ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 57
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,878
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ'
[1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]จำนวนผู้เข้าชม 623 คน
Cruel Intentions

บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~








10
 



 
 
 
“แบมบี้ขา พี่คีนกลับมาแล้วค่า~”
 
 
คนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมตัวเองเปิดประตูห้องกลับเข้ามาด้วยสีหน้าแช่มชื่น เพราะงานโปรเจ็กต์ที่กำลังทำนั้นถูกอกถูกใจลูกค้าจนได้รับคำชมและสัญญาปากเปล่าว่าบ้านหลังต่อๆ ไปก็จะเลือกใช้บริการสถาปนิกฟรีแลนซ์ดีซึ่งการันตีฝีมือจาก UCL อีก แถมยังมีคนน่ารักรออยู่ที่ห้อง เรียกได้ว่าทั้ง Lucky in game และ Lucky in love จนห้ามตัวเองไม่ให้หุบยิ้มไม่ได้จริงๆ
 
 
แต่ก็อย่างที่บอกนั่นแหละว่าเขายังไม่รู้ชะตากรรมตัวเอง....
 
 
“มีพิซซ่าฮาวายเอี้ยน ปีกไก่บาร์บิคิว ขนมปังกระเทียม แมคแอนด์ชีส แล้วก็ชานมเฮเซลนัทไข่มุกของโปรดของหนูด้วยนะ.... มาทานกันเถอะค่ะ”
 
 
เคนเนทว่าพลางจัดแจงวางถุงพลาสติกใบใหญ่ลงบนเคาท์เตอร์ครัว สายตาก็มองหาคนตัวเล็กซึ่งปกติจะต้องรีบวิ่งออกมาจากรังทันทีที่ได้กลิ่นพิซซ่า แต่ทว่า เจ้าของเรียวขาซึ่งตวัดไขว่ห้างอยู่บนโซฟากลับไม่ใช่หนูแบมบี้
 
 
“คุณชอบกินจังค์ฟู้ดตั้งแต่เมื่อไรน่ะ คีน?”
 
 
น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยถามคล้ายจะแดกดันก่อนที่ใบหน้าสวยเฉี่ยวจะโผล่มาให้เห็นชัดๆ ทำเอาคนคุ้นเคยกันถึงกับสะดุ้งเฮือกไม่ต่างจากเห็นผี
 
 
“..........แอล!!??”  
 
 
อัลฟ่าหนุ่มตกใจจนหน้าซีด ด้วยไม่คาดคิดว่าคู่ขาเก่าซึ่งขาดการติดต่อกันไปพักใหญ่จะโผล่มากะทันหัน มิหนำซ้ำยังเป็นช่วงเวลาและสถานการณ์ที่ไม่เหมาะแก่การพบปะตามประสาอดีตเพื่อนร่วมเตียงเอาเสียเลย  
 
 
“คะ.......คุณมาได้ไงเนี่ย.....!?”
 
 
“โอ้โห ทีเมื่อก่อนจะมาตอนไหนเมื่อไรก็ได้ แต่เดี๋ยวนี้ถึงกับถามว่ามาได้ยังไง.... ลืมไปแล้วสินะว่าคุณเคยให้คีย์การ์ดผมเอาไว้?”  
 
 
เอลเลนลุกขึ้นยืนกอดอกพูดฟื้นฝอยความหลังใส่เคนเนทเพื่อเตือนความจำ ไม่อยากเชื่อเลยว่าแค่เพียงระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ไม่เจอกัน คนเคยสำคัญอย่างเขาจะถูกลดขั้นลงจนกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเสียแล้ว  
 
 
“คุณเคยพูดเองแท้ๆ ว่าให้ผมมาหาได้ทุกเมื่อที่อยากมา เราสองคนไม่เคยมีความลับต่อกัน ห้องของคุณก็เหมือนห้องของผม.... และเตียงของคุณก็เหมือนเตียงของผม”
 
 
เคนเนทกลืนน้ำลายดังเอื๊อก จริงอยู่ว่าเขาเคยพูดแบบนั้น ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เขายังโสดสนิทไม่มีพันธะน่ะใช่ หากสำหรับตอนนี้....
 
 
ก้อนผ้าห่มสีเทาบนพื้นด้านหลังโทรทัศน์กำลังจ้องมองมา ใบหน้าเล็กๆ กับดวงตากลมโตโผล่พ้นช่องว่างพอให้ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าเขาจะต้องถึงคราวซวย.... ยิ่งกว่ารถไฟชนกันดังตู้ม เมื่อหนึ่งในขบวนรถไฟไม่ใช่เพียงแค่คู่นอน แต่เป็นแม่ของลูกที่เคนเนทอุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมสุดหัวใจ ในขณะที่รถไฟอีกขบวนก็รังแต่จะลากเขาตกเหวตายไม่หยุดหย่อน
 
 
“ตกลงคุณมาหาผมนี่มีธุระอะไร?”
 
 
สภาพเคนเนทเวลานี้เลิ่กลั่กเหมือนคนเหยียบเรือสองแคมแบบไม่เจตนา เขาอยากจะมุดเข้ารังโอเมก้าไปอธิบายให้กวางน้อยเข้าใจว่าเขาไม่ได้นัดให้เอลเลนมาหา แล้วเรื่องที่ว่าไม่เคยมีความลับต่อกัน เตียงของคุณก็เหมือนเตียงของผมอะไรนั่นก็เป็นสิ่งที่เคยพูดไว้นานแล้ว ตั้งแต่สมัยเพิ่งย้ายมาอยู่เมืองไทยใหม่ๆ โน่น
 
 
ก็ไม่รู้ว่าการที่เขาอยากรีบเคลียร์แล้วให้เอลเลนรีบๆ กลับไปมันผิดตรงไหน ฝ่ายอดีตคนเคยนอนคุยกันถึงได้เกรี้ยวกราดราวกับจะกระโดดขาคู่ถีบหน้าเขา ซ้ำยังลากเคนเนทให้กลับออกมาคุยกันตรงโซฟา ไม่ยอมให้ชายหนุ่มย่างเท้าเข้าไปหาเมียเด็กซึ่งตอนนี้ก็น่าจะโมโหแทบคลั่งแล้วเช่นกัน
 
 
“ยังจะมีหน้ามาถามอีก คุณเล่นหายหัวไปเกือบเดือน คลับก็ไม่ไป งานเลี้ยงสมาคมฝรั่งเศสที่ซื้อบัตรไว้แล้วก็ไม่ไป แถมยังแคนเซิลนัดเพื่อนๆ หมดเลย โทรศัพท์ก็ไม่รับสาย ข้อความก็ไม่ตอบ.... นี่ถ้าไม่รู้ข่าวจากเมอร์ซิเยอร์โอแดร์ว่าวันนี้เขานัดเจอคุณเรื่องงาน ผมก็คงนึกว่าคุณโดนเด็กขายบริการในซ่องโอเมก้าที่ไหนสักที่ฆ่าหมกโรงแรมม่านรูดไปแล้ว!!”
 
 
เป็นการต่อว่าต่อขานที่เหมือนตบหน้ากันฉาดเบ้อเริ่ม เคนเนทจนปัญญาจะแก้ตัวเพราะรู้ว่าเคสนี้เขาผิดจริง หากนั่นก็ยังไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้เอลเลนต้องรีบบึ่งมาหาคู่นอนถึงคอนโดฯ ทันทีที่เครื่องบินแตะรันเวย์สุวรรณภูมิ
 
 
“ผมไปทำงานที่ลอนดอนเกือบสองอาทิตย์ มีแต่คนโทรมาหาจนสายแทบไหม้บอกว่าติดต่อคุณไม่ได้เลย.... พ่อแม่คุณก็ด้วย ไม่รู้พวกท่านไปได้ยินมาจากใครว่าผมมีถ่ายแบบให้โลคอลแบรนด์ที่โน่นถึงได้บุกมาหาที่สตูดิโอ ฟ้องใหญ่เลยว่าคุณก่อเรื่องเอาไว้กับคนที่ชื่อจูเลียน รับนัดเป็นคู่เดทแล้วก็เสียมารยาททิ้งเขาไว้ในร้านอาหารเป็นชั่วโมงๆ จนเขาโกรธบอกปฏิเสธไม่อยากหมั้นกับคุณแล้ว!!”  
 
 
แน่นอนว่าเอลเลนโคตรเดือดร้อนจากการที่เคนเนทไม่รับโทรศัพท์และอ่านข้อความที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานเลย ทุกคนบนโลกจึงพุ่งมาหาเขาเพราะคิดว่าเป็นคนที่ใกล้ชิดกับเคนเนทที่สุด ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านแซมมวลส์ซึ่งเข้าใจว่าลูกชายเสียผู้เสียคนไม่ยอมกลับบ้านที่อังกฤษเพราะติดนายแบบหน้าสวยที่เมืองไทย ขนาดส่งว่าที่คู่หมั้นโอเมก้าหน้าตาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ไปหาถึงที่ก็ยังต้องผิดหวังกลับมา  
 
 
“พ่อแม่คุณคิดว่าคนที่ทำให้คุณหยาบคายกับจูเลียนก็คือผม พวกท่านก็ตั้งใจจะมาต่อว่าแล้วก็ถามว่าผมกับคุณจะเอายังไงกันแน่ จะหมั้นหรือจะแต่งก็ว่ามาเลย ปรากฏว่าผมไม่รู้เรื่องอะไรด้วยสักนิด เรื่องที่คุณนัดกับจูเลียนก็ไม่รู้ คุณหายหัวไปอยู่ไหนก็ไม่รู้.... ให้ตายเถอะ คีน คุณกำลังเล่นบ้าอะไรอยู่เนี่ย!?”
 
 
เขาไม่ได้เล่นบ้าอะไรทั้งนั้น เขาก็แค่ไม่อยากคุยกับใครระหว่างที่อยู่กับเจ้ากวางน้อย.... อยากนอนกอดเมีย ดูแลเมีย คุยกับเรื่องลูกที่กำลังจะเกิดมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ช่วงเวลาแห่งความสุขของเขาไม่ได้มีมากมายเหมือนคนอื่น เขาจึงไม่อยากให้ใครมารบกวนจนต้องเสียมันไปแม้สักเพียงวินาทีเดียว
 
 
ที่สำคัญก็คือเขายังให้ใครรู้ไม่ได้ว่าหนูแบมบี้อยู่ที่นี่....
 
 
“ผมไม่ได้หายไปไหนหรอก....กะ.....ก็แค่ยุ่งๆ นิดหน่อย........”
 
 
“ยุ่งอะไร? เรื่องน้องกวางน่ะเหรอ?”  
 
 
เอลเลนถามจี้ตรงประเด็น จริงๆ แล้วนี่เป็นคำถามแรกที่เขาอยากพ่นใส่พ่ออัลฟ่านักรักตั้งแต่เห็นหน้าเลยด้วยซ้ำ ก็มัวแต่ยึกยักถามหาธุระให้เปลืองน้ำลายกันอยู่ได้  
 
 
“แล้วน้องกวางมาอยู่กับคุณได้ยังไง เขาเป็นคู่หมั้นคุณพอร์ชนะ.... นี่คุณพอร์ชเขารู้หรือเปล่าว่าน้องมาลงหลักปักฐานสร้างรังอยู่ห้องคุณ!?”
 
 
ปลายนิ้วชี้ตรงไปยังกองผ้าห่มขยุกขยุยด้านหลังโทรทัศน์ซึ่งคลุมร่างเด็กหนุ่มเกือบมิดตั้งแต่หัวจรดเท้า ถึงแม้จะเป็นเบต้า แต่เอลเลนก็พอรู้ว่านั่นคืออาการหวงรังของโอเมก้า.... ทันทีที่เห็นหน้าเอลเลน น้องกวางก็แยกเขี้ยวขู่ฟ่อตวาดเสียงแว้ดๆ พยายามจะไล่เขาออกไปจากห้อง ยังไม่นับรวมสารพัดข้าวของตุ๊กตุ่นตุ๊กตาที่เขวี้ยงออกมา ถ้าไม่ใช่เพราะนายแบบหนุ่มยืนกรานว่าจะไม่กลับจนกว่าจะได้เจอเคนเนทแล้วพูดคุยกันให้รู้เรื่อง ป่านนี้เขาก็คงคว้าน้ำเหลวต้องกลับคอนโดตัวเองไปโดยที่ไม่ได้รับคำตอบอะไรเลย
 
 
จากนั้น คุณน้องกวางที่แสนจะฤทธิ์มากก็มุดหายลงไปใต้ผ้าห่ม ไม่ยอมพูดกับเอลเลนและไม่ยอมตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น ทำอย่างกับว่ากลัวเขาจะบุกเข้าไปทำร้าย ต้องรอจนกว่าเคนเนทจะกลับมาถึงได้เข้าเรื่องคุย
 
 
“คือ.......เรื่องมันยาวน่ะ...........”
 
 
“ยาวแค่ไหนก็ต้องอธิบาย ผมมีเวลาฟังจนถึงหัวค่ำเลย.... ว่ามา!”
 
 
“เอ่อ........คือ..........”
 
 
คนถูกคาดคั้นได้แต่อึกอักอ้ำอึ้ง ก็อย่างที่รู้ๆ กันว่ากวิวิชญ์เป็นคู่หมั้นของพิธาน เขาจึงไม่อาจหาข้อแก้ตัวให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลย ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าจะโดนเอลเลนบุกมาหาถึงห้องจนถูกจับได้คาหนังคาเขาแบบนี้
 
 
เคนเนทไม่กล้าบอกอีกฝ่ายว่าตนเองกับเจ้ากวางน้อยได้เสียกันแล้ว ไม่กล้าบอกว่าเจ้ากวางน้อยกำลังตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ไม่กล้าบอกว่าเขารู้เห็นเป็นใจช่วยปิดบังและสร้างเรื่องโกหกเพื่อพาเจ้ากวางน้อยมาหลบรอคลอดที่นี่.... เขาเข้าใจว่ามันดูแย่ ไม่ว่าจะอธิบายยังไงก็ไม่มีทางดูดีมีเหตุผลขึ้นมาได้ เพราะเขาเองที่เป็นคนบอกเจ้ากวางน้อยว่าขอโอกาสทำหน้าที่พ่อ ตื๊อให้น้องคลอดลูก ทั้งๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่านั่นคู่หมั้นของพิธาน และข้อหาที่เคนเนทต้องยอมรับก็คือไอ้สารเลวที่คิดแย่งได้แม้กระทั่งคู่หมั้นเพื่อนสนิท
 
 
แต่เขาไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเจ้ากวางน้อยจะคิดแบบนั้นด้วยหรือเปล่า?
 
 
จะมองว่าเขาเป็นคนใจบาปที่ทรยศเพื่อน ทำในสิ่งที่ไม่สมควรทำเพียงเพื่อให้ได้อยู่กับคนที่ตัวเองรักหรือเปล่า?
 
 
 
“ก็บอกเขาไปสิว่ากวางเป็นเมียพี่คีน....!”
 
 
 
เสียงแหบแหลมดังลอดออกมาจากใต้ผ้านวม ทำเอาคนสองคนที่ยืนเผชิญหน้ากันอยู่ถึงกับตกตะลึงเพราะไม่คาดคิดว่าจะมีระเบิดลูกใหญ่หล่นตู้มลงมากลางวงสนทนา ก่อนที่ร่างเล็กจะปัดผ้าห่มทิ้งแล้วลุกขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด.... สีหน้าบูดบึ้งและน้ำเสียงสะบัดห้วนบ่งบอกชัดเจนว่าอารมณ์เสียเกินกว่าจะอดทนแล้ว
 
 
 
“กวางอยู่ห้องพี่คีน กวางก็ต้องเป็นเมียพี่คีนสิ.... จะยุ่งวุ่นวายอะไรนักหนา ถามโน่นถามนี่อยู่ได้ น่ารำคาญ!”
 
 
 
“แบมบี้คะ...........”
 
 
เคนเนทอ้าปากค้างพูดอะไรไม่ออกในขณะที่เจ้ากวางน้อยจ้ำพรวดๆ เข้ามาควงแขนเขาต่อหน้าเอลเลน ดวงตากลมโตจ้องมองเบต้าซึ่งถูกหมายหัวว่าเป็นศัตรูเขม็ง เสียงขู่คำรามในลำคอซึ่งไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิดในความรู้สึกของอัลฟ่าอย่างเขา หากมันก็แสดงออกให้รู้ว่าโอเมก้าตัวเล็กกำลังโกรธจัดหัวฟัดหัวเหวี่ยง
 
 
“เดี๋ยวนะ......ขอจูนสมองแปบ”  
 
 
นายแบบร่างโปร่งยกมือขึ้นเป็นท่าปางห้ามญาติ แน่นอนว่าเขาได้ยินทุกถ้อยคำที่เด็กหนุ่มพูดเต็มสองรูหู เพียงแต่ระบบประมวลผลในสมองมันบอกว่าน่าจะมีอะไรบางอย่างผิดพลาด  
 
 
“เมื่อกี้ไม่ได้พูดเล่นใช่ไหม.... ตกลงเรื่องจริงหรือแค่ขำๆ สะเก็ดดาว?”
 
 
เมื่อถูกเอลเลนย้อนถามเหมือนไม่เชื่อ กวิวิชญ์ก็สวนกลับทันควัน
 
 
“เรื่องผัวๆ เมียๆ ใครเขาพูดเล่นกันเหรอ?”  
 
 
โอเมก้าซึ่งปกติแล้วจะต้องอยู่ชั้นล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร ในตอนนี้กลับลุกขึ้นมาฟาดฟันกับเบต้าอย่างไม่ยำเกรงว่าอาจจะโดนตบกะโหลกคืน.... ก็เพราะเขาไม่ชอบให้มีกลิ่นแปลกปลอมติดมาในรัง ไม่ชอบให้ใครมาวางท่าเป็นเจ้าของห้องๆ นี้ ทำเหมือนเป็นเมียพี่คีนตีเสมอตัวเอง ไม่ชอบตั้งแต่นาทีแรกที่เห็น แล้วก็จะไม่ทนอีกต่อไปแล้วด้วย  
 
 
“ตรงโน้นก็รังของกวาง โซฟานี้กวางก็เอาไว้นั่งกินข้าวดูทีวี ระเบียงตรงนั้นก็เป็นที่นั่งเล่นของกวาง ทุกที่ในห้องนี้มีได้แค่กลิ่นของกวางกับพี่คีนเท่านั้น.... คนอื่นห้ามเข้า! เหม็น!!”
 
 
“วอททท!!??”
 
 
อยู่ดีๆ ก็โดนเด็กเมื่อวานซืนฉอดใส่หาว่าเป็นส่วนเกิน เอลเลนก็ยิ่งไม่เข้าใจหนักว่าเดิมว่าทำไมน้องกวางผู้ซึ่งสุดแสนจะคลั่งไคล้หลงใหลคุณพอร์ชถึงได้มาเคลมว่าตัวเองเป็นเมียเคนเนทแบบนี้
 
 
มิหนำซ้ำยังพูดเต็มปากเต็มคำว่าเป็น ‘เมีย’ เท่ากับประกาศตัวเลยว่าเคยเสร็จสมอารมณ์หมายกับเคนเนทแล้ว....!
 
 
“แต่น้องเป็นคู่หมั้นคุณพอร์ชไม่ใช่เรอะ!?”  
 
 
ถ้าไม่ใช่เขาก็ต้องเป็นเจ้าเด็กปากร้ายนี่แหละที่เพี้ยนไปแล้ว ก็รู้กันหมดทั้งวงสังคมไฮโซว่าคุณชายกวิวิชญ์หมั้นหมายอยู่กับใคร แถมเอลเลนก็เคยเห็นกับตาว่าร่างเล็กตรงหน้าเคยกระเง้ากระงอดออดอ้อนคุณพอร์ชเสียยิ่งกว่าลูกหมาเดินตามเจ้าของ อีกทั้งยังเกลียดขี้หน้าเคนเนทอย่างกับอะไรดี
 
 
“ก็เป็นคู่หมั้นพี่พอร์ช แต่ก็เป็นเมียพี่คีนด้วย.... กวางโตแล้วจะอยู่ไหนก็ได้ โอเคปะ? เข้าใจไม่ยากเนอะ?”
 
 
“พี่เข้าใจครับ น้องกวาง”  
 
 
คนโตกว่าก็พอรู้ว่ากวิวิชญ์กำลังหวงทั้งรัง หวงทั้งอัลฟ่าที่เคลมว่าเป็นผัว แต่ที่เขาอยากถามก็คือแหวนหมั้นยังคานิ้วอยู่ขนาดนั้นแล้วถือสิทธิ์อะไรมาแสดงตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผู้ชายอื่นที่ไม่ใช่คุณพิธาน  
 
 
“แล้วตอนนี้ก็เข้าใจด้วยว่าน้องกวางนอกใจคุณพอร์ชมาอยู่อัลฟ่าอื่นที่ไม่ใช่คู่หมั้นของตัวเอง ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่คนดีๆ ทั่วไปเขาทำกัน พี่ถึงได้ถามย้ำให้ชัวร์ไงว่าน้องสวมเขาให้คุณพอร์ชจริงหรือแค่ล้อเล่น.... โอเคไหม? เข้าใจไม่ยากเนอะ?”
 
 
“กวางไม่ได้นอกใจพี่พอร์ช ตัวเองไม่รู้เรื่องก็อย่ามาว่ากวางนะ!”
 
 
“งั้นการที่โอเมก้าอย่างน้องมาหวงที่หวงทาง ตะโกนไล่พี่เสียงแว้ดๆ ในห้องของคีนมันแปลว่าอะไรล่ะ? ก็นอกใจอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?”
 
 
“ก็พี่คีนเป็นของกวางแล้ว ทำไมกวางจะหวงไม่ได้!?”
 
 
เพราะเอลเลนไม่ได้เกิดมาในเพศพิเศษ เขาจึงไม่เข้าใจความรู้สึกของโอเมก้าเวลาที่ติดกลิ่นอัลฟ่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เพิ่งมีเซ็กส์กันใหม่ๆ ยิ่งถ้าเป็นเซ็กส์ที่เกิดจากความยินพร้อมพร้อมใจกันทั้งสองฝ่าย อาการติดกลิ่นและหวงคู่ก็จะยิ่งรุนแรงถึงแม้จะไม่ได้โดนอัลฟ่ากัดหลังคอเพื่อสร้างพันธะก็ตาม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้ากวางน้อยจะแสดงออกเหมือนว่าเคนเนทเป็นคู่ของตนเอง
 
 
หากสำหรับคนที่ไม่เข้าใจ คำพูดของกวางก็คือยิ่งเถียงยิ่งตรรกะวิบัติ.... ไม่ต้องพูดถึงเรื่องติดกลิ่นหรือติดอะไรเลย แค่เจ้าตัวมาอยู่ในห้องของเคนเนท เขาก็มองว่าไม่สมควรแล้ว
 
 
“แบมบี้ขา...........”  
 
 
เคนเนทดึงกวางน้อยให้ถอยหลังออกมาก่อนที่เมียเด็กของเขาจะกางเล็บตะปบหน้าเอลเลนเข้าให้ ซึ่งเขาก็รู้นิสัยอดีตเพื่อนนอนดีว่าไม่ได้มีแต่โหมดเทวดา บทจะเหวี่ยงขึ้นมา จะล้มอัลฟ่าด้วยมือเปล่าก็ไม่ใช่เรื่องยาก  
 
 
“เดี๋ยวพี่คุยกับแอลให้เองนะคะ หนูอย่าเพิ่งโมโหนะ.........”
 
 
“แต่คุณแอลมาว่ากวางก่อนนี่ กวางไม่ยอมด้วย!”
 
 
“ค่ะๆๆ พี่รู้แล้ว.... หนูไปนั่งกินชาไข่มุกให้ใจเย็นก่อนนะคะ ไม่หงุดหงิดเนอะ คนเก่งของพี่คีน”
 
 
ร่างหนาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ เอาทั้งพิซซ่าและชานมไข่มุกของโปรดมาล่อ ถ้าเป็นเรื่องอื่นก็อาจจะได้ผล แต่นี่กวางถูกคู่ขาพี่คีนหยามน้ำหน้าถึงถิ่น พากลิ่นน้ำหอมเหม็นฉุนเข้ามาสร้างอาณาเขตทับรอยเขา ให้ตายยังไงก็ยอมไม่ได้
 
 
“ฮึ่ย ไม่กงไม่กินมันแล้ว!!”
 
 
“แบมบี้ หนูอย่าดื้อสิคะ......”
 
 
“กวางไม่ได้ดื้อ กวางโมโห! เข้าใจไหม โมโหอ้ะ โมโห!!”  
 
 
ถ้ากวางอายุน้อยกว่านี้สักสิบปีและไม่ได้กำลังท้อง เขาก็อยากลงไปนอนดิ้นพราดๆ กับพื้นให้มันรู้แล้วรู้รอด เผื่อไอ้พี่คีนจะเข้าใจขึ้นมาบ้างว่าการมีเบต้าหน้าสวยหุ่นเป๊ะมายืนจ่อรอแย่งผัวถึงรังมันน่าโมโหแค่ไหน แต่โชคร้ายที่เขาอายุยี่สิบแล้ว ซ้ำยังมีเบบี๋อยู่ในท้องด้วยจึงทำได้แค่เพียงตีอกชกหัวอยู่ในใจ  
 
 
“เอาคีย์การ์ดมา กวางจะลงไปข้างล่าง!”
 
 
“ข้างล่าง? ไปไหนคะ?”
 
 
“สระว่ายน้ำ”
 
 
“อย่าไปเลยค่ะ พี่ว่ามันอันตราย..........”
 
 
เคนเนทแค่จะบอกว่าพื้นตรงสระว่ายน้ำมันลื่น ถ้าเดินไม่ระวังก็อาจจะหกล้มเอาง่ายๆ เขาจึงไม่อยากให้เจ้ากวางน้อยลงไปตามลำพัง หรือถ้าอยากไปจริงๆ ก็ให้รอจนกว่าเขาจะเสร็จธุระกับเอลเลนก่อน แต่ทว่า เสียงสูงแหลมปรี๊ดก็ตวัดสวนกลับมาพร้อมกับคำพูดคำจาซึ่งทำเอาอัลฟ่าหนุ่มอึ้งไปหลายวินาที
 
 
“ห้องก็มีอยู่แค่นี้ พี่คีนจะให้กวางไปอยู่ตรงไหนล่ะ!?”  
 
 
ขึ้นชื่อว่าคู่ขามาหาถึงที่ มีหรือว่าจะจบแค่นั่งคุยกันธรรมดา เขาเองก็เคยเห็นกับตาว่าสองคนนี้เคยสนิทชิดเชื้อร้อนรักกันปานจะกลืน ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากถูกตราหน้าว่าเป็นก้างขวางคอคอยขัดคนจะเข้าด้ายเข้าเข็มกันหรอก  
 
 
“หรือใจคอพี่คีนจะให้กวางอยู่ดูพี่กับคุณแอลดูดปากกันเหมือนที่สนามกอล์ฟคราวโน้น กวางไม่โรคจิตชอบดูใครก็ไม่รู้ได้กับผัวตัวเองหรอกนะ.... เอาคีย์การ์ดมา!”
 
 
 
ไม่ว่าจะด้วยลมเพชรหึงหรือลมบ้าหมูที่ทำให้กวิวิชญ์ดับเครื่องชนใส่เคนเนทและเอลเลนแบบไม่คิดชีวิต หากสุดท้ายร่างเล็กก็ได้คีย์การ์ดมาถือตามต้องการก่อนจะกระทืบเท้าโครมๆ เดินออกจากห้องไป จึงไม่ได้เห็นภาพเคนเนทตอนกำลังเอามือก่ายหน้าผากเหมือนอยากจะบ้าตาย ในขณะที่เอลเลนยังคงสบถว่าเจ้ากวางน้อยไม่เลิก ข้อหาทำตัวไม่มีสัมมาคารวะ ไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นฝ่ายทำผิดทั้งศีลธรรมและมารยาทแบบเต็มประตู
 
 
“เด็กอะไรเนี่ย ปากคอเราะร้ายไม่น่ารักเลย!”
 
 
“เด็กก็อย่างนี้แหละ คุณก็อย่าไปถือสาเลยนะ”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มยิ้มแห้ง งานนี้เรียกได้ว่าขิงก็ราข่าก็แรงของแท้ แต่เพราะกวิวิชญ์ฮึดฮัดฟัดเหวี่ยงออกจากห้องไปแล้ว ทางเดียวที่เหลืออยู่ก็คือเกลี้ยกล่อมคนอายุมากกว่าให้สงบลง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้ผลก็ตาม
 
 
“นี่เข้าข้างกันเหรอ?”
 
 
นายแบบร่างโปร่งตวัดเสียงห้วนแข็ง สายตาคมกริบจ้องมองเพลย์บอยไม้เลื้อยคล้ายจะบอกว่าถ้าขืนยังพูดไม่เข้าหูอีกแค่คำเดียว รับรองว่างานนี้มีคนตายศพไม่สวยแน่
 
 
“มะ.....ไม่ใช่อย่างนั้น.........” 
 
 
คนโดนไล่ต้อนปากคอสั่นพั่บ จริงอยู่ว่าเขาดูเหมือนจะเข้าข้างเจ้ากวางน้อย หากก็เพราะมีเหตุจำเป็นที่จะต้องตามใจ ใช่ว่าได้ใหม่แล้วลืมเก่า เจตนามองข้ามหัวอดีตคู่นอนที่กลับมาในฐานะเพื่อนเสียเมื่อไร  
 
 
“พอดีคุณหมอบอกว่าช่วงนี้น้องจะอารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่ายกว่าปกติ.... จริงๆ แล้วน้องกวางก็ไม่ได้โมโหร้ายแบบเมื่อกี้หรอก”
 
 
“ใจดีจังเนอะ ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ปกครองพาเด็กไปหาหมอด้วย!”  
 
 
ว่ากระทบไปแล้วถึงได้เอะใจ ไม่ใช่แค่ย้ายมาอยู่ด้วยกันแต่มีการไปหาหมงหาหมอ ต่อให้เป็นคนที่โง่ที่สุดในโลกก็ต้องพอเดาออกว่ามันต้องมีอะไรที่มากกว่าเรื่องนอกใจ สวมเขาให้คู่หมั้นแหงแซะ   
 
“เดี๋ยวก่อน.... ไอ้ที่ไปหาหมอด้วยกันนี่อย่าบอกนะว่า......!?”
 
 
เคนเนทพยักหน้าก่อนจะจำยอมสารภาพความจริง
 
 
“อืม.... น้องกวางกำลังท้องอยู่น่ะ”
 
 
“กับใคร??”
 
 
“ก็ต้องกับผมสิ มีอะไรกันครั้งเดียวก็ติดลูกเลย”
 
 
“จะอมยิ้มทำไม นี่ไม่ใช่เรื่องน่ายินดีเลยนะ!?” 
 
 
ฝ่ามืออรหันต์ฟาดป้าบเข้าให้ที่ต้นแขนพ่อคาสโนว่า ทั้งๆ ที่โคตรจะเป็นคดีคอขาดบาดตายร้ายแรง ทว่า เคนเนทกลับมายืนทำหน้าภูมิใจคล้ายจะขิงว่าตัวเองน้ำยาดี ทำเอาคนที่กำลังเครียดจนเส้นเลือดข้างขมับตึงเปรี๊ยะต้องเอ่ยปากว่าให้สำนึกแล้วจึงค่อยสืบสาวราวเรื่อง  
 
 
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง? แล้วมีใครรู้เรื่องแล้วบ้างเนี่ย?”
 
 
“ก็ตอนงานวันเกิดน้องกวาง หลังจากที่คุณบอกว่าไอ้พอร์ชมันหนีออกไปไหนก็ไม่รู้นั่นแหละ.........”
 
 
เหตุการณ์เมื่อราวๆ สามเดือนที่แล้วถูกบอกเล่าเสมือนเป็นคำสารภาพของนักโทษ ส่งผลให้เอลเลนอึ้งจนไม่รู้จะอึ้งอย่างไรได้อีก.... เขาจำได้ว่าคืนนั้น เคนเนทเปลี่ยนใจจากที่จะมาหาเขาเป็นเลี้ยวรถกลับไปยังโรงแรมซึ่งเป็นสถานที่จัดงาน นายแบบหนุ่มก็พอรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าเคนเนทค่อนข้างเอ็นดูน้องกวางเป็นพิเศษ เอ็นดูยิ่งกว่าคุณพอร์ชที่เป็นคู่หมั้นตัวจริงเสียอีก แถมยังเคยอาศัยร่วมบ้านสมัยที่เพิ่งมาเมืองไทยและยังหาคอนโดอยู่ไม่ได้ เมื่อน้องถูกคุณพอร์ชทำร้ายจิตใจด้วยการหนีประกาศแต่งงานก็ไม่แปลกที่เคนเนทจะเป็นห่วงขนาดนั้น
 
 
แต่สิ่งที่ผิดคาดก็คือมันไม่ใช่ความห่วงใยตามประสาคนรู้จักหรือพี่ชายน้องชาย เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าพ่ออัลฟ่าผู้เจนจัดเรื่องเซ็กซ์ ผ่านสมรภูมิบนเตียงมาแล้วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำจะมาพ่ายแพ้ต่อกลิ่นฟีโรโมนโอเมก้าวัยขบเผาะ.... หลงหนักจนลืมไปเลยว่าไอ้ที่ว่าหอมๆ นั่นน่ะว่าที่เมียเพื่อน เป็นผลไม้ต้องห้ามในสวนอีเดนที่เจ้าตัวไม่ควรแม้จะคิดแตะต้องลิ้มลอง
 
 
แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ.... ผลไม้ต้องห้ามของพระเจ้าพิธานโดนกินจนไม่เหลือแม้กระทั่งเม็ดแล้วมั้งเนี่ย!?
 
 
“หมายความว่าทั้งคุณพอร์ชและคนในบ้านอศิรวัฒน์ไม่มีใครรู้เลยว่าน้องกวางกับคุณผิดผีกันไปแล้ว?” 
 
 
เอลเลนพยายามบิวท์ว่านี่อาจจะเป็นมุกตลกจ้อจี้ระหว่างอัลฟ่าเฮงซวยกับโอเมก้าไร้หัวคิด แม้จะรู้แน่แก่ใจเกินเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วว่างานนี้คงไม่มีใครขำออก เผลอๆ จะเสียหายอีกหลายสิบหลายร้อยล้านด้วยซ้ำ 
 
 
“แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าน้องกวางท้อง ถึงได้ต้องดร็อปเรียนแล้วหอบข้าวหอบของย้ายรังมาอยู่กับคุณที่นี่??”
 
 
“ก็ถูกตามนั้น”
 
 
“โอ๊ยยยย คีน ผมอยากจะบ้าตาย!!!”
 
 
นายแบบหน้าสวยทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาพลางส่งเสียงร้องอย่างไม่ไหวจะเคลียร์ ใจจริงนั้นอยากจะจับหัวเคนเนทโขกพื้นเสียให้สาสม แต่ก็ทำได้แค่เพียงต่อว่าแบบเหลืออดด้วยคำพูดตรงไปตรงมา
 
 
“เสียสติไปแล้วเหรอถึงได้กล้าทำเรื่องหน้าไม่อายแบบนี้ คุณพอร์ชเขาเป็นเพื่อนคุณนะ!”  
 
 
“น้องกวางก็เหมือนกัน โตขนาดนี้ก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ทำไมถึงได้ทำอะไรดูคิดน้อยเหลือเกิน.... นอนกับเพื่อนของคู่หมั้น พอพลาดท้องก็ปิดปากเงียบแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันเฉยเลย ปกปิดความผิดแล้วยังมีหน้ามาทำไม่รู้ไม่ชี้มีความสุขดีทั้งๆ ที่ตัวเองกำลังทรยศผู้มีพระคุณ น้องเขาเห็นคนที่เลี้ยงตัวเองมาเป็นหัวหลักหัวตอเหรอ!? นี่มันเลวร้ายมากเลยนะ คีน แย่มาก! พวกคุณทั้งสองคนเลย!”
 
 
“แอล ผมเข้าใจที่คุณพูดนะ ผมเองก็รู้ว่าที่ทำอยู่มันผิด.......”  
 
 
เคนเนทตามมานั่งลงข้างอดีตคู่ขา น้ำเสียงทุ้มเอื่อยซึ่งมักใช้ในยามงอนง้อขอทำอย่างว่าด้วยถูกงัดออกมาเพื่อให้เอลเลนใจอ่อน หากคราวนี้เขาไม่ได้พูดเพื่อตัวเอง สิ่งเดียวที่ชายหนุ่มต้องการก็คือปกป้องชื่อเสียงของคุณชายกวิวิชญ์ต่างหาก  
 
 
“แต่คุณอย่าว่าน้องกวางเลย.... น้องไม่ได้ผิดเลยสักนิด เรื่องเมื่อคืนนั้นเกิดขึ้นเพราะผมไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ ผมฉวยโอกาสตอนที่น้องกำลังฮีท.......แล้วที่น้องมาอยู่ที่นี่ก็เพราะผมขอร้องให้เขามา ผมเป็นฝ่ายขอให้น้องกวางคลอดลูกเอง.......จริงๆ แล้วน้องกวางก็ยังไม่พร้อมจะเป็นแม่คน แล้วเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะทรยศไอ้พอร์ชด้วย...........”
 
 
ร่างสูงมองตาเอลเลนอย่างขอความเห็นใจ จะให้เขาลงไปนั่งคุกเข่าเอาหัวแนบพื้นแทบเท้าอีกฝ่ายเลยก็ได้ถ้าหากมันจะช่วยแบ่งเบาโทษทัณฑ์และถ้อยคำว่าร้ายซึ่งพุ่งตรงไปหาเจ้ากวางน้อยให้มาตกอยู่ที่เขาได้
 
 
“ถ้าจะว่าก็ว่าผมคนเดียวเถอะนะ.... ผมผิดเอง และผมก็ขอยอมรับความผิดทั้งหมด..........”
 
 
เอลเลนมองภาพตรงหน้าแล้วก็ถอนหายใจ ถ้าถึงขนาดออกรับแทนกันแบบนี้แล้ว ทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็คงไม่ใช่เพียงอุบัติเหตุจากนิสัยรักสนุกชั่วครู่ชั่วคราว หากนั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเมื่อมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องแล้วจะสามารถกลับดำให้เป็นขาว กลับผิดให้เป็นถูกได้
 
 
“เอาเหอะ ท้องก็ท้องไปแล้ว มาพูดเอาป่านนี้ก็ไม่มีประโยชน์”
 
 
“น้องกวางมาอยู่ที่นี่ก็เพราะต้องการจะเก็บเรื่องที่ท้องเอาไว้เป็นความลับ ตอนนี้ที่บ้านอศิรวัฒน์คิดว่าน้องไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ที่เมลเบิร์น กว่าจะกลับเมืองไทยก็คงประมาณเกือบๆ กลางปีหน้า.... เราตกลงกันว่าพอลูกคลอดแล้วก็ให้ผมพากลับไปเลี้ยงที่อังกฤษ อาจจะให้เชอริลหรือญาติคนไหนสักคนช่วยรับเป็นลูกบุญธรรม หรือไม่อย่างนั้น ผมก็คงย้ายกลับไปวินเชสเตอร์ถาวรแล้วทำหน้าที่เป็นซิงเกิลแด๊ด เลี้ยงลูกคนเดียวไปเลย..........”
 
 
ในเมื่อเป็นความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นอย่างไม่ถูกต้อง มันจึงยากที่จะหาทางจบให้สวยงามสมใจทั้งสองฝ่าย.... ข้อตกลงที่คุยกับเจ้ากวางน้อยเอาไว้ก็ไม่ได้ทำให้อัลฟ่าว่าที่คุณพ่อสบายใจเลยสักนิด อาจจะฟังดูเห็นแก่ตัวจนไม่น่าให้อภัยแต่เคนเนทก็กล้าพูดเต็มปากเต็มคำว่าเพราะเขารักแม่ของลูกนั่นแหละ เขาถึงได้อยากให้ลูกได้คลอดออกมา ไม่อย่างนั้นเขาก็คงตัดสินใจง่ายๆ เหมือนผู้ชายเจ้าชู้ทั่วไปคือรับผิดชอบมากที่สุดแค่ออกเงินค่าทำแท้งแล้วก็จบกันไปทางใครทางมัน อย่าหวังเลยว่าจะมีโมเมนท์กุ๊กกิ๊กพาไปหาหมอหรือแม้แต่จะพาเข้ามาเหยียบห้องๆ นี้
 
 
“ไม่มีเมียแต่มีลูก พ่อแม่คุณคงช็อกน่าดู”  
 
 
เอลเลนโคลงศีรษะอย่างปลงตก ถ้าเป็นลูกตาสีตาสายายมียายมาก็คงไม่เท่าไร นี่ฝ่ายหนึ่งเป็นถึงเจ้าของหุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้าอันดับท็อปของประเทศ อีกฝ่ายหนึ่งก็สืบเชื้อสายตระกูลท่านลอร์ด ถือครองกิจการและที่ดินฝั่งยุโรปซึ่งประเมินมูลค่าไม่ได้ แล้วมีหรือว่าจะยอมรับเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าเข้าไปเป็นลูกหลานง่ายๆ  
 
 
“ยังไงก็ต้องโดนถามว่าแม่เด็กเป็นใคร แล้วคุณจะบอกคนที่บ้านว่าอะไรล่ะ? โกหกอีกเหรอ?”
 
 
“ก็.......ยังไม่รู้...........”  
 
 
เคนเนทอ้ำอึ้ง ยอมรับเลยว่าเขาเองก็จนปัญญาจะหาวิธีพูดกับคนในครอบครัว กับแม่ยังไม่เท่าไร แต่พ่อกับปู่ย่าเขานี่สิ ยังไงท่านก็ต้องคาดคั้นพลิกแผ่นดินหาคำตอบให้ได้ว่าทายาทของตระกูลแซมมวลส์ออกมาจากท้องใคร  
 
 
“อาจจะบอกว่าเป็นคนรักที่จบกันไม่ค่อยดีล่ะมั้ง”
 
 
“เนี่ยล่ะน้า เขาถึงได้บอกว่าพอเริ่มต้นโกหกหนึ่งครั้ง คุณก็ต้องโกหกอีกเป็นล้านครั้งเพื่อให้เรื่องโกหกเรื่องแรกยังเป็นความจริงสำหรับคนอื่นต่อไป”  
 
 
นายแบบหนุ่มว่าพลางเอนหลังพิงพนักโซฟาอย่างหมดแรง ยอมรับเลยว่าเรื่องน้องกวางเบนโลสูบพลังงานชีวิตเขามากจนน่ากลัวว่าผมหงอกจะขึ้นทั้งหัวอยู่แล้ว  
 
 
“ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ คีน.... นี่ขนาดลูกยังไม่คลอด คุณก็โกหกแทบไม่หวาดไม่ไหวแล้ว แล้วกว่าเด็กจะโต จมูกคุณไม่ยาวเท่าพิน็อคคิโอเลยเรอะ?”
 
 
“แล้วคุณว่าผมควรทำยังไง?”
 
 
“จะไปรู้คุณเรอะ ผมก็บอกได้แค่ว่าไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่คุณกับน้องกวางกำลังทำอยู่เท่านั้นแหละ”  
 
 
อันที่จริง เอลเลนไม่อยากจะยุ่งหรือออกความคิดเห็นเลยด้วยซ้ำ แต่ก็อดเห็นใจเคนเนทซึ่งเป็นเพื่อนแก้คันกันมาร่วมสามปีไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องเอ่ยปากให้คำแนะนำไปตามที่คิดว่าน่าจะส่งผลดีต่อคนทั้งคู่มากที่สุด  
 
 
“คนเรามันก็ผิดพลาดกันได้ แต่พอรู้ตัวว่าผิดแล้วก็ต้องหาทางแก้ให้ปัญหามันจบ จบแบบจบจริงๆ ถึงระหว่างทางจะมีแผลบ้างก็ต้องยอม.... ไม่ใช่รวมหัวกันกวาดขยะไปซุกไว้ใต้พรม รอจนปัญหามันใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ แล้วโผล่ออกมาประจานคุณกับน้องเอาทีหลัง”
 
 
ทางเดียวที่จะจบเรื่องได้อย่างหมดจดก็คือกำจัดเด็กในท้อง แทบไม่ต้องเสียเวลาคิด เคนเนทส่ายหน้าไม่ยอมรับไอเดียนี้ทันที 
 
 
“นั่นลูกผมนะ แอล.... ผมทำแบบนั้นไม่ได้......!”
 
 
“ถ้าคุณอยากได้ลูกเอาไว้ เรื่องของน้องกวางกับคุณพอร์ชก็พังแน่ๆ.... เด็กเกิดมาคนหนึ่งก็ต้องมีเอกสารยืนยันตัวตนไม่รู้ตั้งกี่ฉบับ ยิ่งจะเอาทารกแรกคลอดไปอยู่เมืองนอกนี่ไม่ใช่ง่ายๆ เลย ถ้าใบเกิดที่มีชื่อพ่อชื่อแม่รั่วไปถึงมือคนอื่น ยังไงสักวันหนึ่งคุณพอร์ชก็ต้องรู้ความจริง ตามมาด้วยทุกคนในบ้านอศิรวัฒน์ เผลอๆ ก็อาจจะรู้กันหมดทั้งวงสังคมที่น้องเขาอยู่ พอถึงตอนนั้น น้องกวางของคุณคงได้แทรกแผ่นดินหนีอายเพราะสู้หน้าใครก็ไม่ได้.........”
 
 
“.....................”
 
 
ไม่ต่างกับการถูกถามว่า ถ้าแม่กวางกับลูกกวางจมน้ำพร้อมกัน แล้วคนเป็นพ่อสามารถเลือกช่วยชีวิตได้แค่คนเดียว เขาจะเลือกช่วยใคร ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลือก สู้ให้ตัวเขาตายเสียเองยังจะดีกว่า
 
 
ในเมื่อเคนเนทไม่ยอมเสียสละก็เหลืออยู่อีกทางคือให้คุณชายกวิวิชญ์เป็นฝ่ายเสียสละความสุขส่วนตัวแทน
 
 
“ไม่งั้นก็บอกให้น้องสารภาพความจริงกับบ้านโน้นซะ จะถอนหมั้นหรือจะคลอดลูก หรือจะไปอยู่กับใครก็ให้ทุกฝ่ายตัดสินใจหาทางออกร่วมกัน.... งานนี้ยังไงก็ต้องมีคนเสียใจเสียความรู้สึกอยู่แล้ว อย่างน้อยมันก็เจ็บแต่จบ”
 
 
“น้องกวางไม่มีทางเอาด้วยหรอก ผมรู้.... ไม่ต้องพูดถึงเรื่องถอนหมั้นไอ้พอร์ชแล้วมาอยู่กับผมเลย”  
 
 
ฝ่ามือหนายกขึ้นเสยผมที่ร่วงปรกหน้าผากแรงๆ ก่อนจะใช้มันอำพรางใบหน้าซึ่งฉายชัดถึงความเหนื่อยล้าในจิตใจ ไม่อยากเชื่อว่าอัลฟ่าตัวพ่อที่ทุกคนต้องยอมสยบแทบเท้าจะมานั่งกลุ้มใจเพราะถูกโอเมก้าคุณหนูใช้เป็นวันไนท์สแตนด์ ขนาดพลาดท้องก็ยังต้องคุกเข่าอ้อนวอนเพื่อขอให้อีกฝ่ายยอมคลอดลูก รับปากสัญญาสารพัดทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะทำตามได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ก็คือเคนเนทไม่อยากให้ใครเห็นตนเองในสภาพน่าสมเพชเช่นนี้เลย  
 
 
“สองคนนั้นเขาหมั้นกันมาตั้งสิบกว่าปี พ่อแม่น้องก็ไม่อยู่แล้ว น้องกวางถึงได้มีไอ้พอร์ชเป็นที่ยึดเหนี่ยวทางใจมาตลอด.... ใจจริงผมก็อยากให้น้องเลือกผมมากกว่า แต่ก็อย่างที่คุณและใครต่อใครรู้ว่าน้องกวางทั้งรักทั้งผูกพันกับไอ้พอร์ชมากที่สุด คนมาทีหลังแบบผมสู้ให้ตายยังไงก็สู้ไม่ได้”
 
 
“ตอนนั้นคุณเป็นแค่เพื่อนของคู่หมั้น มันก็ต้องสู้ไม่ได้อยู่แล้วสิ แต่ตอนนี้คุณเป็นพ่อของลูกในท้องเขานะ คีน”
 
 
“มันก็ยังมีเหตุผลอื่นอยู่อีก ไหนจะหุ้นของ The Superior.........”
 
 
ที่พยายามจะไล่เรียงว่าเพราะอะไรเจ้ากวางน้อยถึงไม่ยอมรับรักเขา ส่วนหนึ่งก็ย้ำเตือนตนเองด้วยว่าแค่น้องยอมมาอยู่ที่นี่ ยอมคลอดลูกให้เขาก็ดีจนไม่รู้จะดียังไงแล้ว แต่ทว่า เอลเลนก็ยังโบกไม้โบกมือเป็นเชิงว่าขี้เกียจฟัง
 
 
“เหตุผล.... หึ!”  
 
 
คนสวยยกขาไขว่ห้าง ริมฝีปากบางเฉียบบิดเม้มจนกลายเป็นเส้นตรง แม้จะออกตัวแล้วว่าไม่อยากยุ่ง แต่ก็อดหงุดหงิดจนต้องขอเทศนาสักกัณฑ์ไม่ได้  
 
 
“งั้นอะไรคือเหตุผลที่คุณกับน้องกวางนอนด้วยกัน? อะไรคือเหตุผลที่คุณกับน้องกวางตัดสินใจหลอกลวงทุกคน? อะไรคือเหตุผลที่อยู่ดีๆ คุณก็นึกอยากมีลูกจนยอมทำผิดต่อเพื่อนรักทั้งๆ ที่เคยพูดเองกับปากว่ายังไม่อยากมีครอบครัว?.... เหตุผลๆๆ เยอะแยะไปหมด เหตุผลเป็นแสนล้านข้อแต่ถ้ามันไม่เมคเซนส์สักข้อ เหตุผลของคุณก็เป็นได้แค่ข้ออ้างนะ รู้ไหม?”
 
 
เคนเนทนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ นิ่งเสียจนนายแบบหนุ่มชักไม่แน่ใจแล้วว่าพ่อเสือสิ้นลายยังหายใจอยู่หรือเปล่า
 
 
“ไม่ได้อยากให้คุณรู้สึกแย่นะ แต่ผมเป็นห่วงคุณในฐานะเพื่อน.... อะไรที่ผมเห็นว่ามันไม่โอเค ผมก็อยากบอกคุณตรงๆ”
 
 
“ขอบใจมากนะ แอล.... ผมรู้ว่าคุณหวังดี”
 
 
“คงอีกหลายเดือนเลยใช่ไหมกว่าจะคลอด ระหว่างนี้ก็ค่อยๆ คิดไปแล้วกันว่าจะเอายังไงต่อ”  
 
 
มือเรียวตบลงบนหน้าขาอัลฟ่าว่าที่คุณพ่อราวกับจะให้กำลังใจ หลังจากที่สั่งสอนกันไปพอสังเขป ถึงจะพูดได้ไม่เต็มปากว่าสุขกายสบายใจ หากเพียงแค่ได้รู้ว่าไม่เจ็บไม่ไข้และไม่ได้โดนเด็กขายบริการหลอกไปฆ่ารูดทรัพย์ก็นับว่าดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก  
 
 
“ส่วนคุณ ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว.... เอาเป็นว่า ผมจะบอกเพื่อนๆ ทุกคนที่คลับให้ก็แล้วกันว่าคุณสบายดี แค่กำลังติดงานโปรเจกต์ใหญ่ก็เลยไม่มีเวลาว่างมาแฮงก์เอาท์”
 
 
ร่างโปร่งบางลุกขึ้นเตรียมตัวจะกลับไปพักผ่อน เขาแนบแก้มชนแก้มแทนคำบอกลาด้วยความเคยชินก่อนจะเดินตรงไปยังประตูห้อง แล้วจึงนึกขึ้นได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างนั้นไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
 
 
“อ้อ.... แล้วก็เอานี่คืนไป”
 
 
คีย์การ์ดประทับตราสัญลักษณ์คอนโดมิเนียมถูกวางลงบนเคาท์เตอร์ห้องครัว บอกให้รู้โดยนัยว่านับจากนี้ไปเอลเลนจะไม่มาที่นี่อีก ในขณะที่เจ้าของห้องยังคงความรู้สึกช้า คิดเอาว่าตัวเองคงเผลอทำอะไรผิดพลาดไปถึงได้โดนตัดสัมพันธ์ด้วยการคืนคีย์การ์ดคอนโด
 
 
“คืนทำไม? คุณก็เก็บไว้สิ เผื่อมีธุระต้องมา.........”
 
 
“เก็บเอาไว้ทำมะเขืออะไรล่ะ คุณไม่ได้อยู่ห้องนี้คนเดียวแล้วนะ”  
 
 
คนพูดแค่นยิ้มพลางเงื้อมือขึ้นทำท่าคล้ายจะเขกหัวพ่ออัลฟ่าสมองเจ๊ง แค่น้องกวางออกจากห้องไปไม่ถึงสิบนาทีก็เหมือนจะลืมไปเสียแล้วว่าเมื่อกี้เพิ่งโดนพายุแรงหึงถล่มจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด  
 
 
“แล้วคนที่บอกว่าเป็นเมียคุณก็ขี้หึงอย่างกับเด็กๆ ขี้เหวี่ยงขี้วีนเหลือเกิน ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเป็นลูกชายตระกูลเศรษฐีผู้ดีพันล้าน ผมคงนึกว่าคุณไปเก็บเอาสก๊อยโอเมก้าที่ไหนมาเลี้ยง”
 
 
ได้ยินแบบนั้น เคนเนทก็หัวเราะพรืดยิ้มร่า อยากคุยอวดเมียให้เอลเลนฟังอีกสักหลายๆ ชั่วโมง แม้อีกฝ่ายจะไม่เอ็นจอยด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ขอให้ได้พูดสักนิดสักหน่อยก็ยังดี
 
 
“น้องกวางก็แค่ดื้อนิดหน่อยเอง แต่เวลาไม่ดื้อนะ น่ารักสุดๆ ไปเลย.... บางทีน้องก็ขี้อ้อน อ้อนแบบไม่รู้ตัวว่านั่นน่ะเขาเรียกว่ากำลังอ้อนอยู่ แล้วยิ่งเวลาซุกตัวเป็นก้อนกลมๆ อยู่ใต้ผ้าห่มนะคุณ เห็นทีไรของขึ้นทุกที น่าจับผสมพันธุ์มากเลย ถ้าไม่ติดว่าท้องอยู่นะ............”
 
 
“เฮอะ วัวแก่หลงหญ้าอ่อนชัดๆ! ไม่ต้องมาอวด ไม่อินด้วย!”  
 
 
ถ้าไม่เหยียบเบรกใส่หน้า ไอ้คนหลงเมียเด็กก็คงจะยังพูดน้ำไหลไฟดับต่อไปเรื่อยๆ.... ว่ากันตามตรง ผู้ชายคนนี้ไม่เหมือนเคนเนทคนเดิมที่เขาเคยรู้จักเมื่อสามปีก่อนเลย ประหนึ่งว่ารัศมีอันตรายและมาดเพลย์บอยได้อันตรธานไปจนหมดสิ้นแล้ว ที่อยู่ตรงหน้าก็แค่สุนัขป่าจ่าฝูงที่ถูกถอดเขี้ยวเล็บจนมีสภาพไม่ต่างจากไซบีเรียนฮัสกี้ตัวโตๆ 
 
 
“ถ้าเป็นเมื่อครึ่งปีก่อน ผมคงไม่เชื่อแน่ๆ ว่ามิสเตอร์เคนเนท วิลเลียม แซมมวลส์จะทำโอเมก้าท้อง แถมยังเต็มอกเต็มใจรับผิดชอบทั้งแม่ทั้งลูก แฮปปี้กับการเตรียมตัวเป็นแฟมิลี่แมนที่สุด”
 
 
“ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าตัวเองจะมาไกลขนาดนี้”  
 
 
ร่างสูงว่าพร้อมทั้งหยิบเอาคีย์การ์ดซึ่งตนเองเคยยกให้คู่นอนถือไว้กลับคืนมา ตอนนี้เคนเนทเข้าใจแล้วว่าทำไมเอลเลนถึงไม่ต้องการที่จะเก็บมันเอาไว้ ก็เพราะมีใครอีกคนที่คู่ควรและสมควรจะได้เป็นเจ้าของพื้นที่ร่วมกับเขามากกว่ายังไงล่ะ  
 
 
“ทุกอย่างเป็นเพราะน้องกวางคนเดียวเลย.... ถ้าไม่ใช่น้อง ผมก็คงไม่มีความคิดที่จะอยากทำตัวเองให้ดีขึ้น อยากให้น้องกวางเปิดใจมองและยอมรับให้ผมเป็นสามี แล้วก็อยากให้ลูกที่กำลังจะเกิดมารู้สึกว่าเขาโชคดีที่ได้ผมเป็นพ่อ”
 
 
“ประโยคเมื่อกี้เคยได้บอกน้องกวางไหม?”  เอลเลนถามยิ้มๆ  “ถ้ายังไม่บอกก็รีบไปบอกซะนะ เผื่อน้องเขาจะใจอ่อน”
 
 
มนุษย์เราย่อมชื่นชอบการได้เป็นที่รักอยู่แล้ว ยิ่งกับโอเมก้าซึ่งถูกคู่หมั้นตัวจริงหมางเมินเย็นชาใส่เสียจนไม่รู้คาดหวังอะไรได้อีก ไม่มีทางเสียหรอกที่จะไม่หวั่นไหวเอนเอียงไปกับคำพูดหวานๆ การถูกพะเน้าพะนอเอาใจ และการแสดงออกอันแสนโรแมนติก.... ถ้าให้เขาทำนายเล่นๆ ล่ะก็ อีกไม่ถึงสามเดือนก็คงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากคุณชายกวิวิชญ์ในทางใดทางหนึ่ง บางทีข่าวประกาศถอนหมั้นของคู่ขวัญแห่ง The Superior Group อาจจะกลายเป็นหัวข้อใหญ่ในวงการธุรกิจและสังคมไฮโซเมืองไทย สั่นสะเทือนแผ่นดินยิ่งกว่างานรอยัลเวดดิ้งของสมาชิกราชวงศ์อังกฤษเมื่อปีกลายก็ได้
 
 
ที่น่าห่วงก็คือยามแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวานเป็นธรรมดา
 
 
ของจริงมันอยู่ที่ว่าเคนเนทจะอดทนรอได้จนถึงวันนั้นหรือเปล่านี่สิ....?
 

 

 
 
 
โมโหๆๆๆๆ!!!
 
 
ไม่รู้หรอกว่าทำไมตัวเองถึงต้องโกรธเป็นฟืนเป็นไฟกับอีแค่คุณแอลมาหาพี่คีน สองคนนั้นเขาเคยสนิทชิดเชื้อตัวติดกันทั้งบนทั้งล่าง ควงคู่กันไปไหนต่อไหนเปิดเผย เขาต่างหากที่ไม่ได้เป็นอะไรเลย.... กวางไม่มีสิทธิ์ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาในห้อง ไม่มีสิทธิ์พูดใส่คุณแอลว่าเป็นคนนอก แล้วก็ไม่มีสิทธิ์จะหวงพี่คีนด้วย
 
 
แต่ถึงอย่างนั้น พอคิดว่าคุณแอลจะมาทำตัวเป็นแมวยั่วสวาทใส่พี่คีน มาออเซาะฉอเลาะทิ้งกลิ่นน้ำหอมเซ็กซี่ใส่พ่อของลูก กวางก็ไม่สามารถควบคุมอารมณ์ปรี๊ดในสมองได้อยู่ดี....
 
 
“ฮึบไว้ ไอ้กวาง.... อย่าไปโกรธเขา........อย่าเชียวนะ”
 
 
เด็กหนุ่มบอกตัวเองก่อนจะทิ้งร่างลงนั่งที่โซฟาเดย์เบดริมสระอย่างหงุดหงิดกระฟัดกระเฟียด สูดอากาศหายใจเข้าปอดลึกๆ สลับกับมองท้องฟ้าผืนน้ำไปเรื่อยเพื่อให้จิตใจสงบลง หากก็ไม่ได้ผลเมื่อหัวสมองยังคอยนึกถึงความสัมพันธ์ลึกซึ้งของอีกสองคนที่อยู่ด้วยกันตามลำพังภายในห้อง
 
 
พี่คีนกับคุณแอลเคยมีอะไรกัน อันนี้ไม่ต้องมีใครบอกก็รู้
 
 
แต่คนเป็นคู่นอน ทำไมจะต้องสนิทสนมนอกเตียงกันขนาดนี้ด้วย? สนิทกันถึงขนาดที่พอตามตัวพี่คีนไม่เจอก็โทรไปรุมถามหากับคุณแอล ทำอย่างกับว่าทั้งคู่เป็นแฝดสยามที่เวลาจะไปไหนก็ต้องกระเตงไปด้วยกันตลอด แบบนี้จะยังบอกว่าเป็นแค่คู่นอนได้อีกเหรอ!?
 
 
พ่อแม่พี่คีนยังคิดว่าลูกชายหายหน้าไปเพราะติดคุณแอลเลย ถึงขั้นถามตรงๆ เลยด้วยว่าจะหมั้นหรือจะแต่ง มันก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าสุดท้ายชีวิตของพ่ออัลฟ่าไม้เลื้อยจะไปหยุดอยู่ที่ใคร
 
 
“พี่คีนนิสัยไม่ดี........กวางจะไม่เชื่ออะไรพี่คีนอีกแล้ว..........”
 
 
ปากก็บ่นว่าอีกฝ่ายสารพัด ทั้งที่ใจก็รู้ดีว่าตนเองนั่นแหละที่หวงก้างไม่เข้าเรื่อง.... ก็เขาพูดเองว่าจะไม่ถอนหมั้นพี่พอร์ช รักพี่พอร์ชที่สุดในโลก แล้วจะมางี่เง่าอะไรถ้าพี่คีนจะไม่ยกให้เขาเป็นที่หนึ่งบ้าง
 
 
นี่หลุดปากประกาศว่าตัวเองเป็นเมียพี่คีน หาเรื่องทำสงครามประสาทกับคุณแอลไปแล้วด้วย ถ้าฝ่ายนั้นเอาไปพูดต่อว่ากวางใจแตกแอบมาทำรังอยู่กับพี่คีนล่ะก็บรรลัยไปอีกสิบชาติแน่
 
 
แต่กวางอุตส่าห์ทำห้องพี่คีนให้กลายเป็นอาณาเขตของเขากับลูกแล้ว ยังไงเขาก็รับไม่ได้หากจะมีเบต้าหรือโอเมก้าอื่นเข้ามาทิ้งกลิ่นทับรอยเหมือนหยามน้ำหน้ากันโดยที่พี่คีนก็เห็นดีเห็นงามกับทางโน้น
 
 
ไม่ชอบ....
 
 
ไม่ชอบ........
 
 
ไม่ชอบทั้งความรู้สึกอึดอัดวางตัวไม่ถูก แล้วก็ไม่ชอบที่ตัวเองบ้าๆ บอๆ ผีเข้าผีออกแบบนี้ด้วย....
 
 
 
 
 
“แบมบี้ขา..........”
 
 
ขณะกำลังเอนหลังนอนพลิกซ้ายพลิกขวาปล่อยอารมณ์ขุ่นมัวให้ลอยฟุ้งในห้วงบรรยากาศ เสียงทุ้มก็กระซิบดังขึ้นตรงริมหู ก่อนที่พื้นที่ด้านข้างจะยุบยวบลงไปตามน้ำหนักตัวของผู้มาใหม่
 
 
ปลายจมูกโด่งเป็นสันกดลงบนผิวแก้มนุ่ม ในขณะที่ท่อนแขนแกร่งรวบเอวบางรั้งเอาคนตัวเล็กให้ขยับเข้ามาแนบชิด ปกติแล้วช่วงหลังๆ มานี้ เจ้ากวางน้อยจะยอมให้เคนเนทหอมแก้มได้จนกว่าจะพอใจ เวลานั่งดูโทรทัศน์ก็หอม ก่อนจะนอนก็หอมจนกลายเป็นความเคยชิน ผิดกับคราวนี้ที่เด็กดื้อทำตัวแข็งทื่อเหมือนรูปปั้น ซ้ำยังเบี่ยงแก้มออกไม่ยอมให้เคนเนทแนบริมฝีปากลงมา
 
 
“เขาไปแล้วเหรอ?”  
 
 
น้ำเสียงหวานกระด้างห้วน ดวงตากลมโตจงใจชำเลืองไปทางอื่นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องเห็นหน้าคนที่เขาโทษว่าเป็นตัวต้นเหตุของความว้าวุ่นสับสน  
 
 
“ทำไมเสร็จเร็วนักล่ะ? กิ๊กคนโปรดอุตส่าห์มาหาถึงห้อง กวางก็นึกว่าจะฟีจเจอริ่งกันยันพรุ่งนี้เช้าเสียอีก”
 
 
“โธ่ พี่คีนไม่ทำหรอกค่ะ”  
 
 
หนุ่มลูกครึ่งกระเง้ากระงอดคลอเคลียหวังจะให้อีกฝ่ายหันมา แต่ถึงจะไม่หัน เขาก็ยังหาทางฟัดแก้มนุ่มหอมคล้ายซาลาเปาได้ไม่ยาก เช่นเดียวกับการโอ๋เด็กขี้งอนให้กลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม  
 
 
“ก็พี่มีแบมบี้คนน่ารักอยู่แล้วทั้งคน เมื่อคืนเราก็เพิ่งเขกหัวลูกกันตั้งหลายรอบ.... พี่คีนทั้งรักทั้งหลงหนูจะแย่ ไม่เหลือใจให้คนอื่นที่ไม่ใช่หนูแล้วล่ะค่ะ”
 
 
“คุณแอลไม่อยู่ พี่คีนจะพูดปะเหลาะกวางแค่ไหนก็พูดได้ทั้งนั้นแหละ”
 
 
“ต่อหน้าแอล พี่ก็พูดแบบนี้เหมือนกันนะคะ”  
 
 
เพิ่งตระหนักเอาตอนนี้ว่าชื่อเสียงด้านความเจ้าชู้มันเป็นภัยต่อการมีเมียเป็นตัวเป็นตนแค่ไหน เหมือนถูกตราหน้าว่าเป็นคนกะล่อนกลับกลอกไปแล้ว พูดยังไงน้องก็ไม่ยอมเชื่อง่ายๆ ต้องใช้ความพยายามในการง้อมากกว่าชาวบ้านหลายเท่า แต่งานนี้ถึงจะต้องก้มลงไปกราบพื้นจูบดินก็ยอมล่ะ ขอเพียงแม่ของลูกยังให้โอกาสเขาได้แก้ต่างให้ตัวเองบ้าง  
 
 
“พี่คีนผิดเองที่เอาแต่สนใจหนูกับลูกกวางน้อยจนลืมคนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับเราไปหมดเลย.... แอลเขาเห็นว่าพี่หายตัวไปก็เลยแวะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า แค่เป็นห่วงกันตามประสาคนรู้จักน่ะค่ะ ไม่มีอย่างอื่นมากกว่านั้นแน่นอน”
 
 
“อ้อเหรอ..........”
 
 
“หนูอย่าโกรธพี่คีนเลยนะ รับรองว่านับจากนี้ไป พี่จะไม่ให้ใครเข้ามาในห้องแล้วทำให้แบมบี้ไม่สบายใจอีก”  
 
 
คีย์การ์ดสำหรับใช้ขึ้นลิฟท์ที่ได้คืนมาจากเอลเลนถูกโชว์ให้ดูในระดับสายตา ใบหน้าหล่อจัดประดับรอยยิ้มขอความเห็นใจจากคนตรงหน้า ก่อนจะฝังปลายจมูกหอมแก้มนุ่มอีกฟอดใหญ่เพื่องอนง้อแม่กวางตัวหอม  
 
 
“เนี่ย ได้คีย์การ์ดคืนมาแล้ว มีแค่สองอัน ไว้ที่พี่อันนึง ที่หนูอีกอันนึง.... แบบนี้โอเคไหมคะ?”
 
 
“ห้องของพี่คีน พี่คีนจะให้ใครเข้าก็ได้.... กวางไม่มีสิทธิ์สักหน่อย”
 
 
กวางไม่ได้ประชดแต่พูดจริง เมื่อกี้ก็เพิ่งคิดอยู่ว่านอกจากแค่เรื่องบังเอิญท้องจนต้องย้ายหนีมาอยู่ด้วยกันแล้ว เขากับพี่คีนก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกันเลย.... ดังนั้น ถ้าพี่คีนจะรักใคร ชอบใคร ไปนอนกับใคร หรือแม้กระทั่งจะอนุญาตให้ใครเข้ามาในห้อง กวางก็ไม่มีสิทธิ์โวยวายแสดงความเป็นเจ้าของ
 
 
เคนเนทก็ไม่กล้าฟันธงว่าที่เจ้ากวางน้อยเอ่ยคล้ายตัดพ้อคืออารมณ์ไหน ยังงอนเขาอยู่หรือว่าหมายความตามนั้นจริง แต่ที่แน่ๆ ก็คือทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาตั้งใจจะพูดต่อจากนี้เป็นความในใจซึ่งอัลฟ่าหนุ่มอยากให้แม่ของลูกรับรู้และจดจำเอาไว้
 
 
“ทำไมจะไม่มีสิทธิ์ล่ะคะ ก็หนูเป็นเมียพี่คีนแล้วไง”  
 
 
หน่วยตากลมตวัดมองคนพูดราวกับจะบอกว่าไม่ต้องมาโปรยคำหวานเสียให้ยาก ครั้นจะอ้าปากเถียงก็โดนดักด้วยกลีบปากนุ่มหยุ่นซึ่งแนบประทับลงกลางหน้าผากเนียน พร้อมกับทวงถามถึงสถานะที่เจ้าตัวเป็นคนเคลมเอาไว้เอง  
 
 
“เมื่อกี้หนูพูดเองนะคะว่าเป็นเมียพี่คีน อย่าบอกนะว่าลืมหมดแล้ว”
 
 
“กวางก็พูดไปงั้นๆ พี่คีนจะใส่ใจเพื่อ?”
 
 
“ต้องใส่ใจสิคะ ก็พี่ชอบให้หนูหวงนี่นา.... เมียใครก็ไม่รู้ น่ารักที่สุดเลย”  
 
 
อ้อมแขนกระชับแน่นในยามที่หัวใจอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึงช่วงคืบ ปลายนิ้วยาวเกลี่ยเส้นผมซึ่งปรกนัยน์ตาใสแจ๋วออกอย่างทะนุถนอม สบมองลูกแก้วสีน้ำตาลเปลือกไม้ด้วยความรู้สึกรักใคร่เหลือล้นจนยากจะเก็บงำไว้เพียงลำพัง  
 
 
“เพิ่มเติมก็คือแบมบี้เป็นแม่ของลูกกวางน้อยด้วย.... ตอนนี้ของๆ พี่ก็เหมือนของๆ หนูทั้งหมด ไม่ว่าจะห้องที่เราอยู่ด้วยกันหรืออะไรก็ตาม หนูมีสิทธิ์เป็นเจ้าของทุกอย่างเลยค่ะ”
 
 
ฝ่ามือเล็กถูกกอบกุมไว้หลวมๆ ก่อนที่เคนเนทจะจับให้มันทาบลงบนหน้าอกข้างซ้ายของเขา เสียงตึกตักจากภายในดังชัดขึ้นเล็กน้อยเมื่อร่างบางไม่ได้ดื้อดึงชักมือกลับคืน หากกลับสงบนิ่งราวกับจะซึมซับเอาช่วงเวลาที่มีเพียงเราสองคนให้เข้าไปตราตรึงอยู่ในหัวใจได้มากที่สุด แม้ว่าหลังจากนี้เรื่องของพวกเขาอาจจะไม่ได้เป็นไปดังที่คาดหวังก็ตาม
 
 
“ตรงนี้ก็ของหนูคนเดียวเหมือนกันนะคะ พี่คีนให้หมดเลย”
 
 
มือเรียวขาวยังค้างอยู่ที่หัวใจชายหนุ่ม ไออุ่นที่แผ่ออกมาพร้อมกับจังหวะการเต้นที่หนักแน่นพาลให้ก้อนเนื้อใต้อกเจ้ากวางน้อยสั่นไหวไปด้วย รู้สึกตัวอีกทีใบหน้าก็ร้อนผ่าววูบวาบ สุดท้ายก็กลายเป็นก้มหน้างุดเพราะไม่อยากโดนจับได้ว่าเผลอหวั่นไหวไปกับความช่างเอาอกเอาใจของคนเจ้าชู้ซึ่งดูท่าจะจับจุดอ่อนได้แล้วว่าเขาแพ้ทางอัลฟ่าแบบไหน
 
 
“กวางบอกตอนไหนว่าอยากได้ ไม่เคยพูดเลยเหอะ.........”
 
 
“หนูไม่เคยบอก แต่พี่คีนอยากให้”  
 
 
ร่างสูงยิ้มกริ่มพลางคว้ามือข้างนั้นของเด็กหนุ่มมาจุมพิตขอความรัก ทำประหนึ่งว่าตนเองเป็นโรมิโอที่กำลังชะเง้อหน้าต่างรอให้จูเลียตออกมาหาอย่างไรก็อย่างนั้น  
 
 
“แบมบี้รับรักพี่คีนหน่อยนะคะ?”
 
 
“ไม่รู้ไม่ชี้!”
 
 
ทำเป็นตอบส่งๆ เหมือนไม่เต็มใจ ทว่า ภายใต้สีหน้าเชิดหยิ่งตามประสาโอเมก้าคุณชายกลับซ่อนความเขินอายเอาไว้ไม่มิด แล้วมันก็กำลังเผยความลับให้เคนเนทสังเกตเห็นผ่านผิวแก้มซึ่งแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ
 
 
รู้สึกตัวอีกที กลีบปากหยักได้รูปก็ประกบทาบทับลงมาปิดเสียงบ่นงุ้งงิ้งของเจ้ากวางน้อย นับว่าโชคดีที่ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายวันธรรมดา ที่นั่งริมสระน้ำบนชั้นคลับเฮาส์ของคอนโดมิเนียมจึงไม่มีลูกบ้านคนอื่นมาใช้บริการ ปล่อยให้คู่อัลฟ่าโอเมก้าพลอดรักกันได้ตามสะดวก.... และเพราะไม่มีใครอยู่สอดรู้สอดเห็นเรื่องของพวกเขานี่แหละ กวิวิชญ์จึงยอมให้เคนเนทดีปคิสสอดปลายลิ้น หลอมละลายเขาด้วยจูบร้อนแรงในขณะที่สองแขนผอมบางก็กอดตอบร่างสูง ปล่อยกายปล่อยใจให้ล่องลอยไปตามที่อีกฝ่ายชักนำเช่นเดียวกับบทรักเมื่อคืนนี้
 
 
จูบของพี่คีนทำให้กวางนึกถึงดรายมาร์ตินี่ สีใสเหมือนน้ำเปล่าแต่รสชาติขมร้อนรุนแรงชนิดที่ทำให้สติหล่นวูบได้ภายในจิบเดียว เพียงครั้งหนึ่งที่ได้ลิ้มลองก็เผลอไผลพลาดท่าไม่รู้ตัว.... แล้วก็กลายเป็นเขาเองที่ไม่รู้จักคำว่าพอ เฝ้ารอคอยให้พี่คีนจูบหนแล้วหนเล่าโดยลืมไปเสียสนิทว่านิ้วนางข้างซ้ายมีอะไรสวมอยู่ แต่ก็ว่ากันไม่ได้หรอก ก็ใครใช้ให้พี่คีนช่างแสนดี หล่อ โรแมนติก คอยทะนุถนอมเอาใจไม่ขาดแบบที่เขาต้องการ แถมยังเก่งเรื่องบนเตียงอีกต่างหาก
 
 
บางทีกวางก็เกลียดตัวเองชะมัดที่เมาจูบจนหัวใจแกว่งได้ขนาดนี้....
 
 
 
“ว่าแต่คุณแอลเขารู้แล้วใช่ไหมว่ากวางท้อง?”  
 
 
เมื่อหมดเรื่องงอนก็มาถึงเรื่องที่ควรจะกลุ้ม เพราะความลับที่ว่าคุณชายกวิวิชญ์ไม่ได้ไปเรียนเมืองนอกจริงแต่กลับแอบหนีมาอยู่กับเพื่อนสนิทคู่หมั้นนั้นมีบุคคลที่สามเข้ามารับรู้ด้วยแล้ว ซึ่งถ้าเอลเลนคาดคั้นถามหาต้นสายปลายเหตุ เคนเนทก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสารภาพความจริง  “เขาจะเอาไปบอกใครหรือเปล่า?”
 
 
“พี่คุยกับแอลแล้ว เขารับปากว่าจะไม่บอกใครแน่นอน” 
 
 
โชคดีในโชคดีที่คู่กรณีคือนายแบบหนุ่มผู้ซึ่งไม่เคยล้ำเส้นคอนเสปท์ Friend with benefits และยังใจกว้างมากพอที่จะเคารพความเป็นส่วนตัวของเพื่อนร่วมเตียง เคนเนทจึงค่อนข้างเชื่อใจได้เต็มร้อยว่าเอลเลนจะไม่ตลบหลังเขาด้วยการนำเรื่องนี้ไปบอกกับพิธานหรือคนอื่นๆ  
 
 
“แอลไม่เห็นด้วยกับการที่พี่แอบพาหนูมาอยู่ด้วยกัน เขาบอกว่าเราสองคนทำไม่ถูกที่พูดโกหกกับผู้ใหญ่ที่เลี้ยงหนูมา.... แต่เขาก็เข้าใจนะว่าสถานการณ์ตอนนี้มันพูดยาก ถึงยังไงเขาก็เคารพการตัดสินใจของเราสองคน เหมือนที่พี่คีนเคารพการตัดสินใจของหนูไงคะ”
 
 
“ทำอย่างกับว่ากวางอยากโกหกนักนี่.........”
 
 
คนตัวเล็กส่งเสียงเหมือนไม่ชอบใจที่ถูกปรักปรำว่าอกตัญญู แต่ก็ได้รับการปลอบโยนเป็นอ้อมกอดและจูบเบาๆ ที่กลางหน้าผาก
 
 
“พี่คีนรู้ค่ะว่าแบมบี้ลำบากใจ เพราะฉะนั้น หนูก็อย่าเพิ่งคิดมากเลยนะ”  
 
 
ก็อย่างที่เคนเนทบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของกวิวิชญ์ เด็กคนนี้ก็แค่พยายามหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองและเพื่อความสบายใจของคนรอบข้าง เขาเสียอีกที่ไม่ได้ความ เนิ่นนานจนป่านนี้ยังไม่มีปัญญาทำอะไรให้มันดีขึ้นเลย นอกเสียจากแสดงความรักความห่วงใยให้น้องเห็นไปวันๆ  
 
 
“พี่อยากให้ลูกกวางน้อยมีครบทั้งพ่อทั้งแม่ก็จริง แต่ก็อยากให้หนูมีความสุขกับคนที่หนูรักด้วย.... พี่คีนเข้าใจว่าคนเราไม่มีทางสั่งให้ทุกอย่างที่ต้องการ แต่พี่ก็โอเคนะถ้าหนูตัดสินใจเลือกในสิ่งที่คิดว่าดีกว่า พี่อยู่กับลูกกวางน้อยได้ รับรองว่าลูกของเราจะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดี แล้วลูกกวางก็จะต้องน่ารักมากเหมือนแม่กวางแน่ๆ”
 
 
“จริงเหรอ.... ที่พูดน่ะ?”
 
 
“จริงสิคะ”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มยืนยันด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ ที่เขาว่ากันว่าหัวใจของอัลฟ่าถ้าได้ผูกพันหมายมั่นเป็นคู่ชะตากับใครแล้วก็มีเพียงความตายเท่านั้นที่จะสามารถหยุดความรักลงได้มันเป็นแบบนี้นี่เอง
 
 
ทว่า ฝ่ายที่ลังเลกับความรู้สึกของตนเองกลับกลายเป็นคนที่ประกาศว่ามีคู่หมั้นคู่หมายอยู่แล้ว และจะไม่มีวันเปลี่ยนใจไปหาอัลฟ่าอื่นอย่างเด็ดขาด
 
 
“ไหนพี่คีนบอกว่ารักกวาง แล้วทำไมถึงยอมให้กวางไปอยู่กับคนอื่น?” 
 
 
หน่วยตากลมโตช้อนมองร่างหนาเสมือนจะต่อว่าคนย้อนแย้ง เพราะหากเป็นตัวเขาเอง ไม่มีทางเสียหรอกที่จะนิ่งเฉยปล่อยให้คู่ชะตาหลุดมือไปอยู่กับใครที่ไหนก็ไม่รู้.... ขนาดโอเมก้ายังไม่ทน แล้วเคนเนทซึ่งเป็นอัลฟ่าตัวพ่อจะไม่มีสัญชาตญาณหวงคู่บ้างเลยหรือยังไง  
 
 
“ถ้าเป็นกวาง กวางไม่ยอมหรอก.........”
 
 
หนุ่มลูกครึ่งมองกิริยากึ่งงอนกึ่งไม่พอใจแล้วก็ได้แต่ยิ้มเอ็นดู.... ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเจ้ากวางน้อยก็แค่หวงรัง ไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเอากลิ่นมาติดโดนของใช้ส่วนตัว แต่กับคำพูดเมื่อกี้นี้ ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป เขาจะคิดว่าน้องกำลังหึงจริงๆ แล้วนะ
 
 
ว่าจะพยายามข่มใจไม่ให้รักไม่ให้หลงมากไปกว่าที่เป็นอยู่ แต่เห็นทีว่าคงจะทำไม่ได้เสียล่ะมั้ง....?
 
 
“อาจจะฟังดูโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็เพราะว่าพี่รักหนูนั่นแหละค่ะ พี่ถึงยอมให้หนูได้หมดทุกอย่าง”
 
 
ฝ่ามืออุ่นสากนิดๆ ลูบไล้บนหน้าท้องซึ่งโป่งนูนเล็กน้อยเพราะตัวอ่อนทารกที่อยู่ข้างใน ก่อนที่ริมฝีปากของว่าที่คุณพ่อจะแนบจูบบางเบาตามลงไปอย่างทะนุถนอม พอทำแบบนี้แล้วมันเหมือนกับว่าเขาได้มอบความรักให้กับแม่กวางและลูกกวางพร้อมๆ กัน.... ซึ่งถ้าหากว่าปาฏิหาริย์มีจริง ถ้าหากเขามีโอกาสที่จะไม่ต้องเลือกเพียงคนใดคนหนึ่ง เขาก็อยากที่จะมีความสุขอยู่เช่นนี้ตลอดไป 
 
 
“แบมบี้กับลูกกวางน้อยคือหัวใจของพี่คีนนะคะ คนดี”
 
 
ในตอนนั้น เคนเนทรับรู้ได้ว่าร่างในอ้อมกอดกำลังกลั้นหายใจ และเมื่อเขาคลายท่อนแขนลงเพื่อดูว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรตรงไหนหรือเปล่า สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินก็หลุดรอดออกมาจากกลีบปากอิ่มสวย....
 
 
“กวางไม่อยากขายหุ้นของคุณพ่อ ยังไงก็ขายไม่ได้.... แต่เรื่องมอบหมายให้คนอื่นเข้ามาดูแลเงินปันผลส่วนของกวาง อันนั้นคงต้องลองปรึกษากับคุณอาทนายดูก่อน บางทีมันอาจจะไม่จำเป็นต้องอาศัยพี่พอร์ช..........”
 
 
ถ้าหุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์มีทีมบริหารจัดการที่ไว้ใจได้และชอบด้วยกฎหมาย คุณชายกวิวิชญ์ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาคนของอศิรวัฒน์ในการรักษาผลประโยชน์ซึ่งเป็นมรดกตกทอดมาจากบุพการี และหากไม่มีเรื่องหุ้นของ The Superior Group มาเป็นอุปสรรค การแต่งงานก็ไม่จำเป็นจะต้องเกิดขึ้นเช่นเดียวกัน แต่มันก็อาจส่งผลกระทบต่อผู้คนรอบตัวเขาอีกหลายๆ ฝ่าย ดังนั้น เด็กหนุ่มจึงด่วนตัดสินใจด้วยความรู้สึกชั่ววูบไม่ได้
 
 
“กวางยังไม่รับปากนะ.... แต่จะลองคิดดูก็แล้วกัน...........”
 
 
ร่างสูงไม่ได้เร่งเร้า ไม่ว่าจะด้วยคำพูดหรือท่าทาง เพียงแค่พยักหน้าเป็นเชิงยอมรับและให้เกียรติเจ้ากวางน้อยได้เลือกอนาคตด้วยตัวเอง แม้ว่าอัลฟ่าและเบต้าส่วนใหญ่มักจะดูถูกว่าโอเมก้าเป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลาไร้สมอง แต่สำหรับเคนเนท เขาเชื่อว่าเจ้ากวางน้อยไม่ได้โง่ ออกจะเป็นคนละเอียดอ่อนและคิดอะไรซับซ้อนยิ่งกว่าอัลฟ่าที่เขารู้จักหลายต่อหลายคนเสียด้วยซ้ำ
 
 
ถึงส่วนใหญ่จะอ๊องๆ แล้วก็ดูไม่ค่อยคิดอะไรนอกจากเรื่องกินก็เถอะ....
 
 
“ทีแรกว่าจะกลับขึ้นห้องไปกินพิซซ่า แต่กวางเปลี่ยนใจแล้วอะ วันนี้กวางอยากกินก๋วยจั๊บ.... พี่คีนพาไปเยาวราชหน่อยสิ”  
 
 
ยังคุยกันไม่ทันจบดี เมื่อความหิวเข้ามาแทรก ความเครียดและบรรดาเรื่องกลุ้มใจทั้งหลายก็ต้องหลบฉากไปก่อน.... อดคิดไม่ได้ว่าน้องจงใจจะเปลี่ยนเรื่อง แต่ก็เอาเถอะ เปลี่ยนเรื่องว่าหิวก๋วยจั๊บก็ยังดีกว่าเปลี่ยนใจอยากกลับบ้านเดี๋ยวนี้  
 
 
“แต่ร้านที่กวางอยากกินมันเริ่มขายตอนเย็นๆ งั้นกินพิซซ่าก่อนก็ได้ แล้วตอนกลางคืนค่อยออกไปกินก๋วยจั๊บกันเนอะ”
 
 
“ได้สิคะ กินให้หมดเยาวราชเลยก็ได้.... ถ้าหนูจะกินร้านทอง พี่ก็จะซื้อให้”
 
 
“อย่าท้านะ เดี๋ยวกินจริง”
 
 
ประหนึ่งว่าพลิกจากหลังเท้าเป็นหน้ามือ ทั้งที่เมื่อครู่ยังปวดหน่วงในใจเพราะเรื่องบังเอิญท้องเป็นเหตุอยู่แท้ๆ เวลานี้ ว่าที่คุณพ่อและคุณแม่กลับเดินคุยกันกระหนุงกระหนิง มีการแวะร้านสะดวกซื้อหน้าคอนโดหาไอศกรีมกินก่อนแล้วจึงค่อยกลับขึ้นห้องอีกต่างหาก.... ทว่า ในขณะที่เคนเนทกำลังจะใส่พาสเวิร์ดสี่หลักเพื่อปลดดิจิทัลล็อกเปิดประตูห้อง คุณชายกวิวิชญ์ก็สะดุ้งน้อยๆ พลางทำท่าเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
 
 
“อ๊ะ เกือบลืม!”
 
 
“อะไรคะ? หนูจะเอาไอติมวานิลลาเพิ่มอีกถังเหรอ?”
 
 
“ม่ายช่ายยยย~~”
 
 
คนตัวเล็กยกนิ้วชี้ส่ายดุ๊กดิ๊กพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ บอกให้รู้ว่าข้อสันนิษฐานของอีกฝ่ายนั้นผิดถนัด ด้วยว่าสิ่งสำคัญที่กวางน้อยเพิ่งนึกได้นั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องกินเลยแม้แต่น้อย แต่มันเอ็กคลูซีฟกว่านั้นเยอะ
 
 
“พี่คีนต้องเปลี่ยนพาสเวิร์ดประตูห้องด้วย”  
 
 
น้ำเสียงหนูแบมบี้ดื้อดึงเอาแต่ใจสุดขีด โดยที่ใบหน้าน่ารักจุดรอยยิ้มร้ายน่ารักน่ามันเขี้ยว.... กล้าบอกเลยว่าที่กำลังพูดๆ อยู่นี่ไม่ใช่การขอร้องแต่เป็นการออกคำสั่ง เอาให้โลกจารึกไปเลยว่าเขานี่แหละ โอเมก้าคนแรกที่สามารถควบคุมอัลฟ่าได้แบบเบ็ดเสร็จ  
 
 
“พาสเวิร์ดอันเก่ามีคนอื่นรู้ คุณแอลก็รู้.... กวางไม่ชอบ”
 
 
นึกว่าพอคุยเรื่องร้านก๋วยจั๊บเยาวราชเจ้าโปรดกับได้ไอศกรีมเต็มถุงใหญ่แล้ว เจ้ากวางน้อยจะปล่อยเบลอต้นสายปลายเหตุที่ทำให้อารมณ์บูดไปร่วมๆ ชั่วโมงได้เสียอีก แต่เปล่าเลย นอกจากจะเอาแต่ใจเก่งจนน่าส่งไปแข่งชิงแชมป์โลกแล้ว มนุษย์เมียเด็กของเขายังเจ้าคิดเจ้าแค้นแถมยังลืมยากอีกต่างหาก
 
 
“งั้นเปลี่ยนเป็นอะไรดีคะ?”
 
 
“ก็วันเกิดกวางไง”  
 
 
ที่แท้ก็คิดเตรียมมาจากข้างล่างแล้ว ถึงได้ไม่ต้องเสียเวลาหารือกันเลย.... เห็นหน้าสวยๆ แก้มป่องๆ ตาใสๆ ที่ไหนได้ เจ้าเล่ห์ร้ายกาจไม่เบาเลยทีเดียวที่คิดจะแสดงความเป็นเจ้าของกันด้วยวิธีนี้  
 
 
“รีบเปลี่ยนสิ.... พี่คีนจำวันเกิดกวางได้ปะ? หรือต้องให้บอก?”
 
 
แล้วเคนเนทก็ดันบ้าจี้ ยอมให้กวางน้อยตัวร้ายตีตราจองทั้งตัวและหัวใจ รวมถึงทรัพย์สินทุกอย่างที่เขามีด้วย
 
 
 
“ศูนย์ เจ็ด ศูนย์ หนึ่ง.... ปี๊บบบบบ เรียบร้อยค่ะ”
 
 
 

 
 
 
‘ดูนั่นสิ.... คุณพิธานก็มางานนี้ด้วยล่ะ!’
 
 
‘ตัวจริงดูสมาร์ทกว่าที่เคยเห็นในแมกกาซีนตอนได้ตำแหน่งหนุ่มโสดแห่งปีตั้งเยอะ.... ฟ้าอุตส่าห์ส่งฉันมาเกิดเป็นชะนีแท้ๆ แล้วทำไมฉันถึงต้องเป็นอัลฟ่าเหมือนกับเขาด้วยเนี่ย’
 
 
‘ถึงหล่อนเป็นโอเมก้าหรือเบต้าก็ใช่ว่าจะได้แอ้มเขาง่ายๆ ไม่เห็นแหวนหมั้นวงเบ้อเริ่มที่นิ้วนางข้างซ้ายนั่นหรือไง?’
 
 
‘ก็แค่หมั้น ยังไม่ได้แต่งสักหน่อย’
 
 
‘เสน่ห์แรงแม้แต่กับอัลฟ่าด้วยกัน สมกับเป็นคุณพอร์ชจริงๆ’
 
 
 
 
ตั้งแต่เดินเข้ามาภายในงานเลี้ยงสมาคมศิษย์เก่านักเรียนไทยในบอสตัน ชื่อของ CEO หนุ่มแห่ง The Superior Group ก็เป็นที่กล่าวขวัญและได้รับความสนอกสนใจแทบจะในทุกวงสนทนา.... ด้วยใบหน้าหล่อเหลาหมดจดไร้ที่ติ รูปร่างสูงใหญ่ผึ่งผายซึ่งดูดีมากขึ้นไปอีกร้อยเท่าเมื่ออยู่ในชุดสูทแบรนด์แนมขนาดพอดีตัว เมื่อพ่วงดีกรีนักเรียนนอกและผู้บริหารบริษัทเครือห้างสรรพสินค้าเบอร์ใหญ่ก็ยิ่งทำให้ชื่อของ พิธาน อศิรวัฒน์ หรือ คุณพอร์ช หอมฟุ้งเป็นที่ต้องตาต้องใจไม่ต่างจากฟีโรโมนของโอเมก้าเลยทีเดียว
 
 
ข้อเสียเดียวทีมีก็คงเป็นอุปนิสัยโลกส่วนตัวสูงลิบจนใครก็เข้าไม่ถึง หากสำหรับเจ้าตัว นั่นอาจจะถือเป็นข้อดีก็ได้ เพราะจะได้ไม่ต้องมีพวกฉาบฉวยหวังรวยทางลัดเข้ามาสร้างความรำคาญ
 
 
ถึงแม้ว่าการออกมางานเลี้ยงสังสรรค์แบบนี้จะหลีกเลี่ยงพวกน่ารำคาญไม่ค่อยได้ก็เถอะ....
 
 
“อ้าว สวัสดีครับ คุณพิธาน”  
 
 
ไม่ทันไร หนึ่งในมนุษย์จำพวกที่ว่าก็โผล่มาทำให้รอยยิ้มธุรกิจจางไปเล็กน้อย แต่ด้วยสถานะทางสังคมของอีกฝ่าย พิธานก็ไม่โง่พอที่จะปฏิเสธการจับมือทักทายตามารยาทกับผู้จัดการธนาคารซึ่งรู้จักมักคุ้นกันดีกับพ่อของเขา  
 
 
“ไม่ได้เจอกันเสียนาน ท่านประธานสบายดีใช่ไหมครับ?”
 
 
“ก็ดีครับ”
 
 
“ปกติไม่ค่อยเห็นคุณพิธานออกงานที่ไม่ใช่ของบริษัทสักเท่าไร ยอมรับว่าพวกเราหลายๆ คนตกใจกันไม่น้อยเลยทีเดียวตอนที่เห็นคุณในคอลัมน์หนุ่มโสดแห่งปีอะไรนั่น”
 
 
“พอดีเจ้าของนิตยสารเป็นคนรู้จักของทางคุณแม่น่ะครับ เขาฝากขอร้องมาก็เลยถือว่าช่วยเหลือกันไป”
 
 
“อ้อ อย่างนี้นี่เอง”  
 
 
ชายสูงวัยยังคงแสดงท่าทีเป็นกันเอง ด้วยความที่คบค้าสมาคมและคอยอำนวยความสะดวกให้กับเหล่าผู้บริหารของ The Superior Group มาหลายสิบปี จึงไม่แปลกที่คุณลุงคนนี้จะสามารถเอ่ยถึงแม่บังเกิดเกล้าของคุณชายพิธานได้อย่างไม่กริ่งเกรง ทั้งที่คนส่วนใหญ่มักจะเลี่ยงไม่พูดถึงอดีตภรรยาซึ่งหย่าร้างกันไปร่วมสิบห้าปีของท่านประธานภาคกันเสียมากกว่า   
 
 
“พูดถึงคุณพรรณี.... ภรรยาผมเพิ่งไปปารีสเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วก็มีนัดดื่ม Afternoon tea กับคุณพรรณีด้วย เห็นบอกว่าช่วงนี้ยังยุ่งๆ อยู่กับธุรกิจร้านกระเป๋า จะกลับมาเมืองไทยอีกทีก็ตอนคุณพิธานแต่งงานเลย”
 
 
“ขอบคุณที่บอกให้รู้นะครับ”
 
 
ใครมาได้ยินเข้าคงได้หัวเราะตาย เรื่องของแม่ตัวเองแท้ๆ แต่กลับต้องมาได้ยินจากปากคนอื่น หากพิธานก็เลือกที่จะตอบกลับอย่างสุภาพ ไม่ให้คู่สนทนารู้ว่าแท้จริงแล้วในใจเขากำลังคิดอะไร
 
 
บริกรนำแชมเปญมาเสิร์ฟ อัลฟ่าหนุ่มเนื้อหอมรับมันมาละเลียดจิบพร้อมทั้งพูดคุยกับบรรดารุ่นพี่รุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยที่บอสตัน.... ห้วงความคิดในสมองยังขุ่นมัวด้วยเรื่องของแม่บังเกิดเกล้าและการแต่งงานกับคู่หมั้นที่ถูกเลื่อนออกไป ทุกคนล้วนอยากรู้อยากเห็น อยากให้เขารีบเป็นฝั่งเป็นฝากันเสียเหลือเกิน ทำราวกับว่าพวกตัวเองจะมีส่วนได้ส่วนเสียกับการรวมขั้วอำนาจใน The Superior Group ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมีแต่คนจ้องจะโค่นพ่อลูกอศิรวัฒน์ลงมาจากตำแหน่งประธานบริษัทและว่าที่ท่านประธานรุ่นต่อไปกันทั้งนั้น
 
 
ขนาดแม่เขายังเล่นมุกตลกร้ายว่าจะกลับมาเจอลูกชายตอนแต่งงาน.... น่าเสียดายที่เขาไม่ได้โง่ ไม่อย่างนั้นก็คงทำทุกวิถีทางเพื่อให้ตัวเองได้เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุลไปเรียบร้อยแล้ว
 
 
ยิ่งรู้แบบนี้ ยิ่งไม่อยากแต่ง....
 
 
 
‘เอ๊ะ.... นั่นใช่คุณเพชรหรือเปล่า?’
 
 
 
เสียงฮือฮาจากกลุ่มสาวๆ ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อใครอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาภายในงานเลี้ยง ทุกสายตาต่างจับจ้องมองไปยังชายหนุ่มอายุราวสามสิบต้นๆ ในชุดสูทสีเทาควันบุหรี่ตัดกับผิวกายสีแทน ลักษณะท่าทางองอาจสง่างามเหมือนราชสีห์มากกว่าจะเป็นแค่สุนัขป่าจ่าฝูง ทำให้ชื่อเสียงด้านความหล่อเหลาโด่งดังไม่แพ้กิตติศัพท์ด้านการบริหารงานในบริษัทข้ามชาติเลย
 
 
ทว่า ความภูมิฐานและลักษณะท่าทางซึ่งดูเป็นมิตรอาจเป็นที่ประทับใจของใครต่อใคร แต่กับพิธาน อศิรวัฒน์แล้ว สัญชาตญาณของเขากลับย้ำเตือนซ้ำๆ ให้รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา
 
 
 
‘เพชรไหน? คุณเพชรพลที่เป็นหนุ่มโสดแห่งปีก่อนหน้าคุณพอร์ชน่ะเหรอ?’
 
 
‘ว้าย ใช่จริงๆ ด้วย!’
 
 
‘คุณพระ ไฮโซเพชร ลูกชายของเจ้าเมฆินทร์ ณ เชียงกลางน่ะเรอะ ที่เขาว่ากันว่าตอนนี้ไปเป็นบอร์ดบริหารของบริษัทกลุ่มปิโตรเคมีและท่าเรือในสิงคโปร์!?’
 
 
‘งานนี้คุ้มเวอร์.... ได้เจอทั้งคุณพอร์ชและไฮโซเพชรพร้อมๆ กัน มีเรื่องให้คุยอวดไปยันปีหน้าเลยล่ะเธอ’
 
 
 
ท่ามกลางความตื่นเต้นและเสียงชื่นชมเมื่องานนี้มีหนุ่มโสดแห่งปีถึงสองคนมาให้เป็นอาหารตา มีเพียงพิธานที่หน้านิ่วคิ้วขมวดเมื่อไฟสปอตไลท์อีกดวงส่องแสงสว่างขึ้น ท่อนขายาวก้าวลึกเข้าไปอีกมุมหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ตนเองอยู่ในรัศมีการมองเห็นของผู้มาใหม่ แต่ก็ช้าเกินไปแล้ว เพราะฝ่ายนั้นล็อกเป้าหมายตามที่มีคนชี้โพรงให้และกำลังมุ่งหน้ามาหาเขาพอดี
 
 
“ว่าไง พอร์ช.... ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า?”
 
 
‘เพชรพล ณ เชียงกลาง’ หรือที่คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า ‘ไฮโซเพชร’ เริ่มบทสนทนาด้วยรอยยิ้มเป็นกันเอง
 
 
เขากับพิธานเคยเจอกันในฐานะรุ่นพี่-รุ่นน้องระหว่างที่เรียนปริญญาโทอยู่ที่สหรัฐอเมริกา สังคมนักเรียนไทยในบอสตันอาจจะไม่ถึงกับเล็กแต่คนที่เป็นอัลฟ่าจากตระกูลใหญ่ก็ไม่ได้มีมาก ดังนั้น เพชรพลและพิธานจึงต่างฝ่ายต่างรู้จักกันดี ถึงแม้ว่าจะเคยพูดคุยกันนับครั้งได้และความสัมพันธ์ก็ห่างเหินจนเกินกว่าจะปรี่เข้ามาทักทายอย่างสนิทสนมเช่นนี้
 
 
“เมื่อครู่ได้ยินพวกสาวๆ ทางโน้นเอ่ยชื่อคุณ ผมก็เลยพอจำได้ว่าคุณเป็นใครมาจากไหน”  
 
 
พิธานตอบกลับอย่างเย็นชาก่อนจะรับแชมเปญอีกแก้วมาจากบริกรมาจิบ วางท่าไม่สนใจอัลฟ่ารุ่นพี่ชนิดที่แม้แต่หางตาก็ไม่อยากชำเลืองมอง  
 
 
“ไม่อย่างนั้นก็คงลืมไปแล้ว เพราะไม่ได้สำคัญมากพอที่จะต้องจำ”
 
 
เพชรพลกระตุกยิ้มมุมปาก ไม่ถือสาหาความกับคุณชายลูกเศรษฐีใหม่ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าขาดแม่ มิหนำซ้ำยังถูกพ่อบังเกิดเกล้ากดดันให้รับตำแหน่ง CEO ฝากความหวังหนักอึ้งให้แบกรับจนลูกกลายเป็นผู้ใหญ่มีปัญหา
 
 
“ตั้งห้า-หกปีมาแล้วที่ไม่ได้เจอกัน ยังคุยด้วยยากเหมือนเดิมเลยนะ” 
 
 
ฝ่ายรุ่นพี่ก้าวเท้าเข้ามาประชิด น้ำเสียงแหบเสน่ห์หรี่ลงจนแทบกลายเป็นกระซิบในขณะที่สีหน้ายิ้มแย้มชื่นมื่นแปรเปลี่ยนเป็นร้ายลึกอย่างที่น้อยคนนักที่จะได้เห็น.... และหนึ่งในคนที่เคยได้เห็นมาแล้วก็คือคุณพิธาน อศิรวัฒน์ที่ยืนอยู่ตรงนี้  
 
 
“ไม่อยากคุยก็ช่าง แต่ถ้าเปลี่ยนจากคุยเป็นคราง มันน่าจะง่ายกว่ากันเยอะเลยใช่ไหม?”
 
 
“.........!!!!........”
 
 
คำพูดนั้นส่งผลให้ลมหายใจคนฟังสะดุดกึก เลือดในกายเย็นวาบเสมือนถูกน้ำแข็งถังใหญ่กระหน่ำเทลงกลางศีรษะ.... หน่วยตาคมสบมองคนตรงหน้า สันกรามขบแน่นจนเส้นเลือดข้างขมับปูดโปน มือทั้งสองข้างกำหมัดสั่นสะท้านรุนแรงพาลให้ร่างสูงสง่าของหนุ่มหล่อแห่งยุคเกือบเสียศูนย์ไปด้วย
 
 
และถ้าเพชรพลไม่ได้ฉุดท่อนแขนของพิธานเอาไว้ เขาก็คงล้มทั้งยืนไปแล้ว
 
 
“ไม่เอาน่า พอร์ช.... ทุกวันนี้เราก็โตๆ กันแล้ว เรื่องเมื่อสมัยวัยรุ่นหัดลืมๆ ไปบ้างก็ได้มั้ง”
 
 
“ไม่จำเป็น!”
 
 
พิธานสะบัดมืออีกฝ่ายทิ้งก่อนจะกระซิบเสียงเหี้ยมแล้วพยายามเดินหนี ใจจริงนั้นอยากจะชกหน้าไอ้ผู้ดีเก่าสันดานหยาบสักเปรี้ยง แต่อยู่ในงานเลี้ยงแบบนี้ เขาจะกระโตกกระตากโวยวายจนตกเป็นจุดสนใจไม่ได้เด็ดขาด
 
 
หากกระนั้น เพชรพลก็ไม่คิดจะปล่อยเหยื่อที่ตนเองตั้งใจจะมาขย้ำโดยเฉพาะไปง่ายๆ.... ตามประสาอัลฟ่าที่ล่าโอเมก้ามาทั้งชีวิตจนเบื่อ นานทีปีหนจะได้ล่าอัลฟ่าด้วยกันบ้างก็ยิ่งชวนให้อะดรีนาลีนสูบฉีดดีไม่หยอก
 
 
“คิดอย่างนั้นจริงๆ เหรอ?”  
 
 
อัลฟ่ารุ่นพี่แสยะยิ้มร้าย เขาเดินตามไปปั่นประสาทพิธาน ลักษณะภายนอกยังคงดูสุขุมนุ่มลึกชนิดที่หากมองเพียงผิวเผินจะไม่มีทางรู้ได้เลยว่าหนุ่มโสดแห่งปีทั้งสองกำลังจะฆ่ากันอยู่แล้ว  
 
 
“ผมรึก็อุตส่าห์อยากจะผูกมิตรกับคุณเอาไว้แท้ๆ เพราะอีกไม่นานคุณก็ต้องแต่งงานกับน้องกวาง ลูกพี่ลูกน้องของผมอยู่แล้วนี่”
 
 
ชื่อของคู่หมั้นถูกพาดพิงถึงกลั้วตามด้วยเสียงหัวเราะราวกับจะเย้ยหยัน กัดกร่อนหัวใจคนฟังได้ยิ่งกว่าน้ำกรดความเข้มข้นสูง.... มือที่กำแน่นอยู่แล้วยิ่งกำแน่นขึ้นไปอีก โกรธจนตัวสั่น แค้นจนเกินบรรยาย แต่สิ่งเดียวที่ทำได้กลับมีเพียงปั้นหน้านิ่งเฉยไม่สะทกสะท้านทั้งที่ข้างในอกเดือดพล่านเหมือนจะตายเสียให้ได้
 
 
“ได้ยินว่าอันที่จริงก็ควรจะแต่งกันได้แล้ว แต่ที่ต้องเลื่อนออกไปก็เพราะใครบางคนแถวนี้ดันหายหัวไปจากงานวันเกิดของน้องผมก่อนที่จะมีการประกาศแต่งงานอย่างเป็นทางการ.... ไม่ทราบว่าข่าวลือนี้เป็นความจริงหรือเปล่าครับ คุณพิธาน?”
 
 
“ถ้าสายข่าวคุณแม่นนัก คุณก็น่าจะรู้สิครับว่าที่งานแต่งยังไม่เกิดขึ้น สาเหตุมันไม่ได้มาจากผม แต่เป็นญาติผู้น้องของคุณต่างหากที่ไม่พร้อม”
 
 
พิธานแน่ใจว่านั่นไม่ใช่การโยนความผิด เพราะถึงแม้เขาจะเคยคิดหาวิธีการถอนหมั้นหรือไม่ก็เลื่อนงานแต่งออกไปให้ได้มากที่สุด หากสุดท้ายเขาก็กึ่งๆ จะทำใจยอมรับได้แล้วว่าคงหนีหน้าที่และความรับผิดชอบที่ผู้ใหญ่มอบหมายให้ไปไม่พ้น แต่แล้วอยู่ดีๆ กวางก็มาบอกว่าจะขอไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ออสเตรเลีย การแต่งงานจึงจำเป็นจะต้องเลื่อนออกไปจนกว่าน้องจะกลับมา.... ในเมื่อเลือกที่จะไปเอง จะมาบอกว่าเป็นเพราะเขาหายหัวไปจากงานเลี้ยงวันเกิดคราวนั้นก็คงไม่ได้
 
 
ส่วนเหตุผลที่ว่าทำไมถึงต้องไปเมืองนอกกะทันหัน ขืนพูดออกไปก็เสียชื่อนามสกุล ณ เชียงกลาง ซึ่งเป็นบ้านฝ่ายแม่ของกวิวิชญ์เสียเปล่าๆ
 
 
เป็นโรคกลัวเครื่องบินแต่กลับบอกทุกคนว่าจะไปต่างประเทศคนเดียว ยังสงสัยอยู่จนทุกวันนี้ว่าพ่อของเขาเชื่อเข้าไปได้ยังไงว่ากวางจะอยากได้ทุนบ้าบออะไรนั่น หรือรู้ว่าน้องโกหกแต่ไม่อยากขัดใจเพราะกลัวว่าหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์จะตกไปอยู่ในมือตระกูลอื่นแล้วจะทำให้เขาควบคุมพวกตาเฒ่าในบริษัทได้ยาก
 
 
ทว่า แทนที่ไฮโซเพชรจะถามกลับว่าญาติผู้น้องไปก่อเรื่องอะไรไว้ ฝ่ายนั้นก็แค่นเสียงหึในลำคอก่อนที่รอยยิ้มอันแสนชั่วร้ายจนปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของอัลฟ่าเชื้อสายเจ้าเมืองทางภาคเหนือ
 
 
“อา เรื่องนั้นก็ด้วย” 
 
 
เพชรพลแสร้งทำประหนึ่งว่าเพิ่งนึกบางสิ่งบางอย่างออก เขามองหน้าพิธานเหมือนมองหมูในอวย ด้วยแน่ใจว่าตนเองสืบรู้ทุกเรื่องมาแล้วอย่างทะลุปรุโปร่ง มองออกแม้กระทั่งว่าใครกำลังคิดหรือต้องการอะไร  
 
 
“แต่ผมเชื่อนะว่าน้องกวางจะเคลียร์ตัวเองได้เรียบร้อย แล้วก็จะกลับมาหาพี่พอร์ชสุดที่รักได้เหมือนเดิม”
 
 
ร่างหนาตบไหล่หนุ่มโสดแห่งปีรุ่นน้องราวกับจะสั่งสอน.... เมื่อห้าปีที่แล้วเคยอ่อนหัดอย่างไร ทุกวันนี้ CEO แห่ง The Superior Group ก็ยังอ่อนหัดอยู่อย่างนั้น ช่างน่าขำที่คนบกพร่องแบบนี้จะได้มาแต่งงานกับลูกพี่ลูกน้องของเขาและฮุบสมบัติทั้งหมดของน้าเขยไปเป็นของตัวเอง
 
 
“ส่วนคุณก็เก็บความลับให้ดี อย่าให้น้องกวางรู้ก็แล้วกันว่าจะได้สามีเป็นหนุ่มโสดแห่งปี หล่อ รวย เก่ง เลิศเลอเพอร์เฟกต์ไปทุกอย่าง.......” 
 
 
ทันใดนั้นเอง ดวงตาสีเหล็กกล้าก็แปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำเหมือนเลือด ในขณะที่คมเขี้ยวของเพชรพลอยู่ห่างจากลำคอของพิธานเพียงช่วงคืบ
 
 
 
“แต่น่าเสียดายที่ดันกลายเป็นอัลฟ่าพิการไปซะแล้ว....!”
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
สามทุ่มสี่สิบห้านาทีแล้ว หลังจากที่ขนขยะออกไปทิ้งด้านหลังร้าน ศศินก็จัดการเช็ดโต๊ะจนสะอาดเอี่ยมแล้วยกเก้าอี้ขึ้นวางคว่ำไว้เพื่อเตรียมถูพื้น ส่วนคุณก้อง เจ้าของร้านก็กำลังเก็บล้างเคาท์เตอร์และเครื่องชงกาแฟอยู่เช่นกัน.... เด็กหนุ่มแอบหาวหวอดด้วยความเหนื่อยล้า เพราะตอนนี้เปิดภาคเรียนเทอมแรกของปีสี่แล้ว เรียนหนัก งานเยอะ แถมยังต้องมาทำพาร์ทไทม์เกือบทุกวัน ต่อให้ถึกเป็นวัวเป็นควายแค่ไหน บทร่างกายจะประท้วงมันก็พาลจะหมดแรงไปเสียเฉยๆ
 
 
ดีหน่อยที่พี่ก้องไม่ใช่นายจ้างหน้าเลือด เวลาไม่มีลูกค้าก็ให้เขานั่งพักได้ อีกทั้งหาข้าวหาปลาให้กินช่วยเซฟค่าใช้จ่ายในแต่ละวันไปได้มาก ทั้งที่ไม่จำเป็นจะต้องช่วยเหลือหรือมีน้ำใจกับเขาถึงขนาดนั้นก็ได้
 
 
ข้อเสียก็มีอยู่อย่างเดียวคือลูกค้าประจำจอมขี้เก๊กที่มาได้ทุกวี่ทุกวัน มาทีไรก็ชอบมองหน้าหาเรื่อง ไม่ก็พูดจากวนประสาทจนหวุดหวิดจะเอาแก้วกาแฟคว่ำใส่หัวอยู่หลายต่อหลายครั้ง
 
 
ค่อยยังชั่วหน่อยที่วันนี้ไอ้คุณพี่พอร์ชยังไม่โผล่หัวมา จะได้ปิดร้านสงบๆ....
 
 
 
กริ๊งงงง
 
 
 
ถูพื้นอยู่เพลินๆ เสียงกระดิ่งซึ่งผูกติดอยู่กับประตูทางเข้าก็ดังขึ้นบ่งบอกว่ามีลูกค้าเข้ามา กระต่ายที่ยังคงง่วนอยู่กับการทำความสะอาดจึงรีบกราบเรียนท่านผู้มีอุปการะคุณโดยที่สองตาและสองมือยังไม่ละจากงานตรงหน้า
 
 
 
“ขอโทษนะครับ ตอนนี้ร้านปิดแล้ว”
 
 
แทนที่พระเจ้าจะถอยทัพกลับไปแต่โดยดี กระต่ายกลับได้ยินเสียงฝีเท้าย่ำเข้ามาภายในร้านอย่างอุกอาจ จนแล้วจนรอดเขาก็ต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อเรียนเชิญลูกค้าท่านนั้นให้ออกไป.... ไม่เห็นหรือไงว่าคนกำลังถูพื้น เก้าอ้งเก้าอี้ก็เก็บหมดแล้ว เครื่องชงกาแฟก็กำลังล้าง มาเอาเวลานี้ก็มีขายแค่น้ำก๊อกเท่านั้นแหละ ปั๊ดโถ่!
 
 
“คุณครับ.........เอ่อ..........”
 
 
“ไปให้พ้น!”
 
 
อ้อ นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณลูกค้ากิตติมศักดิ์นี่เอง....
 
 
กระต่ายก็รู้ตัวอยู่หรอกว่าเขาไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงจะไปไล่พ่ออัลฟ่าวีไอพี แต่ก็แอบหงุดหงิดที่หมอนี่ย่ำเอาน้ำโคลนเลอะเทอะจากข้างนอกมาเปื้อนพื้นที่เขาอุตส่าห์ถูจนเรี่ยมเร้เรไรแล้ว มิหนำซ้ำยังมาทำตัวหยาบคายด้วยการเอ่ยปากไล่เขาไปให้พ้นอีก.... แต่ประทานโทษเถอะ คนจ่ายเงินเดือนเขาคือพี่ก้อง คนเดียวที่จะสามารถไล่เขาได้ก็มีแค่พี่ก้องเท่านั้น ที่สำคัญก็คือตอนนี้เขายังทำงานไม่เสร็จด้วย
 
 
“ก้อง...........”
 
 
“คุณพอร์ช!” 
 
 
เสียงของพี่ก้องฟังดูตกใจมาก.... มากเสียจนเด็กหนุ่มลูกจ้างเผลอวางมือจากไม้ม้อบและถังน้ำแล้วชะเง้อมองตามว่าเกิดอะไรขึ้น  
 
 
“ทำไมครับ? นี่มันเกิดอะไรขึ้น??”
 
 
“ผมเจอไอ้เลวนั่น..........”  
 
 
น้ำเสียงของไอ้คุณพี่พอร์ชก็แหบโหยเหมือนคนที่เพิ่งวิ่งมาราธอนผ่านทะเลทรายซาฮาร่ามาหมาดๆ ไม่หลงเหลือแรงตวาดเกรี้ยวกราดแบบที่ทำใส่เขาเมื่อครู่นี้โดยสิ้นเชิง.... ใบหน้าหล่อซึ่งวางมาดนิ่งเฉยเย็นชาได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ ตอนนี้กลับซีดเผือดยิ่งกว่าไก่ต้ม เสื้อเชิ้ตกับเนคไทหลุดลุ่ยผิดฟอร์มปกติไปไกลจนน่าตกใจ มือใหญ่สั่นเทาเกาะเคาท์เตอร์บาร์น้ำเอาไว้แน่นราวกับว่าต้องการที่ยึดเหนี่ยวพยุงไม่ให้ตัวเองล้มทั้งยืน   
 
 
“ผมเจอมัน........ไอ้คนที่ทำให้ผมกลายเป็นแบบนี้.........”
 
 
“คุณเจอใครนะครับ??”
 
 
“ไอ้เลวนั่น.........ไอ้สารเลว.........!!”
 
 
คุณพี่พอร์ชพูดคำๆ เดียวซ้ำไปซ้ำมาจนกระต่ายจับต้นชนปลายไม่ถูก งงไปหมดว่ามันเกิดอะไรขึ้น เขาพยายามเดินเข้าไปใกล้ผู้ใหญ่ทั้งสองเพื่อที่ว่าจะได้ฟังให้ชัดมากขึ้น แต่ทว่า พี่ก้องกลับพุ่งตรงไปยังห้องเก็บของแล้วหยิบกระเป๋าเป้ของเขาออกมา ก่อนจะเอามายัดใส่มือให้เสร็จสรรพ
 
 
“กระต่าย กลับบ้านได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จัดการต่อเอง”
 
 
“อ๊ะ......เอ๊ะ.....!!??”
 
 
“วันนี้ขอบใจมากนะ ไปได้แล้วล่ะ”
 
 
ไม่พูดเปล่าแต่ยังถอดผ้ากันเปื้อนให้ ประตูร้านก็เปิดให้ มิหนำซ้ำยังรุนหลังกระต่ายให้ออกไปพร้อมทั้งล็อกประตูและแขวนป้าย Closed  ปล่อยให้คนที่กำลังงงตาแตกยืนงงในดงน้ำครำต่อไป และไม่มีทางรู้ได้เลยว่าคนชั่วร้ายอย่างคุณพิธาน อศิรวัฒน์ ไปพลาดท่าเสียทีโดนใครสอยจนร่วงมา
 
 
 
“โอ๊ย.... อยากรู้โว้ยยยยย!!”


 
TO BE CONTINUE
#บังเอิญท้อง
 
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [1 พฤษภาคม 2562 19:46 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
fgdjksdkgjs;jg;jsg;s;jg;s;ghslhglhfdlghfd;gfd;jjg;fjg;l
العاب |
العاب |
العاب |
العاب |
ชื่อ : basim   E-mail : basimalharbi@hotmail.com    วันที่ : 29 มกราคม 2563 06:37 น.
IP : 95.185.167.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
fdfgfgfgfgfgfgfg


:)

العاب
العاب
العاب
العاب
ชื่อ : basim    วันที่ : 29 มกราคม 2563 06:40 น.
IP : 95.185.167.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY