ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 181
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,006,954
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
7 มีนาคม 2564
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
 
10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30  31       
             
  Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
[FICTION]Break The Record~Behind the scene~
[26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1900 คน
3rd Track : 1582


(Before the Dome Tour……..)




見果てぬ地に向かう瞳は 何を映し出して行くの?
どうかどうか私を その手でつかんでいて

ดวงตาซึ่งมุ่งตรงไปยังดินแดนอันปราศจากจุดสิ้นสุด
กำลังสะท้อนสิ่งใดกลับมา?
ได้โปรดโอบกอดฉันเอาไว้ด้วยมือคู่นั้น

共に刻む針たちに 奥の方を噛みしめて
ずっとずっと醒めぬよに 胸に手を当て願う
愛を….

ยามเมื่อเข็มนาฬิกำลังหมุนวน
หนทางภายในห้วงภวังค์ความคิดได้ถูกพิเคราะห์
ประสานมือวางบนอกพลางสวดอธิษฐานวิงวอนด้วยความรัก
ไม่ปรารถนาที่จะตื่นขึ้นจากนิทราอันเป็นนิรันดรอีกต่อไป




สะโพกอวบอิ่มภายใต้กางเกงขาสามส่วนผ้ามันสีดำสะบัดพริ้วไปตามท่วงทำนองเพลงอันเร่าร้อน ทุกอิริยาบถการเคลื่อนไหวถูกจับจ้องผ่านนัยน์ตาคมซึ่งแสร้งทำเหมือนว่าไม่ได้สนใจอยากมองร่างเล็กที่กำลังขะมักเขม้นอยู่กับการซ้อมเตรียมขึ้นคอนเสิรต์ในช่วงเพลงโซโล่ของตัวเอง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเขาลอบสังเกตอยู่แทบตลอดเวลาราวกับไม่อยากให้คลาดสายตาไปแม้เพียงเสี้ยววินาที....

ลำคอแห้งผากเสียจนชายหนุ่มต้องกลืนน้ำลายครั้งแล้วครั้งเล่าในขณะที่บั้นเอวขนาดพอเหมาะสำหรับโอบกอดโยกขยับคล้ายยั่วยวน ผืนผ้าสีแดงซึ่งเจ้าตัวนำมาหุ่มคลุมไว้เพื่อความเคยชินก่อนถึงวันแสดงจริงไม่ต่างจากสีสันของเปลวเพลิงที่โหมลุกมอดไหม้จนข้างในอกร้อนแผ่วผ่าว ความรู้สึกเคลิบเคลิ้มเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝันครอบงำสติสัมปชัญญะทุกส่วนให้มึนชา จนกระทั่งเสียงเรียกของใครคนหนึ่งปลุกเขาให้ตื่นจากภวังค์ทั้งที่ไม่เต็มใจ

“ไอ้จิน.... แกกำลังคิดเหมือนอย่างที่ฉันคิดอยู่ใช่ไหม?”

“คิดว่าอะไร?”

ผู้ถูกเรียกชื่อเหลือบสายตามองไปยังเก้าอี้ว่างด้านข้างซึ่งเมื่อครู่นี้ยังว่างเปล่า แต่ในขณะนี้กลับมีเพื่อนหน้าเหลี่ยมมานั่งขนาบข้างร่วมขบวนการส่องลูกเต่า.... คิ้วหนาขมวดมุ่นด้วยความสงสัยก่อนจะย้อนถามขอความกระจ่าง อดีตมนุษย์โล้นที่ผมเพิ่งยาวโผล่พ้นหนังศีรษะเกินสองข้อนิ้วเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีได้ไม่นานยิ้มกริ่มแล้วจึงหันมาบอกเขาด้วยน้ำเสียงน่าเกลียดฟังดูลับๆล่อๆเหมือนว่าจะชวนเขาไปร่วมวางแผนปล้นธนาคารอย่างไรก็อย่างนั้น

“คิดว่าคาเมะยิ่งโตยิ่งสาวว่ะ... ทั้งขาว ทั้งอึ๋ม สเป็คแกเลย”

“ห๊ะ!!~??”

อาคานิชิ จินอุทานเสียงขึ้นจมูกแทบสำลักอากาศข้างในปอดเมื่อได้ยินคำพูดพาดพิงถึงน้องเล็กของKAT-TUNจากปากโคคิ แต่อีกฝ่ายก็ยังคงพูดต่อทั้งสีหน้ากรุ้มกริ่มพิลึกชนิดไม่เกรงใจว่าคนฟังจะรู้สึกอย่างไร

“เมื่อก่อนน่ะผอมแห้งแรงน้อยไปหน่อย กอดไม่นุ่มมือเลย ต้องอย่างนี้สิถึงจะน่าฟัด ว่าไหม.... อย่าบอกนะว่านายไม่ได้สังเกตอะไรแฟนตัวเองเลย?”

“แต่ไอ้ที่เคยผอมแห้งแรงน้อย ก็ทำให้ใครบางคนแถวๆนี้หลงหัวปักหัวปำได้ก็แล้วกัน”

บทสนทนาถูกแทรกขึ้นโดยเจ้าของร่างสูงโย่งซึ่งทั้งหน้าและมือยังคงง่วนอยู่กับเครื่องNintendo DSสีขาว แต่สามารถแยกสมาธิออกเป็นสองส่วนสำหรับเล่นเกมส์กดและสอดรู้สอดเห็นเรื่องของชาวบ้านได้ในเวลาเดียวกัน เสียงหัวเราะในลำคอของเจ้ายีราฟสายพันธุ์กันดั้มขณะใช้ปากเหวี่ยงแหพาดพิงถึงใครอีกคนที่ได้แต่นั่งฟังตาปริบๆก็ดูน่าเกลียดไม่น้อยไปกว่าท่าทางของโคคิเลย... แรปเปอร์หนุ่มลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางถอดหมวกGucciทรงขอทานออกโบกไหวเป็นเชิงตำหนิขณะก้าวเข้าไปหาทางุจิ จุนโนะสุเกะอย่างเอาเรื่อง คิ้วที่ถูกกันให้เข้ารูปจนโก่งเหมือนสะพานกดลงต่ำขณะที่เจ้าตัวนั้นกระดิ้กนิ้วมือส่ายไปมาเหมือนจะบอกว่าสิ่งที่จุนโนะพูดนั้นผิดถนัด

“เงียบเลย ไอ้ตี๋ อย่างแกมันจะไปรู้อะไร.... เอวอวบๆนุ่มๆมันก็ต้องเร้าอารมณ์กว่ากระดูกแห้งๆอยู่แล้ว”

“งั้นเหรอ.... แต่คาเมะจะอวบหรือจะแห้ง ฉันก็เห็นอาคานิชิหน้ามืดจะลากเข้าห้องน้ำทุกทีนั่นละ” หนุ่มตาตี่ยิ้มกริ่มต่อปากต่อคำทั้งที่ยังไม่ละสายตาออกจากหน้าจอเครื่องวิดีโอเกมส์แบบพกพา ริมฝีปากบางเฉียบได้รูปยกยิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะแกล้งซักต่อเหมือนอยากรู้เสียเต็มประดา

“ว่าแต่ทำไมอยู่ดีๆนายถึงทำท่าเหมือนสนใจคาเมะขึ้นมาล่ะ หรือว่าคิดจะแย่งมาจากเจ้าของเดิม?”

“อย่าปากดีเพื่อนตี๋.... เชิญอยู่กับคุณป้าสาวสองพันปีของแกไปเถอะ คาเมะมันยังสาวสวยเต่งตึง ไม่หย่อนไม่ยาน จับต้องได้ ลูบคลำได้ แต๊ะอั๋งได้ สมบัติของฉันกับไอ้จินผลัดกันชม โอ๊ย!!!”

แรงกระแทกจากฝ่ามือหนาฟาดลงบนหลังศีรษะที่เคยโล้นเลี่ยนจนชายหน้าเหลี่ยมหน้าคว่ำหัวซุนในชั่วพริบตา โคคิแหกปากร้องโวยวายเสียงหลงเพราะแรงสัมผัสอันไร้ซึ่งความละมุนละไมพลางเหลือบสายตาหันไปมองทางด้านหลังอย่างเข่นเขี้ยวกะว่าจะเอาคืนเจ้าของแรงตบให้สาสม หากกลับต้องห่อไหล่หูลู่เมื่อมีข้างเดียวกันของอาคานิชิ จินกำหลังคอเสื้อของเขา พร้อมทั้งส่งเสียงขู่เข็ญถามอย่างเลือดเย็นทั้งที่ใบหน้าหล่อเหลานั้นยิ้มกว้างขัดกับคำพูดคำจาโดยสิ้นเชิง

“แกว่าของใครกับของใครนะ หือ?” แรงจิกกำจากปลายนิ้วหนักหน่วงเพิ่มขึ้นจนคนผิวคล้ำเข้มต้องนิ่วหน้าขออากาศหายใจ เสียงห้าวตะโกนลั่นแก้ความเข้าใจให้อีกฝ่ายเสียใหม่ชนิดที่ทั้งลิ้นทั้งฟันแทบพันกันนัวเนีย

“แหม.... ล้อเล่นโว้ยยยยย!!!!”

“เออ ทีหน้าทีหลังอย่าล้อเล่นบ่อยนัก ไม่งั้นฉันจะกับนายกล้อนคิ้วทิ้งพร้อมผมที่เพิ่งงอกเลย!!”

“โคตรขี้หวงเลยว่ะ ไม่รู้จะหวงไปไหนนักหนา.....ทีตัวเองหนีไปเที่ยวไนท์คลับกับพวกสาวๆล่ะไม่เห็นนึกถึงใจแฟนบ้างเลย”

หนุ่มหล่อหึงโหดสาปส่งทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นแล้วจึงเดินจากไปพร้อมทั้งขวดน้ำและผ้าขนหนูสำหรับซับเหงื่อ แต่ก็ยังมิวายมีเสียงรบกวนชวนระคายรูหูลอยมากระทบยั่วให้ของขึ้นจนได้.... นัยน์ตาคมกริบพุ่งเป้าไปยังร่างสันทัดพอดีระยะฝ่าเท้าฟาดกลางกระโหลกศีรษะแล้วส่งกระแสจิตจองล้างจองผลาญไปให้ชนิดไม่ปิดบัง แต่อีกฝ่ายกลับวิ่งหนีเอาตัวรอดไปที่อีกมุมห้องหนึ่งพลางทำท่าไม่รู้ไม่ชี้อาศัยลีดเดอร์ของวงเป็นโล่ป้องกันตัว ซึ่งชายหนุ่มก็รู้สึกขี้เกียจเกินกว่าจะเดินตามไปอัดเพื่อนปากมอมให้เข็ดหลาบเสียแล้ว



‘ถ้อยคำเยินยอ ถ้อยคำว่าร้าย.... กลีบปากสีแดงสดนั้น’

‘บาดแผลที่ได้รับการเยียวยา ช่างรู้สึกดีเหลือเกิน.....’

ท่วงทำนองอันเร่าร้อนยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่ร่างบอบบางก็ยังคงกรีดกรายไปมาในขณะที่ดวงตาเรียวรีคู่สวยจ้องมองเงาสะท้อนการเคลื่อนไหวของตนเองผ่านกระจกบานใหญ่ทั้งสี่ทิศทางภายในสตูดิโอสำหรับซ้อมเต้น เส้นผมย้อมสีน้ำตาลเข้มปลิวไสวยามเมื่อท่าทางโยกขยับเร่าร้อนขึ้นตามเสียงเพลงที่เร่งจังหวะ เม็ดเหงื่อผุดพราวบนใบหน้าขาวจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเพราะไอความร้อนภายใต้เสื้อแจ็คเกตติดฮู้ดสีดำ ท่อนขาเรียวเล็กสลับเปลี่ยนทิศทางก้าวเดินตามมูฟเมนท์ที่นักออกแบบท่าเต้นและเจ้าตัวช่วยกันวางเอาไว้ ใบหน้าหวานสวยคมขึ้นมาก ไม่อ่อนเดียงสาซื่อใสเป็นหนุ่มน้อยเหมือนอย่างเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว ทรวดทรงองค์เอวที่เคยผอมแห้งบอบบางก็กลับเต็มตึงกอดแล้วนุ่มมือ.... ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่านานแค่ไหนที่เขาเอาแต่เฝ้ามองอยู่แบบนั้น แต่สิ่งเดียวที่สัมผัสได้ท่ามกลางสติอันรางเลือนก็คือตัวตนและเรือนร่างอันสวยงามน่าหลงใหลของ ‘คาเมะนาชิ คาซึยะ’

อาจเป็นเพราะความใกล้ชิดและอยู่ด้วยกันมากเกินไปจนเคยชินหรือเพราะความไม่ละเอียดอ่อนกับเรื่องเล็กๆน้อยๆของเขาเอง ถึงได้ไม่รู้ว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งปีที่ผ่านมานี้คาซึยะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

......และมันก็ทำให้อาคานิชิ จินสำนึกได้ว่าตัวเองละเลยหน้าที่ของ ‘คนรัก’ ไปมากแค่ไหน?......


.


.


“ขอบใจมากทุกคน ยังไงช่วงนี้ก็เหนื่อยกันหน่อยนะ”

“พรุ่งนี้กลับมาเจอกันที่นี่ตอนสี่โมงเย็น จะมีฟิตติ้งเสื้อผ้าแล้วก็ซ้อมเปลี่ยนชุดด้วย อย่ามาสายล่ะ.... โดยเฉพาะนากามารุคุง”

อิมาเอดะซัง โปรดิวเซอร์ฝีมือฉกาจที่ร่วมงานกันมานานมากพอที่จะรู้จักนิสัยใจคอของพวกเขาทุกคนจนทะลุปรุโปร่งคาดโทษพี่ใหญ่ของวงเอาไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะสั่งแยกย้ายกัน เสียงเอะอะเอ็ดตะโรจึงดังขึ้นทดแทนความเงียบระหว่างการประชุมกำหนดแผนงานครั้งสุดท้ายก่อนซ้อมตามSet Listจริง บ้างก็นัดหมายกันไปดื่มต่อ บ้างก็เพียงแค่เอ่ยลาตามมารยาทแล้วรีบออกไปขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายของวัน อันเป็นกิจวัตรซึ่งต้องดำเนินต่อไปอีกกว่าสองเดือนข้างหน้าจนกระทั่งการแสดงทุกรอบจะสิ้นสุดลงพร้อมสถิติสูงสุดในการใช้โตเกียวโดม

“เฮ้อ.... เหนื่อยจัง ปวดขาปวดหลังปวดไหล่ไปหมดเลย อยากเข้าสปา อยากไปนวด”

อาศัยช่วงจังหวะที่ช่างภาพพิเศษสำหรับถ่ายทำPhotobookซึ่งมีกำหนดวางตลาดหลังจบทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อนกำลังง่วนอยู่กับการถ่ายภาพหน้าเจื่อนๆของนากามารุ ศีรษะเล็กของคาซึยะก็เอนซบลงมาบนไหล่กว้างของชายคนรักทันทีระหว่างเดินกลับออกไปยังลานจอดรถด้วยกัน กลิ่นแชมพูอ่อนๆซึ่งยังหลงเหลือติดอยู่บนเส้นผมนุ่มสลวยทำให้หัวใจเต้นโดยไม่ทันระวัง.... ครั้นเมื่อก้มหน้าลงก็พลันเห็นดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องมองสบนัยน์ตาของตนเอง แล้วก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ร่างสูงรู้สึกว่าตนเองคลับคล้ายเหมือนสูญเสียการควบคุมสติสัมปชัญญะทั้งที่ไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อน ส่งผลให้หน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นสีเลือดฝาดเพียงเพราะอยู่ใกล้ชิดอีกฝ่าย

“หิวแล้ว กลับกันเถอะ”

“อะ....อืม อยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?”

จินแกล้งเบือนหน้าเสหลบไปอีกทางพยายามซ่อนสีหน้าเขินกระดากประหลาดๆของตนเองให้พ้นจากสายตาของคนตัวเล็ก แต่เสียงแหบห้าวเจ้ากรรมที่เปล่งออกมาจากคอก็กลับตะกุกตะกักขึ้นมาเสียเฉยๆจนชายหนุ่มเกรงว่าคาซึยะจะผิดสังเกตแล้วจับได้ไล่ทันว่าเขาเผลอคิดอกุศลขึ้นมาระหว่างที่เจ้าตัวกำลังซ้อมเพลง1582ของตัวเอง ยังโชคดีที่คาซึยะไม่ได้ใส่ใจ หากกลับฉวยกุญแจรถมาจากมือหนาแล้วเดินนำหน้าเขาไปกดปุ่มเปิดระบบล๊อคอัตโนมัติก่อนจะทิ้งร่างลงไปบนเบาะที่นั่งข้างคนขับรอให้สารถีหนุ่มส่วนตัวมาประจำการ

“ไม่ล่ะ เดี๋ยวค่อยแวะซื้อโอเบนโตะกับขนมที่คอมบินี่แถวนี้ก็ได้ กินอะไรง่ายๆก็พอแล้ว จะได้รีบกลับไปนอน”




“ถึงแล้ว คาซึ.... จะเอาอะไรบ้าง?”

เสียงเพลงอาร์แอนด์บีติดสำเนียงอเมริกันรื่นหูภายในห้องโดยสารยังคงดังแผ่วในขณะที่เจ้าของรถแวนสีขาวหมุนพวงมาลัยบังคับล้อทั้งสี่ให้จอดเทียบนิ่งสนิทบริเวณริมฟุตบาทด้านหน้าร้านสะดวกซื้อไม่ห่างจากสตูดิโอมากนัก ท่อนแขนแกร่งคว้ากระเป๋าหิ้วที่ถูกเหวี่ยงไปไว้เบาะหลังแล้วควานหากระเป๋าสตางค์แบรนด์เนมพลางเอ่ยถามถึงความต้องการของคนข้างตัวแต่กลับไม่มีเสียงสัญญาณตอบรับ คิ้วหนาได้รูปกระตุกขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเหลียวหันไปมองยังต้นตอของความสงสัย

“............คาซึ?”

ร่างเล็กซึ่งนอนชันเข่าขอตัวกลมกอดกระเป๋าสะพายแน่นิ่งไม่นำพาต่อสิ่งรบกวนใดๆทั้งสิ้นแม้ว่าอาคานิชิ จินจะพยายามส่งเสียงเรียกชื่ออีกหลายต่อหลายครั้งก็ตาม จนกระทั่งชายหนุ่มตัดสินใจปลดเข็มขัดนิรภัยออกแล้วชะโงกข้ามเกียร์ไปเพื่อปลุกไอดอลหน้าหวานให้ตื่นขึ้น หากก็ต้องสะดุดชะงักให้กับบางสิ่งบางอย่างซึ่งกระทบกระเทือนจิตใจของเขาอย่างจัง

กลีบปากสีสดเผยอเล็กน้อยยามเมื่อร่างอันอ่อนระโหยกำลังตกอยู่ในภวังค์แห่งการนิทรา หน่วยตาเรียวคู่สวยปรากฏรอยคล้ำจางเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ก็ไม่ทำให้ความอวมอิ่มของผิวแก้มขาวลดทอนความน่ามองลงไปได้เลยสักนิด.... ปลายจมูกโด่งเป็นสันกดแนบลงบนพวงเนื้อเต็มตึงสูดเอากลิ่นอายหอมละมุนเข้าหล่อเลี้ยงร่างกาย ริมฝีปากหนาหยักแสนซุกซนเรื่อยไล้ตามซอกคอระหงอย่างย่ามใจและยิ่งนึกสนุกมากขึ้นเมื่อคนซึ่งกำลังหลับใหลไม่ได้สติคลี่ยิ้มส่งเสียงหัวเราะในลำคอเหมือนชอบใจพลางขยับกายเข้าหาราวกับวอนขอให้เขากกกอดตนเองให้แนบแน่นกว่าที่เป็นอยู่ ก่อนที่ปลายลิ้นอุ่นจะเกี่ยวกระหวัดเข้าหากันทั้งนุ่มนวล ลึกซึ้งและละเมียดละไมโดยที่เด็กหนุ่มก็ตอบรับการรุกล้ำยามเผลอไผลเป็นอย่างดีด้วยความคุ้นชิน

“.............จิน”

“หืมม์?”

“ฉันเมื่อยขา.... อยากไปนวดจังเลย”

“ดึกป่านนี้แล้ว ไม่มีสปาที่ไหนเปิดแล้วมั้ง เอาไว้พรุ่งนี้ตอนสายๆฉันค่อยพาไปนะ”

เสียงครางเครือเป็นชื่อของตนเองเรียกร่างสูงให้ละความสนใจจากการคลอเคลียซุกไซ้หอมข้างแก้มใสหลังผ่านจูบดื่มด่ำเร่าร้อนแล้วถอยห่างออกมาไม่ไกลนัก.... ทั้งที่คิดว่าคาซึยะนั้นมีสติรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าครบถ้วน แต่ทว่า ดวงตาคู่สวยก็ยังคงหลับพริ้มปิดสนิทอยู่เช่นเดิม อีกทั้งหัวข้อบทสนทนาซึ่งไม่รู้ว่ามีที่มาที่ไปจากไหนก็ยิ่งทำให้เขางุนงงสงสัยจนเริ่มไม่แน่ใจว่ากำลังพูดคุยตอบโต้อยู่กับคนนอนละเมอหรือว่าอย่างไรกันแน่

“ไม่เอา.... ฉันปวดขา ทนไม่ไหวแล้ว”

“อย่างอแงสิคาซึ”

เสียงทุ้มห้วนเอ่ยปรามเบาๆยามเมื่อเด็กดื้อของเขาเริ่มจะโยเยอย่างไร้เหตุผลในขณะที่ยังหลับอยู่ด้วยซ้ำ ข้อนิ้วใหญ่ดีดเข้าที่ปลายจมูกโด่งเชิดของเต่าน้อยจอมเกเรแกล้งให้เจ้าตัวเล็กทำหน้ามุ่ยอย่างขัดอกขัดใจ แลดูน่ารักน่าชังไม่หยอก…. อุปกรณ์สื่อสารที่เหน็บไว้ในกระเป๋าหลังกางเกงยีนถูกใช้บันทึกภาพการเคลื่อนไหวระหว่างที่คาซึยะกำลังร้องงุ้งงิ้งเวลาโดนกวนใจเหมือนเจ้าเจลลี่ลูกหมาตัวใหม่ที่เพิ่งไปซื้อด้วยกันมาไม่มีผิด ชายหนุ่มอมยิ้มขำพลางจ่อเลนส์กล้องโทรศัพท์เอาไว้เผื่อเก็บเอาไว้ใช้ล้อเลียนอีกฝ่าย แต่นัยน์ตาคมประดับรอยแต้มสีดำด้านขวาล่างก็พลันต้องเบิกกว้างขึ้นเมื่ออยู่ๆเจ้าชายนิทราก็แยกท่อนขาทั้งสองข้างออกกว้างแล้วถือวิสาสะฉวยมือข้างหนึ่งของเขาแตะลงบนด้านหลังโคนขาอ่อน ขณะส่งเสียงชวนวาบหวามกระซิบสั่งอย่างเอาแต่ใจ

“ถ้าอย่างนั้น จินก็นวดให้หน่อยสิ”

“ชอบมือของจิน......เวลาจับตรงนี้..........”

ฝ่ามือใหญ่เคลื่อนเข้าใกล้ส่วนกลางลำตัวหากแต่เฉียดฉิวหมิ่นเม่ไปมายามเมื่อคาซึยะบังคับสัมผัสกดหนักๆให้มาหยุดอยู่ตรงหน้าขาเพรียวผอม น้ำเสียงออดอ้อนน่าเอ็นดูผิดกับเวลาตื่นทำเอาก้อนเนื้อภายในอกด้านซ้ายของเขาเต้นไม่เป็นส่ำ นึกสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าวันนี้เขาจะต้องใจหายใจคว่ำเพราะคนรักอีกสักกี่ครั้งกัน

“อืม......อุ่นดีจัง”

ลำคอเหนียวฝืดชุ่มชื้นขึ้นได้บ้างเมื่อร่างหนากลืนน้ำลายลงไป ใบหน้าสวยคมคายระบายรอยยิ้มหวานตราตรึงทั้งที่ยังไม่ยอมละวางความอบอุ่นให้เคลื่อนคล้อยห่างไป อาคานิชิ จินปล่อยให้คนตัวเล็กทำตามใจชอบต่ออีกครู่ใหญ่พลางเฝ้าสังเกตคนรักด้วยสีหน้าท่าทางซึ่งบ่งบอกถึงความสบายใจที่สุดในช่วงระยะเวลาหลายวันที่ผ่านมา ถึงแม้จะไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อยนักเพราะตารางงานซึ่งไม่ตรงกันยกเว้นวันที่มีซ้อมขึ้นคอนเสิร์ต แต่คาซึยะก็ไม่เคยตัดพ้อต่อว่าหรือออกอาการน้อยใจให้เขาต้องเหนื่อยตามงอนง้ออีก ซึ่งก็ดีอยู่เหมือนกันที่เจ้าตัวเล็กจะรู้จักเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นผู้ใหญ่ขึ้น

แต่ทว่า....

“.............จิน.....ไม่ค่อยมาหาเลย........”

“ฉัน.........คิดถึงนะ.......รู้ไหม?”





‘จิน.... นายน่ะหัดดูแลคาเมะให้มันดีๆเสียบ้างสิ!!!’

‘คาเมะน่ะโตแต่ตัว นิสัยใจคอจะผ่านไปกี่ปีๆก็ยังเป็นเด็กสำหรับนายอยู่เหมือนเดิม แล้วเขาก็ไม่เคยคิดมีใครนอกจากนาย.... อย่ามัวหวังให้คาเมะต้องยอมเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างรวมไปถึงนิสัยใจคอเพื่อคนรักห่วยๆอย่างนายเพียงฝ่ายเดียวเลย ถ้านายไม่คิดจะสนใจใยดีหรือแคร์ความรู้สึกของเขาแล้วล่ะก็ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะคบกันหรอกนะ’

....................

..............................

ที่อุเอดะเคยพูดเอาไว้เมื่อตอนนั้นมันก็ถูก....

ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคงเอาใจใส่คาซึยะน้อยจนเกินไปจริงๆ



+++ Break The Record +++



支配される 指先まで

狂おしほど 痺れて

頭の中 壊れてゆく

私は今 なぜ? どこ?


ตกอยู่ใต้อาณัติ จวบจนกระทั่งปลายนิ้ว

งุนงงสิ้นสติสัมปชัญญะ

ภายในศีรษะกำลังแตกสลายแหลกละเอียดเป็นจุล

ตัวฉันในเวลานี้กำลังอยู่ที่ไหน? และทำไม?




กลิ่นน้ำมันอโรม่าบนเตาเซรามิคลอยกระทบประสาทส่วนการรับกลิ่นส่งผลให้คันตัวเล็กบนเตียงนอนต้องกดหัวคิ้วเข้าหากัน ความไม่คุ้นเคยกับระดับความสว่างของหลอดไฟบนเพดานสร้างความหงุดหงิดรำคาญให้แก่นักร้องหน้าหวานแห่งKAT-TUNได้มากพอควร ร่างบางพลิกกระสับกระส่ายไปมาอยู่ชั่วขณะหนึ่งก่อนที่แพขนตายาวงอนจะกระพริบเปิดขึ้นได้ทั้งหมดโดยไม่มีอาการระคายเคือง....

หากด้วยสภาพของเตียงนอนนุ่มฟูปูทับด้วยผ้าคลุมลายพร้อย ตลอดจนกำแพงติดวอลเปเปอร์ลายดอกไม้ หรือฝ้าเพดานสีหวานประดับแชนเดอเลียหรูหราผิดที่ผิดทางกลับเร่งเร้าให้คาเมะนาชิ คาซึยะต้องดีดตัวลุกขึ้นทันควัน ดวงตาเรียวรีเบิกโพลงเลิ่กลั่กพลางเหลียวมองไปรอบๆด้านอย่างตื่นตระหนก กระจกเงาบานมหึมาซึ่งถูกติดเอาไว้ทั่วทุกสี่มุมเช่นเดียวกับแดนซ์สตูดิโอกำลังสะท้อนภาพใบหน้าขาวซีดเผือดของเขากลับมาให้เห็น แต่ผิดกันอย่างมหันต์ด้วยสถานการณ์และอุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้.... ไม่ว่าจะเพ่งมองอย่างไร ห้องสี่เหลี่ยมขนาดไม่กว้างที่ตัวเขาเพิ่งใช้อาศัยงีบหลับไปด้วยความอ่อนเพลียนั้นก็ดูละม้ายคล้ายกับสถานที่ถ่ายทำหนังAVไม่มีผิดเพี้ยน แล้วเสื้อผ้าชุดที่ใส่ซ้อมเต้นก็กลับกลายเป็นเสื้อคลุมอาบน้ำได้อย่างไรก็ไม่รู้

“ที่นี่.... ที่ไหน!!??”

“...........หรือว่า.......เราถูกลักพาตัว!!??”

ท่อนขาเล็กวิ่งพล่านไปทั่วห้องเหมือนหนูติดจั่นเพราะอาการตกใจจนเกินระงับ สติสัมปชัญญะแตกซ่านเหมือนรวงผึ้งที่ถูกตีจนกระเจิงเมื่อนึกคาดเดาไปเองว่าตนเองกำลังตกอยู่ภายใต้เงื้อมมือของโจรเรียกค่าไถ่หรือไม่ก็ฆาตกรใจโหด ชั่วแวบหนึ่งที่คาซึยะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกตัวนั้นเขาผลอยหลับไประหว่างที่รถของชายคนรักเพิ่งแล่นออกจากสตูดิโอได้ไม่นาน หากตอนนี้เขากลับไม่เห็นอาคานิชิ จินเลยแม้แต่เงา....

มือเล็กกระวีกระวาดเปิดตู้แขวนเสื้อ ชั้นวางโทรทัศน์ที่ฉายภาพยนตร์อย่างว่าซ้ำวนไปเวียนมาตลอด24ชั่วโมงหรือแม้กระทั่งก้มลงมุดหาข้างใต้เตียงนอนแต่ก็ยังไม่พบ บนโต๊ะโซฟาหลุยส์ไร้รสนิยมอย่างไม่น่าให้อภัยมีเพียงเสื้อฮู้ดสีม่วงและกางเกงขาสามส่วนย้วยๆพิมพ์ลายสก๊อตสุดเห่ยและหมวกแก๊ปChuppaวางกองเอาไว้รวมกับเสื้อผ้าเดิมของตนเอง แต่กลับปราศจากซึ่งวี่แววของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของ
หรือว่าจินจะถูกฆ่าตายไปแล้ว!!??

“มะ.....ไม่นะ..........จิน........”

ยิ่งนึกถึงหนังฮอลลีวูดที่เพิ่งเช่าแผ่นDVDมาดูเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนก็ยิ่งหวาดกลัว เนื้อหาภายในภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องของสามี-ภรรยาซึ่งขับรถมาพักในโมเต็ลข้างทางก่อนจะพบเจอกับฆาตกรโรคจิตนั้นช่างคล้ายคลึงกับชะตากรรมของเขาในเวลานี้เหลือเกิน.... เสียงน้ำจากฝักบัวไหลกระทบพื้นดังลอดออกมาจากบานกระจกฝ้าซึ่งถูกกั้นเอาไว้เป็นห้องอาบน้ำ พาให้ไอดอลหน้าหวานถอยกรูดด้วยความเร็วปานแสงจนแผ่นหลังชิดติดกำแพงฝั่งที่ไกลจากแหล่งกำเนิดเสียงที่สุด ก้อนเนื้อหัวใจเต้นระรัวจนได้ยินเสียงตึกตักดังก้องภายในโสตประสาทอย่างตื่นตระหนกเพียงเพราะห้วงสติการรับรู้นั้นคิดวิเคราะห์แล้วว่าข้อสันนิษฐานของตนเองนั้นถูกต้องเกินกว่าครึ่ง

ในห้องน้ำ.... มีคนอยู่!!!??



“ม่ายยยยยยย!!!! อย่าเข้ามานะ!!!!!!!!!!!!!”

คาซึยะหวีดร้องเสียงหลงทันทีที่เงาตะคุ่มคืบคลานเข้ามาใกล้จนเกือบประชิดถึงตนเอง ดวงตาเรียวรีปิดแน่นสนิทพลางยกมือยกเท้าเตรียมออกอาวุธเต็มที่ ในใจนั้นคิดเพียงแค่ว่าถ้าหากจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น ก็ขอยอมตายสู้ถวายชีวิตดีกว่าจะต้องถูกฆ่าข่มขืนเป็นศพนอนอืดขึ้นหนังสือพิมพ์หน้าหนึ่งให้ชาวบ้านเก็บเอาไปนินทาสามวันเจ็ดวันไม่จบไม่สิ้น.... หากท่าทางกางหมัดกางศอกที่ยกค้างเอาไว้ก็ต้องเปลี่ยนเป็นยู่หน้าแทนเมื่อแรงนิ้วของใครบางคนดีดเพียะลงกลางหน้าผากของตัวเองพอดิบพอดีก่อนที่เสียงหัวเราะล้อเลียนอันสุดแสนคุ้นหูจะดังขึ้น

“อ้าว.... คาซึ ตื่นแล้วเหรอ?”

“................จิน!!??”

หนุ่มน้อยไอดอลเบิกตากว้างด้วยอาการตกใจเหมือนถูกผีหลอกพลางหลุดปากอุทานเป็นชื่อของไอ้อ้วนบ้าเจ้าของแรงดีดที่ทำเอาหน้าผากของเขาปวดหนึบค้างไปห้าวินาที ใบหน้าขาวซีดจัด เหงื่อกาฬไหลท่วมเหมือนคนเป็นตระคริวแลดูชวนขำขันไม่หยอกจนอาคานิชิ จินยิ่งหัวเราะพรืดก่อนที่จะปั้นสีหน้าหล่อใสใจดีเหมือนคุณครูโรงเรียนอนุบาลแล้วเข้ามากอดปลอบคาซึยะด้วยน้ำเสียงปัญญาอ่อนสิ้นดี
“โอ๋.... ฝันร้ายเหรอ ไม่เป็นไรนะ ฉันอยู่นี่แล้ว” มือหนาลูบแผ่นหลังเนียนช้าๆขณะจับเอาศีรษะเล็กของคนรักให้มาซุกซบผืนอกกว้างซึ่งยังเปียกชื้นด้วยน้ำอุ่นจากฝักบัวแสนสบาย กลิ่นครีมอาบน้ำเมนทอลไม่คุ้นจมูกดูคล้ายจะกล่อมร่างบางให้เคลิ้มคล้อยกับอ้อมกอดหลอกเด็กได้เพียงชั่วครู่ชั่วคราว แค่เศษเสี้ยววินาทีถัดมา เสียงตวาดแว้ดระคายเคืองแก้วหูตามแบบฉบับของคาเมะนาชิ คาซึยะก็ตามติดมาเขย่าขวัญสั่นประสาทในทันที

“เล่นอะไรน่ะ จิน.... ที่นี่ที่ไหน!!??”

“ไม่ถามว่าตัวนายเป็นใครด้วยเลยล่ะ จะได้ครบสูตรแบบในละครไง”

“อย่ามาตลก ฉันไม่ขำ.... ที่นี่ที่ไหน!!!!???”

คนตัวเล็กซึ่งเมื่อครู่ยังร้องวี้ดว้ายหลับตาปี๋ด้วยความกลัวกลับลุกขึ้นยืนกอดอกเท้าสะเอวขึ้นเสียงใส่ร่างสูงที่ยังมีแก่ใจยียวนกวนประสาททั้งที่เคียวของ้าวยมทูตกำลังจะฟันฉับเข้ากลางกบาลอยู่รอมร่อ คิ้วโก่งเรียวขมวดชิดจนแทบมาบรรจบกันในขณะที่นัยน์ตาคู่สวยถลึงจ้องมองสีหน้าจืดเจื่อนยิ้มแห้งของคนรักอย่างเอาเรื่อง บ่งบอกให้รู้ว่าปากปล่องภูเขาไฟซึ่งเงียบสงบมานานนั้นถึงคราวที่จะส่งแรงลาวาพลุ่งพล่านออกมาทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า.... นักร้องหนุ่มซึ่งเพิ่งรู้สึกตัวว่าถึงเวลาที่ควรต้องสลดกับการกระทำของตัวเองกลืนน้ำลายเหนียวฝืดลงคออึกใหญ่ขณะสบสายตาร้อนแรง(?)ที่แฟนสาวทอดมองมาให้ ก่อนจะยินยอมสารภาพเสียงอ่อยผิดกับหน้าตาท่าทางระเริงรื่นเมื่อไม่กี่นาทีก่อนลิบลับ

“เลิฟโฮเต็ล............แถวๆชินจูกุ”

“เลิฟโฮเต็ล!!!!!! นายพาฉันเข้าเลิฟโฮเต็ลเนี่ยนะ!!!!??”

ราวกับว่าสายฟ้ากำลังฟาดผ่าลงกลางหม้อแปลงส่งผลให้เกิดเป็นประกายแปลบปลาบแล้วระเบิดตูมในหนเดียว มือเรียวขาวสั่นพั่บแล้วจึงกำหมัดแน่นอย่างพยายามข่มใจไม่ให้ฟาดกระทุ้งลงบนหน้าหล่อๆให้หายแค้นเพราะไม่อยากไปแก้ตัวกับคุณจอห์นนี่และคุณผู้จัดการในภายหลังว่าทำไมพ่อยอดขมองอิ่มขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ถึงได้เสียโฉมมีรอยพังผืดเต่าตะกายเต็มสองแก้ม แต่ทว่า เจ้าตัวต้นเหตุก็หาได้รู้สึกสำเหนียกในความผิดของตนเองไม่ กลีบปากหนาอิ่มคลี่ยิ้มจางแล้วพยักหน้าหงึกหงักชี้แจงเหตุผลอันสุดแสนจะรับไม่ได้

“อืม.... ก็อุปกรณ์มันพร้อมกว่าที่ห้องฉันนี่นา”

“ไอ้ทุเรศ!!!! ไอ้ลามก!!!! ไอ้โรคจิต!!!!!!”

คำด่าเปิงปลิวลอยไปเป็นชุดพร้อมด้วยหมอนหนุน ผ้าห่ม รองเท้าสลิปเปอร์หรืออะไรก็ตามที่คาซึยะพอจะฉวยใช้แทนอาวุธได้ เค้าโครงใบหน้าหวานคมแดงก่ำด้วยอารมณ์โกรธจัดระหว่างที่ริมฝีปากก็ยังพ่นคำผรุสวาทออกมาไม่ได้หยุด ในขณะที่อีกฝ่ายก็ใช้น้ำเย็นเข้าลูบเอ่ยปลอบเอาอกเอาใจเพื่อเป็นการชดเชยความรู้สึกให้

“ใจเย็นน่าคาซึ ไม่เห็นต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่เลย.... ฉันสั่งเซ็ทอาหารมื้อดึกเอาไว้ให้แล้ว นิคุจากะ(เนื้อต้มมันฝรั่ง)กับขนมปังบาเกต์แบบที่นายชอบไง เมื่อกี้นายบอกว่าหิวไม่ใช่เหรอ กินหน่อยนะ”

“ไม่กินโว้ย!!!!!!!!!!”

“นายกล้าทำกับฉันแบบนี้ได้ยังไงกัน มันชักจะล้ำเส้นมากเกินไปแล้วนะ อาคานิชิ!!!??”

คาเมะนาชิ คาซึยะปัดมืออุ่นซึ่งตามมาโอบกอดเคล้าเคลียพะเน้าพะนอออกอย่างไม่ใยดีก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับชายร่างสูงที่ได้แต่เก้ๆกังๆเหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูกเมื่อคนรักกำลังอาละวาดหนักชนิดไม่หวั่นเกรงต่อความต่างทางสรีระร่างกายทั้งๆที่ตัวเองนั้นมินิไซส์กว่าอีกคนไม่ใช่น้อย.... ถึงแม้ว่าคู่อาคาเมะจะทะเลาะกันบ่อยเสียยิ่งกว่าฝนฟ้าคะนอง อีกทั้งงอนกันไม่ได้เว้นแต่ละวัน หากก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่คาซึยะจะขึ้นเสียงมึงมาพาโวยตะคอกกลับใส่เขาด้วยคำพูดก้าวร้าวแบบนี้ ต่อมความหวังดีที่อยากจะเอาใจให้คนรักได้นอนพักสบายๆผ่อนคลายเนื้อตัวพาลหดลีบลง ครั้นอยากจะอธิบายให้แม่เสือสาวได้เข้าใจถึงต้นสายปลายเหตุของการเลี้ยวรถเข้าเลิฟโอเต็ลโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้าก็ดูคลับคล้ายคลับคลาว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว

“คาซึ.... ฉันก็แค่.......”

“ส่งกุญแจรถมา!!!!”

“คาซึ ฟังก่อนสิ ก็นาย.........”

“บอกให้ส่งกุญแจรถมา ฟังภาษาคนไม่เข้าใจหรือไงวะ!!??”

“คาซึ!!!!!”

“พอกันที.... นับตั้งแต่นี้ไปเราจบกัน เอากุญแจมา!!!!!”

เสียงแหลมเล็กประกาศกร้าวแสดงออกถึงขีดจำกัดของความอดทนที่สิ้นสุดลงพร้อมกับคำบอกตัดความสัมพันธ์ครั้งที่หนึ่งร้อยสิบห้าระหว่างจินและคาซึยะ ท่อนแขนเล็กซึ่งแฝงด้วยกล้ามเนื้อพอเหมาะพอเจาะที่เจ้าตัวอุตส่าห์ฟูมฟักบ่มเพาะเตรียมเอาไว้เป็นพิเศษสำหรับละครเวทีในช่วงฤดูร้อนเหวี่ยงสะบัดผลักร่างหนาให้พ้นไปจากรัศมีที่จะเข้ามาแตะเนื้อต้องตัวเขาได้ก่อนจะตรงไปรื้อค้นกองเสื้อผ้าที่จินถอดทิ้งไว้บนโซฟามุมห้องเพื่อหากุญแจรถ...

กลีบปากบางขบเม้มแน่นด้วยความโกรธจัดที่อีกฝ่ายนั้นเที่ยวสรรหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ตนซึ่งเป็นคนรักอย่างไม่รู้จักจบสิ้น ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามแต่ ในฐานะที่เขาเป็นไอดอลขวัญใจประชาชน ถ้าหากมีใครบังเอิญพบเห็นว่านักร้องชื่อดังแอบดอดเข้ามาใช้บริการโรงแรมเฉพาะกิจกับแฟนหนุ่มแล้วจะไม่ให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ได้อย่างไร สำหรับมนุษย์บันเทิงผู้ซึ่งเคยชินกับข่าวฉาวแบบไม่เว้นแต่ละวันอย่าง จินก็คงจะไม่สะท้านสะเทือนอะไรกับScandalซ้ำซาก แต่กับตัวของคาซึยะซึ่งทางค่ายพยายามปลุกปั้นให้มีอิมเมจเป็นเด็กดีของสังคม ถ้าไม่ถูกคุณจอห์นนี่สั่งพักงานก็คงได้ถูกฝูงแร้งนักข่าวรุมทึ้งไปจนตายแน่

และถ้าหากเหตุการณ์อัปยศพวกนั้นเกิดขึ้นกับคาเมะนาชิ คาซึยะเมื่อไรละก็ คนที่จะต้องชดใช้ความผิดด้วยชีวิตก็คืออาคานิชิ จิน!!!


“วะ.......เหวอ!!!!!”

แช่งชักหักกระดูกกันยังไม่ทันขาดคำ เด็กหนุ่มที่กำลังโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงก็ถูกแขนอวบๆล่ำๆของใครบางคนรัดรอบเอวแล้วยกขึ้นสูงจนปลายเท้าเหยียบไม่ถึงพื้น หน้าท้องแบนราบโดนจับพาดบนหัวไหล่กำยำอย่างไม่ระคายต่อแรงดิ้นรนกระหน่ำทุบจากกำปั้นของดารานำละครเวทีบทนักมวยหกสมัยซ้อนและเสียงก่นด่าสารพัดอันสุดแท้จะสมองของคาซึยะจะสรรหาขุดออกมาประณามชายคนรักได้.... หลังจากหัวสั่นหัวคลอนอยู่ครู่ใหญ่เพราะศีรษะกำลังห้อยลงพื้นส่งผลให้เลือดไหลเวียนมากจนเกินไป แผ่นหลังเนียนก็หล่นปุไปนอนพังพาบหมดรูปอยู่บนเตียงคิงไซส์นุ่มฟู และยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้แผลงฤทธิ์ซ้ำรอบสองด้วยข้อหาถูกอาคานิชิ จินล่วงละเมิดทางร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างสูงก็ตามติดขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับถือของบางสิ่งบางอย่างเอาไว้ในมือ

“ถ้าอยากได้กุญแจมากนัก เอากุญแจมือไปก่อนก็แล้วกัน”

“ปล่อยนะ จิน!!! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้!!!!!!”

ถึงแม้จะยื้อจนสุดชีวิต แต่พละกำลังที่แตกต่างกันก็ทำให้คาซึยะต้องพ่ายแพ้ในสงครามยกแรกของค่ำคืนนี้ ยิ่งนึกถึงว่าอีกฝ่ายนั้นมีเพียงแค่ไขมันย้วยๆติดแขนแต่ก็ยังเอาชนะเขาซึ่งขยันเข้าฟิตเนสอบซาวน่าออกกำลังกายไม่ขาดก็ยิ่งโมโหไปกันใหญ่... กุญแจมือติดขนเฟอร์สีชมพูดูเหมือนจะน่ารักล็อคไอดอลหน้าหวานไว้กับโครงหัวเตียงไม่ให้ขยับประทุษร้ายผีหื่นอาคานิชิ ในขณะที่นักร้องหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากสาสมใจเมื่อสามารถจัดการกำราบเจ้าตัวเล็กได้อยู่หมัด ไม่นำพาต่อกระแสอารมณ์เกรี้ยวกราดที่คาซึยะสาดซัดเข้าใส่เลยแม้แต่น้อย

“เป็นบ้าไปแล้วหรือไง.... นายทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะ ปล่อย!!!”

“นายเป็นคนเรียกร้องเองนะ คาซึ”

“พูดชุ่ยๆ ฉันเคยไปเรียกร้องอะไรนายตั้งแต่เมื่อ....ไร.......!!??”

ภาพเคลื่อนไหวพร้อมเสียงที่ถูกบันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์มือถือถูกจ่อในระดับสายตาให้ร่างบางซึ่งเอาแต่ดิ้นพล่านถีบขาได้เห็นชัดว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้างระหว่างที่แล่นรถออกมาจากสตูดิโอจนกระทั่งถึงร้านคอมบินี่ จากแรกเริ่มเดิมทีที่เจ้าของหน้าตาบูดบึ้งพื้นเสียยังม่อยหลับเหมือนลูกแมวเชื่อง ร้องงอแงว่าเมื่อยขาอยากจะไปสปาตอนเกือบห้าทุ่ม จนกระทั่งกลับกลายมาเป็นมังกรพ่นไฟฮึ่มแฮ่.... เสียงหัวเราะหึในลำคอของอาคานิชิ จินดังขึ้นเมื่อคนรักตัวเล็กซึ่งสมควรจะโมโหหน้าดำหน้าแดงตวาดด่าได้เจ็ดวันไม่ซ้ำคำกลับหน้าซีดปากสั่นเป็นลูกนกตกน้ำขณะโดนบังคับให้มองดูสารรูปตอนละเมออ้อนแฟนของใครบางคน ทั้งที่ใจจริงนั้นเขาตั้งใจจะถ่ายเก็บเอาไว้ดูเล่นแก้เบื่อ ไม่ได้คาดคิดเลยว่าในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานจะเอามาใช้แบล็คเมล์คาซึยะได้ด้วย

“เมื่อกี้ยังอ้อนฉันหวานๆน่ารักๆอยู่แท้ๆ ทำไมเผลอแปบเดียวถึงลืมคำพูดของตัวเองไปเสียได้ล่ะ คาซึคนดี?”

“อย่านะ อาคานิชิ จิน ไอ้คนฉวยโอกาส!!! แกะไอ้อุปกรณ์วิตถารนี่ออกไปเดี๋ยวนี้นะ!!!”

ผิวแก้มขาวใสแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนมะเขือเทศน่ากัดด้วยความอับอาย ยิ่งรู้ตัวว่าถูกอีกฝ่ายถ่ายคลิปลงโทรศัพท์เก็บเอาไว้ก็ยิ่งแค้นจนพาลเตะแข้งเตะขาสับสนอลหม่านชนิดลืมไอ้ที่บ่นนักบ่นหนาว่าปวดไปเสียสนิท หากก็ยังมิวายที่จะโดนผู้ชายตัวใหญ่เท่าหมีขั้วโลกตามมาขึ้นคร่อมให้เสียอิสรภาพครึ่งท่อนล่างก่อนจะตวัดปลายลิ้นอุ่นชื้นตวัดเลียใบหูนุ่มนิ่มพลางกระซิบเสียงพร่าชวนให้สูญเสียการควบคุมตัวเองอย่างไรพิกล

“ขืนเอาออกนายก็แผลงฤทธิ์ใส่ฉันได้สิ.... อยู่นิ่งๆแบบนี้แหละ ดีแล้ว”

“นานๆครั้งฉันถึงจะเอาใจนายไม่ใช่เหรอ ถ้าอย่างนั้นจะจัดให้แบบฟูลคอร์สเลยดีไหม?”

“อย่า.....ไม่เอานะ......ปล่อยฉัน..... อื้อ!!!!!!”

เด็กหนุ่มหลับตาเม้มปากแน่นไม่กล้าส่งเสียงอีกเพราะเกรงว่าจะมีอย่างอื่นหลุดออกมาแทนคำด่า แต่กลับเป็นการเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มยิ่งย่ามใจทำตามอย่างที่ชอบได้ถนัดขึ้น.... กลีบปากนุ่มหยุ่นดูดเม้มเวียนวนคลอเคลียอยู่กับจุดไวสัมผัสอย่างมิรู้หน่าย ทั้งดุนดันให้เคลิบเคลิ้ม ทั้งไล้โลมให้วาบหวาม ข้อมือบางบิดเกร็งจิกปลายเล็บลงกับผิวเนื้อของตัวเองยามเมื่อความอุ่นซ่านแผ่ขยายไปตามการฟอนเฟ้นของมือหนาซึ่งติดออกจะหยาบสากเล็กน้อย สีขาวจัดราวน้ำนมของเด็กหนุ่มถูกบ่มด้วยเลือดฝาดจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อขณะที่อุณหภูมิภายในห้องดูคล้ายว่าจะพุ่งสูงเพราะแรงขับเคลื่อนจากภายในร่างกาย เทียนหอมเผาไหม้ซึ่งตั้งอยู่บนโต๊ะข้างเตียงกรุ่นอยู่ข้างในประสาทส่วนการรับกลิ่นราวกับจะซับสติรับรู้ให้ขาดห้วงไปพร้อมกับลมหายใจ กว่าที่จะทันรู้ตัวว่าเทียนอโรม่าที่ใช้กันทั่วไปตามโรงแรมนั้นคงผสมสารกระตุ้นบางอย่างเอาไว้ ขาทั้งสองข้างก็อ่อนปวกเปียกจนไม่เหลือแรงยกขึ้นต้านทานอีกแล้ว



“อ๊ะ!!”

ของเหลวค่าความเข้มข้นสูงถูกเทรดลงบนหน้าขาเรียวเล็กเรื่อยไปจนจรดถึงปลายเท้าขาวทั้งสองข้าง อุณหภูมิของมันยามสัมผัสกับอากาศจากเครื่องแอร์คอนดิทชั่นนั้นเย็นเฉียบจนทำให้ผิวเนื้อเปลือยเปล่าสะท้านไหวได้ไม่ยาก หากสิ่งซึ่งเร่งเร้าให้คาซึยะต้องผวาสะดุ้งก็คือน้ำหนักมือที่บีบนวดไล่จากปลายเท้าขึ้นมาจนถึงโคนขาอ่อนด้านใน ย้ำถี่ช่วงจุดบอบบางด้านหลังหัวเข้าขึ้นไปก่อนจะหยุดอ้อยอิ่งตรงเกือบหว่างขา... นัยน์ตาคู่สวยหรี่ปรอยเอียงมองความแข็งแกร่งที่กำลังทั้งคุกคามและอ่อนโยนกับตนเองในเวลาเดียวกันด้วยความสงสัย หากพอเห็นลักษณะขวดใสรูปทรงไม่น่าพิสมัยบรรจุเจลหล่อลื่นสำหรับการสอดใส่ซึ่งอีกฝ่ายกำลังใช้ราดรดลงมาบนตัวเขาอย่างเมามัน ต่อให้ถูกรมควันด้วยเทียนกระตุ้นความใคร่อีกสักสิบเล่มก็พาลให้หมดอารมณ์ขึ้นมาทันที น่าโมโหยิ่งกว่าที่เจ้าตัวต้นเหตุของเรื่องยังกล้ากระหยิ่มยิ้มย่องย้อนถามกลับมาราวกับภูมิใจในฝีไม้ลายมือของตัวเองเต็มที่

“ใช้ฮอทเจลนวดแบบนี้อุ่นดีใช่ไหม?”

“ฮอทเจลบ้านนายน่ะสิ ไอ้ลามก.... อย่าเอาของพรรค์นั้นมาเทใส่ตัวฉันนะ!!”

“อ๊ะ........อึก............”

เสียงก่นด่าเงียบหายไปอีกครั้งเมื่อเจลใสกระหน่ำรดลงมาบนต้นขาอย่างหมิ่นเหม่ว่าจะสัมผัสโดนส่วนอ่อนไหวกลางลำตัว ปลายนิ้วใหญ่จาบจ้วงทั้งด้านหน้าด้านหลังแต่เว้นระยะเอาไว้ไม่ให้แตะถูกท่อนเนื้ออวบอิ่มสีสดซึ่งสั่นน้อยๆอย่างใกล้จะขยายขนาดออก แต่กระนั้นเอวบางก็บิดรั้งพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกปั่นป่วนที่เหมือนโดนกระแสไฟฟ้าช็อตทุกครั้งในเวลาทีเจ้าของมือหนาแกล้งย้ำน้ำหนักถี่ระรัวเฉียดฉิวกับเครื่องเพศกะจิดริด ชุดคลุมอาบน้ำเนื้อละเอียดถลกขึ้นไปกองอยู่เหนือสะโพกไม่เหลือสภาพความรัดกุมพอที่จะช่วยปกปิดสิ่งน่าอายให้แก่ผู้สวมใส่ได้อีกต่อไป

“ผ่อนคลายกล้ามเนื้อตรงนี้สิ นายจะได้สบายตัวขึ้น”

“อย่างนั้นละ อย่าเกร็ง”

ชายหนุ่มกระซิบสั่งเสียงทุ้มพลางจงใจเลื่อนไล้ปลายนิ้วให้วนเวียนอยู่รอบๆจุดที่ไวสัมผัสที่สุดของคนรัก ไม่นานนัก อาการต่อต้านเขม็งเกลียวซึ่งเกาะกุมร่างบางก็มลายหายไปแทบทั้งหมด หลงเหลือไว้แค่เพียงตุ๊กตายัดนุ่นตัวน้อยนอนแผ่ให้เขาลูบคลำทุกส่วนสัดได้ตามใจชอบ.... ไม่ว่าอย่างไร คาซึยะก็ยังดูน่ารักน่าขย้ำเสมอในความรู้สึกของเขา โดยเฉพาะกับแก้มใสสีแดงอ่อนชื้นเหงื่อนั้นด้วยแล้ว ช่างน่าฟัดเสียจนอยากจะแกล้งให้อีกฝ่ายหลุดจากการพยายามฝืนบังคับควบคุมตัวเองให้มากกว่านี้

“อ๊า.......”

“หืมม์?”

ดวงตาสีดำจ้องมองราวกับจะล้อเลียนเมื่อเห็นท่อนเนื้อร้อนรุ่มแหวกชายชุดผ้าขนหนูตั้งชี้ชันขึ้นมาแทบจะในทันทีที่เขาทำเป็นสัมผัสถูกโคนต้นอันกลมกลึงแผ่วผ่านโดยบังเอิญ สีชมพูสดสุกปลั่งเต็มตึงไปทั่วทั้งลำราวกับกำลังเรียกร้องหาบางสิ่งมาช่วยคลายเอาความรุ่มร้อนภายในให้เบาบาง ปลายยอดฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำขุ่นขาวขมิบถี่บ่งบอกให้รู้ว่าอารมณ์ใคร่ของไอดอลหน้าหวานนั้นเตลิดไปจนถึงไหนต่อไหนแม้ว่าจะยังไม่ได้รับการเล้าโลมกับจุดกระสันโดยตรง ริมฝีปากชื้นเผยออ้าหอบหายใจขณะยกสะโพกอวบแอ่นมาด้านหน้า ไม่รู้ว่าด้วยมือของจินหรือกลิ่นอายหอมอ่อนๆซึ่งหล่อหลอมมัวเมาให้คนตัวเล็กกระหายที่จะปลดปล่อยถึงเพียงนี้

“..........จิ......น.....”

เสียงหวานแหบพร่าเรียกขานชื่อชายคนรักครางกระเส่าหมายจะให้เขาสนใจความอึดอัดที่กระจุกรวมกันอยู่ตรงหว่างขา สายตาหยาดเยิ้มเว้าวอนชำเลืองมองแกนกายชื้นแฉะของตนเองซึ่งกำลังโป่งพองผลิตสารคัดหลั่งไม่ขาดสายรอคอยให้จินช่วยดับเพลิงอารมณ์ด้วยส่วนใดส่วนหนึ่ง ทว่า หนุ่มหล่อกลับส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่นัยน์ตาเจ้าเล่ห์ส่องประกายพลางกระดิกนิ้วไปมาคล้ายกำลังอบรมแฟนให้รู้ว่าเวลานี้พวกเขาควรต้องทำอะไร

“ไม่ได้นะ คาซึ.... ฉันตั้งใจแค่จะช่วยนวดให้นายเท่านั้น อยู่ๆมาเกิดอารมณ์เอากลางคันแบบนี้ก็แย่น่ะสิ”

“ก็.......นาย......ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่!!”

“ใครว่า คนเขาอุตส่าห์หวังดี อย่ามาใส่ความกันนะ”

นักร้องหนุ่มตีหน้าซื่อไม่แยแสต่อคำกล่าวหาทั้งปวงที่คาซึยะโยนมาให้ ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงเขานั้นตั้งใจเสียยิ่งกว่าตั้งใจที่จะปลุกเร้าความต้องการของร่างบางให้เตลิด โดยอาศัยความช่ำชองและคุ้นเคยจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างถึงจะสามารถเรียกเค้นเสียงร้องครางหวานๆออกมาให้ได้ยิน หากไม่ติดว่าอยากจะแกล้งให้ถึงที่สุดแล้วละก็ เขาคงไม่ใจเย็นห้ามตัวเองไม่ให้ปรนเปรอความอันรักร้อนแรงที่มีอยู่อย่างเหลือล้นแก่เด็กหนุ่มผ่านทางปากเป็นแน่

“น่าสงสารจัง.... ไม่ทันไรก็เปียกหมดแล้ว”

ปลายนิ้วชี้กดนวดวนรอบรูเล็กหยอกเย้ากับแท่งเนื้ออ่อนไหวสีสันยวนตาขณะเอ่ยปากล้อเลียนด้วยคำพูดที่ฟังดูเหมือนจะมีน้ำใจเสียเต็มประดา หากการกระทำกลับแปรผกผันตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง เสียงครางเครือหวีดหวิวไม่ขาดระยะยามเมื่อศูนย์กลางของอารมณ์หวามไหวกำลังได้รับการเอ็นดู เอวคอดพยายามกระดกรั้งลอยสูงเข้าหามืออุ่นด้วยแรงปรารถนาอยากจะให้จินกอบกุมมันตั้งแต่โคนจรดปลายเหมือนอย่างที่เคย ไม่ใช่เพียงแค่สะกิดดึงเล่นตรงยอดปลาย แต่ร่างหนากลับละมือออกทั้งหมดแล้วก้มลงเป่าลมหายใจร้อนผ่าวรดข้างแก้มใสสลับกับขบเม้มทั้งใบหูและซอกคอระหงทิ้งร่องรอยคิสมาร์กเด่นชัดไว้ตามเส้นทางที่ลากผ่าน

“บอกคาซึน้อยๆให้อดทนรอก่อนนะ ขอจัดการกับคาซึตัวแม่ที่ชอบทำอวดเก่งปากแข็งก่อน แล้วป๊ะป๋าจะแวะมาเล่นกับน้องหนูจนกว่าจะหนำใจเลย ดีไหม?”

“อ๊า.....จิน......อะ....อย่า.....”

จินเคลื่อนตัวเข้ามาทาบทับกะทันหันปล่อยท่อนล่างภายใต้ชุดคลุมอาบน้ำที่ตื่นตัวไม่แพ้กันให้ดุนดันชี้ชนกับส่วนกลางลำตัวของคาซึยะชนิดเนื้อแนบเนื้อ ความใหญ่โตซึ่งร้อนรุ่มยิ่งกว่าเสียดสีถูไถไม่ออมแรงเสมือนว่าจะส่งเด็กหนุ่มให้ไปถึงปลายทางด้วยการคร่อมขย่มสัมผัสเพียงภายนอก เสียงร้องห้ามเพราะความรัญจวนใจแปรเปลี่ยนเป็นสำเนียงกระเส่าอันแสนไพเราะเมื่อเกลียวคลื่นแห่งความกระสันที่มากกว่าเดิมหลายเท่าตัวพุ่งถาโถมสู่ท้องน้อยจนแทบกลั่นออกมาเป็นสายในขณะที่มือหนายังคงตามลูบไล้โคนขาอ่อนและริมฝีปากซุกซนยังคงหยอกเอินอยู่กับซอกคอหอมกรุ่น.... ท่อนเนื้ออวบอูมโยกไหวไปตามแรงบดเบียดจากร่างข้างบน น้ำรักไหลปริ่มเยิ้มเปรอะเปื้อนหน้าท้องแบนราบ และอีกไม่กี่ชั่วอึดใจ คราบขุ่นขาวก็ฉีดพุ่งแต่งแต้มผิวเนื้อซึ่งบ่มด้วยเลือดฝาดให้ยิ่งน่ามองจนไม่อยากละสายตา

ยังไม่ทันที่ความวาบหวามรัญจวนที่ได้รับจากการเล่นสนุกแค่เพียงเริ่มต้นจะเจือจาง เจลใสหล่อลื่นหอมกลิ่นผลไม้ก็ถูกรดกลางมากลางเนินอกขาวปะปนกับคราบความใคร่ของคาซึยะซึ่งเพิ่งถึงจุดไปก่อนเมื่อครู่ แรงตกกระทบเน้นหนักตรงจุดกระสันอย่างติ่งไตเม็ดเล็กทั้งสองข้างพาลให้ขนลุกเกรียวบิดส่ายไปทั่วร่าง.... ใบหน้าสวยสะบัดแรงพยายามขยับข้อมือทั้งสองซึ่งถูกเครื่องพันธนาการกักขังอิสรภาพเอาไว้เพราะความอึดอัดคับแน่นที่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง ทุกส่วนสัดในร่างกายไวต่อความรู้สึกจนผิดปกติไม่ว่าจะถูกแตะต้องจากตรงไหนก็พาให้หัวใจนั้นร้อนรุ่มเตลิดไปไกล

“อะ.....อ๊า.......”

“ตรงนี้แข็งจัง แสดงว่าคงเมื่อยน่าดูเลยสิท่า?”

ร่างสูงถามเย้าพลางเอื้อมมือกอบโนมเนื้อเบาๆแล้วจึงเคล้าคลึงยอดอกสีสดด้วยปลายนิ้ว รู้สึกได้ถึงแรงสะดุ้งดีดตัวจนแผ่นหลังเนียนลอยสูงเหนือพื้นเตียงก่อนจะกลายเป็นอาการสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่าน ริมฝีปากเผยอหอบร้องกระเส่าไม่หยุดในขณะที่หัวนมกะจิดริดก็ตั้งชันแข็งขึงสู้สิ่งแปลกปลอมที่มากระตุ้นเร้า เหมือนว่ากำลังท้าทายความสามารถของชายคนรักที่มั่นใจมากเหลือเกินว่าลีลาบทรักของเขาจะตอบสนองอารมณ์ทางเพศให้คาซึยะได้อย่างถึงอกถึงใจ

“ไม่ต้องห่วงนะที่รัก.... ฉันจะทำให้มันนุ่มลงเอง”

“อ๊า.....ฮ้า.......!!!”

นักร้องหนุ่มเลื่อนปากลงไปขบเม้มติ่งเนื้อนูนไม่เบานักโดยที่อีกข้างหนึ่งยังคงใช้สองนิ้วช่วยเขย่าบิดดึง คนตัวเล็กกรีดเสียงร้องครางดังลั่นตามแรงกระทำที่รุมเร้าจนแทบไม่เว้นระยะให้หายใจ โดยที่จินยังคงเร่งจังหวะถี่กระชั้นทำกับยอดอกของเขาราวกับว่ามันคืออาหารของหวานชั้นยอดซึ่งต้องดื่มกินเสียให้หมดอย่างตะกละตะกลามในคราวเดียว

“แบบนี้ดีไหม หรืออยากได้แรงกว่านี้อีก?”

“อ๊า!!!!!!”

“อ้า......จิน.......จิน!!!!!”

ไม่มีคำตอบเรียกร้องอะไรอื่นหลุดออกมาจากปากของร่างบางเว้นเสียก็แต่ชื่อของอาคานิชิ จิน บ่งบอกให้เข้าใจโดยนัยว่าคนรักของเขานั้นปราศจากซึ่งสติการควบคุมตัวเองไปเสียแล้ว ยิ่งเมื่อปลายลิ้นสากชื้นระรัวเร็วใส่ติ่งไตที่หวานละมุนไม่แพ้เมล็ดของผลไม้สุกปลั่ง ทั้งเอวคอดบางและสะโพกอวบแน่นต่างก็พร้อมใจกันเบี่ยงเข้าหาคนตัวสูงที่คร่อมอยู่ทางด้านบนพลางขยับเคลื่อนเพื่อให้ส่วนกลางลำตัวได้ถูไถแตะสัมผัสกับเนื้อนุ่มละเอียดของชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูซึ่งอีกฝ่ายสวมใส่ หากเพียงเท่านั้นก็ไม่สุขสมพอที่จะช่วยปลดเปลื้องอารมณ์รักของคาซึยะที่ลุกโหมยิ่งกว่าเปลวเพลิงให้มอดดับลง ในเวลานี้ ไม่มีสิ่งใดที่เขาต้องการมากเกินไปกว่าการถูกทำรักอย่างเต็มรูปแบบจากอาคานิชิ จินอีกแล้ว

“ฉะ....ฉันไม่ไหว.....แล้ว....”

“....ทำ......ตรงนั้นให้ที.....ไม่ไหว...แล้ว”

เด็กหนุ่มครางสั่งเสียงพร่ายามเมื่อแท่งรักบวมแดงแฉะชื้นด้วยน้ำกำหนัดกำลังแกว่งไกวอยู่เหนือหน้าท้องขาวเรียบเนียนขณะที่ร่างหนาเอี้ยวตัวหนีไม่ยอมให้เขาใช้สัมผัสเนื้ออ่อนนุ่มของชุดผ้าขนหนูแทนเครื่องปลดปล่อย บังคับให้คาซึยะจำต้องวอนขอในสิ่งที่ต้องการออกมาตามตรง ก้อนเนื้อหัวใจเต้นถี่เร็วเมื่อจินตนาการถึงริมฝีปากร้อนผ่าวซึ่งเกือบใกล้จรดลงมาโลมเลียแกนกายหวานฉ่ำในไม่ช้า หากความคิดก็พลันต้องหยุดชะงักเพราะท่าทางจงใจยียวนกวนประสาทที่เจ้าของตำแหน่งผู้ชายที่สาวๆอยากออกเดทด้วยมากที่สุดแกล้งทำใส่เขาอย่างใจร้าย

“พูดอะไรไม่เห็นรู้เรื่อง ตรงนั้นน่ะตรงไหน?”

“กะ...ก็นี่ไงเล่า!!!”

ไอดอลหน้าหวานตวาดแหวอย่างไม่สบอารมณ์กับอาการแกล้งโง่ขึ้นมากะทันหันของคนตรงหน้าพลางกระดกบั้นท้ายอวบอัดยื่นให้อีกฝ่ายเห็นชัดว่าความรุ่มร้อนซึ่งสั่งสมขึ้นมาเป็นคำรบที่สองนั้นมันมากมายเพียงใด.... กลีบปากหนาหยักได้รูปยิ้มกริ่มกับสภาพอันแสนน่าอับอายของคาซึยะ เครื่องเพศสีชมพูสดตั้งแข็งโป่งพองออกคราบติดของเหลวเปียกชุ่มตั้งแต่โคนจรดปลายลอยสูงอยู่ในระดับสายตาพอดิบพอดี มือหนาช้อนอุ้มก้อนเนื้อหลังสะโพกพลางบิแยกให้ห่างออกจากกันแล้วก้มลงมองด้วยความพึงพอใจก่อนจะคว้าเอาขวดเจลมาบีบเพิ่มใส่ทุกความอ่อนไหวที่ชี้ชันอยู่ตรงหน้า

“อ๊ะ......ฮึก.......”

“ของนายนี่น่ารักดีจัง.... ยิ่งเห็นเวลาถูกราดด้วยเจลแบบนี้แล้วนึกถึงสตรอเบอร์รี่กับน้ำผึ้ง (Ichigo - Hani = 1582) เลย”

เสียงทุ้มห้าวเอ่ยชมทั้งที่นัยน์ตาคมยังคงจับจ้องภาพแกนกายซึ่งถูกบ่มจนมีสีเลือดจัดเหมือนผลไม้รสหวาน ซ้ำยังแต่งแต้มประดับด้วยความใสแวววาวของเจลหล่อลื่นกลิ่นหอมอย่างหลงใหล สมองอันช่างคิดค้นสรรหาจึงคิดเปรียบเปรยกับความหมายของชื่อเพลง1582ที่เขาเคยเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นเพราะเสียงดูดปากสูดน้ำลายที่เจ้าตัวใส่มาเป็นซาวนด์เอฟเฟค ถึงแม้คาซึยะจะเถียงจนหัวชนฝาว่ามันก็เป็นแค่1582ธรรมดาๆเท่านั้นเอง ซึ่งการแอบตีความโดยพลการกดดันให้เจ้าของเพลงของขึ้นได้ไม่ยาก

“ไอ้ทุเรศ!! ไอ้โรคจิต!! กล้าดียังไงบังอาจมาล้อเลียนชื่อเพลงของคนอื่นเขา.... เก็บปากไว้กินข้าวเลย ไป!!!”

“ถ้าฉันจะเก็บ ก็เก็บไว้กินนายดีกว่า”

นักร้องหนุ่มเจ้าเล่ห์ขยิบตาส่งวิงค์ให้คนรักก่อนจะลากปลายลิ้นละเลงรสรักให้ด้วยความช่ำชองส่วนตัว ฟันคมจงใจงับเบาๆลงบนก้อนกลมกลึงตรงส่วนโคนแล้วจึงไล่เรื่อยขึ้นมาตรงปลายยอด ผิวสัมผัสหนักหน่วงป่าเถื่อนนิดๆตอบสนองอารมณ์อยากอย่างรุนแรงได้เป็นอย่างดีในขณะที่ฝ่ายซึ่งปรนเปรอก็รู้สึกสนุกตื่นเต้นทุกครั้งที่ตนเองกระตุ้นถูกจุดกระสันเร่าร้อนของร่างบาง ทว่า เพียงเท่านั้นยังไม่พอต่อการขยับเข้าหาจุดหมายปลายทางซึ่งดูคล้ายว่าจะอยู่ข้างหน้าอีกไมไกล

“อ๊า.......จิน.......ทำอีก....แรงๆหน่อย.......”

คาซึยะเรียกร้องเอาแต่ใจพลางยกสะโพกอวบดันส่วนนั้นให้ผลุบหายเข้าไปภายใต้การครอบครองของจิน อุ้งปากร้อนผ่าวจึงไม่รอช้ารีบรับเอาความหอมหวานของแกนกายอันฉ่ำเยิ้มไปด้วยความปรารถนาเข้าไปทั้งหมด.... สัมผัสอุ่นนุ่มกระทำกับแท่งเนื้อเล็กอย่างเพลิดเพลิน ทั้งดูดเลีย ทั้งขบเม้มลากเรื่อยวนรอบตามแต่เจ้าของเสียงกระเส่าจะร้องสั่ง ยิ่งในเวลาที่ช่องปากของชายหนุ่มโอบอุ้มเครื่องเพศที่อัดแน่นด้วยแรงกำหนัดค้างเอาไว้ก็ดูราวกับว่าความอ่อนไหวของคาซึยะจะขยับขยายออกเต้นตุบตับอยู่ภายในนั้น ศีรษะใหญ่เคลื่อนไหวขึ้นลงตามจังหวะการรูดรั้ง ขอบปากและลิ้นตวัดกลืนกินครูดกับพื้นผิวด้านข้างกระตุ้นช่องว่างด้านบนสุดให้ผลิตสารคัดหลั่งออกมาให้เขาได้ชิมรส เสียงครวญครางร้อนรุ่มวอนขอดังอย่างต่อเนื่องจนนักร้องหนุ่มยิ่งย่ามใจที่จะทำให้มากขึ้นไปอีก

“อื้อ........จิน.........แรงอีก.......อ๊ะ!!”

“อะ.......ฮ้า.........!!!!!”

มือหนาเลื่อนลงมาประคองส่วนโคนต้นก่อนจะละเลงฝีปากระรัวใส่ตรงยอดแกนกายสลับกับดูดเม้มแรงๆถี่ยิบแล้วส่งปลายลิ้นแหย่ชอนไชลงไปภายในรูกะจิดริดนั้น เอวบางบิดเกร็งแน่นในขณะที่เรียวขาขาวแยกกว้างจิกปลายเท้าลงกับพื้นเตียงพลางกระดกบั้นท้ายด้วยความกระสันเสียวอย่างถึงที่สุด ครั้งสุดท้ายที่ริมฝีปากร้อนผ่าวและมืออุ่นยังคงไม่ละจากการทำรัก คาซึยะก็หมดสิ้นความอดกลั้นปลดปล่อยหยาดน้ำเหนียวเยิ้มที่มาจากความสุขสมทางกายออกมาให้คนรักได้ลิ้มลองเป็นครั้งที่สอง

“คาซึ......ตัวนายหวานอร่อยดีจัง อยากลองดูบ้างไหม?”

“.......อื้ม.......ฮะ.......”

ปลายนิ้วใหญ่ทั้งสามปาดคราบขุ่นขาวจากท่อนเนื้อบวมแดงที่เริ่มสงบลงไปให้ร่างบางซึ่งนอนหอบหายใจสะท้านได้ดูดเลียเหมือนอย่างที่เขาเคยทำอยู่บ่อยครั้ง.... ลิ้นเล็กตวัดแลบรับคำเชิญชวนอย่างว่าง่ายปล่อยให้จินใช้นิ้วหยอกเล่นกับกลีบปากสีสดด้วยท่าทางเย้ายวนซึ่งไม่แตกต่างกับเวลาที่ไอดอลหน้าสวยจูบดูดดื่มลงบนส่วนที่แสดงความเป็นชายของเขาเลย แก้มใสแดงระเรื่อ นัยน์ตาเรียวรีคู่สวยหยาดเยิ้มหรี่ปรือดูมีแรงขับเคลื่อนแอบแฝงที่สามารถทำให้ผู้ชายทั้งโลกคลุ้มคลั่ง เพียงแค่ได้เห็นกิริยาอาการร้อนรักยั่วยวนของคนตัวเล็กซึ่งใครต่อใครต่างก็ลงความเห็นว่าเป็นเด็กดี เรียบร้อย และขยันเอาการเอางาน ความแข็งขึงคับแน่นที่ยังไม่ได้ปลดปล่อยเลยสำหรับค่ำคืนนี้ก็พลุ่งพล่านอยากจะหาที่แบ่งระบายอันแสนคุ้นเคยขึ้นมาเสียอย่างนั้น


“หันมามองด้านนี้สิ คาซึ”

กุญแจมือติดขนสัตว์เทียมนุ่มฟูถูกปลดออกก่อนที่ท่อนแขนแกร่งจะโอบเอวบางให้นอนตะแคงข้างตามแนวกว้างของเตียงนอนโดยให้เด็กหนุ่มหันหน้าเข้าหากระจกเงาฝั่งหัวเตียง ภาพสะท้อนฉากรักโจ่งแจ้งระหว่างตนเองกับชายคนรักปรากฏขึ้นสู่ลูกแก้วใสสีน้ำตาลเข้มที่เบิกกว้างด้วยความตกใจและกระดากอาย.... เรือนร่างกึ่งเปลือยที่เหลือเพียงชุดคลุมอาบน้ำสวมท่อนแขนห่มคลุมแผ่นหลังเอาไว้ในขณะที่สายรัดด้านหน้านั้นหลุดลุ่ยเผยให้เห็นส่วนพึงสงวนซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยคราบรักและร่องรอยการถูกกอดจูบผ่านมือคนอื่นเต็มสองตา ครั้นพอจะกระถดถอยหนีก็กลับมีวัตถุลึกลับสอดล้วงลอดใต้หว่างขาเข้ามาเคล้าคลึงส่วนกลางลำตัวของเขาอย่างสนุกมือ ความต้องการทางกายที่ปลดเปลื้องไปแล้วถึงสองครั้งกลับยิ่งพุ่งสูงแล่นผ่านรวดเร็วจากปลายเท้าสู่ไขสันหลังเสมือนว่าไม่มีจุดสิ้นสุดเพียงแค่ได้เห็นสภาพการร่วมรักของตนเองที่คาซึยะไม่เคยคิดว่ามันจะน่ามองเลยสักนิด

“จิน......อ๊า.......ไม่นะ....ไม่เอาฝั่งนี้......”

“ไม่เห็นเป็นไรเลย.... ดูตัวนายในกระจกสิ เซ็กซี่จะตาย”

นักร้องหนุ่มบอกอย่างไม่สะทกสะท้านพลางขยับเข้ามานอนซ้อนหลังตรึงแขนข้างหนึ่งของคาซึยะเอาไว้โดยที่อีกข้างหนึ่งก็ไม่หยุดยั้งการจุดชนวนปลุกเร้าไฟรักให้โหมกระพือพร้อมสำหรับการสอดใส่ที่กำลังจะเริ่มต้นในอีกไม่ช้า นัยน์ตาดำขลับจ้องเขม็งไปยังเงาสะท้อนบนกระจกบานใหญ่จาบจ้วงโลมเลียความสวยงามที่สัมผัสได้ด้วยการมองเห็นอย่างไม่กริ่งเกรง ทั้งสีหน้าในเวลาที่ร่างบางพยายามร้องปฏิเสธอิดเอื้อนทั้งที่ใจจริงนั้นกำลังสุขสมจนแทบสำลัก ติ่งไตยอดอกตึงแน่นสีสดแก่ก่ำ ทั้งบั้นเอวอ้อนแอ้นรับกับสะโพกอวบอัดน่าขยำขยี้ที่มีแท่งเนื้อหวานแกว่งไกวโยกตามแรงถูกกระทำ ริมฝีปากนุ่มราวกลีบกุหลาบเผยอหอบครางขาดห้วงแสดงออกชัดถึงความต้องการกระหายอยาก ถึงแม้คาซึยะจะบอกว่าไม่สวยน่ามองอย่างไร หากสำหรับเขาแล้วภาพใบหน้าของคนรักยามเล่นรักนั้นคืออาหารตาชั้นยอดที่เสพสมเท่าไรก็ไม่เคยนึกเบื่อหน่าย

“ชอบจัง หน้าสวยๆเวลากำลังมีอารมณ์เนี่ย”

ปลายลิ้นอุ่นชื้นลากไล้ไปตามแนวซอกคอทั้งที่ยังไม่ละเลิกจากการเล้าโลมส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่ม มือหยาบแกร่งช้อนต้นขาผ่ายผอมให้ยกขึ้นก่อนจะสอดนิ้วลูบคลำเบาๆยังปากทางเข้าซึ่งหดเกร็งเพราะความรู้สึกวาบหวามที่แล่นก่อกวนท้องน้อยให้ปั่นป่วนเหมือนมีเกลียวคลื่นหมุนวนอยู่ข้างใน.... ผืนผ้าเนื้อนุ่มถูกถอดออกพ้นจากหัวไหล่เหวี่ยงไปกองอยู่บนพื้นอย่างไม่ใยดี กลีบปากหนาซุกซนระดมจูบผิวกายขาวนวลสีน้ำนมเจือเลือดฝาดพลางสูดกลิ่นหอมอ่อนจางเป็นการอุ่นเครื่องขณะอาศัยสัมผัสจากร่องกลางบั้นท้ายกลมกลึงเสียดสีปลุกเร้าแกนกายใหญ่ให้ตื่นขยายตัวออกจนถึงขนาดสุดความยาวของมัน

“ขอฉันทำตามใจชอบบ้างล่ะ ไม่ว่ากันนะ”

“อะ....บ้า.....อย่านะ...ท่านี้ไม่เอา........อ๊า!!!!”

ร่างบางผวาเฮือกเมื่อความเป็นชายของจินเสียบแทรกหลุบหายเข้ามาภายในช่องทางเบื้องล่างของตนเองจนมิดในคราวเดียวทั้งที่เขายังคงถูกจับให้อยู่ในท่านอนตะแคงยกขาหันหน้าเข้ากระจก ความเสียวซ่านพุ่งปราดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทุกส่วนหากก็พ่วงเอาความน่าละอายย้อนกลับมาสู่สำนึกรับรู้ด้วย.... เอวหนากระทั้นเอาส่วนรุ่มร้อนที่เหยียดยาวด้วยความอัดอั้นสอดใส่อย่างสมการรอคอยในขณะที่ดวงตาคมปลาบนั้นยังคงจับจ้องมองภาพบนกระจกบานใหญ่ไม่เว้นวาง คาซึยะรู้สึกกระดากแก่ใจเหลือเกินยามเมื่อสบมองนัยน์ตาสีดำสนิทผ่านเงาสะท้อนซึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้าถึงแม้ว่าสิ่งที่เห็นนั้นจะกระตุ้นอารมณ์รักที่มีอยู่ก่อนแล้วให้โหมคลั่งมากขึ้นไปอีก ใบหน้าสวยน่ารักจึงเบือนหนีเพราะไม่อยากมองหากก็ถูกชายหนุ่มใช้มือบังคับจับสันคางเรียวมนให้หันกลับไปยังทิศทางเดิม

“อา........อะ....จิน........ฮ้า.....!!!!”

ความกำยำใหญ่โตของจินสอดเข้าชำเราเด็กหนุ่มอย่างหนักหน่วงรุนแรง ช่องทางคับแคบโอบกระชับรัดรึงรอบท่อนเนื้ออวบหนาราวกับว่าต้องการจะให้มันแช่ค้างอยู่ข้างในยิ่งยวนเย้าให้เขาอยากสวนกระทุ้งเข้าออกให้ถี่กระชั้น เงาสะท้อนยามร่วมรักช่วยเพิ่มความตื่นตาตื่นใจเร่งกำลังขับในกายให้เพิ่มขึ้นจนมากเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ในขณะที่คาซึยะนั้นมิอาจนึกถึงสิ่งอื่นใดได้นอกเสียจากยอมให้เขาสอดใส่ความกระสันได้ตามแต่ใจเพื่อปลดปล่อยทำนบแห่งความปรารถนาออกมา

“อ๊า.....จิน.......จิน..........!!!!!!”

ร่างสูงเปลี่ยนท่วงท่าขึ้นมาขย่มคร่อมจากทางด้านบน จับท่อนขาเรียวขาวทั้งสองข้างให้ยกสูงพาดลาดไหล่แข็งแรงของตนเองเอาไว้แล้วก้มลงจูบแทรกปลายลิ้นกระหวัดพัวพันดูดดื่มโดยที่ไม่หยุดการเคลื่อนไหวเข้าออกของท่อนเนื้อแข็งขึง ทุ่มโถมความรักทั้งหมดที่เขามีให้คาซึยะผ่านทางแกนกายซึ่งปริ่มขังด้วยหยาดหยดแห่งกามารมณ์ที่ดูคล้ายว่าจะไม่มีวันหมดลงง่ายๆเมื่อได้ครอบครองคนรักแสนสวยซึ่งเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว....

เสียงครางร้องกระเส่าพร่าเรียกหาแต่ชื่อของชายคนรัก หน่วยตาหวานเยิ้มคลอหยาดน้ำใสปรือมองเครื่องเพศใหญ่ที่เสียบแทรกเมามันก่อนจะปล่อยทุกส่วนสัดให้ล่องลอยไปตามครรลองของความสัมพันธ์ทางกายซึ่งคาดว่าคงดำเนินยาวนานต่อไปตราบจนกระทั่งเวลาในค่ำคืนนี้จะหมดลง สวนทางกับความรู้สึกนึกคิดของชายหนุ่มที่หมายมั่นว่าจะย้ำรอยความเป็นเจ้าของบนเรือนร่างนี้ให้คงทนแนบสนิทโดยการมอบความรักและเซ็กส์ให้แก่คาซึยะจนกว่าพวกเขาทั้งสองจะอิ่มเอมสุขสมไปด้วยกัน

ไม่ว่าจะด้วยหนทางใด ก็ไม่มีใครที่จะสามารถแย่งชิงเอาสิ่งนี้ไปจากอาคานิชิ จินได้

คาซึยะที่น่ารักและสวยงามจะต้องเป็นของเขาตลอดไป

.......................


................


.........

“ไม่เอาน่า.... เลิกงอนได้แล้ว”

“อุตส่าห์นวดให้จนเสร็จตั้งหลายรอบหลายท่า ป่านนี้คงหายเมื่อยแล้วเนอะ?”

เจ้าของเสียงทุ้มเอ่ยหยอกล้อเล่นพลางยื่นปลายนิ้วใหญ่จิ้มลงบนแก้มใสของเด็กหนุ่มซึ่งเอาแต่นั่งกอดอกหันหลังปั้นหน้าตาบึ้งตึงไม่ยอมพูดยอมจาหลังจากที่เขาช่วยปรนเปรอฟอนเฟ้นร่างอวบอัดน่ากอดนั้นจนสบายเนื้อตัวทั้งข้างนอกและข้างใน เสียงออดอ้อนขอความรักยามหลับใหลพลางจับมือของเขาไปกดย้ำหมิ่นเหม่ใกล้จุดกระสันเสียว อีกทั้งปฏิกิริยาตอบรับซึ่งบ่งบอกชัดว่าอีกฝ่ายนั้นพึงพอใจมากแค่ไหนที่ได้อยู่ในอ้อมกอดของตน แต่ทว่าเมื่อกลิ่นอายหอมฉุนของเทียนอโรม่าบนโต๊ะข้างเตียงเริ่มจืดจาง พอเสร็จสิ้นกิจธุระแล้ว อยู่ดีๆคาซึยะก็ออกอาการหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นมาโดยปราศจากต้นสายปลายเหตุ แทนที่อีกฝ่ายจะนอนนิ่งหลับตาพริ้มหนุนซบหัวไหล่ของเขาอย่างน่าเอ็นดูเหมือนทุกครั้ง จนกระทั่งจินต้องเหนื่อยหลอกล่อปลอบเจ้าตัวเล็กให้หายโกรธไม่ว่าประโยคคำพูดที่ใช้นั้นจะฟังระคายหูดูชวนทะเลาะมากสักเพียงใดก็ตาม

“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยนะ นายทำจนคุ้มค่าโรงแรมแล้วนี่ อยากจะพล่ามอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ!!!”

ไอดอลร่างบางประชดกลับด้วยความโมโหขณะส่งสายตาเข่นเขี้ยวอาฆาตไปทางคนรักซึ่งไม่เคยรู้สึกรู้สมกับความผิดของตัวเองเลย เพราะสำหรับตัวเขาแล้ว ภาพความทรงจำที่นอนละเมอร้องหาอ้อมกอดของจินก็เป็นเพียงแค่ความเพ้อฝันลมๆแล้งๆที่ถูกชายหนุ่มฉกฉวยมาใช้ต่างเหตุผลข้างๆคูๆแล้วแอบพามาทำอย่างว่าในสถานที่ที่คนอย่างคาเมะนาชิ คาซึยะไม่สมควรเหยียบย่างเข้ามาเลยเสียด้วยซ้ำ.... ทุกสิ่งทุกอย่างที่อาคานิชิ จินเรียกจนติดปากอยู่ฝ่ายเดียวว่าคือการเอาอกเอาใจเขา หากแท้จริงแล้วก็ไม่แตกต่างอะไรกับการหาที่ระบายสนองตัณหาเพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น ซึ่งมันอาจเกิดขึ้นกับใครอื่น ที่ไหน เมื่อไรก็ได้ตามแต่ความพอใจของนักร้องหนุ่มเพลย์บอย ไม่จำเป็นเลยสักนิดที่จะต้องเป็นคาซึยะคนนี้

“คาซึ.....มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น.......”

“เงียบไปเลย!!!”

“ฉันไม่อยากฟังคำแก้ตัวของนายอีกแล้ว.... นายน่ะชอบทำแบบนี้อยู่เรื่อยแหละจิน เอะอะๆก็หื่น เอะอะๆก็หาเรื่องปล้ำ ไม่ต้องใช้ความต้องการของฉันเป็นข้ออ้างบังหน้าหรอก!!!”

“ถ้าไม่มีธุระก็ไม่เคยอยากมาหา พอเจอหน้ากันทีไรก็มีแต่เรื่องเซ็กส์ คิดอะไรไม่ออกก็ชวนมีเซ็กส์ แล้วคราวนี้ยังจะบังคับพาเข้าโรงแรมอย่างว่าอีก.... เคยนึกถึงความรู้สึกของฉันบ้างไหม ฉันไม่ใช่เครื่องบำบัดความใคร่ของนายนะ!!!??”

ถ้อยคำตัดพ้อต่อว่าพร่างพรูออกมาเป็นชุดเป็นฉากสำทับซ้ำด้วยหมอนหนุนใบโตที่มือเล็กฉวยคว้าเหวี่ยงใส่ร่างสูงตามความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่อดกลั้นกักเก็บมานาน คลับคล้ายว่าก้อนเหนียวรสชาติขมปร่ากำลังแล่นไหลขึ้นมาจุกขวางลำคอพร้อมด้วยอาการร้อนแผ่วผ่าวที่กระบอกตา แม้จะพยายามกระพริบถี่ไล่ให้มันกลับคืนลงไปที่เดิมอย่างไร ยามเมื่อหัวใจดวงนี้หวนนึกถึงว่าตนเองนั้นไม่ได้มีคุณค่าความหมายมากเกินไปกว่าเซ็กส์ทอยราคาถูกที่จินอยากจะบังคับเรียกใช้งานฟรีเมื่อไรก็ได้ สัญญาณของความเสียใจก็พลันเอ่อล้นขึ้นมามีอิทธิพลเหนือการควบคุมบังคับร่างกายผ่านคำสั่งของสมองอยู่ร่ำไป

เคยมีสักครั้งบ้างไหมที่จินจะให้ค่ากับคาซึยะด้วยความรักที่ไม่ได้หนุนนำมาจากความต้องการทางกาย?

เคยมีสักครั้งบ้างไหมที่จินจะคิดกับคาซึยะให้เป็นมากกว่าตุ๊กตายางที่มีไว้เพื่อสำเร็จความใคร่แล้วหลังจากนั้นก็ถีบหัวส่งอย่างไม่ใยดี?


“ฉัน.......ขอโทษ คาซึ”

อาคานิชิ จินตามไปคว้าร่างอ้อนแอ้นของคนรักมากอดเอาไว้แนบอกก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกหนีโดยไม่ยินยอมรับฟังเหตุผลจากหัวใจของเขา.... ถึงแม้ว่าเขาอาจจะคิดอะไรตื้นๆจนเลยเถิดถึงได้ตัดสินใจเลี้ยวรถเข้ามาภายในโรงแรมเฉพาะกิจสำหรับผู้มีจุดประสงค์นอกเหนือจากการนอนหลับพักผ่อนเอาแรงธรรมดา แต่คำกล่าวหาที่ว่าเขาเห็นคาซึยะเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่แบบใช้แล้วทิ้งนั้นไม่ใช่ความจริงเลยแม้แต่น้อย

“ฉันไม่มีข้อแก้ตัวเรื่องที่ถือวิสาสะพานายเข้าเลิฟโฮเต็ลหรอกนะ แค่อยากจะบอกว่าทุกอย่างที่ฉันทำไปก็เพื่อให้นายเข้าใจว่าฉันไม่เคยนึกเบื่อหรือคิดจะทิ้งให้นายเหงาอยู่คนเดียวเลย.... คาเมะนาชิ คาซึยะยังคงเป็นคนที่ฉันอยากรักอยากกอด พอได้กอดแล้วมันก็ห้ามใจไม่ไหว ยิ่งอยู่ใกล้ ร่างกายมันก็ยิ่งเรียกร้องว่าอยากมีเซ็กส์กับนาย”

เพราะจินคิดคาดเดาเอาเองว่าคาซึยะคงกำลังต้องการในสิ่งเดียวกันกับตนเองหากกลับไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมาตามตรง ชายหนุ่มจึงรู้สึกว่าการมอบความรักผ่านทางการมีเซ็กส์นั้นคือสิ่งที่สามารถตอบสนองและผูกพันตัวเขากับคนรักเอาไว้ด้วยกัน ยิ่งในเวลาที่คาซึยะนั้นเติบโตขึ้น สวยขึ้น มีผู้ชายอื่นมารักมาชอบสับเปลี่ยนกันเข้ามาสร้างปัญหากลัดกลุ้มให้เจ้าของคนปัจจุบันชนิดแทบไม่ซ้ำหน้า ซ้ำยังจ้องจะแย่งชิงเอาของล้ำค่าเพียงหนึ่งเดียวนี้ที่เขาสู้อุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กน้อยไม่รู้ประสาไปได้ทุกเมื่อ ความหวงแหนผนวกรวมกับความหลงใหลขณะเฝ้ามองดูร่างบางตลอดการซ้อมขึ้นคอนเสิร์ตจึงเปลี่ยนผันมาเป็นความปรารถนาซี่งยากเกินหักห้ามระงับใจ หากก็ไม่นึกเลยว่าคนตัวเล็กจะเข้าใจผิดแปลเจตนาของเขาไปในทิศทางที่เลวร้าย จนฟังดูเหมือนว่าอาคานิชิ จินนั้นคือคนเลวและเห็นแก่ตัวอย่างไม่น่าให้อภัยที่เอาแต่ตักตวงความสุขจากเรือนร่างของคนรักจนลืมเลือนไปเสียสนิทว่าอีกฝ่ายนั้นก็มีหัวใจไว้ให้สัมผัสกับความรู้สึกสุขเศร้าเหงารักหรือเจ็บปวดเช่นเดียวกัน

“คนมันยังหนุ่มยังแน่น ความต้องการมันก็เยอะเป็นธรรมดา.... เอาเป็นว่าถ้าคาซึไม่ชอบ ฉันจะไม่ทำอีกก็ได้

“นี่ ไม่ต้องมาทำบิวท์อารมณ์เศร้าเลยนะ ตัวเองทำผิดเองแท้ๆ!!”

เมื่อเห็นว่าผู้ชายตัวโตความสูงร่วม176เซนติเมตรกำลังตีหน้าหงอยเหมือนเด็กชั้นอนุบาลเวลาถูกคุณครูดุทั้งที่ทำแล้วก็ไม่ได้มีความน่ารักน่าเอ็นดูเลยสักนิด แต่ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะนอกจากนักร้องหนุ่มร่างหนาจะไม่เลิกปั้นหน้าตาสลดหดหู่ให้เป็นที่น่าสมเพชเวทนาแกมหัวเราะเยาะแล้ว คำพูดคำจาตัดพ้อด้วยความน้อยใจก็ยังฟังแปร่งทะแม่งหูอย่างไรพิกล

“ก็ต่อจากนี้ไป คาซึจะไม่ให้ฉันกอดแล้วไม่ใช่เหรอ.... แล้วจะให้ลุกขึ้นเต้นเซชุนอามิโก้ฉลองที่เรากลับไปเป็นเพื่อนร่วมวงธรรมดาๆหรือไงล่ะ?”

“แล้วฉันบอกสักคำหรือยังว่าจะไม่ให้ทำอีก?”

“ฉันโกรธก็เพราะว่าจินชอบมัดมือชก ไม่เคยถามความคิดเห็นของฉันเลยสักครั้ง.... ของแบบนี้มันควรต้องเริ่มต้นด้วยความสมัครใจของทั้งสองฝ่ายสิ บางทีฉันก็เหนื่อยกับงานจนเกินกว่าจะมีแรงมาต่อเรื่องบนเตียงกับนาย พอถูกบังคับมากๆ ฉันก็ประสาทเสียเป็นเหมือนกันนะรู้ไหม?”

ไอดอลหน้าหวานหรี่ตาชำเลืองมองคนช่างประชดอย่างนึกหมั่นไส้เสียเต็มประดาก่อนจะง้างปลายนิ้วดีดหมับเข้าที่กลางหน้าผากกว้างของอีกฝ่ายเต็มแรง แล้วจึงหย่อนร่างนั่งลงตรงหน้าพลางใช้สองมือขู่เข็ญบังคับให้นัยน์ตาสีนิลสบมองมายังหน่วยตาเรียวรีคู่สวยซึ่งกำลังจะบอกกล่าวให้จินรับรู้ถึงสิ่งที่คาซึยะรู้สึกนึกคิดอย่างจริงจัง เพื่อที่วันหน้าวันหลังจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ให้เข้าใจคลาดเคลื่อนจนเกือบกลายเป็นการทะเลาะกันซ้ำซากในเรื่องเดิมๆอีก

“...........แปลว่าคาซึไม่ได้ไม่ชอบเมคเลิฟกับฉันใช่ไหม?”

ชายหนุ่มย้อนถามอย่างไม่ค่อยมั่นใจนักว่าครั้งนี้ตนเองจะตีความหมายจากการกระทำและคำพูดของคนตัวเล็กซึ่งสุดแสนจะเข้าใจยากและอารมณ์แปรปรวนเสียยิ่งกว่าพายุดีเปรสชั่นผิดพลาดไปอีกหรือไม่ หากสิ่งที่ได้รับกลับมาคือแรงฟาดเบาๆจากฝ่ามือขาวจัดพร้อมด้วยคำตอบแฝงไว้ด้วยกิริยาท่าทางเขินอายแต่ก็ยังไม่ละทิ้งนิสัยปากเก่งปากกล้าด่ากระเจิงไปไหน

“ถ้าไม่ชอบแล้วจะยอมโดนไอ้บ้ากามอย่างนายขึ้นคร่อมมาได้ตั้งหลายปีหรือไงล่ะ ถามอะไรไม่รู้จักคิด”

“ถ้าฉันขออนุญาตก่อนแล้วนายจะโอเค ว่างั้นเหอะ?”

“มั้ง... ก็แล้วแต่อารมณ์”

“รักคาซึจัง คาซึของฉันน่ารักที่สุดในโลกเลย”

อาคานิชิ จินหัวเราะร่าพลางโถมตัวเข้ากอดคนรักตัวเล็กพลางกดปลายจมูกโด่งรั้นหอมแก้มใสฟอดใหญ่หนแล้วหนเล่า ความกังวลว่าจะถูกเกลียดจางหายไปเป็นปลิดทิ้งยามเมื่อได้ยินเสียงคิกคักน่ารักจากร่างข้างใต้ที่ถูกโหมกระหน่ำฟัดจูบคาเตียงนอนจนเหนื่อยหอบ ใจจริงนั้นแทบไม่อยากปล่อยหัวใจของตนเองให้เหินห่างไปจากอ้อมกอดนี้เลย แต่ก็สงสารเด็กหนุ่มซึ่งเพิ่งผ่านบทรักร้อนแรงมาหมาดๆทั้งที่ยังไม่หายปวดเมื่อยจากการซ้อมร้องซ้อมเต้นเพลงเดี่ยวสำหรับขึ้นใช้แสดงคอนเสิร์ตในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เขาจึงจำต้องยินยอมคลายวงแขนที่รัดรึงรอบบั้นเอวบางออกแล้วให้อีกฝ่ายลุกขึ้นนั่งพักหายใจแต่โดยดี


“เล่นบ้าอะไรของนายก็ไม่รู้.... ตัวฉันเหนียวเหนอะไปถึงไหนต่อไหน”

ท่อนขาเรียวบางถูกยกขึ้นสำรวจตรวจตราระดับความเลอะเทอะจากคราบไคลต่างๆทั้งเจลหล่อลื่นใส่กลิ่นผลไม้ ตลอดจนคราบอย่างอื่นที่เป็นของตนเองและของเหลวขุ่นสีนมซึ่งจินปล่อยทิ้งเรี่ยราดเอาไว้บนหน้าท้องแบนราบและร่องเนื้อกลางบั้นท้าย ถึงแม้ว่าเครื่องใช้อำนวยความสะดวกสำหรับการเล้าโลมและสอดใส่ซึ่งทางโรงแรมจัดเตรียมเอาไว้เพื่อบริการลูกค้านั้นจะให้ความรู้สึกดีพอทนในเวลาที่พวกเขากำลังร่วมรักกัน แต่เมื่อเสร็จกิจแล้ว ความเปียกชุ่มชื้นก็จะเริ่มระเหยแห้งเกรอะกรังติดอยู่ตามผิวกายชวนให้หงุดหงิดเพราะความเหนียวหนึบหนับอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจินละเลงราดเจลใสจนทั่วทั้งส่วนกลางลำตัวและผืนอกของเขา แต่ทว่า บุคคลต้นเหตุกลับตอบรับเสียงบ่นงุ้งงิ้งอย่างหน้าซื่อตาใสไม่ได้สะท้านสะเทือนถึงกระแสอำมหิตจากคนรักซึ่งกำลังรำคาญได้ที่กับสารพัดเครื่องทุ่นแรงที่จินขุดออกมาใช้อย่างรู้งาน

“ก็ถึงพามาเล่นที่นี่ไง จะได้ไม่มีใครบ่นเรื่องซักผ้าปูที่นอน”

“..........ขอโทษครับ”

เสียงทุ้มเหือดแห้งเอื่อยอ่อนรีบขอโทษขอโพยเมื่อรู้สึกตัวว่าใครอีกคนกำลังจับจ้องมองมาด้วยแววตาคมกริบเสียยิ่งกว่าใบมีดโดน แต่กระนั้น คาซึยะก็ไม่ได้สนใจจะต่อความยาวสาวความยืดอะไรก่อนจะเอ่ยถามถึงประเด็นสำคัญที่ตนเองต้องการรู้

“นายจองห้องไว้ถึงกี่โมง?”

“ก็......ไม่ได้กำหนดเวลาเชคเอาท์เอาไว้ เสร็จเมื่อไรค่อยโทรลงไปบอกที่ฟรอนท์”

“คล่องเชียวนะ แอบหนีมาใช้บริการบ่อยล่ะสิ”

ใบหน้าสวยพยักเพยิดแค่นเสียงเยาะตามคำตอบที่ได้ยินทำเอาหัวใจชายหนุ่มหล่นวูบไปกองอยู่ตรงปลายเท้า หากสิ่งที่เกิดขึ้นจริงตรงหน้านั้นกลับทำให้ก้อนเนื้อขนาดเท่ากำปั้นภายในหน้าอกข้างซ้ายกระตุกวูบยิ่งกว่าเมื่อสะโพกอวบอิ่มลอยหวือมาหล่นปุอยู่บนตักกว้างของเขาพร้อมด้วยท่อนแขนเรียวขาวซึ่งยกขึ้นโอบรอบลำคอในท่าเตรียมให้อุ้มเดิน.... ลูกแก้วนัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวาววับขณะที่กลีบปากสีแดงระเรื่ออันแสนยวนเย้าขยับออกคำสั่งอย่างเอาแต่ใจตามลักษณะนิสัยดั้งเดิมของเจ้าตัว ซึ่งถ้าหากลองสอบถามความคิดเห็นจากผู้ถูกบังคับข่มขู่แล้ว การจะขัดขืนปฏิเสธหรือบ่ายเบี่ยงเลี่ยงงานเพราะไม่เต็มใจนั้นกลับไม่เคยปรากฏอยู่ในห้วงจิตใต้สำนึกของเขาเลยแม้สักเพียงเศษเสี้ยว

“ถ้าอย่างนั้นพาฉันไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลย”

“ตรงไหนที่เลอะก็ต้องล้างออกให้หมดด้วย.... ถือเป็นการทำโทษ ไม่อย่างนั้น ฉันไม่ยอมแน่”

“ได้ครับ.... รับรองว่าทั้งข้างนอกข้างใน ตรงไหนที่กระผมทำเลอะ จะตามไปล้างจนกว่าคุณหนูคาซึยะจะสะอาดหมดจดทั้งตัวเลย”

“แต่ก่อนไป ต้องขอจูบแทนรางวัลหน่อยนะ”

เค้าโครงใบหน้าหล่อคมก้มลงมาใกล้จรดชิดแนบริมฝีปากทาบทับลงบนความอ่อนนุ่มที่ลึกล้ำยิ่งกว่าสรรพสิ่งอื่นใดบนโลกใบนี้ และคาซึยะเองก็ตอบรับความรักนั้นด้วยการยินยอมให้จินตักตวงเอาความหอมหวานที่กระหายอยากได้ตามแต่ใจต้องการ.... ลืมเลือนความโกรธเคือง ละทิ้งความคับข้องบาดหมางเอาไว้เบื้องหลังพลางจดจ่อห้วงความคิดให้แนบชิดอยู่กับปัจจุบันที่มีเพียงกันและกันก่อนที่จะสัมผัสได้ว่าความรักซึ่งมาพร้อมกับการสอดประสานหลอมรวมทางกายนั้นก็สามารถทำให้หัวใจพองโตคับแน่นด้วยความสุขได้ไม่แพ้คำพูดลมปากหวานรื่นหูชั่วครั้งชั่วคราวหรือการเอาอกเอาใจแต่เพียงเปลือกนอกเลย


เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นจินกับคาเมะแห่งKAT-TUN.... อย่างไรพวกเขาก็ไม่เคยงอนกันเกิน72ชั่วโมงอยู่แล้ว~






15 May 2009


“........อืม”

เรียวลิ้นอุ่นกระหวัดเกี่ยวพัวพันร้อนแรงต่อเนื่องยาวนานส่งผลให้ร่างบางในชุดกิโมโนสีแดงน้ำเงินสำหรับใส่ขึ้นโชว์บนเวทีคอนเสิร์ตหลุดเสียงครางเครือออกมาจากลำคอ ในขณะที่ชายหนุ่มร่างหนาซึ่งยังอยู่ในชุดสีขาวจากการแสดงเพลงSadistic Loveก็เพลิดเพลินอยู่กับการเล่นสนุกบดขยี้กลีบปากบางให้บวมเจ่อโดยไม่แยแสสักนิดว่าใครจะมาพบพวกตนกำลังแลกจูบดูดดื่มอยู่ภายในห้องแต่งตัวด้านหลังเวทีทั้งที่มีเวลาให้น้องเล็กของวงเปลี่ยนเสื้อผ้าแทบไม่ถึงห้านาทีดีด้วยซ้ำ แต่ทว่า เหมือนเหล่าบรรดาสต๊าฟงานคอนเสิร์ตจะรู้หน้าที่เป็นอย่างดีจึงไม่มีใครคนใดกล้าอาสาเข้าไปขวางลำเรือเมื่ออาคานิชิคุงขันอาสาจะเป็นคอสตูมช่วยเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวให้กับคนรักของเขาเอง เดือดร้อนถึงทานากะ โคคิซึ่งได้รับสัญญาณสะกิดจากโปรดิวเซอร์คุมไทม์มิ่งบนเวทีให้ไปกระตุกม่านเรียกคนสองคนซึ่งคงยังเมามันดูดดื่มอยู่ในโลกส่วนตัวให้เพลาความหวานลงแล้วกลับไปทำงานต่อเสียที

“อ้าว เฮ้ย.... เร็วๆหน่อยพวกนาย!!!”

ชายร่างสัดทัดเจ้าของศีรษะซึ่งกลับมาโล้นเลี่ยนเตียนโล่งเป็นสีทองอร่ามตะโกนเร่งอย่างไม่ค่อยเต็มใจสักเท่าไรนัก แต่เคราะห์ดีที่ดูคล้ายว่าจินกับคาเมะจะเสร็จสิ้นธุระเรียบร้อยแล้วจึงไม่ปรากฏเสียงฮึ่มแฮ่ขัดอกขัดใจปรายมาทางคนที่จำต้องขัดจังหวะเพราะหน้าที่ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ยังไม่วายที่คู่รักคู่พิศวาสผัวเมียละเหี่ยใจประจำวงจะแอบตอดหอมนิดหอมหน่อยกว่าจะแยกห่างออกมาจากกันได้ ช่างเป็นที่อิดหนาระอาใจของก้างขวางคอจำเป็นอย่างเขายิ่งนัก

“ไปก่อนนะ จิน”

“อืม.... เดี๋ยวค่อยเจอกันนะ”

“โอ๊ย ทำอย่างกับว่าพวกแกไม่ได้พลอดรักกันมาสักสิบปี เวลาก็ไม่ค่อยจะมี ยังจะ......ได้อีกนะ คนเรา”

โคคิเหวี่ยงอย่างหัวเสียเล็กๆหลังจากคาซึยะเดินลัลล้าตัวปลิวผ่านหน้าเขาไปขึ้นลิฟท์เพื่อเดินทางไปจุดสแตนด์บายอย่างอารมณ์ดี แล้วจึงตวัดสายตาชวนขำมาทางเพื่อร่วมวงชายเหนือชายที่ผิวปากขณะเดินไปหยิบขวดน้ำมาดื่มด้วยท่าทางรื่นเริงบันเทิงใจไม่ยิงหย่อนไปกว่าเจ้าตัวเล็กเลย ซึ่งโคคิแสนจะเกลียดนักในเวลาที่อาคานิชิ จินทำหน้าตาแบบฉบับหนุ่มเจ้าเสน่ห์ยักคิ้วหลิ่วตาที่เจ้าตัวคงคิดว่าหล่อกระชากลากไส้หนักหนา ก่อนจะย้อนแย้งถามกลับมาได้อย่างกวนอวัยวะเบื้องล่างเป็นที่สุด

“อิจฉาหรือไง?”

“เป็นกิ๊กเขาก็แบบนี้แหละ อดทนหน่อยนะเพื่อน”

“อะโด่ เห็นเมียแต่งตัวสวยหน่อย ทำคุย”

มือหนาตบลงบนบ่าสีแทนเบาๆแล้วปล่อยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจที่สามารถกำจัดเสี้ยนหนามที่มาเกาะแกะคาซึยะให้หน้าหงายไปได้อีกครั้งหนึ่ง แรปเปอร์หนุ่มนิ่วหน้าขยับปากบ่นพึมพำสาปส่งไล่หลังไอ้อ้วนเกเรเมื่ออีกฝ่ายนั้นพ้นระยะรัศมีการได้ยินไปแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะยังมีสิ่งมีชีวิตบางประเภทที่เขาไม่เคยเชื้อเชิญมายืนยิ้มเผล่อยู่ต่อหน้าต่อตาพร้อมด้วยรอยยิ้มTaguchi Smile ซึ่งสำหรับเขาแล้วมันสมควรต้องหมายความว่าTaguchi must dieเพียงประการเดียวเท่านั้น

“แย่จังนะ โคคิ.... โดนตัวจริงเขาจับได้ซะแล้วว่าแอบเล่นชู้”

“ใส่ชุดสีฟ้าสะเหล่อขนาดนี้อย่ามาปากมอม เพื่อนตี๋.... ใครมันเลือกแกมาอยู่KAT-TUNวะเนี่ย ตาถั่วจริงๆ”

สองเสียงหัวเราะหากแต่แตกต่างกันด้วยความหมายอย่างสิ้นเชิงดังขึ้นประสานกันก่อนที่ต่างฝ่ายจะต่างแยกย้ายกันไปคนละทางเมื่อเสียงกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งของแฟนนานุแฟนคาเมะนาชิกระหึ่มมาจากด้านหน้าเวที อันเป็นสัญญาณบ่งบอกให้ทุกคนเคลียร์ตัวเองให้เรียบร้อยแล้วจึงขึ้นไปประจำที่รอก่อนการแสดงเดี่ยวของตนเองจะเริ่มต้นขึ้น


ริมฝีปากหนาหยักได้รูปเหยียดยิ้มอย่างมีความสุขขณะจับจ้องมองภาพความเคลื่อนไหวอันแสนอ่อนช้อยสวยงามของคาซึยะระหว่างที่เพลง1582กำลังบรรเลงท่ามกลางความตื่นตาตื่นใจของคนอีก5หมื่น5พันคนที่พร้อมใจกันมาเพื่อKAT-TUN

นอกจากลีลาเซ็กซี่เร่าร้อนเต็มเปี่ยมด้วยจริตจะก้านอย่างหญิงสาวภายใต้ชุดกิโมโนซึ่งสามารถเรียกเสียงครางฮือให้ดังสั่นสะเทือนทั่วโตเกียวโดมตลอดช่วงเวลาเกือบ10นาที อีกสิ่งหนึ่งที่ใครต่อใครต่างก็ให้ความสนใจไม่แพ้กันก็คือเนื้อเพลงใหม่ซึ่งปรากฏบนจอสกรีน

จากเนื้อเพลงเดิมที่กล่าวถึงความรู้สึกสับสนจากการที่รู้ว่าคนรักนั้นไม่ได้อยู่กับตนเองอีกต่อไปแล้ว กลับกลายมาเป็นความรู้สึกที่ซื่อตรงของชายคนหนึ่งที่มอบให้แด่คนรักของเขา

คาซึยะลอกเนื้อเพลงใหม่นี้ส่งให้กับโปรดิวเซอร์ของคอนเสิร์ตในวันต่อมาหลังจากที่พวกเขากลับมาจากเลิฟโฮเต็ล และใช้เวลาเจรจาเพียงห้านาทีเท่านั้น แผนงานใหม่ที่คิดขึ้นมาเพื่อการแสดงที่สมบูรณ์แบบของ1582ก็ได้รับการเห็นชอบอนุมัติ

แต่ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ต้นฉบับเนื้อเพลงใหม่นั้นถูกเขียนขึ้นด้วยลายมือของผู้ชายอีกคนหนึ่งซึ่งจดลวกๆลงในกระดาษโน๊ตสีชมพูแสบตาที่ตรงหัวยังมีโลโก้สัญลักษณ์ของโรงแรมเฉพาะกิจแห่งหนึ่งในย่านชินจูกุ ซึ่งทุกวันนี้มันยังถูกพับเก็บรักษาอย่างดีภายในกระเป๋าสตางค์Louis Vuittonหนังแก้วสีแดงรุ่นLimitedของคาเมะนาชิ คาซึยะ

แต่ถึงคนอื่นๆหรือแฟนๆร่วมครึ่งแสนชีวิตที่นั่งจ้องคาซึยะตาแป๋วอยู่ข้างนอกนั่นจะไม่รู้ เขาก็ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลย

แค่คาซึยะรับรู้ความรู้สึกของเขาเพียงคนเดียวก็พอแล้ว



“อาคานิชิคุง จบเพลงต่อไปแล้วเตรียมสแตนบายเพลงโซโล่ของทางุจิที่เสตจขวานะครับ”

“ครับ.... เดี๋ยวผมตามไป”


我が見ぬ夢追い掛けて 散っていった星たちよ
どうかどうか覚めぬよに 胸に手をあて願う
สิ่งที่กำลังไล่ตามความฝันของเรานั้นคือหมู่ดาวที่กระจัดกระจาย
ประสานมือวางบนอกพลางสวดอธิษฐานวิงวอนด้วยความรัก

孤独を悲しむ姫よ 一秒ごとに色をかえて
ずっとずっとこの瞳に 従えしその思い 
愛か....
เจ้าหญิงแห่งความโศกเศร้าซึ่งดำรงชีพอยู่เพียงเพื่อความเดียวดาย
แปรเปลี่ยนสีสันทุกเศษเสี้ยววินาที
หากมองผ่านด้วยดวงตาคู่นี้ สิ่งซึ่งตราตรึงอยู่ภายในห้วงความคิดตราบชั่วนิจนัรันดรนั้นจะใช่ความรักหรือไม่กันนะ?


1582

Ending


Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 23:07 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY