ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 169
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,006,942
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
7 มีนาคม 2564
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
 
10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30  31       
             
  Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
[FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~
[26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1826 คน
 
First Track : Taboo

(Before Tokyo Dome’s Last Day Concert)





ไออุ่นจากผืนอกกว้างของร่างสูงซึ่งวาดแขนกอดก่ายเอวบางจากทางด้านหลังในยามหลับใหลทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเป็นสุขเหลือเกิน จมูกโด่งเป็นสันที่รับกันเหมาะเจาะกับใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ซอกคอระหงเบียดริมฝีปากแนบชิดกับผิวเนื้ออ่อนบางส่งผ่านอุณหภูมิร้อนรุ่มนิดๆให้แล่นวาบไปตามแนวกระดูกสันหลังเปลือยเปล่า รสสัมผัสตราตึงหอมหวานซาบซ่านรัญจวนประทับลงบนผืนอกเรียบตึงกดย้ำจนเห็นเป็นร่องรอยกลีบดอกไม้สีเข้มครั้งแล้วครั้งเล่าจนกระทั่งไม่หลงเหลือช่องว่างแม้แต่ตารางนิ้วที่ยังไม่ถูกริมฝีปากหยักงามได้รูปแสนซุกซนแผ้วพานลากผ่าน ร่างกายท่อนล่างสอดประสานเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันครั้งแล้วครั้งเล่าเร่งเร้าความรู้สึกวาบหวามให้แผ่ซ่านทั่วอกครอบคลุมสติสัมปชัญญะให้จมดิ่งอยู่กับความสุขที่ต่างฝ่ายต่างหยิบยื่นให้แก่กัน


......คงจะดีกว่านี้อีกหลายร้อยหลายพันเท่า ถ้าหากว่ามันไม่ใช่เพียงความฝันหลงละเมอที่เขาสร้างขึ้นมาทดแทนสิ่งที่จะเลือนรางจางหายไปยามเมื่อกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง......


“...........จิน?”

ร่างเล็กเปลือยเปล่าที่ยังไม่ลืมตาตื่นจากห้วงนิทราดีแตะมือสะเปะสะปะไปตามผ้าปูที่นอนยับย่นหมายจะสัมผัสความอบอุ่นแบบเดียวกับที่โอบอุ้มประคับประคองตนเองเอาไว้เมื่อคืนนี้ แต่ไออากาศเย็นเฉียบจากเนื้อผ้าเรียบลื่นว่างเปล่าปราศจากร่างของชายคนรักกลับส่งผ่านมาตามปลายประสาทส่วนการรับรู้พาลให้เปลือกตาอันแสนหนักอึ้งต้องเปิดกว้างขึ้นในที่สุด เจ้าของเสียงเรียกลุกขึ้นมานั่งสะลืมสะลืออยู่ได้สักครู่ หน่วยตาเรียวคู่งามจึงกระพริบถี่ยิ่งขึ้นเพื่อปรับสภาพให้เคยชินกับแสงแดดยามเช้าที่ส่องผ่านหน้าต่างกระจกทรงสูงลอดผ้าม่านเข้ามาเพิ่มความสว่างไสวให้กับห้องนอนเมื่อรุ่งอรุณของเช้าวันใหม่มาถึง


ท่อนขาเพรียวบางพาเรือนกายซึ่งใครต่อใครต่างชื่นชมว่าอ้อนแอ้นน่ารักผิดไปจากเด็กผู้ชายในช่วงวัยเดียวกันซึ่งห่มคลุมด้วยผ้านวมหนานุ่มที่มือเล็กลากติดลงมาจากเตียงนอนกว้างเดินสำรวจไปรอบๆห้องชุดหรูหราภายในอาคารแมนชั่นใจกลางเมืองที่เป็นของชายคนรัก หากไม่ว่าจะหาสักเท่าไรก็ไม่ปรากฏวี่แววของชายหนุ่มเจ้าของห้องเลยแม้แต่เงา เรียวคิ้วสวยได้รูปขมวดมุ่นเหมือนจะขัดใจอยู่นิดๆเมื่อสมองกำลังประเมินสถานการณ์ว่าจะเป็นไปตามที่ตนเองสังหรณ์จริงหรือไม่....

แต่แล้วภาพแห่งความว่างเปล่าก็ฉายชัดจนเด็กหนุ่มผู้ซึ่งเพิ่งตระหนักรับรู้ว่าตนเองกำลังอยู่อย่างโดดเดี่ยวลำพังภายในสถานที่แห่งนี้ต้องถอนใจออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกที่แยกแยะไม่ออกว่ามันคืออะไรกันแน่ระหว่างความเคยชินและผิดหวังเสียใจ


“ออกไปก่อนอีกแล้วเหรอเนี่ย?”

แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นซ้ำๆซากๆจนน่าจะทำใจยอมรับได้นานแล้ว แต่ทว่าเขาก็มิอาจหักห้ามอารมณ์อ่อนไหวซึ่งอยู่ดีๆก็พร่างพรูท่วมท้นขึ้นมาภายในอกที่วูบโหวงกวัดแกว่งราวใบไม้แห้งกรอบปลิดปลิวออกจากกิ่งตายซากได้ดังใจปรารถนา

คาเมะนาชิ คาซึยะเปิดเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ค้างเอาไว้ก่อนจะเดินหายเข้าห้องน้ำไปทำธุระส่วนตัวพร้อมกับชุดคลุมผ้าขนหนูเนื้อดีสีขาว เสียงพิธีกรผู้ประกาศสาวคนเดิมซึ่งเคยทำหน้าที่สัมภาษณ์ตนเองมาหลายครั้งหลายคราวตามแต่โอกาสกำลังรายงานถึงข่าวคอนเสิร์ตของกลุ่มไอดอลชายซึ่งจัดขึ้นที่โตเกียวโดมติดต่อกันถึงสี่วันโดยมีการแสดงในวันนี้เป็นรอบสุดท้าย แม้ใครต่อใครจะกล่าวขานยกย่องให้เป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการเพลงญี่ปุ่น แต่คาเมะกลับไม่รู้สึกว่าตัวเองภาคภูมิใจหรือดีใจเลยสักนิดกับความสำเร็จในหน้าที่การงานเลยแม้สักนิดเดียว....

มันจะไปมีความหมายอะไรถ้าหากชีวิตส่วนตัวยังคงล้มเหลวพังพินาศไม่เป็นท่าอยู่แบบนี้?

กาแฟใส่นมในถ้วยถูกปล่อยให้เย็ดชืดไปพร้อมๆกับขนมปังแผ่นที่แห้งแข็งจนไม่สามารถฝืนทนกล้ำกลืนกินเข้าไปได้ทั้งหมด คาเมะไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนเองถึงต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยเกี่ยวกับการกระทำของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาก็รู้ดีอยู่แก่ใจตั้งแต่แรกแล้วว่าเอาแน่เอานอนไม่ได้ ผืนอกผอมบางกระเพื่อมไหวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปลดปล่อยลมหายใจอันแสนหนักอึ้งอย่างคนที่ไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาตรงหน้าได้ ไม่ว่าจะอีกกี่ครั้งกี่หน ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูคล้ายว่าจะวนเวียนย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นราวกับเขาวงกตซึ่งเลี้ยวลดคดเคี้ยวและมืดมิดริบหรี่จนมองไม่เห็นแสงสว่างที่ตรงปลายทาง

....................

..............................

แล้วเมื่อไรความรู้สึกทรมานเช่นนี้จะเลือนหายไปบ้าง ทั้งๆที่ภายในหัวใจอันแสนเวิ้งว้างเงียบเหงาของเขาก็แทบไม่หลงเหลือความสุขของการได้เป็นที่รักของใครบางคนอยู่อีกแล้ว?



เด็กหนุ่มเอ่ยทักทายเหล่าบรรดาสต๊าฟที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีระหว่างเดินสวนกันบริเวณระเบียงทางเดินในอาคารหลังใหญ่ซึ่งเป็นที่นัดพบสำหรับตารางงานช่วงเช้าของวันนี้ ใบหน้าสวยคมดูมีเสน่ห์ที่โผล่พ้นจากการบดบังของเลนส์แว่นตากันแดดสีชายิ้มแย้มแจ่มใสเช่นเคยจนคลับคล้ายว่าเป็นลักษณะนิสัยของเจ้าตัวที่แลดูสุภาพเรียบร้อย อัธยาศัยดีและมีสัมมาคารวะ แต่ใครเลยจะรู้ว่าอันที่จริงแล้วใช่ว่าคาเมะจะรู้สึกดีที่ต้องเที่ยวฉีกยิ้มให้ทุกคนทั้งๆที่ภายในใจนั้นอยากสะบัดหน้าเดินหนีไม่ต้องการพูดคุยกับใคร....

ถึงแม้จะเคยได้ยินได้ฟังถ้อยคำนินทาว่าร้ายซึ่งพาดพิงเกี่ยวข้องกับตนเองมาบ้าง จำพวกที่หาว่าประจบประแจงไม่จริงใจและสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อชื่อเสียง แต่จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่อคาเมะก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งนานแล้ว เขาก็แค่ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อนหรือลำบากเพราะความดื้อดึงเอาแต่ใจของตัวเองก็เลยพยายามทำตัวให้ว่านอนสอนง่ายเข้าไว้และจริงจังกับเรื่องงานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่จนป่านนี้ก็ไม่รู้ว่าใครกันที่ช่างมีความคิดร้ายกาจบิดเบือนแปรเจตนาของคาเมะให้กลายเป็นอื่นไป


“อรุณสวัสดิ์ทุกคน”

สิ้นเสียงคำทักทาย สมาชิกของKAT-TUNซึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้วก็หันมาโบกไม้โบกมือเป็นเชิงตอบรับ คาเมะจึงหิ้วกระเป๋าไปวางไว้ที่หน้ากระจกสำหรับแต่งตัวแล้วนั่งลงบนโซฟาข้างๆอุเอดะ ทัตสึยะหัวหน้าวงที่กำลังง่วนอยู่กับการพิมพ์เมลล์บนโทรศัพท์มือถือเนื่องจากวันนี้เป็นคิวการอัพMannual Uของเจ้าตัว ดวงตาเรียวรีกวาดมองหาใครคนหนึ่งที่หายไปจากแมนชั่นตั้งแต่เช้าหากก็ไม่พบ แต่อีกไม่กี่อึดใจถัดมา บานประตูห้องสตูดิโอซึ่งเป็นสถานที่นัดพบก็แง้มเปิดออกอีกครั้งหนึ่ง

คาเมะเหลียวหันไปมองแล้วก็ต้องประหลาดใจที่พบว่าผู้มาใหม่ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าจะเห็นคู่หูเพื่อนสนิทอย่างจินและยามะพีไปไหนมาไหนด้วยกัน หากสำหรับวันที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกอย่างการเล่นคอนเสิร์ตก็น่าจะแยกแยะให้ออกบ้างว่าสมควรหอบหิ้วตามติดกันมาราวกับเป็นเนื้องอกเนื้อร้ายที่ผ่าตัดทิ้งไม่ได้เช่นนี้หรือไม่ เผื่อว่าบางทีอาจจะมีการนัดแนะคุยรายละเอียดเรื่องงานเพิ่มเติมซึ่งคาเมะคิดว่าเป็นสิ่งที่คนนอกวงไม่ควรได้รับอนุญาตให้อยู่ร่วมฟังร่วมรับรู้.... ฉับพลัน ความหงุดหงิดฉุนเฉียวก็เอ่อล้นขึ้นมาแผ่อิทธิพลครอบงำไปทั่วจิตใจเมื่อหัวสมองอันแสนว้าวุ่นกำลังบ่งชี้ว่าสาเหตุที่จินทิ้งเขาเอาไว้ให้อยู่คนเดียวเมื่อตอนนั้นก็เป็นเพราะเพื่อนสนิทคนนี้ซึ่งคาเมะไม่เคยรู้สึกชอบน้ำหน้าเอาเสียเลย

“คาเมะจัง อรุณสวัสดิ์”

“อรุณสวัสดิ์ ยามะพี”

หนึ่งในบุคคลตัวต้นเหตุแห่งความหงุดหงิดโผล่มาทางด้านหลังเก้าอี้โซฟาพลางวาดแขนเหมือนจะโอบกอดจากทางด้านหลังแต่ในมุมมองของคาเมะมันกลับดูเหมือนการพยายามฆ่ารัดคอเสียมากกว่า เสียงทุ้มกระซิบทักทายใกล้ชิดเกินความจำเป็นเสียจนคนตัวเล็กกว่ารู้สึกขนลุกขนพองพยายามเบี่ยงกายออกให้พ้นจากพันธนาการก่อนจะแค่นน้ำเสียงแห้งแล้งตอบกลับไปตามมารยาท หากฝ่ายตรงข้ามซึ่งดูคล้ายจะจับกระแสห่างเหินหมางเมินที่คาเมะส่งไปให้ได้กลับเพียงแค่ยิ้มเยาะยักไหล่ไม่มีอาการสะทกสะท้านแล้วก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงซึ่งบ่งบอกว่าจงใจกวนประสาทอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าฉันเดาไม่ผิด เมื่อคืนนายคงนอนค้างที่ห้องจินสินะ?”

คำถามธรรมดาๆซึ่งฟังดูเหมือนจะไม่มีความหมายอะไรเป็นพิเศษนั้นเรียกความสนใจจากนักร้องนำของKAT-TUNได้ชะงัดนัก ถ้าเป็นคนอื่นพูด คาเมะอาจจะไม่คิดอะไร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายนั้นคือยามาชิตะ โทโมฮิสะผู้ซึ่งพยายามตั้งตัวเป็นอริคอยหาเรื่องเขาตลอดเวลา ถึงแม้ว่าจะผ่านพ้นช่วงโปรโมทโปรเจ็คนรกอย่างชูจิ-อากิระมากว่าสองปีแล้วหากก็ใช่ว่าสถานการณ์จะดีขึ้น.... ก็แค่พูดได้คุยได้ในฐานะเพื่อนร่วมสังกัดแต่ก็ไม่อยากยุ่ง ไม่อยากเข้าใกล้ ถ้าไม่จำเป็น

“แล้วจะทำไมเหรอ?”

“ก็ไม่ทำไมหรอก.... เห็นว่าแฟนของเพื่อนดูท่าทางเหนื่อยๆเหมือนไม่ค่อยสบาย ฉันก็แค่ลองถามดูเท่านั้นเอง”

บางครั้ง คาเมะก็รู้สึกเกลียดนิสัยของตัวเองที่ไม่ว่าจะคิดอะไรหรืออยู่ในห้วงอารมณ์แบบไหนก็มักแสดงออกผ่านทางสีหน้าท่าทางจนหมด จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่คู่กรณีจะจับสังเกตแล้วใช้จุดอ่อนนั้นโจมตีได้อย่างตรงเป้าหมาย กับยามะพีก็เช่นเดียวกัน เพราะฝ่ายนั้นรู้ดีว่าคาเมะไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามเกี่ยวกับความสัมพันธ์ต้องห้ามระหว่างเขากับจิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับกลุ่มเพื่อนสนิทนอกKAT-TUN ทั้งยามะพี นิชิกิโด เรียวและสองพี่น้องลูกครึ่ง ถึงได้ยิ่งพยายามอวดอ้างให้ได้ยินต่อหน้าเหลือเกินว่าใกล้ชิดสนิทสนมกับจินมากมายเสียจนกระทั่งตัวเขาซึ่งเป็นคนรักแท้ๆก็ยังไม่ได้มีความสำคัญสำหรับอาคานิชิเช่นเดียวกับคนพวกนั้น

มันอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องไร้สาระของคนที่ดีแต่งี่เง่ากับเอาแต่ใจไปวันหนึ่งๆ หากกระนั้นคาเมะก็ยอมรับว่าตัวเองเกลียดยามะพีก็เพราะเรื่องของจินและโลกส่วนตัวในหมู่เพื่อนสนิทที่เขาก้าวล่วงล้ำเข้าไปไม่ถึง.... ด้วยเพราะอุปนิสัยที่แตกต่างกัน คาเมะเป็นประเภทชอบความเงียบสงบ ไปไหนมาไหนทำอะไรตามลำพังหรือไม่ก็เฉพาะกับคนที่สนิทสนมกันจริงๆ ถ้าหากมีเวลาว่างก็อยากอยู่กับคนรักเพียงสองต่อสองในสถานที่ซึ่งค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัว ในขณะที่จินชอบเข้าสังคมชอบงานเลี้ยงสังสรรค์กับคนหมู่มากจนแทบไม่หลงเหลือเวลาว่างเจียดแบ่งมาให้คนรักเลย จึงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากคาเมะจะเกิดความรู้สึกว่าถูกคนพวกนั้นแย่งเอาความรักความเอาใจใส่จากจินไป

ความแตกต่างซึ่งเปรียบเสมือนเส้นขนานแยกชีวิตของพวกเขาคนให้เหินห่างออกจากกันทีละน้อย จนกระทั่งเหลือเพียงแค่ความสัมพันธ์ทางกายที่ยังผูกมัดหัวใจเอาไว้ไม่ให้หนีไปทางไหนได้ไกล สุดท้ายก็กลับมาวนเวียนอยู่ภายใต้วัฎจักรของความเจ็บปวดซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่รู้จักจบสิ้น

......หากจะบอกว่า ‘อิจฉา’ ก็คงไม่ผิดนัก......


.


.


“Challengeกันไหม คาเมะ?”

“หือ..........?”

มือใหญ่ของคนที่นั่งอยู่ด้านข้างส่งเครื่องNintendo DSสีขาวซึ่งเจ้าตัวพวกติดกระเป๋าเอาไว้สองเครื่องเสมอพร้อมสายพ่วงต่อให้พร้อมด้วยถ้อยคำชักชวนหาเพื่อนเล่นเกมส์กดแก้เบื่อและฆ่าเวลาระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่เล่นคอนเสิร์ตรอบสุดท้าย

“ไม่ล่ะ ฉันกะว่าจะงีบสักหน่อย”

ร่างเล็กตอบปฏิเสธพลางเอนศีรษะพิงหน้าต่างกระจกรถตู้คันใหญ่ซึ่งถูกใช้เป็นยานพาหนะนำพาพวกเขาไปที่โตเกียวโดม.... ความว้าวุ่นหงุดหงิดที่ถูกยามาชิตะ โทโมฮิสะรบกวนรังควานยังคงตราตรึงอยู่ภายในหัวสมองส่งผลให้คาเมะไม่มีอารมณ์อยากจะทำอะไรทั้งนั้นนอกเสียจากนั่งนิ่งๆรอคอยจนกว่าจิตใจอันแสนร้อนรุ่มของเขาจะสงบลงเอง หากกระนั้นสายตาก็พลันเหลือบมองไปยังร่างหนาซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าสุดฝั่งติดประตูโดยที่จนป่านนี้ก็ยังต่อสายคุยโทรศัพท์มือถือกับใครสักคนที่คาเมะไม่เคยรู้จัก ซึ่งดูเหมือนว่าจุนโนะสุเกะก็จะรู้เท่าทันความคิดของเพื่อนร่วมวงตัวเล็กถึงย้อนถามมาอีกครั้งด้วยท่าทีคลับคล้ายว่าจะไม่ใส่ใจหากความหมายกำกวมของประโยคเหล่านั้นกลับแอบแฝงเลศนัยประหลาดอย่างเห็นได้ชัด

“งั้นเหรอ.... นึกว่าคนอย่างคาเมะจังน่าจะเป็นพวกเกลียดความพ่ายแพ้เสียอีก”

ดวงตาเรียวรีภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีชาเหล่มองลอดเลนส์กระจกจ้องใบหน้าขาวประดับรอยยิ้มยียวนกวนประสาทของเพื่อนร่วมวงร่างสูงโปร่งราวกับจะเค้นคอถามว่าที่พูดออกมาเมื่อสักครู่นั้นหมายความว่าอย่างไรกันแน่ แต่จนแล้วจนรอดคาเมะก็ตัดสินใจหันหน้าออกนอกหน้าต่างไม่อยากต่อปากต่อคำกับบุคคลจำพวกการกระทำอยู่เหนือสามัญสำนึกอย่างทางุจิ จุนโนะสุเกะเพราะถึงอย่างไรคำตอบก็คงหนีไม่พ้นมุขตลกฝืดๆเฉไฉหลอกกัดเหน็บแนมตนเองให้เจ็บใจเล่นอยู่วันยังค่ำ

แต่หลังจากนั้นอีกเพียงแค่ไม่กี่วินาที เจ้าของดวงหน้าสวยคมงอง้ำซึ่งเพิ่งสะบัดหันหนีไปอีกทางก็ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆในลำคอดังมากจากคนที่นั่งอยู่ด้านข้าง หากเมื่อหันกลับไปมองก็เห็นว่าจุนโนะสุเกะกำลังรัวปลายนิ้วใส่เครื่องวิดิโอเกมส์ขนาดพกพาโดยไม่มีทีท่าว่าจะสนอกสนใจเรื่องราวความคิดของคาเมะอีกแต่ประการใด แต่กระนั้นเขาก็รู้สึกเข้าใจขึ้นมาเลยในทันทีว่าทำไมในบทสัมภาษณ์นิตยสารเมื่อประมาณสอง-สามเดือนก่อน โคคิถึงเปรียบเทียบว่าทางุจิ จุนโนะสุเกะมีส่วนที่ชั่วร้ายเหมือนแพร์รี่ด๊อก!!


 




ร่างโปร่งบางซึ่งเพิ่งเสร็จสิ้นจากการซ้อมบล็อคกิ้งครั้งสุดท้ายยกผ้าขนหนูสีดำพิมพ์ลวดลายสัญลักษณ์ของทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้ขึ้นซับเม็ดเหงื่อตามไรผมให้แห้งเผือดก่อนจะขออนุญาตแยกจากสตาฟและทีมงานเพื่อกลับไปพักผ่อนยังห้องแต่งตัวที่อยู่ด้านหลังเวที ในที่สุดลางสังหรณ์ร้ายกาจน่าสะพรึงกลัวของคาเมะก็กลายเป็นความจริงว่าภายในวันนี้อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันซึ่งย่อมไม่ส่งผลดีกับเขานับตั้งแต่การปรากฏตัวให้เห็นในตอนเช้าตรู่ของยามะพี สืบเนื่องจากกำหนดการช่วงMCที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างกะทันหันเมื่อมีแขกที่ไม่ได้รับเชิญขอขึ้นมาร่วมพูดคุยให้ความสนุกสนานกับแฟนๆในโตเกียวโดมด้วยอีกหนึ่งคน....

การที่ต้องจดจำคิวลำดับการพูดและหัวข้อสนทนาใหม่แทบทั้งหมดนั้นไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคาเมะเลย หากแต่เป็นเพราะเกสต์คนดังกล่าวนั้นคือศัตรูคู่อาฆาตตลอดกาลของเขาต่างหากถึงได้รู้สึกหงุดหงิดฉุนเฉียวมากยิ่งกว่าเดิม มิหนำซ้ำทุกๆคนในKAT-TUNยังดูเหมือนจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่าคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายนี้จะมียามะพีมาเป็นแขกรับเชิญแต่ไม่มีใครยอมแพร่งพรายบอกให้คาเมะรับรู้เลยสักคน โดยเฉพาะกับชายคนรักซึ่งหนีหายจากแมนชั่นไปตั้งแต่เช้าตรู่ ทำไมถึงต้องทำราวกับว่าถ้าเขาไหวตัวทันว่าจะต้องยืนร่วมเวทีกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้าแล้วจะเบี้ยวไม่ยอมมาทำงานอย่างไรก็อย่างนั้นด้วย?

+++แล้วแบบนี้จะไม่ให้คาเมะคิดว่าจินแคร์ความรู้สึกของเพื่อนมากกว่าตัวเองซึ่งเป็นคนรักได้อย่างไรไหว?+++



ไอดอลหนุ่มหน้าหวานทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะกระจกพลางทอดถอนใจด้วยความเหนื่อยอ่อน นาฬิกาบนฝาผนังเพิ่งชี้บอกเวลาบ่ายโมงตรงซึ่งอีกตั้งกว่าห้าชั่วโมงจึงจะเริ่มเปิดการแสดงหากตัวเขาในเวลานี้กลับรู้สึกเพลียมากเหลือเกินจนไม่รู้ว่าจะมีเรี่ยวแรงมากพอสำหรับร้องและเต้นติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆหรือไม่.... ผิวแก้มใสซบลงบนท่อนแขนหนุนศีรษะนอนกับโต๊ะต่างหมอนขณะปล่อยห้วงภวังค์ความคิดให้ล่องลอยไปกับสิ่งที่จะตามมาหลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ต คาเมะวางแผนคร่าวๆเอาไว้ในใจว่าอยากจะไปเล่นเซิร์ฟบอร์ดที่ทะเลสักครั้งหลังจากที่ไม่ได้ไปอีกเลยตั้งแต่ฤดูร้อนเมื่อปีที่แล้วและอาจจะนอนค้างที่บังกะโลริมชายหาดโชนันสักคืนสองคืนก่อนจะกลับมาถ่ายแบบให้กับนิตยสารรายเดือนห้าฉบับตามตารางที่นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า ซึ่งพอถึงตอนนั้นผิวพรรณขาวจัดของเขาก็คงกลายเป็นสีน้ำผึ้งทองเหมือนอย่างที่เคยอยากลองเข้าไปทำในบิวตี้ซาลอน คงจะดีไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะมีโอกาสได้พักผ่อนเงียบๆหลังจากตรากตรำทำงานหนักทั้งงานเพลง ทั้งงานพิธีกร ทั้งละครโทรทัศน์และละครเวทีมาตลอดทั้งปี

......และแน่นอนว่าคาเมะก็คงต้องไป-กลับคนเดียวอีกตามเคย แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะทุกวันนี้ชีวิตของเขาก็ไม่ต่างอะไรกับอยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว......


“ไม่มีใครอยู่เลยเหรอ?”

เสียงห้าวทุ้มเอ่ยถามแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัดภายในห้องแต่งตัวซึ่งมีเพียงแค่คนตัวเล็กกำลังฟุบนอนลงกับโต๊ะหน้ากระจก คาเมะเงยหน้าขึ้นมาเห็นร่างสูงของจินเดินหิ้วกระเป๋าเข้ามาใกล้บริเวณที่เขานั่งอยู่ก่อนจะหย่อนกายลงบ้างจึงตอบรับออกไปเบาๆจนแทบกลายเป็นเสียงกระซิบมากกว่าการพูดคุยกันตามปกติ

“..........อืม”

“ถ้าง่วงแล้วทำไมถึงไม่มานอนบนโซฟาล่ะ นอนฟุบกับโต๊ะแบบนั้นนานๆเดี๋ยวก็ปวดหัวหรอก?”

“เปล่าง่วง.... ฉันแค่กำลังคิดอะไรเพลินๆอยู่น่ะ”

คาเมะส่ายศีรษะปฏิเสธก่อนจะฉีดเสปรย์น้ำแร่ลงบนใบหน้าเรียกความสดชื่นให้กลับคืนมาอีกครั้งแล้วจึงใช้ผ้าขนหนูผืนเดิมซับออก พยายามบังคับตัวเองไม่ให้สนใจชายหนุ่มซึ่งจ้องมองมาด้วยสายตาที่เหมือนกับจะพูดว่าไม่เชื่อถือสิ่งที่คาเมะเพิ่งบอกกล่าวเลยสักนิด....

ชั่วแวบหนึ่งภายในหัวสมองที่คาเมะเผลอจินเข้าข้างตัวเองว่าจินอาจจะกำลังเป็นห่วงถึงได้ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเช่นนั้น หากพอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงเช้าของวันซึ่งอีกฝ่ายทิ้งเขาเอาไว้คนเดียวเพื่อไปรับยามะพีจากแมนชั่นอีกแห่งที่อยู่ไม่ไกลนักแล้วเดินทางมาบริษัทพร้อมกันโดยไม่คิดแม้แต่จะบอกให้คาเมะรู้สักคำอย่างน้อยก็ในฐานะคู่นอนร่วมเตียง ความรู้สึกน้อยใจระคนโกรธเคืองก็พร่างพรูเอ่อล้นขึ้นมาอิทธิพลเหนือความคิดอื่นส่งผลให้ใบหน้าหวานซึ่งสมควรจะคลี่ยิ้มยินดีกลับบึ้งตึงเหมือนอย่างที่จินเคยพูดว่าเวลาที่เขาทำแบบนี้แล้วช่างดูไม่น่ารักเอาเสียเลย

“รวบผมขึ้นสิ.... น่ารักดี ฉันชอบ”

อยู่ดีๆร่างหนาก็ลุกขึ้นจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินมากอดคาเมะจากทางด้านหลังพลางกระซิบเสียงทุ้มนุ่มชิดใบหูของคนตัวเล็กแล้วใช้ฟันงับเบาๆอย่างหยอกล้อ เด็กหนุ่มรู้สึกว่าพวงแก้มทั้งสองข้างของตนกำลังร้อนผะผ่าวก่อนที่ผิวขาวจัดจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อไปทั้งตัวจนสังเกตเห็นได้ชัดเจนผ่านกระจกเงาบานใหญ่บนฝาผนังเบื้องหน้า ก้อนเนื้อหัวใจที่เมื่อสักครู่ยังห่อเหี่ยวอ่อนล้ากลับดีดตัวเต้นไหวรุนแรงจนคาเมะได้ยินเสียงดังตึกตักขณะที่มันสูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายลอดออกมาจากผืนอกเรียบบาง และคาเมะก็เชื่อว่าจินเองก็คงรู้ว่าเขากำลัง‘ดีใจ’ที่ได้ฟังคำชมจากปากของชายผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคนรัก

“ฉันจะทำให้นะ”

คาเมะพยักหน้าเป็นเชิงยินยอมอนุญาต เพียงเท่านั้นมือใหญ่ก็หยิบอุปกรณ์ที่วางเอาไว้บนโต๊ะมาสางรวบเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วมัดเอาไว้ด้วยหนังยางรูปหัวกะโหลกสีทองซึ่งคาเมะมักพกติดตัวต่างเครื่องประดับเสมอ แพขนตายาวงอนหรี่ลงอย่างเชื่องช้าก่อนจะปิดสนิทลงซึมซาบความรู้สึกยามเมื่อปลายนิ้วของจินแทรกผ่านเส้นผมเล็กละเอียดทำไฮไลท์สีน้ำตาลทองตามสมัยนิยม.... ในใจนั้นคิดอยากจะยืดช่วงเวลาที่มีเพียงแค่พวกเขาสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพังให้ยาวนานออกไปอีก อยากจะได้รับสัมผัสนุ่มนวลอบอุ่นทะนุถนอมอย่างอ่อนโยนซึ่งแสดงถึงการมีตัวตนอยู่จริงของความรักระหว่างกันและกันให้มากกว่านี้

อะไรก็ได้ตามแต่ใจของอาคานิชิ จินต้องการ

คนอย่างคาเมะนาชิ คาซึยะก็เป็นเช่นนั้นมาโดยตลอด....



ริมฝีปากหนาหยักได้รูปสีคล้ำบดเบียดลงบนท้ายทอยไล่เรื่อยขึ้นมาจนถึงซอกคอระหงเน้นย้ำกดลงไปหนักๆฝากฝังรอยแต้มสีอ่อนจางให้ปรากฏบนเนื้อขาวเนียนละเอียด อ้อมกอดแข็งแรงรัดรึงร่างเล็กกว่าให้แนบแน่นยิ่งขึ้นขณะที่มือสากข้างหนึ่งจับคางเรียวมนพลิกใบหน้าหวานใสให้หันมารับจุมพิตดูดดื่มราวกับจะซอกซอนหาความหอมละมุนจากกลีบปากแดงก่ำของคาเมะให้หมดทุกมวลอณู ร่างบางส่งเสียงครางเครือในลำคออย่างพึงใจยามเมื่อเปิดรับให้ปลายลิ้นสากของคนรักเข้ามากวาดเกี่ยวกระหวัดทุกสิ่งทุกอย่างที่ต้องการอย่างไม่มีการอิดเอื้อนหลีกหนี....

เสมือนความทุกข์กลัดกลุ้มกังวลภายในหัวใจที่สะสมมาตั้งแต่เช้าจนแทบระเบิดเลือนรางจางหายไปจนหมดสิ้นทันทีที่จินมาคลอเคลียออดอ้อนแสดงออกให้รับรู้เข้าใจว่าตัวเขานั้นต้องการคาเมะมากกว่าใคร เด็กหนุ่มแหงนเงยเอียงคอให้มือสากประคองด้านหลังรับรสสัมผัสจากคนตรงหน้าให้ลึกล้ำมากยิ่งขึ้นไปอีกจนกระทั่งทั้งคู่ต้องละออกมาเพื่อเว้นจังหวะพักหายใจเปิดรับอากาศเข้าสู่ปอดบ้าง

“จบคอนเสิร์ตวันนี้แล้วอยากไปเที่ยวที่ไหนเป็นพิเศษหรือเปล่า.... พรุ่งนี้ฉันจะพาไปเล่นเซิร์ฟที่โชนันดีไหม อุตส่าห์มีวันหยุดหน้าร้อนทั้งที นายเองก็ไม่ได้ไปมาตั้งนานแล้วนี่?”

คาเมะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเพราะไม่นึกฝันว่าตนเองกับจินจะคิดถึงแผนการท่องเที่ยวในวันหยุดฤดูร้อนหลังจากจบทัวร์คอนเสิร์ตเหมือนกันขนาดนี้ ดวงหน้าอ่อนใสอมยิ้มเจือจางขณะที่นิ้วมือของร่างหนาเกลี่ยปอยผมซึ่งร่วงหล่นลงมาปรกแก้มใสเหน็บทัดหูเอาไว้เผยให้เห็นร่องรอยความขวยเขินเอียงอายตามประสาหนุ่มน้อยช่างอ่อนไหวที่ชื่นชอบเรื่องรักใคร่และอยากได้รับการดูแลเอาใจใส่จากคนรักอย่างเสมอต้นเสมอปลายก่อนจะเป็นฝ่ายลองเอ่ยถามกลับบ้าง

“แล้วจินอยากไปกับฉันหรือเปล่าล่ะ?”

“ยังไงก็ได้.... ฉันอยากตามใจนายมากกว่า”

จินตอบคำถามนั้นด้วยรอยยิ้มอบอุ่นหวานเชื่อมเรียกจังหวะการเต้นเร้าของก้อนเนื้อในหน้าอกข้างซ้ายของคาเมะให้ยิ่งเต้นถี่กระชั้นมากยิ่งขึ้นไปอีก ร่างบางรู้ดีอยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าจินนั้นไม่ใช่คนประเภทชื่นชอบการเล่นกีฬาหรือต้องใช้พลังกายทำกิจกรรมกลางแจ้งเป็นชีวิตจิตใจเหมือนอย่างเขา หากกลับชอบที่จะขับรถเล่นชมเมืองหรือไม่ก็ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนในไนท์คลับตอนกลางคืนเสียมากกว่า ดังนั้นคาเมะจึงอดปลาบปลื้มดีใจไม่ได้เมื่อได้ยินได้ฟังอีกฝ่ายให้คำมั่นประหนึ่งว่าเขาคือคนสำคัญที่ต้องประคบประหงมเอาใจอย่างดีที่สุด เพียงเท่านั้นคนที่เพิ่งจะนั่งซึมเศร้าอยู่เมื่อไม่นานมานี้ก็รู้สึกว่าตัวเองมีความสุขมากเหลือเกินแล้ว

“แต่มีข้อแม้ว่าตอนนี้นายต้องยอมตามใจฉันก่อน”

ร่างสูงโถมกายเข้ากอดพลางออกแรงยกคนตัวเล็กกว่าให้ขึ้นไปนั่งบนโต๊ะแล้วตีกรอบกักกังเอาไว้ไม่ให้ดิ้นรนขัดขืนหรือปฏิเสธด้วยท่อนแขนกำยำทั้งสองข้าง ริมฝีปากซุกซนและจมูกโด่งได้รูปเหมาะเจาะตรงเข้าซุกไซ้พวงแก้มขาวใสเจือด้วยสีเลือดฝาดไม่นำพาต่อแรงดิ้นขลุกขลักทุลักทุเลของคนรักซึ่งพยายามอิดเอื้อนบ่ายเบี่ยงด้วยเพราะสถานที่แห่งนี้ถึงจะปิดมิดชิดเป็นสัดส่วน หากถึงอย่างไรก็ยังคงเป็นที่สาธารณะซึ่งใครอาจจะเข้ามาตอนไหนก็ได้อยู่วันยังค่ำ ทั้งที่ใจจริงก็รู้สึกหวั่นไหวแกมภูมิใจอยู่บ้างที่อยู่ๆฝ่ายตรงข้ามอยากกอดอยากจูบเขา

“จิน.... อย่านะ เดี๋ยวพวกสต็าฟมาเห็นเข้าแล้วมันจะไม่ดี”

“เห็นก็เห็นไปสิ ช่างเขาปะไรล่ะ”

“จะได้รู้กันให้หมดทุกคนไปเลยไงว่าเต่าน้อยของฉันน่ารักมากแค่ไหน”

นักร้องหนุ่มเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาคมคายเพียงแค่ยักไหล่ไม่สนใจข้ออ้างข้างๆคูๆหวังเอาตัวรอดของคาเมะที่ช่างฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอก่อนที่ผิวเนื้อขาวละเอียดจะโดนรุกรานรังแกโดยริมฝีปากสีคล้ำ หน้าท้องแบนราบหดเกร็งยามเมื่อมือสากหยาบกร้านลูบไล้จาบจ้วงสัมผัสเข้าข้างใต้เสื้อยืดตัวบางชื้นเหงื่อเนื่องจากคาเมะใช้สวมใส่ระหว่างซ้อมการแสดงบนเวทีแล้วจึงเลิกมันขึ้นสูงเผยให้เห็นส่วนสัดความบอบบางของเด็กหนุ่มซึ่งกระตุ้นความปรารถนาในกายของจินให้ลุกโชน....

น้ำเสียงแหบหวานครางสะท้านแผ่วเบาในลำคอเมื่อจินฟอนเฟ้นนัวเนียกับเรือนร่างอ้อนแอ้นไม่เว้นวาง ปลายลิ้นร้อนแตะสัมผัสลงบนติ่งไตสีสดบนผืนอกเรียบสวยพลางขบเม้มดูดดึงจนมันยิ่งแข็งขืนสู้ลิ้น ในขณะที่อีกข้างหนึ่งก็ถูกปลายนิ้วใหญ่บดขยี้พาลให้คนโดนกระทำเสียงซ่านวาบหวามจนแขนขาอ่อนเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงขึ้นมากะทันหัน แผ่นหลังเนียนถูกดันจนประชิดติดบานกระจกเย็นเฉียบหมดทางหนีต้องยอมปล่อยเลยตามเลยให้ร่างสูงทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

“เพิ่งห่างกันได้แค่ไม่กี่นาที ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมฉันถึงต้องการนายมากถึงขนาดนี้..........”

“.........อือ......อ๊ะ!!”

เอวบางคอดกิ่วแอ่นผวายามเมื่อมือใหญ่สอดล้วงหายเข้าไปภายในขอบกางเกงเพื่อสัมผัสกับส่วนกลางลำตัวของร่างเล็กโดยตรง ความเต็มตึงคับแน่นของท่อนเนื้อบวมแดงขยายจนเต็มการกอบกุมผ่านอุ้งมือร้อนแผ่วเรียกความเสียวกระสันให้แล่นปราดขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง ทั้งร่ายกายและหัวใจถูกหลอมละลายด้วยความเร่าร้อนของอาคานิชิ จินจนปราศจากไร้ซึ่งเรี่ยวแรงต่อต้านขัดขืน....

เพียงแค่สบมองนัยน์ตาสีดำขลับประดับแต้มไฝเล็กๆตรงปลายด้านล่างคาเมะก็รู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นช่างเปรียบเสมือนแมลงโง่เง่าตัวน้อยซึ่งหลงใหลกับดักความงดงามของสิ่งที่เรียกว่าความรักจนถอนตัวถอนใจไม่ขึ้น แม้ไม่อาจล่วงรู้ได้ว่าสิ่งที่จินกำลังคิดอยู่ภายในใจในนั้นจะตรงกันกับเขาหรือไม่ เป็นเพียงความปรารถนาทางกายหรือความรักใครผูกพัน หากกระนั้น ณ เวลานี้มันก็แทบไม่มีความสำคัญอะไรอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ได้อยู่กับจินอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆก็มากเกินพอ            

“อะแฮ่ม!!”

เสียงกระแอมไอดังขึ้นจากบริเวณประตูหน้าห้องแต่งตัวอย่างจงใจขัดจังหวะส่งผลให้มือหนาซึ่งกำลังจะถอดร่นกางเกงของร่างอ้อนแอ้นที่อ่อนระทวยอยู่บนโต๊ะหน้ากระจกให้พ้นจากเรียวขาขาวผ่องต้องหยุดชะงักกะทันหัน นักร้องหนุ่มส่งเสียงสบถเบาๆอย่างไม่สบอารมณ์สักเท่าไรนักก่อนจะหันไปจ้องมองบุคคลที่สามตาขวางแข็งกร้าวด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์ที่บังอาจมาเป็นก้าวขวางคอรบกวนการพลอดรักระหว่างเขากับคนรักแสนสวยก่อนจะแปรเปลี่ยนท่าทีให้อ่อนลงเมื่อเห็นชัดเจนว่าอีกฝ่ายคือใคร.... ผิดกับคาเมะซึ่งหน้าตึงร้อนวาบขึ้นมาในทันทีที่รู้ว่าแขกไม่ได้รับเชิญนั้นไม่ใช่ทีมงานหรือใครอื่นที่ไหนเลยนอกเสียจากศัตรูตลอดกาลอย่างยามาชิตะ โทโมฮิสะ!!

“โทษทีที่มาขัดจังหวะตอนกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มนะ.... แต่จิน นายช่วยออกมานี่ก่อนได้ไหม?”

“เรื่องงานปาร์ตี้ของไอ้ยูกับพี่ชายมันคืนนี้จะเอายังไง หมอนั่นมันอุตส่าห์หาเหล้าหาผู้หญิงอย่างที่นายชอบมาประเคนให้แล้ว.... จะไปหรือไม่ไปก็ว่ามาเลย มันกำลังรอคำตอบอยู่นะ?”

เจ้าของคำถามคาดคั้นเร่งรัดชูเครื่องอุปกรณ์สื่อสารขึ้นประกอบความน่าเชื่อถือว่าเขาไม่ได้มีเจตนาอยากรบกวนความสุขของเพื่อนสนิทโดยไม่มีเหตุอันควร หากแต่เพราะเจ้าเพื่อนลูกครึ่งต่างสังกัดกับพี่ชายที่เอาแต่กระหน่ำโทรหาเพียงเพื่อต้องการจะรู้ให้ได้ว่ากำหนดการตระเวนราตรีสำหรับเลี้ยงฉลองให้กับการแสดงทัวร์คอนเสิร์ตวันสุดท้ายของจินนั้นสรุปว่ายกเลิกไปแล้วหรือยัง....

คาเมะทอดสายตามองตามร่างหนาที่เมื่อสักครู่ยังคงโอบกอดตนเองเอาไว้ด้วยความหวงแหนทะนุถนอมราวกับจะปกป้องให้พ้นจากความทุกข์ทั้งหลายทั้งปวงอย่างไม่อยากเชื่อเลยว่าจินจะทิ้งเขาเอาไว้กลางคันในสภาพน่าอับอายแบบนี้ ขณะที่ชายหนุ่มตัวต้นเหตุนั้นไม่ได้พูดอธิบายอะไรให้คาเมะฟังเลยสักคำหากแต่เพียงก้าวเท้าเร็วๆตรงไปยังหน้าประตูก่อนจะคว้าโทรศัพท์มือถือในมือยามะพีมาคุยเสียเอง หากกระนั้น ประโยคสั้นๆซึ่งทะลุผ่านเข้ามายังโสตประสาทอันมึนชาพร่าเลือนกลับยิ่งบีบคั้นลมหายใจของเด็กหนุ่มหน้าหวานให้ขาดห้วงตีบตันราวกับว่ามันอาจจะหยุดลงภายในวินาทีใดวินาทีหนึ่งข้างหน้านี้ก็เป็นได้

“ก็ต้องไปอยู่แล้วสิ.... เอามานี่ ฉันจะคุยกับมันเอง”

ถึงแม้ว่าจินจะเดินออกจากห้องแต่งตัวเพื่อไปคุยโทรศัพท์กับคู่สนทนาปลายสายข้างนอกแล้วแต่คาเมะก็ยังคงนั่งนิ่งค้างเหมือนทำอะไรไม่ถูกอยู่บนโต๊ะหน้ากระจกอยู่เช่นเดิม ดวงตาเรียวรีคู่สวยสะท้อนร่องรอยของความผิดหวังเสียใจออกมาอย่างเด่นชัด.... ร่างบางจดจำได้ดีว่าเมื่อสักครู่อีกฝ่ายยังเพิ่งจะรับปากสัญญาว่าจะตามใจเขาทุกอย่าง จะพาเขาไปเล่นเซิร์ฟที่ชายหาดโชนันในวันพรุ่งนี้ ทั้งๆที่อุตส่าห์หลงเชื่อว่าจินจะให้ความสำคัญกับคนรักเช่นเขามากกว่าใคร แต่พอเอาเข้าจริงแล้วมันก็กลับกลายเป็นเพียงแค่จินตนาการลมๆแล้งๆของคนเพ้อเจ้อซึ่งเอาแต่หลงงมงายจมปลักอยู่กับเรื่องความรักไร้สาระไปวันหนึ่งๆเท่านั้นเอง

“แย่หน่อยนะ คาเมะจัง”

ภายใต้ประสาทการรับรู้อันเลือนราง คาเมะรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่าได้ยินยามะพีหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเหมือนจะกลั้วหัวเราะในลำคอก่อนเดินจากไป หากแต่หัวสมองของเขากลับไม่สามารถแปลความหมายของรูปประโยคที่ฟังดูราวกับต้องการจะถากถางเยาะเย้ยนั้นได้อีกแล้ว ความเสียใจซึ่งท่วมท้นขึ้นมาภายในชั่วพริบตานั้นมันช่างมากมายเหลือเกิน มากเสียจนเด็กหนุ่มไม่รู้ว่าจะจัดการรับมืออย่างไรจึงจะสามารถทำให้กระบอกตาของเขากลับมาอยู่ในสภาพปกติไม่ร้อนผ่าวและไม่มีหยดน้ำใสเอ่อคลอกลบทัศนียภาพเบื้องหน้า.... คาเมะไม่ได้อยากเป็นคนอ่อนแอที่จะต้องร้องไห้เสียน้ำตาให้กับความรักอยู่ร่ำไป ไม่ได้อยากเป็นของเล่นที่ถูกวางกองเอาไว้ในตระกร้าใบเก่า พอนึกอยากเล่นก็หยิบเอามาเชยชมสักครั้งแต่พอเบื่อหน่ายไม่ต้องการก็โยนทิ้งให้กระจัดกระตายแตกสลายอย่างไม่ใยดี

คาเมะก็แค่อยากเป็นคนที่จินรักเท่านั้นเอง

หรือว่ามันเพียงแค่ความฝันที่เขาไม่มีวันเอื้อมมือไขว่คว้าถึง?


มือบอบบางขาวจัดกระชากหนังยางรัดผมที่จินเป็นคนผูกให้ออกรวดเดียวอย่างไม่กลัวเลยว่าตัวเองจะเจ็บหรือกระจุกเส้นผมจะหลุดติดมาด้วย ในเมื่อตอนนี้ทั้งร่างกายและหัวใจของเขามันด้านเฉยชินชาเสียจนไม่ว่าความเจ็บปวดใดๆบนโลกก็มิอาจแทรกซึมเข้าไปทำให้มันระคายเคืองได้อีกต่อไปแล้ว ใบหน้าสวยคมแหงนเงยขึ้นมองเพดานพลางกระพริบตาถี่ๆขับไล่ละอองน้ำใสที่พยายามดันตัวออกมาให้ถอยหลังกลับเข้าไปตามเดิมก่อนจะถอนหายใจลึกๆปลอบประโลมตนเองให้เข้มแข็งเผื่อว่าความรู้สึกปวดร้าวในอกจะสูญสลายไปได้บ้าง.... แม้ว่าจะหนีไม่พ้นการพยายามหลอกตัวเองว่าไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยบทเรียนราคาแพงคราวนี้มันก็สอนให้เขาได้รับรู้ความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายว่าอย่าได้หลงคารมจนพลั้งเผลอไว้เนื้อเชื่อใจผู้ชายที่ชื่อ ‘อาคานิชิ จิน’ อีก

....................

..............................

อยู่ไหนกันเล่า คนที่บอกว่ารัก?

อยู่ใหนกันเล่า คนที่บอกว่าจะทะนุถนอมและให้ความสำคัญ?

สุดท้ายมันก็เป็นเพียงแค่ลมปากของคนบางคนที่ไม่เคยรักษาคำพูดของตัวเองเลยก็เท่านั้น



.....................




เมื่อก่อน.... ผมเคยคิดว่าต่อให้อีกฝ่ายเป็นคนที่เรารักมากมายสักเพียงไหน

แต่ถ้าเขาไม่ได้รักเราเหมือนอย่างที่เรารัก ไม่ได้ครอบครองครบสมบูรณ์ทั้งร่างกายและหัวใจ ก็ย่อมหมายความว่าเขาคนนั้นไม่ใช่คนที่เกิดมาเพื่อกันและกันอย่างแท้จริง

ก็สู้ห่างเหินไม่ต้องมาพบเจอกันอีกเลยคงจะดีกว่า



“เอาล่ะ.... รอบสุดท้ายแล้ว พยายามให้เต็มที่เลยนะทุกคน” อุเอดะ ทัตสึยะซึ่งอยู่ในตำแหน่งลีดเดอร์ของKAT-TUNต้องรับหน้าที่ปลุกขวัญให้กำลังใจเพื่อนร่วมวงที่เหลืออีกห้าชีวิตก่อนถึงเวลาขึ้นแสดงคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายในโตเกียวโดม เนื่องจากทั้งหนังสือพิมพ์และสื่อโทรทัศน์ต่างก็พากันประโคมข่าวการแสดงสดของKAT-TUNครั้งนี้อย่างใหญ่โตจนเป็นที่จับตามองว่ากลุ่มศิลปินไอดอลกลุ่มแรกซึ่งได้รับโอกาสให้เล่นคอนเสิร์ตในฮอลล์ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นที่มีความจุของผู้ชมเกือบหกหมื่นคนติดต่อกันสี่วันนั้นจะแน่จริงสมคำร่ำลือสักแค่ไหน เพราะฉะนั้นแรงกดดันและความคาดหวังที่อยากจะประสบความสำเร็จกับทัวร์คอนเสิร์ตจึงเพิ่มพูนขึ้นเป็นเงาตามตัวส่งผลให้เด็กหนุ่มวัยรุ่นตอนกลางทั้งหกขวัญใจแฟนเพลงนับล้านต้องมายืนประสานมือร่วมแรงร่วมใจสร้างผลงานให้ออกมาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้.... มือของสมาชิกทุกคนในKAT-TUNยื่นออกมาประสานกันตรงหน้าเรียงตามลำดับตัวอักษรซึ่งเรียงร้อยกันเป็นชื่อวง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ดำเนินการทำอะไรต่อให้เสร็จสิ้น อุเอดะก็เหมือนเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีใครบางคนขาดหายไปจึงเอ่ยถามเอากับคนที่เหลือ

“แล้วจินล่ะ หมอนั่นอยู่ไหน?”

“อยู่โน่นไง”

ทานากะ โคคิพยักเพยิดให้ลีดเดอร์หน้าสวยหันไปมองลูกวงเจ้าปัญหาซึ่งจนป่านนี้ยังมัวแต่คุยโทรศัพท์ไม่เลิกอยู่ที่อีกมุมหนึ่งของด้านหลังเวทีพลางส่งสายตากดดันไปบีบบังคับให้ฝ่ายนั้นรีบกดตัดสายแล้วมายืนล้อมวงประสานมือด้วยกันเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ ชายหนุ่มร่างสูงจึงบอกลาคู่สนทนาที่ไม่ต้องบอกเล่าให้มากความก็พอจะคาดเดาได้ว่าปลายสายถ้าไม่ใช่พวกผู้หญิงกลุ่มนางแบบก็คงเป็นเพื่อนสนิทนอกสังกัดเช่นเคย แม้แต่อุเอดะที่เป็นหัวหน้าวงยังเบื่อหน่ายเอือมระอาที่จะต่อว่าตักเตือน แล้วมีหรือว่าสมาชิกคนที่เหลือจะกล้าปริปากบ่นออกมาทั้งที่ใจจริงแล้วก็อยากด่าให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลยว่าเวลาไหนควรทำอะไร

“ขยับไปหน่อยสิ นายน่ะ”

“โห อะไรวะ.... โผล่มาถึงก็เบียดเจ้าจุนโนะกระเด็นตกขอบเลยนะ คาเมะก็อยู่ใกล้แค่นี้ ไม่มีใครในKAT-TUNคิดจะแย่งไอ้เต่าไปจากแกหรอกน่า”

จินเดินเข้ามาแทรกกลางระหว่างคาเมะกับจุนโนะซึ่งยืนติดกันก่อนจะวางมือทับลงบนหลังมือนุ่มนิ่มของคนรักแล้วจับให้อยู่นิ่งๆเพราะอีกฝ่ายพยายามจะชักหนีไม่ยินยอมให้เขาแตะเนื้อต้องตัวแต่โดยดี ทำเอาแรปเปอร์หนุ่มร่างสันทัดห่อปากส่งเสียงล้อเลียนด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางหวงแหนแสดงออกถึงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของในตัวน้องเล็กของวงจนเกินเหตุทั้งที่เมื่อครู่ยังต่อสายพูดคุยอี๋อ๋อกับเพื่อนสาวนางแบบนิตยสารชื่อดังอยู่แท้ๆ

“มีปัญหาหรือไง!!??”

“ปล๊าววววว~ ใครหน้าไหนมันจะไปอยากมีปัญหากับแกวะ ดุขนาดนี้?”

โคคิลากเสียงสูงพลางทำท่าขนลุกขนพองประกอบความน่าเชื่อถือ หัวสมองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์อัปยศในละครเวทีDreamboyปี2006ซึ่งแสดงร่วมกับพวกKanjani 8ที่อยู่ดีๆคาเมะก็ครึ้มอกครึ้มใจเดินมาวนเวียนใกล้เขาตลอดทั้งวัน จนพิษรักแรงหึงแทรกซึมเข้าสู่กระแสเลือดของจินพาลให้หมอนั่นเดิมตามส่งสายตาอาฆาตให้เขาตลอดทั้งรอบการแสดงจนกระทั่งม่านปิด มิหนำซ้ำทัวร์คอนเสิร์ตของปีที่แล้วในรอบโอซาก้าที่คาเมะพยายามเข้าไปคลอเคลียนัวเนียไล่จูบจุนโนะสุเกะกลางเวที เจ้ายีราฟร่างโย่งดวงตกก็หนีไม่พ้นโดนฝ่าเท้าของคนขี้หึงถีบเข้าให้ตรงกลางหลังพอดิบพอดี เป็นอุทธาหรณ์สอนใจที่รับรู้กันดีในหมู่สมาชิกKAT-TUNว่าอย่าได้ไปแหยมกับเต่าน้อยสุดที่รักของไอ้จินมันเป็นอันขาดถ้าไม่อยากถึงฆาตก่อนวัยอันควร

แต่โคคิก็จนปัญญาจะหาเหตุผลมาอธิบายให้กระจ่างแจ้งว่าในเมื่อจินเองก็ดูทั้งรักทั้งหวงคาเมะเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ชนิดที่ใครหน้าไหนก็ห้ามไปทำรุ่มร่ามแตะเนื้อต้องตัวแฟนของมันโดยไม่ได้รับอนุญาต แล้วทำไมถึงขยันสร้างเรื่องก่อปัญหาให้คาเมะเสียใจได้ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่ว่าจะเรื่องเหล้าเรื่องผู้หญิงเรื่องเที่ยวกลางคืน ไหนจะยามะพีเพื่อนซี้สุดเลิฟที่มันหนีบมาเป็นแขกรับเชิญบนเวทีช่วงMCด้วยอีกหนึ่งคดี....

ไม่เข้าใจจริงๆว่าจินเพียงแค่แกล้งโง่ทำเนียนหรือไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าสองคนนั้นไม่ชอบขี้หน้ากันมาแต่ไหนแต่ไร แล้วดูเจ้าเต่าน้อยสิ หน้างอปากเบะทำตาเศร้าเหมือนกับจะร้องไห้แบบนี้มาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว หมอนั่นมันเคยคิดจะดูดำดูดีอะไรคนรักบ้างไหม มัวแต่บ้าคุยโทรศัพท์จีบสาวอยู่ได้!!

“คาเมะ เมื่อไรจะอยู่นิ่งๆสักที!!??”

เมื่อโดนอุเอดะส่งเสียงเขียวพร้อมด้วยสายตาเขม่นเข่นเขี้ยวเป็นเชิงตักเตือนมาให้ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดความอดทนกับสารพัดปัญหาเอาแต่ใจทั้งหลายแหล่ของลูกวง เด็กหนุ่มซึ่งยืนยุกยิกลุกลี้ลุกลนพยายามสะบัดมือให้พ้นจากการเกาะกุมเหนียวแน่นของชายคนรักถึงได้ยอมจำนนปล่อยให้ฝ่ามือหนาแตะสัมผัสทั้งที่ข้างในใจนั้นกำลังร้องประท้วงอยากล้มเลิกธรรมเนียมปฏิบัติก่อนขึ้นเวทีคอนเสิร์ตคราวนี้เสียเหลือเกิน ในขณะที่คนตัวสูงกลับตีสีหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องอย่างพึงพอใจเมื่อจนแล้วจนรอดคาเมะก็ไม่สามารถหนีไปจากเขาได้อีกครา
พอคาเมะอยากจะเข้าใกล้ จินก็มักจะถอยหนีทำเหินห่างเย็นชา

หากพอคาเมะจะเป็นฝ่ายถอยหนีบ้าง จินก็จะเข้ามาใกล้แล้วแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้าทุกครั้งไป

เมื่อไรผู้ชายคนนี้จะเลิกล้อเล่นกับความรู้สึกของเขาเสียที?

.


.

“โคคิ จุนโนะ.... รอฉันด้วยสิ”

ร่างผอมบางในชุดเสื้อผ้าอลังการครบเครื่องเต็มยศเตรียมพร้อมสำหรับการออกไปแสดงคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายวิ่งกระหืดกระหอบตามหลังแรปเปอร์และนักเต้นอันดับหนึ่งประจำวงไปติดๆพลางร้องตะโกนบอกให้อีกฝ่ายหยุดรอเพื่อที่จะออกไปขึ้นกระเช้าไฮโดรลิคด้วยกัน หากแต่เหตุผลที่แท้จริงซึ่งทำให้คาเมะต้องขอติดสอยห้อยตามโคคิกับจุนโนะสุเกะไปนั้นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากอยู่ใกล้จินนานกว่านี้แม้อีกสักเพียงวินาทีเดียว และหวังว่าเพื่อนสองคนคงจะสามารถทดแทนเกราะกำบังช่วยให้ตนเองหลีกเลี่ยงสถานการณ์ชวนให้รู้สึกอึดอัดนั้นได้บ้างไม่มากก็น้อย แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลสำเร็จเมื่อเสียงห้วนห้าวคุ้นหูดังสวนขึ้นแทบจะทันทีที่คาเมะกำลังก้าวขาตามเข้าไปสมทบกับเพื่อนทั้งสองอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

“จะไปบอกให้เจ้าพวกนั้นรอทำไม ไม่ได้ไปทางเดียวกันสักหน่อย.... มานี่เลย!!”

มือหนากระชากท่อนแขนเพรียวจากทางด้านหลังก่อนจะออกแรงฉุดกระชากลากถูบังคับคนตัวเล็กให้เดินไปอีกทางในขณะที่คาเมะเองก็ขัดขืนดิ้นรนสุดกำลังไม่ยินยอมให้จินพาตัวเขาไปง่ายๆ โคคิกับจุนโนะสุเกะรวมถึงทีมงานอีกหลายชีวิตในบริเวณนั้นซึ่งดูลาดเลาวี่แววแล้วคงจะไม่สามารถยื่นมือยื่นเท้าเข้าไปขัดขวางแทรกกลางระหว่างปัญหาในมุ้งของคู่สามี-ภรรยาก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงๆพลางสวดมนต์ภาวนาขออย่าให้จินกับคาเมะบาดหมางกันหนักข้อจนส่งผลกระทบต่อการแสดงบนเวทีก็แล้วกัน....

เมื่อมาถึงบลอคกิ้งตรงจุดตำแหน่งที่จะใช้เปิดตัว จินถึงได้ยอมปล่อยมือจากแขนของคาเมะแล้วจึงเอ่ยถามอย่างพยายามจะระงับอารมณ์ไม่ให้โมโหเกรี้ยวกราดใส่คนตรงหน้า เขาเองก็ยังไม่ค่อยเข้าใจว่าเพราะอะไรเต่าน้อยที่ยังน่ารักน่าเอ็นดูตอนอยู่ในห้องแต่งตัวถึงได้กลายเป็นเด็กดื้อเอาแต่ใจและพูดไม่รู้ฟังเฉพาะเจาะจงกับเขาคนเดียวแบบนี้ ทั้งที่จินก็อุตส่าห์เอาอกเอาใจรับปากว่าจะพาไปเที่ยวพักผ่อนหลังจบงานทัวร์คอนเสิร์ตอย่างที่เจ้าตัวอยากจะไปแต่ยังไม่มีโอกาสแล้วแท้ๆ ไม่รู้ว่าจะสร้างปัญหายุ่งยากไปถึงเมื่อไรจึงจะพอใจ!!??

“อยู่ดีๆเกิดงอนอะไรขึ้นมาอีก หืมม์?”

“เปล่านี่”

ไอดอลหน้าหวานเสมองไปอีกทางไม่อยากสบตากับคนใจร้ายที่จ้องมองคาดคั้นกดดันราวกับว่าเขาคือนักโทษที่ต้องสอบปากคำเอาความจริงให้จงได้ ต่อให้คาเมะพูดออกตามตรงไปว่ากำลังโกรธ โมโหและไม่อยากเห็นหน้าจินอีกเลยตลอดชั่วชีวิตนี้ คนตรงหน้าก็คงไม่รู้สึกสำนึกหรอกว่าสาเหตุหลักที่ทำให้เขาคิดเช่นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นผลมาจากการกระทำอันแสนมักง่ายไร้ความรับผิดชอบของตัวเองทั้งสิ้น อย่างมากที่สุดก็คงกล่าวโทษหาว่าคาเมะต่างหากที่เป็นฝ่ายชอบโวยวายหาเรื่องแถมยังงี่เง่าเอาแต่ใจ ดีแต่สร้างความเดือดร้อนไม่รู้จักจบจักสิ้นเสียมากกว่า

“ถ้านายไม่ได้เป็นอะไรก็ดี.... แล้วดึงผมที่ฉันรวบให้ออกทำไม?”

ชายหนุ่มยังคงถามต่อหากกระนั้นก็มีเพียงแค่ความเงียบงันจากคาเมะส่งผ่านมาให้ทดแทนคำตอบ

“จะออกไปหน้าเวทีอยู่แล้ว เลิกทำหน้าบึ้งไม่น่ารักแบบนี้สักที”

น้ำเสียงกร้าวราวกับจะตำหนิติเตียนพฤติกรรมและนิสัยของตนเองคือสิ่งสุดท้ายที่คาเมะได้ยินจากจินก่อนที่เสียงVTR Introductionจากด้านหน้าเวทีจะดังขึ้นกลบทุกสิ่งทุกอย่างให้เลือนรางจางหาย ร่างสูงคว้าแว่นตากันแดดสีดำทรงหยดน้ำขึ้นมาสวมพลางเบือนหน้าหนีไปอีกทางประหนึ่งจะบอกให้คนรักรับรู้กลายๆว่าไม่อยากสนใจอะไรอีกแล้วนอกจากการแสดงที่กำลังจะเริ่มต้นและคาเมะเองก็ควรทำเช่นเดียวกันด้วย....

คำพูดตอกย้ำถึงความไม่สำคัญ ไร้คุณค่า ไร้ความหมายล่องลอยวนเวียนอยู่ในโสตประสาทของคาเมะนาชิ คาซึยะซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาเกือบลืมไปแล้วว่าขณะนี้ตนเองกำลังยืนอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรถ้าหากไม่ได้สต๊าฟคนหนึ่งยื่นไม้เท้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์สำหรับใช้ขึ้นแสดงให้เขาถือเอาไว้ เด็กหนุ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองกำลังสั่นเทาและร้อนผ่าวโดยเฉพาะตรงส่วนมือและท่อนแขนจุดที่สัมผัสของจินยังคงตกค้างจากเหตุการณ์เมื่อครู่ แม้กระทั่งรอยยิ้มซึ่งเคยเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับไอดอลอย่างเขาก็ยังลำบากยากเย็นเหลือเกินกว่าที่คาเมะจะเค้นมันออกมาได้สำเร็จ

คาเมะรู้ดีว่าหน้าที่ของตัวเองคืออะไร ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกหรืออกคำสั่งว่าต้องทำอย่างไรจึงจะแลดูน่ารักหรือไม่น่ารัก

ทันทีที่ก้าวขาเหยียบย่างออกสู่เรือลำใหญ่ ใบหน้าของเขาก็สดใสราวกับว่าไม่เคยมีความทุกข์สะสมอยู่ข้างในก้อนเนื้อหน้าอกข้างซ้ายมาก่อน

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันไม่ใช่เพราะคำพูดของจิน

ไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย....


....................

..............................


......Taboo ใกล้จะเริ่มต้นขึ้นแล้ว......



++To Be Continued On 2nd Track ~Affection~+++

<script language="JavaScript1.2">

function disableselect(e){
return false
}
function reEnable(){
return true
}
//if IE4+
document.onselectstart=new Function ("return false")
//if NS6
if (window.sidebar){
document.onmousedown=disableselect
document.onclick=reEnable
}
</script>

<script language=JavaScript>
<!--
var message="Function Disabled!";
///////////////////////////////////
function clickIE() {if (document.all) {alert(message);return false;}}
function clickNS(e) {if 
(document.layers||(document.getElementById&&!document.all)) {
if (e.which==2||e.which==3) {alert(message);return false;}}}
if (document.layers) 
{document.captureEvents(Event.MOUSEDOWN);document.onmousedown=clickNS;}
else{document.onmouseup=clickNS;document.oncontextmenu=clickIE;}
document.oncontextmenu=new Function("return false")
// --> 
</script>
Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:21 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY