ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 89
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,910
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand'
[11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]จำนวนผู้เข้าชม 779 คน
Cruel Intentions


บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~
 



 
6





บรรยากาศบนโต๊ะขนาดสองที่นั่งภายในคาเฟ่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมงย่านรัชดาเต็มไปด้วยความตึงเครียดขั้นสูงสุด ถึงแม้จะมีสารพัดขนมหลากหลายชนิดวางอยู่ตรงหน้าจนแทบไม่เหลือที่ว่างแต่กลับไม่มีใครคิดจะแตะต้อง มีเพียงสายตาที่มองประสานกันราวกับจะหยั่งเชิงท่าทีของอีกฝ่าย ชนิดที่ถ้ามีใครเผลอถอนหายใจออกมาก่อนก็คงถือว่าเป็นผู้แพ้ไปโดยปริยาย


พิธานมองเด็กหนุ่มหน้าจืดที่เขาบังคับพาตัวออกมาจากงานวันเกิดคู่หมั้นอย่างพิจารณา ทั้งๆ ที่เห็นว่ารุ่นราวคราวเดียวกับกวาง ซ้ำยังเป็นเพื่อนสนิทกัน นิสัยใจคอก็ไม่น่าจะหนีไปจากกันสักเท่าไร ทว่า หลังจากการพูดคุยซึ่งยืดเยื้อหาข้อตกลงที่น่าพอใจไม่ได้ เขาถึงได้รู้ว่าเด็กกระต่ายอะไรนี่ไม่ได้นุ่มนิ่มหัวอ่อนใสแบ๊วสมชื่อเลย หากกลับหัวดื้อหัวรั้น ยอมหักไม่ยอมงอ เป็นคนประเภทที่เขาเกลียดที่สุดเวลาที่ต้องรับบทคู่ค้าเจรจาผลประโยชน์ทางธุรกิจด้วย


นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลาเกือบตีสองแล้ว กว่าสี่ชั่วโมงที่เขากับเจ้าเด็กนี่เหมือนพูดจากันคนละภาษา ไม่ว่าสิ่งใดก็ตามทีพิธานเสนอไป ล้วนแล้วแต่ถูกปฏิเสธหรือไม่ก็ส่ายหน้าท่าทางบอกบุญไม่รับกลับมา.... แน่นอนว่าเขาหงุดหงิดเต็มที แต่เพราะคิดว่าวิธีเดียวที่จะช่วยให้ชีวิตของตนเองง่ายขึ้นก็คือต้องอาศัยความร่วมมือจากเจ้าหมอนี่ แล้วที่ต้องใจเย็นเป็นพิเศษก็เพราะไม่อยากแหวกหญ้าให้งูตื่นจนเสียเรื่อง


“ใจคอจะไม่กินสักหน่อยเหรอ?”  


MD หนุ่มแห่ง The Superior Group เอ่ยทำลายความเงียบที่สุดแสนจะน่าอึดอัดขึ้นก่อน พลางหยิบส้อมเขี่ยไปเขี่ยมาบนแพนเค้กซึ่งถูกทิ้งเอาไว้นานจนเนื้อยุบตัวหมดแล้ว  


“พวกขนมแบบนี้ กวางเขาชอบมากเลยนะ กระต่ายไม่ชอบกินเหมือนเพื่อนเหรอ?”


“แล้วหน้าผมกับไอ้กวางมันเหมือนกันหรือไงล่ะ?”


“งั้นอยากกินอะไร?”


“ขอโทษนะครับพี่ แต่หน้ายิ้มๆ ของพี่ใช้หลอกผมไม่ได้หรอก!”  


ศศินตัดบทอย่างเย็นชา ด้วยหวังว่าคู่หมั้นของไอ้เพื่อนบังเกิดเกล้าจะเลิกคิดอะไรที่มันไม่เข้าท่าแล้วปล่อยเขากลับหอพักเสียที  


“อย่าพยายามเลยครับ ไม่ว่าพี่พอร์ชจะมีอีกกี่สิบกี่ร้อยข้อเสนอสำหรับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนี้ ยังไงผมก็ไม่รับ!”


ร่างสูงวางส้อมแล้วถอยเก้าอี้ออกเล็กน้อยแล้วยกขาขึ้นไขว่ห้าง สองแขนประสานกอดอกในขณะที่หน่วยตาคมยังคงจ้องมองนักศึกษาทุนคล้ายกับจะด่าว่า ‘จนแล้วยังหยิ่งไม่เข้าเรื่อง!’


“น่าเสียดายนะ.........”  


หากถึงแม้ข้างในใจจะเกรี้ยวกราดแค่ไหน พิธานก็ยังควบคุมสีหน้าและน้ำเสียงของเขาได้อย่างดีเยี่ยม ต่อให้ความหมายของประโยคที่พูดจะส่อแววข่มขู่ค่อนข้างชัดเจน  


“แต่พี่เสียเวลากับกระต่ายมามากแล้ว งานวันเกิดของกวางก็คงวุ่นวายน่าดูที่พี่หายตัวมาแบบนี้ ยังไงซะ พี่ก็ไม่คิดจะกลับไปมือเปล่าเหมือนกัน”


“ก็ใครใช้ให้พี่ลากผมออกมา!?”


“ลากเหรอ?”  


เจ้าของเสียงทุ้มเลิกคิ้วย้อนถาม ก็ไม่ได้อยากกวนประสาทชิงไหวชิงพริบให้เหนื่อยแรง แต่กับเด็กเถรตรง ตงฉินแต่เล็กแต่น้อยพรรค์นี้ ถ้าไม่ใช้วิธีศรีธนญชัยเข้าสู้ก็ดูท่าจะเอาชนะยาก  


“กระต่ายจะมาบอกว่าพี่ลากเราขึ้นรถออกจากโรงแรมไม่ได้นะ เพราะกระต่ายเป็นคนเดินตามพี่มาเอง.... ถ้าไปเปิดกล้องวงจรปิดลานจอดรถดูก็น่าจะเห็นว่านอกจากดึงแขนนิดๆ หน่อยๆ พี่ก็แทบจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวเราเลย”


พอโดนเข้าอีหรอบนี้ เด็กหนุ่มฟันกระต่ายก็ได้แต่อ้าปากหวอ คิดไม่ถึงว่าตนเองจะทำพลาดขนาดหนักที่เดินตามศัตรูมาต้อยๆ ด้วยความที่ตอนนั้นตกใจกลัวจนตั้งสติไม่ทัน ทั้งๆ ที่ถ้าจะขัดขืนหรือร้องตะโกนให้คนช่วยก็น่าจะรอดแล้ว


“เวลามีไม่มากก่อนที่คนของพ่อพี่จะตามมาเจอ เรารีบมาตกลงกันให้มันจบๆ ไปดีกว่า”


“ผมก็บอกแล้วไงว่าไม่รับข้อเสนออะไรทั้งนั้น!”  


กระต่ายยืนกรานเสียงแข็ง ถึงแม้จะเข้าตาจนหรือร้อนเงินแค่ไหน อย่างเดียวที่คนอย่างเขาไม่คิดจะขายก็คือศักดิ์ศรี  


“แค่ให้ปิดปากเงียบไม่แฉเรื่องที่พี่พอร์ชแอบไปมีกิ๊ก ผมว่ามันก็ทุเรศมากเกินพออยู่แล้ว นี่ถึงขนาดจะให้ผมแกล้งทำตัวเป็นมือที่สาม แย่งคู่หมั้นเพื่อนตัวเองเนี่ยนะ.... อย่าหวังเลย ผมไม่เอาด้วยหรอก!”


ศศินแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลยด้วยซ้ำในตอนที่คุณชายพิธาน อศิรวัฒน์ คนที่ไอ้กวางโง่ เพื่อนของเขาภูมิใจนำเสนอว่าเป็นผู้ชายที่แสนจะเป็นสุภาพบุรุษ ดีที่สุดในโลกหล้ามายื่นข้อเสนอให้เขาตกลงคบหากันในฐานะคนรักแบบปลอมๆ โดยมีข้อแม้ว่าไอ้กวางจะต้องจับได้และเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นไปเองในที่สุด แลกกับเงินห้าล้านและตำแหน่งงานใน The Superior Group หลังเรียนจบ


จริงอยู่ว่าเงินจำนวนขนาดนั้นอาจช่วยเปลี่ยนชีวิตกระต่ายจากหลังเท้ามาเป็นหน้ามือ และการได้เป็นพนักงานประจำของ The Superior Group ก็จะทำให้เขาไม่ต้องลำบากปากกัดตีนถีบอีกต่อไป แต่ถ้าของนอกกายพวกนั้นได้มาด้วยวิธีการที่ไม่ซื่อสัตย์ เขาก็ไม่แม้แต่จะคิดเสียดายมัน


“ผมไม่รู้นะว่าพี่พอร์ชเข้าใจความหมายของคำว่า ‘เพื่อน’ ยังไง.... แต่ไอ้กวางมันเป็นเพื่อนผม และผมจะไม่มีวันหักหลังมันเด็ดขาด”


บอกไปตั้งหลายครั้งแล้วว่าถ้าอยากให้ไอ้กวางถอนหมั้นนัก ก็เดินเข้าไปพูดกับมันตรงๆ เลยว่ารักคนอื่น ไม่อยากแต่งงานแล้ว ไม่ต้องลากบุคคลที่สามที่สี่เข้าไปเอี่ยวด้วย.... หรือว่าพวกคนรวยเขาจะเคลียร์ปัญหาแบบซึ่งหน้ากันไม่เป็น  ต้องเฉไฉทำอะไรอ้อมค้อมเพื่อให้ตัวเองดูแย่น้อยที่สุด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมันก็เหี้ยลากยาวตั้งแต่ต้นจนจบนั่นแหละ


“พี่ไม่อยากให้คนๆ นั้นของพี่เข้ามามีส่วนในเรื่องนี้.........”  


แค่เริ่มต้นอ้าปากที่มีคำว่า ‘เห็นแก่ตัวฉิบหาย!’ ลอยออกมาเต็มไปหมด  


“เพราะกระต่ายเป็นเพื่อนคนเดียวในมหาลัยที่กวางสนิทด้วยตอนนี้ พี่ถึงต้องอาศัยเราน่ะ.... คนที่กวางจะให้อภัยได้ทุกเรื่องก็น่าจะมีแค่กระต่ายนี่ล่ะ”


“พี่พอร์ชต่างหากที่ไอ้กวางจะให้อภัยได้ทุกเรื่อง ไม่ใช่ผม!”


“ถ้าพี่จัดการเองได้ก็คงไม่ปล่อยยืดเยื้อมาจนป่านนี้หรอก”  


พิธานเปลี่ยนจากข่มขู่มาเป็นขอความเห็นใจ ครั้งหนึ่งเขาก็เคยคิดว่าการหมั้นหมายซึ่งเกิดจากความเห็นชอบของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว เขาจึงวางตัวเป็นทั้งพี่ชายและคนรักให้น้องกวาง จนกระทั่งหลายปีผ่านไป สัญญาณน่าสงสัยเริ่มชัดเจนขึ้นในขณะที่ความเชื่อมั่นว่าเขากับน้องกวางคือคู่ชะตาของกันและกันกลับลดน้อยถอยลง  


“ไม่ใช่ว่าพี่ไม่พยายามนะ แต่พี่ไม่ใช่คนที่จะทำให้กวางมีความสุขได้หรอก.... มันจะไม่ดีกว่าเหรอถ้ากวางกับพี่จะถอนหมั้นกัน แล้วให้กวางได้ไปเจอใครสักคนที่พร้อมจะดูแลเขา”


นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่สนามกอล์ฟ.... เขาดูออกว่าอัลฟ่าทุกคนที่นั่นมีปฏิกิริยาบางอย่างเมื่อเห็นกวิวิชญ์ ปฏิกิริยาที่เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร รู้เพียงแค่ว่ามันทำให้เขารู้สึกแปลกแยกและละอายใจเกินจะแสร้งทำนิ่งเฉยได้


โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเคนเนทตะโกนบอกว่าได้ยินเสียงคู่หมั้นเขาตะโกนขอความช่วยเหลือแล้วออกวิ่งนำหน้าไป เขาถึงยิ่งแน่ใจว่าตนเองคงไม่สามารถอยู่ในสภาพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว.... แต่จะให้จับเข่าคุยกันตรงๆ ว่าต้องการขอถอนหมั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะกับกวางหรือกับพ่อของเขาก็ตาม


ต้องให้มีความเสียหายเกิดขึ้นก่อนแล้วค่อยหาทางกลบมันให้มิด.... นั่นละคือวิธีการของอศิรวัฒน์


“เพราะพี่ทำเองไม่ได้ก็เลยมายืมมือผมฆ่าเพื่อนทั้งเป็นเนี่ยนะ!?”  


กระต่ายยกมือขึ้นกุมขมับ อยากจะบ้าตายที่อยู่ดีๆ ก็มีคนมาชวนให้ไปเจอกันในนรกเสียอย่างนั้น  


“เก็บห้าล้านเอาไว้เถอะ เงินของพี่ซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอกนะครับ” 


“หกล้าน”


“ไม่”


“แปดล้าน”


“ไม่”


“งั้นสิบล้าน”


“พี่พอร์ชครับ........”


“พี่มั่นใจว่าเงินซื้อได้ทุกอย่าง ถ้ามันมากพอ”  


ฝ่ายยื่นข้อเสนอก็ยังคงเชื่อในแนวทางใช้เงินแก้ไขปัญหาของตนเอง คำพูดหว่านล้อมแบบที่ชี้ให้เห็นแต่ข้อดีของการร่วมมือกัน หมกเม็ดข้อเสียเอาไว้ไม่ต้องพูดถึงถูกงัดออกมาใช้ สมกับที่เป็นว่าที่ประธานบริษัทอันดับต้นๆ ของอาเซียนเสียจริง  


“ด้วยเงินมากขนาดนี้ กระต่ายจะเรียนจนจบปริญญาเอกเลยก็ได้ หรือจะไปต่อโทเมืองนอกก็สบายๆ แถมยังเหลือส่งให้ที่บ้านใช้ได้อีกหลายปี.... กวางก็จะได้เจอคนที่ดีกว่าพี่ ส่วนพี่ก็จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ มีชีวิตเป็นของตัวเองสักที งานนี้ไม่มีใครเสียเลยนะ วินวินกันทุกฝ่าย” 


เด็กที่ทำงานพิเศษได้ค่าแรงชั่วโมงละสี่สิบกว่าบาท ไม่มีทางที่จะเมินเฉยไม่ใยดีเงินสิบล้านได้หรอก.... ถ้ามีเงินก็หาเพื่อนได้ไม่ยากอยู่แล้ว แต่โอกาสคว้าเงินสิบล้านมาใช้ไม่ได้มีเข้ามาทุกวัน ต่อให้กระต่ายถูกกวางโกรธเกลียดหรือเลิกคบ พิธานก็ยังมองว่ามันคุ้มค่าสำหรับอีกฝ่ายอยู่ดี


กระต่ายอ้าปากค้างพะงาบๆ เหมือนหาเหตุผลมาปฏิเสธไม่ได้ ยอมรับว่าความแตกต่างระหว่างเลขเจ็ดหลักกับแปดหลักทำให้เขาไขว้เขว หากกระนั้น คำพูดสั้นๆ ที่เก็บอยู่ในใจตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกลากตัวออกมาจากงานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนสนิทก็ยังคงไม่เลือนหายไปจากจิตใจ


“ออกตัวก่อนว่าปกติผมไม่ใช่คนพูดจาหยาบคายนะ แต่คราวนี้ผมขอพูดอะไรอย่างหนึ่งได้ไหมครับ พี่พอร์ช?”


“เชิญ”


“ไอ้เหี้ย!”  


แม้พิธานจะไม่อนุญาต ศศินก็กะจะด่าให้หน้าหงายอยู่แล้ว ยิ่งพอเจ้าตัวเซย์เยสให้ด่าได้ เขาก็ขอจัดชุดใหญ่ไฟกระพริบเสียเลย  


“พี่แม่งเหี้ยว่ะ.... โคตรเหี้ยเลย”


“ขอบใจที่ชม”


คนโดนด่ายิ้มเย็นไม่สะทกสะท้านราวกับรู้ตัวดีอยู่แล้ว อย่างน้อยคำว่าสิบล้านก็ทำให้คนที่ประกาศปาวๆ ว่าตนเองซื้อไม่ได้ด้วยเงินเกิดความหวั่นไหวขึ้นมาบ้างแล้ว แบบนี้ก็คงปิดเกมได้ไม่ยาก


“เป็นอันว่ากระต่ายรับข้อเสนอของพี่นะ”  


พิธานหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ตั้งใจจะเมมเบอร์หรือไม่ก็แอดไอดีไลน์ของเด็กหนุ่มเอาไว้ก่อน แล้วค่อยจัดการทำตามเงื่อนไขในภายหลัง  


“จะให้โอนเข้าบัญชีธนาคาร จ่ายแคชเชียร์เช็คหรือรับเป็นเงินสดก็บอกมาแล้วกัน ล่วงหน้าอย่างน้อยสองวันทำการ”


“วันนี้พี่ไม่ได้พกอะไรติดตัวมาเลย กระต่ายเอานาฬิกาพี่ไปเป็นของมัดจำก่อนก็แล้วกัน.... นี่ Patek Philippe เรือนละสองล้าน น่าจะพอใช้ได้”


พูดเองเออเองไม่เกรงใจใคร พิธานปลดล็อกนาฬิกาข้อมือสุดหรู ตัวเรือนทำจากทองคำขาวหมายจะยืนส่งให้กระต่ายเก็บเอาไว้จนกว่าอีกฝ่ายจะตัดสินใจได้ว่าจะเลือกรับเงินสิบล้านด้วยวิธีไหน จึงไม่ได้สังเกตเลยว่ามือของคู่สนทนาไม่ได้ยื่นออกมาเพื่อรับของ หากแต่คว้าหมับเข้าที่แก้วพลาสติกซึ่งบรรจุน้ำอยู่เต็มเปี่ยม


กว่าจะทันรู้ตัว น้ำในแก้วนั้นก็สาดกระจายเต็มใบหน้าหนุ่มโสดแห่งปี ผู้ที่สาวๆ เบต้าลงความเห็นว่าน่าทอดกายถวายตัวให้ที่สุด....!




ซ่า!!!




“ไม่รับโว้ย!!!”


เสียงพูดแข็งกร้าวตอกหน้าคนที่คิดว่าเงินสามารถซื้อได้ทุกอย่างถ้ามากพอ ทำเอามือที่กำลังแกะนาฬิกาเรือนละสองล้านชะงักความเคลื่อนไหว ใบหน้าหล่อเหลาเปียกปอนเงยขึ้นจ้องมองตัวต้นเหตุของสงกรานต์นอกฤดูเขม็ง และยังไม่ทันที่กลีบปากหยักจะขยับต่อว่าสั่งสอนเจ้าเด็กสามหาว ก็กลับกลายเป็นพิธานเสียเองที่ทั้งถูกต่อว่าและถูกสั่งสอน


“ผมอุตส่าห์พูดขนาดนี้แล้ว พี่ยังคิดไม่ได้อีกเหรอวะ!?”


“ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมพี่พอร์ชถึงไม่อยากแต่งงานกับไอ้กวาง ทำไมพี่ถึงนอกใจมันไปมีคนอื่น ทั้งๆ ที่ก็เห็นอยู่ว่ามันเทิดทูนบูชาพี่อย่างกับพระเจ้า แต่ถ้าจะเห็นแก่ตัว คิดเอาตัวรอดโดยไม่สนใจความรู้สึกของใครเลย งั้นก็เชิญพี่ไปเคลียร์กับมันเองเหอะ.... เรียนผูกก็ต้องเรียนแก้เอง อย่าเอาผมไปเกี่ยว!”


พิธานไม่ได้โต้ตอบ เขายังคงมองสีหน้าโกรธเคืองของกระต่ายคล้ายจะด่าคืนด้วยแววตา จนกระทั่งอีกฝ่ายสะบัดหน้าหนีแล้วลุกจากไป.... เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากระต่ายจะกลับบ้านยังไง รถเมล์จะหมดแล้วหรือยัง มีเงินค่ารถแท็กซี่หรือเปล่า แต่ก็อย่างที่เห็นว่าเขาไม่ใช่คนมีน้ำใจล้นเหลือ ไอ้จะให้ทำตัวเป็นสุภาพบุรุษต่อคู่ค้าที่พูดจาไม่รู้เรื่องน่ะอย่าหวังเสียให้ยากเลย


“มีแต่พวกงี่เง่า..........”


เพราะเมื่อครู่นี้เขาเปิดมือถือเพื่อเมมเบอร์โทรไอ้เด็กกระต่าย แต่นอกจากจะไม่ได้เบอร์แล้ว บรรดาข้อความแชท ข้อความ SMS และสายเรียกเข้าที่ไม่ได้รับทั้งหลายก็พากันแย่งพื้นที่บนหน้าจอจนพิธานต้องเบือนหน้าหนีด้วยความเบื่อหน่าย.... ไม่มีใครถามว่าเขาเป็นตายร้ายดีอย่างไร ไม่มีใครสนใจว่าเขายังโอเคอยู่ไหม เรื่องเดียวที่ทุกคนสนใจก็คือกวาง กวาง กวาง และกวาง


แม้กระทั่งข้อความเสียงที่เคนเนทฝากเอาไว้เมื่อตอนเที่ยงคืนกว่าๆ ก็มีแต่เรื่องของเจ้ากวางน้อย






‘ไอ้พอร์ช มึงหายหัวไปไหนวะ!?’


‘หนูแบมบี้อาการไม่ค่อยดีเท่าไรนะ เมาหนักมาก แล้วก็ปล่อยฟีโรโมนแรงเสียจนอัลฟ่าแถวนี้หัวปั่นกันไปหมดแล้ว.... กูเองก็แทบแย่แล้วเหมือนกัน คงดูแลน้องให้มึงไม่ไหวแน่.........’


‘กลับมาเถอะ คนที่หนูแบมบี้ต้องการคือมึงเท่านั้นนะเว้ย’


.


.


ต้องการ.... งั้นเหรอ?


อัลฟ่าที่ไม่เคยได้กลิ่นจากโอเมก้า ไม่เคยได้ยินเสียงร้องของโอเมก้า


ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคู่หมั้นของตัวเองกำลังฮีท




ใครมันจะไปต้องการอัลฟ่าพรรค์นั้นกัน....?
.


.


.


“ปล่อยฟีโรโมน.... งั้นก็คงไม่ได้กินยาคุมฮีทสินะ?”


ยาคุมฮีทแบบที่กวิวิชญ์ต้องกินทุกวัน เม็ดหนึ่งราคาหลายร้อยบาท ประสิทธิภาพในการกดต่อมใต้ผิวหนังไม่ให้ผลิตสารฟีโรโมนดีกว่ายาคุมแจกฟรีของรัฐบาลเป็นสิบเท่าตัว ผลข้างเคียงจากการใช้ยาต่อเนื่องก็เรียกได้ว่าไม่มีเลย ดังนั้น การที่อยู่ดีๆ น้องกวางก็เกิดอาการตัวหอมเตะจมูกอัลฟ่าขึ้นมาก็สันนิษฐานได้เพียงอย่างเดียวคือเจ้าตัวแอบหยุดยาไปเอง


ชายหนุ่มประเมินสถานการณ์จากคำบอกเล่าผ่านข้อความเสียง จับใจความได้ว่าน่าจะเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในงานเลี้ยงวันเกิดหลังจากที่เขาออกมา.... พิธานไม่มีทางรู้ได้หรอกว่าเจ้ากวางน้อยจงใจหยุดยาคุมฮีทจริงหรือเปล่า แล้วจะทำไปเพื่ออะไร แต่คนเป็นโอเมก้าก็คงจะรู้ดีว่าถ้าไม่รู้จักระมัดระวังตัวแล้วเกิดฮีทนอกบ้านขึ้นมา ต่อให้เป็นคู่หมั้นที่รักกันปานจะกลืนกินแค่ไหน เขาก็คงตามไปช่วยไม่ได้


อัลฟ่าที่อยู่ใกล้ที่สุดก็คงมีแต่ไอ้คีน.... ล่ะมั้ง?






นั่นสินะ.... เรียนผูกก็ต้องรู้จักเรียนแก้


ถ้าอย่างนั้น ใครทำอะไรไว้ก็หาทางแก้ไขกันเอาเองสิ.... ทำไมเขาจะต้องรับผิดชอบปัญหาทุกอย่างที่ตัวเองไม่ได้เป็นคนก่อด้วยล่ะ?



 





ที่เคยอ่านตามเว็บเรื่องเล่าประสบการณ์เสียตัวนั่นน่ะโกหกทั้งเพ โดยเฉพาะพวกที่ชอบบอกว่าเมาจนจำอะไรไม่ได้ ไม่รู้สึกตัวเลยว่าโดนจัดไปกี่ท่า เสร็จไปกี่น้ำ ร้องครวญครางเสียงแหบเสียงแห้งเรียกชื่อคู่ขาไปกี่หน.... เพราะถึงแม้จะเมาค้างจนปวดหัวแทบระเบิด แขนขาง่อยเปลี้ยไร้เรี่ยวแรงเหมือนคนกำลังจะตาย ทว่า ส่วนอื่นๆ ของร่างกาย รวมถึงหัวสมองกลับเต็มไปด้วยร่องรอยของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้


กลิ่นคาวเซ็กส์ยังคงตลบอบอวลอยู่ในกองผ้าห่ม คราบเหนียวแห้งเกรอะกรังอยู่ตรงซอกขา เพียงแค่ขยับลุกขึ้นนั่ง ช่องทางด้านหลังก็แสบระบมยิ่งกว่าแผลโดนไฟลวก.... ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไรหรอก ในเมื่อรอยเลือดเปรอะผ้าปูที่นอนมันฟ้องอยู่ทนโท่ขนาดนี้


กวิวิชญ์จำได้ว่าเขาติดสัดครั้งแรกตอนอายุสิบสี่ หลังจากนั้นก็ถูกสั่งให้กินยาคุมฮีทมาโดยตลอดเพราะยังต้องเรียนหนังสือ ประกอบกับคู่หมั้นไปเรียนต่ออยู่ต่างประเทศ อีกหลายปีกว่าจะถึงกำหนดกลับเมืองไทย ทางผู้ใหญ่จึงเห็นสมควรให้เขารักษาความบริสุทธิ์เอาไว้จนกว่าจะถึงเวลาที่พร้อมมีครอบครัว


การเป็นโอเมก้าที่ไม่เคยมีเซ็กส์กับอัลฟ่าทำให้เขารู้สึกแปลกแยก เหมือนมีปมด้อย ยิ่งพิธานไม่มีท่าทีว่าจะอยากผสมพันธุ์ก็ยิ่งทำให้เขาเสียความมั่นใจ.... จะเรียกว่าเป็นความสิ้นคิด คึกคะนองหรืออะไรก็แล้วแต่ หากในที่สุด กวิวิชญ์ก็ตัดสินใจแอบหยุดยาคุมฮีท


และเขาก็ได้เสียตัวในคืนวันเกิดอายุครบยี่สิบปีของตัวเองสมใจอยาก


ถูกทำอย่างที่อยากให้ทำ.... นอนอ้าขาให้อัลฟ่าเสพสม ร้องครางระงมเหมือนหมาเดือนเก้า แอ่นอกยกสะโพกเปิดทางให้อีกฝ่ายหลั่งน้ำเชื้อเข้ามาจนเต็มมดลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับไม่ถ้วนว่าเสร็จไปทั้งหมดกี่ครั้งกว่าจะรุ่งเช้า


กวิวิชญ์ไม่ได้รู้สึกแย่ที่มีเซ็กส์ก่อนแต่งงาน ยังไงเขาก็เป็นแค่โอเมก้า ต่อให้เรียนจนจบด็อกเตอร์หรือเก่งกาจแค่ไหน สังคมก็ไม่ได้ให้ค่าเขามากเกินไปกว่าเครื่องสืบพันธุ์ของพวกอัลฟ่า


แต่ที่รู้สึกผิดและละอายใจเหลือเกินก็เพราะอัลฟ่าที่เขาทำตัวร่านรัก ติดสัดจนหน้ามืดตามัวด้วย ไม่ใช่คนเดียวกับที่เขาคาดหวังมาตลอดสิบสองปีเต็ม


.


.


.


ไม่ใช่พี่พอร์ช....


.


.


.


“แบมบี้ ตื่นแล้วเหรอคะ?”


เสียงเอ่ยถามดังขึ้นหลังจากที่ประตูห้องน้ำเปิดออก ร่างสูงใหญ่ผิวสีแทนในชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาโดยที่มือข้างหนึ่งยังใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกจากเส้นผม.... เมื่อเห็นเด็กหนุ่มนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ใบหน้าหล่อจัดก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ก่อนจะเข้าไปคลอเคลียหอมแก้มเจ้ากวางน้อยซึ่งถูกเขาประทับตราแสดงความเป็นเจ้าของเอาไว้แล้วทุกส่วน


“เห็นหลับปุ๋ยไม่ขยับตัวเลย พี่คีนก็นึกว่าหนูน่าจะตื่นสักบ่ายๆ เย็นๆ เสียอีก”  


ร่างเล็กถูกกอดรัดฟัดเหวี่ยงเหมือนเป็นตุ๊กตายัดนุ่น ทั่วผิวเนื้อขาวละเอียดยังคงปรากฏร่องรอยจากการร่วมรักเมื่อคืนนี้ เช่นเดียวกับกลิ่นกายของเคนเนทซึ่งผสมผสานเข้ากับฟีโรโมนโอเมก้าที่ยังเหลืออยู่จางๆ ชวนให้อยากฝังปลายจมูกลงไปสูดความหอมเก็บไว้ให้เต็มปอด  


"ห้อง Laundry ยังไม่เอาเสื้อผ้ามาส่งให้เลย หนูจะนอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะคะ.... หรือถ้าหิวแล้วก็ไปล้างหน้าล้างตา เดี๋ยวพี่สั่ง Brunch จากรูมเซอร์วิสให้”


“ไม่เอา.........”  


กวิวิชญ์ตอบเสียงเรียบพลางเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอด พยายามข่มใจไม่ให้หลงเคลิ้มไปกับสิ่งที่สามัญสำนึกบอกว่าไม่ถูกต้อง  


“กวางเหนียวตัว อยากอาบน้ำ”


“งั้นให้พี่คีนช่วยอาบนะคะ”


อัลฟ่าหนุ่มลูกครี่งเสนอตัวเทคแคร์กวางน้อยอย่างอารมณ์ดี รู้ว่าอีกฝ่ายยังอ่อนเพลียจากกิจกรรมเข้าจังหวะและอาการเมาค้าง ก็อยากโทษว่าเป็นความผิดของตัวเองที่ไม่ออมแรงกับมือสมัครเล่นอยู่หรอก แต่เพราะกลิ่นฟีโรโมน หน้าตายั่วๆ กับเสียงครางเรียกชื่อหวานๆ บวกกับอาการรัทที่ทำให้เขาสติหลุด จากที่ตั้งใจว่าจะทะนุถนอมก็กลายเป็นใส่ไม่ยั้งจนเจ้าตัวเล็กสลบเหมือดคาเตียง.... อีกส่วนหนึ่งก็เพราะอยากทำคะแนน หวังให้เจ้ากวางดื้อน่ารักกับเขาแบบเมื่อคืนนี้ไปอีกนานๆ


ทว่า จินตนาการที่สร้างเอาไว้สวยหรูกลับต้องพังครืน เมื่อกวางน้อยขี้อ้อนแปรเปลี่ยนท่าทีเป็นเย็นชา ราวกับลืมไปแล้วว่าใครเป็นเจ้าของอ้อมกอดและแผงอกกว้างที่ให้อาศัยหนุนนอนตั้งหลายชั่วโมง


“ไม่ต้อง กวางเดินเองได้”


“หนูเดินไม่ไหวหรอกค่ะ เชื่อพี่”


ยังไม่ทันขาดคำ แค่เท้าแตะพื้น ร่างบางก็ทรุดฮวบลงไปนั่งแหมะหมดสภาพ นอกจากขาจะล้าจนไม่มีแรงพยุงตัวแล้ว บั้นท้ายที่กระแทกโดนพื้นห้องก็เจ็บจี๊ดทำเอาเผลอหลุดปากร้องโอดโอย เดือดร้อนเคนเนทต้องรีบเข้าไปประคอง แต่ก็ถูกเด็กดื้อปัดมือสะบัดตัวหนี


“ก็บอกว่าไม่ต้องไง!”


“แบมบี้ อย่าดื้อกับพี่คีนสิคะ”


“กวางไม่ได้ชื่อแบมบี้! เรียกแบมบี้ๆๆๆๆ อยู่ได้ หยุดสักทีเหอะ!!”


ความสัมพันธ์หลังมีเซ็กส์ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่เคนเนทคาดหวัง หากกลับแย่ลงกว่าเดิมจนหัวใจเขาหล่นวูบ.... เพียงแค่ลืมตาตื่น เจ้ากวางน้อยก็โมโหเกรี้ยวกราดอย่างไม่มีเหตุผล จะว่าหงุดหงิดงอแงตามประสาเด็กก็ไม่น่าใช่ ถ้าเปลี่ยนเป็นตัดพ้อต่อว่าหรือร้องไห้เสียใจที่เผลอตัวปล่อยฮีทใส่เขาก็ยังพอเข้าใจได้ แต่เท่าที่เห็น อีกฝ่ายไม่ได้เจ็บปวดผิดหวังจากการมีเซ็กส์ แต่มันดูเหมือนว่ากำลังไม่พอใจอะไรบางอย่างมากกว่า


ซึ่งถ้าให้เคนเนทเดา น้องกวางก็คงไม่พอใจที่เป็นเขานั่นละ....


“หนูโกรธพี่คีนเหรอ?”


“ไม่ได้โกรธ!”


“ถ้างั้นหนูดื้อกับพี่ทำไม.... จะเอาอะไรก็บอกกันดีๆ สิคะ”  


แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตนเองให้ในสิ่งที่กวางต้องการไม่ได้ แต่เขาก็ยังพยายามทั้งที่เห็นตำตาว่ามันเปล่าประโยชน์สิ้นดี ไม่มีทางเลยที่เด็กคนนี้จะยอมรับให้เขาอยู่ในฐานะเดียวกับพิธาน อย่าว่าแต่ใกล้เคียงเลย  


“ให้พี่คีนดูแลหนูเถอะนะ คนเก่ง”


“พี่คีนอย่ามายุ่งกับกวางได้ไหม กวางชักจะรำคาญแล้วนะ!”


“พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลย หนูกำลังพาลใส่พี่นะคะ........”


“แค่เห็นหน้าพี่คีน กวางก็รำคาญแล้ว!”


จากที่แค่ดื้อนิดหน่อยก็บานปลายกลายเป็นก้าวร้าวใส่ผู้ใหญ่ ถ้าเป็นเวลาปกติ เขาก็คงไม่สนใจแล้วปล่อยให้ไอ้พอร์ชจัดการกับกวางดื้อของมัน.... หากสำหรับตอนนี้ เขาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกจริงๆ ว่าควรรู้สึกอย่างไรดี ไม่ควรถือสาอารมณ์งอแงของเด็กเอาแต่ใจ หรือว่าควรน้อยใจที่อุตส่าห์มอบความเอ็นดูให้ตั้งมากมาย แต่เจ้าตัวกลับมองไม่เห็นมันเลยแม้สักเพียงเศษเสี้ยว


“หนูรำคาญพี่เหรอ........”  


สุดท้ายเคนเนทก็อดที่จะ ‘น้อยใจ’ ไม่ได้ ถึงแม้จะยังไม่รู้ว่าตนเองมีสิทธิ์อะไรไปน้อยใจคู่หมั้นของคนอื่นก็ตาม  


“พี่คีนนึกว่าเรื่องเมื่อคืนจะทำให้เราสองคนแฮปปี้เอนดิ้งกัน หรืออย่างน้อยก็ทำให้หนูมองพี่ในแง่ดีขึ้นมาบ้าง.... แต่ดูเหมือนพี่จะเข้าใจผิดไปเองสินะคะ”


ไม่อยากบอกเลยว่าทุกวินาทีที่มีเจ้ากวางน้อยอยู่ในอ้อมแขน เคนเนทนึกฝันไปไกลถึงขั้นที่ว่าเขาจะหยุดเจ้าชู้ เลิกเปลี่ยนคู่นอนไปเรื่อย แล้วลงหลักปักฐานสร้างครอบครัวที่เขาเคยคิดว่าไม่พร้อมจะมี ก่อนจะตื่นจากฝันแล้วโดนตบหน้าฉาดใหญ่ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำจากเด็กตัวเล็กๆ ที่เขาเชื่อว่าไร้เดียงสา


“อย่ามาตลกหน่อยเลย กับอีแค่มีเซ็กส์กันครั้งเดียว.... กวางไม่คิดจะลงเอยกับพวกคู่นอนชั่วคราวหรอกนะ!” 


“คู่นอนชั่วคราว?”  


เคนเนททวนคำอย่างไม่อยากเชื่อหูตัวเอง ทั้งที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จ หากร่างกายและใบหน้าของเขากลับร้อนผ่าวยิ่งกว่าโดนน้ำร้อนจัดราดตั้งแต่หัวจรดเท้า 


“กวางกำลังจะบอกว่าพี่คีนเป็นแค่ One night stand เหรอคะ?”


น้ำเสียงแหบแห้งกลั่นออกมาพร้อมแววตาปวดร้าว แม้เคนเนทจะเคยมีคู่นอนคืนเดียวมานับไม่ถ้วน เป็น One night stand ของคนนับสิบที่ผ่านเข้ามาแล้วก็จากไป แต่มันต้องไม่ใช่กับเจ้ากวางน้อย.... ไม่ใช่กับคนที่เขากอดเอาไว้ตลอดคืน ไม่ใช่กับคนที่เขาทะนุถนอมด้วยความหวังว่าเราอาจเป็นคู่ชะตาของกันและกัน ไม่ใช่กับคนที่เขามีปฏิกิริยาตอบสนองด้วยทั้งกายและใจขนาดนี้


“ใช่ คำนั้นเลย.... One night stand”  


กวางเชิดหน้าตอบด้วยน้ำเสียงเฉยเมย ก่อนจะใช้มือยันกำแพงประคองร่างตนเองให้ลุกขึ้นยืนโดยไม่ยินยอมให้เคนเนทถูกเนื้อต้องตัว  


“เรื่องเมื่อคืนมันก็ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ.... กวางเมา กวางฮีทก็ต้องอยากมีเซ็กส์เป็นธรรมดา พี่คีนเป็นอัลฟ่า เห็นโอเมก้าที่ไหนกำลังฮีทก็ต้องอยากเอาทั้งนั้นแหละ”


“เขาเรียกว่าความต้องการตรงกัน.... กวางอยาก พี่คีนก็อยาก บรรยากาศเป็นใจ อารมณ์พาไป เราก็เลยเอากันให้หายคัน มันก็แค่นั้น”


คนตัวเล็กพูดหน้าตาเฉย ตอกย้ำว่าเหตุการณ์ที่เคนเนทคิดว่ามันคือความโรแมนติกและมีความหมายมากเหลือเกินนั้นไม่ได้มีคุณค่าน่าจดจำอะไรเลย.... มือหนากำหมัดแน่นระบายความเจ็บหน่วงในหัวใจ คนอย่างเขาไม่มีทางหื่นจนหน้ามืดนอนกับคู่หมั้นของเพื่อนสนิทเพียงเพราะอยาก แต่เพราะอัลฟ่าหนุ่มเชื่อจริงๆ ว่าเจ้ากวางน้อยกับเขาสามารถผูกพันกันได้มากกว่าแค่เซ็กส์ชั่วข้ามคืน


ไม่ใช่เพราะความต้องการตรงกัน


ไม่ใช่เพราะความอยากชั่วครั้งชั่วคราว


ไม่ใช่เพราะหลงกลิ่นฟีโรโมน


แต่เป็นเพราะ........หลงรัก...............




“แล้วกวางรู้ได้ยังไงว่าพี่คีนเอากับหนูแค่เพราะความอยากเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ทำไปด้วยเหตุผลอื่น?”



บอกตามตรงว่า ณ จุดนี้ เคนเนทไม่หวังว่าอีกฝ่ายจะมีคำตอบที่น่าชื่นใจ ใจหนึ่งเขาก็รู้ตัวแล้วล่ะว่าควรหยุดทุกอย่างเอาไว้ตรงนี้ เลิกตื๊อ เลิกพูดพล่ามหรือทำอะไรให้เจ้ากวางน้อยรำคาญ แต่สัญชาตญาณหวงคู่ของอัลฟ่าในตัวชายหนุ่มกลับไม่ยอมฟังเลย.... เสียงลึกลับที่ดังก้องอยู่ในหัวสมองเอาแต่กรีดร้องว่า 



‘เด็กคนนี้คือคู่ของเขา! คือเมียเขา! คือแม่ของลูกเขา!’


‘โอเมก้าที่เป็นเมียไม่มีสิทธิ์ทำตัวดื้อด้านกับผัว!’


‘กำราบซะ! สั่งสอนให้พวกโอเมก้ารู้สำนึกว่าเมียที่ดีควรทำตัวยังไงเมื่ออยู่ต่อหน้าผัว!’


‘กัดหลังคอ! เอาให้จมเขี้ยว! หลั่งน้ำเชื้อเข้าไปอีก! อย่าให้โอเมก้าที่มีผัวแล้วไปแรดกับคนอื่นได้!’




“ถ้าไม่ใช่เพราะอยากแล้วเพราะอะไรล่ะ.... อย่าบอกนะว่าพี่คีนจะเอากวางไปเป็นเมีย?”  


ร่างเล็กยิ้มหยันมองเคนเนทพลางแค่นหัวเราะกลบเกลื่อน แต่ในใจก็สับสนว้าวุ่นอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นคนตรงหน้าทำท่าเหมือนหึงหวงเขาจะเป็นจะตาย ทั้งๆ ที่ต่างคนต่างก็รู้ว่ากวางมีคู่หมั้นอยู่แล้ว.... ไม่อยากคิดในแง่ร้ายว่าที่พี่คีนไม่ยอมจบความสัมพันธ์แค่ One night stand นั้นเป็นเพราะอยากได้อยากได้หุ้นที่เขาถือครองอยู่ ซึ่งถ้ามันเป็นแบบนั้นจริง เขาคงไม่มีวันมองผู้ชายคนนี้เหมือนเดิมได้อีกเลย  


“ขอบคุณมากที่พี่คีนไม่ได้กัดหลังคอกวาง!”



“พี่ไม่ทำก็เพราะว่าพี่แคร์ความรู้สึกหนูไงคะ”  


เคนเนทตอบเสียงสั่น เขาคงทำพลาดไปอย่างมหันต์ที่ไม่ได้กัดหลังคอสร้างพันธะกับเจ้ากวางน้อยระหว่างร่วมรัก เด็กดื้อถึงได้กล้ามาเถียงสู้บอกว่าเขาเป็นแค่คู่นอนคืนเดียว  


“แต่ในเมื่อหนูไม่แคร์พี่เลย ถ้าอย่างนั้นพี่ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะมั้ง!”


นัยน์ตาสีเขียวอมเทาเริ่มปรากฏแสงสะท้อนสีแดงในยามที่เลือดทั้งกายเดือดพล่าน.... เคนเนทเคยอยู่ฝ่ายสนับสนุนสิทธิของพวกโอเมก้า เขาเชื่อว่าอะไรก็ตามที่อัลฟ่าทำได้ โอเมก้าก็สามารถทำได้เช่นกัน เขาไม่เคยอยากผูกมัดใคร ไม่เคยอยากใช้ความได้เปรียบที่ธรรมชาติกำหนดมาเพื่อกักขังคนๆ หนึ่งเอาไว้ตลอดชีวิต แต่ตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างมันได้เปลี่ยนไปแล้ว....!


“พี่คีน อย่านะ!”


กวิวิชญ์ร้องตะโกนเมื่อร่างสูงคว้าต้นแขนแล้วผลักให้ล้มลงบนเตียงนอน.... เตียงที่ยังมีกลิ่นเซ็กส์ของพวกเขากรุ่นอยู่ทุกตารางนิ้วบนผืนผ้า หากความสุขเหล่านั้นกลับเหือดหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงคนสองคนที่ยึดมั่นถือมั่นกับความรู้สึกของตนเองซึ่งสวนทางกับความต้องการของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง


“หนูเป็นเมียพี่คีนแล้ว.... พี่จะไม่ยอมให้หนูไปไหนทั้งนั้น!”


“จะบ้าหรือไง กวางมีพี่พอร์ชอยู่แล้วนะ!?”


“แต่ไอ้พอร์ชมันไม่ได้รักหนูสักหน่อย หนูเองก็รู้นี่!”  


ท่อนกายหนาทาบทับร่างเล็ก สองมือใหญ่กดข้อมือเรียวตรึงเอาไว้กับเบาะที่นอน ในขณะที่สายตามองประสานกันราวกับจะกรีดลึกลงไปให้ถึงขั้วหัวใจคนตรงหน้า  


“หนูบอกเองว่าพี่คีนดีกว่าไอ้พอร์ชตั้งเยอะ.... แล้วทำไมหนูถึงต้องใจร้ายกับพี่ด้วยล่ะ!? ทำไมไม่ให้โอกาสพี่ทำในสิ่งที่ไอ้พอร์ชไม่อยากทำให้หนูบ้าง!?”


แรงดิ้นรนขัดขืนค่อยๆ ผ่อนลงเมื่อคำถามนั้นกระแทกเข้าใส่กลางแสกหน้าอย่างจังเหมือนเอาน้ำเกลือราดลงบนแผลที่ยังสด.... ก็ใช่ หลายปีมานี้ พี่พอร์ชไม่เคยสนใจใยดีเขาอย่างที่คนเป็นคู่หมั้นสมควรทำ ถึงแม้จะไม่ปฏิเสธว่าไม่รักแต่ก็ไม่บอกรัก ไม่เดินหนีแต่ก็ไม่เดินเข้าหา ตามใจทุกอย่างแต่ไม่เคยเอาใจเลยสักอย่าง แม้กระทั่งฟีโรโมนที่เขาปล่อยออกมาก็ยังส่งไปไม่ถึงประสาทสัมผัสของอีกฝ่าย ซึ่งกวางก็ไม่แน่ใจว่าพี่พอร์ชไม่รับรู้จริงๆ หรือแค่แกล้งไม่รับรู้เพราะไม่รักเขา


เขายอมรับว่าพี่พอร์ชต่างจากพี่คีนมาก


แต่ความเชื่อฝังหัวที่ว่าเขาคือคู่ชะตาของ พิธาน อศิรวัฒน์ ก็ไม่มีทางสั่นคลอนแค่เพราะมีผู้ชายอื่นมาทำดีด้วย


ไม่มีทาง....




“โอกาสอะไร....?”  


กวางน้อยเอ่ยถาม รอยยิ้มฝืนย้อนกลับมาบนใบหน้าสวยอีกครั้ง ต้องใช้ความพยายามมากเลยทีเดียวที่จะควบคุมน้ำเสียงให้นิ่งเสมือนคนไม่มีหัวใจไร้ความรู้สึก  


“ก็บอกไปตั้งหลายรอบแล้วว่ามีเซ็กส์ด้วยกันแค่ครั้งเดียวไม่ถือว่าเราเป็นอะไรกัน.... พี่คีนน่าจะเข้าใจความหมายของคำว่า One night stand ดีกว่ากวางไม่ใช่เหรอ?”


เป็นโอเมก้าโง่ยังไม่เท่าไร แต่เป็นอัลฟ่าแล้วโง่จนแปลคำง่ายๆ ไม่ออกน่ะรู้ถึงไหนก็อายถึงนั่น ซึ่งเขาอุตส่าห์พูดชัดเจนขนาดนี้แล้ว เคนเนทก็ควรปล่อยเขาแล้วแยกย้ายต่างคนต่างไปเสียที


หน่วยตาคมมองต่ำลงยังซอกขาที่ยังเปรอะเปื้อนคราบน้ำรักแห้งกรัง เคนเนทไม่อยากใช้วิธีนี้เลย แต่โอเมก้าที่ผสมพันธุ์กับอัลฟ่าในช่วงฮีทมีโอกาสสูงมากที่จะตั้งครรภ์.... อย่างน้อยเขาก็อยากให้กวิวิชญ์นึกถึงเด็กที่อาจจะกำลังปฏิสนธิอยู่ในท้องเล็กๆ นั่น ไม่รักไม่ว่า รู้ดีว่าเรื่องของจิตใจมันบังคับกันไม่ได้ แต่เขาคงทำใจไม่ได้แน่หากจะต้องเสียทั้งแม่และลูกไปพร้อมกัน


“แล้วถ้าหนูท้องล่ะคะ?”  


มันเป็นคำถามที่ฟังดูสิ้นคิดและสิ้นหวังมาก แต่ก็อย่างที่บอกว่าถ้ามันเป็นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่ เคนเนทก็ต้องพูด  


“เมื่อคืนนี้เราไม่ได้ใช้ถุงยาง แล้วพี่ก็เสร็จข้างในตัวหนูไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง.........”


“ยาคุมฉุกเฉินก็มี กวางไม่ท้องง่ายๆ หรอกน่า!”  


เจ้ากวางน้อยสวนกลับ ดับฝันอัลฟ่าหนุ่มให้สลายกลายเป็นฝุ่นผงด้วยคำพูดอันแสนไร้เยื่อใย  


“ตลกดีนะ พี่คีนเที่ยวไปเอากับใครก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มบ้านเต็มเมือง แล้วพี่ถามจุกจิกจู้จี้เรื่องท้องไม่ท้องแบบนี้กับคู่นอนทุกคนด้วยหรือเปล่าเนี่ย?”


ร่างบางผลักเคนเนทให้ถอยหลังออกไปก่อนจะยันกายลุกขึ้นนั่ง.... เขายังจำได้ดีว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง จำได้ว่าการถูกปกป้อง การถูกกอดมันเป็นอย่างไร จำได้ว่าจูบแรกของเรานั้นหอมหวานแค่ไหน จำได้ว่าอารมณ์วาบหวามที่พี่คีนปรนเปรอให้มันซาบซ่านเพียงใด จำได้แม้กระทั่งขนาดของอีกฝ่ายในยามที่สอดใส่เข้ามา แต่ถึงอย่างไรมันก็ต้องจบ.... จบเดี๋ยวนี้และจะไม่ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาอีก


“พอเถอะนะ พี่คีน.... เรื่องเมื่อคืนก็ให้จบแค่เมื่อคืน อย่าทำให้อะไรๆ มันวุ่นวายมากไปกว่านี้เลย.........”


“ไม่”  


เคนเนทส่ายหน้า กลีบปากหยักบิดเม้มเมื่อหัวสมองของเขาสั่งการว่าจะต้องเอาชนะให้ได้ 


“พี่จะบอกไอ้พอร์ช มันต้องรู้ว่าพี่กับหนูได้กันแล้ว!”


“ห้ามบอกพี่พอร์ชนะ!”


“พี่จะบอก!”


“ห้ามบอกเด็ดขาด จะให้ใครรู้เรื่องนี้ไม่ได้!”


“แล้วยังไงล่ะ ถ้าหนูกวางจะหนีพี่คีนไปง่ายๆ แบบนี้ พี่ก็ไม่ยอมเหมือนกัน!”  


เจ้าของเสียงห้วนห้าวกระชากเอาตัวกวางน้อยกลับมา แววตาแข็งกร้าวดุร้ายสบมองคนตัวเล็กที่ดีแต่ยั่วโมโหด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน.... อยากจะตบตี อยากจะฉีกทึ้ง ทำอะไรก็ได้เพื่อให้เด็กคนนี้เป็นของเขาคนเดียว หากสุดท้ายเคนเนทก็ทำได้แค่ใช้คำพูด เอาเสียงดังเข้าข่มเหมือนสัตว์ร้ายหวงเหยื่อที่ล่ามาได้ ด้วยความหวังริบหรี่ว่าเจ้ากวางน้อยจะนึกเกรงกลัวสุนัขป่าตัวใหญ่อย่างเขา  


“อย่าหวังเลยว่าหนูจะได้กลับไปหาไอ้พอร์ช พี่จะไม่ยอมให้ใครแย่งเมียของพี่ไป....!!”




เพียะ!!!



ลมหายใจของอัลฟ่าหยุดนิ่งเมื่อได้ยินเสียงฝ่ามือกระทบเข้ากับผิวแก้มสากสะท้อนเข้าสู่โสตประสาท ทุกสิ่งทุกอย่างอื้ออึงอลหม่านไปหมด นัยน์ตาพร่ามัว ก้อนอากาศค้างอยู่เพียงแค่ตรงลำคอแต่ลงไปไม่ถึงปอด กระบอกตาร้อนผ่าว.... ไม่เลย เขาไม่ได้ร้องไห้ แต่มันเหมือนจุกจนพูดไม่ออก ประหนึ่งว่าโดนจับโยนลงกลางเวทีมวยปล้ำแล้วมีคนกระโดดทิ้งศอกใส่กลางลำตัวนั่นละ


ถ้านับรวมถ้อยคำประหัตประหารที่เพิ่งออกจากปากเจ้ากวางน้อยด้วย ก็เรียกว่าเคนเนทแพ้น็อกได้อย่างน่าสมเพชที่สุด....




“แต่กวางไม่ได้รักพี่คีน”


“คู่หมั้นของกวางคือพี่พอร์ช.... กวางรักพี่พอร์ชคนเดียว!”


“ไปซะ แล้วอย่ามาให้กวางเห็นหน้าอีก!”



ร่างเล็กคว้าเสื้อคลุมอาบน้ำจากพื้นห้องมาห่ม กัดฟันข่มความเจ็บเดินกะเผลกไปให้ถึงหน้าห้องน้ำ ไม่หันมามองพี่คีน ไม่มีความเสียใจที่ความสัมพันธ์ซึ่งน่าจะไปได้สวยต้องจบลงทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มเลย.... ภายในห้วงความคิดมีเพียงประโยคที่ว่า ‘กวางรักพี่พอร์ชๆๆๆๆ!’  วนเวียนไปมาคล้ายสะกดจิตตัวเอง ไม่อยากหวั่นไหว ไม่อยากทำในสิ่งที่ถือได้ว่าเป็นการทรยศคู่หมั้นมากไปกว่านี้อีกแล้ว


“แบมบี้.... หนูอย่าตัดรอนพี่คีนแบบนี้สิคะ...........”


เคนเนทเดินตามไปกอดกวิวิชญ์จากทางด้านหลัง เหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้อย่างหมดแล้วซึ่งศักดิ์ศรีอัลฟ่าที่เขาเคยภาคภูมิใจ.... เขาทำผิดต่อเพื่อน ยอมกลืนน้ำลายตัวเองเพียงเพื่อยื้อเวลาให้ได้อยู่กับเจ้ากวางน้อยให้นานที่สุด หากมันก็ยังคงเปล่าประโยชน์สิ้นดี


“กวางไม่ได้ตัดรอนอะไรพี่คีนเลย แต่เรื่องระหว่างเรามันเป็นอย่างนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว.........”  


กวางดึงมือของเคนเนทที่โอบรอบเอวเขาออก เสียงแหบหวานสั่นเครือเล็กน้อยขณะกล้ำกลืนก้อนสะอื้นขมปร่าให้มันขย้อนกลับลงไปที่เดิม  


“มันไม่สำคัญว่าพี่พอร์ชจะรักกวางหรือเปล่า เอาเป็นว่าที่กวางอยู่มาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะพี่พอร์ช....  กวางรักเขามาตลอด ต่อให้เจ็บแค่ไหน กวางก็ยังจะรักคู่หมั้นของกวางต่อไป”


“ส่วนพี่คีน.... พี่ก็ไม่ควรคิดกับกวางเกินกว่า One night stand พอเรื่องบนเตียงจบ เราก็จบกัน”


มันคือความฝันชั่วข้ามคืน แต่คนเราถึงจะฝันดีแค่ไหน เช้ามาก็ต้องตื่นมาพบกับโลกของความเป็นจริง.... ยื้อไม่ได้ จะเรียกว่าความทรงจำก็ไม่ได้ ทว่า อย่างน้อยก็รู้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยสร้างโลกแห่งความฝันที่แสนสวยงามร่วมกัน


“พี่คีนไม่ได้รักกวางจริงๆ หรอก มันก็แค่การตอบสนองต่อฟีโรโมนของโอเมก้า เดี๋ยวกวางกลับไปกินยาคุมฮีทเหมือนเดิม พี่ก็ไม่รู้สึกอะไรกับกวางแล้วล่ะ........”


และนั่นก็คือข้อสรุปที่เคนเนทจะต้องยอมรับ เส้นทางของเขาถูกตัดขาด ไม่เหลือความหวังให้ไปต่อ แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังกระเสือกกระสนล้มลุกคลุกคลานไขว่คว้าหาความรักที่ไม่ใช่ของตนเอง.... มือหนาเกี่ยวกระหวัดกอบกุมฝ่ามือเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็งของเจ้ากวางน้อย ประทับจูบลงบนผิวเนื้อขาวอย่างอาลัยอาวรณ์ แม้จะอยากดึงร่างผอมบางเข้ามากอดมากแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าอีกแล้ว เพราะรู้ดีว่าถึงกอดให้ตายอย่างไรก็ต้องปล่อย


“งั้นให้พี่ไปส่งหนูที่บ้านนะคะ?”  


หากอยู่ในสถานการณ์อื่น นี่คงเป็นคำถามแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ หากสำหรับเวลานี้มันกลับกลายเป็นการขอร้องที่ดูไม่น่าสงสารเลยสักนิด  


“สัญญาว่าแค่ไปส่ง ไม่ทำอะไรอย่างอื่นแล้ว..........”


“กวางโทรเรียกคนขับรถมารับดีกว่า”  


เด็กหนุ่มปฏิเสธ ไม่แม้แต่จะหันมาสบตาเคนเนท 


“กวางไม่อยากให้ใครเห็นพี่คีนอยู่กับกวาง ไม่อยากให้ใครรู้ด้วยว่าเมื่อคืนนี้เราอยู่ด้วยกันที่นี่”




โอเค.... มันจบแล้ว


ระหว่างที่กวิวิชญ์อาบน้ำ ลบร่องรอยและกลิ่นจากเซ็กส์ที่เคนเนทเป็นคนมอบให้ละลายลงท่อไปพร้อมกับฟองสบู่ เขาก็โทรเรียกห้องซักรีดของโรงแรมให้เอาเสื้อผ้ามาส่ง แต่งตัวและจากออกไปเงียบๆ โดยไม่ได้บอกลา.... อันที่จริง เขาก็อยากอยู่ต่ออีกสักนิด ถามว่าเจ้ากวางน้อยอยากกินอะไรหรือเปล่า อยากได้ Scrambled eggs หรือไข่ดาวแบบ Sunny side up เป็นอาหารมื้อสาย หากพอคิดอีกที การไม่เจอหน้ากันหลังตื่นนอน ไม่เทคแคร์กันเกินความจำเป็นน่าจะถูกต้องที่สุดแล้วสำหรับความสัมพันธ์แบบคู่นอนชั่วคราว


นี่สินะที่คนไทยเขาพูดว่า ‘สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง’


หมาป่านักล่าอย่างเขาถึงได้มาพ่ายแพ้หมดรูปให้กับเจ้ากวางน้อยที่ยังไม่ประสีประสา จูบก็ยังไม่ค่อยเป็นเลยด้วยซ้ำ


แล้วก็ได้ของแถมเป็นประสบการณ์ One night stand ที่เจ็บปวดที่สุด


.


.


.



เจ็บจนแทบกระอักออกมาเป็นเลือด....



 





เมื่อกลับมาถึงบ้านอศิรวัฒน์ คุณลุงภาคก็เรียกกวางเข้าไปคุยด้วยในห้องทำงาน.... เหตุการณ์วุ่นวายในงานเลี้ยงวันเกิดเมื่อคืนถูกเคลียร์จบหมดแล้ว ไม่มีใครถือสาเรื่องที่เขาเมาแล้วขึ้นไปพูดจาเพ้อเจ้อบนเวที ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ The Superior Group จัดการปิดปากนักข่าวโดยบอกว่าเป็นการเข้าใจผิดกันเล็กน้อย คุณชายกวิวิชญ์เพียงแค่เข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานแผนกบัญชีตามหลักสูตรการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย แต่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานในบอร์ดผู้ถือหุ้น ส่วนเรื่องการแต่งงานกับคุณพิธาน หากมีกำหนดการที่แน่นอนแล้วจะแถลงข่าวให้ทราบเพิ่มเติมในภายหลัง




เท่าที่รู้ในเวลานั้นก็คือคุณลุงภาคยังไม่ได้คุยกับพี่พอร์ชโดยตรง แต่เห็นว่าเจ้าตัวกลับไปนอนค้างที่คอนโดฯ ตอนตีสี่กว่าๆ พอเช้ามาก็ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวสายการเงินและการลงทุนทางโทรศัพท์ออกรายการสดว่าอาศิรวัฒน์กับมัชชาระกุลยังคงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันอยู่ และเขาก็ไม่ได้ปฏิเสธในตอนที่นักข่าวเอ่ยพาดพิงถึงคุณชายกวิวิชญ์ในฐานะคู่หมั้น




ราคาหุ้นไม่ได้ตกและแผนการแต่งงานก็จะยังดำเนินต่อไป ในเมื่อไม่มีความเสียหาย พิธานก็ออกหน้าแก้ปัญหาด้วยตัวเองไปแล้ว คุณลุงภาคก็คงไม่อยากคาดคั้นลูกชายให้ยิ่งอารมณ์ขุ่นไปกว่าเดิม อย่างดีก็อาจจะแค่ดุด่าพอเป็นพิธี.... ไม่มีใครห้ามกวางไม่ให้โกรธพี่พอร์ช คุณลุงภาคก็บอกว่าถ้าเจอหน้าเมื่อไรก็ให้เขาต่อว่าได้เต็มที่ ใจจริงกวางก็อยากโวยวาย มีคำถามเป็นสิบเป็นร้อยที่ต้องการคำตอบ แต่เขาคงเหนื่อยเกินไปล่ะมั้ง ถึงได้บอกคุณลุงไปว่า 




‘ช่างพี่พอร์ชเถอะครับ ยังไงเขาก็ไม่ได้แคร์ความรู้สึกกวางอยู่แล้ว.......’




สี่สิบแปดชั่วโมงหลังจากนั้น กวางน้อยเก็บตัวอยู่ภายในรังผ้าห่ม ใช้เวลาให้หมดไปกับการนอนนิ่งๆ จมอยู่กับห้วงความคิดของตัวเอง ไม่ให้ใครเข้ามารบกวนและไม่พูดคุยกับใครเลย แม้แต่หัวหน้าแม่บ้านซึ่งยกถาดอาหารเข้ามาเปลี่ยนให้.... รอยแผลและความรู้สึกที่ตกค้างอยู่บนร่างกายก็ค่อยๆ บรรเทาเบาบางลง เขาไม่เจ็บตรงช่องทางด้านหลังเวลาขยับตัวแล้ว อาการปวดเมื่อยจับไข้อ่อนๆ ก็ดีขึ้น เหลือเพียงรอยแหว่งวิ่นในใจซึ่งไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนถึงจะกลับมาเหมือนเดิม


พี่พอร์ชไม่โทรหาเขาเลย ข้อความที่ส่งไปหาตั้งแต่คืนวันงานก็ไม่กดอ่าน


กวางอายุยี่สิบแล้ว เขาไม่ใช่เด็กตัวเล็กๆ เหมือนเมื่อก่อน และคนเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องรู้จักรับผิดชอบการกระทำและการตัดสินใจของตัวเอง.... ถ้าเขาเลือกที่จะหมั้นกับพี่พอร์ชต่อไปก็ต้องยอมรับให้ได้ว่าเรื่องนี้มันยังไม่จบ และมันจะตามหลอกหลอนเขาไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังอยู่ในฐานะสะใภ้ของอศิรวัฒน์


พี่พอร์ชอาจจะมีคนอื่น.... ก็คนที่เขาพาขึ้นรถออกไปจากโรงแรมด้วยกันแล้วไม่กลับมาอีกเลยนั่นไง


ยอมรับได้หรือเปล่าถ้าตัวเองจะไม่ได้เป็นที่หนึ่ง?


ยอมรับได้หรือเปล่าถ้าจะต้องถูกทิ้งเอาไว้แบบนี้.... ตลอดไป?


.


.


.


“คุณกวาง วันนี้จะกลับไปฝึกงานแล้วเหรอคะ?”  


ป้านิ่ม หัวหน้าแม่บ้านร้องถามเมื่อเห็นเจ้านายตัวน้อยที่เธอเลี้ยงดูมาแต่อ้อนแต่ออกเดินลงบันไดมายังห้องรับประทานอาหารในตอนเช้าตรู่.... แม้จะไม่มีใครเล่าให้คนรับใช้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูจากสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างคุณท่าน คุณพอร์ชและคุณกวางก็พอรู้ว่างานเลี้ยงฉลองวันเกิดเมื่อสามวันก่อนคงไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไร มิหนำซ้ำ คุณกวางยังเอาแต่นอนหมกตัวอยู่ในรังโอเมก้า ข้าวปลาหยูกยาแทบไม่แตะ พอลุกขึ้นมาได้ก็ดูซีดเซียวอิดโรยจนน่าเป็นห่วง  


“คุณยังดูเพลียๆ อยู่เลยนะคะ ป้าว่านอนพักอีกสักวันเถอะค่ะ”


“กวางหยุดไปหลายวันแล้ว กลัวพี่ๆ เขาจะว่าเอาน่ะครับ”


“งั้นก็อย่าหักโหมมากนะคะ ไม่ไหวก็ขอลาป่วยกลับมาพักผ่อนที่บ้านดีกว่า.... คุณท่านกับคุณพอร์ชคงไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ”


เด็กหนุ่มยิ้มชืดก่อนจะนั่งลงทานอาหารเช้า ก็แค่กินให้พอมีเรี่ยวแรง อย่าหวังเรื่องรสชาติเลยเพราะลิ้นของเขามันตายด้านหมดความรู้สึกไปแล้ว ต่อให้อร่อยแค่ไหนก็ขมปากขมคอไปหมด


ก็ขมเหมือนความรักที่เขามีให้พี่พอร์ชนั่นละ....






“พี่ครับ.... กวางขอโทษนะครับที่ลาป่วยแล้วไม่ได้โทรมาบอก”


ทันทีที่ไปถึงออฟฟิศ คุณชายกวิวิชญ์ยกมือไหว้รุ่นพี่ผู้หญิงซึ่งเป็นคนสอนงาน ถึงจะค่อนข้างแน่ใจว่าต่อให้แกล้งทำเฉยไม่หือไม่อือกับการหยุดงานไปแบบดื้อๆ ก็คงไม่มีใครกล้าสั่งสอนคาดโทษเขาอยู่แล้ว แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยมาก แล้วก็ไม่แกร่งพอจะทนฟังเสียงแขวะเสียงนินทาจากใครทั้งนั้น




“อ้อ ไม่เป็นไรจ้ะ”  


หญิงสาวร่างท้วมว่าพลางส่งยิ้มแบบไม่ถือสามาให้ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าโอเมก้าส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนี้  


“พอดีเลขาฯ ท่านประธานส่งเมลมาแจ้งหัวหน้าแล้วว่าน้องกวางไม่ค่อยสบาย อาจจะขอหยุดหลายวันหน่อย”


“ว่าแต่นี่ดีขึ้นแล้วเหรอ จะลาต่อให้ครบอาทิตย์ไปเลยก็ได้นะ?” 


“ไม่ล่ะครับ กวางหายแล้ว”


คำถามฟังดูคล้ายจะเป็นห่วงเป็นใย แต่ถ้าตกตะกอนดีๆ ก็จะเห็นได้ชัดว่านั่นคือการกระแนะกระแหนในอีกรูปแบบหนึ่ง.... ก็อย่างที่บอกว่าเขาเหนื่อย ไม่อยากสู้รบปรบมือกับใคร และทางเดียวที่จะจบเรื่องได้ก็คือต้องทำใจให้นิ่งเข้าไว้


นิ่งเข้าไว้.... อย่าโมโห อย่าโกรธ อย่าโวยวายเอาแต่ใจ


ยิ่งนิสัยไม่ดีมากเท่าไรก็ยิ่งไม่มีใครรักมากขึ้นเท่านั้น


ยกเว้นเสียแต่ว่าทำดีไปก็เปล่าประโยชน์ โดยเฉพาะกับใครหลายๆ คนที่ไม่รู้ว่าข้างในใจคิดอะไรอยู่กันแน่....




“หวัดดี”


เสียงเอ่ยทักนำหน้ามาก่อนที่กระเป๋าเป้ MCM ใบใหญ่จะเหวี่ยงโครมลงบนโต๊ะนักศึกษาฝึกงาน ทำเอาคนที่กำลังก้มๆ เงยๆ งมตาราง Excel สะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ


“อะ....อ้าว ไอ้กวาง”  


เมื่อเห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทซึ่งหายหน้าไปหลายวัน ไม่ใช่บุคคลที่สร้างความหวาดระแวงขั้นสูงสุดให้เขาในช่วงหลายวันมานี้ กระต่ายจึงพรูลมหายใจยาวในขณะที่อีกฝ่ายเลื่อนเก้าอี้นั่งลง  


“มึงหายป่วยแล้วเหรอ?”


“อืม ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”


“งั้นก็ดีแล้ว”


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่กวางหายหน้าไปคราวละนานๆ ช่วงที่เข้าเรียนก็มีอยู่หลายครั้งที่มันป่วยแล้วต้องหยุดกะทันหันไปเป็นสัปดาห์ ซึ่งก็ไม่มีใครสงสัยอะไรด้วยความที่เพื่อนเขาเป็นโอเมก้า ข้อจำกัดทางร่างกายมีมากกว่าคนทั่วไป หากสำหรับคราวนี้ เขาดันเผือกรู้ว่าไอ้กวางไม่ได้แค่เป็นหวัดหรือภูมิคุ้มกันตกเหมือนอย่างที่ผ่านมา แต่เป็นเพราะมันถูกเจ้ากรรมนายเวรที่มาในรูปของคู่หมั้นเล่นงานเอาต่างหาก


มิหนำซ้ำยังเป็นเจ้ากรรมนายเวรคนเดียวกันกับเขาเสียด้วย....


“ไอ้ต่าย”  


ฉับพลัน ดวงตากลมโตก็จ้องเป๋งมาทางเพื่อน ลูกแก้วใสสีน้ำตาลไม่มีร่องรอยของความขี้เล่นขี้เมาท์เหมือนเช่นเคย แม้กระทั่งน้ำเสียงก็ฟังดูแปร่งกระด้างชอบกล ราวกับว่าเจ้าตัวกำลังไม่พอใจอะไรบางอย่าง  


“ทำไมมึงไม่ไปงานวันเกิดกู?”


ว่าแล้วเชียว ยังไงก็หนีไม่พ้นเรื่องงานวันเกิดมัน


กระต่ายรู้แล้วว่าแผนเซอร์ไพรส์ขอแต่งงานต่อหน้าสาธารณชนล่มไม่เป็นท่า เพราะไอ้คุณพี่พอร์ชลากตัวเขาออกมาจากโรงแรม.... จริงอยู่ว่าเขาไม่ผิดเลยสักนิด ข้อเสนอที่ไอ้พี่พอร์ชยื่นให้แลกกับการแกล้งเข้ามาเป็นมือที่สามในชีวิตรักของเพื่อนก็ไม่ได้รับ แต่เขาก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสังหาร ถูกไอ้กวางหมายหัวโทษฐานที่เป็นหนึ่งในตัวการทำให้งานเลี้ยงฉลองวันเกิดของมันไม่ได้จบลงอย่างที่คิดเอาไว้


ไอ้พี่พอร์ชคงไม่กล้าพูดหรอกว่าบังคับฉุดเขาไปขึ้นรถ ก็หวังว่าไอ้กวางจะไม่พาลสงสัยมาถึงเขา....


“เอ่อ......พอดีที่ร้านมีคนลาหยุดกะทันหัน กูเลิกงานดึก.....ขึ้นเรือ Shuttle Boat เที่ยวสุดท้ายของโรงแรมไม่ทันก็เลยไม่ได้ไปว่ะ.........”  


ศศินกลืนน้ำลายดังเอื๊อก เขาเป็นพวกไม่ชอบพูดโกหก ตอแหลไม่เก่ง แต่คราวนี้จำเป็นต้องทำเพื่อความอยู่รอดของตัวเองและเพื่อความสบายใจของเพื่อน ถึงแม้จะไม่ค่อยแน่ใจนักว่ามันสายเกินไปแล้วหรือเปล่าก็เหอะ  


“ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกเรื่องตกเรือ.... ทีแรกก็กะว่าจะโทรหามึงอยู่เหมือนกันแหละ แต่พี่เก๋บอกว่ามึงไม่สบาย กูเลยเกรงใจ ไม่อยากโทรไปรบกวนเวลามึงนอน..........”


“ปกติมึงเคยเกรงใจกูด้วยเหรอ?”   


กวางย้อนถามยิ้มๆ คล้ายจะแหย่เล่น หากคำพูดคำจาแต่ละคำนั้นโคตรจะย้อนแย้งกับรอยยิ้มน่ารักของมันเสียเหลือเกิน  


“แต่ไม่โทรมาก็ดีแล้วล่ะ เพราะเวลากูนอนในรัง กูก็ไม่อยากคุยกับใครทั้งนั้น”


โอเมก้าที่ไม่ได้ติดสัดหรือตั้งครรภ์ ถ้าเข้าไปนอนในรังก็มีอยู่แค่สองอย่างคือป่วยกับมีเรื่องไม่สบายใจ ซึ่งในกรณีของกวาง กระต่ายสันนิษฐานว่าเป็นอย่างหลัง เขาจึงไม่อยากถือโทษโกรธเคืองที่มันทำตัวงี่เง่าใส่


“แล้วมึง........เป็นยังไงบ้างวะ?”


“กูก็โอเคดี ไม่มีอะไร”


ตอบแล้วก็เงียบไปครู่หนึ่งเพื่อล็อกอินเข้าคอมพิวเตอร์ ระหว่างกำลังรอดาวน์โหลดอีเมล เพื่อนตัวเล็กก็พูดขึ้นอีกโดยที่สายตายังมองหน้าจอสี่เหลี่ยม ไม่ได้หันมาหากระต่ายอย่างที่ควรจะเป็น


“อันที่จริงในงานก็มีเรื่องวุ่นวายนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว.... คุณลุงก็รับปากแล้วว่ากูกับพี่พอร์ชจะได้แต่งงานกันภายในสิ้นปีนี้แน่นอน”  


ริมฝีปากอิ่มยกยิ้มทั้งที่สายตาว่างเปล่าแห้งแล้ง ไม่ระริกระรี้น่าหมั่นไส้เช่นทุกครั้งที่ได้เอ่ยถึงคู่หมั้น  


“ทุกอย่างเรียบร้อย เป็นไปตามที่กูต้องการทั้งหมด.... ใครก็มาขวางทาง ห้ามไม่ให้กูมีความสุขไม่ได้หรอก”


“ไอ้กวาง มึง............”


กระต่ายอยากถามจริงๆ ว่าเพื่อนหมายถึงใคร ใช่เขาหรือเปล่า


ไอ้กวางนิสัยเสียที่กระต่ายรู้จักไม่ใช่พวกชอบพูดอ้อมค้อม เก็บอารมณ์ความรู้สึกเก่ง ลองว่ามันแซะมาขนาดนี้ก็ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่ามันกำลังโทษเขา หาว่าเขาเป็นมาร ทำให้มันกับพี่พอร์ชไม่ได้ครองรักเสวยสุขกัน


ซึ่งแม่งไม่ใช่เลยโว้ย....!!!






‘เมื่อกี้หน้าห้องชั้นสิบเก้าโทรมาบอกให้แผนกเราเอาแฟ้มเอกสารออดิท ไตรมาสสามกับสี่ของปีที่แล้วขึ้นไปให้ดู’


‘อีกแล้วเหรอ.... เมื่อวานก็เพิ่งจะดูไปนี่นา!?’


‘ก็เมื่อวานขอดูของไตรมาสหนึ่งกับสองนี่คะ’


‘อยู่ดีๆ คุณพอร์ชเกิดอยากจะจับผิดอะไรขึ้นมาอีกเนี่ย?’


‘ไม่รู้สิคะเจ๊ แต่ฮีสั่งมาว่าให้น้องฝึกงานคนเดิมยกแฟ้มขึ้นไป ไม่เอาคนอื่น.... งานนี้ก็คงต้องลำบากน้องกระต่ายอีกแล้ว แฟ้มก็โคตรหนักเลย’






คุยยังไม่ทันจบ สองเจ๊ประจำแผนกบัญชีก็ส่งเสียงดังแทรกขึ้นมา แล้วคุยเรื่องอะไรไม่คุย ดันเป็นเรื่องที่คุณพิธาน CEO รูปหล่อแต่โรคจิตฉิบหายสั่งเจาะจงให้กระต่ายยกแฟ้มเอกสารขึ้นไปถวายถึงออฟฟิศชั้นผู้บริหารสามวันติดแบบไม่มีเหตุผล เพียงเท่านั้น คุณชายกวิวิชญ์ก็ตาวาวโรจน์ ตวัดสายตาหันจากหน้าจอคอมพิวเตอร์มามองหน้าเพื่อนคล้ายพยายามจับพิรุธ ทำเอาคนที่เหมือนมีชนักปักหลังถึงกับหายใจไม่ทั่วท้อง


“เมื่อวานมึงขึ้นไปหาพี่พอร์ชเหรอ?”   


กวางขมวดคิ้ว น้ำเสียงที่ว่าแข็งกระด้างกว่าปกติยิ่งมึนตึงไปกันใหญ่ ตั้งแต่คบกันมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่ร่างเล็กจะแสดงอาการไม่เป็นมิตรขนาดนี้ให้กระต่ายเห็น  


“แล้ววันนี้เขาก็เรียกมึงขึ้นไปอีก?”


“กูแค่เอาแฟ้มเอกสารออดิทขึ้นไปให้น่ะ”


“คุยอะไรกันบ้าง?”


“ไม่ได้คุยเลย.........”


แน่นอนว่าข้อนี้กระต่ายโกหกอีกแล้ว ไอ้คุณพี่พอร์ชยังคงพยายามเกลี้ยกล่อมให้เขารับข้อเสนอ เมื่อเขาไม่ยอม มันก็เลยยังคาราคาซังเหมือนเล่นสงครามประสาทกันไม่จบ ก่อนที่ไอ้กวางจะโผล่มาเขวี้ยงระเบิดใส่เขานี่ละ


“ถ้าไม่มีเรื่องคุยแล้วทำไมพี่พอร์ชถึงต้องเจาะจงให้มึงเป็นคนขึ้นไป?”


“เขาคงเห็นว่ากูน่าจะว่างมั้ง.......ก็แค่เด็กฝึกงานน่ะ.........”  


ใครที่สบประมาทว่าไอ้กวางโง่ เขาจะบอกให้กลับไปคิดใหม่เลย จะด้วยพิษรักแรงหึงหรืออะไรก็ไม่รู้แหละ แต่มันต้อนเขาจนมุมยิ่งกว่าตำรวจหน่วยสืบสวนเสียอีก  


“ไม่มีอะไรจริงๆ เว้ยมึง....สาบาน..........”


“ถ้าไม่มีอะไร งั้นมึงก็ไม่ต้องขึ้นไปหรอก เดี๋ยวกูไปเอง”


ว่าแล้วก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังตู้เอกสารซึ่งสองเจ๊กำลังง่วนรื้อแฟ้มออกมาวางกองเรียงกันตามคำสั่งท่าน CEO จัดแจงหยิบเอาอันที่ตรงสันเขียนว่า ‘2018 Q3-4’ วางลงบนรถเข็นโดยไม่รอให้ใครออกคำสั่ง เพราะคุณชายกวิวิชญ์ออกคำสั่งในฐานะผู้ถือหุ้นอันดับสองแล้วว่าเขาจะขึ้นไปหาคุณพิธานเอง คนอื่นไม่ต้องมายุ่ง


“แฟ้มนี้ด้วยหรือเปล่าครับ?”


ร่างเล็กเอ่ยถามพลางชูแฟ้มอันสุดท้ายขึ้นให้รุ่นพี่ดู


“อ้าว น้องกวาง.....??”


สองสาวหันมามองอย่างงงๆ เมื่อเห็นว่านักศึกษาฝึกงานที่จะเป็นคนนำแฟ้มขึ้นไปชั้นสิบเก้าไม่ใช่กระต่าย แต่เป็นน้องกวางซึ่งไม่มีใครกล้ายุ่งด้วย


“น้องกวางกลับไปนั่งเถอะค่ะ พอดีงานนี้คุณพิธานสั่งให้น้องกระต่าย.....เอ่อ..........”  


ขัดใจคุณพิธานก็อยู่ยาก แต่ถ้าขัดใจคุณกวิวิชญ์ก็น่าจะอยู่ยากพอๆ กัน คนเป็นลูกจ้างจึงทำได้แค่เพียงพยักหน้าเออออห่อหมก แล้วปล่อยให้บรรดาเจ้านายไปเคลียร์กันเอาเอง  


“เชิญจ้ะ มีเท่านี้แหละ.... รีบไปรีบกลับนะลูก”


“ขอบคุณครับ”


ร่างเล็กเข็นรถขนแฟ้มเอกสารไปขึ้นลิฟท์ โดยมีกระต่ายคอยช่วยกดเปิดปิดประตูให้.... ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง กวางสังเกตเห็นสีหน้าจืดเจื่อนของกระต่ายบ่งบอกว่าอีกฝ่ายมีบางสิ่งบางอย่างที่อยากจะคุยกับเขา หากจนแล้วจนรอดก็ได้แต่อมพะนำไม่พูดอะไรออกมา ตัวเขาเองก็หมดอารมณ์จะฟังแล้วด้วย


เพราะเรื่องโกหก ฟังกี่ครั้งมันก็ยังเป็นเรื่องโกหก....


.


.


หนึ่ง.... ถึงจะเมา แต่กวางก็จำได้ขึ้นใจว่าเลขาฯ ของคุณลุงภาคเอาคลิปกล้องวงจรปิดตอนที่พี่พอร์ชออกจากโรงแรมไปพร้อมกับผู้ชายคนหนึ่งมาให้ดู


สอง.... พี่พอร์ชเป็นคนถือตัว โลกส่วนตัวสูง ไม่ยอมสนิทกับใครง่ายๆ แต่กลับเรียกไอ้กระต่ายขึ้นไปหาลับหลังเขา


สาม.... ไอ้กระต่ายบอกว่ามันไม่ได้ไปงานวันเกิดเขาเพราะตกเรือ แต่ในกองของขวัญซึ่งถูกรวบรวมเอากลับมาไว้ที่บ้าน มีอยู่กล่องหนึ่งที่แนบการ์ดอวยพรลงชื่อของมันเอาไว้.... ซึ่งถ้ามันไม่ได้ไปงานจริงแล้วของขวัญจะถูกพนักงานโรงแรมส่งมาพร้อมกันได้ยังไง?




ลองปะติดปะต่อดูเอาเองก็แล้วกัน



ต่อให้เป็นคนที่โง่ที่สุดบนโลกนี้ก็ต้องดูออกว่าสองคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ....!


.


.




ก๊อกๆๆๆ




“เชิญครับ น้องกะ.........”   


เจ้าของห้องทำงานบนชั้นสิบเก้าเกือบหลุดชื่อเหยื่อตัวจริงออกมาแล้ว ดีที่เขาเงยหน้าขึ้นจากจอ iMac เสียก่อน ถึงได้เห็นว่าเด็กหนุ่มในชุดนักศึกษาซึ่งเดินเข้ามาพร้อมกับรถเข็นเอกสารคันใหญ่ไม่ใช่คนเดิมที่ถูกสั่งให้ขึ้นมาที่นี่สามวันซ้อน  


“อ้อ กวาง”


“เซอร์ไพรส์~”


เจ้ากวางน้อยยิ้มหวานก่อนจะทิ้งรถเข็นเอกสารเวรตะไลซึ่งอีกฝ่ายใช้เป็นข้ออ้างในการเรียกกระต่ายขึ้นมาพบไว้ข้างประตู แล้วใช้อภิสิทธิ์ความเป็นคู่หมั้นพาตัวเองเข้าไปนั่งเกยขอบโต๊ะประจันหน้ากับว่าที่ประธานบริษัทรุ่นต่อไป.... ไม่กลัวด้วยว่าจะโดนดุข้อหาทำตัวรุ่มร่ามในที่ทำงาน เพราะคนที่สันหลังหวะเสียจนต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลาที่เจอโจทก์นั้นไม่ใช่เขา


“ไม่ต้องทำหน้าผิดหวังขนาดนั้นก็ได้”  


ร่างเล็กว่าทั้งที่รอยยิ้มยังไม่คลายไปจากใบหน้า ในขณะที่ถ้อยคำประชดประชันพร่างพรูออกจากปากชนิดที่ไม่คิดจะฝืนอดกลั้นอีกต่อไป  


“เซอร์ไพรส์ตะกี้นี้มันเทียบกันไม่ติดกับที่พี่พอร์ชเซอร์ไพรส์กวางในงานวันเกิดเลยนะ.... ภาษาฟุตบอลเขาเรียกว่ายังไงนะ? คนละดิวิชั่นเลยใช่ไหม?”


“ถ้าจะคุยเรื่องนั้น เอาไว้ไปคุยกันที่บ้าน”


“แล้วพี่พอร์ชก็ไม่กลับบ้าน กวางรู้ทันหรอกน่า”  


กวางน้อยคลี่ยิ้มมุมปากเหมือนกวนประสาท ทั้งที่แววตาเริ่มจะแดงก่ำอยากร้องไห้ออกมาเต็มแก่.... ไม่มีคำแก้ตัว ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีท่าทีสำนึกผิดอะไรเลย ทำราวกับว่าหัวใจของเขาเป็นเพียงฝุ่นผง มองไม่เห็น ถึงสัมผัสได้แต่อย่างมากก็แค่รู้สึกรำคาญ  


“จะคุยก็คุยกันที่นี่แหละ กวางเบื่อจะรอคนไม่รักษาคำพูดแล้ว”


“งั้นกวางจะเอายังไงก็ว่ามาเลย”


“เอาจริงดิ นี่กวางจะต้องเป็นฝ่ายตั้งคำถามรอให้พี่พอร์ชตอบเหรอ?”  


ร่างบางแค่นเสียงขึ้นจมูก จากที่พยายามระงับใจไม่โมโหก็ชักจะเหลืออดเหลือทนขึ้นมาจริงๆ แล้ว.... ไม่เข้าใจเลยว่าผู้ชายคนนี้ตีหน้านิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อนได้ยังไง ทำอย่างกับว่าเขาเป็นคนตามตื๊อชวนทะเลาะ ทั้งๆ ที่ตัวเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายทิ้งเขาเอาไว้กับความผิดหวังเสียใจได้อย่างเลือดเย็นที่สุด  


“ไม่ใช่พี่พอร์ชหรอกเหรอที่ควรจะต้องมีคำอธิบายดีๆ บอกให้กวางเข้าใจว่าทำไมพี่ถึงหนีออกจากงานวันเกิดไป?”


“พี่ไม่มีอะไรจะอธิบาย..........”


“หมายความว่าไง ไม่มีอะไรจะอธิบายนั่นน่ะ?”


“ก็หมายความว่าพี่จะไม่บอกเหตุผลกับกวาง”  


พิธานหมุนเก้าอี้พนักสูงมามองสบตาคู่หมั้น บ่งบอกให้คนตัวเล็กรู้ว่าเขาเองก็ไม่ได้พูดเล่นเพื่อปั่นประสาทเช่นกัน.... ไม่มีประโยชน์ที่จะแก้ตัวในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว จะว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่ผิด แต่อะไรก็ตามก็เขาไม่ต้องการเปิดเผย มันก็จะยังต้องเป็นความลับต่อไป ไม่ว่าจะกับใครก็ตาม   


“แต่ถ้ากวางบังคับให้พี่พูด พี่ก็จะโกหกเพื่อให้กวางยอมจบ.... จะเอาอย่างนั้นไหมล่ะ?”


เหมือนโดนตบเข้าฉาดใหญ่ ตบจนหน้าหันหัวสั่นหัวคลอน....


ไม่ยอมพูดความจริงเพราะจะปกป้องมือที่สาม ไม่อยากให้คนๆ นั้นเข้ามาร่วมรับผิดชอบที่แทงข้างหลังเขาจนพรุน แต่ไม่เคยเลยที่จะนึกถึงจิตใจคนถูกหลอกลวงอย่างเขา.... ไม่เคยเลยแม้แต่นิดเดียว........


“พี่พอร์ชเคยแคร์ความรู้สึกกวางบ้างหรือเปล่า?”


“มีบ้าง แต่ก็ไม่ใช่ทุกครั้ง”


“สำหรับพี่พอร์ช กวางสำคัญแค่ไหนเหรอ?”  


ถามออกไปน้ำตาก็พาลจะไหลจนต้องเงยหน้ากระพริบตาไล่มันกลับลงไป.... ก่อนหน้านี้ก็มีแอบคิดอยู่ว่าถ้าพี่พอร์ชขอโทษ เขาก็คงให้อภัยได้แบบง่ายๆ แต่ทว่า นี่มันแย่กว่าการตบหน้ากันจริงๆ เสียอีก  


“สิบสองปีที่ผ่านมา กวางให้พี่พอร์ชเป็นที่หนึ่งของกวางเสมอ แล้วทำไมพี่ถึงให้สิ่งเดียวกันกับกวางไม่ได้?”


พิธานไม่ตอบ อาศัยความเงียบกดดันให้กวิวิชญ์เข้าใจได้เองว่าตำแหน่งคู่หมั้นซึ่งพ่อแม่จัดการให้ด้วยความเหมาะสมนั้นไม่ได้มีความหมายอะไรเลย.... กลับกลายเป็นว่าที่ผ่านมามีแค่กวางที่เป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว ทุ่มเททำทุกอย่าง ยอมโดนด่าว่าโง่งี่เง่า ยอมโดนด่าว่าเป็นโอเมก้าไร้สมองเพียงเพื่อให้ได้รับความรักความสนใจจากคนที่ตัวเองเชื่อว่าเป็นคู่ชะตาที่แท้จริง


แต่ไม่ใช่เลย สิบสองปีของเขาสูญเปล่าพังทลายไม่ต่างจากคลื่นสึนามิที่พัดถล่มปราสาททรายริมทะล


ไม่เหลือแม้แต่ซาก....


“กวางไม่ได้กินยาคุมฮีทเป็นเดือนๆ พี่พอร์ชเคยรู้บ้างไหม? เคยได้กลิ่นฟีโรโมนของกวางที่มีไว้เพื่อพี่บ้างหรือเปล่า?”  


กวางน้อยตะโกนถามอย่างหมดความอดทน อยากจะจับหัวคนตรงหน้าโขกๆๆๆ กับโต๊ะดูว่ายังมีเลือดเนื้อเหมือนอย่างเขาอยู่บ้างไหม หรือว่าอันที่จริงแล้วคุณพิธาน อศิรวัฒน์ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นสัตว์เลือดเย็นสายพันธุ์ใหม่ที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน  


“มีสักครั้งไหมที่พี่พอร์ชจะหวงกวาง ไม่ให้อัลฟ่าคนอื่นมาเข้าใกล้!? เรื่องพวกนั้นน่ะเคยบ้างไหม!!??”


เหมือนอาละวาดใส่กำแพง สุดท้ายก็มีแค่กวางที่โวยวายบ้าบอจนเหนื่อยในขณะที่อีกฝ่ายเอาแต่มองเขาด้วยสีหน้าไร้คำบรรยาย มีอยู่แวบหนึ่งที่คล้ายว่าพิธานจะขยับปากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วก็เปลี่ยนใจไม่พูด อมพะนำเอาไว้แบบเดียวกับไอ้กระต่ายไม่มีผิด


ก็ไม่รู้หรอกว่าที่ทั้งสองคนอยากพูดกับเขานั้นใช่เรื่องเดียวกันหรือเปล่า แต่รับรองเลยว่าเขาจะไม่ให้คนพวกนี้กินอิ่มนอนหลับ มีความสุขบนความทุกข์ของเขาอย่างแน่นอน.... อยากรังแกคนอย่างไอ้กวาง อยากหัวเราะเยาะลับหลังคนอย่างไอ้กวาง อยากได้ผลประโยชน์จากคนอย่างไอ้กวางก็ต้องรู้จักอดทนให้มากกว่านี้!


“พี่จะไม่กลับบ้านสักพัก กวางก็ลองทบทวนดูแล้วกันว่าจะเอายังไงต่อ”


“ไม่.... กวางจะไม่ทบทวนอะไรทั้งนั้น!”


“กวาง........”


“ถ้าพี่พอร์ชอยากถอนหมั้นก็ไปบอกคุณลุงสิ ไม่ใช่มากดดันให้กวางต้องยอมเป็นฝ่ายไปเอง!”  


สมน้ำหน้าพวกที่ชอบคิดว่าโอเมก้าสมองช้า จับไม่ได้ไล่ไม่ทันว่าใครกำลังวางแผนอะไรในใจ.... เพราะมีเรื่องหุ้นค้ำคออยู่ พี่พอร์ชถึงไม่กล้าขัดใจพ่อบังเกิดเกล้าถอนหมั้นเขา แต่ถ้าหากกวางเป็นฝ่ายต้องการถอนหมั้นเอง คุณลุงภาคก็คงเอาเรื่องเอาความกับลูกชายไม่ได้ ถึงแม้ว่าตระกูลอศิรวัฒน์อาจจะต้องเสียเสียงข้างมากในบอร์ดบริหาร The Superior Group ไป  


“แต่ถ้าพี่ทำไม่ได้ ไม่กล้าบอกคุณลุงตรงๆ ว่าไม่เคยรักกวางเลย งั้นเราก็อยู่กันไปอย่างนี้แหละ.... กวางจะหมั้นกับพี่พอร์ช แต่งงานกับพี่พอร์ช มีลูกกับพี่พอร์ช เราจะต้องเป็นครอบครัวเดียวกัน อยู่บ้านเดียวกัน ใช้เงินที่มาจากขุมสมบัติเดียวกันตลอดไป!”


พิธานสบตามองเจ้ากวางน้อยอยู่ครู่ใหญ่ แล้วเขาก็พยักหน้า


“งั้นก็เอาที่กวางสบายใจแล้วกัน”


ทำไมกวิวิชญ์จะไม่รู้ว่าคู่หมั้นเขากลัวตำแหน่ง CEO และว่าที่ประธานบริษัทรุ่นต่อไปหลุดมือจะตาย.... อุตส่าห์ไปเรียนอยู่เมืองนอกตั้งหลายปี กลับมาก็โหมทำงานพัฒนา The Superior Group จนได้รับรางวัลอะไรต่อมิอะไรตั้งเยอะแยะ ถ้าจะต้องมาสูญเสียทุกอย่างเพียงเพราะโอเมก้าโง่ๆ รู้ถึงไหนก็คงได้อายถึงนั่น


“แหวนแต่งงานของกวางอยู่ไหน?”  


ร่างเล็กถามถึงแหวนเพชรซึ่งเป็นมรดกจากคุณย่าที่เขาสมควรจะได้สวมตั้งแต่คืนฉลองวันเกิด แต่มันกลับหายไปพร้อมกับคนเฮงซวยที่ชื่อพิธาน และเขาก็ต้องการจะได้มันคืนเดี๋ยวนี้  


“กวางเป็นภรรยาที่ดีได้แน่ แต่ตอนนี้พี่พอร์ชจะต้องทำหน้าที่ของสามีที่ดีก่อน”


หนุ่มโสดแห่งปีหยิบกล่องกำมะหยี่ขนาดเท่าฝ่ามือออกมาจากลิ้นชักโต๊ะทำงาน ก่อนจะเปิดมันแล้วนำแหวนทองคำประดับเพชรน้ำงามเกือบสี่กะรัตสวมลงรอบนิ้วนางข้างซ้ายของเจ้ากวางน้อย.... ใบหน้าหล่อยังคงเฉยเมย แสดงออกชัดเจนว่าต่อให้สวมแหวนแล้วก็ไม่ได้มีสิ่งใดเปลี่ยนไป ซึ่งแน่นอนว่ามันยังไม่สาแก่ใจร่างเล็กที่ในตอนนี้อยากจะเอาชนะอีกฝ่ายให้ได้


“จูบด้วย”


เมื่อสั่งให้จูบก็ได้แค่ริมฝีปากมาประกบเข้าหากันแล้วแตะค้างไว้.... ก็อย่างที่เคยบอกว่าพี่พอร์ชไม่ขัดใจเขาหากก็ไม่เอาใจ ทั้งที่ก็รู้ว่าต้องทำแบบไหนอย่างไรถึงจะมัดหัวใจกวางโง่ให้กลับมาเป็นทาสรักได้เหมือนเดิม แต่เขาก็ไม่ยอมทำ


ช่างแตกต่างจากใครอีกคนที่เพิ่งสอนให้กวางรู้ว่าจูบที่ดีนั้นเป็นยังไง....




พี่คีนจูบเขาอย่างทะนุถนอม แต่ก็ร้อนแรงเต็มไปด้วยความปรารถนา


กลีบปากค่อยๆ บดเบียดไล้เล็มทีละน้อย ลมหายใจอุ่นเป่ารดบนผิวแก้ม ละเลียดกลืนกินราวกับว่าเขาคือขนมหวานที่ไม่อยากให้หมดรสชาติเร็วจนเกินไปนัก ก่อนจะสอดปลายลิ้นเข้ามากระหวัดเกี่ยว ส่งผ่านความรู้สึกวูบวาบที่ชวนให้หัวใจเต้นแรง.... ด้วยความต้องการ


ไม่ได้จืดชืดเย็นชาเหมือนกำลังจะได้เสียกับรูปปั้นหิน


ไม่มีชีวิต


ไม่มีจิตใจ


และไม่ได้รักเขาเลยสักนิด....






“ไอ้คีน.........”


ห้วงความคิดพลันหยุดชะงักเมื่อชื่อของใครบางคนพุ่งทะลุเข้ามาในโสตประสาท ประตูห้องทำงานถูกเปิดค้างเอาไว้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้.... หนุ่มลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ที่กวิวิชญ์รู้จักเป็นอย่างดีกำลังยืนเก้ๆ กังๆ คล้ายกำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะเข้ามาข้างในดีหรือไม่ ถึงแม้จะสนิทกันขนาดไหน แต่ก็คงไม่ดีแน่ถ้าจะเข้าไปเสนอหน้าเอาเวลาที่เพื่อนกำลังประกบปากคู่หมั้น


“อ้อ โทษที”  


เคนเนทเอ่ยพลางยิ้มเป็นเชิงบอกว่าไม่ได้เจตนา เขาชี้นิ้วโบ้ยไปทางโต๊ะเลขานุการด้านนอกซึ่งขณะนี้ไม่มีใครนั่งประจำการอยู่  


“พอดีเลขาหน้าห้องมึงไม่ว่าง กูก็เลยเดินเข้ามาเอง.... ไม่รู้ว่ามึงกำลังติดธุระ............”


น้ำเสียงกลั้วหัวเราะไม่บ่งบอกความหมายว่าผู้พูดรู้สึกอย่างไรกันแน่ ทว่า เจ้ากวางน้อยกลับเป็นฝ่ายหน้าร้อนผ่าวเสียเองเมื่อแขกไม่ได้รับเชิญโผล่มาเห็นฉากจูบอันแสนประดักประเดิดระหว่างเขากับพี่พอร์ชเข้าพอดี.... กับคนอื่นก็คงไม่อะไรเท่าไร อยากเห็นก็เห็นไปไม่จำเป็นต้องแคร์ แต่ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องเป็นไอ้พี่คีนซึ่งเพิ่งถูกเขามอบตำแหน่ง One night stand สุดอัปยศให้ด้วย!?


มิหนำซ้ำ ก็ผู้ชายคนนี้นี่แหละที่พูดย้ำใส่หน้ากวางว่าพี่พอร์ชไม่ได้รักเขา....!


“ไม่มีอะไรสำคัญหรอก มึงเข้ามาเถอะ”


พิธานผละตัวออกห่างจากคู่หมั้น ทำประหนึ่งว่าเมื่อกี้นี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ปล่อยให้เด็กหนุ่มสะอึกที่ถูกตอกตะปูปิดฝาโลงใส่ต่อหน้าคู่ขาคืนเดียวที่ตนเองสลัดทิ้งอย่างไร้เยื่อใยเพราะมั่นใจว่าจะยังไปต่อกับพี่พอร์ชได้


ถึงแม้จะถูกผลักออกแบบเนียนๆ หากเจ้ากวางน้อยก็ยังเชิดหน้ายิ้มปลอมแล้วตามไปเกาะแกะกอดก่ายคู่หมั้นเหมือนที่เคยทำอยู่เป็นประจำ โดยมีสายตาของเคนเนทเฝ้ามองอยู่ในขณะที่ปากก็ขยับพูดคุยธุระซึ่งได้รับฝากฝังไหว้วานมาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่นับถือกันอีกที


“งานแข่งกอล์ฟการกุศลของสมาคมฝรั่งเศสเดือนหน้า ทางนายกสมาคมขอร้องมาว่าอยากให้ The Superior Group ช่วยเป็นสปอนเซอร์สนับสนุนของรางวัลให้ กูก็เลยบอกเขาว่าเดี๋ยวจะลองมาคุยกับมึงก่อน”  


หนุ่มลูกครึ่งไทย-อังกฤษ-ฝรั่งเศสเอ่ยไปตามท้องเรื่อง แอบสังเกตเห็นด้วยว่าเจ้ากวางน้อยเบ้ปากแทบจะทันทีที่ได้ยินคำว่า ‘กอล์ฟ’  แล้วก็เบ้ปากยกกำลังสองเมื่อได้ยินชื่อนายแบบหน้าสวยที่เป็นคนสนิทของเขา   


“ยังไงงานนี้กูกับคุณแอลก็คงไปแข่งเล่นๆ ด้วยอยู่แล้ว มึงสนใจจะลงชื่อเป็นก๊วนเดียวกันไปเลยไหมล่ะ?”


“ก็เอาสิ เดือนหน้ากูยังไม่มีคิวออกรอบพอดี”  


พิธานรับปากแบบไม่เสียเวลาคิดเลย เพราะกิจกรรมที่จะไปทำได้โดยไม่มีกุมารกวางตามไปป่วน ถ้าไม่ใช่เรื่องงานก็มีแค่ออกรอบตีกอล์ฟนี่ละ 


“ว่าแต่จัดที่สนามไหนวะ?”


“ถ้าจำไม่ผิดน่าจะอัลไพน์มั้ง”


“คลับเฮาส์ที่นั่นก็ดีนะ ร้านอาหารก็บรรยากาศใช้ได้”   


ว่าแล้วก็หันไปหาร่างเล็กซึ่งนั่งหน้าบูดอยู่บนที่วางแขนเก้าอี้  


“กวางอยากไปด้วยกันไหม?”


“ไม่ล่ะ.... พี่พอร์ชไปกับพี่คีนเถอะ กวางไม่ชอบ”


กวางตั้งใจหมายถึงเหตุการณ์สยองขวัญคราวก่อนที่ทำเขาเกือบเอาชีวิตไม่รอด ไม่นับรวมแดดร้อน เหงื่อไหลไคลย้อยหน้ามันเยิ้ม กับการถูกทิ้งให้นั่งมองคนเป็นฝูงเอาเหล็กไล่หวดลูกกลมๆ ไปไกลๆ แล้วก็เดินตามไปเก็บ ทว่า เคนเนทกลับเดินเข้ามาใกล้เขา เลิกคิ้วน้อยๆ พลางก้มหน้าลงมองจ้องตาอย่างมีเลศนัย


ยังไม่ทันที่ร่างบางจะได้ถามว่ามองหาอะไร ฝ่ายนั้นก็ชิงเล่นเกมยี่สิบคำถาม สามตัวช่วยขึ้นมาเสียก่อน


“ไม่ชอบกอล์ฟหรือไม่ชอบพี่คีนคะ?”


“ทั้งคู่”


กวางตอบแบบไม่แยแส มือเล็กดึงแขนพี่พอร์ชมาคล้องโชว์ ทำเอาเคนเนทถึงกับห่อปากยิ้มอ่อนให้กับความหัวดื้อที่ให้ตายยังไงเขาก็เกลียดไม่ลง


“ใจร้ายจัง..........”  


อยากจะกอดแขนไอ้พอร์ชก็กอดไปเถอะ สำหรับเขาแค่ได้ขโมยหยิกแก้มนิ่มๆ ก็ถือว่าดีมากแล้ว  


“แต่พี่คีนชอบหนูนะคะ แบมบี้”


“งื้อ อย่ามาโดนแก้มกวางนะ!”


กวางน้อยร้องโวยวาย ลุกขึ้นแว้ดเสียงแสบแก้วหูใส่เคนเนททันที ก็อยากพูดอยู่หรอกนะว่ามากกว่าหอมแก้มก็ทำมาแล้ว แต่เพราะไม่อยากถูกลดขั้นจาก One night stand ไปเป็นอากาศธาตุ ชายหนุ่มจึงเพียงแค่ยิ้มอย่างเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือไปขยี้เส้นผมของคู่หมั้นเพื่อนจนกระเซอะกระเซิง


“หนูอย่าลืมกลับไปแกะของขวัญวันเกิดดูนะคะ พี่ตั้งใจเลือกให้กวางโดยเฉพาะเลย~”


.


.


.


อันที่จริง กวิวิชญ์ก็เห็นกล่องสี่เหลี่ยมห่อด้วยกระดาษสาสีโอลด์โรสตั้งแต่วันแรกที่พนักงานโรงแรมขนเอาบรรดาของขวัญมาส่งให้แล้ว แต่เขาเลี่ยงที่จะไม่เปิดออกดูเพราะรู้ว่ามันมาจากคนที่ตัวเองพยายามจะยุ่งเกี่ยวด้วยให้น้อยที่สุด


เย็นวันนั้น ท่ามกลางภูเขาของขวัญวันเกิดที่ได้รับจากแขกที่มาร่วมงานและญาติผู้ใหญ่ ภายในกล่องหลากหลายขนาดมีทั้งกำไลข้อมือ Cartier , จี้เพชร , อุปกรณ์ Gadget รุ่นใหม่ล่าสุด , เครื่องประดับและของใช้ส่วนตัวระดับ Hi-end , นาฬิกาแบรนด์ดังจากสวิสเซอร์แลนด์ อะไรต่อมิอะไรอีกมากมายซึ่งเดี๋ยวเขาต้องส่งการ์ดขอบคุณกลับไปให้ตามมารยาท.... มือเล็กจับกล่องสีโอลด์โรสเขย่าอย่างไม่ค่อยใส่ใจนักในคราวแรก ด้วยคิดว่าคงจะหนีไม่พ้นเครื่องประดับหรืออะไรสักอย่างซ้ำๆ กับที่คนอื่นให้นั่นแหละ


ทว่า เมื่อกระดาษห่อของขวัญถูกฉีกออกและฝากล่องถูกเปิด เขาถึงได้รู้ว่าตนเองเดาผิดไปไกลโข


เพราะข้างในนั้นมีตุ๊กตาสูงประมาณครึ่งฟุต ตาโตใสแจ๋วเหมือนตากวาง




ใช่สิ ก็นี่มันตุ๊กตากวาง


กวางแบมบี้.... 




มาพร้อมกับกระดาษโน้ตใบเล็กกับข้อความสั้นๆ ที่ทำให้หัวใจคนอ่านสับสนจนอยากจะร้องไห้ออกมาเหลือเกิน




‘แบมบี้ของพี่คีนน่ารักที่สุด.... แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ’


 
 
 
 

TO BE CONTINUE


 
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [11 กุมภาพันธ์ 2562 00:51 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY