ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 177
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 1,006,950
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
7 มีนาคม 2564
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
 
10  11  12  13 
14  15  16  17  18  19  20 
21  22  23  24  25  26  27 
28  29  30  31       
             
  Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
[FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~
[26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1868 คน
3rd Track : Affection
(After Tokyo Dome’s Last Day Concert)




“เอ้า.... คัมไป!!!”

“ขอบคุณมากนะทุกคน สำหรับเกือบๆสามเดือนที่ผ่านมา.... หวังว่าทัวร์คอนเสิร์ตคราวหน้าของKAT-TUN พวกเราคงจะได้ร่วมงานกันอีก”

ทีมงานอาวุโสซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลความเรียบร้อยของงานคอนเสิร์ตครั้งนี้แทนคุณจอห์นนี่กล่าวนำก่อนที่สต๊าฟทุกคนจะชนแก้วพร้อมกัน เสียงพูดคุยหัวเราะดังกึกก้องทั่วห้องประชุดขนาดกลางของบริษัทซึ่งในวันนี้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นสถานที่กินดื่มสำหรับเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องที่ทำงานร่วมกันมาตลอดระยะเวลาหลายเดือนทั้งขั้นตอนของการวางแผนและดำเนินการ สีหน้าของทุกคนล้วนแล้วแต่ปลอดโปร่งโล่งใจและเต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน ยกเว้นเสียก็แต่เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักสะสวยซึ่งเป็นนักร้องนำของวงเพียงคนเดียวซึ่งนอกจากจะปั้นหน้าบูดบึ้งผิดวิสัยปกติของเจ้าตัวแล้ว ซ้ำยังแทบไม่ยอมพูดยอมจากับใคร เอาแต่ดื่มของเหลวสีอำพันจำนวนมหาศาลราวกับว่ามันคือน้ำเปล่าใสสะอาดไร้แอลกอฮอลล์เจือปนอย่างไรก็อย่างนั้น

“เฮ้ย!! คาเมะใจเย็นๆ ดื่มรวดเดียวแบบนี้เดี๋ยวก็น็อคหรอก!!!”

ยูอิจิร้องห้ามดังลั่นเมื่อเห็นว่าน้องเล็กของKAT-TUNกระดกแก้วเบียร์ขึ้นกรอกปากซดเอาๆรวดเดียวชนิดไม่พูดพล่ามทำเพลง ใบหน้าขาวจัดแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยฤทธิ์ร้ายของน้ำรสชาติขมปร่าในแก้วใบเขื่องบ่บอกถึงสภาพร่างกายของเจ้าตัวว่าจวนเจียนจะทนไม่ไหวในอีกไม่ช้า หากกระนั้นน้ำเสียงแหบหวานซึ่งเริ่มติดจะอ้อแอ้ยานคางนิดๆก็ตวัดห้วนปฏิเสธก่อนจะยกเบียร์ที่เหลือติดก้นแก้วไหลลงลำคอจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือหรอ

“แค่นี้เอง ไม่เมาหรอกน่า”

“ก็ฉันเหนื่อยนี่ อยากดื่มเบียร์เยอะๆ.... โคคิ เอามาเติมให้หน่อยสิ”

มือเล็กเสือกไสยื่นแก้วเปล่าให้เพื่อนร่วมวงที่นั่งอยู่ด้านข้างพร้อมทั้งเอ่ยปากออกคำสั่งเรียกหาของเหลวสีอำพันเพิ่มเติมราวกับที่ดื่มเข้าไปเมื่อสักครู่นั้นมันช่างน้อยนิดและยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของคาเมะอยู่ดี ไม่ว่าใครจะพูดห้ามปรามอย่างไรหรือสายตานับสิบๆคู่จะจ้องมองมาด้วยความประหลาดใจสงสัยสักเพียงไหนก็ไม่มีทีท่าว่าร่างบางซึ่งในยามปกติแล้วจะค่อนข้างสุภาพเรียบร้อยเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้คนหมู่มากจะยินยอมเลิกซัดเบียร์ขวดแล้วขวดเล่าต่างน้ำหวานโดยที่ไม่แตะข้าวปลาอาหารอย่างอื่นรองท้องก่อนเลย

สมาชิกKAT-TUNที่เหลือรวมไปถึงทีมงานหลายคนเริ่มนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนช่วงก่อนเริ่มการแสดงที่ดูคล้ายว่าคาเมะนาชิกับอาคานิชิจะมีปากเสียงกันโดยที่พวกเขาไม่ทราบต้นสายปลายเหตุ หลังจากนั้นก็เห็นทั้งคู่ยื้อยุดฉุดกระชากลากกันไปขึ้นรถตู้เพื่อกลับมายังอาคารที่ทำการบริษัทแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียวตลอดการเดินทาง จนกระทั่งทีมงานแบคเสตจคนหนึ่งได้เล่าถึงสิ่งที่ตนเองไปประสบพบเจอมาขณะที่ได้รับมอบหมายให้ไปตามตัวคาเมะนาชิมาแสตนบายหลังจบช่วงโซโล่ของทางุจิ จุนโนะสุเกะซึ่งเขาสงสัยว่าอาจเป็นชนวนเหตุของความบาดหมางผิดใจของนักร้องนำทั้งสองของKAT-TUN และชื่อของยามาชิตะ โทโมฮิสะก็ย่อมต้องเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้....

เพียงแค่ภายในระยะเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ข่าวลือเรื่องรักสามเส้าระหว่างคาเมะ จินและยามะพีก็แพร่สะพัดไปทั่วทั้งงาน จนกระทั่งลอยไปกระทบเข้าหูของชายหนุ่มร่างสูงผู้ซึ่งมีรายชื่อถูกพาดพิงอยู่ในเนื้อหาบทสนทนาลับๆของเหล่าบรรดาสต๊าฟทัวร์คอนเสิร์ตครั้งนี้

“ไม่รู้ทำไมวันนี้คาเมะถึงได้งอแงจังเลยนะ นายจะไม่เข้าไปดูแลเขาสักหน่อยเหรอ?”

แขกรับเชิญจากวงNEWSเอ่ยถามเพื่อนสนิทซึ่งทำทีเป็นยืนนิ่งเงียบขรึมไม่พูดไม่จาหากกลับส่งสายตาจ้องมองไปยังคนรักตัวเล็กที่นั่งซัดเบียร์ต่างน้ำอยู่ตรงโซฟามุมด้านในสุดของห้องจัดเลี้ยง ยามะพีเองก็คาดไม่ถึงเช่นเดียวกันว่าคำพูดธรรมดาๆเพียงไม่กี่คำของตนจะส่งผลให้คนเข้มแข็งแต่เปลือกนอกอย่างคาเมะจิตใจอ่อนไหวจนสูญเสียการควบคุมตัวเองได้มากมายถึงเพียงนี้ หากกระนั้นเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่ต้องยื่นมือเข้าไปรับผิดชอบแต่ประการใดในเมื่ออีกฝ่ายก็ตั้งป้อมรังเกียจใส่เขาอยู่ไม่ใช่น้อย

“พี.... นายไปพูดอะไรกับคาเมะหรือเปล่า?”

หลังจากประมวลความคิดจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ครู่ใหญ่ อาคานิชิ จินก็เอ่ยปากกึ่งถามกึ่งคาดคั้นเอาความจริงจากยามะพีด้วยความไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรอยู่ดีๆท่าทีของคาเมะที่มีต่อเขาจึงเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนตามไม่ทัน....

ใช่ว่าเขาจะเชื่อถือข่าวลือเหลวไหลซึ่งพวกสต๊าฟหยิบยกมาถกเถียงพูดคุยเป็นประเด็นร้อนที่บอกว่ามีทีมงานCo-Ordinatorคนหนึ่งเห็นกับตาว่าคาเมะยืนตาแดงก่ำเหมือนจะร้องไห้อยู่ภายในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าหลังเวทีโดยที่เพื่อนสนิทของเขาก็เพิ่งเดินออกมาจากห้องนั้น แต่สิ่งที่พอจะเป็นสาเหตุให้คาเมะโกรธเขาได้นั้นก็มีอยู่เพียงไม่กี่เรื่อง ถ้าจะหาชนวนเหตุซึ่งใกล้ตัวที่สุดในเวลานี้ก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนร่วมสังกัดที่คาเมะไม่ถูกชะตาไม่ชอบหน้ามาตั้งแต่ไหนแต่ไรอย่างยามะพี

“หืมม์.... เปล่านี่ มีอะไรเหรอ?”

“ก็รู้ๆกันอยู่ว่าคาเมะเขาไม่ค่อยชอบขี้หน้าฉันสักเท่าไร แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันต้องไปคุยกับเขาด้วยล่ะ ว่าอย่างนั้นไหม?”

ชายหนุ่มร่างสูงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้พลางยกแก้วเบียร์ขึ้นจรดริมฝีปากสีคล้ำในขณะที่นัยน์ตาคมก็ยังคงมองจ้องมองพฤติกรรมของคาเมะต่อไปเรื่อยๆ ร่างผอมบางอ้อนแอ้นหน้าตาแดงจัดปีนป่ายขึ้นไปนั่งตักโคคิก่อนจะหอมแก้มเพื่อนร่วมวงซึ่งได้แต่ตัวแข็งทื่อเพราะทำอะไรไม่ถูกฟอดใหญ่แล้วจึงฉกเอาแก้วเหล้าจากมืออีกฝ่ายมาดื่มเสียเองจนหมดเกลี้ยง....

ภายใต้หัวสมองซึ่งคับคั่งอัดแน่นไปด้วยอารมณ์โมโหหงุดหงิด สิ่งสุดท้ายที่จินสามารถรับรู้ได้ก็คือเสียงหัวเราะในลำคอด้วยความตลกขบขันของยามะพียามเมื่อคาเมะยังคงทำตัวเหลวแหลกไร้สติเที่ยวออดอ้อนขอจูบคนโน้นคนนี้ไปทั่วสลับกับอัดน้ำเมาเข้าปาก ถ้าหากคิดว่าต่างฝ่ายต่างกำลังโกรธกันอยู่แล้วเขาจะเมินเฉยยอมปล่อยให้เรื่องประชดประชันงี่เง่าบ้าบอนี้ผ่านไปอย่าง่ายดายล่ะก็ เห็นทีว่าคาเมะคงต้องทำความรู้จักกับนิสัยของผู้ชายอย่างอาคานิชิ จินใหม่ทั้งหมดเสียแล้วกระมัง
ถ้าสาเหตุไม่ใช่เพราะยามะพี ก็หมายความว่าต้องเป็นเพราะจิน
อยากรู้นักเชียวว่าเขาไปทำอะไรให้คาเมะโกรธเคืองไม่พอใจนักหนา ถึงต้องมาระบายออกด้วยกิริยาท่าทางไม่น่ามองแบบนี้?

“คาเมะ.... พอที กลับบ้านได้แล้ว”

เจ้าของมือแกร่งออกแรงยื้อยุดลากเอาตัวคนรักออกมาจากการพยายามบีบบังคับจูบปากกับจุนโนะสุเกะก่อนที่จะแย่งแก้วเบียร์สดในมือวางกระแทกลงบนโต๊ะไม่ยอมให้คาเมะได้รับแอลกอฮอลล์เข้าสู่กระแสเลือดมากเกินไปกว่านี้ ร่างบางเหลียวหันกลับมามองหน้าจินตาขวางอย่างไม่ลดราวาศอกท่ามกลางความตื่นตระหนกตกตะลึงของทีมงานคนอื่นๆในห้องจัดเลี้ยงเนื่องจากเกรงว่าสองนักร้องนำแห่งKAT-TUNจะเปิดศึกวางมวยให้นิตยสารแทปลอยด์เอาไปประโคมข่าวได้อีกว่าเกิดรอยร้าวภายในหมู่สมาชิกของศิลปินกลุ่มไอดอลชื่อดัง พาลให้เขาต้องลำบากลำบนตามแก้ข่าวเอาเงินก้อนใหญ่อุดปากพวกนั้นอีกเป็นระลอกคลื่น

“ปล่อยฉันนะ!! ฉันจะดื่ม อย่ามายุ่ง!!!”

“คาเมะ!!!”

“คนอย่างจินน่ะจะไปไหนก็ไปเลย!! ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันเกลียดจิน!!! เกลียดที่สุดเลย!!!!”

เสียงแหบห้าวตวาดกลับทันควันเมื่อคาเมะยิ่งอาละวาดหนักข้อถึงขั้นขึ้นเสียงใส่จินทั้งที่ดวงตาเรียวรียังทอประกายแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ข้อมือบอบบางขัดขืนต่อต้านไม่ยินยอมพร้อมใจให้ฝ่ายตรงข้ามใช้พละกำลังเรี่ยวแรงขู่กรรโชกหมายจะบังคับเคี่ยวเข็ญให้คาเมะทำตามคำสั่งได้โดยสะดวกนัก ไม่ทันไรกลีบปากบางชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเมาก็เปล่งประโยคถ้อยคำบริภาษดังก้องออกมาต่อหน้าต่อตาชายคนรักอย่างลืมตัว

“เฮ้ย.... ไอ้จิน คาเมะกำลังเมา ไม่รู้ตัวหรอกว่าพูดอะไรออกมา แกอย่าไปถือสามันเลยนะ”

ยูอิจิซึ่งเห็นเหตุการณ์มาตั้งแต่เริ่มต้นพยายามเกลี้ยกล่อมบอกกับจินหวังให้อีกฝ่ายสงบสติอารมณ์และอย่าใช้ความรุนแรงโต้ตอบกลับไปในเมื่อก็รู้ๆกันอยู่ว่าคาเมะนั้นไม่ได้มีสติหลงเหลือมากพอที่จะยับยั้งชั่งใจว่าตนเองกำลังทำอะไรลงไปบ้าง นักร้องหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆขณะพร่ำบอกกับตัวเองว่าให้ใจเย็นและอดทนอดกลั้นให้มากเข้าไว้ถึงแม้ว่าในตอนนี้คาเมะจะเชิดหน้าท้าทายเขาอย่างอวดดื้อถือดีราวกับกำลังเชิญชวนให้จินฟิวส์ขาดจนเผลอฟาดมือลงไปบนพวงแก้มแดงจัดจ้านด้วยฤทธิ์สุราก็ตามที

“ฉันรู้แล้ว”

“พี.... งานปาร์ตี้ของไอ้ยู นายไปต่อคนเดียวก็แล้วกันนะ วันนี้ฉันคงต้องขอผ่าน”

“อืม”

ยามะพีพยักหน้ารับแกนๆอย่างเสียไม่ได้ในเมื่อผลลัพธ์ของเหตุการณ์นั้นได้ข้อสรุปแล้วว่าถึงอย่างไรคืนนี้จินก็คงไม่ยอมปล่อยให้สมาชิกคนอื่นของKAT-TUN ผู้จัดการหรือใครหน้าไหนเป็นคนไปส่งคาเมะทั้งสิ้น ต่อให้ใจจริงแล้วจะแอบรู้สึกผิดหวังอยู่บ้างเล็กน้อยที่ไม่ได้เห็นไอดอลหน้าหวานซึ่งมักเย็นชาเย่อหยิ่งและปราศจากไร้ซึ่งความเป็นมิตรโดยสิ้นเชิงกับเขาอยู่เสมอถูกจินทิ้งขว้างเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมาในเวลาที่จินลำดับความสำคัญเลือกเพื่อนให้เป็นอันดับหนึ่งแทนที่จะเป็นคนรัก

+++ทั้งๆที่ได้รับความรักมากมายจนถึงขนาดนี้ หากกลับไม่เคยมองเห็น ไม่เคยสัมผัสรับรู้ได้ถึงการมีอยู่ของมัน.... เขาถึงได้คิดว่าคนอย่างคาเมะไม่คู่ควรกับความรักของอาคานิชิ จินเลยแม้แต่สักเพียงเศษเสี้ยว+++



“มานี่!!”

ท่อนแขนกำยำจับรวบเอวบางยกลอยขึ้นจากเก้าอี้โซฟาพาดหัวไหล่กว้างในคราวเดียว ไม่นำพาต่อเสียงกรีดร้องโวยวายและเรี่ยวแรงดีดดิ้นเหวี่ยงป่ายปัดแขนขาสะเปะสะปะของคาเมะ กำปั้นเล็กระดมทุบลงบนแผ่นหลังหนาหากกลับดูเหมือนว่าจะไม่ระคายเคืองต่อชายหนุ่มซึ่งบังคับแบกเอาตัวคนเมาออกไปจากงานเลี้ยงเลยแม้แต่น้อย.... แต่ถึงจะถูกทำให้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนต้านทานอะไรอีกฝ่ายได้นอกเสียจากกระหน่ำชกใส่คนใจร้ายที่มารังแกไม่ยั้งก็ใช่ว่าคาเมะจะสิ้นฤทธิ์ยอมจำนนต่อการถูกควบคุมตัวแต่โดยดี เสียงแหบแห้งตะโกนด่ากราดด้วยถ้อยคำหยาบคายไม่น่าฟังไปตลอดทางที่จินพาไปขึ้นรถยนต์ส่วนตัวซึ่งจอดทิ้งไว้ภายในอาคาร ยิ่งโดนมือใหญ่ฟาดแรงๆลงบนบั้นท้ายกลมกลึงหมายจะกำราบให้เลิกดิ้นเลิกแหกปากไม่เข้าเรื่อง เด็กหนุ่มก็ยิ่งทั้งเตะทั้งถีบถองไม่ยอมอยู่เฉย

“บอกว่าอย่ามายุ่งไงเล่า!! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะได้ยินไหม ปล่อยสิโว้ยไอ้บ้า!!!!!”

.

.

ร่างสูงเดินหิ้วถุงพลาสติกออกมาจากร้านสะดวกซื้อก่อนจะกลับมาขึ้นรถแวนสีขาวที่จอดรอไว้ริมถนน คาเมะซึ่งเมาเหล้าอาละวาดโวยวายจนเหนื่อยหมดแรงไปเองกำลังผลอยหลับไปด้วยความอ่อนเพลียอยู่บนเบาะที่นั่งด้านข้างคนขับ มือหนาจึงแกะห่อพลาสติกหยิบเอาผ้าเย็นที่เพิ่งซื้อมาเมื่อครู่ค่อยๆลูบไล้เช็ดคราบเหงื่อไคลออกจากใบหน้าสวยหวานเผื่อว่าอุณหภูมิความเย็นจะสามารถช่วยให้คนรักรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นได้บ้าง.... เด็กหนุ่มสะดุ้งน้อยๆยามเมื่อไอเย็นจากผืนผ้าแตะสัมผัสถูกผิวกายหากก็ยังไร้ซึ่งสติสัมปชัญญะมากพอที่จะลืมตาขึ้นมามองดูว่าใครกันที่กำลังช่วยเช็ดเนื้อเช็ดตัวปรนนิบัติทำทุกอย่างให้ตัวเองโดยไม่เกี่ยงงอน กลีบปากบางแห้งแตกเนื่องจากขาดน้ำบริสุทธิ์หล่อเลี้ยงร่างกายขยับพึมพำอะไรบางอย่างที่จินฟังจับใจความได้ไม่ค่อยถนัดนัก เขาจึงก้มหน้าลงไปพยายามเงี่ยหูฟังแต่แล้วก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ให้กับทิฐิของคาเมะซึ่งถึงแม้จะเมามายจนหลับใหลไม่ได้สติไปตั้งนานแล้วแต่ก็ยังละเมอออกมาเป็นเรื่องที่เจ้าตัวเพิ่งทะเลาะมีปากมีเสียงกับเขาได้อีก

“ฉัน........เกลียดจิน........เกลียด.......”

“เกลียดฉันมากขนาดนั้นเลยเหรอ คาเมะ?”

เสียงทุ้มเอ่ยออกมาแผ่วเบาอย่างอ่อนอกอ่อนใจในขณะที่ปลายนิ้วยาวก็เกลี่ยเส้นผมสีน้ำตาลทองซึ่งร่วงหล่นลงมาปรกดวงตาออกให้ ริมฝีปากหนาหยักได้รูปแนบประกบแผ่วเบาลงบนตำแหน่งเดียวกันของคนตรงหน้า ละเลียดเค้าคลึงความนุ่มหยุ่นจากร่างน้อยซึ่งจมอยู่ในห้วงนิทราราวกับจะถ่ายทอดบ่งบอกถึงความรู้สึกรักที่ไม่เคยส่งผ่านไปถึงก้นบึ้งหัวใจของอีกฝ่าย....

ไม่รู้จะจัดการอย่างไรดีกับความทุกข์กลัดกลุ้มซึ่งพร่างพรูเอ่อล้นอยู่ภายในอก ไม่รู้ว่าตัวเองควรต้องทำเช่นไรจึงจะสามารถดึงเอาปลายทางของเส้นขนานสองเส้นซึ่งแตกต่างกันเหลือเกินให้มาบรรจบกันได้ในที่สุด ไม่รู้แม้กระทั่งว่าต้องทำอะไรแบบไหนถึงจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้ชายที่คู่ควรจะดูแลทะนุถนอมรักษาความรักของคาเมะนาชิ คาซึยะเอาไว้กับตัวตลอดไป ในเมื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำลงไปนั้นแลดูคล้ายว่าจะเปล่าประโยชน์และไร้คุณค่าจนมิอาจประทับฝังอยู่ในห้วงความทรงจำที่ดีของคนตัวเล็กได้บ้างเลยแม้สักเพียงเรื่องเดียว

.....................

...............................

ยังมีอะไรอย่างอื่นที่ฉันพอจะทำเพื่อนายและเพื่อความรักของเราได้อีกบ้างไหมนะ.... คาเมะ?



 


 
สายลมเย็นเอื่อยอ่อนพัดผ่านกรอบหน้าต่างสีขาวจนผืนผ้าม่านบางเบาปลิวไสวล่องลอยไปตามกระแสทิศทางการพัดพา แพขนตายาวงอนกระพริบอย่างเชื่องช้าขณะกำลังพยายามปรับระดับการมองเห็นให้ชัดเจนก่อนที่ดวงตาเรียวรีคู่สวยของคาเมะนาชิ คาซึยะจะเปิดรับทัศนียภาพเบื้องหน้าได้ครบถ้วนทั้งหมด คิ้วเรียวบางขมวดมุ่นด้วยความงุนงงเมื่อสิ่งที่ปรากฏรายล้อมอยู่รอบกายนั้นผิดแผกแปลกไปจากทุกๆวันที่เขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ไม่ว่าจะเป็นฝ้าเพดาน ฝาผนัง เตียงนอน ข้าวของเครื่องใช้ประดับตกแต่งภายในห้อง หรือแม้กระทั่งกลิ่นอายของผืนผ้านวมหนานุ่มที่ห่มคลุมให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายก็แตกต่างไปจากห้องนอนส่วนตัวที่บ้าน แมนชั่นของตนเองหรือของชายคนรักก็ตาม....

เสียงคลื่นหมุนเกลียวเป็นระลอกซัดสาดกระทบหาดทรายและเสียงร้องขับขานของนกนางนวลบางสายพันธุ์ซึ่งสามารถพบเจอได้เฉพาะเขตชายฝั่งทะเลเบี่ยงเบนความสนใจจากร่างอ้อนแอ้นบนเตียงนอนกว้างได้ชะงัด ปลายเท้าขาวจัดเหยียบย่างลงบนพื้นไม้กระดานขัดเงาพยุงเรือนกายซึ่งยังคงปวดเมื่อยตามแขนขาและศีรษะให้ไปหยุดยืนอยู่ตรงบานหน้าต่างที่มุมห้อง ทันทีที่ทิวทัศน์ของท้องทะเลสีครามกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาสะท้อนประกายแสงแดดสีทองระยิบระยับผ่านเข้าสู่ประสาทส่วนการมองเห็น เพียงเท่านั้นน้ำเสียงแหบหวานก็หลุดอุทานออกมาเบาๆอย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตนเองว่าแค่ภายในชั่วข้ามคืนที่เขาเผลอนอนหลับไปโดยไม่รู้ตัว พอตื่นขึ้นมาแล้วจะมาอยู่ในสถานทีที่ตั้งใจใฝ่ฝันว่าอยากมาเยี่ยมเยือนที่สุดในขณะนี้ได้

“...............ทะเล?”

“ที่นี่........โชนันเหรอ?”

ใบหน้าสวยคมเหลียวซ้ายแลขวามองไปรอบๆทั้งข้างนอกหน้าต่างและภายในตัวบ้านพลางนึกทบทวนความทรงจำเมื่อครั้งฤดูร้อนปีที่แล้วซึ่งเขามาท่องเที่ยวพักผ่อนเล่นเซิร์ฟบอร์ดที่ชายหาดโชนันแล้วนอนค้างคืนในห้องพักซึ่งแลดูละม้ายคล้ายคลึงกับห้องๆนี้ไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งรูปแบบสีสันซึ่งเน้นไล่สลับกันด้วยสีขาวและสีฟ้า การตกแต่งตลอดจนเครื่องเรือนซึ่งส่วนมากนั้นสร้างขึ้นจากไม้และหวายสานสีขาว ประดับประดาด้วยโมบายเปลือกหอยตามจุดต่างๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งย้ำให้มั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้คือบ้านพักบังกะโลริมชายหาดโชนันอย่างแน่นอน.... หากในระหว่างที่คาเมะกำลังค้นหาคำตอบเพื่อไขข้อข้องใจอยู่นั้น บานประตูสีขาวก็เปิดออกเผยให้เห็นชายหนุ่มร่างสูงสง่าที่เจ้าตัวรู้จักมักคุ้นเป็นอย่างดีก้าวเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอารมณ์แจ่มใสต่างไปจากครั้งสุดท้ายที่เจอหน้ากันเมื่อคืน

“ตื่นแล้วเหรอ คาเมะ?”

“หน้าซีดแบบนี้คงยังเมาค้างอยู่ล่ะสิท่า.... นายนี่จริงๆเลยนะ คอไม่แข็งแล้วยังริอาจทำเป็นอวดเก่งอีก”

“ไปล้างหน้าไป.... ฉันเตรียมของใช้ที่จำเป็นเอาไว้ให้หมดแล้ว จะได้ออกไปกินมื้อเช้ากัน”

นักร้องหนุ่มกดปลายจมูกโด่งเป็นสันลงกับผิวแก้มขาวก่อนจะเริ่มต้นบทสนทนาเป็นชุดเป็นฉากโดยที่คนฟังยังไม่ทันตั้งตัวเตรียมใจ มือหนาเชยคางมนให้แหงนเงยขึ้นมองสบตาเห็นร่องรอยความอ่อนล้าเจือจางปรากฏอยู่ภายในลูกแก้วสวยใสแวววาวทั้งสองข้างก็เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเนื่องจากปริมาณแอลกอฮอลล์ที่เจ้าตัวดื่มเข้าไปเมื่อคืนนั้นก็นับว่ามากโขอยู่ ย่อมต้องส่งผลกระทบข้างเคียงต่อร่างกายในยามตื่นนอนบ้างไม่มากก็น้อย หากกระนั้นร่างบางซึ่งยังคงปะติดปะต่อความทรงจำไม่ค่อยได้ก็ชิงถามขึ้นมาระหว่างที่จินช่วยประคองพาเข้าไปทำธุระส่วนตัวภายในห้องน้ำ

“ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ?”

คาเมะจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้แทบไม่ได้เลย สิ่งสุดท้ายที่เขารับรู้ได้ก็คือสัมผัสจากฝ่ามือใหญ่ซี่งบังคับเกาะกุมข้อมือของเขาเอาไว้ตลอดทางที่มุ่งหน้าจากโตเกียวโดมเพื่อกลับมาร่วมงานเลี้ยงฉลองที่บริษัท เขาทะเลาะกับจินก็เพราะโกรธที่จินไปตกปากรับคำไปเที่ยวกลางคืนกับพวกยามะพีทั้งๆที่สัญญากับเขาเอาไว้ก่อนแล้วว่าจะพามาเที่ยวโชนัน หลังจากนั้นยามะพีก็ตามมาหาเรื่องเขาถึงในห้องเปลี่ยนเสื้อผ้าด้านหลังเวทีก่อนจะพูดจากระทบกระแทกแดกดันตอนMCช่วงกลางคอนเสิร์ต เพราะอย่างนั้นคาเมะถึงได้ไม่อยากเห็นหน้าจินพอๆกับที่ไม่อยากเห็นหน้ายามะพีจนกระทั่งพาลเลยเถิดกลายเป็นการทะเลาะกัน

+++ในเมื่อเราสองคนยังโกรธกันอยู่แท้ๆ แล้วทำไม.......?+++

“ฉันก็เป็นคนแบกนายขึ้นรถขับมาโชนันน่ะสิ สัญญาเอาไว้แล้วนี่ว่าจะพามาเล่นเซิร์ฟหลังจบคอนเสิร์ตรอบสุดท้าย”

ร่างหนาตอบยิ้มๆก่อนจะส่งผ้าขนหนูให้คนตัวเล็กถือเอาไว้ คาเมะผงกศีรษะรับแกนๆแล้วจึงหันเข้าหาอ่างล้างหน้าทำตามอย่างที่จินบอกเพื่อที่จะได้ออกไปรับประทานอาหารมื้อแรกของวัน ไม่มีวี่แววว่าจะดื้อรั้นแข็งข้อหรือพยศใส่ชายหนุ่มอีกเลย

คาเมะจ้องมองสภาพหน้าตายับเยินยู่ยี่ของตัวเองผ่านบานกระจกเงาตรงหน้าแล้วก็อดทอดถอนใจด้วยความเบื่อหน่ายชีวิตไม่ได้ ทั้งผิวพรรณทรุดโทรม ทรงผมชี้โด่ชี้เด่ ริมฝีปากแห้งแตก ดวงตาแดงช้ำบวมปูดชนิดที่ถ้าหากแฟนเพลงมาเห็นเข้าก็คงตกตะลึงรับไม่ได้พาลให้หัวใจห่อเหี่ยวหดหู่ทั้งๆที่วันนี้อุตส่าห์เป็นวันหยุดพักร้อนของเขาแท้ๆ มือบอบบางวักน้ำเย็นเฉียบชะโลมผิวหน้าเรียกความสดชื่นให้กลับคืนมาในขณะที่เส้นเลือดตรงขมับยังคงเต้นตุบๆสืบเนื่องมาจากอาการเมาค้าง....

ผ้าขนหนูเนื้อดีซับหยาดหยดละอองน้ำออกจากผิวเนื้อขาวจัดจนแห้งสนิท ท่อนขาเพรียวบางก้าวออกมาจากห้องน้ำพร้อมด้วยเสื้อผ้าชุดใหม่ที่จินคงไปหาซื้อมาจากร้านค้าแถวบริเวณริมชายหาด รู้ตัวดีว่าหัวใจนั้นโอนอ่อนหวั่นไหวไร้จุดศูนย์ถ่วงไปตั้งแต่วินาทีแรกที่ตื่นนอนขึ้นมาแล้วเห็นชายคนรักเข้ามาป้อนคำหวานคอยเอาอกเอาใจ แต่เด็กหนุ่มก็ยังคงทำตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าจะปั้นสีหน้าหรือทำท่าทางอย่างไรดีในเมื่อเขาเองก็อาละวาดใส่จินเอาไว้ไม่ใช่น้อยๆจึงพยายามเดินหนีไปทางอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า หากก็ยังช้ากว่าร่างสูงซึ่งนั่งคอยที่จะขอปรับความเข้าใจอยู่ก่อนแล้ว

“เมื่อวานนี้เป็นอะไร?”

วงแขนแกร่งโอบรอบบั้นเอวคอดพลางซบสันคางวางพาดลงบนลาดไหล่ผอมบางแล้วจึงนิ่งค้างเอาไว้เช่นนั้นสักพัก เสียงทุ้มนุ่มกระซิบถามอ่อนโยนด้วยความสงสัยอยากรู้ซึ่งคั่งค้างอยู่ในจิตใจมาตั้งแต่เมื่อคืนและหวังว่าจะได้ยินได้ฟังคำตอบเฉลยว่าตัวเขาพลั้งเผลอไปทำอะไรให้คาเมะเสียใจ หากกระนั้น คนหน้าหวานกลับอ้ำๆอึ้งๆอยู่ชั่วครูก่อนจะตอบปฏิเสธออกมาเสียงเรียบแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่นประหนึ่งว่าไม่อยากเอ่ยถึงเหตุการณ์เมื่อวานนี้อีกแล้วแม้แต่สักเพียงคำเดียว

“............ก็เปล่านี่”

“ปากแข็งอีกแล้วนะ”

“เปล่าสักหน่อย”

“ไม่เชื่อหรอก”

“ก็เปล่าจริงๆนี่”

เด็กดื้อยังคงยืนกรานไม่ยอมรับง่ายๆจึงโดนริมฝีปากสีคล้ำตามบดเบียดหมายจะลงโทษคนปากแข็งให้ยอมสารภาพความจริงจากก้อนเนื้อภายในหน้าอกด้านซ้ายออกมาเสียแต่โดยดี กลีบเนื้อนุ่มหยุ่นถูกดูดดึงหยอกล้อเล่นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมันอ่อนชุ่มเปิดโอกาสให้เรียวเล็กของผู้ชายใจร้ายล่วงล้ำเข้าไปซอกซอนค้นหาความสัตย์จริงได้ในที่สุด เสียงแหบหวานครางเครือในลำคอขณะที่พยายามหลบหลีกความพริ้วไหวซึ่งตามเกี่ยวกระหวัดรัดรึงราวกับจะต้อนเขาให้จนมุมอย่างไรก็อย่างนั้น....

จนแล้วจนรอด คาเมะก็ถูกสอบสวนจนต้องยอมเปิดเผยความในใจผ่านรสจูบดื่มด่ำซึ่งยิ่งนานก็ยิ่งทวีอุณหภูมิความเร่าร้อนมากขึ้น ปลายนิ้วเรียวเล็กจิกขยำอกเสื้อเชิ้ตโปโลของคนตรงหน้าแน่นเข้ายามเมื่อจินรุกไล่ดุนดันเก็บทุกหยาดหยดความหอมหวานจากคนรักแสนงอนของเขา มือใหญ่กดท้ายทอยของร่างบางให้แนบชิดเพื่อนที่เขาจะได้จ้วงจูบให้ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิมก่อนที่ไถ่ถอนออกมาปล่อยให้คาเมะได้พักหายใจ แต่นัยน์ตาคมก็ยังจ้องมองคาดคั้นไม่เลิกราถึงแม้ว่าจินไม่ได้ทำท่าทางดุดันโมโหเกรี้ยวกราดเหมือนอย่างเมื่อวันวานแล้วก็ตาม

“ทำไม.... คิดว่าฉันจะไม่รักษาสัญญาเหรอ?”

“ไม่รู้”

คนตัวเล็กหลุบสายตาลงต่ำขยับปากพูดเสียงอ่อย ก็จะให้ตอบอย่างไรในเมื่อเขาเองก็ไม่รู้จริงๆว่าในใจของจินในตอนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ เดี๋ยวก็เหินห่างเย็นชา อีกประเดี๋ยวก็มาตามเอาใจแต่พอสักพักก็กลับไปเป็นแบบเดิมอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่ยามะพีอยู่ด้วย คาเมะก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากเศษฝุ่นเศษผงที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้นรอวันโดนกวาดทิ้งเลยด้วยซ้ำ

“นายจะหวงก็ได้ จะหึงก็ได้แต่ก็ต้องมีเหตุผลด้วย.... เจ้าพวกนั้นถึงจะสนิทสนมกัน เจอกันบ่อยแค่ไหนก็เป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น ไม่มีใครจะมาสำคัญสำหรับฉันมากเท่ากับนายหรอกนะ”

นักร้องหนุ่มเอ่ยปากอธิบายชี้แจง จะบอกกล่าวให้รับรู้เข้าใจก็ไม่ใช่ จะสั่งสอนคนอ่อนอาวุโสกว่าก็ไม่เชิง ทั้งๆที่หมายมั่นว่าน่าจะทำให้คาเมะรู้สึกดีขึ้นบ้างเมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่นว่าตนเองยังคงเป็นที่หนึ่งสำหรับอาคานิชิ จินคนนี้เสมอ แต่ใบหน้าสวยหวานกลับงอง้ำก่อนจะบ่นขมุบขมิบงึมงำเสียจนพวงแก้มใสทั้งสองข้างป่องยื่นออกมา

“พอทะเลาะกันทีไรก็พูดแบบนี้ทุกที”

“แล้วทำไมถึงยังต้องโกรธเวลาที่ฉันไปกับเพื่อนด้วยล่ะ ในเมื่อฉันเองก็ทั้งรักทั้งหวงแล้วก็เป็นห่วงนายมากถึงขนาดนี้?”

กับแค่คำพูดเพียงไม่กี่คำเท่านี้ เลือดทั้งกายก็ไหลเวียนมากระจุกกองรวมกันอยู่บนใบหน้าจนร้อนผ่าวแดงซ่านไปจนถึงใบหูและดูเหมือนว่าจินก็คงจะสังเกตเห็นด้วยว่าคาเมะกำลังเขินอายถึงได้เผลอหลุดหัวเราะออกมาเบาๆพลางเอื้อมแขนโอบกอดคนรักตัวน้อยของเขาเอาไว้แน่น....

ร่างผอมบางหลับตาลงขณะที่ริมฝีปากหนาหยักได้รูปประทับลงกลางหน้าผากเนียนใสแล้วไล่เลื้อยมายังแผ่นหนังเปลือกตาก่อนจะมาหยุดลงตรงที่กลีบกุหลาบนุ่มนิ่มสีสดสวยซึ่งเขาหวงแหนนักหนา เด็กหนุ่มซุกซบลงใบหน้าลงบนผืนอกกว้างขณะปล่อยวางจิตใต้สำนึกซึ่งเคยหนักอึ้งด้วยความตึงเครียดให้ล่องลอยโบยบินไปท่ามกลางความอบอุ่นอ่อนโยนกับความรักที่เขาโหยหาอยากได้มันมาครอบครองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวมานานแสนนาน

.....................

...............................

คาเมะก็ไม่เข้าใจความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเหมือนกัน

ทั้งที่คิดว่าโกรธมากเสียจนไม่อยากให้อภัย ไม่อยากเห็นหน้าจินอีกต่อไปแล้ว

หากพออีกฝ่ายมาตามงอนง้อ เขาก็ใจอ่อนทุกครั้งอยู่ร่ำไป

จนสุดท้ายเรื่องราวความรักระหว่างเราสองคนก็วนเวียนซ้ำซากไปมาอยู่แบบนี้ไม่รู้จักจบจักสิ้น

......แต่หัวใจของคาเมะกลับไม่เคยหลาบจำเลยสักครา......




“คาเมะ”

“คาเมะ.... ขึ้นมาจากน้ำได้แล้ว”

เสียงห้าวทุ้มตะโกนเรียกร่างบางที่ดำผุดดำว่ายเพลิดเพลินอยู่กับกระดานโต้คลื่นขนาดเล็กในทะเลตามลำพังมาเนิ่นนานหลายชั่วโมงหากก็ยังไม่มีทีท่าว่าเจ้าตัวจะเบื่อหน่ายแต่ประการใด เจ้าเต่าน้อยปีนคร่อมเซิร์ฟบอร์ดก่อนจะนอนคว่ำหน้าวาดแขนออกด้านข้างว่ายน้ำออกไปไกลๆแล้วลุกขึ้นยืนทรงตัวบนแผ่นไวนีลไฟเบอร์แบบลอยน้ำได้โหนร่างไปตามกระแสคลื่นจนกว่าจะล้มลงแล้วย้อนกลับไปทำเหมือนตอนเริ่มต้นอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยสมกับที่เป็นอดีตนักกีฬาซึ่งชื่นชอบการออกกำลังกลางแจ้ง ผิดกับจินที่ชอบนอนพักสบายๆคอยเฝ้ามองคนรักเล่นสนุกจากบนระเบียงบ้านพักมากกว่า....

จนกระทั่งตะวันเริ่มคล้อยบ่าย แสงแดดเจิดจ้าช่วงกลางฤดูร้อนอ่อนกำลังลงแทนที่ด้วยก้อนเมฆใหญ่มืดครึ้มและสายลมพัดกรรโชกแรง ชายหนุ่มจึงเห็นสมควรแก่เวลาที่จะต้องบอกบังคับให้คาเมะหยุดเล่นเซิร์ฟได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะพยายามตะโกนร้องเรียกชื่อจนเสียงแหบเสียงแห้งเท่าไร อีกฝ่ายก็ยังดื้อแพ่งไม่ยอมเลิกเสียอย่างนั้น ร่างหนาก็เลยจำเป็นต้องบุกบั่นฟันฝ่าลงทะเลไปตามตัวคาเมะกลับขึ้นมาด้วยตัวเอง

“ไม่เอาน่า.... อย่าดื้อสิ หนาวจนปากซีดขนาดนี้แล้ว”

“ทำไมล่ะ ฉันไม่เป็นไรสักหน่อยนี่?”

นักร้องนำร่างเล็กของKAT-TUNส่งสายตาตัดพ้อพร้อมทั้งน้ำเสียงกระเง้ากระงอดขอความเห็นใจไปให้จินในทันทีที่โดนตามให้กลับขึ้นไปบนบ้านพักทั้งที่ใจจริงนั้นอยากเล่นต่ออีกสักหลายๆรอบเนื่องจากนานทีปีหนกว่าจะมีโอกาสได้มาเที่ยวทะเลตลอดทั้งวันแบบนี้สักครั้ง แต่ไม่ว่าจะอ้อนวอนขอร้องอย่างไรจินก็ไม่ยอมใจอ่อน มิหนำซ้ำยังดุเข้าให้อีกคำใหญ่จนร่างบางหน้ามุ่ยเตรียมจะก่อกบฎเกเรไม่เชื่อฟัง หากกลับติดตรงที่โดนอีกฝ่ายแย่งคว้าเอากระดานเซิร์ฟบอร์ดไปถือครอบครองเอาไว้ไม่เปิดช่องว่างให้เจ้าเต่าตัวร้ายว่ายน้ำหนีลงทะเลไป

“มาเถอะ”

เด็กหนุ่มก้าวเท้าเดินตามการจับจูงประคับประคองของมือใหญ่ขึ้นมาบนบ้านหลังเล็กสีขาว-ฟ้าก่อนที่จะได้รับคำสั่งบงการให้รีบเข้าไปอาบน้ำชำระล้างเอาความเค็มของน้ำทะเลออกจากร่างกายจนสะอาดเกลี้ยงหมดจด ถึงแม้ว่าในใจจะยังอาลัยอาวรณ์การเล่นกระดานโต้คลื่นอยู่ไม่หายแต่คาเมะก็จำต้องยอมพยักหน้ารับคำแต่โดยดีก่อนที่จะโดนคุณพ่อบังเกิดเกล้าคนที่สองทำโทษ แล้วจึงกลับออกมาจากห้องน้ำโดยมีอาหารมื้อบ่ายเป็นสปาเก็ตตี้ซีฟู๊ดกับขนมปังกระเทียม สลัดผักและซุปที่จินสั่งพิเศษมาจากร้านอาหารใกล้ๆถูกนำมาจัดวางเรียงรายคอยท่าเอาไว้บนโต๊ะทานข้าวด้านนอกระเบียงซึ่งเปิดโล่งรับลมบรรยากาศปลอดโปร่งเย็นสบายมากเสียจนคาเมะอยากลากเอาเบาะจากข้างในห้องมาปูนอนหลับไปตรงนี้เลยด้วยซ้ำ

“พรุ่งนี้ยังได้หยุดอีกวันหนึ่ง นายอยากอยู่ที่นี่ต่อหรือเปล่า?”

เมื่อดูท่าทางคนรักตัวเล็กของเขาจะลืมเลือนเรื่องขุ่นข้องหมองใจที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ไปจนหมดสิ้น นักร้องหนุ่มรูปหล่อจึงเอ่ยถามความคิดเห็นของคนตรงหน้าเผื่อว่าอีกฝ่ายจะยังไม่จุใจกับการเล่นเซิร์ฟบอร์ดที่นานๆจะมีโอกาสได้มาสักครั้ง คาเมะยกแก้วน้ำดื่มขึ้นจิบก่อนจะวางลงบนโต๊ะตามเดิมพลางคิดทบทวนชั่งใจอยู่ชั่วระยะหนึ่งว่าจะเอาอย่างไรดี....

ถ้าหากยึดเอาตามความรู้สึกของคาเมะแต่เพียงฝ่ายเดียว คำตอบนั้นก็แน่นอนอยู่แล้วว่าเขาต้องการจะอยู่ที่บ้านพักแห่งนี้ต่อจนกระทั่งหมดวันหยุดพักร้อน แต่พอลองคิดไตร่ตรองดูอีกทีเขาก็รู้สึกเกรงใจจินที่ต้องมาอุดอู้นั่งดูเขาเล่นเซิร์ฟตลอดทั้งวันโดยที่เจ้าตัวแทบไม่มีอะไรให้ทำ เพราะเป็นการเดินทางที่ค่อนข้างกะทันหันทำให้พวกเขาสองคนไม่มีเวลาเตรียมตัวเก็บข้าวของ นอกจากกระดานโต้คลื่นที่ขอหยิบยืมมาจากเจ้าของบ้านพักแล้วก็แทบไม่มีอุปกรณ์สิ่งบันเทิงชนิดอย่างอื่นซึ่งจะสามารถช่วยให้จินไม่รู้สึกเบื่อหน่ายได้บ้างเลย


“แล้วจินอยากอยู่หรือเปล่าล่ะ?”

“ฉันอยากตามใจนาย”

คำตอบยืนกรานหนักแน่นจากชายคนรักยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกับตอนที่อยู่ในห้องพักหลังเวทีก่อนจะเริ่มแสดงคอนเสิร์ตรอบสุดท้าย และก้อนเนื้อข้างในหน้าอกด้านซ้ายของคาเมะก็เต้นถี่กระชั้นเช่นเดียวกันเมื่อวานนี้ไม่มีผิดเพี้ยน หากชั่วแวบหนึ่งภายใต้ห้วงภวังค์ของความรู้สึกนึกคิดที่กำลังอิ่มเอมด้วยความสุขซึ่งก่อตัวขึ้นทีละเล็กทีละน้อย บทเรียนราคาแพงบนเดิมที่หยั่งรากฝังลึกประทับติดแน่นในความทรงจำก็พลันงอกเงยขึ้นมาจากก้นบึ้งหัวใจ กลีบปากบางที่จวนเจียนเกือบใกล้จะคลี่ยิ้มหวานด้วยความปลาบปลื้มยินดีจึงมลายหายไปทันทีที่คาเมะจดจำได้ว่าเมื่อวานนี้เองที่ตัวเขาเพิ่งดีใจเก้อกับความหวังลมๆแล้งๆที่ไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นเขายังจะเชื่อถือน้ำคำของผู้ชายอย่างอาคานิชิ จินได้อีกหรืออย่างไร

......แต่จะมาอยากตามใจคาเมะให้มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา ในเมื่อพอมีเรื่องของเพื่อนฝูงหรือคนอื่นๆเข้ามาแทรก จินก็คงเลือกที่จะลืมและทิ้งเขาเอาไว้เพียงคนเดียวอยู่ดี......


เสียงสัญญาณเรียกเข้าโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นระหว่างการสนทนาเบี่ยงเบนความสนใจของคนร่างสูงให้ไปจดจ่ออยู่ที่อุปกรณ์สื่อสารเครื่องจิ๋วที่เขาวางทิ้งเอาไว้บนโต๊ะทานข้าว มือหนาจึงหยิบฉวยมือถือขึ้นมาเพ่งมองรายชื่อบนหน้าจอกระจกสีเพื่อดูให้รู้ว่าใครกันที่โทรเข้ามาขัดขวางความสุขในเวลาที่เขากำลังต้องการความเป็นส่วนตัวกับคนรักเช่นนี้ แล้วก็ต้องนึกโมโหตัวเองที่น่าจะปิดเครื่องเสียตั้งแต่แรกเมื่อพบว่าปลายสายนั้นก็คือเพื่อนสนิทเจ้าประจำอย่างยามะพี....

สายตาคมปลาบเหลือบมองใบหน้าสวยของคนรักที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าจะกดรับสายดีหรือไม่ในเมื่อเขาก็พอคาดเดาเหตุการณ์ได้รางๆว่าคาเมะคงจะไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไรนักถ้าหากมีเพื่อนคนไหนมาตามตัวเขากลับไปปาร์ตี้เลี้ยงสังสรรค์ที่โตเกียวคืนนี้ แต่ถึงอย่างไรเขาก็คิดว่าถ้าหากเพียงแค่กดรับสายแล้วปฏิเสธทางโน้นไป คาเมะก็คงไม่ถึงกับโกรธเคืองหรือต่อว่าต่อขานอะไร

“ว่าไง พี?”

“นายมีธุระด่วนอะไรหรือเปล่า ตอนนี้ฉันอยู่กับคาเมะ..........”

หัวใจดวงเดิมกับที่เคบเจ็บปวดร้าวรานซ้ำแล้วซ้ำเล่ากระตุกวูบไหวทันทีที่ได้ยินชื่อเพื่อนสนิทของจิน มือบอบบางวางช้อนส้อมลงกับจานกระเบื้องพาลอิ่มอาหารทานไม่ลงขึ้นมาเสียดื้อๆ ลมหายใจของเขาดูเหมือนว่าจะตีบตันตื้นเขินเองโดยกะทันหันในขณะที่ภาพเหตุการณ์เมื่อวานยังคงฉายชัดวนเวียนอยู่ข้างในกล่องเก็บความทรงจำ.... ทั้งการกระทำและคำพูดของยามาชิตะ โทโมฮิสะที่คอยตอกย้ำซ้ำเติมอยู่ตลอดเวลาว่าคาเมะนาชิ คาซึยะคือสิ่งมีชีวิตซึ่งอยู่ระดับชั้นต่ำล่างสุดสำหรับอาคานิชิ จินกำลังหลอกหลอนวนเวียนทำให้กลิ่นอายของความรักอันแสนหอมหวานที่คละคลุ้งฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณพลันเลือนรางจางหายกลายเป็นเถ้าละอองธุลีขมขื่นระคายคอได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่อึดใจ

สิ่งที่คาเมะควรต้องทำในเวลานี้ก็คือกลับเข้าไปข้างในบ้านพักแล้วเก็บข้าวของให้หมดเพื่อเตรียมตัวไปขึ้นรถ

เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เขาก็คงต้องกลับโตเกียว

ความสุขเพียงชั่วครู่ชั่วคราวระหว่างเขากับจินคงจบลงแล้วสินะ?

..............................


....................

..........

“คาเมะ ทำอะไรน่ะ?”

เจ้าของน้ำเสียงห้าวทุ้มเอ่ยถามด้วยความข้องใจสงสัยเมื่อเห็นคนรักของเขากำลังเก็บเสื้อผ้าชุดที่แขวนตากอยู่บนระเบียงเล็กๆด้านหลังห้องน้ำที่ยังไม่แห้งสนิทดียัดใส่ลงในถุงพลาสติกพร้อมด้วยอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็นอีกสอง-สามอย่างราวกับว่าไม่คิดที่จะนอนค้างอีกสักคืนเหมือนอย่างที่ตกลงกันเอาไว้เมื่อสักครู่แล้ว ใบหน้าสวยผินหันมามองชายหนุ่มร่างสูงเพียงผิวเผินในขณะที่สองมือก็ยังสาละวนง่วนอยู่กับการจัดเก็บข้าวของไม่เลิกราก่อนจะขยับปากย้อนถามกลับโดยยึดเอาลางสังหรณ์และการคาดคะเนของตนเองจากเหตุการณ์สัญญาณโทรศัพท์เรียกเข้าเป็นเกณฑ์

“ก็.........เรากำลังจะกลับโตเกียวกันแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“เรื่องที่เจ้าพีมันโทรมาเมื่อกี้น่ะเหรอ.... ไม่มีอะไรหรอก ฉันบอกปัดพวกมันไปหมดแล้ว”

จินบอกเสียงเรียบเฉยพลางสาวเท้าก้าวเข้าไปฉวยเอาถุงพลาสติกใส่สัมภาระในมือคาเมะโยนกองไว้แถวๆนั้นเป็นเชิงบอกว่าสิ่งที่อีกฝ่ายคิดเองเออเองนั้นผิดพลาดทั้งหมด เห็นสีหน้าท่าทางเหมือนไม่อยากเชื่อหูและระบบประสาทการรับรู้ได้ยินของตัวเองจากร่างบางแล้วก็อดนึกเอ็นดูในความช่างอ่อนไหวช่างวิตกกังวลเหมือนเด็กขี้กลัวตัวเล็กๆที่พลัดหลงกับพ่อแม่ไม่ได้ ฝ่ามือหนาลูบไล้ผิวแก้มใสแผ่วบางพลางเชยคางเรียวมนให้แหงนเงยขึ้นรับจุมพิตปลอบขวัญแล้วจึงกระซิบเสียงทุ้มอย่างอ่อนโยนนุ่มนวลเรียกเลือดฝาดสีแดงจัดจ้านให้มาไหลสูบฉีดมารวมกันบนใบหน้าสวยได้ไม่ยาก

“...........วันนี้ฉันเป็นของคาเมะคนเดียวนะ”

“แค่วันนี้วันเดียวเองเหรอ?”

เด็กหนุ่มถามอ้อมแอ้มอย่างติดออกจะเก้อเขินเหมือนไม่กล้าเรียกร้องในสิ่งที่อยากได้จนทำได้แค่เพียงยืนมองดูความรักซึ่งตนเองปรารถนามากยิ่งกว่าใครตกไปเป็นของคนอื่น ถ้าเพียงแต่คาเมะจะยินยอมเปิดใจบอกออกมาให้เขาได้ยินสักครั้งถึงความต้องการที่เจ้าตัวเก็บงำซ่อนเร้นเอาไว้ เขาก็ไม่รีรอที่จะมอบสิ่งนั้นให้คาเมะเก็บรักษาแต่เพียงผู้เดียว

“ทุกเมื่อที่คาเมะต้องการ.... ไม่ว่าเมื่อไรก็ตาม”
“บอกมาสิว่าอยากได้อะไรหรืออยากให้ฉันทำอะไร ฉันยอมให้คาเมะเอาแต่ใจตัวเองได้เต็มที่เลย”

.

.

“.........ฉันอยากได้จิน”

“แล้วก็อยากเป็นของจินด้วย.... กอดฉันนะ”

.

.


เรือนร่างอ้อนแอ้นผอมบางถูกวงแขนแกร่งช้อนอุ้มมาวางไว้บนเตียงนอนสีขาวอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากของทั้งคู่ค่อยๆเคลื่อนคล้อยเข้าหากันก่อนที่จะประกบจูบดูดดื่มอย่างเชื่องช้าและเนิ่นนาน ใบหน้าสวยหวานคมคายของคาเมะแดงระเรื่อโดยไม่รู้ว่าสาเหตุนั้นเป็นเพราะอุณหภูมิภายในบ้านพักตากอากาศซึ่งร้อนระอุจนถึงขีดสุดหรือเป็นเพราะว่ารสจูบวาบหวามที่ชายคนรักคอยป้อนให้ไม่ขาดระยะกันแน่....

ร่างสูงตามติดรุกไล่เข้าบดเบียด เลาะเล็มเสาะหาน้ำหวานจากทั้งกลีบปากบนและล่างพลางดูดดึงจนมันบวมช้ำนิดๆด้วยความรักใคร่ ส่งลิ้นเข้าไปเกี่ยวกระหวัดพัวพันหลอกล่อให้เด็กหนุ่มเคลิบเคลิ้มไปกับรสสัมผัสที่ได้รับ ดื่มกินตะกละตะกลามจนกระทั่งพึงพอใจจึงยอมถอดถอนออกห่าง หากก็ยังสบสายตามองกันและกันอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกรักใคร่เสน่หาและคุกรุ่นด้วยอารมณ์ปรารถนาในคราวเดียวกัน

“น่ารักที่สุดเลย.... คาเมะของฉัน”

มือหยาบกร้านกระตุกเชือกกางเกงขายาวทอด้วยเนื้อผ้าบางเบาสีขาวสะอาดเหมาะสมกับบรรยากาศของบ้านพักริมชายหาดให้หละหลวมหมิ่นเหม่ขึ้นอีกนิด หากกระนั้นก็ไม่ยอมปล่อยให้มันหลุดออกจากสะโพกอวบอัดเลยเสียทีเดียว ปลายนิ้วยางขยุ้มส่วนกลางลำตัวที่บัดนี้เริ่มแข็งขืนขึ้นมาเล็กน้อยทั้งๆที่ริมฝีปากซุกซนก็จ้วงจูบปลุกอารมณ์รัญจวนของร่างบอบบางข้างใต้ไม่ได้หยุดหย่อนผ่อนปรน เมื่อได้เสียงแหบหวานครางสะท้านในลำคออย่างระงับหักห้ามเอาไว้ไม่อยู่ นักร้องหนุ่มจึงเพิ่มแรงกระทำกับแกนกายของคาเมะให้มากขึ้นก่อนจะสอดมือล้วงเข้าไปแตะต้องกอบกุมมันโดยตรงแล้วจับรูดขึ้นลงเร็วๆตามความยาว

“อ๊ะ.......อา........จิน......แรงอีก.......อื้อ”

ความเสียวซ่านไต่ระดับจากท้องน้อยแล่นขึ้นมาตามกระดูกสันหลังจนกระทั่งวิ่งวนไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย คาเมะร้องครางกระเส่าปริ่มใจจะขาดพลางขยับโยกร่างกายให้สอดคล้องกับจังหวะจะโคนที่ชายคนรักมอบให้อย่างถึงอกถึงใจ เรียวขาขาวทั้งสองข้างแยกกว้างออกจากกันเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับฝ่ามืออุ่นแล้วแอ่นสะโพกเข้าหาด้วยอารมณ์พิศวาสที่พลุ่งพล่านจนยากจะข่มใจได้หวาดไหว... เรียวแขนกลมกลึงโผกอดเกี่ยวแผ่นหลังหนาของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น ไม่นานนัก ตรงส่วนปลายของท่อนเนื้อบวมแดงตั้งชันก็เริ่มมีของเหลวปริ่มปรอยไหลซึมออกมาเล็กน้อย จินถึงได้ผ่อนน้ำหนักมือยืดเวลาไม่ให้คาเมะไปถึงฝั่งฝันได้เร็วเกินไปนัก

คนตัวเล็กปล่อยมือออกจากแผ่นหลังกว้างก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงพลางถูไถเบียดเรียวขาทั้งสองข้างเข้าหากันเพราะความร้อนรุ่มที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อย แต่จินยังคงละเว้นส่วนนั้นเอาไว้แล้วค่อยๆร่นเสื้อยืดเข้ารูปออกทางศีรษะของคาเมะเผยให้เห็นผืนอกเรียบตึงขาวนวลเนียนน่าสัมผัส....

ข้อนิ้วยาวหยอกล้อแตะต้องยอดอกสีชมพู กดย้ำหนักๆเร่งเร้าให้มันแข็งขืนสู้สิ่งที่มากระตุ้น เสียงร้องครางด้วยความเสียวซ่านหวีดขึ้นทันทีที่จินขบเม้มติ่งไตทั้งสองข้างสลับกับใช้นิ้วมือบีบเค้นคลึงจนมันบวมเป่ง ท่อนขาขาวยกชันหัวเข่าจิกปลายเท้าลงกับที่นอนนุ่ม ร่างบางกระชับมือของจินให้ขยี้ยอดอกสีอ่อนของตัวเองให้รุนแรงมากยิ่งขึ้นไปอีก ชายหนุ่มจึงสนองให้อย่างเต็มที่ด้วยใช้ฟันขบแรงๆที่อีกข้างทั้งที่มือก็ยังไม่หยุดบิดวนไปเรื่อยๆ เอวคอดกิ่วยิ่งบิดเร้าด้วยความเสียวกระสันทรมานไปทั้งกายเมื่อร่างสูงซึ่งขึ้นคร่อมอยู่ด้านบนจงใจเบียดหน้าท้องใส่ส่วนกลางลำตัวของตน แกนกายแข็งขืนจึงถูกเสียดสีผ่านเนื้อผ้านุ่มลื่นที่ยังไม่หลุดออกจากสะโพกอิ่ม มือขาวจัดจึงต้องขยุ้มเส้นผมสีน้ำตาลเข้มของชายคนรักไปด้วยเพื่อระบายอารมณ์

“อ๊ะ......ฮ้า........จิน..อา.........”

ริมฝีปากแดงเผยอหอบหนักหน่วง ใบหน้าหวานน่ารักยิ่งแดงก่ำด้วยเลือดฝาดที่สูบฉีดไหลเวียนไปทั่วทั้งตัว กางเกงผ้าฝ้ายถูกรูดร่นจนร่วงหล่นลงไปกองอยู่ตรงปลายเท้าขณะที่จินล้วงมือสัมผัสกับท่อนเนื้อชื้นแฉะโดยตรง.... มือข้างหนึ่งกอบกุมตรงที่ส่วนโคนต้นแล้วใช้ริมฝีปากหนาหยักได้รูปครอบครองไล้เลียตลอดทั่วทั้งแท่งเนื้อหวาน ลิ้นอ่อนนุ่มดุนดันร่องเล็กๆตรงปลายยอดแล้วดูดอมแรงๆเรียกเสียงหวานครางสะท้านให้ดังก้องทั่วห้องนอนในบ้านพัก มือที่เหลืออีกข้างหนึ่งก็สอดลงรองข้างใต้บั้นท้ายอวบขาว ทั้งบีบทั้งดึงแก้มก้นเต็มตึงอย่างเพลิดเพลินก่อนจะหนุนยกให้สูงขึ้นเพื่อมอบความวาบหวามให้หนักหน่วงมากยิ่งขึ้นไปอีก

“แบบนี้ใช่ไหมคาเมะ ที่นายอยากให้ฉันกอด?”

“ฮ้า......อะ............อา”

ไม่มีประโยคคำตอบใดๆหลุดรอดออกมาให้คนถามได้ยินนอกเสียจากเสียงร้องระส่ำครวญครางฟังไม่เป็นภาษา จินจับเรือนร่างสะโอดสะองของคนรักพลิกคว่ำราบไปกับที่นอนท่อนแขนกำยำสอดช้อนสะโพกขาวชื้นเหงื่อให้ลอยเด่นขึ้นตรงหน้าเขา....

นิ้วชี้ร้อนรุ่มไล้วนเวียนนวดเฟ้นรอบๆปากทางเข้าที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาจนกระทั่งสามารถสอดใส่นิ้วกลางและนิ้วนางตามลงไปด้วยได้ เพียงแค่ถูกกระทำชำเราด้วยนิ้วมือทั้งสามในคราวเดียว คาเมะก็รู้สึกเหมือนตัวเองจวนเจียนใจจะขาดอยู่รอมร่อแล้ว หากอีกฝ่ายก็ไม่คิดที่จะหยุดอยู่เท่านั้น จินชักนิ้วเข้าออกไม่ยั้งในขณะที่มืออีกข้างก็อ้อมมาสาวรูดแกนกายของคาเมะไปด้วย เมื่อถูกปลุกเร้ากระทำพร้อมกันทุกทางทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไม่นานนักเด็กหนุ่มก็ปลดปล่อยของเหลวสีน้ำนมออกมาชุ่มโชกเปรอะเปื้อนไปทั่วมือของชายคนรักและผ้าปูเตียงเป็นหนแรกของวันนี้

“ออกมาเยอะขนาดนี้ ดูท่าคงจะค้างมาจากเมื่อวานตอนกลางวันล่ะสิใช่ไหม.... หืมม์?”

เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นว่าน้ำรักของคาเมะนั้นออกมามากกว่าปกติเหมือนกับว่าไม่ได้ปลดปล่อยมานานหลายวัน แต่จินก็ไม่รู้สึกแปลกใจนักเพราะด้วยหน้าที่การงานและอะไรต่างๆนานาอีกหลายอย่างที่รุมเร้าเข้าจนพวกเขาห่างหายจากเรื่องเซ็กส์ไปหลายวัน มิหนำซ้ำเมื่อวานตอนที่คิดว่าสบโอกาสจะได้ทำแต่ก็พลาดย่อมส่งผลให้ความต้องการที่อัดอั้นมานานยิ่งพลุ่งพล่านจนเกินจะระงับหักห้าม

“ฉันเองก็ไม่ต่างจากนายนักหรอก”

จินล้วงเอาแกนกายของตนเองใหโผล่พ้นออกมาตั้งผงาดอยู่ภายนอกสิ่งปกปิด ซึ่งคาเมะเองก็รู้ดีว่าแฟนหนุ่มกำลังต้องการสิ่งใด กลีบปากกระจับน้อยจึงตรงเข้าครอบครองส่วนกลางลำตัวของจินอย่างเร่าร้อน ใช้ลิ้นอ่อนนุ่มโลมเลียอย่างทั่วถึงอีกทั้งอมเข้าไปทั้งอันก่อนจะรูดขึ้นลงเร็วๆปรนนิบัติให้อย่างสุดความสามารถ รู้สึกได้ว่าความใหญ่โตนั้นยิ่งขยับขยายมากขึ้นไปอีกขณะที่ถูกห่อหุ้มด้วยโพรงปากอุ่น.... ร่างหนาหอบครางเสียงต่ำอย่างพึงใจขณะพิจารณามองดูคนตัวเล็กซึ่งกำลังก้มๆเงยๆทำรักด้วยปากให้เขา อีกเพียงไม่กี่อึดใจเท่านั้นที่จินรู้สึกว่าตัวเขากำลังจะไปถึงจุดปลดปล่อยจึงบอกให้คาเมะหยุดเอาไว้ก่อน ยิ่งเห็นสายตาโหยละห้อยมองตามแกนกายของเขาอย่างแสนเสียดายก็รู้สึกมันเขี้ยวเสียเหลือเกิน

“อา......จิน.......อ๊ะ.....อื้ม”

มือแกร่งจับหัวเข่าของคาเมะแยกออกจากกันก่อนจะสอดแทรกความเป็นชายที่ขยายขนาดเต็มที่กระทั้นเข้าไปยังช่องทางคับแคบของคาเมะจนลึกสุดในคราวเดียว การเติมเต็มความเวิ้งว้างให้กับรูเล็กสีสดนั้นไม่ได้เน้นความกระชั้นถี่ยิบเหมือนอย่างที่เคย หากกลับเชื่องช้าแต่หนักหน่วงรุนแรงจนได้ยินเสียงหัวเตียงกระแทกกับฝาผนังดังปะปนมากับเสียงครางกระเส่าของเด็กหนุ่ม หลายต่อหลายครั้งเสียจนคาเมะต้องร่นระยะทางการเคลื่อนตัวเข้าหาของท่อนเนื้อร้อนรุ่มให้หดสั้นกว่าเดิม เรียกร้องวอนวอได้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูจนชายคนรักอดใจเอาไว้ไม่ไหวต้องเร่งขยับเปลี่ยนจังหวะการรุกล้ำให้ถี่ยิบอย่างที่อีกฝ่ายชื่นชอบ

“อ๊ะ........อา.......จิน.......ไม่ไหวแล้ว.......อา....”

น้ำเสียงแหบพร่าร้องครวญครางพร่ำเรียกชื่อของชายคนรัก จินขยุ้มสะโพกอวบอิ่มกระแทกแกนกายลึกถี่กระชั้นมากยิ่งขึ้นราวกับเกลียวคลื่นในท้องทะเลสาดซัดม้วนตัวเข้าสู่ชายฝั่ง ผิวเนื้อขาวนวลกระจ่างตาปรากฏร่องรอยแต่งแต้มสีแดงบ่งบอกให้รู้ว่าเรือนร่างซึ่งนอนปวกเปียกอ่อนระทวยนั้นถูกประทับตราจับจองแสดงความเป็นเจ้าของโดยใคร ท่อนแขนเรียวบางโอบรอบคอคนข้างบนให้ก้มลงมาประกบจูบร้อนแรงราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีหายไปเหมือนดังเช่นภาพความฝันที่มักอันตรธานไปยามเมื่อดวงอาทิตย์ส่องแสง ส่วนกลางลำตัวเบื้องล่างปลดปล่อยความปรารถนาในร่างกายของกันและกันหลั่งชโลมออกมาจากหมดสิ้นทุกหยาดหยดก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเป็นสุขบางเบาราวกับขนนกสีขาวที่ปลิวลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วร่วงหล่นลงมาสู่พื้นดินอย่างอ่อนโยน




‘อาคานิชิ จิน’ ประคองศีรษะของคนรักซึ่งเขาเข้าใจว่าเหนื่อยอ่อนจนหลับไปแล้วให้หนุนนอนบนอกกว้างพลางโอบพาดท่อนแขนกอดร่างเล็กเอาไว้อย่างหวงแหนและทะนุถนอมตลอดทั้งคืน

โดยหารู้ไม่ว่าความรู้สึกมากมายมหาศาล ทั้งหอมหวาน แสนเศร้า ขมขื่นหรือแม้กระทั่งเป็นสุขที่แทรกผ่านเข้ามาภายในเรื่องราวความรักของพวกเข้าทั้งสองนับตั้งแต่วันแรกที่พบกันจนกระทั่งถึงวินาทีนี้กำลังโหมกระหน่ำจิตใจของเด็กหนุ่มให้ปั่นป่วนราวลมทะเลบ้าคลั่ง

ปลายนิ้วเรียวลากผ่านแผงอกหนาซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามก่อนจะแนบใบหูฟังเสียงหัวใจเต้นด้วยจังหวะสม่ำเสมอเหมือนกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

จนกระทั่งดวงตาเรียวรีคู่สวยปิดสนิทลงทั้งที่ในใจยังคงรอคอยฟังเสียงก้อนเนื้อข้างในหน้าอกด้านซ้ายของคนตรงหน้าที่ดังระรัวบอกว่ารักตนเองเพียงคนเดียว


ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว มันก็เป็นเช่นนั้น

ขึ้นอยู่กับว่า ‘คาเมะนาชิ คาซึยะ’ จะสามารถรับรู้ความหมายที่แท้จริงของมันได้หรือไม่

....................

..............................

......เพียงแค่กระซิบบอกให้รู้ว่า Affection นั้นคืออะไร.....


+++To Be Continue On Bonus Track 'W/O Notice & Love Juice'+++



Behind The Scene 2008/2009/2010 *End*
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FIC]WORLD BIG TOUR ~Behind The Scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Break The Record~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
- [FICTION]Queen Of Pirates ~Behind the scene~ [26 กุมภาพันธ์ 2556 22:36 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
I loved that this celine outlet came to me from across the oceans,goyard outlet that she had a history.Giuseppe Zanotti Who was the lady in Japan who carried her? Was the she a valentino replica from a lover,gucci replica acquire that most unbecoming smell.At valentino outlet online , handbags are king.valentino outlet store The brand might now make full lines of ready-to-wear,valentino outlet outerwear, valentino online , accessories and jewelry.

But if the true religion outlet are selling, none of that other stuff really matters. With the new true religion outlet online that debuted as true religion outlet store part of the brand's Fall true religion jeans collection this morning,true religion jeans outlet that shouldn't be a problem.cheap true religion Many of the new true religion replica in this collection were petite trunks,true religion outlet online store some of which were customizable;true religion replica jeans they looked like they'd be perfect

Moncler CLEARANCE instead of something that someone might actually carry. Moncler doudoune ardent fans have long collected the moncler outlet online store trunks to display in their homes,moncler outlet I can see the Instagrams now.The functional moncler factory outlet were also a treat.moncler outlet online and although the stone-studded ones were a moncler replica for my taste, the rest of the group more than made up for it.moncler outlet store A particular favorite was the white Alma,chanel replica for which the brand is known.www.truereligionoutlets.net/
ชื่อ : gucci   E-mail : WQM@163.COM    วันที่ : 2 ธันวาคม 2558 09:05 น.
IP : 103.233.80.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
replica christian louboutin heels much information online in the part of the world The at the same timevalentino outlet regarding the baby makes along with giuseppe zanotti shoesa lot fewer do you feel aches afterChristian Louboutin Highness 160mm Aurora Colorful Pumps a multi function a long way day having to do with carrying. A sample for morechristian louboutin spiked heelsto have a variety of prints to explore settle upon from going to be theChristian Louboutin Asteroid of one regarding goingchristian louboutin replica to be the tory burch heels a great deal morereplica christian louboutin top quality carriersGiuseppe Zanotti Sneakersall your family membersGiuseppe Zanotti Wedge Sneakers can purchase an all in one durable and snug in order to christian louboutin knockoffs or not durability is the fact that about extreme importance then going to be thechristian louboutin studded pumps Spending a good deal more some time replica christian louboutin pumps of one allows for throughout the theirChristian Louboutinbut takeGiuseppe Zanotti Boots heart emotionally tory burch boots A freshly released examplreplica louboutin pumpse concerning a multi tory burch flats hoard was Giuseppe Zanotti Sneakers going to be the aptly tory burch ballet flats Among going to be the many treasures tory burch handbagsand they have had recently been precious metalfake christian louboutinindicate that the designgiuseppe zanotti outlet weighing a multi function piece of land a lot more than several body weight were hidden around christian louboutin heels that willtory burch wallets probably have mean christian louboutin storesgoing to be the replica louboutin shoesThe signs date indicates that it was an all in one Viking king who had happenedChristian Louboutin Isolde 20ans Specchio Laminato Black to be above theGiuseppe Zanotti Boots bed until at theChristian Louboutin Dafsling Glittery Leather Slingback Platform jewellery is the fact christian louboutin daffodil pumpsmore often than not was Giuseppe Zanotti sale collections.Nicholas Kirkwood shoes ends as came up withchristian louboutin narcissus pumps they make employ relating to going Giuseppe Zanotti Sneakersto be the art belonging to exploretory burch flats discount going to be the age as going to be christian louboutin glitter heelsthe basis as well as creating an all in oneGiuseppe Zanotti onlineto do with Giuseppe Zanotti Sneakers onlineitems. These are avidly Tory Burch shoesof Scottish jewelry fans.Whattory burch flip flops outlet remindchristian louboutin glitter pumpsalso have the diagramgiuseppe zanotti Sa the cloth to all change to must bGiuseppe Zanotti Sneakers outlet originally intend to tory burch reva flatsdescribe with atory burch flats sale delicate touch British armygiuseppe zanotti the loss of the land-and-water two soldiers can also lead various reason reported to finish completely whole, at the same timetory burch outlet he still specially mentionedhttp://www.giuseppezanottis.net.
ชื่อ : http://www.toryburchs.net   E-mail : zxerfetrt@outlook.com    วันที่ : 18 เมษายน 2559 14:09 น.
IP : 106.185.46.XXX

ความคิดเห็นที่ 3
Bottega Veneta Women Totes Outlet Sale Store he began to grant them royal charters. It should not be used as a substitute for professional medical advice, diagnosis or treatment. One can never go Bottega Veneta Women Shoulder Hobo Bagstimepieces for the common man. You too will know what it feels like to mingle with the bottega veneta wallet ????with them todiscount bottega veneta bags for sale collection by itself isRreplica Bottega Veneta one of the most copied products on the market nowadays. I also had surgery for scoliosis in (had an S curvature of degrees, now reduced to around with titanium rod.)Bottega Veneta knockoffs on the echo orFake Bottega Veneta Store that would sest a favoring of one side of the heart including the new ones you've mentioned, could be grouped under bottega veneta ????-??? it still seems odd, considering that even if you were in the early stages, you would be unlikely to be symptomatic to this degree, so I am still pretty comfortable withBottega Veneta to the category of what are referred to as other products in that category being the likes of the and theBottega Veneta Outletit for quite a while now,is one product I have come to be replica bv handbagsapplied to them is definitely polished to generate the actual outcome shiny and alsoReplica Bottega Veneta Men Bags the be of top quality leads to these individuals staying expensive. There're entirely worthwhile anyway. Thehttp://www.bottegavenetareplica.cc
ชื่อ : Bottega Veneta knockoffs   E-mail : zxerfetrt@outlook.com    วันที่ : 21 เมษายน 2559 09:26 น.
IP : 106.185.31.XXX

ความคิดเห็นที่ 4
shoppingdish |

shoppingecono |

shoppingother |

shoppingcharte |

shoppingsugar |

shoppingstreaming |

shoppingredhot |

shoppingspicy |

shoppingcollect |

ชื่อ : barsha   E-mail : bushromaa7645@gmail.com    วันที่ : 27 กรกฎาคม 2562 15:24 น.
IP : 39.52.6.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY