ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 120
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,941
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด'
[11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]จำนวนผู้เข้าชม 504 คน
Cruel Intentions

บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~









 
4





งานเลี้ยงฉลองวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของคุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุลเป็นไปตามที่เจ้าตัวต้องการทุกอย่าง.... ห้องบอลรูมในโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางย่านธุรกิจถูกตกแต่งด้วยลูกโป่งสีเงินกับสีทอง แซมด้วยดอกไม้จัดช่อโทนสีพาสเทลเพื่อให้บรรยากาศออกมากลางๆ ไม่เคร่งเครียดเป็นทางการและไม่ดูเป็นงานปาร์ตี้เด็กวัยรุ่นจนเกินไป เพราะแขกที่มาในวันนี้ก็เรียกได้ว่ามีแทบทุกระดับ ทั้งเพื่อนสมัยมัธยมและมหาวิทยาลัยของเจ้าภาพ ญาติห่างๆ จากฝั่งโน้นฝั่งนี้ รวมถึงคนในวงการธุรกิจซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญและมีความสัมพันธ์อันดีกับ The Superior Group


สิบสองปีเต็มที่อยู่ในความดูแลของบ้านอศิรวัฒน์ แต่ดูเหมือนทุกคนจะยังไม่ลืมว่าเจ้าของหุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ตัวจริงคือใคร


เมื่อยังไม่บรรลุนิติภาวะ ท่านประธานภาค อศิรวัฒน์ ในฐานะผู้ปกครองทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลผลประโยชน์และเงินปันผลให้บุตรชายของหุ้นส่วนรายใหญ่ซึ่งเสียชีวิตไปด้วยอุบัติเหตุพร้อมภรรยา แต่ในวันนี้ที่คุณชายกวิวิชญ์มีอายุครบยี่สิบปีตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในพินัยกรรม.... แน่นอนว่าคนทั้งวงการค้าปลีกและห้างสรรพสินค้าย่อมต้องจับตามองว่าอศิรวัฒน์จะยังคงหยิบชิ้นปลามันไปกินได้ หรือจะต้องสูญเสียผลประโยชน์มหาศาลหลักร้อยล้านพันล้านไปให้ตระกูลอื่น


และเหตุผลที่งานเลี้ยงวันเกิดครั้งนี้ถูกจัดขึ้นก็เพื่อประกาศให้ทุกคนที่ยังสงสัยได้รับรู้กันถ้วนหน้าว่า ‘ราชสีห์ ไม่ว่าจะออกล่าเองหรือมีเหยื่อมานอนรออยู่ที่ปากถ้ำ อย่างไรก็ยังคงเป็นจ้าวป่าอยู่วันยังค่ำ!’






“น้องกวาง”


ตั้งแต่หัวค่ำมีคนเข้ามาทักมากมายจนงงไปหมดแล้วว่าใครเป็นใคร ถึงอย่างนั้น กวางน้อยก็ยังคงแจกรอยยิ้มสดใสต้อนรับแขกเหรื่อที่มาร่วมงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย.... หนนี้เจ้าของเสียงเรียกเป็นผู้หญิงอายุราวสี่สิบต้นๆ แต่งตัวสวยงามด้วยชุดผ้าไหมล้านนา แม้จะจำอีกฝ่ายไม่ค่อยได้แต่พอเดาออกว่าคงเป็นเครือญาติฝ่ายคุณแม่ซึ่งปัจจุบันนี้อาศัยอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่และน่าน


“สวัสดีครับ คุณน้า”


“ไม่เจอตั้งหลายปี ตัวโตขึ้นเยอะเลยนะเรา”  


ก็อย่างที่บอกว่าไม่เจอกันนานมาก ครั้งสุดท้ายที่เห็นเด็กชายกวิวิชญ์ยังตัวเล็กนิดเดียว มาตอนนี้กลายเป็นหนุ่มน้อยวัยยี่สิบปีเต็ม รูปร่างหน้าตาหมดจดสมกับที่สืบเชื้อสายอดีตเจ้าเมืองทางเหนือจากต้นตระกูลฝ่ายมารดา  


“หน้าตาก็น่ารักจิ้มลิ้มเชียว เห็นแล้วนึกถึงเจ้าแก้วเรือนสมัยสาวๆ เลย”


เจ้าแก้วเรือน ณ เชียงกลาง ก็คือคุณแม่ของกวางนั่นเอง ทุกคนที่รู้จักคุณแม่ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเจ้ากวางน้อยได้หน้าตาถอดแบบมาจากแม่แก้วแทบทุกกระเบียดนิ้ว


“สุขสันต์วันเกิดนะ กวาง.... ว่างๆ ก็อย่าลืมแวะไปเยี่ยมพวกน้าที่เชียงใหม่บ้างล่ะ คุณยายน้อยท่านก็บ่นอยากเจอเราอยู่”


“เอาไว้ปิดเทอมคราวหน้าผมจะขึ้นไปกราบคุณยายน้อยนะครับ”


เด็กหนุ่มยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับของขวัญมาถือไว้ พูดคุยอีกสอง-สามคำพอเป็นพิธีก็เชิญให้คุณน้าเข้าไปทานอาหารและทักทายญาติคนอื่นๆ ต่อ


“ญาติห่างๆ ฝ่ายคุณแม่น่ะ.... คุณยายน้อยที่เชียงใหม่เป็นลูกพี่ลูกน้องกับคุณยายของกวางที่เมืองน่านอีกที เคยเจอกันตอนไหน หน้าตาท่านเป็นยังไง กวางยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”


ร่างเล็กแอบกระซิบบอกพิธานซึ่งยืนอยู่ข้างกันพลางหัวเราะขำ ด้วยความที่หลังจากคุณพ่อคุณแม่เสียไป มีญาติจากหลายฝั่งมาเสนอตัวอาสาขอเป็นผู้ปกครองให้เขาเยอะแยะเต็มไปหมด แต่คุณพ่อไว้ใจเพียงแค่คุณลุงภาคคนเดียวจึงระบุเอาไว้อย่างชัดเจนในพินัยกรรมว่าต้องการให้กวางอยู่ในความดูแลของบ้านอศิรวัฒน์ หุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่มีอยู่ก็ห้ามซื้อขายถ่ายโอนและห้ามไม่ให้ผู้อื่นได้รับผลประโยชน์แทนจนกว่าบุตรชายจะอายุครบยี่สิบปี.... แค่นั้นแหละ บรรดาคนที่เรียกร้องอยากเป็นผู้ปกครองเขาก็พากันหายหน้าหายตาไปหมด นานทีปีหนถึงจะบังเอิญเจอกันเวลาที่เจ้ากวางน้อยตามคุณลุงกับพี่พอร์ชไปออกงานสังคม


ทีอย่างนี้ล่ะโผล่หน้ามากันใหญ่ แล้วจะไม่ให้แอบหัวเราะได้ยังไง....




“ฮัลโหล ไอ้กวาง.... แฮปปี้เบิร์ธเดย์ทูยูวววววว!”


“ไอ้โดนัท!”


เมื่อเพื่อนเก่าสมัยมัธยมปลายโบกไม้โบกมือตะโกนเรียกมาแต่ไกล กวิวิชญ์ก็โยนความขุ่นข้องหมองใจที่เกิดจากญาติข้างแม่ทิ้งไป ก่อนจะวิ่งเข้าไปกระโดดกอดโอเมก้าอายุเพศชายรุ่นราวคราวเดียวกันให้สมกับที่ไม่ได้เจอกันมาเป็นปี


“คิดถึงมึงจังเลย ไอ้เลว มีผัวแล้วลืมเพื่อน”


“มึงก็เหมือนกันแหละ.... ผัวก็ยังไม่มี แต่เรียนบัญชีแล้วหายหัวไปเลย”


“มึงก็ลองมาเรียนเหมือนกูสิ จะเป็นบ้าตายวันละสามเวลาหลังอาหาร เครียดจนจะอ้วกออกมาเป็นตัวเลข!”


เพราะกวางเป็นคนเดียวในรุ่นที่สอบเข้ามหาวิทยาลัย ในขณะที่เพื่อนร่วมชั้นโอเมก้าคนอื่นๆ ทยอยแต่งงานมีลูกกันไปหมดแล้ว รวมถึงคู่ซี้อย่างโดนัทด้วย


โดนัทก็เป็นเหมือนโอเมก้าทั่วไปที่คิดว่าตัวเองไม่ได้มีความสามารถจะไปทำอย่างอื่น โชคดีที่ทางบ้านเขาก็พอมีหน้ามีตาเป็นเจ้าของธุรกิจ จึงไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาลูกเขยอัลฟ่าแล้วจัดการให้โดนัทแต่งงานจับคู่ทันทีที่จบชั้นมัธยมปลาย


“ไม่เอาอะ เรียนไปก็เอามาใช้ทำมาหากินอะไรไม่ได้.... สู้มีผัวอัลฟ่าหุ่นแซ่บๆ สักคนแล้วให้เขาหาเลี้ยงดีกว่าเย้ออออ~


นับว่าเป็นเพื่อนสนิทที่นิสัยเหมือนกันเป๊ะ โดนัทเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้มหน้าทะลึ่งทะเล้น โดยเฉพาะประโยคหลังที่เจ้าตัวเน้นเสียงคิกคักเป็นพิเศษ


“เดี๋ยวเถอะ โดนัท พี่ได้ยินนะ!”


ชายหนุ่มร่างสูงหน้าโหดขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยชอบใจที่ภรรยาพูดคำหยาบ ทำเอาโอเมก้าคุณแม่ลูกอ่อนซึ่งนานๆ ครั้งจะได้ออกจากบ้านมาเจอเพื่อนสักทีเบ้ปากถอนหายใจแบบว่ารำคาญพ่อทูนหัวคนนี้เหลือทน


“นัทก็แค่พูดเล่นตลกๆ กับไอ้กวาง ซีเรียสไปได้”  


เมื่อไม่ให้คุยเล่น งั้นทำตัวให้ดูเป็นทางการขึ้นมาอีกนิดก็ได้ โดนัทตรงเข้าไปเกาะแขนสามีแล้วดึงเข้ามาร่วมวงสนทนาซึ่งจะว่าไปแล้วก็มีแต่คนกันเองทั้งนั้น  


“ไอ้กวาง นี่พี่อาทิตย์ คุณสาของกูเอง.... มึงเคยเจอแล้วตอนงานแต่งกับตอนกูคลอดลูก จำกันได้ใช่มะ?”


“จำได้ดิ.... สวัสดีครับ พี่อาทิตย์ ไม่เจอกันนานเลย”


“อืม สุขสันต์วันเกิดนะครับ”


กวิวิชญ์ยกมือไหว้คนอายุมากกว่าแล้วจึงเดินเข้าไปใกล้เพื่อรับของขวัญกับช่อดอกไม้ติดลูกโป่งที่อีกฝ่ายถือติดมือมาด้วย.... ก็รู้อยู่หรอกว่าพี่อาทิตย์ สามีไอ้โดนัทเป็นอัลฟ่าประเภทเสือยิ้มยากพอๆ กับพี่พอร์ช แต่วันนี้เขาดูนิ่งขรึมกว่าปกติหลายเท่า มิหนำซ้ำยังถอยหลังหนีไปสอง-สามก้าวหลังจากที่ส่งกล่องของขวัญทั้งหมดมาให้เพื่อนของภรรยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


แม้กระทั่งไอ้โดนัทก็ยังรู้สึกได้ว่าสามีตัวเองดูมีอาการแปลกๆ ไป


“เป็นอะไร ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด.... ก็ไอ้กวางไง เพื่อนม.ปลายของนัทเอง พี่ก็รู้จักมันนี่ ไม่ใช่ชู้ที่ไหนหรอกน่า”


โดนัทยังกล้าพูดติดตลก ด้วยเพราะไม่รู้ว่าพี่อาทิตย์กำลังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอะไรบางอย่างที่พวกโอเมก้าด้วยกันไม่มีทางรู้สึก.... เรียวคิ้วเข้มยิ่งขมวดชิดขณะที่อัลฟ่าคุณพ่อลูกสองกวาดสายตามองกวางน้อยกับพี่พอร์ชสลับกัน เขาทำท่าคล้ายอยากจะเอ่ยถามอะไรบางอย่าง หากสุดท้ายก็แค่ล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วเดินเลี่ยงไปทางอื่นเฉยเลย


“เดี๋ยวพี่ขอตัวไปโทรหาลูกก่อนนะ ปล่อยเด็กๆ อยู่ตามลำพังกับพี่เลี้ยง พี่เป็นห่วง”


“อะไรของผัวกูวะ อยู่ดีๆ ก็เกิดติดลูกขึ้นมาซะงั้น?” 


ฝ่ายภรรยาโคลงศีรษะเป็นทำนองว่าช่างคุณสากูเถอะ ก่อนจะหันมาคุยกับเพื่อนต่อถึงเรื่องที่สำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด  


“ว่าแต่มึงกับพี่พอร์ชจะได้ฤกษ์ปั๊มลูกกันตอนไหนวะ หมั้นกันมาเป็นชาติแล้วเนี่ย หรือต้องรอให้มึงเรียนจบก่อน?”


“ถามเก่งงงงง”  


กวางทำเสียงสองตอบพลางส่งสายตาหวานเชื่อมไปยังคู่หมั้นซึ่งยืนควงแขนตัวติดกันตลอดตั้งแต่เริ่มงานจนถึงตอนนี้   


“อันนี้ก็ต้องแล้วแต่พี่พอร์ชว่าจะพร้อมมาขอกูเมื่อไร”


“พูดงี้แสดงว่าคืนนี้มีเซอร์ไพรส์ใช่มะ?”


“ม่ายรุ~”


“งั้นผมขอฝากความหวังไว้ที่พี่พอร์ชแล้วกันครับ จะรอฟังข่าวดีนะ”


จากนั้น ไอ้โดนัทผู้ซึ่งชอบทำตัวชิลล์ๆ เหมือนไม่สนไม่แคร์สามี แต่จริงๆ แล้วรักผัวมาก (ก.ไก่ล้านตัว) ก็รีบแจ้นออกไปตามพี่อาทิตย์ ปล่อยไอ้กวางเพื่อนรักให้ยิ้มกรุ้มกริ่มตื่นเต้นไปกับแผนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานท่ามกลางแขกเหรื่อนับร้อยที่ตัวเองเป็นคนคิดและเตรียมการทุกอย่างเสร็จสรรพ.... ก็อย่างว่าล่ะนะ กวางกับพี่พอร์ชก็เปรียบเสมือนกิ่งทองใบหยก ใครๆ ต่างก็บอกว่าพวกเขาเหมาะสมกันและควรจะตกล่องปล่องชิ้นกันอย่างเป็นทางการสักที


“ไอ้โดนัทมันบิวท์ซะกวางตื่นเต้นเลย อยากให้ถึงเวลาเป่าเค้กเร็วๆ จัง” 


กวิวิชญ์แอบกระซิบกระซาบกับคู่หมั้น หัวใจเขาเต้นแรงไม่หยุดเมื่อนึกถึงวินาทีที่ตนเองจะได้อยู่บนเวที มีสายรุ้งคอนเฟตติร่วงหล่นโปรยปรายกับเจ้าชายรูปหล่อซึ่งจะขึ้นมาหาพร้อมกับสิ่งที่เขารอคอยมาตลอดทั้งชีวิต  


“แหวนแต่งงานยังอยู่ดีใช่ไหม?”


ร่างเล็กหมายถึงกล่องกำมะหยี่ที่เขาหยิบใส่กระเป๋าเสื้อสูทของพิธานก่อนจะลงมาจากชั้นบนของโรงแรม เรียกสายตาเรียบเฉยกับน้ำเสียงเย็นชาจากชายหนุ่มให้หลุดรอดออกมาแบบเสียไม่ได้


“กวางเป็นคนเอามาใส่ให้พี่เอง มันก็ต้องอยู่สิ”


เซอร์ไพรส์แบบที่ทุกคนในงานรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดขึ้น มันยังสมควรถูกเรียกว่าเซอร์ไพรส์อยู่อีกเหรอ....?






“ไง ไอ้พอร์ช”


“มาสักที กูนึกว่ามึงจะเบี้ยวซะแล้ว ไอ้คีน”


เจ้ากวางน้อยอยากจะร้องกรี๊ดกระทืบเท้าโครมๆ เมื่อแขกที่เขาไม่ได้เชิญแต่พี่พอร์ชเป็นคนเชิญโผล่หัวมาจนได้.... จากที่ยืนหน้านิ่งเป็นรูปปั้นเทพเจ้ากรีกอยู่ตั้งนานสองนาน พิธานก็ถอนหายใจดังเฮือกแล้วทิ้งคู่หมั้นรีบพุ่งตัวเข้าไปหาเพื่อนสนิทเหมือนนักเดินทางเจอโอเอซิสกลางทะเลทราย ใบหน้าหล่อจัดเริ่มระบายรอยยิ้มเนือยได้เล็กน้อย ซึ่งนั่นก็มากพอที่จะทำให้กวิวิชญ์ยิ่งเหม็นขี้หน้าเคนเนทกว่าเดิม


“งานใหญ่ขนาดนี้ กูไม่ยอมพลาดหรอกน่า.... เศรษฐีร้อยล้านเดินชนกันแทบจะทุกตารางเมตร มันต้องมีบ้างสักคนแหละที่กำลังอยากได้สถาปนิกเกียรตินิยมจาก UCL ไปช่วยออกแบบสร้างตึกให้”


“นี่งานวันเกิดกวางนะ ไม่ใช่งานออกบูธโฮมเอ็กซ์โปเอาไว้ให้พี่คีนทำมาหากิน!”  


ร่างเล็กตามมาเกาะแขนพิธาน มิวายทำตัวปากร้ายแขวะศัตรูหัวใจเข้าให้อีกหนึ่งดอกใหญ่  


“มารยาทไม่ดีเลย แทนที่จะอวยพรวันเกิดเจ้าภาพก่อน!”


“โอ๋ๆๆ พี่ไม่ลืมหรอกค่ะว่าวันนี้วันเกิดหนูแบมบี้”  


เคนเนทแกล้งยิ้มล้อเลียน จากนั้นจึงยื่นกล่องของขวัญขนาดเท่าฝ่ามือซึ่งห่อและผูกโบมาอย่างสวยงามให้  


“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ คนสวย”


“บอกว่าอย่าเรียกหนูแบมบี้ไง กวางเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ.... อายุยี่สิบแล้ว!”


“หืม เป็นผู้ใหญ่ก็ยังน่ารักได้นี่คะ”


“เลิกพูดคะขากับกวางด้วย กวางไม่ชอบ!”


“แต่พี่ชอบ.... แล้วพี่ก็ว่ามันเหมาะกับเด็กน้อยน่ารักอย่างหนูที่สุดเลย”


“พี่พอร์ช ดูเพื่อนพี่สิ!”  


เมื่อเถียงกวนประสาทสู้ไม่ได้ก็ต้องหันไปหาตัวช่วย กวางน้อยส่งเสียงตะแง้วๆ ฟ้องพิธานพร้อมทั้งชี้นิ้วใส่หน้าหนุ่มลูกครึ่งร่างยักษ์ประหนึ่งว่าอีกฝ่ายเป็นอาชญากรก่อคดีร้ายแรงที่ต้องนำตัวไปประหารเดี๋ยวนี้  


“ทำไมถึงชอบแกล้งกวางก็ไม่รู้ กวางเคยไปทำอะไรให้พี่คีนหรือไง!?”


“เลิกทะเลาะกันสักทีน่า.... มึงด้วย ไอ้คีน”


กวางหน้ามุ่ยทำท่างอนฟึดฟัดเมื่อกลับกลายเป็นว่าเขาโดนดุทั้งๆ ที่ไม่ใช่คนหาเรื่องก่อน ไม่มีทางเสียหรอกที่พิธานจะเข้าข้างคู่หมั้น แต่ก็ยังดีที่ไม่ลำเอียงเพราะเคนเนทก็โดนคาดโทษด้วยเช่นกัน


โทรศัพท์มือถือของพิธานแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้า เขาหยิบออกมากดเปิดอ่านทันทีราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะมีคนส่งมา กลีบปากหยักได้รูปยกมุมขึ้นเล็กน้อยแต่ไม่ถึงกับยิ้มอย่างโจ่งแจ้ง หนุ่มโสดแห่งปียังคงรักษาสีหน้าสุขุมไม่สะทกสะท้านต่อสิ่งใดเอาไว้ได้ แม้กระทั่งในตอนที่เขาจะทิ้งคู่หมั้นตัวเองเอาไว้กับเพื่อนสนิท


“พอดีคนรู้จักของแม่กูแวะมาคุยธุระสำคัญด้วย ตอนนี้เขารออยู่ข้างนอก กูคงต้องออกไปทักทายสักหน่อย”  


มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดถูกเก็บลงกระเป๋าเสื้อสูทตามเดิม เขาตบบ่าเคนเนทเป็นเชิงขอร้องแกมบังคับ  


“ฝากมึงช่วยดูแลกวางหน่อยนะ เดี๋ยวกูกลับมา”


“หือ? คนรู้จักของแม่มึง??”


ไม่ใช่แค่เคนเนทคนเดียวเท่านั้นที่แปลกใจ แต่เจ้ากวางดื้อเองก็ดูออกจะงงๆ อยู่ไม่น้อยที่พิธานรับนัดกะทันหันจากใครก็ไม่รู้


“ใครน่ะ ญาติฝั่งคุณป้าพรรณีเหรอ? กวางรู้จักด้วยหรือเปล่า?”


“รอพี่อยู่ตรงนี้แหละ ไม่ต้องตามมา”


ถึงอยากจะตามไปก็คงไม่ได้ เพราะกวิวิชญ์เป็นเจ้าของงานวันเกิด เขาต้องอยู่ต้อนรับและพูดคุยกับแขกที่มาร่วมงานเหมือนโดนคำสาปกักบริเวณ ได้แค่มองตามแผ่นหลังกว้างเดินฝ่าฝูงชนห่างออกไปจากห้องบอลรูมโดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลยนอกจากกระทืบเท้าปึงปังตามประสาเด็กโดนขัดใจ


“อะไรกันเนี่ย พี่พอร์ช!?”  


คำพูดคำจาฟังดูเหมือนจะโมโหพิธานที่หนีไปแบบดื้อๆ แต่เปล่าเลย สำหรับเจ้ากวางน้อย ยังไงพี่พอร์ชก็ไม่เคยผิด ถ้าจะมีใครสักคนที่สมควรโดนด่าก็คงหนีไม่พ้นก้างขวางคอชิ้นเบ้อเริ่มที่ขยันเสนอหน้ามาพร้อมกับเรื่องเฮงซวยนั่นแหละ  


“เพราะพี่คีนคนเดียวเลย ถ้าพี่ไม่โผล่มา พี่พอร์ชก็ไม่กล้าทิ้งกวางไปหาคนรู้จักอะไรนั่นหรอก!”


“อ้าว โทษพี่มั่วซั่วตลอดเลย หนูนี่”


เคนเนทเลิกคิ้วพลางหัวเราะขำแบบไม่ถือสา เขาชอบจริงๆ เวลาที่กวางน้อยโมโหจนแก้มป่องตาพอง เห็นแล้วน่าเอานิ้วจิ้มให้หายมันเขี้ยวนัก


“แล้วจะทำไม!?”


“ก็ไม่ทำไม.... พี่ยอมให้เพราะเป็นหนูแบมบี้หรอกนะคะ”


“ชริ!”


พูดไปเดี๋ยวก็ถูกล้อเลียนเหมือนเป็นเด็กๆ อีก กวิวิชญ์จึงเลือกที่จะเงียบแล้วปั้นหน้ายิ้มทักทายผู้ใหญ่และเพื่อนๆ ซึ่งเพิ่งเดินทางมาถึง ถึงแม้ว่าจะค่อนข้างตะขิดตะขวงใจอยู่พอสมควรที่ไอ้พี่คีนตัวยักษ์มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ ทำตัวราวกับว่าเป็นบอดี้การ์ด


“โอ๊ย!”  


ยังไม่ทันขาดคำ อยู่ดีๆ ร่างหนาก็ดึงตัวเด็กหนุ่มเข้าไปกอด ใบหน้าน่ารักฝังจมอยู่กับผืนอกกว้างในขณะที่สองแขนถูกรวบไม่ให้ขยับเขยื้อน.... กวางพยายามจะดิ้นร้องโวยวายกับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว เขาออกแรงผลักเคนเนทให้ถอยไปแต่นายอัลฟ่าป่าเถื่อนกลับไม่กระดิกเลยสักนิด ไม่อยากจะบอกว่าเมื่อกี้จมูกเขากระแทกโดนอกหมอนั่นเต็มๆ เลยด้วย  


“จะทำอะไรน่ะ พี่คีน.... ปล่อย! กวางอึดอัดนะ!”


“หนูอยู่นิ่งๆ ก่อนค่ะ”


ไม่มีทางเสียหรอกที่กวิวิชญ์จะยอมฟังคำสั่ง เขายังคงขัดขืนพยายามจะเงื้อมือฟาดคนตรงหน้าให้ได้ พอคิดว่าจะกัดอีกฝ่ายให้เนื้อหลุดไปเลย เสียงเอ่ยถามแกมยิ้มเยาะจากคนที่ไม่รู้จักก็ดังแทรกเข้ามาหยุดการเคลื่อนไหวดิ้นรนให้ชะงักลง


“คิดว่ากอดเอาไว้แล้วจะช่วยกลบกลิ่นฟีโรโมนโอเมก้าได้เหรอ?”  


ถึงแม้จะมองไม่เห็นหน้าคนพูด แต่กวางน้อยก็สัมผัสได้ถึงเจตนาร้ายของบุคคลปริศนา.... ซึ่งดูคล้ายจะเล็งเป้าหมายมาทางเขา  


“เหมือนจะฉลาดนะ แต่งานระดับนี้ไม่ได้มีแค่คุณคนเดียวที่เป็นอัลฟ่า.... เข้าใจที่ผมพูดใช่ไหม มิสเตอร์เคนเนท วิลเลียม แซมมวลส์?”


“เด็กคนนี้ไม่ใช่คู่ของพวกคุณ หันไปทางอื่นซะ!”  


น้ำเสียงของเคนเนทเกรี้ยวกราดดุร้ายไม่ต่างจากสุนัขป่าที่พร้อมจะกระโจนเข้าโจมตีศัตรูได้ทุกเมื่อ เขากอดร่างเล็กแน่นกว่าเดิม ใช้ร่างกายตนเองเป็นเกราะกำบังไม่ให้อัลฟ่าคนอื่นมองเห็นโอเมก้าที่เขากำลังปกป้อง  


“คุณเองก็เป็นถึงลูกชายเจ้าสัวโรงเหล็กใหญ่โต คงไม่อยากมีเรื่องเสื่อมเสียให้พวกนักข่าวเอาไปเขียนถึงใช่ไหม?”


“เท่าที่พวกผมรู้ หนูกวางก็ไม่น่าจะใช่ของคุณเหมือนกันนะ”  


ฝ่ายนั้นโต้ตอบกลับมาทันควัน ตามติดมาด้วยเสียงหัวเราะฮาครืนประหนึ่งว่าเป็นเรื่องตลกร้ายสุดยอดที่ได้เห็นว่าที่เพื่อนเจ้าบ่าวทำตัวราวกับว่าเป็นว่าที่เจ้าบ่าวเสียเอง  


“ทำตัวเหมือนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของแบบนี้ ระวังเจ้าของตัวจริงกลับมาแล้วคุณจะกลายเป็นหมานะครับ มิสเตอร์”


ไม่มีใครรู้ แต่เจ้ากวางน้อยรู้....


เสียงคำรามในลำคอด้วยความโกรธจัดของพี่คีน เสียงหัวใจที่เต้นแรงเมื่ออะดรีนาลีนหลั่ง สูบฉีดเลือดร้อนระอุให้เดือดพล่านไปทั่วกาย.... ถ้าให้จินตนาการฉากต่อจากนี้ล่ะก็คงหนีไม่พ้น อัลฟ่าฝูงหนึ่งตะลุมบอนเข้าหากันโดยมีโอเมก้ามูลค่าพันล้านติดแหง็กอยู่ตรงกลาง


หากเป็นหนังแอ็คชั่นฮอลลีวูดก็คงได้ยิงกันระเบิดภูเขาเผากระท่อม แต่บังเอิญนี่เป็นงานเลี้ยงเซเลบไฮโซซึ่งเต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด ต่อให้โง่แค่ไหนก็ไม่มีใครอยากเสี่ยงเอาตัวเองมาฉาวโฉ่เพราะแย่งกันสืบพันธุ์หรอก


“ขอตัวก่อน วันนี้ยังมีธุระที่ต้องทำอีกเยอะ”


จนกระทั่งเสียงฝีเท้ากับรังสีอาฆาตห่างออกไป เคนเนทถึงได้ยอมปล่อยให้เด็กหนุ่มหายใจหายคอได้สะดวก


“พี่คีน คนพวกนั้นหมายความว่ายังไง? เขาได้กลิ่นฟีโรโมนจากกวางเหรอ!?”  


คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวสมอง กวิวิชญ์เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่าเพราะอะไร พี่อาทิตย์ สามีของโดนัทถึงได้มีอาการท่าทางแปลกๆ ในตอนที่เขาเดินเข้าไปหา.... ถ้าคนแปลกหน้าพวกนั้นสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นฟีโรโมนของเขาทั้งที่อยู่ห่างไปตั้งหลายเมตร แสดงว่าอัลฟ่าทุกคนที่อยู่ใกล้ตัวเขาก็ควรจะได้กลิ่นด้วยเช่นกัน   


“แล้วพี่คีนล่ะ? พี่พอร์ชด้วย? ทำไมพวกพี่สองคนถึงไม่เป็นอะไรเลย!!??”


ในส่วนของพิธาน เคนเนทก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะมันตายด้านจริงๆ หรือเป็นเพราะอะไรกันแน่ แต่สำหรับตัวเขานั้นไม่ใช่เลย เขาแค่พยายามข่มใจเอาไว้เพราะไม่อยากให้เจ้ากวางน้อยเตลิดกลัวต่างหาก


เขามาที่นี่โดยพยายามรักษาระยะห่างไม่เข้าใกล้คู่หมั้นของเพื่อนมากจนเกินไป กะว่าแค่ทักทายแล้วก็แยกย้ายไปหาลูกค้า แต่ไอ้พอร์ชกลับหนีไปคุยธุระแล้วทิ้งน้องกวางเอาไว้กับเขา.... เขาเองก็ไม่กล้าไปไหน ด้วยรู้ดีว่าการทิ้งเด็กคนนี้เอาไว้โดยไม่มีอัลฟ่าคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ มันยิ่งกว่าคำว่าอันตรายเสียอีก


แล้วเมื่อกี้นี้ที่เขาใช้ตัวเองกลบกลิ่นฟีโรโมน ไม่ให้อัลฟ่าคนอื่นมองเจ้ากวางน้อยเป็นเหยื่อที่จะเข้ามาขย้ำได้ตามใจชอบ ก็กลับกลายเป็นตัวเขาเองที่โดนฟีโรโมนโอเมก้าเล่นงานเข้าให้อีกแล้ว


และในเวลานี้ สัญชาตญาณอัลฟ่าของเขากำลังตื่นตัวแบบสุดๆ....!




“หนูแบมบี้ ฟังพี่นะคะ.........”  


เคนเนทย่อตัวลงนั่ง สบตามองลูกแก้วสีน้ำตาลเข้มใสแจ๋ว ลำคอเขาแห้งผากเสียจนต้องกลืนน้ำลายเรียกสติก่อนจะเอ่ยกำชับสั่งความกับคนตรงหน้า   


“ไปหาเพื่อนคนไหนก็ได้ที่เป็นเบต้า พยายามเกาะกลุ่มเอาไว้ ยิ่งกลุ่มใหญ่เท่าไรยิ่งดี.... อยู่กับพวกเขา ห้ามไปไหนมาไหนตามลำพังเด็ดขาด เข้าใจใช่ไหมคะ?”


“พี่คีนจะไปไหน?”  


เจ้ากวางน้อยรั้งชายแขนเสื้อเคนเนทเอาไว้ ไม่ยอมให้เขาไป หลังจากที่พอปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้แล้วว่าอ้อมกอดเมื่อครู่นี้คือการปกป้องไม่ใช่กลั่นแกล้งหยอกล้อ  


“พี่พอร์ชบอกให้พี่คีนช่วยดูแลกวางนะ........”


“พี่รู้ว่าหนูแบมบี้เก่ง หนูไม่ต้องมีพี่อยู่ข้างๆ ก็ได้” 


ร่างสูงสูดลมหายใจลึกเข้าในขณะที่แกะมือเล็กออกจากแขนเสื้อตนเอง เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบคล้ายว่ามันจะระเบิดออกมาอยู่รอมร่อ กล้ามท้องซึ่งซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อเชิ้ตเนื้อดีหดเกร็งจนแทบจะเป็นตะคริว.... ขืนอยู่ตรงนี้กับเจ้ากวางน้อยต่อไปอีกแค่นิดเดียว งานเลี้ยงวันเกิดฉลองอายุครบยี่สิบปีของคุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุลคงได้พังป่นปี้เพราะเขาแน่  


“ทำตามที่พี่บอกนะคะ.... ไปหาเพื่อนแล้วอยู่กับพวกเขาจนกว่าไอ้พอร์ชจะกลับมา โอเคนะ”


“พี่คีน!”


.


.


เคนเนทได้ยินเสียงเจ้ากวางน้อยเรียกชัดเจนเต็มสองหู แต่เขาก็ต้องพยายามบังคับตัวเองให้เดินตรงไปยังห้องน้ำที่ใกล้ที่สุดโดยไม่หันกลับไปมอง


สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ฟีโรโมนโอเมก้าจากเจ้าตัวเล็กไม่ได้ส่งผลเพียงแค่กับร่างกายของเขา ทว่า มันยังส่งผลกระทบไปถึงจิตใจและสัญชาตญาณของอัลฟ่าที่ลึกล้ำกว่าแค่เรื่องเซ็กส์ หรือการสืบพันธุ์


เขารู้ดีว่าตัวเองทำอะไรลงไปบ้าง


ที่เขากอดเจ้ากวางน้อยเอาไว้ ใช้ตนเองเป็นเสมือนเกราะกำบังพรางกลิ่นให้อีกฝ่าย ไม่ให้อัลฟ่าคนอื่นๆ มายุ่งกับโอเมก้าของเขามันคือ ‘อาการหวงคู่’


‘อาการหวงคู่’ จะเกิดขึ้นเฉพาะกับอัลฟ่าที่หาคู่ชะตาเจอแล้ว หรือพร้อมที่จะผสมพันธุ์กับโอเมก้าที่ตัวเองมีความผูกพันทางใจ






ไอ้เจ้าอัลฟ่าเวรกลุ่มนั้นก็คงดูออกว่าเขากำลังหวงคู่ ถึงได้หัวเราะเยาะที่เขามาหวงอะไรไม่หวง ดันมาหวงเด็กหนุ่มซึ่งเป็นคู่หมั้นของเพื่อนตัวเอง


บ้าเอ๊ย....!


 





ใครบอกกระต่ายวิ่งดูนาฬิการ้องตะโกนว่า ‘สายแล้วๆ’ แบบในเรื่อง Alice in wonderland ไม่มีอยู่จริง มาดูได้ที่นี่เลย....




“เชี่ยจริง เมื่อไรจะถึงวะเนี่ย!?”  


เรือ Shuttle Boat แล่นโคลงเคลงออกจากโป๊ะใต้สถานีรถไฟฟ้ามาได้สักพักใหญ่ๆ หากก็ยังไปไม่ถึงท่าเรือโรงแรมห้าดาวติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาอันเป็นสถานที่จัดงานวันเกิดของคุณชายกวิวิชญ์สักที.... อันที่จริงเขาก็ขอแลกกะกับเพื่อนที่ทำงานพิเศษเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ควรจะไปถึงงานตั้งแต่เมื่อหลายชั่วโมงก่อน แต่ดันมีคนลาป่วยกะทันหัน ทำให้เขาต้องควงสองกะอยู่ยาวจนกระทั่งห้างสรรพสินค้าเกือบปิด กว่าจะอาบน้ำแต่งตัวถ่อสังขารมาถึงนี่ก็แทบจะหอบออกมาเป็นเลือด  


“ไอ้กวางนะไอ้กวาง.... ถ้ากูเมาเรือตกน้ำตายไปล่ะก็ กูจะเป็นผีไปหักคอมึงคนแรกเลย!”


เหนื่อยก็เหนื่อย คลื่นลมแม่น้ำก็โคตรไม่เป็นใจ ทำกราบเรือเอียงซ้ายขวาไม่เป็นจังหวะจนกระต่ายต้องถอยตัวเองเข้ามาอยู่ตรงกลาง ซ้ำร้ายยังต้องฝืนกล้ำกลืนความรู้สึกผะอืดผะอมไม่ให้มันไหลผ่านลำคอออกมาทางปาก.... ใจก็นึกเข่นเขี้ยวถึงเพื่อนตัวเล็กที่ขยันโทรจิกเขาแทบจะทุกสิบนาที นี่ถ้าไม่ติดว่าเสียเงินเสียเวลาเดินทางมาจนถึงนี่แล้ว เขาจะเทมันแล้วหนีกลับไปนอนจริงๆ ด้วย


ทันทีที่ตะกายขึ้นฝั่งได้ เด็กหนุ่มตัวสูงก็พบว่าตัวเองหลงอยู่ในเขาวงกตขนาดย่อม มองไปทางซ้ายก็เจอสวนพุ่มไม้ใหญ่โตอลังการกับสระว่ายน้ำ มองไปทางขวาก็เจอระเบียงทางเดินทอดยาวสุดลูกหูลูกตา โชคดีที่มีพนักงานเดินถือผ้าเช็ดตัวมาให้แขกพอดี กระต่ายจึงพุ่งตัวเข้าชาร์จเพื่อถามทางก่อนที่เขาจะโดนตัวอะไรโผล่มาคาบไปกิน


“ขอโทษครับ งานเลี้ยงวันเกิดไอ้กวาง เอ๊ย คุณกวิวิชญ์ไปทางไหน?”


“งานฉลองวันเกิดคุณชายกวิวิชญ์ขอเรียนเชิญที่ห้องรอยัลบอลรูม ห้องกระจกชั้นหนึ่งติดกับสวนฝั่งตะวันออกค่ะ.... ต้องการให้พนักงานช่วยนำทางไหมคะ?”


“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ”


พี่สาวคนสวยผายมือบอกทางให้พร้อมขันอาสาจะช่วยพาไป แต่กระต่ายเห็นว่าเธอน่าจะกำลังติดงานอื่นอยู่และเขาเองก็กำลังรีบ จึงเพียงแค่ก้มหัวยิ้มขอบคุณแล้วใส่เกียร์หมาคลำทางไปเอง


แล้วก็เข้าอิหรอบเดิมคือ.... หลงทาง


“โรงแรมบ้าอะไร ใหญ่อย่างกับเขาวงกต.... นี่กูต้องหาถ้วยอัคนีไปฝากมึงเป็นของขวัญวันเกิดด้วยไหม!?”


ปกติแล้วนายศศินไม่ใช่คนเด๋อ คำว่าหลงทางไม่เคยอยู่ในพจนานุกรมของเขาเลยแต่คงไม่ใช่กับวันมหาซวยและโรงแรมแดนมหัศจรรย์แห่งนี้.... เขารู้สึกเหมือนเดินอยู่ในลานประลองเวทย์ไตรภาคีครั้งสุดท้ายในเรื่องแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคสี่ หงุดหงิดงุ่นง่านอยากจะสาปไอ้กวางให้กลายเป็นตัวเฟอเรทให้มันรู้แล้วรู้รอด จนกระทั่งมองเห็นระเบียงทางเดินหน้าตาคล้ายกับอันที่เพิ่งผ่านมาอยู่ไกลลิบๆ ร่างสูงจึงรีบก้าวขามุ่งตรงไปทางนั้นด้วยความหวังว่าจะเจอห้องรอยัลบอลรูมเวรตะไลกับเค้กวันเกิดสูงเก้าชั้นของเพื่อนสักที




‘คุณพอร์ช..........’




“หือ??”


เสียงเรียกชื่อใครบางคนลอยมากระทบหู ส่งผลให้สองเท้าที่กำลังก้าวเร็วๆ หยุดชะงักโดยพลัน


ก็ไม่ได้ตั้งใจจะมองหรอก แต่หางตาเขาดันชำเลืองไปเห็นคนสองคนกำลังยืนหลบมุมคุยกันอยู่ด้านข้างพุ่มไม้ห่างจากบริเวณที่เขายืนอยู่ประมาณสิบกว่าเมตรได้.... อาศัยแสงไฟสลัวจากโคมแขวนซึ่งทำเลียนแบบตะเกียงโบราณ เด็กหนุ่มก็พอมองเห็นเงาตะคุ่มๆ บ่งบอกว่าทั้งคู่น่าจะเป็นผู้ชาย ฝ่ายหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่กำยำแบบที่เห็นได้ทั่วไปตามศูนย์กีฬามหาวิทยาลัย ส่วนอีกฝ่ายซึ่งยืนหันหลังให้เขาก็ไม่ได้บอบบางไปกว่ากันสักเท่าไร


อัลฟ่ากับอัลฟ่า.... เหรอวะ??






‘ผมรู้ดีว่าตัวเองมาไกลได้แค่ไหน สำหรับเราสองคนได้เท่านี้มันก็ดีมากเกินกว่าที่คนอย่างผมจะคาดหวังได้แล้ว.... ผมไม่รู้สึกเสียใจหรือเสียดายอะไรอีกแล้วล่ะ’


‘จากนี้ไป ผมคงจะไม่มาเจอคุณอีก.... ลาก่อนครับ’




จากที่ไม่ได้ตั้งใจจะเผือกก็กลายเป็นขุดหลุมปักหลักแอบฟังเป็นเรื่องเป็นราว.... จับใจความได้แว่วๆ ว่าเป็นเรื่องเศร้าจับจิตเมื่อคู่รักชายกับชายถึงคราวต้องบอกลากัน ก็อยากจะหาผ้าเช็ดหน้ามาซับหัวตาแสดงความเสียใจด้วยหรอกนะ แต่เพราะชื่อได้ยินเมื่อกี้มันสะกิดใจเขามากกว่า และนั่นก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงต้องขยับขาเข้าไปใกล้เป้าหมายให้มากกว่านี้


แต่จะขอบพระคุณมากถ้าหากคุณคนนั้นจะช่วยหันหน้ามาสักนิด....




‘แค่เพราะว่าผมกำลังจะแต่งงาน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเรื่องของเราจะต้องจบลงด้วยสักหน่อย.... ทำไมคุณถึงจะทิ้งผมไปแบบนี้?’


‘ผมไม่ได้ทิ้ง........แต่คู่หมั้นคุณ เขาจะรู้สึกยังไงถ้ารู้ว่า............’


‘ก็แล้วทำไมคู่หมั้นผมถึงจะต้องรู้?’



อ้าว.... เวรแล้วไง!


ไม่ใช่แค่คู่รักบอกเลิกกันดีๆ ทว่า มันกลายเป็นรักสามเส้าที่ดูแล้วโคตรจะยุ่งเหยิงเพราะฝ่ายหนึ่งมีคู่หมั้นเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว.... นอกจากจะอยากเบ้ปากกลอกตามองบนให้กับศีลธรรมซึ่งป่นปี้ไม่มีเหลือ เขายังรู้สึกสงสารคู่หมั้นของไอ้หมอนั่นขึ้นมาจับใจ จะต้องทำหน้าแบบไหนเมื่อได้รู้ความจริงว่าคู่หมั้นของตัวเองกำลังนอกใจ มิหนำซ้ำยังตัดไม่ขาดถึงขั้นเป็นฝ่ายยื้อยุดชู้รักเอาไว้เองเสียด้วย


แต่เดี๋ยวก่อนนะ.... ในประเทศนี้มันจะมีคนชื่อพอร์ชที่มีคู่หมั้นอยู่แล้วสักกี่คนกันเชียววะ!?






‘คุณก็อยู่ส่วนคุณ เขาก็อยู่ส่วนเขา.... ถึงจะแต่งงานกัน แต่ความจริงที่ว่าผมกับเขาถูกจับคู่กันเพียงเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจกับคำสัญญาระหว่างพวกผู้ใหญ่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปหรอก...........’






ขอขยับเข้าไปอีกหน่อยก็แล้วกัน


อย่างน้อยก็ต้องรู้ให้ได้ว่าใช่พอร์ชเดียวกับที่เขาคิดหรือเปล่า






‘คนที่ผมรักคือคุณ.... ไม่ใช่กวาง!’




ตุ้บ!!






จบเลย เกมโอเวอร์พินาศป่นปี้....


ทันทีที่คีย์เวิร์ดสำคัญของเรื่องหลุดออกจากปากชายผู้ต้องสงสัย นอกจากสองขาของกระต่ายจะหยุดนิ่งเหมือนเป็นอัมพาตกะทันหันแล้ว มือไม้เขายังอ่อนแรงจนเผลอปล่อยถุงของขวัญซึ่งเตรียมมาให้เพื่อนสนิทร่วงหล่นลงกระทบพื้นสนามหญ้า.... คนสองคนซึ่งเพิ่งรู้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ตามลำพังหันขวับมาทางแขกไม่ได้รับเชิญ ดูเหมือนพวกเขาก็ตกใจไม่ใช่น้อยที่บทสนทนาซึ่งสมควรเป็นความลับสุดยอดกำลังถูกรับรู้โดยบุคคลที่สาม แต่ก็ช่างแม่งเถอะ ยังไงตอนนี้ การวิ่งเอาตัวรอดแบบบั๊กส์ บันนี่น่าจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด


ถึงแม้ว่ากระต่ายจะเป็นสัตว์ชั้นล่างๆ ของห่วงโซ่อาหารที่ไม่เคยเอาชนะพวกนักล่าอย่างเผ่าพันธุ์หมาป่าได้เลยก็ตาม


“คะ.....คุณพี่พอร์ช..........”  


เมื่อต้นแขนโดนกระชากจากทางด้านหลัง สิ่งเดียวที่นายศศินทำได้ก็คือหันไปฉีกยิ้มเจื่อน ใช้มุกเดียวกับไอ้กวางเวลาที่ถูกอาจารย์จับได้ว่าแอบเอามันฝรั่งทอดทั้งห่อเข้าห้องสอบวิชาสถิติทางธุรกิจ  


“สวัสดีครับ........โรงแรมนี้สวยดีเนอะ.......สวนก็กว๊าง~กว้าง เข้าใจแล้วว่าทำไมไอ้กวางมันถึงบอกว่าจะจัดงานวันเกิดที่นี่ให้ได้..........”


เหมือนพล่ามออกทะเลไปไกลแล้วก็ถูกดึงกลับมาด้วยสายตาคมกริบประหนึ่งใบมีดโกน พาลให้เด็กหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตปอนๆ ต้องกลืนน้ำลายฝืดคอดังเอื๊อก.... มือของคุณชายพิธานยังไม่ปล่อยจากท่อนแขน ซ้ำร้าย แรงบีบกลับยิ่งเพิ่มมากขึ้น และน้ำเสียงของเขาก็ฟังดูเย็นยะเยือกราวกับว่ามีใครยกภูเขาน้ำแข็งจากเรื่องไททานิคมาตั้งไว้ตรงนี้


“สวัสดี กระต่าย”  


ไม่รู้ว่าควรจะดีใจดีไหม เจอหน้ากันครั้งเดียว แต่ทั้งพิธานและศศินกลับจำกันได้แม่นชนิดไม่มีฝ่ายไหนต้องแนะนำตัวซ้ำกันเลย 
 
“กวางใช้ให้มาตามพี่กลับไปที่งานเหรอ?”


“ปะ.......เปล่าครับ”


กระต่ายส่ายหน้าดิกตอบปฏิเสธแต่คุณพี่พอร์ชเหมือนจะไม่เชื่อ


“อย่าโกหก”


“ผมไม่ได้โกหกนะครับ........”  


ร่างโปร่งชี้ให้ดูถุงของขวัญที่หล่นอยู่บนพื้น  


“ผมเพิ่งนั่งเรือมาถึงท่าของโรงแรมเมื่อกี้นี้เอง ยังไม่ได้เข้างานไปเจอไอ้กวางเลย”


“งั้นก็แล้วไป”


เพราะถ้าเข้างานไปแล้ว ของขวัญที่จะมอบให้เจ้าภาพก็น่าจะถูกเอาไปวางกองรวมกันเตรียมให้รถมาขนกลับไปไว้ที่บ้าน พิธานจึงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วปล่อยเพื่อนของคู่หมั้นให้เป็นอิสระ


หัวใจเต้นแรงด้วยความกลัวจนแทบจะหลุดออกมาทางปากอยู่รอมร่อ แต่กระต่ายก็ต้องพยายามยิ้มเย็น รักษามาดนักศึกษาดีเด่น ไม่กระโตกกระตากส่อพิรุธจนโดนตามมาล็อกตัวไว้อีกรอบ.... เขาก้มลงเก็บถุงของขวัญ ก่อนจะยกมือไหว้ท่ามาตรฐานนิ้วโป้งจรดปลายคาง นิ้วชี้จรดปลายจมูก กะว่ามารยาทดีเยี่ยมไม่มีข้อกังขาให้ฝ่ายอายุมากกว่าหาเรื่องตำหนิได้อย่างแน่นอน


“เอ่อ.... ถ้ายังไงผมขอตัวไปหาเพื่อนก่อนนะครับ พอดีว่าไอ้กวางมันโทรตามหลายรอบแล้ว ขี้เกียจฟังมันงอแง..........”


“เดี๋ยว!”


ผิดถนัด.... เพราะนอกจากคุณพี่พอร์ชจะไม่ยอมให้กระต่ายติดปีกหนีไปง่ายๆ แล้ว มือที่เมื่อครู่นี้เพียงแค่คว้าท่อนแขนก็เปลี่ยนเป็นคว้าคอเสื้อเขาแล้วดึงให้เซถลาเข้ามาประชิดถึงตัว นัยน์ตาสีเข้มยิ่งดูทะมึนคล้ายมีอำนาจดูดกลืนวิญญาณ แค่โดนจ้องเข้าหน่อยก็ทำเอาขนหัวลุกเกรียว เสียวสันหลังวาบไม่ต่างจากยืนอยู่ต่อหน้าพญามัจจุราชเลยสักนิด


“คิดว่าหลังจากที่กระต่ายแอบฟังพี่คุยธุระสำคัญกับเพื่อนแล้วโดนจับได้เนี่ย เรายังจะได้เข้างานไปเจอกวางเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจริงๆ เหรอ?”  


กลีบปากหยักยกมุมขึ้นคล้ายจะยิ้ม แต่ก็เป็นรอยยิ้มที่เหี้ยมเกรียมเสียจนคนมองขาสั่นพั่บฉี่แทบราด  


“กระต่ายน่าจะฟังเรื่องเหลวไหลจากกวางเยอะเกินไปแล้วล่ะ ถึงได้คิดว่าพี่เป็นคนใจดีมากขนาดนั้น.... ใช่ไหม?”


จริงอยู่ว่าเขาฟังเรื่องดีๆ เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้มามาก แต่ความคิดที่ว่าคุณพิธาน อศิรวัฒน์เป็นคนดีเวิ่นเว้ออย่างที่ไอ้กวางพยายามอวยให้ฟังนั้นหายวับไปตั้งแต่วินาทีแรกที่จับได้ว่าเขาแอบคบชู้ลับหลังคู่หมั้นแล้วล่ะ


ถ้าไม่ติดว่าหมอนี่เป็นคนที่ไอ้กวางรักปานจะกลืนกินและอยากแต่งงานด้วยใจจะขาด เขาก็คงพูดอะไรหลายๆ อย่างออกไปแบบไม่ต้องแคร์ แต่นี่มันไม่ใช่ไง....!


“คุณพี่พอร์ช........ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ.........”  


กระต่ายพยายามเจรจาด้วยสันติวิธี ด้วยหวังว่าอีกฝ่ายคงต้องเห็นแก่ความที่เขาเป็นเพื่อนสนิทของไอ้กวาง หรืออย่างน้อยที่สุดก็ต้องกลัวความลับรั่วไหลไปถึงหูคู่หมั้นบ้างแหละ  


“เรื่องระหว่างคุณพี่พอร์ชกับคุณคนนั้น ผมจะถือว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรก็แล้วกัน.... ถึงแม้ว่าคุณพี่จะกำลังทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจที่ไอ้กวางมีให้อยู่ก็เถอะ!”


“พูดได้ดีนี่”  


ร่างหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์แบบสุนัขป่า ก่อนจะกวาดสายตาเหยียดหยามดูแคลนมองกระต่ายตั้งแต่หัวจรดเท้า  


“กล้าบอกว่าพี่ทรยศกวาง แล้วไอ้การที่เรายื่นข้อเสนอให้พี่ปล่อยตัวแลกกับการไม่บอกความจริงให้เพื่อนรู้ มันไม่ได้เรียกว่าทรยศเหมือนกันหรือไง?”


“ไม่เหมือน!”


“เหมือนสิ.... รู้แล้วไม่พูด มันก็ไม่ต่างจากสมรู้ร่วมคิดหรอก”


โดนสวนเข้าไม้นี้ เด็กหนุ่มซึ่งมั่นใจว่าตัวเองฉลาดเป็นกรด สกิลการเอาตัวรอดเป็นเลิศก็ถึงกับไปไม่เป็น


“แล้วคุณพี่พอร์ชจะเอายังไงกับผม? ฆ่าถ่วงแม่น้ำเจ้าพระยาเลยไหมล่ะ?”


“ไม่ต้องถึงกับถ่วงน้ำหรอก.... พี่ว่าเราสองคนน่าจะทำได้ดีกว่านั้น!”


คนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นชู้รักไม่รู้หายหัวไปไหนแล้ว แต่เดาว่าคงถูกสั่งให้หลบฉากไปจนกว่าจะจัดการปัญหาเสร็จ.... เวลานี้จึงเหลือแค่ศศินกับหนุ่มโสดแห่งปีซึ่งตอนนี้พ่วงฉายาชายโฉดแห่งปีอีกหนึ่งตำแหน่งลากลู่ถูกังพากันไปยังลานจอดรถ ต่างฝ่ายต่างดูเชิงซึ่งกันและกัน ชนิดที่ถ้ามีใครเพลี่ยงพล้ำก่อน ฝ่ายนั้นก็คงพังยับเยินในแบบที่ไม่ต้องเสียเวลาเก็บศพกันเลยทีเดียว



ในเมื่อหนีไปไหนไม่ได้ แถมไม่มีอะไรจะเสียอีกต่างหาก กระต่ายก็ตัดสินใจสู้ยิบตาให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย.... ก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าอัลฟ่าจากตระกูลใหญ่ มีคนนับหน้าถือตาชื่นชมมากมาย นอกจากสร้างเรื่องโกหกพกลมหักหลังคู่หมั้นของตัวเองแล้ว เวลาจวนตัวโดนจับได้ว่าทำความผิดจะยิ่งเลวร้ายได้อีกแค่ไหน....!




 




“มีใครเห็นพี่พอร์ชบ้าง? พี่พอร์ชอยู่ไหน?”


เจ้าภาพงานวันเกิดสุดหรูร้องถามหาคู่หมั้น หลังจากที่เวลาผ่านไปกว่าชั่วโมงครึ่งแล้ว หากก็ยังไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะกลับมา


คุณชายกวิวิชญ์ซึ่งถูกห้อมล้อมด้วยเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยและคนรู้จักที่เจ้าตัวให้ความสนิทสนมไว้วางใจเริ่มออกอาการร้อนรนนั่งไม่ติด ในที่สุดก็ลืมคำสั่งกำชับจากเคนเนทที่บอกให้เขาเกาะกลุ่มอยู่กับพวกเบต้า ห้ามเดินเพ่นพ่านไปไหนมาไหนคนเดียวในขณะที่ฟีโรโมนโอเมก้ากำลังฟุ้งออกมาจากต่อมใต้ผิวหนัง.... แน่นอนว่าอัลฟ่านับสิบกว่าชีวิตต่างหันมารุมจ้องเจ้ากวางน้อยแทบจะเป็นตาเดียวกัน เสียงฮือฮากับท่าทางหื่นกระหายโจ่งแจ้งส่อเจตนาชัดเจนว่าคนพวกนั้นเห็นเขาเป็นเหมือนชิ้นเนื้ออันโอชะ โอเมก้าที่ไม่กินยาคุมฮีท เที่ยวปล่อยฟีโรโมนอ่อยอัลฟ่าไปทั่วก็ไม่แปลกที่จะโดนมองอย่างดูถูก


รู้อยู่แก่ใจแต่ก็ยังยอมเสี่ยง หวังว่าพี่พอร์ชจะหันมาสนใจใยดีกันบ้าง


ทีแรกกวางก็คิดว่าตัวเองฉลาด แต่ตอนนี้เขารู้แล้วล่ะว่าตัวเองฉลาดแค่ทำเรื่องโง่ๆ ไม่รู้จักหยุดหย่อนเท่านั้น




“คุณจุ๋ม พี่พอร์ชอยู่ข้างนอกหรือเปล่าครับ?”


“เอ.... ไม่อยู่นะคะ”  


แม่ทีมออกาไนเซอร์ซึ่งทำหน้าที่รับผิดชอบภายในงานโดยรวมตอบปฏิเสธกลับมาแบบงงๆ ยิ่งเห็นสีหน้าซีดเผือดของลูกค้าวีไอพีก็พลอยตกอกตกใจไปด้วยว่าอาจจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้น  


“ครั้งสุดท้ายที่เห็น คุณพิธานก็ยืนต้อนรับแขกอยู่กับคุณกวางข้างในนี้นี่คะ”


“พี่พอร์ชบอกว่ามีคนรู้จักมาหา ต้องคุยธุระสำคัญก็เลยออกไปจากงาน จนป่านนี้ยังไม่เห็นกลับเข้ามาเลยครับ”


“ถ้าอย่างนั้นก็อาจจะยังคุยติดพันหรือแวะไปทักทายแขกคนอื่นก็ได้ ไม่ทราบว่าคุณกวางได้ลองโทรหาคุณพิธานหรือยังคะ?”


“กวางโทรตั้งหลายครั้งแล้วแต่เขาปิดเครื่อง”


ลางสังหรณ์บางอย่างเข้ามากระทบจิตใจ เสมือนว่ารู้อนาคตได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยหมอดูที่ไหนมาเปิดไพ่ทำนาย.... ร่างเล็กน้ำตารื้น มือกำโทรศัพท์มือถือซึ่งบนหน้าจอมีแต่รายการโทรออกซ้ำหาคนๆ เดียวเป็นร้อยครั้ง เขาไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าจะต้องเจอเรื่องไม่คาดฝันอย่างการที่พี่พอร์ชหายตัวไป เครียดหนักเสียจนอยากจะปล่อยโฮออกมาเดี๋ยวนี้เลย


“คุณกวางใจเย็นๆ ก่อนค่ะ.... ดิฉันจะให้ทีมงานไปดูที่ลานจอดรถให้นะคะ”


เพราะลูกค้าทำท่าเหมือนจะร้องไห้ เดือดร้อนออกาไนเซอร์ต้องทำหน้าที่มูลนิธิกระจกเงาตามหาคนหายให้ด้วย เจ้าหล่อนสั่งการลูกน้องผ่าน Walky Talky เพียงไม่กี่วินาที เหล่าพนักงานก็รับทราบโดยทั่วกันว่าคุณชายพิธานหายตัวไปก่อนถึงเวลาขึ้นไปเซอร์ไพรส์ขอคู่หมั้นแต่งงานบนเวที


เจ้ากวางน้อยคว้าแก้วดรายมาร์ตินี่แล้ววิ่งเข้าไปหลบในห้องพักซึ่งกั้นไว้สำหรับคนในครอบครัวโดยเฉพาะ ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างอ่อนแรงแล้วกระดกแอลกอฮอล์ทั้งช็อตลงคอรวดเดียว.... รสเหล้าขมจัดบาดคอ แต่ก็ยังไม่ขมเท่าก้อนสะอื้นซึ่งดันตัวขึ้นมาจุกคอหอยในขณะที่น้ำตาไหลนำหน้าไปก่อนแล้ว


กวางไม่เคยรู้สึกโดดเดี่ยวและเสียศูนย์ขนาดนี้มาก่อนเลย ตอนที่คุณพ่อคุณแม่เสีย เขาก็ยังมีพี่พอร์ช มีคุณลุงภาค มีคนรอบข้างคอยปลอบใจมากมาย แต่ในตอนนี้ที่พี่พอร์ชหายไป เขากลับไม่กล้าบอกใครเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น.... คงเพราะเขาโตแล้วล่ะมั้ง ถึงได้รู้ว่าการที่คนเราคาดหวังอะไรมากๆ แล้วมันไม่เป็นไปตามนั้น มันไม่ใช่แค่เจ็บใจอย่างเดียวแต่ยังน่าอับอายขายขี้หน้าที่สุดด้วย


พวกคนข้างนอกก็เอาแต่พูดว่าคืนนี้เขากับพี่พอร์ชจะต้องประกาศแต่งงานกันแน่ๆ 


บอกตามตรง เสียหน้าน่ะไม่เท่าไร


แต่เขาไม่อยากเสียใจ


ไม่อยากยอมรับความจริงว่าพี่พอร์ชอาจจะไม่อยากแต่งงาน.... กับเขา






“กวาง แล้วเจ้าพอร์ชล่ะ!?”


ดรายมาร์ตินี่เข้าปากไปห้าช็อตแล้วกว่าที่ท่านประธานแห่ง The Superior Group จะรู้ว่าเกิดเหตุการณ์บ้าบอคอแตกอะไรขึ้น.... ชายสูงวัยซึ่งเพิ่งได้รับรายงานจากเลขานุการรีบรุดเข้ามาภายในห้องพักพิเศษ ก่อนจะพบว่าว่าที่ลูกสะใภ้อย่างเป็นทางการกำลังนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กเล็กๆ บนโต๊ะเล็กข้างโซฟามีถาดวางแก้วเหล้าล้มระเนระนาดกลาดเกลื่อน


“คุณลุง.......ฮึก.......ช่วยกวางด้วย.........”  


เมื่อเห็นคนคุ้นเคย กวางน้อยก็ยิ่งสติแตกระเบิดเสียงฟูมฟายยกใหญ่  


“พี่พอร์ช......ฮือ........พี่พอร์ชทิ้งกวางไปแล้ว.......พี่พอร์ชไม่รักกวางเลย........ฮือ.............”


“เดี๋ยวนะ กวาง มันเกิดอะไรขึ้น.... ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่าให้ลุงฟัง”


ท่านประธานพยายามคาดคั้นไล่เรียงเอาความจากหลานรัก เวลานี้ท่านเองก็ทราบเพียงแค่ว่าพิธานหายไปจากบริเวณงานและยังตามตัวกลับมาไม่ได้ คนเดียวที่น่าจะรู้ต้นสายปลายเหตุดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นเจ้ากวางน้อยซึ่งทั้งเมา ทั้งเสียขวัญร้องห่มร้องไห้จนเสียงเครือพูดจาฟังไม่ได้ศัพท์


“.......ฮึก..........พี่พอร์ชไม่รักกวางใช่ไหมครับ คุณลุง........”  


ร่างเล็กยังคงเอ่ยถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใบหน้าแดงก่ำเปียกชื้นแยกไม่ออกแล้วว่าเป็นเพราะแรงสะอื้นหรือเพราะฤทธิ์เหล้าซึ่งเจ้าตัวกรอกเข้าไปไม่ยั้งก่อนหน้านี้ ทว่า ความเสียใจกับน้ำตาที่เห็นยังไงก็เป็นของจริง  


“ถ้าพี่พอร์ชจะรักกวางสักนิด.......ฮือ......เขาก็คงไม่ทำแบบนี้.......คงไม่หนีกวางไปแบบนี้.........ใช่ไหมครับ.........”


“โธ่เอ๊ย กวาง.... รักสิลูก ทำไมเจ้าพอร์ชมันจะไม่รักเราล่ะ”


สถานการณ์กลับตาลปัตรน่าปวดหัว ผู้อาวุโสก็จนปัญญาไม่รู้จะทำอย่างไรได้นอกจากปลอบโยนเอาใจหลานนอกไส้ไว้ก่อน.... แม้จะไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆ ของตนแต่ก็เลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เล็ก ทะนุถนอมอย่างดี ริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม อีกทั้งหมายมั่นปั้นมือว่าอย่างไรก็ต้องเติบโตมาเป็นทองแผ่นเดียวกัน ก็ไม่คิดไม่ฝันว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองนี่แหละที่กำลังจะทำทุกสิ่งทุกอย่างพังพินาศ


“ได้ความคืบหน้าแล้วค่ะ คุณท่าน”


เลขานุการวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหลังจากที่ได้รับข้อมูลจากฝ่ายรักษาความปลอดภัยของโรงแรม สีหน้าของเธอไม่ค่อยสู้ดีนัก ชนิดที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าข่าวร้ายแน่นอน หากก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องรายงานไปตามความจริง


“เจอตัวเจ้าพอร์ชไหม? มันไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?”


“ยังไม่เจอตัวค่ะ แต่ว่า...........”


“แต่อะไร รีบๆ พูดมา!”


“มีคนเห็นเหตุการณ์บอกว่าคุณพอร์ชขับรถออกไปจากโรงแรมพร้อมกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง อายุรุ่นๆ เดียวกับคุณกวางค่ะ”


“ว่าไงนะ!?”


แม้จะพอเดาได้ว่าพิธานคงหนีไปแล้ว หากก็ไม่คิดว่าจะแย่ถึงขนาดพาเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าจากที่ไหนก็ไม่รู้ขึ้นรถไปด้วยกัน


“ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วเป็นคุณพิธานไม่ผิดแน่ค่ะ”


โทรศัพท์มือถือซึ่งเพิ่งดูดไฟล์มาจากห้อง CCTV Control ถูกส่งให้ผู้เป็นนายได้พิจารณาดูชัดๆ.... รถเมอร์เซเดสเบนซ์สีดำ หมายเลขทะเบียน ตลอดจนภาพผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ในชุดสูทบนหน้าจอก็มากพอแล้วที่จะยืนยันได้ว่าคุณชายพิธาน อศิรวัฒน์ออกไปจากงานเลี้ยงจริง หากสำหรับเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งขึ้นไปนั่งเบาะข้างคนขับนั้นไม่มีใครรู้สึกคุ้นหน้ามาก่อนเลย


“อีกฝ่ายเป็นใคร? ใช่แขกในงานนี้หรือเปล่า?”


ทั้งเลขานุการสาวและทีมออกาไนเซอร์ต่างก็ส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่าไม่ทราบแน่ชัด เทียบจากรายชื่อแขกก็พอเดาได้ว่าน่าจะเป็นหนึ่งในเพื่อนนักศึกษาของคุณกวางแต่ก็เสี่ยงเกินกว่าที่จะปรักปรำใครโดยที่ยังไม่รู้ความจริง


“ส่งคนไปตามเดี๋ยวนี้.... จะตามจากกล้องวงจรปิด จาก GPS รถมัน หรือจะใช้วิธีไหนก็ได้ แต่ต้องลากตัวเจ้าพอร์ชกลับมา ฉันจะเอาเลือดหัวมันออก!” 


ความโกลาหลถูกจำกัดอยู่เพียงแค่คนในบ้านอศิรวัฒน์กับผู้รับจ้างจัดงาน บรรดาแขกเหรื่อซึ่งกำลังรอคอยช่วงเวลาสำคัญอยู่ข้างนอกยังไม่มีใครระแคะระคายว่าเกิดอะไรขึ้น.... ความเป็นไปได้มีอยู่แค่สอง ทางหนึ่งก็คือให้คุณชายกวิวิชญ์ออกไปเผชิญหน้ากับแขกผู้มีเกียรติทั้งหลายโดยปราศจากคู่หมั้น ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าตัวจะต้องพบเจอคำถามล้านแปดจากกลุ่มนักธุรกิจที่อยากรู้ให้ได้ว่าหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์จะกลายเป็นของอศิรวัฒน์หรือไม่ อีกหนึ่งทางก็คือยกเลิกพิธีการทุกอย่างไปเลย รีบเชิญแขกกลับบ้านก่อนที่ข่าวเรื่องคุณพิธานหายตัวไปจะรั่ว แล้วความเสียหายจะไม่ได้หยุดอยู่แค่งานเลี้ยงฉลองวันเกิดล่ม


“คุณกวางคะ จวนจะได้เวลาเป่าเค้กแล้วค่ะ........”


“ยกเลิกงานไปเลย......ฮึก......ให้ทุกคนกลับไปให้หมด!”  


คุณชายกวิวิชญ์เลือกทางที่สองแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดเลย ร่างเล็กตะโกนสั่งทั้งน้ำตาก่อนจะลุกขึ้นเดินพล่านทั่วห้อง ถามหาผ้าห่มลายก้อนเมฆสีพาสเทลผืนโปรดที่ตัวเองใช้ห่มนอนเวลาอยู่ในรัง  


“ผ้าห่มกวางอยู่ไหน? ผืนที่กวางหยิบมาจากที่บ้านน่ะ?”


“ยะ......ยกเลิกหมดเลยเหรอคะ? เค้กด้วย? แชมเปญทาวเวอร์อีก?”


“..................”


เมื่อได้ผ้าห่มแล้ว เจ้ากวางน้อยก็กลับขึ้นบนโซฟานอนคลุมโปงหันหลังไม่ยอมพูดคุยกับใครอีกเลย เรียกได้ว่าเข้าสู่โหมดเยียวยาตัวเองของโอเมก้าอย่างสมบูรณ์แบบ ทำเอาหัวหน้าทีมออกาไนเซอร์อยากจะบ้าตายเสียให้ได้.... เปราะบางง่าย จิตใจอ่อนแอ กระทบกระเทือนอะไรไม่ได้เลย เพราะแบบนี้ไงล่ะ คนทั่วไปถึงไม่อยากคบค้าสมาคมกับพวกโอเมก้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งโอเมก้าที่ยังเด็ก อารมณ์แปรปรวนและไม่พร้อมที่จะรับมือกับปัญหาแบบผู้ใหญ่


“กวาง ฟังลุงนะ”  


เพราะคนนอกไม่สามารถเรียกโอเมก้าออกจากรังชั่วคราวได้ จึงต้องอาศัยผู้ปกครองช่วยเกลี้ยกล่อมแทน  


“เรื่องเจ้าพอร์ช ลุงจะจัดการให้.... แต่ถ้าเรายกเลิกงานแล้วไล่แขกกลับบ้านตอนนี้ คนที่จะเสียหายที่สุดก็คือคู่หมั้นของเรานั่นละ”


“ถึงกวางจะโกรธพี่เขา แต่กวางก็คงไม่อยากให้ไอ้เจ้าพอร์ชมันถูกคนอื่นนินทาเสียๆ หายๆ ใช่ไหมลูก?”


“...................”


มันแย่ตรงที่คนหนึ่งก็หลานรัก อีกคนหนึ่งก็ลูก แต่ถ้าจะให้ The Superior Group เดินหน้าต่อไปได้ภายใต้การนำของอศิรวัฒน์ อย่างไรท่านประธานก็ต้องเลือกช่วยพิธานเอาไว้ก่อน และเจ้ากวางน้อยที่คนทั้งบ้านสู้อุตส่าห์ทะนุถนอมมาก็เป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ครอบครัวของเขาอยู่รอดไปอีกอย่างน้อยๆ สามชั่วอายุคน


“ไม่ต้องพูดถึงเรื่องหุ้น กวางมีสิทธิ์เต็มที่ที่จะให้หรือไม่ให้เจ้าพอร์ชก็ได้ อันนั้นแล้วแต่กวางจะตัดสินใจ ลุงจะไม่ว่าอะไรเราเลยสักคำ.... แค่บอกทุกคนว่ากวางกับเจ้าพอร์ชจะแต่งงานกัน ส่วนที่เหลือลุงจะจัดการให้เอง ไม่ว่ายังไงเจ้าพอร์ชก็ต้องแต่ง”   


คุณลุงภาคให้คำมั่นสัญญา ขุดทุกอย่างขึ้นมาหว่านล้อมขอเพียงกวางน้อยยอมออกจากรังผ้าห่มแล้วทำในสิ่งตนคาดหวัง ถึงแม้ว่าหัวใจของเด็กหนุ่มจะยับเยินไปพอสมควรด้วยน้ำมือของพิธานก็ตามที  


“อนาคตของพี่เขาขึ้นอยู่กับกวางแล้วนะ ถือเสียว่าทำเพื่อลุงที่เลี้ยงดูกวางแทนพ่อแม่สักครั้ง.........”


ร่างเล็กนอนปาดน้ำตาอยู่ใต้ผ้าห่มผืนโปรด ต่อให้เจ็บแค่ไหนแต่พี่พอร์ชก็ยังคงเป็นจุดอ่อนของเขาอยู่เสมอ.... ทั้งๆ ที่ฝ่ายนั้นใจร้ายมากเสียจนไม่อยากให้อภัย มีอย่างที่ไหน หมั้นกันมาสิบสองปีเต็ม ทำให้กวางเชื่อฝังหัวว่าเราสองคนคือคู่ชะตาของกันและกัน มีชีวิตอยู่ด้วยความหวังว่าเราจะได้แต่งงานสร้างครอบครัวด้วยกัน แต่สุดท้ายกลับมาปาดคอแถมยังถีบเขาลงทะเลในวันที่ความรักของเขาจวนจะไปถึงปลายทางที่อุตส่าห์เฝ้ารออยู่แล้ว


เสียหน้าน่ะไม่เท่าไร แต่ไม่อยากเสียใจ


ถึงจะรักแต่ก็ไม่ได้แปลว่ายินดีที่จะเจ็บอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่ได้แปลว่าพอรักแล้วก็จะมาทำเหมือนเขาเป็นตัวตลกได้.... เข้าใจใช่ไหม?


.


.


.


“และแล้วก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญที่ทุกท่านรอคอย.... ขอเชิญเจ้าของงานวันเกิดในค่ำคืนนี้ คุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุล หรือ คุณกวาง ขึ้นมาบนเวทีเลยค่า~!”


สิ้นเสียงประกาศออกไมโครโฟนจากพิธีกรสาว ทั่วทั้งห้องรอยัลบอลรูมก็ดังกระหึ่มกึกก้องไปด้วยเสียงโห่ร้องต้อนรับเด็กหนุ่มซึ่งเพิ่งอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์ไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา.... แสงสปอตไลท์ส่องตรงกลางเวทีที่ถูกประดับตกแต่งสวยงาม เค้กวันเกิดสูงตระหง่านพร้อมแชมเปญทาวเวอร์ รอคอยการปรากฏตัวต่อหน้าแขกทุกคนอย่างเป็นทางการของโอเมก้าตัวท็อประดับประเทศ


“ส่งมา”


น้ำเสียงติดออกอ้อแอ้นิดๆ เหมือนคนลิ้นเปลี้ยเอ่ยกับบริกรที่ยืนถือถาดอยู่ด้านข้างเวที หากเป็นคนอื่น เขาก็คงไม่ลังเลที่จะส่งแก้วบอมเบย์แซฟไฟร์ให้ แต่นี่เป็นคุณชายกวิวิชญ์ซึ่งจะต้องขึ้นเวทีในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า....


“เอ่อ.....จะดีเหรอครับ?”


“ส่งมาเถอะน่า กวางไม่เมาหรอก”


ของเหลวสีใสเหมือนน้ำเปล่าแต่ฤทธิ์มึนเมาแรงขนาดล้มช้างได้ถูกกรอกลงคอรวดเดียว ยังไม่ทันที่บริกรคนเดิมจะหายช็อกกับการจิบเหล้ายินแบบโหดสัดรัสเซียของร่างเล็ก เจ้าตัวก็กระโดดขึ้นไปแจกยิ้มบนเวทีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


นอกจากท่านประธานภาค เลขานุการและทีมออกาไนเซอร์ ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องพักรับรองสำหรับครอบครัวอศิรวัฒน์ ไม่มีใครรู้ว่าเด็กหนุ่มหน้าตาน่าเอ็นดูซึ่งกำลังยืนรับเสียงปรบมือเพิ่งผ่านการร้องไห้น้ำตาท่วมมหาสมุทรมาหมาดๆ และไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังกิริยาท่าทางที่ดูเหมือนปกติดี อันที่จริงแล้วเป็นผลมาจากแอลกอฮอล์ที่เจือปนอยู่ในกระแสเลือดล้วนๆ


“นี่ก็ดึกมากแล้ว กวางจะไม่พูดเยอะนะ”  


เริ่มต้นด้วยอารมณ์ขันเรียกเสียงหัวเราะร่วนจากบรรดาคนที่ยืนอยู่ข้างล่าง ก่อนที่เจ้าภาพงานวันเกิดจะควักกระดาษจดสุนทรพจน์ออกมาจากกระเป๋าเสื้อสูทแล้วโชว์ให้แขกทุกคนดูพร้อมกับคำพูดที่ใครๆ ก็ยังเข้าใจว่าเป็นมุกตลก  


“แล้วกวางก็จะอ่านโพยด้วย ขี้เกียจท่องจำ.... ใครจะเอาไปนินทาว่าโอเมก้าเป็นพวกโง่สมองกลวงก็เชิญ เพราะมันคือเรื่องจริง!”


“ก่อนอื่นเลย.... กวางต้องขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านที่อุตส่าห์มางานวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบของกวาง ทั้งๆ ที่บางคนก็ไม่ได้รู้จักมักจี่กันสักหน่อย ญาติก็ไม่ใช่ เพื่อนก็ไม่ใช่ ก่อนหน้าจะได้รับบัตรเชิญอาจจะยังไม่รู้ด้วยซ้ำมั้งว่าไอ้กวิวิชญ์ มัชชาระกุลนี่มันเป็นใครวะ.........”


“สำหรับคนที่มาจาก The Superior Group ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการบอร์ดบริหาร ผู้จัดการ พนักงาน เป็นเพื่อนของคุณลุงภาค หรือคนที่เคยทำงานร่วมกับคุณพ่อคุณแม่ของกวาง กวางต้องขอขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ยังอุตส่าห์ให้เกียรติ ไม่ลืมว่าเด็กคนนี้คือใคร.... ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นอะไรเลยแต่แค่แวะมากินฟรี มาฟังเรื่องซุบซิบ หรือฉวยโอกาสใช้งานวันเกิดของกวางหาคอนเน็กชั่นกับคนรวยๆ ก็ขอให้ได้สิ่งที่หวังกลับไปถ้วนหน้าก็แล้วกัน.... ยังไงพรุ่งนี้กวางก็ต้องไปทำบุญถวายสังฆทานที่วัดอยู่แล้ว ก็ทำมันที่นี่เสียด้วยเลยเนอะ”


เพียงเท่านั้น เสียงปรบมือและเสียงเอ่ยชื่นชมถึงความน่ารักอัธยาศัยดีของเจ้าภาพก็หายวับไปในพริบตาเสมือนถูกดูดเข้าไปยังมิติที่สี่ เหลือไว้แต่ความอึ้งกิมกี่ของเหล่าคนที่ถูกเด็กเมื่อวานซืนหลอกด่าแบบงงๆ.... คุณชายกวิวิชญ์ยังคงแสยะยิ้มชอบใจเมื่อได้พูดในสิ่งที่ตนเองอยากพูด ในขณะที่ท่านประธานแห่ง The Superior Group กับทีมออกาไนเซอร์ซึ่งเป็นคนเตรียมโพยได้แต่ยืนมือไม้สั่น รีบปรึกษากันจ้าละหวั่นว่าควรจะเอาตัวคนเมาลงมาจากเวทีดีหรือไม่


ท่านประธานภาคให้เลขานุการมากระซิบหัวหน้าทีมว่าไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น รอจนกว่าคุณกวางจะประกาศแต่งงานกับคุณพิธาน จากนั้นค่อยให้พิธีกรหญิงกล่าวตัดจบปิดงานได้เลย สุนทรพจน์ซึ่งเละเทะไม่เป็นท่าจึงต้องดำเนินต่อไปท่ามกลางความกระอักกระอ่วนของทุกฝ่าย




“ลำดับต่อมาก็ต้องขอขอบคุณทุกคนในบ้านอศิรวัฒน์.... ขอบคุณคุณลุงภาคที่เลี้ยงดูกวางอย่างดี ขอบคุณพี่พอร์ชสำหรับทุกอย่างที่ทำให้กวาง ขอบคุณป้านิ่มแม่บ้าน ขอบคุณพี่เสงี่ยมคนขับรถ อ้อ แล้วก็ขอบคุณไอ้เจอร์ราด หมาของพี่พอร์ชที่ตายไปแล้วด้วย..........”


“แค่นี้เหรอคะ คุณกวาง?”


“แค่นี้แหละ กวางบอกแล้วไงว่าจะไม่พูดเยอะ มันดึกแล้ว”


พิธีกรพยายามถามชงตามบรีฟล่าสุดที่ได้รับจากข้างเวที แต่คุณชายกวิวิชญ์กลับตัดบทจบสุนทรพจน์ไปแบบดื้อๆ


“เอ่อ.....แล้วเรื่องแต่งงาน............”




“เรื่องที่ว่าจะแต่งงานกับคุณพิธาน เป็นความจริงหรือเปล่าครับ?”




แขกคนหนึ่งซึ่งอดรนทนไม่ไหวโพล่งถามแทรกขึ้นมา ทำเอาคนในงานที่เหลือแทบจะหันไปกราบขอบพระคุณที่ช่วยออกหน้าถามในสิ่งที่พวกตนอยากรู้ให้.... ก็อย่างที่เจ้ากวางน้อยพูดไปบนเวทีเมื่อครู่นี้ ถ้าไม่ใช่เพื่อนหรือญาติ ใครจะมาสนใจใยดีฉลองวันเกิดให้โอเมก้าอย่างเขากันเล่า สิ่งเดียวที่คนเหล่านี้ต้องการก็คืออยากรู้ว่าหุ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซนต์จะถูกถ่ายโอนไปยังอศิรวัฒน์ผ่านการแต่งงานหรือไม่


ซึ่งถ้าไม่.... คนพวกนั้นก็จะได้ส่งอัลฟ่าจากฝ่ายของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นลูกชาย หลานชายมาตีสนิททำความรู้จักกับเขาทันที


หรือไม่ก็อาจจะหาทางรวบหัวรวบหางโอเมก้าพันล้านภายในคืนนี้เลยก็ได้




“อ๋อๆๆๆ ขอโทษที กวางลืมสนิทเลยว่ามีอีกเรื่องที่ยังไม่ได้พูด”  


ร่างบางตามไปคว้าเอาไมโครโฟนกลับมาหลังจากส่งคืนให้พิธีกรสาวด้วยการยัดใส่มือเธอไปแล้ว  


“โอเมก้าก็งี้แหละ.... ขี้หลงขี้ลืม ใครอยู่กับกวางบ่อยๆ ก็คงชินแล้วล่ะมั้ง”


เสียงหัวเราะประปรายดังขึ้นอีกครั้งเมื่อสถานการณ์เริ่มกลับเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น.... เด็กหนุ่มหน้าหวานยิ้มน้อยๆ สู้แสงไฟและแสงแฟลชจากกล้องนักข่าวแวดวงธุรกิจ หน่วยตาคู่สวยก้มลงมองแถวตัวอักษรบนกระดาษยับยู่ยี่ซึ่งภายในนั้นเขียนกำหนดการเอาไว้อย่างชัดเจนว่าเขากับพี่พอร์ชจะแต่งงานกันช่วงเดือนพฤศจิกายนของปีนี้.... ริมฝีปากอิ่มกำลังจะขยับตามคำพูดซึ่งมีคนช่วยร่างประโยคสละสลวยให้แบบสดๆ ร้อนๆ แต่แล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดและผิดหวังอย่างรุนแรงก็พุ่งทะลุผ่านฤทธิ์แอลกอฮอล์เข้าสู่หัวใจจนได้




ไม่มีลูกโป่งที่เขียนว่า ‘Marry me’


ไม่มีช่อดอกกุหลาบสีแดงเก้าสิบเก้าดอก 


ไม่มีการคุกเข่าสวมแหวน


ไม่มีพี่พอร์ช


นี่มันไม่ใช่เซอร์ไพรส์ขอแต่งงานแบบที่เขาอยากได้สักหน่อย....!






“สิ่งที่กวางจะบอกให้ทุกคนรู้ก็คือ ตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปีนี้เป็นต้นไป กวางจะขอใช้สิทธิ์ของตัวเองเข้าร่วมประชุมบอร์ดบริหารด้วย ในฐานะ.......อืม.......ฐานะอะไรดีนะ...........เอาเป็นในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับสองของ The Superior Group ก็แล้วกัน...........”


“ใครเป็นคนจัดห้องประชุมก็ไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าได้ยินแล้วก็ช่วยเตรียมเก้าอี้ให้กวางด้วยนะ.... ส่วนผ้าห่มกับหมอนไม่ต้อง เดี๋ยวกวางเอาไปเอง ขอบคุณ~”


ห้องรอยัลบอลรูมตกอยู่ในสภาวะโกลาหล เสียงพูดคุยอื้ออึงเซ็งแซ่ดังมาจากทุกมุมเกี่ยวกับเรื่องที่คุณชายกวิวิชญ์เพิ่งประกาศออกมาด้วยตัวเอง.... การแต่งงานระหว่างคู่หมั้นสิบสองปีจะยังไม่เกิดขึ้น หากกลับกลายเป็นว่ากลุ่มบริษัทเครือห้างสรรพสินค้าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีเด็กหนุ่มซึ่งเป็นโอเมก้าโดยกำเนิดขึ้นมาเป็นบอร์ดบริหาร อย่าว่าแต่จะรอให้ถึงไตรมาสสามก่อนแล้วค่อยตัดสินผลงานเลย แค่วันพรุ่งนี้ข่าวแพร่สะพัดออกไป ราคาหุ้น The Superior Group คงได้ร่วงลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์


คนที่ตกใจจนหน้าซีดปากสั่นไม่ได้มีเพียงแค่ท่านประธาน แต่ยังรวมถึงบรรดาผู้บริหารซึ่งมาร่วมงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของคุณชายกวิวิชญ์ด้วย ในขณะที่เจ้าตัวยังหัวเราะคิกคักมีความสุขอยู่บนเวที


“ทุกคนกำลังรอข่าวเซอร์ไพรส์จากกวางอยู่ไม่ใช่เหรอ.... ก็นี่ไง เซอร์ไพรส์พอหรือยัง? อึ้งไปเลยใช่ไหมล่ะ?”


“กวาง นี่เราเมามากแล้วนะ!” 


ตั้งแต่มาอาศัยอยู่บ้านอศิรวัฒน์ ไม่เคยเลยสักครั้งที่คุณลุงภาคจะโกรธเจ้ากวางน้อย ทว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้มันเกินกว่าที่ท่านจะอดกลั้นได้ไหวจริงๆ ถึงแม้จะทราบดีอยู่แก่ใจว่าต้นสายปลายเหตุของเรื่องทั้งหมดมาจากลูกชายของตนเอง  


“ไป.... ลุงจะให้นายเสงี่ยมพากลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย!”


“กวางไม่ได้เมา!”


ร่างเล็กปัดมือคุณลุงทิ้ง นี่ก็เป็นครั้งแรกเหมือนกันที่เขาก้าวร้าวและเกรี้ยวกราดใส่ผู้มีพระคุณ ฤทธิ์ของดรายมาร์ตินี่กับแซฟฟรายบอมเบย์ตีกันยุ่งเหยิงอยู่ในกระแสเลือดและหัวสมอง.... เขาอยากจะหัวเราะ อยากจะกรีดร้อง อยากจะบ้าให้มันสุดเหวี่ยงเพื่อที่จะได้ไม่ต้องนึกถึงอะไรก็ตามซึ่งจะทำให้เขาเสียใจ


อย่างเช่นการนึกถึงคนใจร้ายอย่างพี่พอร์ช....!


“พวกผู้ใหญ่อะ กลับไปนอนได้แล้ว.... ที่นี่เด็กๆ เขาจะสนุกกันต่อ!”


เสื้อสูทสั่งตัดจากแบรนด์ดังถูกเหวี่ยงทิ้งหายไปไหนไม่รู้ ก่อนที่เจ้ากวางน้อยจะคว้าเหล้าอีกแก้วมากรอกใส่ปากแล้วเริ่มเต้นไปตามจังหวะเพลง เขาตะโกนบอกให้วงเครื่องสายสี่ชิ้นซึ่งบรรเลงเพลงคลาสสิกมาตลอดงานไสหัวออกไปแล้วสั่งพนักงานให้เปิดเพลงจาก Spotify ออกลำโพงแทน.... เพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น งานฉลองวันเกิดครบรอบอายุยี่สิบปีในโรงแรมหรูของคุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุลก็ถูกแปรสภาพให้กลายเป็นปาร์ตี้ EDM อย่างสมบูรณ์แบบพร้อมด้วยเหล้ายาทุกชนิดเท่าที่จะหาได้





คู่หมั้นหนีไป


งานวันเกิดล่ม


หุ้นบริษัทก็ตก




เซอร์ไพรส์อย่างที่ใครก็นึกไม่ถึงเลยเชียวล่ะ....!
 





TO BE CONTINUE
#บังเอิญท้อง


 
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:25 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY