ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 5
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 97
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,918
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้'
[11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1069 คน
Cruel Intentions

บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~










2



 
สายตานับร้อยคู่จากทั่วทุกสารทิศภายในโรงอาหารสำหรับพนักงานจับจ้องมายังผู้บริหารรูปหล่อ ดีกรีนักเรียนนอก เพียบพร้อมด้วยฐานะและชาติตระกูล อีกทั้งยังพ่วงตำแหน่งหนุ่มโสดแห่งปีจากนิตยสารชื่อดังแทบจะพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย.... ถ้าไม่ได้ทำงานอยู่ในตำแหน่งระดับ Management ขึ้นไป ยากนักที่จะมีโอกาสได้เจอคุณพิธาน อศิรวัฒน์ หรือที่พวกสาวๆ ทั้งตึกเรียกกันว่าคุณพอร์ช เพราะร้อยวันพันปีจะมีสักครั้งหนึ่งที่พ่อเทพบุตรแห่งวงการค้าปลีกจะยอมเสด็จลงจากสวรรค์มาใช้ทรัพยากรในการดำรงชีพร่วมกับสามัญชน
 
 
ทว่าคราวนี้ สิ่งที่ทำให้บรรดาพนักงานแตกตื่นและแอบชำเลืองมองกันเป็นทิวแถวไม่ได้มีเพียงแค่อาหารตาอย่างคุณพิธาน หากแต่เป็นนักศึกษาฝึกงานซึ่งเดินจูงมือควงแขนท่าน MD ร่อนไปทั่วอย่างเปิดเผย.... ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าเด็กคนนั้นหน้าตาดี ตัวเล็ก ผิวขาวจ๊วะอย่างกับไข่ปอก ดูน่ารักเหมาะสมกับหนุ่มโสดแห่งปีราวกับกิ่งทองใบหยก แต่ไอ้กิริยาท่าทางหัวร่อต่อกระซิกระริกระรี้ขณะนั่งข้างคุณพอร์ชเหมือนกลัวคนอื่นไม่รู้ว่าเป็นอะไรกันนั้นก็น่าหมั่นไส้อยู่ไม่น้อยเชียว
 
 
ข้าวแกงตักราดพร้อมกับข้าวแยกอีกสี่-ห้าอย่างถูกวางเรียงรายประหนึ่งจัดเลี้ยงโต๊ะจีน แม้พิธานจะบอกทางอ้อมอยู่หลายครั้งว่าอย่าทำอะไรให้มันเอิกเกริกมากนัก แต่ร่างเล็กก็ไม่คิดจะฟัง ยังคงจิ้มเลือกอาหารมากเท่าที่อยากให้คู่หมั้นกิน
 
 
“กวางจำได้ว่าพี่พอร์ชชอบผักแขนงผัดหมูกรอบก็เลยให้พี่คนขายตักมาให้”  

 
กวางน้อยพูดเสียงใสเป็นเชิงอวดให้พิธานได้รู้ว่าตนเองใส่ใจเรื่องของเขามากแค่ไหน ก่อนจะเลื่อนจานกับข้าวให้มาอยู่ตรงหน้าชายหนุ่มพอดิบพอดี  

 
“พี่พอร์ชไม่ค่อยกลับบ้านเลย เวลาอยู่คนเดียวอาหารการกินทำยังไงเนี่ย?”
 
 
“ก็ไม่ได้ลำบากอะไร ส่วนใหญ่พี่กินจากข้างนอกแล้วค่อยกลับไปนอน”
 
 
“กินแต่ของนอกบ้าน ไม่คิดถึงฝีมือป้านิ่มบ้างเหรอ?”  
 
 
แม้ว่าปากจะกำลังพูดถึงอาหารฝีมือหัวหน้าแม่บ้านซึ่งทั้งเขาและพี่พอร์ชต่างก็ชินรสมือมาตั้งแต่เล็ก แต่สายตาหวานเชื่อมมองอ้อนคล้ายอยากจะถามถึงตัวเองมากกว่า หากก็รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นปากหนักอย่างกับอะไรดี ต่อให้คิดถึงเขาแทบคลั่งก็ไม่มีทางยอมรับออกมาง่ายๆ กวางจึงทำได้แค่เพียงแสดงความห่วงใยไปตามเรื่องตามราว  
 
 
“พี่พอร์ชต้องกลับบ้านบ้างนะ.... อย่าโหมงานหนักจนเกินไป กวางเป็นห่วง”
 
 
พิธานพยักหน้ารับ ทำเอาเจ้ากวางขี้อ้อนยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุข จากนั้นจึงตักหมูกรอบชิ้นใหญ่ใส่ในจานข้าวของคู่หมั้น
 
 
“อ้ะ กินเยอะๆ จะได้มีแรงไปประชุมต่อ”
 
 
รสชาติอาหารไม่ค่อยถูกปากสักเท่าไร แต่ความอิ่มใจมีเกินล้าน กวิวิชญ์ก็พอฝืนกล้ำกลืนกินข้าวเมล็ดแข็งกับแกงจืดเต้าหูลงคอไปได้ประมาณหนึ่ง.... ระยะหลังมานี้ พี่พอร์ชงานยุ่งตลอด ยิ่งใกล้ถึงกำหนดที่คุณลุงภาคจะเกษียณก็ยิ่งยุ่ง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันตามลำพัง หากเป็นไปได้ เขาก็อยากจะยืดช่วงเวลาแห่งความสุขให้ยาวนานออกไปอีกสักหน่อยก็ยังดี
 
 
“พี่พอร์ช.........”
 
 
“หืม?”
 
 
“เสาร์นี้ที่พี่นัดกับพี่คีนไปตีกอล์ฟน่ะ กวางขอไปด้วยได้ไหม?”  
 
 
คิดเองว่าถ้ามีไอ้พี่คีนปากมอมไปด้วยก็คงไม่มีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยว หากเขาขอติดสอยห้อยตามไปเที่ยวพร้อมปรนนิบัติพัดวีให้คู่หมั้นก็ไม่น่าจะมีปัญหา ที่สำคัญก็คือเขาอยากมีเวลาได้อยู่กับพี่พอร์ชสองต่อสองบ้าง เอาแค่ตอนนั่งรถก็ยังดี  
 
 
“ก็วันหยุดมันน่าเบื่อนี่นา.... กวางอยูบ้านตลอดไม่ค่อยได้ไปไหนเลย จะให้ไปข้างนอกก็มีแต่เดินห้างดูหนัง เบื่อจะนอนในรังคนเดียวแล้วด้วย........”
 
 
“สนามกอล์ฟมันไม่สนุกหรอก อากาศก็ร้อน กวางไปจะยิ่งเบื่อเปล่าๆ”
 
 
ชายหนุ่มปฏิเสธไว้ก่อน ด้วยเพราะรู้สภาพร่างกายและนิสัยของกวางน้อยดี เจอแดดเข้าหน่อยก็พาลจะป่วยเอา แล้วกอล์ฟคลับก็ไม่ได้มีอะไรอย่างอื่นนอกจากสนามหญ้า สนามหญ้าและสนามหญ้า
 
 
“ถ้าพี่พอร์ชอยู่ด้วย ยังไงกวางก็ไม่เบื่อ”
 
 
เจ้าตัวเล็กยืนยันว่าจะไป และก็เป็นอีกครั้งที่พิธานต้องตามใจ
 
 
“งั้นก็อาบน้ำแต่งตัวรอแล้วกัน พี่เคลียร์งานช่วงเช้าเสร็จแล้วจะเข้าไปรับที่บ้าน”
 
 
“พี่พอร์ชใจดีจัง ขอบคุณนะครับ”
 
 
เมื่อได้ดั่งใจแล้ว กวิวิชญ์ก็ยิ้มหวานพลางตักข้าวใส่ปากอย่างอารมณ์ดี.... ก็อย่างที่บอกแหละว่าพี่พอร์ชก็แค่เป็นคนขี้อาย ไม่ค่อยพูดค่อยจาเยอะแยะเท่าไร แต่เรื่องสวีทหวานเอาใจคนรักนั้นไม่ได้ด้อยกว่าใครเลย พี่พอร์ชแทบไม่เคยขัดใจกวาง ขออะไรก็ได้ อยากไปไหนก็พาไป อยากได้อะไรก็ซื้อให้ทุกอย่าง
 
 
บางทีก็แอบคิดว่าพระเจ้าคงรู้สึกผิดที่พรากพ่อแม่ของเขาไป ก็เลยส่งพี่พอร์ชมาชดเชยให้....
 
 
หลังจากจัดการกับอาหารตรงหน้าเสร็จ กวางน้อยก็ลากคู่หมั้นไปซื้อชาเย็นกับขนมสำหรับฝากเพื่อนและพี่ๆ ในออฟฟิศแผนกบัญชี เสียงใสแจ๋วยังคงชวนชายหนุ่มคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้ไม่ขาดปาก มือข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือแก้วน้ำก็ควงแขนร่างสูงไม่ยอมปล่อย เดี๋ยวอ้อนออเซาะ เดี๋ยวยื่นหน้ามาซบบ่ากว้างคลอเคลียไม่ห่าง.... แน่นอนว่าเมื่อมีคนมองเห็นท่าน MD กับเด็กหนุ่มปริศนาซึ่งห้อยบัตรนักศึกษาฝึกงานมากขึ้น เสียงซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ก็ย่อมมีมากขึ้นไปด้วย
 
 
ซึ่งก็อย่าหวังว่ากวิวิชญ์จะสนใจ พ่อเขาเคยเป็นหนึ่งในซีอีโอของที่นี่ ตอนนี้เขาก็เป็นผู้ถือหุ้น เท่ากับตอนนี้บริษัทก็เป็นของเขาส่วนหนึ่ง พี่พอร์ชก็เป็นคู่หมั้นเขา แล้วทำไมจะต้องแคร์คำพูดจากคนที่ไม่มีผลอะไรต่อชีวิตของเขาด้วยล่ะ....?
 
 
“แวะไปส่งกวางที่แผนกหน่อยสิ”
 
 
เมื่อมาถึงโถงล็อบบี้ซึ่งเป็นจุดขึ้นลิฟท์โดยสาร เจ้ากวางจอมอ้อนก็เริ่มจะง้องแง้งขึ้นมาอีก แต่หนนี้ พิธานกลับมีทีท่าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด
 
 
“พี่ว่าอย่าดีกว่า”
 
 
“น่านะ แปบเดียวเอง.... พี่พอร์ชจะได้เจอเพื่อนกวางด้วยไง ไอ้กระต่ายที่กวางเคยเล่าให้ฟังบ่อยๆ น่ะ กวางขอคุณลุงภาคให้มันมาฝึกงานที่นี่ด้วยกัน” 
 
 
ไม่ว่าจะปฏิเสธยังไง กวางน้อยก็จะตื๊อไม่เลิกจนกว่าจะได้ทุกอย่างตามที่ต้องการ สุดท้ายคู่หมั้นหนุ่มก็จำเป็นจะต้องยอมตามใจอย่างเสียไม่ได้
 
 
ประตูลิฟท์เปิดออกที่ชั้นเจ็ดท่ามกลางความแตกตื่นของเหล่าพนักงานฝ่ายบัญชีและการเงินซึ่งไม่คิดไม่ฝันว่าอยู่ๆ จู่ๆ จะมี Managing Director รูปหล่อปานเทพบุตรแต่ความเฮี้ยบเด็ดขาดระดับประธานาธิบดีเกาหลีเหนือยังอายมาเยือนถึงถิ่น แฟ้มเอกสารระเกะระกะและถุงผลไม้รถเข็นถูกกวาดลงใต้โต๊ะด้วยความเร็วแสง ทุกคนมองหน้าเลิ่กลั่กส่งกระแสจิตถามกันเองว่า ‘คุณพอร์ชมาทำไม?’ ‘คุณพอร์ชจะเอาอะไรวะแก?’ ‘แกใส่ตัวเลขในรายงานงบการเงินผิดเหรอ?’
 
 
จนกระทั่งเห็นน้องฝึกงานใหม่แกะกล่องยิ้มร่าโผล่หน้ามานั่นแหละ ถึงได้รู้ว่าการมาเซอร์ไพรส์ของคุณพอร์ชนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องงานเลย
 
 
“ไอ้ต่าย~~”  
 
 
เสียงแหลมแสบแก้วหูร้องเรียกเพื่อนคู่ซี้ ก่อนจะกระตุกแขนเสื้อให้ร่างสูงมองตามทิศที่ตัวเองชี้  
 
 
“พี่พอร์ช คนนั้นไง ไอ้ต่ายเพื่อนกวาง”
 
 
คนโดนชี้เดินเข้ามาหาอย่างงงๆ เห็นผู้ชายตัวสูง หน้าตาหล่อสะอาดสะอ้าน สวมชุดสูทแบรนด์เนม แผ่รัศมีไฮโซยืนอยู่ข้างไอ้กวางก็พออนุมานได้ว่าน่าจะเป็นคนๆ เดียวกับที่เพื่อนเคยพูดถึงให้ฟังวันละไม่ต่ำกว่ายี่สิบครั้ง
 
 
“ไอ้ต่าย นี่พี่พอร์ช”
 
 
“อะ.....เอ่อ สวัสดีครับ”
 
 
เพราะเป็นการเจอกันโดยไม่คาดคิด กระต่ายจึงทำได้เพียงยกมือไหว้เอ่ยทักทายตะกุกตะกัก
 
 
จริงอย่างที่ไอ้กวางโฆษณาชวนเชื่อให้ใครต่อใครฟังจนทั่ว พี่พอร์ชของมันเรียกได้ว่าหน้าตาดีเกินมาตรฐานชายไทยไปหลายขุม หุ่นสมาร์ท ท่าทางภูมิฐานแต่งตัวดีมีรสนิยม ดูแพงออกมาจากอินเนอร์โดยที่ไม่ต้องพยายาม.... จะไม่เหมือนกับที่คิดไว้ก็ตรงที่ฝ่ายนั้นไม่ได้ดูอ่อนโยนหวานซึ้งสักเท่าไร ดูค่อนไปทางเย็นชาจนน่ากลัวเสียด้วยซ้ำ
 
 
“อยากให้เจอเพื่อนกวาง พี่ก็เจอแล้ว.... ทีนี้พี่ไปได้หรือยัง?”
 
 
นั่นปะไร เป็นไอ้กวางจริงๆ เสียด้วยที่บังคับให้พี่พอร์ชมาส่ง และตอนนี้เขาก็ก้มดูนาฬิกาข้อมือคล้ายกับจะบอกว่าอยากไปจากตรงนี้เต็มที เป็นวิธีการแสดงอารมณ์หงุดหงิดได้แบบลึกสุดกู่ ชนิดที่ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่มีทางมองออกเลย
 
 
แล้วคิดว่าคนอย่างไอ้กวางจะมองออกเหรอ.... ไม่มีทางเสียหรอก
 
 
“อ๊ะ พี่พอร์ช กวางเกือบลืมแน่ะ!”  
 
 
ร่างเล็กฉุดท่อนแขนคู่หมั้นเอาไว้ ก่อนจะกระซิบสั่งด้วยน้ำเสียงร่าเริง ในขณะที่พี่พอร์ชขมวดคิ้วมุ่นตามประสาคนมีความในใจแต่ไม่พูดออกมา  
 
 
“ก้มลงมานี่หน่อย”
 
 
“จะเอาอะไร?”
 
 
“เหอะน่า.... ก้มลงมาหน่อย”
 
 
กวางน้อยรบเร้าจนชายหนุ่มต้องก้มลงมาในที่สุด ก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เพื่อนตัวเล็กของกระต่ายเกิดความคิดแผลงๆ แบบนั้น แต่จะห้ามก็ไม่ทัน เพราะกว่าที่เขาจะจูนสติกับเหตุการณ์ตรงหน้าได้ ริมฝีปากของไอ้กวางก็แตะลงบนแก้มพี่พอร์ชไปเรียบร้อยโรงเรียนโอเมก้าแล้ว
 
 
 
จุ๊บ!
 
 
 
มาคุ.... บรรยากาศมาคุคือสิ่งเดียวที่กระต่ายรู้สึกได้ในเวลานี้
 
 
ไม่ใช่เพียงแค่พี่พอร์ชที่ตกใจ แต่พนักงานทั้งชั้นเจ็ดที่เห็นฉากหอมแก้มระหว่างผู้บริหารกับนักศึกษาฝึกงานต่างก็อึ้งอ้าปากค้างไปตามๆ กัน ยกเว้นแค่เจ้าตัวต้นเหตุเท่านั้นที่ยังคงสดชื่นรื่นเริง ไม่สะทกสะท้านต่อสายตาที่จ้องมองมาและเสียงนินทาจากใครทั้งสิ้น 
 
 
แม้กระทั่งความไม่พอใจซึ่งปรากฏอยู่จางๆ ในแววตาของคู่หมั้นหนุ่มด้วย
 
 
“ไปได้แล้ว ตั้งใจทำงานนะ”
 
 
จบประโยคอวยพรจากกวางน้อยผู้ไม่เคยคิดมากกับอะไรทั้งสิ้น คุณพิธานก็หันหลังกลับขึ้นไปยังห้องประชุมบนชั้นผู้บริหารโดยไม่บอกลาเลยสักคำ.... ถ้าเป็นคนปกติ เห็นแบบนี้แล้วก็คงสำนึกได้ว่าตัวเองล้ำเส้นเกินไป ต้องโดนโกรธแน่ๆ ทว่า เกณฑ์ของคนทั่วไปคงใช้ไม่ได้กับไอ้กวาง
 
 
“ทำหน้าตกใจทำไม.... ก็พี่พอร์ชเป็นว่าที่สามีกู กูรักเขา เขารักกู แค่หอมแก้มกันก็ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน”
 
 
ว่าแล้วก็เดินร่อนเอาแก้วเครื่องดื่มกับขนมนมเนยที่หิ้วติดมือมาไปแจกให้พวกพี่ๆ ปล่อยกระต่ายให้ยืนมองถอนหายใจหลังจากที่จับต้นชนปลายได้ว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง.... มีหลายอย่างเชียวละที่เขาอยากคุยกับเพื่อน หากมันก็ไม่มีทีท่าว่าจะฟังเอาเสียเลย ยังคงเอาแต่พร่ำพูดชื่อพี่พอร์ชทุกชั่วโมง อวดว่าจะไปเดทกันที่สนามกอล์ฟวันหยุดสุดสัปดาห์นี้อีกต่างหาก
 
 
ในฐานะเพื่อน กระต่ายก็ได้แต่สวดภาวนา หวังว่าเดทของไอ้กวางกับพี่พอร์ชจะราบรื่นดี รักกันได้กันสมใจอยาก ไม่มีปัญหาให้เขาต้องปวดหัวตามไปด้วยในเช้าวันจันทร์ก็แล้วกัน....


 
 

 
 

 
ที่อยู่ตรงหน้าเคนเนทในขณะนี้ก็คือรังของโอเมก้า....
 
 
ด้านบนเป็นผ้ามุ้งโปร่งสีขาวห้อยสลับไขว้กันไปมาจากบนเพดานจนมองเห็นเป็นเหมือนหลังคา แขวนอยู่เหนือผ้าห่มนวมผืนหนานุ่มซึ่งกองอยู่บนพื้นรองรับร่างกายอันบอบบางของผู้เป็นเจ้าของรัง.... หลอดไฟสีส้มดวงเล็กห้อยอยู่ตามมุมกระโจมคอยให้แสงสว่างเพียงแค่พอมองเห็น ภายในมีทั้งหมอนหนุน หมอนอิง หมอนข้าง ตุ๊กตาหลากหลายขนาดและกองเสื้อผ้าที่ดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่ไซส์เล็กสำหรับโอเมก้า
 
 
หากพอเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงได้รู้ว่านั่นคือเสื้อผ้าของเขาเอง
 
 
เสื้อเชิ้ตอาร์มานี่สีกรมท่าตัวนั้นเคนเนทเพิ่งใส่ไปเมื่อวันก่อน กางเกงก็เช่นกัน ผ้าเช็ดตัวรวมถึงเสื้อคลุมอาบน้ำของเขาก็อยู่ในนี้ และเสื้อยืดสีดำซึ่งเขาใส่เป็นประจำเวลาไปฟิตเนสก็ห่มคลุมอยู่บนผิวกายเด็กหนุ่ม.... ท่อนแขนเรียวกอดรัดเสื้อผ้าของเคนเนท สูดดมกลิ่นซึ่งยังเหลือติดอยู่ในเส้นใยราวกับว่ามันจะช่วยให้จิตใจและร่างกายที่ร้อนรุ่มสงบลง
 
 
เขารู้ดีว่ามันคือสัญชาตญาณและธรรมชาติของอีกฝ่าย โอเมก้าซึ่งอยู่ในวัยเจริญพันธุ์เมื่อจวนจะถึงช่วงฮีทหรือตั้งครรภ์จะสร้างรังขึ้นจากผ้าห่ม ตุ๊กตา ของเล่น หรืออะไรก็ตามที่ช่วยให้เจ้าตัวรู้สึกสงบและปลอดภัยจากการถูกคุกคาม.... โอเมก้าที่ยังไม่มีคู่จะหวงรังมาก ประหนึ่งว่ามันคือพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับใช้เยียวยาตนเอง และจะรู้สึกหวาดระแวงถ้าหากภายในรังมีกลิ่นของคนอื่นเจือปน อัลฟ่าที่สามารถทิ้งกลิ่นเอาไว้ภายในรังของโอเมก้าได้จึงเพียงคนที่จับคู่กันแล้วเท่านั้น
 
 
การที่เสื้อผ้าเขามากองสุมพะเนินอยู่ในรังโอเมก้า
 
 
หมายความว่าเด็กคนนี้คือคู่ของเขาอย่างนั้นหรือ....?
 
 
“พี่คีน.......กลับมาแล้วเหรอ?”
 
 
น้ำเสียงแผ่วเบาเอ่ยถาม ในขณะที่ประสาทส่วนรับกลิ่นของเคนเนทรับรู้ได้ถึงกลิ่นหอมหวานอันแสนยั่วยวน ทั้งที่มันออกจะคล้ายแป้งเด็ก ดูบริสุทธิ์เกินไป ไร้เดียงสาเกินไป ไม่ได้เซ็กซี่ร้อนแรงอย่างที่เขาคิดว่าใช่รสนิยมของตน ทว่า ทุกส่วนในร่างกายชายหนุ่มกลับตื่นตัวรุนแรงเพียงเพราะได้รับกลิ่นนั้น
 
 
แน่นอนว่ารวมถึงสัญชาตญาณอัลฟ่าในตัวเขาด้วย
 
 
“ในนี้มันร้อนจังเลย.......พอพี่คีนมาก็ยิ่งร้อน..........”  
 
 
รูปประโยคฟังดูเหมือนขับไสไล่ส่ง แต่กิริยาท่าทางกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง.... ร่างบางเปลี่ยนมานอนหงาย นัยน์ตาคู่สวยแดงก่ำคลอด้วยหยาดน้ำช้อนมองคนที่อยู่ตรงทางเข้ารังอย่างเว้าวอน ท่อนขาเพรียวแยกออกกว้าง เปิดเปลือยให้อัลฟ่าหนุ่มได้เห็นแกนกายที่กำลังแข็งชัน ชุ่มด้วยน้ำเมือกใสจำนวนมากซึ่งจะหลั่งออกมาเมื่อโอเมก้าเข้าสู่ช่วงฮีท เป็นสัญญาณว่าพร้อมแล้วที่จะโดนผูกสัมพันธ์ทางกาย  
 
 
“กวางเป็นอะไรก็ไม่รู้......ฮึก.........ตรงนี้มันบวมแล้วก็แฉะไปหมดเลย..........”
 
 
เด็กคนนั้นแทนตัวเองว่า ‘กวาง’
 
 
เมื่อมองหน้าให้ชัดๆ ก็ใช่เลย.... หนูแบมบี้เด็กดื้อของเขาเอง
 
 
เคนเนทค่อยๆ มุดตัวเข้าไปในรังของกวางน้อย แน่นอนว่าเขาย่อมต้องตื่นเต้นและเกิดปฏิกิริยาตื่นตัวจากฟีโรโมนกระตุ้นกำหนัดที่อีกฝ่ายปล่อยออกมา.... ครั้งสุดท้ายที่เห็นเมื่อไม่กี่วันก่อนยังเป็นเด็กกะโปโลปากร้ายอยู่เลย ไม่คิดว่าจะโตมาเป็นโอเมก้าชั้นดีที่สวยสดงดงามไปหมดทุกส่วน แล้วก็หอมหวานน่าขย้ำไปหมดทุกตารางนิ้วของร่างกาย
 
 
โคตรยั่ว แล้วก็โคตรอยากได้มาเป็นเมีย....!
 
 
หมาป่ากลัดมันขยับเข้าไปช้อนร่างอ้อนแอ้นให้ขึ้นมานั่งซ้อนบนตักกว้าง ให้กวางน้อยเอาผิวแก้มแดงจัดชื้นเหงื่อถูไถกับแผงอกล่ำได้ตามใจชอบ.... หน่วยตาคมจ้องมองเครื่องเพศขนาดเล็กซึ่งบ่งบอกความเป็นโอเมก้าไม่เว้นวาง มันบวมเป่ง เต็มตึง สั่นระริกแฉะชื้นและปล่อยน้ำคัดหลั่งปริ่มย้อยออกมาไม่ขาดสาย
 
 
“หนูกำลังฮีทเหรอคะ แบมบี้?”  
 
 
เจ้าของเสียงทุ้มพร่าแกล้งหยอกเย้า ถามในสิ่งที่ตนเองก็รู้คำตอบดี 
 
 
“แล้วจะให้พี่ช่วยยังไง.... พี่ไม่ใช่คู่หมั้นของหนูนี่นา.........”
 
 
เด็กดื้อแยกขาออกกว้างขึ้นอีก ก่อนจะจับมือหนาให้สัมผัสแตะต้องลงบนส่วนอ่อนไหวที่กลางลำตัว หน่วยตาหวานหยาดเยิ้ม ริมฝีปากเผยอหอบน้อยๆ ขณะกระซิบตอบบอกความต้องการอย่างไร้ยางอาย
 
 
“กวางอยากมีเซ็กส์กับพี่คีน..........”  
 
 
กวางน้อยออดอ้อนหมาป่าตัวยักษ์ กดมือใหญ่ให้กอบกุมแก่นเนื้อร่านรักแนบแน่น ก่อนจะกระดกสะโพกแอ่นขึ้นสูงเพื่อยั่วยวนอีกฝ่าย 
 
 
“อยากให้พี่คีนจูบตรงนี้........ฮือ........แล้วก็เอาตรงนั้นที่ใหญ่ๆ ของพี่คีนใส่เข้ามาในนี้ด้วย”  
 
 
ร่างเล็กจับมือของเคนเนทให้เคลื่อนต่ำลงไปอีก เสียงหวานครวญครางกระเส่าเป็นระยะเมื่อส่วนพึงสงวนถูกแตะต้องเล้าโลมจนแทบจะทั่วทุกซอกทุกมุม จนกระทั่งปลายนิ้วยาวสอดล้วงถึงปากทางเข้าสำหรับสอดใส่ที่ตอนนี้เริ่มขยายกว้างและกระตุกสั่นทั้งๆ ที่ยังไม่มีสิ่งใดรุกล้ำเข้าไป และที่ตรงนั้น ฟีโรโมนของโอเมก้าก็ยิ่งกระจายตัวกรุ่นอยู่ภายในรังชัดเจนยิ่งขึ้น  
 
 
“ใส่เข้ามาแรงๆ แบบที่พี่คีนเคยทำเมื่อคราวก่อนไง...........”
 
 
“คราวก่อนงั้นเหรอ?”
 
 
“อื้อ”
 
 
เคนเนทจำไม่ได้หรอกว่าตัวเองเคยเอากับกวางน้อยตอนไหน หากนั่นก็ไม่สำคัญอีกต่อไปแล้ว เพราะถึงยังไงคืนนี้กวางน้อยก็จะต้องเป็นเมียเขาอยู่ดี และเขาก็จะขย้ำผิวเนื้อหอมหวานตรงหน้าให้หายอยาก เอาให้สาสมกับที่ต้องอดทนไม่กินของรักของหวงของเพื่อนสนิทมาโดยตลอด
 
 
“อ๊า.........พี่คีน........!!”  


แค่สอดใส่ความเป็นชายเข้าไป ร่างบางซึ่งนอนอ้าขารออยู่ด้านล่างก็หวีดร้องเรียกชื่อเขาเสียงหลง แผ่นหลังแอ่นโค้งราวกับคันธนู น้ำรักสีไข่มุกฉีดพุ่งออกมาเกือบจะทันที


อัลฟ่าหนุ่มยิ้มกริ่มอย่างพึงใจเมื่อหนูแบมบี้คนสวยเสียวสะท้านจนถึงจุดสุดยอดไปเองโดยที่เขาแทบยังไม่ได้ออกแรง.... ใบหน้าน่ารักแสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยไม่มีเขินอาย กวางน้อยชอบมีเซ็กส์กับเขา อยากโดนเขาเอา และจะมีความสุขมากถ้าจะได้ปลดปล่อยด้วยน้ำมือและน้ำกามของเขาอีกหลายๆ ครั้ง


“อะ.....ของพี่คีนใหญ่จังเลย.....อ๊ะ....กวางชอบ.......”


“เดี๋ยวเถอะ หนูแบมบี้” 


ร่างสูงว่าพลางขยับสะโพกจ้วงเข้าออกเนิบนาบ ปลุกอารมณ์เด็กหนุ่มให้โหมกระพือขึ้นเป็นหนที่สอง 


“ขืนพูดจาน่ารักแบบนี้อีก พี่จะลงโทษให้หนูเดินไม่ได้ทั้งอาทิตย์เลยค่ะ”



“กวาง....อื้อ.....ก็ไม่ได้อยากเดิน....”  โอเมก้าตัวเล็กตอบกลับเสียงกระเส่า  “กวางอยากโดนพี่คีนเอาแบบนี้ไปเรื่อยๆ....อ๊ะ..... เอาจนกว่าจะหมดแรงไปเลย......”


“เซี้ยวนักนะเรา ต้องโดนตีสักหน่อยแล้ว”


“อ๊า!!!”


เด็กน้อยร้องครางจวนเจียนจะขาดใจยามเมื่อเจ้าของสะโพกสอบกระแทกอาวุธร้ายเข้ามาภายในช่องทางรักจนสุดทางในคราวเดียว แม้จะมีน้ำหล่อลื่นช่วยอำนวยความสะดวก แต่ด้วยขนาดของร่างกายที่แตกต่างกันมากก็ยังทำให้คนตัวเล็กกว่ารู้สึกเจ็บเหมือนมีบางสิ่งปริขาดอยู่ดี แต่อารมณ์กระสันอยากนั้นมีมากกว่าความเจ็บ เพียงประเดี๋ยวเดียว ส่วนที่ถูกล่วงล้ำก็เริ่มขยายรองรับการรุกล้ำซึ่งสุดแสนจะดิบเถื่อนและเร่าร้อนอย่างที่ไม่อาจหาได้จากใครอื่น


ข้างในตัวกวางน้อยทั้งอ่อนนุ่มและอุ่นจัดเสียจนชายหนุ่มอดที่จะครางออกมาเบาๆ ไม่ได้ ทุกส่วนของเครื่องเพศอัลฟ่าขยายใหญ่จนถึงขีดสุด เขาขยับเอาให้ส่วนปลายยอดของตัวเองเสียดสีกับตุ่มไตภายในโพรงแคบอย่างเพลิดเพลิน ทั้งที่ใจอยากจะคุมเกมเองตั้งแต่ต้นจนจบ หน่วงเวลาเสร็จสมให้ยาวออกไปอีกหน่อย ทว่า ความเสียวซ่านที่ได้รับกลับมานั้นพาลทำเอาสติสัมปชัญญะเตลิดไปไกล ไม่อยากอดทนอีกต่อไปแล้ว อยากจะฉีดพุ่งความอัดอั้นใส่เข้าไปให้ล้นปริ่มช่องทางของเด็กหนุ่มมันเสียเดี๋ยวนี้เลย


“ถ้าพี่เสร็จข้างใน กวางต้องท้องกับพี่แน่เลย.........”


เสียงแหบพร่าเอ่ยบอกในยามที่ความต้องการเกือบใกล้ถึงจุดปลดปล่อย ถึงแม้จะเมามันกับบทรักและกลิ่นหอมหวานจากร่างกายอีกฝ่ายมากเพียงใด เขาก็ยังไม่ลืมว่ากวางน้อยคือโอเมก้าซึ่งมีความสามารถในการให้กำเนิดทายาทของอัลฟ่าได้ดีที่สุด โดยเฉพาะในช่วงติดสัดแบบนี้


“อะ....อื้อ......ก็เอาสิ..........” 


ร่างบางไม่ปฏิเสธ ซ้ำยังตอบรับออดอ้อนอย่างเต็มใจ ด้านล่างก็ขมิบตอดรัดท่อนเนื้ออวบหนายาวใหญ่ถี่ยิบ เจตนายั่วเย้าให้สายเลือดสุนัขป่าตัวผู้แตกน้ำเชื้อเข้ามาเติมเต็มความเวิ้งว้างของตนเอง 


“กวางอยากมีลูกกับพี่คีน.........อ๊ะ.......กวางอยากเป็นเมียพี่คีนจะตายอยู่แล้ว............”



เมื่อไม่จำเป็นจะต้องอดทน มือแกร่งจึงจับท่อนขาเรียวเล็กให้ยกสูงขึ้นอีกแล้วขย่มบั้นเอวสอบหนา กระทั้นความเป็นชายลงไปหาเจ้ากวางน้อยอย่างไม่คิดออมแรง.... เมียตัวเล็กของเขาร้องครางเสียงก้องไปทั่วทั้งรังรัก ใบหน้าสวยแดงก่ำบิดเบี้ยวเหยเกขณะที่ความรู้สึกซาบซ่านวาบหวามแล่นปราดตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปลายนิ้วจิกกำผ้าปูรองนอนจนยับย่น แกนกายอันน้อยแกว่งไกวอยู่เหนือหน้าท้องแบนราบหลั่งคราบคาวแห่งความสุขสมออกมาก่อน


“อ๊าาาาา พี่คีน..............”


เคนเนทส่งคู่ของเขาไปถึงฝั่งฝันแล้ว และตอนนี้ก็คือตาของเขาบ้าง


อัลฟ่าหนุ่มขบสันกรามแน่น เขาส่งเสียงคำรามในลำคอก่อนจะโหมแรงสอดใส่ให้รัวเร็วและหนักหน่วงมากขึ้นไปอีก เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ความอุ่นร้อนและคับแคบในช่องทางรักของกวางน้อยเปรียบเสมือนอุปสรรคที่เขาจะต้องฝ่าเข้าไปให้ได้... และเพียงไม่นาน กระแสน้ำวนตรงท้องน้อยก็หมุนตัวอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เกลียวคลื่นแห่งความหฤหรรษ์จะซัดสาด ชะล้างความทรมานและแรงกำหนัดให้เบาบางด้วยการหลั่งน้ำเชื้อออกจากท่อนเนื้อแกร่งกำยำ

 
 
 
“อา.... กวางน้อยของพี่......”
 
.
 
.
 
.
 
 
“เฮ้ย!!!!”
 
 
 
ร่างสูงใหญ่สะดุ้งตื่นขึ้นกลางดึกพร้อมกับเสียงร้องตะโกนลั่นด้วยความตกใจ ภาพจินตนาการวาบหวามอีโรติกและภาพใบหน้าขณะมีเซ็กส์ของเด็กหนุ่มที่เขาเรียกเต็มปากเต็มคำว่าเมียหายวับไปในชั่วพริบตา เหลือเพียงความว่างเปล่าและสัมผัสชื้นแฉะซึ่งเกิดขึ้นจากฝีมือของตัวเอง
 
 
“Holy shit!”
 
 
เคนเนทสบถออกมาอย่างหงุดหงิด เมื่อรู้สึกตัวแล้วว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นแค่ความฝัน และความเป็นจริงในตอนนี้ก็คือเขาอยู่บนเตียงนอนในคอนโดมิเนียมของตนเอง ไม่ใช่รังโอเมก้านุ่มนิ่มของหนูแบมบี้ซึ่งคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายฟีโรโมนหอมหวานยวนใจเหลือเกิน
 
 
ยิ่งคิดก็ยิ่งแย่ไปกันใหญ่ นี่เขาอาการหนักถึงขนาดเก็บเรื่องเมื่อตอนกลางวันมาฝันเปียกเป็นตุเป็นตะเชียวเหรอวะ....!?
 
 
ทว่า น้ำขุ่นขาวที่เปียกอยู่เต็มฝ่ามือและเป้ากางเกงมันเป็นของจริง สิ่งที่เขาเห็นในฝันเมื่อกี้ก็ยังฉายชัดติดตาอยู่ หัวใจเต้นแรงจนทนอยู่เฉยไม่ได้ แต่ถึงแม้จะลุกขึ้นไปล้างมือ ล้างหัว ดื่มน้ำ หยิบเบียร์กระป๋องในตู้เย็นมาเปิดดื่มเพื่อสงบจิตสงบใจแล้ว สัมผัสเร่าร้อนและเสียงหวานครางกระเส่าก็ยังคงลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดราวกับว่ามันคือรอยมลทินที่ไม่มีวันลบเลือน
 
 
ให้ตายเถอะ.... ถึงจะติดใจในกลิ่นฟีโรโมนและความน่ารักของเด็กคนนั้นแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นจริงเลย
 
 
หนูแบมบี้เป็นคู่หมั้นของไอ้พอร์ช เป็นว่าที่เมียเพื่อน เขาไม่ควรจะไปแตะต้องหรือยุ่งเกี่ยว ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิดเลยเถิดด้วยซ้ำ
 
 
แต่กลิ่นนั้นมันหอมหวานมาก ปลุกปั่นประสาทให้คิดถึงแต่การสืบพันธุ์ เป็นกลิ่นซึ่งมีอิทธิพลต่อสัญชาตญาณดิบในตัวเขาอย่างที่สุด มากเสียจนเคนเนทอดรู้สึกไม่ได้ว่ามันพิเศษยิ่งกว่าที่เคยได้รับจากโอเมก้าคนอื่นๆ
 
 
เหมือนว่ามันมีไว้สำหรับเขาเท่านั้น
 
 
เป็นฟีโรโมนที่เจ้ากวางน้อยปล่อยออกมาเพื่อเขาคนเดียว....
 
 
“เหี้ยแล้ว ไอ้คีน.... มึงต้องหยุดคิดเดี๋ยวนี้!”
 
 
เคนเนทพยายามดึงตัวเองกลับมาอยู่ในจุดที่ควรอยู่ ทว่า สมองของเขาเหมือนถูกทำลายความรู้สึกผิดชอบชั่วดีไปแล้ว เผลอทีไร ใจก็คอยแต่จะนึกถึงความฝันเพ้อเจ้อและจินตนาการเรื่องเซ็กส์ระหว่างเขากับเจ้ากวางน้อยอยู่ร่ำไป สุดท้ายก็ต้องเปิดคอมพิวเตอร์และจดจ่อความคิดให้พุ่งตรงไปที่งานซึ่งทำค้างเอาไว้ และไม่ได้กลับไปนอนอีกเลยจนกระทั่งเช้า
 

 
 

 

 
 
ทั้งที่เคนเนทอุตส่าห์เลิกนึกถึงความฝันเฮงซวยนั่นไปแล้ว แต่ตัวต้นเหตุเจ้าของกลิ่นฟีโรโมนแป้งเด็กเบบี้มายด์ซึ่งดูท่าจะแรงชัดขึ้นกว่าครั้งก่อนกลับมายืนดึงหน้าบูดบึ้งใส่เขา ทำเหมือนไม่ชอบใจที่เห็นก้างขวางคอระหว่างออกเดทสุดสัปดาห์.... ดูเหมือนเจ้ากวางน้อยคงลืมไปแล้วล่ะมั้งว่าเขาเป็นคนนัดไอ้พอร์ชก่อน ส่วนตัวเองน่ะเป็นฝ่ายขอตามมาทีหลังต่างหาก
 
 
“พี่พอร์ช กวางร้อน!”  
 
 
แค่ก้าวลงมาจากรถไม่ถึงสิบวินาที ทุกคนในที่นั้นก็ได้ยินเสียงบ่นกะปอดกะแปดดังมาจากริมฝีปากช่างเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อน  
 
 
“นี่สนามกอล์ฟหรือนรกกระทะทองแดงเนี่ย ทำไมถึงได้ร้อนขนาดนี้!?”
 
 
“พี่ก็บอกเราแล้วว่าอย่ามา”
 
 
“ก็กวางไม่คิดว่ามันจะร้อนขนาดนี้นี่!”
 
 
ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมง พระอาทิตย์เคลื่อนเลยกลางศีรษะไปเล็กน้อย ปล่อยไอแดดลงมาเผากลางหน้าผากเต็มๆ พาลให้กวิวิชญ์รู้สึกประหนึ่งว่าตัวเองเป็นหมูกระทะบนเตาย่าง.... เด็กหนุ่มครางฮือก่อนจะมุดตัวกลับเข้าไปในรถเพื่อควานหาร่ม หมวกและแว่นกันแดดจ้าละหวั่น เขาเกลียดอากาศร้อน เกลียดเหงื่อเหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัว แค่อยู่ตรงนี้ก็เหมือนจะตายเสียให้ได้แล้ว
 
 
ทว่า เมื่อหันหลังกลับไป เจ้ากวางน้อยก็พบว่ามีผู้ชายรูปร่างผอมเพรียว หน้าตาคุ้นๆ คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็นนายแบบหรือดาราสักอย่างกำลังเดินตรงเข้ามาหาพร้อมด้วยรอยยิ้มผูกมิตร
 
 
“พี่เอาคูลสเปรย์กับผ้าเย็นมาด้วย น้องเอาไปใช้สิครับ”
 
 
“หะ....หือ ขอบคุณครับ”
 
 
กวางรับเอาน้ำใจจากอีกฝ่ายมาถือไว้ ก่อนจะสังเกตเห็นว่าคุณคนดีเพิ่งลงมาจากรถ Bentley Continental ของเคนเนท.... ดูจากภายนอกแล้วคิดว่าไม่น่าใช่โอเมก้าหรอก แต่เบ้าหน้าดี หุ่นก็เลิศ การพูดจาดูนุ่มนวลคนละเกรดกับพรีตตี้แคดดี้ที่มีอยู่เกลื่อนสนามกอล์ฟ ก็ไม่แปลกใจเท่าไรว่าทำไมไอ้พี่คีนถึงเลือกพาคนนี้มาเปิดตัวเจอเพื่อนฝูง ทั้งๆ ที่ที่ผ่านมาออกจะฉาวโฉ่ทำตัวเป็นพ่อพวงมาลัย ลอยชายเปลี่ยนคู่ควงบ่อยเสียยิ่งกว่าน้ำขึ้นน้ำลง
 
 
“คุณพอร์ชจะเอาด้วยไหมครับ?”  
 
 
คนใจดีเอ่ยถามเผื่อแผ่ไปชายหนุ่มที่กำลังยืนคุมพนักงานกอล์ฟคลับให้ค่อยๆ ยกถุงกอล์ฟและอุปกรณ์ราคาหลักแสนเข้าไปรอด้านในอาคารสโมสร แล้วจึงเดินเข้าไปหาโดยที่มีคูลสเปรย์กับผ้าเย็นอีกชุดติดมือไปด้วย  
 
 
“คราวก่อนก็แดดร้อนประมาณนี้ ก๊วนเราเกือบจะฮีทสโตรกกันทุกคน.... ผมก็เลยเตรียมมาเยอะๆ เผื่อไว้ก่อน”
 
 
“อ้อ ขอบคุณมากครับ คุณแอล...........”
 
 
“อย่านะ!”  
 
 
ยังไม่ทันที่พิธานจะรับของจากมืออีกฝ่าย เสียงแหลมสูงปรี๊ดก็ตวัดแทรกขึ้นหยุดการกระทำทุกอย่างให้ชะงักค้าง ไม่ใช่ใครที่ไหนเลยนอกจากเจ้ากวางตัวป่วนซึ่งรีบพุ่งตัวมาท้ายรถแบบไม่คิดชีวิต  
 
 
“พี่พอร์ชของกวาง เดี๋ยวกวางดูแลเอง!”
 
 
ว่าแล้วก็คว้าเอาคูลลิ่งสเปรย์กับทิชชู่เปียกส่วนของพี่พอร์ชมาถือไว้เอง ประกาศเป็นนัยว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาถูกเนื้อต้องตัวคู่หมั้นสุดหล่อเป็นอันขาด เรียกสายตาดุๆ และน้ำเสียงเอือมระอาจากคนข้างกายให้ดังขึ้นก่อนที่เด็กไม่รู้จักโตจะทำอะไรที่มันไม่เข้าท่ามากไปกว่านี้
 
 
“กวาง ไม่เอาน่า........”
 
 
“ไม่เอาอะไร.... ก็กวางไม่ชอบให้ใครมาโดนตัวพี่พอร์ชนี่” 
 
 
กวางน้อยเถียงตาใสๆ เขาก็แค่อยากแสดงความเป็นเจ้าของในตัวพิธานอย่างเปิดเผย แล้วก็ไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำจะเป็นเรื่องผิดตรงไหน 
 
 
“กวางตั้งใจจะตามมาเทคแคร์พี่พอร์ชนะ ให้กวางทำหน้าที่คู่หมั้นที่ดีเถอะ.... น้า~ นะๆๆๆ”
 
 
พิธานหันไปพยักหน้าเป็นเชิงขอโทษนายแบบหนุ่ม ซึ่งฝ่ายนั้นก็ยิ้มไม่ถือสาตอบกลับมาแล้วจึงเดินกลับไปหาเคนเนท ปล่อยให้เพื่อนสนิทของคู่ควงเผชิญชะตากรรมกับกวางน้อยตัวยุ่งที่พร้อมจะส่งเสียงแง้วๆ อยู่ข้างหูตลอดเวลา
 
 
 
ระหว่างนั่งรอแคดดี้กับรถอยู่ในคลับเฮาส์ พี่พอร์ชบอกว่าบังเอิญเจอเพื่อนที่รู้จักกันสมัยอยู่บอสตันก็เลยจะไปทักทายสักหน่อย แล้วก็ลุกหายไปเลยไม่ถงไม่ถามสุขภาพกันสักคำ ทิ้งกวางให้นั่งแกร่วอยู่คนเดียวโดยมีบุคคลที่น่ารำคาญที่สุดอยู่บนโซฟาตัวยาวฝั่งตรงข้าม
 
 
ปกติไอ้พี่คีนก็น่ารำคาญอยู่แล้ว แต่วันนี้ยิ่งน่ารำคาญเข้าไปใหญ่เมื่อมีคุณแอลอะไรนี่อยู่ด้วย.... เห็นว่าคุณแอลเคยเป็นลูกค้าที่มาจ้างให้ไอ้พี่คีนออกแบบตกแต่งคอนโดให้ แล้วเกิดคุยกันถูกคอ หลังจบงานก็เลยยังสานสัมพันธ์กันอยู่ ซึ่งเท่าที่กวิวิชญ์เห็น มันน่าจะเกินกว่าแค่คุยกันถูกคอไปไกลโข เพราะดูเหมือนสองคนนี้จะสนิทแนบแน่นกันถึงขนาดใช้ปากป้อนอากาศให้อีกฝ่ายทุกสิบวินาที
 
 
แน่ะ.... พูดยังไม่ทันขาดคำก็หันไปดูดปากกันอีกแล้ว
 
 
“คีน ถ้าวันนี้ผมตีได้สกอร์มากกว่าคุณ คุณให้รางวัลอะไรผม?”
 
 
“แล้วคุณอยากได้อะไรล่ะ?”
 
 
“ดินเนอร์ฟูลคอร์สพร้อมแชมเปญฟรีโฟลว์.... ไม่เอาดีกว่า ผมอยากไปค้างห้องคุณอีก พอดีติดใจที่นอนบนชั้นดูเพล็กซ์น่ะ”
 
 
“ห้องผมเหรอ.... อืม ก็เอาสิ”
 
 
ว่าแล้วก็หันไปประกบปากหัวร่อต่อกระซิกคิกคักกัน พาลให้คนที่นั่งมองด้วยความหมั่นไส้ปนอิจฉาอยู่แล้วยิ่งหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก.... ก็พี่พอร์ชไม่เคยเห็นทำอะไรแบบนี้กับเขาบ้างเลย เวลาออกไปข้างนอกด้วยกันก็เหมือนต่างคนต่างอยู่ อย่างกับกลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองมีคู่หมั้นแล้ว ไม่เข้าใจหรือไงว่าเขาก็ต้องการการเอาใจใส่ เทคแคร์อย่างเปิดเผยเหมือนกันนะ
 
 
“พี่พอร์ช~~”  
 
 
ไวเท่าความคิด กวางน้อยก็เผ่นแผล็วลุกขึ้นไปเกาะแขนพิธานซึ่งยังคุยติดพันกับเพื่อนเก่า ใช้สายตาและน้ำเสียงอ้อนแบบที่มั่นใจว่าใครเห็นแล้วก็ต้องบอกว่าน่ารักหยอกล้อเล่นเรียกร้องความสนใจ  
 
 
“ถ้าวันนี้พี่พอร์ชได้สกอร์มากกว่าพี่คีน กวางมีรางวัลให้ด้วยนะ”
 
 
“กวาง พี่คุยธุระกับเพื่อนอยู่นะครับ”
 
 
พิธานหันมาปรามเบาๆ เมื่อกวิวิชญ์ทำเสียมารยาท หากร่างเล็กก็เหมือนแกล้งหูทวนลม โฟกัสได้แค่สิ่งที่ตัวเองต้องการในขณะนั้น
 
 
“ไม่อยากรู้เหรอว่าอะไร?”
 
 
“ไม่ครับ”
 
 
“แต่กวางอยากบอก”  
 
 
เด็กหนุ่มยิ้มกริ่ม ไม่ยี่หระต่อคำตอบปฏิเสธเย็นชา ก่อนจะเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มคนรักต่อหน้าธารกำนัล  
 
 
“จุ๊บ.... แบบนี้ไง~”
 
 
เพราะคราวก่อนตอนอยู่บริษัททำแล้วไม่โดนดุ เจ้ากวางขี้อ้อนจึงย่ามใจคิดว่าแค่จูบกันนิดหน่อยไม่เห็นเป็นไร เคนเนทกับคู่ควงก็ยังทำได้ ทว่า หนนี้หนุ่มโสดแห่งปีกลับไม่ยอมปล่อยผ่าน เขาคว้าข้อมือบางของคู่หมั้นเอาไว้แล้วกระชากให้ถอยห่างออกไป สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างแรง 
 
 
“หยุดนะ เลิกทำให้พี่ขายหน้าสักที!”
 
 
“ทำไม?” คนโดนดุยังคงไม่เข้าใจ “ก็กวางเป็น..........”
 
 
“กลับไปนั่งรอซะ แล้วอย่าทำแบบนี้อีก!”
 
 
ด้วยความกลัวว่าพี่พอร์ชจะโกรธ กวางน้อยจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเอ่ยขอโทษทั้งคู่หมั้นและเพื่อนของฝ่ายนั้น แล้วกลับมาทิ้งตัวนั่งลงบนยังโซฟาตัวเดิมแบบห่อเหี่ยวหมดอาลัยตายอยาก อยากจะหนีกลับบ้านเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด.... ข้างในหัวยังคงเต็มไปด้วยความสับสน กับคำถามที่ว่าเขาทำอะไรผิดไปอีกแล้วเหรอ? ทำไมพี่พอร์ชถึงไม่อ่อนโยนหรือแสดงความต้องการในตัวเขาบ้างเลย?
 
 
นี่ขนาดไม่ได้กินยาคุมฮีทมาสักพักแล้ว พี่พอร์ชก็ยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
 
 
ไม่เห็นเหมือนพี่คีน.... 
 
 
“หนูแบมบี้”  
 
 
นั่งลงได้ไม่ทันไร คนที่เอาแต่นัวเนียกับคู่ขาก็เงยหน้าขึ้นมามองเขา น้ำเสียงกรุ้มกริ่มกับแววตาซึ่งคล้ายจะแกล้งหยอกเล่นอยู่ตลอดถูกนำมาใช้เหมือนทุกครั้งที่คุยกัน  
 
 
“ถ้าไอ้พอร์ชมันไม่อยากจูบ งั้นหนูมาหาพี่ไหมคะ?”
 
 
กวางน้อยขมวดคิ้ว ในตอนนั้นเขายังไม่เข้าใจความหมายของสิ่งที่เพิ่งได้ยิน หน้าตาเหรอหราของเด็กหนุ่มวัยสิบเก้าปลายๆ เรียกเสียงหัวเราะคิกจากคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าได้ในทันที
 
 
“พี่โอเคนะคะถ้าเราจะ Threesome กัน”
 
 
“น้องเขาจะเข้าใจคำว่า Threesome เหรอ?”
 
 
ไม่ใช่แค่ไอ้พี่คีน แต่คุณแอลอะไรนั่นก็เอาด้วย ทั้งสองคนเอาเรื่องสิบแปดบวกมาแกล้งล้อกวางน้อยเพราะคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเด็ก แถมยังเป็นโอเมก้า สมองช้า บ้องตื้น ไอคิวต่ำกว่าคนทั่วไปก็เลยไม่น่าจะตามพวกเขาทัน
 
 
ถ้าเป็นโอเมก้าคนอื่นๆ ก็คงได้แต่หัวเราะตามน้ำเพราะไม่เข้าใจจริงๆ แต่ไม่ใช่กับเจ้ากวาง กวิวิชญ์ที่อ่านเว็บเล่าประสบการณ์เสียวมาอย่างโชกโชน คำศัพท์เบสิกแบบนี้ทำไมเขาจะแปลไม่ออก
 
 
“ไอ้พี่คีนทุเรศ!!”  
 
 
หมอนอิงใบเขื่องถูกฟาดเข้าใส่อัลฟ่าปากเสียหลายตุ้บจนกระทั่งร่างเล็กหยุดไปเอง หากก็ยังทิ้งท้ายด้วยการโยนหมอนใบนั้นใส่เคนเนทแล้วเดินกระทืบเท้าหนีหายไปทางตู้ขายไอศกรีม ปล่อยผู้ใหญ่สองคนให้จู๋จี๋กันต่อตามสบาย อย่าได้มาปั่นประสาท เบียดเบียนพื้นที่สงบจิตสงบใจซึ่งกันและกันเลย.... สาธุ
 
 
“ว้า ดูสิ.... น้องแบมบี้โกรธคุณซะแล้ว คีน”
 
 
คุณแอลยังคงขำค้าง หลังจากที่เห็นเคนเนทเจอพายุอารมณ์กวางน้อยถล่มเข้าใส่ตูมเบ้อเริ่ม แต่แทนที่คนก่อเรื่องจะรู้สึกผิดที่แหย่คู่หมั้นเพื่อนแรงเกินไปหน่อยก็กลับกระตุกยิ้มชอบอกชอบใจที่โดนด่า
 
 
“ไม่เห็นน่ากลัวเลย โมโหแล้วน่ารักออกจะตาย”
 
 
“น่ารัก?”  
 
 
นายแบบหนุ่มเลิกคิ้ว ทำท่าทางคล้ายอยากจะพูดว่าอย่ามาล้อเล่นน่า ทั้งที่ตัวเองก็กำลังล้อเล่นอยู่คือๆ กัน  
 
 
“ผมก็ว่าน่ารักนะ แต่อาจจะเด็กเกินไปหน่อยสำหรับคุณ”
 
 
“เด็กเกินไป.... ผมก็ว่างั้น”
 
 
ใบหน้ารูปไข่ขยับเข้าไปใกล้เคนเนท ประทับริมฝีปากเข้าที่สันคางหนาแข็งแรง จากนั้นชายหนุ่มก็หันมาสบมองหน่วยตาเรียวสวย รอยยิ้มร้ายตามแบบฉบับหมาป่าหนุ่มนักล่าปรากฏขึ้นอีกครั้งก่อนที่เขาจะฝังปลายจมูกเข้าที่ซอกคอของแอล สูดกลิ่นหอมเจือจางจาก Jean Paul Gautier - Le Male เข้าให้เต็มปอด
 
 
ค่อยยังชั่วที่คุณแอลไม่ปฏิเสธคำชวนในวันนี้ เพราถ้าไม่มีกลิ่นน้ำหอมของอีกฝ่ายคอยช่วยกลบกลิ่นฟีโรโมนโอเมก้าเอาไว้ ต่อให้มีความอดทนมากแค่ไหนก็คงฝืนสัญชาตญาณไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง
 
 
แต่มันก็น่าแปลกตรงที่ดูเหมือนจะมีแค่เขาคนเดียวที่รู้สึกได้ถึงฟีโรโมนของกวางน้อย เพราะไอ้พอร์ชเกิดตายด้านไม่รู้สึกอะไร เพื่อนอัลฟ่ากลุ่มใหญ่ที่มันยืนคุยอยู่ด้วยก็ไม่น่าจะรู้สึกเช่นกัน
 
 
ตกลงแล้วมันเป็นเพราะฟีโรโมนหรือเพราะตัวเขาเองกันแน่....?
 
 
.
 
 
.
 
 
 
.
 
 
ตุ้บ!
 
 
 
“โอ้โห หวดไปไกลขนาดนั้น หลุมนี้น่าจะโบกี้อีกแล้วล่ะมั้ง”
 
 
เคนเนทเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นลูกกอล์ฟของพิธานลอยข้ามเนินไปคนละทางกับหลุมห้าที่พวกเขากำลังเล่นอยู่ ทำเอาหนุ่มหล่อมาดผู้ดีถึงกับหลุดปากสบถแรง ด้วยความที่อะไรๆ ก็ดูจะไม่เป็นใจให้เขาสักอย่าง
 
 
ระหว่างรอสัญญาณจากแคดดี้ว่าลูกไปตกอยู่ตรงไหน เคนเนทก็เดินเข้าไปพูดคุยถามไถ่อาการเพื่อน เข้าใจว่าอีกฝ่ายอารมณ์ไม่ค่อยดีมาสักพักใหญ่ๆ แล้วตั้งแต่ตอนที่เจ้ากวางน้อยพยายามประกาศตัวให้ทุกคนรับรู้ว่าวันนี้คุณพิธาน อศิรวัฒน์มาออกรอบกับคู่หมั้น และใครก็ห้ามมาแตะต้องแหยมก้อยกับคนของผู้ถือหุ้นอันดับสองแห่ง The Superior Group เป็นอันขาด
 
 
“ยังไม่หายหงุดหงิดอีกเหรอวะ?”
 
 
“กูเปล่า”
 
 
“เปล่าอะไร.... มึงทำหน้าเหม็นเบื่อใส่คู่หมั้นตัวเองอยู่ตลอด ใครๆ เขาก็ดูออกว่ามึงไม่พอใจหนูแบมบี้”  
 
 
เรื่องของคนจะเป็นสามีภรรยากันในอนาคต อันที่จริงเคนเนทก็ไม่อยากยุ่ง ยิ่งรู้นิสัยพิธานดีว่าโลกส่วนตัวสูง เกลียดการถูกบังคับยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด แต่เขาก็สงสารเด็กตาดำๆ ที่ทำได้เพียงนั่งตาละห้อยเงียบปากนิ่งสนิทเพราะกลัวจะโดนพี่พอร์ชหงุดหงิดใส่หนักกว่าเดิม  
 
 
“ถึงจะพูดมากไปหน่อยแต่น้องเขาก็ดูรักแกดีนะ.... ก็คงจะเหงาที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวนั่นแหละ”
 
 
“มันไม่ใช่แค่เหงาหรอก.........”
 
 
พิธานรู้ว่าช่วงนี้เจ้ากวางน้อยจะวุ่นวายวอแวกับเขามากกว่าที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะรักมากอย่างที่เคนเนทว่า แต่มันเป็นธรรมชาติของโอเมก้าวัยเจริญพันธุ์ที่จะอยากมีคู่ สมองจดจ่ออยู่ได้แค่เรื่องหาคู่ ซึ่งมันก็ถึงเวลาของกวิวิชญ์แล้ว
 
 
“แต่มึงก็หมั้นกับหนูแบมบี้มาเป็นสิบปีแล้วนะ.... จะช้าหรือเร็วก็ต้องได้กัน ยังไม่พร้อมจะถูกผูกมัดอีกเหรอวะ?”
 
 
ชายหนุ่มไม่ตอบคำถามนั้น มีเพียงเสียงหวดไม้ติดเหล็กเบอร์เจ็ดแหวกอากาศกระทบกับลูกกอล์ฟดังพลั่ก แล้ววัตถุสีขาวก็ลอยไปตกลงกลางทะเลสาบจำลองพอดิบพอดี.... ว่ากันว่ากีฬากอล์ฟนั้นตัดสินแพ้ชนะกันด้วยความนิ่งและสมาธิ ลองว่าจิตใจฟุ้งซ่านคิดถึงแต่เรื่องหาทางหนีจากคู่หมั้น ให้ตายยังไงพิธานก็คงไม่มีทางชนะ และงานแต่งงานก็ต้องเกิดขึ้นในไม่ช้าอยู่ดี
 
 
“สงสารหนูแบมบี้จัง ดันมาเจออัลฟ่าตายด้านอย่างมึง”
 
 
“งั้นยกให้มึงไหมล่ะ?”
 
 
พิธานย้อนถามทีเล่นทีจริง ทั้งที่ใจก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้
 
 
“God dammit”  
 
 
เคนเนทส่ายหน้าแค่นเสียงหึในลำคอ รู้เช่นกันว่าไอ้ที่อีกฝ่ายพูดมานั้นไม่มีทางเกิดขึ้นได้ ต่อให้ไอ้พอร์ชไม่รู้สึกอะไรกับน้องกวางจริงแต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าน้องกวางจะอยากได้เขาไปเป็นพ่อของลูก  
 
 
“เด็กมึงน่ะเห็นหน้ากูก็ร้องกรี๊ดแล้ว ‘พี่คีนมาทำไม ออกไปห่างๆ พี่พอร์ชเดี๋ยวนี้เลยนะ!’ แบบนี้ไง”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มจากลอนดอนแกล้งทำท่าสะดีดสะดิ้งเลียนแบบเจ้ากวางน้อยเวลาโมโห เรียกเสียงหัวเราะเบาๆ จากคนที่อารมณ์ขุ่นมัวอยู่หลายชั่วโมงได้ในทันที
 
 
“ยังจะมาขำ หนูแบมบี้แม่งคิดว่ากูเป็นเมียมึงจริงๆ นะเว้ย.... ไอ้ที่มึงทำตัวเย็นชาไม่หือไม่อือกับน้องมัน ไม่รู้จะมาโทษว่าเป็นความผิดกูอีกหรือเปล่า”
 
 
“จะผิดก็ผิดที่กูคนเดียว ไม่เกี่ยวกับมึงหรอกน่า”  
 
 
พิธานตอบแค่นั้น ก่อนจะเดินตามแคดดี้ประจำตัวไปเมื่อลูกกอล์ฟลูกใหม่ถูกตั้งเตรียมพร้อมรอเขาตามไปหวด และเมื่อคุณแอลเดินเข้ามาสมทบ บทสนทนาตึงเครียดก็ถูกเปลี่ยนเป็นหัวข้อซึ่งเหมาะกับวันพักผ่อนหย่อนใจมากกว่าอนาคตซึ่งยังไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย  
 
 
“สงสัยวันนี้ผมคงได้เลี้ยงข้าวคุณแอลกับไอ้คีนแล้วล่ะ.... ตีแย่ยิ่งกว่าเด็กห้าขวบอีก”
 
 
“งั้นเอาเป็นร้านอาหารสเปนที่ซอยหลังสวนไหมครับ ข้าวผัดปาเอญ่าที่นั่นอร่อยมากเลย.... คราวก่อนที่ไปกับคีน เขากินคนเดียวเกือบหมดกระทะแน่ะ”
 
 
“ยังไงก็ได้ครับ ขอให้มีแชมเปญดีๆ ก็พอ”
 


 

 
 
 
ไม่น่าขอตามพี่พอร์ชมาเลย....
 
 
ไม่เห็นเข้าใจว่าไอ้การตีกอล์ฟนี่มันสนุกตรงไหน ก็แค่เอาไม้หวดลูกให้ลงหลุมที่อยู่ไกลๆ แล้วก็เดินตากแดดเกาะกันเป็นกลุ่ม คุยกันเรื่องโน้นเรื่องนี้ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวกับไอ้ก้อนสีขาวตะปุ่มตะป่ำที่เพิ่งถูกตีกระเด็นไปห้าสิบหลาเลยแม้แต่น้อย.... กวางก็พอรู้อยู่หรอกว่าในบรรดาคนที่มาออกรอบ ส่วนใหญ่ก็มาคุยธุรกิจหรือหวังจะหาคอนเน็คชั่นกันนั้น แต่ไอ้การนัดเจอกันตามร้านอาหารหรือเลานจ์ในโรงแรมอย่างชาวบ้านทั่วไปนี่มันยากมากนักเหรอ....!?
 
 
งานนี้ก็ต้องโทษไอ้พี่คีนนั่นแหละ ทำเป็นเอาเรื่องตีกอล์ฟมาบังหน้า จริงๆ แล้วก็แค่อยากมาจู๋จี๋กับคุณแอล ตีลูกทีนึงก็หันไปดูดปากกันทีนึง น่าเกลียดชะมัด.... จะชวนพี่พอร์ชมาทำมะเขืออะไรก็ไม่รู้ บ้าบอ!
 
 
 
 
“โอ๊ย ร้อนจะตายอยู่แล้ว!!”
 
 
เด็กหนุ่มโวยวายกับตัวเองทั้งที่มีพัดลมมือถือเป่าจ่อหน้าอยู่ น้ำในแก้วเก็บความเย็นถูกดูดจนเกลี้ยงก็ยังไม่หายปวดหัวจากไอแดด ได้แต่หยิบน้ำแข็งจากกระติกมาห่อใส่ผ้าขนหนูโปะตามร่างกายไปพลางๆ.... ฟังจากที่แคดดี้บอกพี่พอร์ชเมื่อกี้ ยังเหลืออีกตั้งเกือบสิบหลุม ใช้เวลาอีกตั้งสาม-สี่ชั่วโมงกว่าจะตีครบ ขืนอยู่ตรงนี้ต่อมีหวังเขาได้ยืนต้นแห้งตายเป็นถั่วงอกในทุ่งกุลาร้องไห้แน่
 
 
ทางรอดเดียวที่มีก็คือกลับไปนั่งรอในคลับเฮาส์ติดแอร์เย็นๆ แต่ปัญหาก็คือไม่มีใครว่างขับรถพาเขาไปส่ง แคดดี้ที่มาด้วยก็แบกถุงกอล์ฟเดินเก็บลูกให้พี่พอร์ชอยู่โน่น สงสัยว่าจะต้องขับกลับไปเองแล้วค่อยเรียกให้ใครสักคนเอารถอีกคันมารับพี่พอร์ชซะแล้วล่ะมั้ง
 
 
“พี่พอร์ช กวางไปก่อนนะ!”
 
 
เงียบ.... ไม่มีใครหันมาสนใจเขาเลย
 
 
“เออ ให้มันได้งี้สิ.... จำไว้เลยนะ!”
 
 
ไม่รู้ว่าเขาเสียงเบาเกินไปหรือยังเอาแต่ใจไม่พอ แต่ก็นั่นแหละ ตราบใดที่คนทั้งโลกยังมองว่าโอเมก้าคือตัวภาระของสังคม ไม่ได้มีค่ามากไปกว่าเครื่องผลิตลูกให้อัลฟ่า ก็คงไม่มีใครนึกอยากเห็นหัวเขาหรอกมั้ง
 
 
กวิวิชญ์ก็เบื่อตัวเองไม่ใช่น้อย หลายปีมาแล้วที่เขาอุตส่าห์พยายามทำตัวให้ดี แหกจารีตประเพณีโอเมก้าด้วยการเรียนหนังสือ เข้ามหาวิทยาลัยแทนที่จะจับคู่เสียตัวครั้งแรกตั้งแต่อายุสิบสี่ จากนั้นก็เปลี่ยนไปอยู่กับอัลฟ่าบ้านโน้นบ้านนี้ทุกห้าปีสิบปีเพื่อผลิตลูก ไม่ต้องคิดอะไรเยอะแยะนอกจากใช้มดลูกให้เป็นประโยชน์ แต่สุดท้ายก็ดูเหมือนจะฝืนธรรมชาติไม่ไหว แถมพี่พอร์ชก็ไม่มีทีท่าว่าจะปลื้มสิ่งที่เขาทำเลยสักอย่าง
 
 
หรือเขาควรกลับไปกินยาคุมฮีทเหมือนเดิมดี เพราะกินหรือไม่กินก็ค่าเท่ากัน พี่พอร์ชไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ยังคงเย็นชาสลับกับขี้หงุดหงิดใส่เขาเหมือนเดิม ในขณะที่ตัวเขามีแต่จะยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ.... คล้ายว่าฮอร์โมนในร่างกายมันแปรปรวน บางครั้งก็ปวดหัวคลื่นไส้ บางครั้งก็เบื่ออาหาร ไม่อยู่กับร่องกับรอย ไม่มีสมาธิ เหนื่อยง่าย ไม่อยากทำงาน อยากหมกตัวอยู่ในรังทั้งวันแล้วก็คิดถึงแต่เรื่องเซ็กส์
 
 
อันที่จริง กวางก็พอเข้าใจว่าทำไมคนอื่นๆ ถึงได้ดูถูกโอเมก้ากันนะ
 
 
แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ ในเมื่อเขาเกิดมาเป็นแบบนี้
 
 
“เอ๊ะ??”
 
 
เมื่อรถกอล์ฟวิ่งมาถึงด้านหน้าคลับเฮาส์ กวางน้อยก็เหยียบเบรกเพื่อที่จะจอด ทว่า ล้อรถกลับยังไม่ยอมหยุดอย่างที่ควรจะเป็น
 
 
“เฮ้ย หยุดดิวะ!!”  
 
 
จากแค่เหยียบก็เปลี่ยนเป็นกระทืบจนมิด หากไอ้เจ้ารถกระป๋องเฮงซวยก็ยังคงพุ่งทะยานไปข้างหน้าเหมือนคันเร่งค้าง ส่งผลให้ร่างเล็กยิ่งตื่นตระหนก สองมือสองเท้าพันกันยุ่งไม่หมด ปากก็ร้องตะโกนด้วยความตกใจ  
 
 
“ไอ้รถบ้า บอกให้หยุดวิ่งไง!! หยุดเดี๋ยวนี้!!!”
 
 
ไม่ใช่แค่คันเร่งค้าง แต่พวงมาลัยก็ส่ายไปส่ายมาไม่สามารถบังคับให้ล้อวิ่งทางตรงได้ จากที่ตั้งใจจะหยุดแค่ตรงหน้าคลับเฮาส์ กลับกลายเป็นว่าตอนนี้รถพุ่งลงไปในพื้นกรีนซึ่งมีนักกอล์ฟก๊วนอื่นเดินออกรอบตีอยู่ มีคนเห็นแล้วว่าเขาคุมรถไม่ได้ เด็กหนุ่มจึงตบแตรรัวๆ พร้อมทั้งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ
 
 
“ช่วยด้วยครับ ผมหยุดรถไม่ได้!!!”
 
 
“กระโดดลงมาเลยน้อง!!!”
 
 
“ดึงกุญแจแล้วโดดลงมาเลย!!!”
 
 
กับรถที่วิ่งด้วยความเร็วสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมง ขืนสุ่มสี่สุ่มห้ากระโดดลงมายังไงก็ต้องมีเจ็บตัว กวางน้อยมองพื้นแล้วก็ได้แต่ส่ายหน้ารัวๆ.... แน่นอนว่าเขาปอดแหกเกินกว่าจะทิ้งตัวลงสนามหญ้า แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย มีหวังได้ดิ่งลงทะเลสาบข้างหน้าทั้งคนทั้งรถแหงแซะ
 
 
“ช่วยด้วย!!!!”
 
 
สิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าติดแหง็กอยู่บนไอ้รถระยำก็คือทะเลสาบอยู่ตรงหน้าห่างไปอีกไม่กี่สิบเมตร กวางหลับตาปี๋ เนื้อตัวสั่นแข็งทื่อเหมือนโดนตะคริวกินตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกราวกับหัวใจจะหลุดออกมาทางปากเมื่อดูทรงแล้ว เขาน่าจะกลายเป็นผีเฝ้าสนามกอล์ฟภายในวันนี้นี่แหละ
 
 
ให้ตายเถอะ.... เขาแค่อายุสิบเก้าปลายๆ ยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ!
 
 
“ไม่!!!!”
 
 
“กวาง!!!”
 
 
ใครบางคนตะโกนเรียกชื่อเขาจากทางไหนก็ไม่รู้ พอรู้สึกตัวอีกที กวางน้อยก็พบว่าตนเองถูกดึงออกมาจากรถกอล์ฟคันนั้นก่อนที่มันจะพุ่งตกลงไปในน้ำ.... อ้อมแขนแกร่งโอบล้อมรอบตัวเขาเอาไว้ในขณะที่ล้มกลิ้งหลุนๆ ไปตามพื้นสนามหญ้า ร่างเล็กคิดว่าตัวเองจะต้องเจ็บหนักแน่จึงไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาหรือขยับตัว จนกระทั่งความแข็งแรงซึ่งเป็นเสมือนเกราะกำบังให้เขาค่อยๆ คลายสัมผัสออกไป และเสียงเรียกชื่ออันแสนคุ้นเคยแทรกเข้ามาในโสตประสาทอีกครั้ง
 
 
“กวาง เป็นอะไรหรือเปล่า!?”
 
 
เจ้ากวางน้อยไม่ได้ตอบคำถาม เขายังคงอยู่ในสภาพช็อกสุดขีดจากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ใบหน้าซีดเผือด นัยน์ตากลมโตเบิกโพลงมีหยาดน้ำคลอหน่วย นิ่งสนิทประหนึ่งว่าลืมวิธีหายใจไปแล้ว ทำให้คนที่กำลังพยายามช่วยประคองให้เขาลุกขึ้นนั่งต้องเอ่ยเรียกถามซ้ำเป็นหนที่สอง
 
 
“กวาง เป็นยังไงบ้าง.... ไม่เจ็บตรงไหนใช่ไหม!?”
 
 
มือหนาตีแก้มเด็กหนุ่มเบาๆ หมายจะเรียกสติเจ้าตัวให้กลับคืนมา ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายร่างบางยังเต้นแรง กวิวิชญ์เริ่มหายใจได้ตามปกติ เขาไม่เจ็บตรงไหนเลย แขนขายังอยู่ดีครบสามสิบสองชิ้น ความรู้สึกตกใจกลัวเมื่อครู่ค่อยๆ บรรเทาเบาบางลง เหลือเพียงคราบน้ำตาที่ดูท่าทางจะไม่จางหายไปง่ายๆ
 
 
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้เห็นว่าคนที่อยู่ตรงหน้าเขาคือ.... พี่พอร์ช
 
 
“พี่พอร์ช.......ฮึก.......กวางกลัว.........”  
 
 
ร่างเล็กโผเข้ากอดพิธานแล้วปล่อยสะอื้นชุดใหญ่อย่างขวัญเสีย ทั้งกลัวว่าตัวเองจะตาย แล้วก็กลัวว่าจะถูกอีกฝ่ายโกรธที่ขับรถกอล์ฟออกมาโดยพลการ สร้างความเดือดร้อนไม่รู้จักจบจักสิ้น 
 
 
“กวางไม่ได้ตั้งใจจะก่อเรื่องนะ รถมันเป็นอะไรก็ไม่รู้......ฮือ......กวางเบรกแล้วแต่มันไม่ยอมหยุด.......ฮึก.........”
 
 
“พี่รู้ กวางไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
 
 
เหลือเชื่อที่พิธานไม่ได้ว่าอะไร อันที่จริงก็อยากจะดุแรงๆ อยู่หรอก แต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นเหตุสุดวิสัย ซึ่งคู่หมั้นของเขาก็ได้รับบทเรียนจากความใจร้อนและซุกซนไม่เข้าเรื่องเรียบร้อยแล้ว
 
 
“คุณพิธานครับ มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเปล่าครับ? จะให้เรียกรถพยาบาลไหม?”
 
 
แคดดี้สามคนที่ดูแลกลุ่มคุณพิธานเพิ่งวิ่งตามมาถึงสถานที่เกิดเหตุ เห็นเหตุการณ์จากไกลๆ แล้วว่าคุณกวางซึ่งเป็นผู้ติดตามของลูกค้าระดับแพลตตินั่มวีไอพีมีปัญหาบางอย่างกับรถกอล์ฟจนเกิดอุบัติเหตุ.... ลำพังแค่รถราคาไม่กี่หมื่นน่ะไม่ใช่สาระเลย แต่พนักงานทั้งกอล์ฟคลับจะได้ซวยกันหมดแน่ถ้าหากเด็กคนนี้เป็นอะไรไป ยิ่งได้ยินมาว่าเป็นโอเมก้าที่มาจากตระกูลเศรษฐี หน้าตาก็ดี ต่อให้เบต้ากระจอกๆ แบบพวกเขามีเก้าชีวิตเท่าแมวก็คงไม่พอชดใช้ค่าเสียหาย
 
 
“ไม่ต้อง!”  
 
 
แต่ถึงจะไม่โกรธเจ้ากวางน้อย หากก็ไม่ได้ความว่าพิธานจะยอมปล่อยให้แล้วก็แล้วกันไป เขาหันไปสั่งการแคดดี้ประจำก๊วนด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ไม่ว่าอย่างไรเรื่องนี้ก็ต้องมีคนแสดงความรับผิดชอบ  
 
 
“ผมต้องการพบผู้จัดการสนามกอล์ฟเดี๋ยวนี้.... บอกให้เขารู้ด้วยว่ารถกอล์ฟที่เอามาให้บริการลูกค้าคันเร่งค้าง เบรกใช้งานไม่ได้ เคยได้ตรวจสภาพรถกันบ้างหรือเปล่า!? ถ้าคนของผมเกิดเป็นอะไรขึ้นมา ทางคุณจะรับผิดชอบยังไง!?”
 
 
“คะ...ครับ ผมจะรีบไปตามผู้จัดการมาพบนะครับ”
 
 
บทจะโมโหขึ้นมาก็น่ากลัวเอาเรื่อง ไม่ใช่แค่พวกแคดดี้เท่านั้นที่ขวัญผวา แต่คนเป็นคู่หมั้นเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นพี่พอร์ชออกอาการไม่พอใจหนักขนาดนี้                                                                                                       
 
“ไป กวาง!”
 
 
ถึงแม้น้ำเสียงจะยังคงเกรี้ยวกราดอารมณ์เสีย แต่มือที่โอบประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นยืนนั้นกลับแตกต่างไปโดยสิ้นเชิง.... นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีเลยมั้งที่พี่พอร์ชเป็นฝ่ายจูงมือกวางเอง ไม่ต้องตื๊อ ไม่ต้องขอร้อง แสดงความห่วงใยทะนุถนอมและปฏิบัติกับเขาอย่างสมกับที่เป็นคู่หมั้นคู่หมายกัน
 
 
ไม่โดนดุก็ถือว่าโชคดี แต่แบบนี้ยิ่งกว่าถูกหวยรางวัลที่หนึ่งเสียอีก
 
 
ขอโทษนะที่ก่อเรื่องวุ่นวาย ทว่า ตอนนี้เจ้ากวางน้อยหุบยิ้มไม่ได้เลยจริงๆ
 
 
 
 
 
“เลอะไปทั้งตัวเลยนะ คีน”
 
 
นายแบบหน้าหวานเดินอ้อมมาทางด้านหลังของเคนเนทเมื่อพิธานพาคู่หมั้นกลับไปเจรจากับผู้จัดการที่คลับเฮาส์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เขาช่วยปัดเศษหญ้าและเศษขี้ดินซึ่งติดอยู่ด้านหลังเสื้อเชิ้ตโปโลของอีกฝ่ายพลางแค่นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
 
 
ก็มันน่าตลกไหมล่ะ สิ่งที่เขาเห็นกับตาก็คือเคนเนทต่างหากที่ช่วยดึงหนูแบมบี้อะไรนั่นออกจากรถกอล์ฟ มิหนำซ้ำยังใช้ตัวเองเป็นเบาะรองกระแทกไม่ให้เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บ แต่พอช่วยได้แล้ว เคนเนทกลับถอยออกมาแล้วให้พิธานเข้าไปแทนที่ แล้วก็ปิดปากเงียบยืนมองสองคนนั้นโดยไม่คิดจะทวงคำขอบคุณ
 
 
“นิดหน่อยเอง ไม่เป็นไรหรอกครับ”
 
 
หนุ่มลูกครึ่งยิ้มอย่างไม่ถือสาก่อนจะจูบหลังมืออีกฝ่าย หากนั่นก็ไม่ทำให้ริมฝีปากอิ่มสวยยกยิ้มได้เช่นทุกครั้ง
 
 
“คุณควรจะบอกเด็กคนนั้นนะว่าคุณเป็นคนได้ยินเสียงร้องแล้ววิ่งตามจนทันรถ ดึงเขาออกมาได้ก่อนที่จะตกน้ำตาย.... ไม่ใช่ให้คุณพอร์ชได้เครดิตไปแบบนี้”  
 
 
คุณแอลส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย จริงอยู่ว่าพิธานเป็นคู่หมั้น เขาสมควรเป็นคนดูแลน้องกวางต่อจากนี้ แต่นั่นก็ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องเอ่ยปากขอบคุณคนช่วยเหลือตัวจริงสักหน่อย  
 
 
“อย่างน้อยน้องกวางก็ควรจะจ่ายค่าซักเสื้อให้คุณ”
 
 
“เอาน่า.... ให้ไอ้พอร์ชดูแลไปนั่นแหละดีแล้วล่ะครับ”
 
 
“คีน..........”
 
 
มันก็แค่คำขอบคุณสั้นๆ คำเดียวที่เคนเนทสมควรได้รับ ไม่รู้ทำไมคนพวกนี้ถึงต้องทำให้กลายเป็นเรื่องยาก แต่ไม่ว่าคุณแอลจะพยายามทักท้วงอย่างไร อัลฟ่าหนุ่มก็ยังเอาแต่บอกว่าไม่จำเป็น ทำราวกับว่าโลกของน้องกวางจะไม่สามารถเปิดรับคนอื่นที่ไม่ใช่คุณพอร์ชได้อีกแล้วยังไงยังงั้น
 
 
“คุณก็อย่าไปทำลายความสุขของเด็กเลย หนูแบมบี้คงไม่ปลื้มหรอกถ้ารู้ความจริงว่าไอ้พอร์ชมันไม่............อืม ช่างมันเถอะ ผมไม่พูดดีกว่า”  
 
 
แค่บอกความจริงมันไม่ได้ยาก แต่เพราะรู้ว่าบอกแล้วจะมีผลกระทบอย่างอื่นตามมา เขาจึงตัดสินใจปล่อยตามน้ำไป ถ้าพิธานไม่เป็นคนบอกเจ้ากวางน้อยเอง เขาก็ไม่ควรพูดเพื่อให้เรื่องมันยุ่งมากไปกว่านี้
 
.
 
 
.
 
 
อัลฟ่าที่ไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนของโอเมก้า
 
 
อัลฟ่าที่ไม่ได้ยินเสียงร้องของโอเมก้า
 
 
อัลฟ่าที่ไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อทุกสิ่งที่มาจากคู่ของตนเอง
 
 
ทำได้แค่เพียงวิ่งตามอัลฟ่าตัวอื่น
 
 
อาศัยสัญชาตญาณอัลฟ่าตัวอื่น.... เพื่อไปช่วยคู่ของตนเอง
 
 
.
 
 
.
 
 
......เชื่อเถอะว่า พิธานเองก็คงไม่ได้สบายใจนักหรอก......
 
 
 
 
 
TO BE CONTINUE
#บังเอิญท้อง
 
 
 
++++++
 
 
แงงงงง จะสงสารหรือสมน้ำหน้าพี่คีนดีเนี่ย 5555555
 
โอเมก้าในเรื่องนี้สร้างรังได้นะคะ คนที่จะเข้าไปในรังของโอเมก้าได้ก็ต้องเป็นคนที่เจ้าตัวรัก / ไว้ใจ ได้กลิ่นแล้วทำให้รู้สึกปลอดภัยอย่างที่บรรยายไว้ในเรื่องค่ะ
และนี่ก็คือตัวอย่าง ภาพรังโอเมก้าของน้องกวางที่พี่คีนเห็นในฝัน

 
 
 
แต่พี่คีนจะได้เข้ารังจริงๆของน้องกวางตอนไหน โปรดติดตามต่อไปเรื่อยๆ นะฮัฟ~
 
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:14 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY