกลิ่นควันบุหรี่ที่ติดตามตัว กลิ่นแอลกอฮอลล์ที่ปะปนอยู่ในลมหายใจ จินรู้ดีว่าอย่างไรคาเมะก็คงไม่เชื่อคำพูดของเขา หากก็ไม่มีข้อแก้ตัวอื่นที่เขาพอจะนึกออกอีกแล้ว.... ใจหนึ่งก็แอบคาดหวังให้คาเมะโกรธ โวยวายเสียงดังแล้วกลับไปเหมือนทุกครั้งที่เขาทำอะไรให้ไม่พอใจ อย่างน้อยก็เพื่อที่จะได้ยืดเวลาของการตัดสินใจออกไปจนถึงช่วงบ่ายของวันพรุ่งนี้ แต่ทว่า ร่างตรงหน้ากลับยิ้มอย่างอารมณ์ดีไม่สนใจจะเอาเรื่องเอาราวกับคำโกหกของจินแม้แต่น้อย

“แต่ก็ยังมาทัน เพราะฉะนั้น ถือว่ายกผลประโยชน์ให้จำเลย”

“ไม่ได้เจอจินตั้งหลายวันแล้ว.......คิดถึง”

ท่อนแขนกลมกลึงกอดรอบบั้นอวหนาก่อนที่ผิวแก้มใสจะซบลงบนผืนอกกว้าง น้ำเสียงซึ่งเพิ่งตวัดห้วนเปลี่ยนเป็นออดอ้อนไม่ต่างจากเจ้าลูกสุนัขตัวน้อยที่พวกเขาช่วยกันเลี้ยงมานานหลายปี หน่วยตาเรียวรีเป็นประกายขณะใบหน้าสวยแหงนเงยขึ้นสบมองดวงตาสีเข้มแล้วเอ่ยถามไถ่ความต้องการของชายคนรัก โดยไม่ลืมพูดอวดถึงเมนูอาหารมื้อดึกที่ตนเองตั้งใจทำอย่างสุดฝีมือด้วย

“กินอะไรมาหรือยัง เอาพาสต้าหน่อยไหม.... ฉันอุตส่าห์ลงมือบดมะเขือเทศเองเลยนะ ไม่ใช้ซอสสำเร็จรูปผสมเลยด้วย”


“............อืม”

ร่างสูงส่งเสียงตอบรับเบาๆพยายามยกริมฝีปากฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก ไม่บ่อยครั้งนักที่คาเมะจะพูดจาแสดงออกว่ารักอย่างตรงไปตรงมาเสียจนในบางเวลาชายหนุ่มต้องเป็นฝ่ายเค้นถามหรือต้อนให้จนมุม แต่อย่างมากที่สุดคนตัวเล็กก็เพียงแค่แกล้งทำหูทวนลมไม่ได้ยินแล้วเดินหนีไป.... ทั้งที่น่าจะรู้สึกปลาบปลื้มกับท่าทีออเซาะน่าเอ็นดูของคนที่กำลังถอดผ้ากันเปื้อนกุลีกุจอตักเส้นพาสต้าใส่ลงในจานแล้วราดซอสมะเขือเทศผสมเนื้อสับตามเพื่อเตรียมเสิร์ฟเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงฉลองวันเกิดของตัวเองที่ใกล้จะผ่านเลยไป แต่ในบางคราว จินก็กลับไม่รู้สึกอยากให้คาเมะทำตัวอ่อนโยนน่ารักหรือว่าง่ายกับเขามากจนเกินควร

+++เพราะมันจะทำให้เขายิ่งรู้สึกว่าตนเองนั้นเป็นคนเลวที่คิดทำร้ายจิตใจของคนที่ดีแสนดีถึงขนาดนี้ได้ลงคอ+++



“ที่กองถ่ายวันนี้เป็นยังไงบ้าง ทีมงานเค้าจัดปาร์ตี้ให้นายหรือเปล่า?”

“ก็ดี.... ได้เค้กก้อนใหญ่ที่สั่งทำพิเศษ ได้ของขวัญเยอะแยะ มีรายการข่าวมาถ่ายในงานปาร์ตี้ด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้นายคงได้เห็นในทีวี”

ไอดอลน้องเล็กแห่งKAT-TUNตอบโดยที่มือข้างหนึ่งยังคงม้วนเส้นสปาเก็ตตี้เข้าปากไม่หยุดและตาก็มองดูภาพยนตร์ฮอลลีวูดที่ฉายซ้ำรอบดึกในช่องเคเบิ้ลไปด้วย ไม่ได้หันมาใส่ใจศิลปินหนุ่มซึ่งเจ้าตัวอาศัยหัวไหล่หนาหนุนพิงต่างที่เบาะรองศีรษะสักเท่าไร อาคานิชิ จินเหลือบสายตามองร่างขาวจัดที่ยกขาขึ้นบนโซฟาตัวยาวนั่งชันเข่ากินมื้อดึกด้วยอิริยาบถแสนสบาย ใบหน้าอ่อนเยาว์เรียบเฉยไม่บ่งบอกถึงอารมณ์ใดๆเป็นพิเศษจนคนเฝ้ามองอดที่จะกังวลไม่ได้

“ยังงอนอยู่อีกเหรอ?”

“เปล่าสักหน่อย ก็นายถามฉันเองไม่ใช่เหรอว่าเป็นยังไงบ้าง ฉันก็แค่ตอบไปตามความจริงก็เท่านั้น”

คาเมะบอกหน้านิ่งทำราวกับว่าการที่จินลืมวันเกิดของเขานั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร ถึงแม้ว่าจะเคยนึกน้อยอกน้อยใจตามประสาคนที่อยากได้ยินคำอวยพรจากคนที่รักที่สุดเป็นคนแรกหากเขาก็ชินเสียแล้ว เพราะไม่ว่าจะวันเกิดของใคร จินก็ไม่เคยเก็บเอามาจำใส่หัวทั้งสิ้น แต่อยู่ๆคนที่ละเลยวันสำคัญของเขาก็เอ่ยออกมาราวกับเป็นฝ่ายน้อยใจเสียเอง

“เห็นมีคนรักนายมากขนาดนี้ ฉันก็ดีใจ”

เสียงทุ้มพูดพลางถอนหายใจบังคับให้คาเมะต้องวางของในมือแล้วหันมานั่งเผชิญหน้ากับผู้ชายขี้ใจน้อย อาจเป็นเพราะว่าเขาพูดแรงและตรงเกินไปจนฟังดูเหมือนว่าประชดประชันจินทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น.... เด็กหนุ่มยื่นแขนโน้มเอาร่างหนามากอดแนบอกเหมือนเป็นเจ้าตุ๊กตาเอลโมตัวโปรด ทั้งปลอมทั้งโอ๋และเอาใจเด็กน้อยตัวโตสารพัดเพื่อให้หายคิดมาก ไม่ว่าจะเป็นของขวัญราคาแพงมากแค่ไหนหรือจะมีผู้คนเรียงหน้ากันมาช่วยเขาเป่าเค้กวันเกิดสักกี่ร้อยกี่พันชีวิต อย่างไรก็เทียบเท่ากับการมีอาคานิชิ จินเพียงคนเดียวคอยอยู่เคียงข้างไม่ได้

“แต่ฉันไม่ได้อยากให้ใครต่อใครมารุมรักนี่นา มีคนมาเดินตามล้อมหน้าล้อมหลังเรียกชื่อตลอดเวลา น่ารำคาญจะตาย!!”

“............มีแค่จินคนเดียวก็พอแล้ว”

กลีบปากสีสดทาบทับลงบนริมฝีปากสีคล้ำอย่างแผ่วเบา จูบย้ำตำแหน่งเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับกำลังงอนง้อให้อีกฝ่ายยอมใจอ่อนหายโกรธเคืองกับประโยคถ้อยคำที่เพิ่งเอ่ยออกไปโดยไม่ได้มีเจตนาร้าย.... สัมผัสนุ่มหยุ่นตามเฝ้าอ้อล้อไม่ผละหนีจนกระทั่งคนซึ่งมึนตึงอยู่เมื่อครู่อดทนนิ่งเฉยกับกลิ่นหอมละมุนที่คลอเคลียยั่วเย้าห่างออกไปเพียงแค่ไม่กี่ช่วงเซนติเมตรไม่ได้ ปลายลิ้นไล้เล็มกระหวัดเกี่ยวตัดรัดเพิ่มน้ำหนักความร้อนเร่าให้พุ่งสูงขึ้นทุกชั่วขณะที่ไอรักหวานซาบซ่านแผ่กำจายส่งผลให้ร่างทั้งร่างแทบหมดเรี่ยวแรงอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน รสขมระคายของเตอกิล่าผสานกับกลิ่นบุหรี่เซเว่นสตาร์ที่ยังคงตกค้างถูกส่งผ่านไปยังประสาทส่วนการรับรู้ของร่างเล็กกระตุ้นเร้าอารมณ์วาบหวามให้ยิ่งเตลิด มือสากสอดล้วงเข้าข้างใต้เสื้อสเวตเตอร์เนื้อหนาลูบโลมผิวกายร้อนผ่าวซึ่งถูกบ่มด้วยเลือดฝาดจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อในขณะที่จูบดูดดื่มยังดำเนินต่อเนื่อง เสียงแหบหวานครางเครือในลำคอยามเมื่อปลายนิ้วใหญ่แกล้งกดเน้นจุดอ่อนไหวให้คนรักได้อิ่มเคลิ้มกับบทรักที่ร้างลามาพักใหญ่ก่อนที่นักร้องหนุ่มจะละริมฝีปากออกห่างกระซิบถามหยั่งเชิงถึงเรื่องที่เขาอยากรู้

“สมมติว่าถ้าฉันต้องออกเดินทางไปที่ไหนสักที่นานๆ ไม่ได้อยู่ที่ญี่ปุ่นอีกต่อไป แล้วนายจะทำยังไง.... หืมม์?”

“จะไปไหน.... อียิปต์ อินเดีย โรมาเนียหรือว่าขั้วโลกเหนือ?”

ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยหรี่ปรือเพราะสติสัมปชัญญะยังคงถูกเผาไหม้ด้วยไฟรักที่พวกเขาช่วยกันโหมกระพือจนยากที่จะมอดดับ ท่ามกลางหัวสมองที่รางเลือน คาเมะก็เพียงแค่จับใจจากสิ่งที่จินถามได้คร่าวๆหากแต่ไม่สามารถสังเกตได้ถึงความนัยซึ่งแอบแฝงมากับคำพูดลองใจซึ่งเหมือนไม่ได้คิดอะไรจริงจังนั้น

“ก็ไม่ได้จะไปจริงๆหรอก บอกแล้วไงว่าแค่สมมติ”

“ถ้าอย่างนั้นจะไปไหนก็ไปเลย แต่ห้ามปิดมือถือแล้วก็ต้องทิ้งบัตรเครดิตทุกใบเอาไว้กับฉันด้วย”

“พูดจริงเหรอ?”

คิ้วหนาได้รูปขมวดกดลงเล็กน้อยอย่างข้องใจกับคำตอบของคาเมะ รู้สึกผิดคาดที่อีกฝ่ายนั้นไม่ได้เกรี้ยวกราดอาละวาดเหมือนอย่างที่ควรจะเป็น หากทันทีที่จินปั้นน้ำเสียงขุ่นย้อนถามคล้ายว่าจะฉุนนิดๆที่คาเมะเห็นเขาเป็นเพียงแค่กระเป๋าเงินเคลื่อนที่ ต่างจากเขาซึ่งมีแต่เรื่องเครียดกลัดกลุ้มมากมายเพราะไม่อยากทำร้ายจิตใจคนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรัก ไอดอลหน้าหวานก็กลับหัวเราะชอบใจนักที่สามารถแหย่แฟนหนุ่มขี้โมโหได้สำเร็จ

“ก็นายบอกว่าเรื่องสมมติไม่ใช่หรือไง?”

คาเมะยังคงยิ้มร่ากดริมฝีปากลงบนสันคางที่ปกคลุมด้วยไรเคราอย่างไม่ได้คิดอะไรให้มากความ แต่แล้วเขาก็ต้องตอบแทนคำพูดประโยคกึ่งทีเล่นทีจริงนั้นแทบจะในทันทีเมื่อร่างสูงรวบรัดกดคนช่างเย้าแหย่ให้นอนหงายราบลงมาโซฟาตัวยาว จมูกโด่งรั้นซุกไซ้ซอกคอที่กรุ่นด้วยละอองเจือจางจากน้ำหอมราคาแพงอย่างไม่ค่อยเบามือสักเท่าไร แกล้งทำโทษจักจี้ไม่เลิกราถึงแม้ว่าฝ่ายซึ่งเสียเปรียบทางด้านพละกำลังจะพยายามทั้งผลักทั้งดันเพื่อให้หลุดออกมาจากพันธนาการแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งคาเมะต้องร้องลั่นโวยวายออกมา

“ปล่อยฉันนะ จิน........ไม่เล่นแล้ว จะไปอาบน้ำ!!!!”

“ไม่ปล่อยง่ายๆหรอก ก็คาซึอยากมากวนฉันก่อนทำไมล่ะ”

อาคานิชิ จินยกมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ในขณะที่สองมือก็ไม่เลิกวุ่นอยู่กับบั้นเอวที่เต็มไปด้วยจุดไวสัมผัส ท่อนขาเรียวเล็กถูกล็อคแน่นทาบทับจนหมดหนทางดิ้นรน ริมฝีปากซุกซนก็ไม่ยอมผละจากบริเวณซอกคอลามเรื่อยมาจนถึงผืนอกเรียบที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงหอบหายใจหนัก คาเมะสู้จนเหนื่อยเมื่อไม่ชนะก็พาลงอแงเปลี่ยนมาโทษว่าเป็นความผิดอีกฝ่ายที่เริ่มเล่นอะไรพิเรนทร์ๆก่อน

“ก็นายนั่นแหละ อยากเอาเรื่องอะไรพวกนั้นมาถามฉันเองนี่.... เคยรับปากเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่หนีไปไหนอีก ถ้านายผิดสัญญานะ ฉันจะตามจองล้างจองผลาญสาปแช่งไม่ให้นายอยู่เป็นสุขเลย คอยดูสิ!!!”

“..............จิน?”

เสียงแหบแหลมเรียกชื่อของชายหนุ่มเมื่ออยู่ๆคนช่างรังแกก็หยุดชะงักทุกการเคลื่อนไหวไปอย่างกะทันหันหลังได้ยินคำตอบโต้ดุเดือดแสบระคายของคาเมะ นัยน์ตาสีดำสนิทจับจ้องมองใบหน้างุนงงของร่างข้างใต้เหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างหากก็ไม่มีเสียงใดหลุดรอดออกมาจากลำคอ ท่ามกลางช่วงระยะเวลาสั้นๆซึ่งเป็นเสมือนสุญญากาศอันแสนว่างเปล่า ภายในใจของจินนั้นกลับร้อนรุ่มราวกับว่าก้อนเนื้ออวัยวะถูกเผาไหม้ด้วยความเห็นแก่ตัวและความลังเลของตนเอง.... ยิ่งทิ้งเอาไว้นานมากเท่าไร คาเมะก็ยิ่งจับสังเกตได้ถึงอาการผิดปกติแปลกไปจากเดิมของชายรัก แต่ยังไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะได้เอ่ยถามให้แน่ชัด ท่อนแขนแข็งแรงสองข้างก็ช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นจากเบาะเก้าอี้โซฟาหายไปเข้าข้างในห้องอาบน้ำ ปราศจากคำอธิบายถึงที่มาที่ไปของเรื่องตึงเครียดที่เขาตั้งใจว่าจะคิดหาทางออกเพียงลำพังและตัดสินใจเลือกที่จะอยู่หรือไปด้วยตัวเองแค่คนเดียว


.


.

มือเล็กป่ายปัดแนบบานกระจกใสซึ่งถูกไอความร้อนจับจนขึ้นเป็นรอยฝ้าแบ่งระบายความรู้สึกเสียวซ่านที่ยิ่งก่อตัวโหมกระหน่ำรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ บทรักซึ่งหยุดค้างกลางคันไปเมื่อครู่ได้รับการสานต่ออย่างถึงขั้วอารมณ์ภายในห้องกระจกสี่เหลี่ยมที่ถูกกั้นเอาไว้สำหรับการชำระล้างร่างกาย แผ่นอกขาวเต็มตึงถูกเบียดให้ชิดกับผนังที่ยังคงเย็นจัดถึงแม้ว่าไอน้ำอุ่นร้อนจากฝักบัวจะพวยพุ่งเกิดเป็นหมอกบางลอยปกคลุมทั่วบริเวณคับแคบนั้นก็ตาม.... ปลายลิ้นสากลากผ่านไปตามแนวกระดูกสันหลังเปลือยเปล่าจนชายหนุ่มซึ่งยืนซ้อนอยู่ทางด้านหลังสามารถรับรู้ได้ถึงอาการเหยียดเกร็งด้วยแรงกระสันของท่อนขาเพรียว กดย้ำหนแล้วหนเล่าเน้นหนักทุกตารางผิวเนื้อเนียนละเอียดราวกับจะเติมเชื้อไฟไม่ให้มอดดับลงไปอีกเป็นครั้งที่สอง แม้แต่อุณหภูมิสายน้ำที่หลั่งชโลมรินรดลงมาก็ยังมิอาจเทียบเท่าความเร่าร้อนของสองร่างซึ่งกำลังกอดจูบกันด้วยความปรารถนาที่ต่างฝ่ายต่างมีให้แก่กันได้

“...........อา.........จิน..........”

สัมผัสจาบจ้วงเสียดทานทุกส่วนสัดบนร่างกายที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเย้ายวนน่าหลงใหลอย่างถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเต็มที่ เด็กหนุ่มแหงนเงยใบหน้าด้วยความลืมตัวเปิดทางให้กลีบปากสีคล้ำตามดูดดึงเนื้อขาวประทับรอยคิสมาร์คตามใจชอบทั้งๆที่เคยสั่งห้ามหนักหนา ใบหูนุ่มนิ่มถูกขบเม้มนำพาห้วงอารมณ์ให้ยิ่งเตลิดไปไกลจนไม่รู้ว่าเรือนร่างที่แสนหวงแหนกำลังถูกแต่งแต้มด้วยรอยปื้นสีแดงช้ำอันเป็นผลมาจากกระแสอารมณ์รักหวามไหวที่อดกลั้นระงับเอาไว้ไม่อยู่....

ฝ่ามือหยาบฟอนเฟ้นผืนอกตึงแน่นบดขยี้ยอดเล็กสองข้างให้แข็งชันรับการหยอกเอินอันแสนรัญจวนใจ ปลายนิ้วเฝ้าวนเวียนบิดดึงสลับกับกดย้ำรุนแรงและลากผ่านเพียงผิวเผินยั่วเย้าให้คนตัวเล็กปลดปล่อยความกระหายในรสรักที่กักเก็บเอาไว้ออกมา ยิ่งเขาหนักมือมากเท่าไร คาเมะก็ยิ่งร้องครางกระเส่าจนแทบจะขาดใจ พวงแก้มอิ่มแดงปลั่ง ริมฝีปากบางเฉียบเผยอกรีดเสียงหวานคล้ายจะร้องขอให้ชายหนุ่มรุนแรงถึงใจมากกว่านี้ ในขณะที่แววตาฉ่ำเยิ้มเผยให้เห็นจนหมดทุกความกระสันอยาก เช่นเดียวกับส่วนกลางลำตัวแข็งชันเหยียดชี้ชนกับสิ่งกีดขวางเบื้องหน้าที่ดูเหมือนว่าจะกำลังออดอ้อนให้ได้รับการโอ้โลมบ้าง

“อ๊ะ......ฮึก............อา.........”

จินบังคับให้คาเมะผละออกจากกำแพงกระจกซึ่งอีกฝ่ายใช้พิงอาศัยต่างเครื่องค้ำยันไม่ให้ตัวเองล้มทรุดลงกับพื้นเมื่อสองขาอ่อนปวกเปียกแทบไม่หลงเหลือเรี่ยวแรงพยุงร่างกายอีกต่อไป ก่อนจะพลิกเปลี่ยนท่วงท่าให้บั้นท้ายอวบอัดชิดติดกับผนังห้องอาบน้ำเย็นเฉียบแล้วคุกเข่านั่งลงตรงหน้าร่างเล็ก พลางส่งมือแกร่งจับลงบนต้นขากลมกลึงพร้อมทั้งแยกให้ห่างกว้างออกจากกัน.... คาเมะสะดุ้งเฮือกเมื่อความนุ่มหยุ่นพรมจูบลงโดยรอบส่วนอ่อนไหวที่ขยับขยายจนถึงที่สุด ขบเม้มดูดดึงทุกซอกมุมสลับกับลากลิ้นเลียซอกซอนข้างในหลืบเร้นซึ่งเต็มไปด้วยเส้นประสาทที่กำลังตื่นตัวเขม็งเกลียว มือเล็กเอื้อมจับศีรษะที่ปกคลุมด้วยเส้นผมสีดำยาวจนเกือบถึงช่วงไหล่ให้จดจ่อตรงกับท่อนเนื้อที่อัดแน่นด้วยความใคร่ สะโพกอิ่มขยับร้อนรนไปมาพยายามเร่งให้คนที่มัวแต่แกล้งทำชักช้าอ้อยอิ่งตอบสนองความต้องการที่กำลังพลุ่งพล่านโดยเร็ว และในที่สุดเด็กหนุ่มก็ได้สมอยากเมื่ออาคานิชิ จินเริ่มจรดปลายลิ้นครอบครองลงบนส่วนสำคัญนั้นอย่างหมายจะเอาใจ

“........อื้อ........จิน........อ๊า........!!!!”

ความปั่นป่วนจู่โจมภายในช่องท้องยามเมื่อสัมผัสอุ่นเคลื่อนไล้ไปตามความยาวตั้งแต่โคนจรดถึงปลายยอด รสหวานซ่านแทรกซึมผ่านเรียวลิ้นราวกับขนมหวานที่ต้องลิ้มลองซ้ำแล้วซ้ำอีก ชายหนุ่มดูดเลียแท่งรักนั้นอย่างเพลิดเพลินเพิ่มน้ำหนักแรงกระทำตามแต่เจ้าของเสียงแหบกระเส่าจะร้องสั่ง.... จินดุนลิ้นห่อริมฝีปากแยงเข้าไปข้างในรูเล็กซึ่งปริ่มย้อยด้วยสารคัดหลั่งราวกับจะกลืนกินทุกหยาดหยดที่กลั่นออกมาจากร่างกายของคนรักให้หมดจด เอวเล็กยิ่งบิดเร่าเกร็งสะท้านในขณะที่โพรงปากอุ่นขยับเคลื่อนรูดรึงกับเนื้อสัมผัสที่เต็มไปด้วยแรงกำหนัด ก่อนที่นิ้วยาวชุ่มด้วยของเหลวเหนียวหนืดบางอย่างซึ่งคาเมะสุดจะคาดเดาได้ว่ามันคือครีมอาบน้ำหรืออะไรอย่างอื่นจะแทรกผ่านเข้ามาภายในรอยแยกหลังบั้นท้าย

ทั้งด้านหน้าและด้านหลังได้รับการปรนเปรออย่างถึงใจจนไอดอลหน้าหวานแทบคลั่งกับความสุขสมที่ถาโถมเข้าหาเป็นระลอก โดยที่ช่องทางร้อนรุ่มนั้นมีสิ่งแปลกปลอมเสียดสีครูดผ่านจุดกระสันภายในไม่หยุดหย่อน ผนังนุ่มนิ่มตอดรัดนิ้วมือที่สอดล้วงประหนึ่งเสียงกระซิบพร่ำบอกไม่ให้อีกฝ่ายร้างลาหนีหายทั้งที่ส่วนอ่อนไหวเบื้องหน้ายังคงตกอยู่ใต้อาณัติของชายคนรัก....

ร่างหนารู้สึกได้ถึงกระแสของความสุขสมของคาเมะผ่านท่อนเนื้อเล็กที่เต้นตุบเมื่อถูกเขาดุนดันเล็มไล้ ลูกแก้วสีน้ำตาลใสสะท้อนมองภาพนักร้องหนุ่มดูดกินแท่งรักของตนเองอย่างพ่ายแพ้แก่ห้วงอารมณ์ที่พัดโหมรุนแรงเสียยิ่งกว่าพายุฝนกลางฤดูร้อน เรียวขาขาวจัดสั่นระริกเกือบฝืนทนยืนต่อไม่ไหวเมื่อสะโพกกลมกลึงขยับโยกสอดรับกับการบรรเลงประสานระหว่างนิ้วมือที่หยอกเย้าช่องทางตีบแน่นและอุ้งปากที่ครอบครองเครื่องเพศสีสด ท้องน้อยแบนราบหดเกร็งจนกระดูกชายโครงปวดปลาบก่อนที่จินจะเร่งจังหวะการปลุกเร้าให้ยิ่งถี่รัวเพื่อส่งคาเมะให้พร้อมรอรับบทรักรอบหลังซึ่งคงจะหนักหน่วงยิ่งกว่า

“.......คาซึ........รักฉันไหม......?”

“อือ.......รักสิ.......รักที่สุด..........อา.........”

เสียงสั่นพร่าตอบรับคำถามนั้นยังไม่ทันจบดี แกนกายกำยำที่ตั้งชันรอคอยอยู่นานก็เสียบแทรกเข้าไปยังช่องว่างกลางบั้นท้ายอันแสนอ่อนนุ่มนิ่มซึ่งเคยรองรับความต้องการและแรงปรารถนาของเขามานับครั้งไม่ถ้วน ชายหนุ่มค้างบั้นเอวหนาเอาไว้ซึมซับรสสัมผัสที่เหินห่างไปพักใหญ่ ส่วนนั้นของคาเมะยังคงอุ่นซ่านและกระชับแน่นทำให้เขารู้สึกทั้งผ่อนคลายจนอยากทิ้งค้างเอาไว้เช่นนี้นานๆ หากก็เร่าร้อนเสียจนเขาอยากจะขยับกระทั้นระบายสัญชาตญาณดิบเถื่อนให้ถึงใจเหมือนเช่นเคย

คาเมะกรีดเสียงร้องครางอย่างสุดที่จะอดกลั้น ท่อนแขนขาวผ่องโอบแผ่นหลังกว้างเข้ามาใกล้ก่อนจะจิกปลายนิ้วมือลงบนผิวเนื้อหยาบเหยียดเกร็งฝ่าเท้าลงบนพื้นกระเบื้องเจียนคลั่ง ใบหน้าสวยส่ายสะบัดไปมาแล้วจึงแหงยเงยรับจูบพร้อมด้วยการกระหวัดเกี่ยวจากลิ้นชื้นเร่งเร้าสติการรับรู้ให้พร่าเลือนเตลิดไกล ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อไรกันที่จินถอนนิ้วทั้งสามออกจากช่องทางด้านหลังของตนเองแล้วเปลี่ยนเอาท่อนเนื้อแข็งขึงสอดใส่เข้าไปแทน จนกระทั่งมือข้างหนึ่งของร่างสูงออกแรงยกต้นขาเพรียวขึ้นสูงเพื่อเปิดอ้าทางเข้าให้สะดวกยิ่งขึ้นสำหรับการร่วมรัก....

ท่วงท่าของการสอดใส่เปลี่ยนไปตามแต่ใจของอาคานิชิ จินจะชักนำในขณะที่คาเมะทำได้แค่เพียงยินยอมโอนอ่อนไปตามกระแสคลื่นแห่งอารมณ์โดยไม่คิดต้านทาน คนตัวเล็กกว่าหอบถี่กระชั้นปล่อยเสียงกระเส่าแหบหวานอย่างไม่อายทันทีที่แฟนหนุ่มยกร่างระทวยขึ้นแล้วกระดกสะโพกเสียบส่วนกลางลำตัวสวนเข้าไปไม่เบานัก เหมือนว่าทุกเสี้ยวอณูของความโหยหาได้รับการเติมเต็มจนสุขล้นด้วยรักและอ้อมกอดจากคนตรงหน้า ไม่ว่าจะจินจะจับต้องเค้นคลึงหรือกระทำรุนแรงกับส่วนไหนอย่างไร คาเมะก็ยินดีตอบสนองความต้องการให้เขาทุกอย่าง

ถึงแม้ว่ามันจะทั้งเจ็บปวดทรมาน ทั้งอึดอัดคับแน่นจนแทบหายใจไม่ออก หากก็แอบแฝงไว้ด้วยความสุขอย่างลึกล้ำที่บั้นปลาย

เซ็กส์และการร่วมรักระหว่างพวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้แตกต่างจากชีวิตในโลกภายนอก.... บางครั้งก็ขมขื่นจนอยากร้องตะโกนให้สาแก่ใจ บางครั้งก็ชื่นฉ่ำอบอุ่นหัวใจจนอยากหัวเราะยิ้มแย้มตลอดทั้งวัน แม้จะมีหลายเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องท้อถอยหรืออ่อนล้าแต่คาเมะก็เชื่อมั่นและศรัทธาว่าความรักที่ต่างฝ่ายต่างช่วยกันประคับประคองมาตลอดระยะเวลาหลายปี จะนำพาตัวเขาและจินให้ได้พบกับความสุขที่แท้จริงไม่วันใดก็วันหนึ่ง

....................

.............................

เพราะว่าเป็น ‘อาคานิชิ จิน’

‘คาเมะนาชิ คาซึยะ’ คนนี้ถึงได้ยอมเลือกที่จะเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า ขอเพียงแค่สิ่งที่เคยวาดหวังเอาไว้จะไม่เลือนหาย

โดยที่ไม่เคยรู้เลยว่าความพยายามของตนเองนั้นกำลังจะสูญเปล่าด้วยการทรยศหักหลังอย่างที่มิอาจให้อภัยได้ของใครคนหนึ่ง







24 กุมภาพันธ์ 2010
04.45AM


ไฟนีออนจากโตเกียวทาวเวอร์ซึ่งอยู่ห่างจากแมนชั่นแห่งนี้ไปไม่ถึงสามกิโลเมตรสาดสะท้อนเข้าสู่นัยน์ตาสีดำสนิท ทั้งๆที่เป็นทิวทัศน์เดิมที่เคยเห็นจนชินตาทุกครั้งที่ออกมานั่งปลดปล่อยอารมณ์และเรื่องทุกข์กังวลภายนอกระเบียงห้องนอนหากแต่ในค่ำคืนนี้เขากลับรู้สึกไปเองว่ากลุ่มแสงระยิบระยับเหล่านั้นมันช่างสวยงามกว่าทุกคราวที่ผ่านมา.... เพียงความปรารถนาที่จะมุ่งไปให้ถึงจุดหมายปลายทางของความฝันแต่กลับต้องแลกเปลี่ยนมาด้วยความผิดหวังของใครอีกหลายคน เสี้ยวหนึ่งของความคิดพร่ำบอกให้เขาล้มเลิกทุกสิ่งทุกอย่างแล้วลืมข้อเสนอเงื่อนไขที่ได้รับไปเสียให้หมดเพื่อที่จะได้ไม่ต้องมีใครคนใดเจ็บปวด แต่กระนั้น ความทะเยอทะยานอยากโดดเด่น อยากเป็นเหมือนแสงไฟสีทองทอประกายสว่างท่ามกลางความมืดมิดที่ทุกคนต้องเหลียวมองด้วยความหลงใหลชื่นชมก็ยังไม่เลือนหายไปจากใจ

เส้นทางชีวิตสองสายแยกห่างออกจากกันอย่างที่ไม่สามารถคาดเดาหยั่งรู้ว่ามันจะหวนกลับมาบรรจบเมื่อไร หรืออาจจะไม่มีวันที่ทุกอย่างย้อนคืนมาเหมือนเดิมอีกเลยก็เป็นได้

ภายในสามัญสำนึกของมนุษย์ทุกคนย่อมเจือปนเอาไว้ด้วยความเห็นแก่ตัวและย่อมต้องพยายามเลือกสรรแต่สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตน ให้ความสำคัญกับเรื่องที่อยู่ใกล้ตัวเป็นอันดับแรก.... แต่ทว่า มันก็เป็นเพียงข้ออ้างที่ฟังดูสวยหรูสำหรับการหาความชอบธรรมให้กับตนเอง เพราะคงไม่มีใครคนไหนบนโลกนี้ที่จะทนมองคนที่เรารักโศกเศร้าเสียใจ ในขณะที่ตัวเองหัวเราะร่าเหยียบย่ำจิตใจของพวกเขาเหล่านั้นไปโดยที่ไม่รู้สึกสะทกสะท้าน

ไม่สามารถอยู่กึ่งกลาง ไม่สามารถเลือกทางใดทางไหนโดยไม่สร้างบาดแผลให้แก่ฝ่ายที่จำต้องถูกทอดทิ้งหรือเสียสละ

หนทางที่จะยุติ อย่างไรก็ต้องมีคนเจ็บ.... ไม่หนึ่ง ก็ห้า หรือสุดท้ายแล้วก็อาจต้องเจ็บด้วยกันทั้งหมด

แม้กระทั่งตัวเขาก็ยังไม่รู้คำตอบของถ้อยคำถามที่ติดค้างอยู่ในใจ

ทำไม ‘ความรัก’ และ ‘ความฝัน’ ถึงมักจะสวนทางกันอยู่เสมอ?




“นี่มันยังเดือนกุมภาอยู่เลยนะ หนาวจะแย่ คิดยังไงถึงออกมานั่งติสท์อยู่นอกระเบียงคนเดียวตอนเช้ามืดแบบนี้?”

เสียงเรียกกึ่งเอ่ยถามจากเด็กหนุ่มตัวเล็กในชุดนอนเสื้อเสว็ตเตอร์เนื้อหนากับกางเกงผ้าเจอร์ซีอุ่นสบาย ใบหน้าน่ารักบูดบึ้งเชิดริมฝีปากอย่างที่ทำอยู่เป็นประจำก่อนจะเดินออกมาหาชายคนรักที่ข้างนอกระเบียงห้องนอนท่ามกลางอากาศเย็นจัดด้วยทั้งลมแรงและหมอกน้ำค้างที่เริ่มจับตัวในยามเช้า.... รอยยับบนผ้าปูที่นอนด้านข้างเย็นเยียบบ่งบอกให้คาเมะเข้าใจได้โดยนัยว่าจินนั้นลุกออกมาได้พักใหญ่แล้วทิ้งเขาให้นอนหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่คนเดียวบนเตียงกว้าง หากไม่สะลึมสะลือหันไปคว้าเอาคนข้างกายมากอดด้วยความเคยชินแล้วพบเจอเพียงอากาศอันแสนว่างเปล่า จนป่านนี้คาเมะก็คงไม่ทันรู้สึกตัวว่ามีใครบางคนหนีมานั่งสูบบุหรี่ทำหน้าอมทุกข์บอกบุญไม่รับตามลำพัง บนท้องฟ้ามืดสนิทจนแทบมองไม่เห็นสิ่งใด แสงไฟจากโตเกียวทาวเวอร์ก็ยังคงส่องสว่างเกือบถึงรุ่งเช้าเหมือนกับทุกครั้งที่เฝ้าดูจากระดับความสูงนี้ แล้วจะยังมีเหตุผลอะไรที่สำคัญมากพอจนทำให้จินเลือกที่จะผละจากเขาไปโดยไม่บอกกล่าว

“ไม่มีดาวสักดวง ไม่เห็นจะโรแมนติคเลย...... เอ้านี่ ห่มไว้เสียสิ”

“ขอบใจ”

จินขยี้ก้นบุหรี่กับรั้วกั้นคอนกรีตก่อนจะยื่นมือรับเอาผ้าห่มที่อีกฝ่ายถือติดมาด้วยแล้วจึงคลี่กางออกคลุมทั้งร่างของเขาและคนรักที่หย่อนกายลงนั่งอิงแอบเคียงข้างกัน คาเมะเหลือบมองยังเสี้ยวหน้าหล่อเหลาซึ่งแลดูตึงเครียดและเงียบขรึมจนผิดปกติวิสัย ริมฝีปากสีคล้ำที่ยังคงกรุ่นด้วยกลิ่นไอควันอ่อนจางเม้มแน่นในขณะที่ดวงตาคมคู่นั้นเหม่อมองออกไปไกลจนเกินกว่าที่เขาจะนึกคาดเดา น้ำเสียงแหบหวานจึงเปล่งดังถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง

“นายดูแปลกไปตั้งแต่เมื่อตอนกลับมาแล้ว.... คอนเสิร์ตก็ราบรื่นดีไม่ใช่เหรอ มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือเปล่า หรือว่าทะเลาะกับพวกยามะพี?”

“เปล่า.... ไม่ได้มีปัญหาอะไร คาซึไม่ต้องห่วงฉันนะ”

“ไม่เชื่อหรอก”

ถึงแม้ว่าจะเป็นเมมเบอร์ทีอายุน้อยที่สุดในKAT-TUNแต่ด้วยเพราะอุปนิสัยจริงจังต่อหน้าที่มีความรับผิดชอบสูง ตลอดจนประสบการณ์ในการรักษาภาพพจน์ไอดอลยอดนิยมจึงทำให้คาเมะค่อนข้างละเอียดอ่อนและไวต่อปฏิกิริยาความรู้สึกนึกคิดของผู้คนรอบข้าง แต่จะมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เด็กหนุ่มจะใส่ใจอย่างจริงจังไม่ใช่แค่ตามมารยาททางสังคมหรือเพราะเรื่องงาน และหนึ่งในนั้นก็คืออาคานิชิ จิน คนรักของเขา

“นายน่ะโกหกไม่เก่งมาตั้งแต่ไหนแต่ไร คิดว่าพูดแบบนี้แล้วจะปิดบังฉันได้หรือไง?”

“เราคบกันมาเป็นสิบปีแล้วนะ จิน.... เวลาที่นายกำลังทุกข์ใจ เสียใจ ทำไมฉันจะดูไม่ออก มีปัญหาอะไรก็บอกกันตามตรงสิ ถ้ามันเป็นเรื่องไม่ดี เราสองคนจะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขก่อนที่มันจะสายเกินไป หรือว่าเดี๋ยวนี้นายไม่ไว้ใจฉันแล้ว?”

“ก็แค่เรื่องไร้สาระธรรมดา ฉันไม่อยากทำให้คาซึต้องคิดมากไปด้วย”

“ถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระธรรมดาจริงอย่างที่ว่า แล้วนายจะยอมสละเวลานอนออกมานั่งเสียสมองไปกับอะไรพรรค์นี้น่ะเหรอ.... คิดจะโกหกก็เลือกเอาข้ออ้างที่มันฟังดูเมคเซนส์หน่อยได้ไหม?”

คาเมะยกศีรษะซึ่งอาศัยพิงหัวไหล่หนาขึ้นทันทีที่ได้ยินคำตอบกลบเกลื่อนที่แสนจะไม่แนบเนียน ความสงสัยระคนขุ่นข้องใจยิ่งก่อตัวเป็นรูปร่างชัดเจนเมื่อจินเลือกที่จะแกล้งทำเป็นหัวเราะเฝื่อนพลางคว้าบุหรี่ออกจากกล่องกระดาษสีน้ำตาลทองแล้วจุดสูบเหมือนไม่เห็นว่าตัวเขากำลังจริงจังกับสถานการณ์ตรงหน้ามากแค่ไหน.... ปลายนิ้วเล็กตามดึงเอามวนบุหรี่เซเว่นสตาร์พ้นจากกลีบปากหนาหยักได้รูปไม่ยินยอมให้อีกฝ่ายใช้มันต่างเครื่องมือเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ฝ่ามืออุ่นประคองผิวแก้มสากบีบบังคับให้แหงนเงยขึ้นจนนักร้องหนุ่มหมดทางหนี แต่กระนั้นแล้ว ก็ยังมีเพียงผืนอกหนาที่กระเพื่อมไหวด้วยแรงถอนหายใจหนักกับดวงตาคมปลายซึ่งพยายามเสมองไปทางอื่นและความเงียบงันส่งผ่านกลับมาทดแทนคำอธิบายที่คาเมะมาตรว่าจะได้ยิน

“มองตาฉันแล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจของนายออกมา.... อาคานิชิ จิน”

หน่วยตาเรียวรีหรี่ลงเล็กน้อยแปรผกผันกับกระแสเสียงที่เจือเข้มด้วยน้ำหนักของความห่วงใย กังขาและคาดคั้นอย่างเอาแต่ใจ สัมผัสจากผิวเนื้อของคนรักแทบไม่แตกต่างอะไรเลยกับเปลวไฟที่เผาไหม้ก้อนเนื้อภายในหน้าอกข้างซ้ายของชายหนุ่มให้กลายเป็นจุล ลมหายใจที่ลอดผ่านเข้า-ออกนั้นร้อนระอุยามเมื่อประโยคคำพูดบางคำกำลังเคลื่อนออกจากหัวใจแล่นขึ้นสู่หัวสมองและหลั่งไหลพร่างพรูมาทางช่องลำคอ.... แม้ข้างในห้วงความคิดอันแสนสับสนว้าวุ่นจะพยายามย้ำเตือนบอกว่านี่ไม่ใช่การหักหาญทำร้ายจิตใจของใคร หากแต่เป็นการซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตนเอง แต่สุดท้ายแล้ว อาคานิชิ จินก็ไม่กล้าแม้แต่จะสบมองลูกแก้วสีน้ำตาลใสคู่นั้นทั้งที่คิดว่าตนเองกำลังทำในสิ่งที่ถูกที่ควร

“........ฉัน.......จะไปแอลเอ.......”

“ฉันตัดสินใจจะไปเปิดไลฟ์คอนเสิร์ตที่อเมริกาตอนเดือนหก ถ้าคนที่นั่นให้การตอบรับดีก็อาจจะเดบิวท์ในฐานะศิลปินเดี่ยว คงจะออกทัวร์เอเชียร่วมกับKAT-TUNเหมือนอย่างที่เราเคยคุยกันไว้ไม่ได้อีกแล้ว”

“..........!!!!!????...........”

แขนทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มตกลงข้างลำตัว ร่างเล็กผงะถอยออกมาชะงักค้างทันทีที่ทุกถ้อยคำที่เปล่งผ่านน้ำเสียงทุ้มถูกแปลความหมายตามกระบวนการรับรู้ของสมอง ข้างในหัวอื้ออึงมึนชาเหมือนโดนท่อนไม้หรือก้อนหินขนาดใหญ่ทุบถองลงมาบนท้ายทอยอย่างจัง สัญญาณชีพจรของเขาคล้ายกับจะหยุดเต้นเช่นเดียวกับประสาทส่วนการมองเห็นซึ่งพร่าเลือนกะทันหัน ก่อนที่อาการเจ็บร้าวอันมีต้นกำเนิดมาจากหัวใจจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างส่งผลให้ก้อนประหลาดเหนียวแข็งรสชาติขมระคายแล่นไหลขึ้นมาจุกอยู่ในช่องคอจนคาเมะรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังสำลักอะไรบางอย่าง

“ดะ....เดี๋ยวก่อน.......นาย......กำลังล้อฉันเล่น.....ใช่ไหม........?”

“นี่มันไม่ตลกเลยนะ จิน........ไม่ตลกเลยสักนิดเดียว........”

กระบอกตาร้อนผ่าวแดงก่ำหากหยดน้ำตานั้นยังคงเหือดแห้งเพราะถูกข่มระงับเก็บกลั้นอย่างยากเย็น อาการปวดปลาบทรมานในอกยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นขณะก้อนสะอื้นในหลอดลมดันตัวสูงยามเมื่อคาเมะเค้นน้ำเสียงแหบพร่าเอ่ยถามด้วยความหวังว่าทั้งหมดทั้งมวลที่ได้ยินนั้นจะเป็นเพียงแค่ความฝันหรือเรื่องล้อเล่น.... ร่างเล็กพยายามพร่ำบอกกับตัวเองซ้ำเล่าซ้ำเล่าว่ามันไม่ใช่ความจริง หากแต่เป็นเรื่องโกหกร้ายกาจของคนที่ชอบทำตัวเหมือนเป็นเด็กไม่รู้จักโต ซึ่งอีกไม่นานก็คงหัวเราะชอบใจที่สามารถกลั่นแกล้งเขาได้สำเร็จ แต่ทว่า สิ่งที่วาดหวังนั้นก็กลับสัมฤทธิ์ผลในทางตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง

“ฉันรู้ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากแค่ไหนที่ตัดสินใจลงไปแบบนี้ แต่เพราะมันคือความฝันของฉัน......เป็นความฝันที่ฉันเฝ้าคิดถึงมันมาตลอดทั้งชีวิต เมื่อโอกาสเพียงครั้งเดียวนั้นลอยมาถึงมือแล้ว ฉันก็จำเป็นที่จะต้องคว้ามันเอาไว้ให้ได้ ไม่ว่าจะต้องสูญเสียอะไรอย่างอื่นไปบ้างก็ตาม..........”

“คำขอโทษอาจจะไม่ช่วยให้มีอะไรดีขึ้นมา แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าจะชดเชยให้กับความผิดครั้งนี้ได้ยังไง.......ทั้งเรื่องของKAT-TUN ทั้งคำสัญญาที่ฉันเคยให้เอาไว้กับนาย..........”

“ขอโทษนะ คาซึ.............”


คำพูดสุดท้ายที่ดังก้องในโสตประสาทซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งยามเช้าของวันใหม่มาถึงก็คือ ‘ขอโทษ...........’

ชีวิตอันแสนสุขหลังผ่านพ้นอุปสรรคและความทุกข์กลับกลายเป็นแค่เรื่องเพ้อเจ้อของคนที่ยึดมั่นถือมั่นกับความรักที่ไม่เคยมีอยู่จริง

โลกทั้งใบของเขาแตกสลายลงทันทีที่รู้ว่าทางเลือกสำหรับอาคานิชิ จินนั้นคือความฝัน ไม่ใช่ความรัก

ราวกับท้องฟ้าเบื้องบนกำลังร่วงหล่นลงมาทับร่างกายนี้ให้แหลกเหลว

ทรมาน.... จนแทบไม่อยากหายใจ



Even if the sky fall down….



To be continue on N.M.P.

 

Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:39 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY