ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 4
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 63
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,884
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว'
[1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]จำนวนผู้เข้าชม 500 คน
Cruel Intentions

บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~






 
8





 
 
อีกแค่สัปดาห์เดียวก็จะครบสามเดือนแห่งความยากลำบากแสนสาหัสแล้ว คุณชายกวิวิชญ์จึงจำเป็นต้องหอบสังขารโทรมๆ มาสแกนนิ้วเข้าออฟฟิศทุกวันเพื่อแลกกับลายเซ็นรับรองผ่านการฝึกงานจากผู้จัดการแผนก ถึงแม้ว่าจะแพ้ท้องหนักมากก็ตาม มันแย่ตรงที่เขากินอะไรแทบไม่ได้เลย ขนาดขนมปังปิ้งกับไข่ดาวเหยาะซอสมะเขือเทศก็ยังไม่รอด กินได้แต่บิสกิตโง่ๆ เค็มๆ กับน้ำส้มกล่องซึ่งก็ขย้อนคายออกมาหมดแล้วเพราะได้กลิ่นกาแฟสดของผู้จัดการแผนก
 
 
“อดทนหน่อยนะมึง อีกไม่กี่วันก็จบแล้ว”
 
 
ศศินมองสภาพอ่อนระโหยโรยแรงของเพื่อนแล้วก็ได้แต่เอ่ยปลอบ เขาเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าไอ้กวางป่วยเป็นอะไรกันแน่ ถามทีไรก็ไม่เคยได้คำตอบตรงกันเลย เดี๋ยวแพ้อาหาร อาหารเป็นพิษ เดี๋ยวก็บอกว่าโรคกระเพาะ ซึ่งถ้าดูจากอาการคลื่นไส้เป็นว่าเล่นของมันแล้ว เขาว่าไม่น่าจะใช่สักโรคที่พูดมาทั้งหมดนั่นล่ะ
 
 
“อืม.... ถ้ากูไม่ตายไปเสียก่อนนะ”
 
 
“ไปหาหมออีกรอบดีกว่าไหม ให้เขาตรวจซ้ำว่ามึงแพ้ยาหรือเปล่า”
 
 
“กูไปมาแล้ว”
 
 
“แล้วเขาว่าไงบ้าง?”
 
 
“ก็แค่ภูมิคุ้มกันต่ำธรรมดาๆ เหมือนทุกครั้งแหละ”
 
 
นั่นปะไร.... แค่ข้ามวัน ไอ้กวางก็เปลี่ยนโรคป่วยอีกแล้ว
 
 
กระป๋องมะนาวโซดาแช่เย็นที่แอบลงไปซื้อจากมินิมาร์ทข้างล่างถูกเปิดดื่มทีละน้อย สีหน้าร่างเล็กดูดีขึ้นพอสมควรเมื่อได้ลิ้มรสเปรี้ยวซ่าอมหวาน และคงเพราะเห็นว่าเจ้าตัวอาการไม่ค่อยดีต่อเนื่องมาเป็นอาทิตย์ บรรดารุ่นพี่จึงงดเว้นจากการสั่งงานเจ้ากวางน้อยไปโดยปริยาย ขอแค่ไม่ขาดงานลาป่วยไปจนถึงสิ้นเดือนก็พอแล้ว ปัญหาของจริงมันอยู่ที่ตอนเปิดเทอมต่างหาก
 
 
“เทอมหน้ามีเรียนวิเคราะห์งบการเงินของอาจารย์แป๋ว.... ถึงจะเป็นโอเมก้าแต่แกก็คงยอมให้มึงขาดได้ไม่เกินสามครั้งต่อทั้งเทอม แล้วมึงจะไหวไหมเนี่ย?”
 
 
“อ้อ กูลืมบอกมึงไปเลย”  กวางทำท่าเหมือนเพิ่งนึกอะไรออกก่อนจะหันมาหากระต่าย  “เทอมหน้ากูจะดรอปนะ”
 
 
“อ้าว ดรอปทำไมวะ?”
 
 
กระต่ายย้อนถามอย่างงงๆ เพราะเห็นกวางตั้งใจว่าจะพยายามเรียนให้จบภายในสี่ปีให้ได้ ยากแค่ไหนก็เข็นตัวเองจนสอบผ่านไม่เคยติดเอฟเลยสักวิชา แล้วพอกำลังจะขึ้นปี่สี่ซึ่งเป็นปีการศึกษาสุดท้ายก็กลับบอกว่าจะขอหยุดพัก เขาก็เลยโคตรจะไม่เข้าใจความคิดของเพื่อนในตอนนี้เลย 
 
 
“ก็ที่ช่วงนี้กูไม่ค่อยสบายนี่แหละ พี่พอร์ชก็เลยจะให้กูไปอยู่เมืองนอกสักพัก อาจจะเป็นประเทศฝั่งยุโรปที่อากาศดีๆ สักที่ พอแข็งแรงขึ้นแล้วค่อยกลับมาเรียนต่อ”  
 
 
กวิวิชญ์พูดเสมือนว่าการดรอปเรียนไม่ใช่เรื่องใหญ่ น่าเสียดายที่อีกแค่สองเทอมก็จะไปถึงเส้นชัยที่ตนคาดหวังเอาไว้อยู่แล้วหากต้องมาล้มเลิกเอากลางคัน แต่จะให้ทำท่าเสียอกเสียใจต่อหน้าคนอื่นก็คงไม่เข้าท่า อย่างเดียวที่ทำได้ก็คือปั้นหน้านิ่งไม่สนไม่แคร์ทั้งที่หัวใจเจ็บจี๊ดต่อไป  
 
 
“ระหว่างอยู่ที่โน่นก็อาจจะหาคอร์สภาษาลงเรียนไปด้วย ยังไงก็คงดีกว่าอยู่เฉยๆ”
 
 
“พี่พอร์ชเป็นคนบอกให้มึงไปเหรอ?”
 
 
ไม่ใช่ว่ากระต่ายไม่เชื่อว่ากวางจะไปเมืองนอก ฐานะอย่างมันจะไปอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ก็ได้ เพียงแต่เขารู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่.... แล้วที่มันอ้างไอ้คุณพี่พอร์ชนั่นก็ด้วย มีอย่างที่ไหนส่งคนป่วยไปอยู่เมืองนอกตัวคนเดียว ภาษาก็พูดไม่ได้ ช่วยเหลือตัวเองก็ยังไม่ค่อยจะเป็น ยิ่งคู่หมั้นไม่สบายก็ยิ่งควรจะให้อยู่ใกล้ๆ เพื่อคอยดูแลไม่ใช่เหรอ ดูยังไงเขาก็เห็นเป็นแผนเขี่ยไอ้กวางข้ามทวีปไปไกลๆ จะได้ไม่เกะกะขวางทางรักในความลับเสียมากกว่า
 
 
“อือ เห็นนิ่งๆ แบบนั้นแต่เขาก็เป็นห่วงกูกว่าที่มึงคิดนะ.... พี่พอร์ชใจดีจะตาย เดี๋ยวนี้กลับบ้านมากินมื้อเย็นกับกูแทบทุกวันเลยด้วย”
 
 
ในเมื่อไอ้กวางอยากจะขิง กระต่ายก็ไม่อยากขัด ด้วยรู้ดีว่าเพื่อนเป็นคนประเภทเสียใจไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้.... เขาเองก็ไม่รู้สถานการณ์ระหว่างคู่หมั้นพันล้านว่าพังพินาศไปถึงไหนแล้ว ที่แน่ๆ ก็คือไอ้กวางแทบไม่พูดถึงพี่พอร์ชเลย ไม่โวยวายฟื้นฝอยเรื่องที่มันเข้าใจผิดว่าเขาพยายามจะแย่งพี่พอร์ชไปจากมันด้วย ทุกอย่างเงียบหายไปเหมือนจะกลับไปเป็นปกติแต่ก็ไม่ปกติ โผล่มาอีกทีก็คือเพื่อนเขาจะหยุดเรียนแล้วย้ายไปอยู่เมืองนอกกะทันหัน
 
 
เป็นห่วงก็เป็นห่วงอยู่หรอก แต่จะให้ถามซักไซ้ไล่เรียงมากกว่านี้ก็ไม่ได้ ที่สำคัญก็คือไอ้กวางคงไม่ไว้ใจเล่าทุกสิ่งทุกอย่างให้เขารู้เหมือนเมื่อก่อนแล้ว
 
 
ก็ได้แต่บอกว่า ‘เอาที่พวกมึงสบายใจก็แล้วกัน’ เท่านั้น.....
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
แน่นอนว่ากวางโกหกกระต่าย โกหกหมดทุกเรื่อง....
 
 
พี่พอร์ชก็ยังคงปักหลักอยู่ที่คอนโดฯ ไม่กลับมาเหยียบบ้านใหญ่อศิรวัฒน์เลย ช่วงพักกลางวันก็มีนัดกินข้าวหรือไม่ก็ติดประชุมต่อเนื่องกับคนโน้นคนนี้ ถ้าคิดในแง่ร้ายก็คงต้องบอกว่าฝ่ายนั้นจงใจจะเลี่ยงไม่เจอหน้าเขา.... หากเป็นเมื่อสักสองสัปดาห์ก่อน กวางก็คงไม่ยอมอยู่เฉย เขาจะตามจิกคู่หมั้นไปทุกที่ที่สามารถจะไปได้ แต่สำหรับตอนนี้ก็ช่างเถอะ แค่โงหัวขึ้นมาจากชักโครกแล้วเดินได้โดยที่ไม่ต้องหาอะไรจับพยุงตัวเองไม่ให้ล้มได้ก็พอแล้ว
 
 
“สวัสดีครับ คุณลุง”  
 
 
เมื่อกลับมาถึงบ้าน คนแรกที่กวางน้อยเห็นก็คือประมุขของบ้านซึ่งติดภารกิจไปต่างประเทศเสียหลายวัน เขายกมือไหว้ก่อนจะเดินเข้าไปคลอเคลียตามประสาเด็กขี้อ้อนหลังจากที่ต้องอยู่บ้านตามลำพังกับพี่ๆ คนงานเกือบทั้งอาทิตย์ 
 
 
“ไปประชุมที่สิงคโปร์เป็นยังไงบ้างครับ? อากาศที่โน่นร้อนไหม?”
 
 
“ร้อนน่ะไม่เท่าไร แต่ฝนตกเกือบทั้งวันเลยเชียวล่ะ”
 
 
“โอ้โห แบบนี้ก็แทบไม่ได้ออกไปเที่ยวเลยสิครับ”
 
 
“ก็มีไปคาสิโนในโรงแรมตามประสาคนแก่ล่ะนะ ไม่เหงาเท่าไรหรอก” 
 
 
ชายสูงวัยตอบแกมหัวเราะ มือก็เอื้อมหยิบถุงกระดาษแบรนด์เนมซึ่งวางเตรียมไว้ข้างโซฟาส่งให้หลานรักซึ่งเป็นว่าที่ลูกสะใภ้ด้วย  
 
 
“แต่ถึงจะไม่ได้ออกไปข้างนอกก็ไม่ได้ลืมของฝากของเรานะ.... มาดูสิว่าชอบของที่ลุงเลือกให้หรือเปล่า”
 
 
ในถุงของฝากมีกระเป๋าเป้กับรองเท้าผ้าใบของ Gucci เรียกรอยยิ้มกว้างจากเด็กหนุ่มโอเมก้าผู้ชื่นชอบของน่ารักกระจุกกระจิกได้ไม่ยาก
 
 
“คุณลุงรู้ใจกวางจริงๆ ด้วย กำลังอยากได้รุ่นนี้อยู่พอดีเลย.... ขอบคุณมากนะครับที่อุตส่าห์นึกถึงกวาง”
 
 
เป็นที่รู้กันดีว่าท่านประธานภาคเอ็นดูกวางมาก มากยิ่งกว่าลูกในไส้ของตัวเองเสียอีก ทั้งประคบประหงมดูแลและเอาใจใส่อย่างดี.... หลายคนอาจคิดว่าคงเป็นเพราะหุ้นยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ซึ่งท่านคาดหวังว่าจะกลายเป็นของอศิรวัฒน์ผ่านการแต่งงานกับพิธาน แต่กวางก็เชื่อว่าต่อให้ไม่มีเรื่องหุ้นเข้ามาเกี่ยวข้อง คุณลุงภาคก็จะยังคงรักเขาในฐานะลูกของเพื่อนอยู่วันยังค่ำ
 
 
และเขาก็เสียใจมากที่จะต้องโกหกคุณลุงเหมือนที่โกหกไอ้ต่าย....
 
 
 
อาหารมื้อค่ำกลับมาวางแน่นขนัดเต็มโต๊ะอีกครั้งเพื่อต้อนรับการกลับมาของคุณท่าน มีทั้งทอดมันกุ้ง มัสมั่นเนื้อ น้ำพริกอ่อง และอย่างอื่นอีกเยอะแยะ ทว่า เจ้ากวางน้อยก็ยังกินอะไรไม่ลงอยู่ดี.... และเพราะร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่ จะนั่งเฉยๆ ไม่ยอมกินเลยก็ไม่ได้ จะลุกหนีขึ้นห้องไปเลยก็ยิ่งเสียมารยาท สุดท้ายก็เอาส้อมจิ้มทอดมันแล้วละเลียดกัดอย่างไม่ค่อยมีความสุขสักเท่าไร โชคดีแค่ไหนแล้วที่ไม่คลื่นไส้ออกมาตอนนี้
        
 
ระหว่างที่กำลังกินๆ เหม่อๆ อยู่นั้น คุณลุงภาคก็เป็นฝ่ายเอ่ยทักถึงความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ค่อนข้างชัดจากกวิวิชญ์ขึ้นมาก่อน 
 
 
“หมู่นี้ดูซูบไปเยอะเลยนะกวาง ไม่สบายเหรอ?”
 
 
“เปล่าครับ คุณลุง”  
 
 
ร่างเล็กส่ายหน้าตอบยิ้มๆ รู้สึกไม่ดีเอาเสียเลยที่หมู่นี้เขาพูดโกหกบ่อยจนเกือบจะเป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว  
 
 
“กวางแค่เพลียนิดหน่อยน่ะครับ ฝึกงานสัปดาห์ละห้าวันก็เหนื่อยไม่ใช่เล่นๆ”
 
 
“ที่แผนกเขาให้ทำอะไร? ใครเป็นผู้จัดการ? เดี๋ยวลุงจะไปคุยให้”
 
 
“ไม่ต้องหรอกครับ.... เพื่อนคนอื่นเขาฝึกได้ กวางก็ต้องทำได้เหมือนกัน”
 
 
ก็อย่างที่บอกว่าท่านประธานหวงเจ้ากวางน้อยยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ปกติแล้วคุณลุงภาคไม่เคยเข้าไปแทรกแซงการทำงานของฝ่ายปฏิบัติการระดับล่าง ยกเว้นจะเป็นเรื่องระดับนโยบายส่วนรวมของทั้งบริษัท.... ถ้าเป็นพิธานบ่น ท่านก็คงไม่สนใจแล้วบอกให้ทำตามหน้าที่ไป แต่พอเป็นหลานกวางบ่นเข้าหน่อยก็ถึงกับจะลงไปบังคับผู้จัดการแผนกให้เซ็นผ่านฝึกงานเดี๋ยวนี้เลยเชียว
 
 
“คุณท่านคงยังไม่ทราบ เมื่ออาทิตย์ก่อนคุณกวางเธอป่วยค่ะ ไม่ยอมไปหาหมอด้วย ดิฉันพูดเท่าไรก็ไม่ยอมไป”  
 
 
ป้านิ่มเดินออกมาพร้อมกับต้มจืดมะระยัดไส้หมูสับถ้วยใหญ่ ซึ่งเพียงแค่ได้กลิ่น เด็กหนุ่มก็เบ้ปากเบือนหน้าหนีแทบจะทันที อย่าหวังเลยว่าจะกลืนเข้าไปได้  
 
 
“ไม่ใช่แค่ดูผอมลงนะคะ แต่คุณกวางทานน้อยลงด้วยค่ะ ขนมนมเนยกับมื้อดึกที่ต้องทานประจำก็ไม่ยอมแตะเลย”
 
 
 
 
หัวหน้าแม่บ้านจัดแจงฟ้องร่ายยาว ทำเอาคุณชายตัวเล็กหันไปมองค้อนอย่างงอนๆ ที่ถูกหาเรื่องให้โดนดุ
 
 
“ป้านิ่มอ้ะ กวางก็แค่ไม่อยากอ้วน..........”
 
 
“อ้าวแล้วกัน เด็กสมัยนี้.... ไอ้เรารึก็เป็นห่วงเก้อ”  
 
 
ชายวัยกลางคนยิ้มไม่ถือสาว่าที่ลูกสะใภ้ ด้วยเข้าใจว่าวัยรุ่นอายุยังน้อยก็ย่อมต้องรักสวยรักงาม อยากดูดีในสายตาคนที่ตัวเองรักเป็นธรรมดา  
 
 
“ไม่ต้องกลัวอ้วนหรอก กินเข้าไปเยอะๆ เถอะกวางเอ๊ย.... ยังไงเจ้าพอร์ชมันก็ไม่มองคนอื่นนอกจากเราอยู่แล้ว”
 
 
“มันก็ไม่แน่หรอกครับ”
 
 
กวางพูดให้ฟังดูเหมือนขำๆ โดยที่ในใจขำไม่ออกเลยสักนิด.... ไม่มีใครระแคะระคายสงสัยเลยว่าพี่พอร์ชแอบไปมีคนอื่นตั้งนานแล้ว และถึงคู่หมั้นจะอ้วนขึ้นหรือจะผอมลง ผู้ชายคนนั้นก็คงไม่มาสนใจใยดี หรือต่อให้เขาหายตัวไปก็คงไม่รู้เรื่องอะไรกับใครเลยด้วยซ้ำจนกว่าจะมีคนบอก
 
 
รู้ทั้งรู้ว่าพี่พอร์ชเป็นแบบนี้ก็คงไม่มีอะไรให้ต้องอาลัยอาวรณ์แล้วล่ะมั้ง....
 
 
“คุณลุงครับ กวางมีเรื่องจะบอกล่ะ”  
 
 
เมื่อรวบรวมความกล้าได้ ร่างเล็กก็กลั้นใจพูดโหกครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตออกมา  
 
 
“คือว่า.......กวางได้ทุนแลกเปลี่ยนของทางมหาลัย ไปเรียนที่ออสเตรเลียประมาณเก้าเดือน.........กวางก็เลยจะขออนุญาตคุณลุงไปเรียนน่ะครับ”
 
 
“ไปแลกเปลี่ยนเหรอ?”
 
 
“ครับ”  
 
 
หัวใจดวงน้อยจะหลุดกระเด็นจากอกอยู่แล้ว แต่กวิวิชญ์ก็จำเป็นจะต้องปั้นหน้ายิ้มนิ่งๆ เอาไว้ ไม่ให้ท่านประธานแห่ง The Superior Group จับได้ว่าที่ได้ยินเมื่อครู่นี้คือเรื่องมโนโม้เหม็นล้วนๆ  
 
 
“ก่อนหน้านี้อาจารย์ที่คณะเคยติงมาว่าภาษาอังกฤษของกวางยังไม่ค่อยดีเท่าไร กวางก็เลยลองสมัครไปแลกเปลี่ยนดูเผื่อว่าถ้าไปอยู่เมืองนอกแล้วจะช่วยให้เก่งขึ้นได้.... ก็สมัครไปแบบไม่จริงจังหรอกครับ แต่ทางโน้นเขาก็อุตส่าห์เลือกให้กวางได้ทุน จะทิ้งไปก็น่าเสียดาย..........”
 
 
“ถ้ามหาลัยทางโน้นเขาเลือกกวางแล้ว ลุงก็อยากไม่ห้ามหรอก”  
 
 
คุณลุงภาคเอ่ยคล้ายจะอนุญาต แต่ก็เห็นได้ชัดว่าไม่เต็มใจและค่อนข้างกังวลกับการปล่อยหลานรักให้ไปอยู่ไกลหูไกลตา  
 
 
“ว่าแต่ที่อยู่ที่กินล่ะเป็นยังไง? ไปอยู่เมืองไหน? แล้วเขาให้อยู่หอพักนักศึกษาหรือให้ไปเช่าบ้านอยู่ข้างนอกเอง?”
 
 
 
“อยู่ที่เมลเบิร์นครับ กวางกะว่าจะหาโฮสต์แฟมิลี่อยู่ด้วย”
 
 
“แล้วจะไปเมื่อไรล่ะ?”
 
 
“อาทิตย์หน้าครับ พอฝึกงานที่นี่เสร็จแล้วก็จะไปเลย”
 
 
พอได้ฟังรายละเอียดเพิ่มเติมแล้ว จากที่เหมือนจะยอมให้ไปในคราวแรกก็ดูท่าจะถูกยกเลิกเพราะมันอาจส่งผลกระทบต่อแผนการในอนาคตที่ท่านประธานได้ตระเตรียมเอาไว้แล้ว.... จากที่ผิดพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งด้วยความไม่มีหัวคิดของพิธาน ท่านจึงไม่อยากพลาดซ้ำอีกครั้งให้อศิรวัฒน์ต้องเสียชื่อเสียงและอาจรวมถึงเสียลูกสะใภ้ที่กำลังจะได้ดองกันอย่างเป็นทางการไปด้วย
 
 
“ทำไมถึงได้กะทันหันนัก? แล้วเรื่องแต่งงานกับเจ้าพอร์ชล่ะลูก?”
 
 
“พอดีว่ากวางจะต้องไปรายงานตัวกับทางมหาลัยก่อนจะเปิดเทอมน่ะครับ เวลามันค่อนข้างกระชั้นชิด ก็แอบหวั่นใจอยู่เหมือนกันที่ต้องไปเร็วขนาดนี้”  
 
 
เด็กหนุ่มพยายามอธิบายเหตุผลให้ฝ่ายผู้ใหญ่รู้สึกว่าเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะต้องขอเลื่อนการแต่งงานออกไปจนกว่าตนเองจะพร้อม ถ้าไม่พูดแบบนี้ก็เชื่อได้เลยว่าประเดี๋ยวคุณลุงภาคก็จะไปไล่เบี้ยเอากับพี่พอร์ช หาว่าเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้หลานรักไม่อยากแต่งงานด้วยแล้วเพราะยังฝังใจเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนงานเลี้ยงฉลองวันเกิด.... ซึ่งถ้าสืบสาวราวเรื่องกันจริงๆ ความลับที่กวางพยายามปิดบังจะต้องแตกแน่ ดังนั้นถ้าทำให้คุณลุงรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายได้ก็น่าจะดีกว่า  
 
 
“กวางไปแค่เก้าเดือนเอง งานแต่งก็เลื่อนไปก่อน เดี๋ยวเดียวกวางก็กลับมาแล้ว”
 
 
“พวกเอกสารส่วนตัวกับวีซ่า กวางจะให้คุณอาทนายช่วยจัดการให้ คุณลุงไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ”
 
 
“จริงๆ แล้วลุงไม่อยากให้เราไปเลย เป็นโอเมก้าจะไปอยู่คนเดียวต่างบ้านต่างเมืองมันก็อันตราย โฮสต์แฟมิลี่ก็ใช่ว่าจะดีทุกบ้าน.... ตัวของกวางเองก็ร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง เกิดเจ็บป่วยขึ้นมาแล้วใครจะดูแลเราได้ดีเท่าคนที่นี่ล่ะ” 
 
 
ผู้อาวุโสยังคงแสดงท่าทีลังเล หากสุดท้ายก็ยินยอมตกปากรับคำด้วยเหตุผลที่ว่าหลานอุตส่าห์อยากตั้งใจเรียน โอเมก้าเก่งๆ ระดับนี้ก็ไม่ได้มีเยอะแยะดาษดื่น และท่านก็คงจะภูมิใจถ้าหนึ่งในนั้นจะเป็นเจ้ากวางน้อยว่าที่สะใภ้อศิรวัฒน์  
 
 
“แต่ก็เพื่ออนาคตของกวางนี่นะ งั้นก็ไปเถอะ.... แล้วก็ดูแลตัวเองดีๆ ตั้งใจเรียนด้วยล่ะ”
 
 
ยังไม่ทันขาดคำ ใครบางคนก็เดินจากหน้าประตูบ้านผ่านเข้ามายังห้องรับประทานอาหารท่ามกลางความดีใจของเหล่าคนงานที่ไม่ได้เจอหน้าเจ้านายรูปหล่อมาพักใหญ่ ทำเอากวิวิชญ์ถึงกับแอบแค่นเสียงหึในลำคอ.... ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นพี่พอร์ชจะนึกอยากกลับบ้าน แต่พอเขากำลังจะไปก็เหมือนมีพรายกระซิบ รีบกลับมาแสดงความยินดีที่ก้างขวางคอคู่หมั้นสิบสองปีจะหายไปจากชีวิตนานถึงเก้าเดือน
 
 
“สวัสดีครับพ่อ”
 
 
“เจ้าพอร์ชมาพอดี.... มานี่หน่อยสิ ไอ้ลูกชาย”
 
 
คุณลุงภาคกวักมือเรียกร่างสูงให้เข้ามาที่โต๊ะอาหาร นี่จึงเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่บรรดานายๆ ของบ้านอศิรวัฒน์อยู่ทานมื้อเย็นกันพร้อมหน้า
 
 
“มีอะไรครับ?”  
 
 
ร่างสูงถอดเสื้อสูทส่งให้แม่บ้านรับเอาไปซักรีดทำความสะอาด ก่อนจะเลื่อนเก้าอี้นั่งลงตรงที่ประจำ
 
 
“น้องกวางเขาได้ทุนไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนที่ออสเตรเลีย เดี๋ยวอาทิตย์หน้าก็จะออกเดินทางแล้ว แถมยังไปอยู่คนเดียวนานตั้งเก้าเดือน.... พ่อตอบตกลงไปแล้ว แกล่ะจะว่ายังไง?”
 
 
สิ่งที่ได้ยินไม่สามารถทำให้คนหน้านิ่งอย่างพิธานสะดุ้งสะเทือน เขาเพียงแค่เลิกคิ้วน้อยๆ ก่อนจะพูดออกมาอย่างไม่ค่อยใส่ใจ
 
 
“พ่ออนุญาตให้น้องไปแล้ว ผมจะว่าอะไรได้ล่ะครับ”
 
 
“เป็นห่วงก็บอกน้องไปสิ ปากกับใจไม่ค่อยจะตรงกันเลยนะ เจ้าลูกคนนี้นี่”
 
 
ไม่รู้ว่าคุณลุงภาคแค่พูดให้กวางรู้สึกดีขึ้นหรือยังเชื่ออยู่จริงๆ ว่าลูกชายตัวเองกับเจ้ากวางน้อยเป็นคู่ชะตากัน.... ถ้าเป็นเมื่อก่อน กวางก็คงหัวเราะคิกคักเพ้อเจ้อเอาว่าพี่พอร์ชก็แค่ขี้อายเกินไปหน่อย แต่ตอนนี้เขาเข้าใจถ่องแท้แล้วว่าที่เห็นนั่นไม่ใช่ความปากหนักพูดน้อยอะไรเลย ไม่สนใจก็คือไม่รักนั่นแหละ
 
 
และถึงจะเอ่ยถามเอาป่านนี้ กวางก็ไม่เชื่อแล้วว่าพี่พอร์ชจะอยากรู้เพราะเป็นห่วงเขาเหมือนอย่างที่คุณลุงเป็นห่วง
 
 
“กวางจะไปเรียนใช่ไหม?”
 
 
“ใช่”
 
 
“พี่ต้องตามไปอยู่ที่โน่นด้วยหรือเปล่า?”
 
 
“ไม่ต้อง”
 
 
“แล้วอยากให้พี่ไปส่งเราที่สนามบินไหม?”
 
 
“ไม่อยาก”  ในเมื่อถามประชดมา กวางก็ตอบประชดกลับแบบไม่ยี่หระ  “ไหนๆ กวางก็จะไปเรียนรู้การใช้ชีวิตตัวคนเดียวอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้กวางไม่รบกวนพี่พอร์ชดีกว่า”
 
 
“งั้นก็ตามใจ”
 
 
จะบอกว่าประชดให้เข้าทางอีกฝ่ายก็คงใช่ เพราะพิธานก็แค่ยักไหล่น้อยๆ เป็นเชิงบอกว่าเอาตามนั้น แล้วจึงลงมือจัดการกับอาหารมื้อเย็นตรงหน้าสลับกับพูดคุยเรื่องภายในบริษัทกับผู้เป็นพ่อ โดยไม่มีวี่แววว่าจะสนใจใส่ใจการไปใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมืองตามลำพังของโอเมก้าคู่หมั้นอีกเลย
 
 
ทั้งเจ็บแปลบ ทั้งหัวร้อนที่ถูกเมิน แต่ก็พูดอะไรไม่ได้
 
 
กวางเคยนึกค่อนขอดในใจมาโดยตลอดว่าพี่พอร์ชเป็นคนมีชนักติดหลัง ถึงต้องคอยหลบหน้าเขา แต่ในวันนี้กลับกลายเป็นเขาเสียเองที่มีชนักอันใหญ่มากจนต้องสร้างเรื่องโกหกเนรเทศตัวเองออกไป.... อับอายขายขี้หน้า โกรธที่ถูกทำเหมือนเป็นอากาศธาตุ แต่ก็อย่างที่บอกว่าเขาทำได้แค่เพียงเงียบปากเอาไว้ รอจนกว่าจะแก้ปัญหาได้แล้วค่อยกลับมาทวงทุกสิ่งทุกอย่างที่กวางควรจะได้จากพี่พอร์ชคืน

 
 

 
 
 
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปไวเหมือนโกหก กระเป๋าเดินทางขนาดสามสิบสองนิ้วห้าใบถูกวางกองไว้หน้าประตูห้องนอน มีแค่ใบเดียวจากทั้งหมดที่กวิวิชญ์ใช้ใส่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัว ที่เหลือก็คือเอาไว้ใส่อุปกรณ์สำหรับรังโอเมก้าซึ่งเจ้าตัวยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่าจะต้องนำของเก่าที่ใช้อยู่ไปให้ครบทุกชิ้น จะไม่ยอมใช้ของใหม่ซึ่งแปลกกลิ่นแปลกสัมผัสเป็นอันขาด
 
 
ส่วนผ้าห่มผ้าสำลีลายก้อนเมฆผืนโปรด กวางน้อยเอาใส่กระเป๋าเป้เพื่อที่จะได้หยิบมาใช้ได้ง่ายๆ เขาเป็นโอเมก้าที่พิถีพิถันกับการสร้างรังของตัวเองมากเพราะมันเป็นสถานที่ที่ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยและผ่อนคลาย เวลาไม่สบายหรือเกิดเรื่องร้ายๆ ก็จะหนีมานอนในรังจนกว่าจะรู้สึกดีขึ้น.... เพราะฉะนั้น รังของเขาต้องนุ่มนิ่ม มีผ้าห่มหลายผืน หมอนหลายใบ รวมถึงตุ๊กตายัดนุ่น ของเล่น โคมไฟแบบพกพา วีดิโอเกมมือถือ สายต่อพ่วงปลั๊กไฟ แบตเตอรี่สำรอง และข้าวของอีกมากมายที่จะทำให้ชีวิตในรังโอเมก้าสะดวกสบายที่สุด
 
 
เมื่อปิดล็อกกระเป๋าใบสุดท้ายก็ใกล้เวลาที่รถจะมารับ ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองไปรอบๆ ห้องที่ตนอาศัยอยู่มาร่วมสิบสองปี.... บรรยากาศแบบนี้ กลิ่นอายแบบนี้ มันช่างทำใจได้ยากเหลือเกินเมื่อจำเป็นจะต้องจากไปอยู่ที่อื่น นับตั้งแต่วินาทีแรกที่กวางตัดสินใจว่าจะไป เขาพยายามบอกตัวเองหลายต่อหลายครั้งว่ามันก็แค่ชั่วคราวเพียงเก้าเดือนเท่านั้น ทันทีที่ทุกอย่างกลับเข้าที่เข้าทางอย่างที่มันควรจะเป็น เขาก็จะได้กลับมานอนในห้องนี้เหมือนเดิม
 
 
เขาจะต้องได้กลับมาในฐานะคุณกวางของทุกคนที่นี่
 
 
เขาจะต้องได้กลับมาในฐานะหลานรักของคุณลุงภาค
 
 
เขาจะต้องได้กลับมาในฐานะคู่หมั้นของพี่พอร์ช
 
 
เขาจะต้องได้กลับมาในฐานะสะใภ้ของอศิรวัฒน์
 
 
......จะต้องได้กลับมา......
 
 
 
 
“จะไปจริงๆ เหรอคะ คุณกวาง?”  
 
 
คนที่ยังคร่ำครวญไม่หยุดตั้งแต่ตอนที่รู้ข่าวว่ากวางจะไปเรียนเมืองนอกจนถึงเดี๋ยวนี้ก็คือหัวหน้าแม่บ้าน.... เธอจับมือคุณชายคนเล็กเอาไว้ไม่ยอมปล่อยพร้อมทั้งพยายามชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อให้เจ้านายเปลี่ยนใจ ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีทางได้ผลก็ตาม  
 
 
“ป้าเป็นห่วงคุณนะคะ.... คุณกวางของป้าหิวเก่งแต่ทานยาก โน่นก็ไม่อร่อย นี่ก็ไม่ถูกปาก ทานได้แต่ของที่ป้าทำให้ แล้วจะไปอยู่กับคนอื่นเขาได้ยังไงกัน.... เปลี่ยนใจตอนนี้ทันไหมคะคุณ อย่าไปเลย........”
 
 
“ป้านิ่มตามใจกวางแบบนี้ แล้วเมื่อไรกวางจะโตล่ะ?”  
 
 
เพราะป้านิ่มคือคนที่เลี้ยงกวางมา ประคบประหงมคุณชายเล็กอย่างกับคลอดออกมาเอง ในขณะที่กวางก็ผูกพันและเคารพรักหัวหน้าแม่บ้านเสมือนเป็นญาติผู้ใหญ่ ถ้าเลือกได้ก็ไม่อยากทำให้ป้านิ่มต้องกลุ้มใจเลย  
 
 
“ที่โน่นมีร้านแฮมเบอร์เกอร์เยอะแยะ กวางไม่อดตายหรอก.... แล้วกวางก็ไปแค่แปบเดียวเอง เดี๋ยวก็กลับมาแล้ว”
 
 
“แต่ว่า.........”
 
 
“กวางจะส่งไลน์มาคุยด้วยบ่อยๆ ป้านิ่มไม่เหงาหรอก”
 
 
เมื่อคุณกวางพูดแบบนั้น หัวหน้าแม่บ้านจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเรียกคนงานให้ช่วยกันยกกระเป๋าเดินทางไปใส่หลังรถลิมูซีนที่มารับหน้าคฤหาสน์.... จบขั้นตอนร่ำลาป้านิ่มกับพี่ๆ คนอื่นที่คุยด้วยบ่อยๆ แล้วก็มาถึงคุณลุงภาคซึ่งวันนี้ถึงกับสั่งเลื่อนการประชุมไปเป็นช่วงบ่าย เพื่อที่จะได้อยู่ส่งหลานอุปการะไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนต่างประเทศ
 
 
“ทำไมไม่ให้นายเสงี่ยมเอารถตู้ไปส่งที่สนามบินล่ะ ไม่เห็นต้องเช่ารถเลยนี่?”
 
 
“พอดีกวางได้วอยเชอร์เรียกรถลีมูซีนมาจากบัตรเครดิตน่ะครับ.... มันจะหมดอายุสิ้นเดือนนี้ ไม่ใช้ก็เสียดาย”
 
 
ขนาดจะไปอยู่แล้วก็ยังมิวายต้องโกหก นรกจะกินกบาล บาปกรรมจนไม่รู้ว่าจะบาปยังไงไหวแล้ว
 
 
“อันที่จริง ลุงว่ากวางน่าจะเลื่อนไปบินไฟลท์กลางคืนดีกว่านะ.... ไปถึงแล้วจะได้นอนหลับบนเครื่องไปเลย ตื่นมาก็เที่ยงๆ บ่ายๆ พอดี จะได้ให้เจ้าพอร์ชไปส่งเราที่สนามบินด้วย”
 
 
“พี่พอร์ชบอกแล้วว่าวันนี้ไม่ว่างทั้งวัน ตอนเย็นก็มีนัดกินเลี้ยงกับบอร์ดที่มาจากสาขายุโรป.... ปล่อยเขาทำงานไปเถอะครับ กวางไปเองได้”  
 
 
ร่างเล็กตอบให้ฟังดูเหมือนไม่คิดมาก หากก็มีเสี้ยวหนึ่งในใจที่แอบคิดว่าขนาดคนเป็นประธานบริษัทยังให้ความสำคัญกับว่าที่ลูกสะใภ้มากกว่างานเลย แล้วนับประสาอะไรกับท่าน CEO จะงานยุ่งกว่าพ่อตัวเอง ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาคิดถึงคู่หมั้นเลยสักนิด  
 
 
“กวางกราบลานะครับ คุณลุง.... สัญญาว่าจะตั้งใจเรียน รีบไปรีบกลับ ไม่ให้คุณลุงต้องผิดหวังในตัวกวางเป็นอันขาด”
 
 
“กวางเป็นเด็กดี ไม่มีทางที่จะทำให้ลุงผิดหวังอยู่แล้ว”  
 
 
ชายสูงวัยสวมกอดหลานตัวน้อยด้วยความเอ็นดู แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ก็เลี่ยงไม่ได้กับความจริงที่ว่ากวิวิชญ์นั้นเติบโตขึ้นมาก มีความคิดก้าวหน้า ไม่ใช่โอเมก้าหัวสมัยเก่าที่ดีแต่อยู่เฉยๆ รอให้อัลฟ่าหาเลี้ยงอยู่ฝ่ายเดียว  
 
 
“รักษาสุขภาพด้วยนะ กวาง.... ติดขัดตรงไหนก็โทรมาบอกลุง อย่าฝืนทำอะไรเกินตัวเชียวนะลูก”
 
 
“คุณลุงก็รักษาสุขภาพเช่นกันนะครับ”
 
 
หลังจากนั้นไม่ถึงสิบนาที รถลีมูซีนที่เจ้ากวางน้อยเรียกมาเองก็แล่นออกจากเขตรั้วบ้านอศิรวัฒน์พร้อมด้วยสัมภาระทั้งหมด ก้อนเนื้อใต้ผืนอกเบื้องซ้ายจากที่เต้นแรงด้วยความหวาดหวั่นจนต้องลอบกลืนน้ำลายไม่รู้กี่ครั้งกี่หนเพื่อเรียกสติกลับมาก็ค่อยๆ ดีดตัวแผ่วเบาลง เด็กหนุ่มจึงเอามือกุมหน้าอกตัวเองไว้ตลอดทางให้แน่ใจว่าเขาจะไม่เป็นลมหรืออึดอัดหายใจไม่ออกตายไปเสียก่อน
 
 
ผ้าห่มลายก้อนเมฆสีพาสเทลถูกนำออกมาใช้เมื่อรถเลี้ยวขึ้นทางด่วนจากซอยสวนพลูไปยังย่าน CBD ใหม่ของกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่มุ่งตรงไปยังสนามบินสุวรรณภูมิอย่างที่ควรจะเป็น ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์มือถือของกวางก็ส่งเสียงแจ้งเตือนว่ามีข้อความเข้า ร่างเล็กซึ่งกอดผ้าห่มผืนโปรดเอาไว้แน่นจึงหยิบมันขึ้นมากดปุ่มสไลด์อ่านพร้อมกับหัวใจที่กลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะอีกครั้ง
 
 
 
Kene :   หนูออกมาจากบ้านหรือยังคะ?
 
        ถ้าใกล้จะมาถึงคอนโดแล้วหนูโทรหาพี่คีนนะ เดี๋ยวพี่ลงไปรับ
 
         แล้วเจอกันค่ะ แบมบี้ของพี่~♥
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
“แบมบี้ ทางนี้ค่ะ”
 
 
ทันทีที่รถจอดลงบริเวณด้านหน้าอาคารที่พักอาศัยแบบ High rise สไตล์ Modern Loft สูงเกือบสี่สิบชั้น หนุ่มลูกครึ่งยุโรปก็โบกมือให้เห็นแต่ไกลก่อนจะเดินมากุลีกุจอช่วยเปิดประตูลีมูซีนพร้อมด้วยรอยยิ้มดีอกดีใจเหลือเกินที่หนูแบมบี้ไม่เปลี่ยนใจยกเลิกแผนการกลางอากาศ
 
 
กวิวิชญ์บอกตามตรงว่าเขายังสับสนว้าวุ่นอยู่พอควรกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ถึงแม้จะตัดสินใจไปแล้วว่าการแอบย้ายมาอยู่กับเคนเนทจนกว่าจะคลอดน่าจะเป็นทางออกที่ตรงกับความต้องการของเขามากที่สุด.... แต่ที่น่ากระอักกระอ่วนก็คือ กวางไม่รู้จะวางตัวอยู่ในฐานะอะไรสำหรับอีกฝ่าย เป็นแม่ของลูก? เป็นเมียที่ได้มาโดยไม่ตั้งใจ? เป็นคู่หมั้นของเพื่อนสนิท? เป็นรูมเมท? เป็นเพื่อนร่วมโลก? เป็นน้อง? หรือไม่ใช่สักอย่างที่พูดมาเลย?
 
 
แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าตอนนี้เขาควรเรียกพี่คีนว่าอะไร....?
 
 
“ไหนขอพี่คีนกอดทักทายแม่กวางกับเจ้าตัวเล็กให้หายคิดถึงหน่อยสิคะ”  
 
 
ร่างหนาย่อตัวลงจนเกือบจะกลายเป็นนั่งลงกับพื้นแล้วเอื้อมมือคว้าตัวเจ้ากวางน้อยเข้ามากอด ใบหน้าหล่อซุกซบบนหน้าท้องซึ่งเริ่มจะนูนขึ้นมาเล็กน้อยเมื่ออายุครรภ์น่าจะล่วงเข้าสู่ช่วงเดือนที่สอง แต่ก็ถือว่ายังเล็กมากจนคนทั่วไปไม่มีทางสังเกตเห็นถ้าเจ้าตัวไม่บอก  
 
 
“โตขึ้นนิดนึงแล้วนะ เมื่ออาทิตย์ก่อนยังรู้สึกว่าตัวเล็กกว่านี้อยู่เลย”
 
 
ไม่พูดเปล่าแต่ยังทำท่าเหมือนจะเปิดชายเสื้อกวางขึ้นท้าพิสูจน์ด้วย ทำเอาคุณแม่วัยใสสะดุ้งโหยงตีมือปลาหมึกของว่าที่แด๊ดดี้ดังเพียะ
 
 
“พอก่อนได้ไหม อายคนอื่นเขา!”
 
 
 
“ขอโทษทีค่ะ พี่คงคิดถึงหนูกับลูกมากไปหน่อย.... ก็หนูไม่ยอมให้พี่ไปหาที่บ้านเลยนี่นา”  
 
 
คนโดนว่ายังคงยิ้มไม่รู้ร้อนรู้หนาว มองสายตาขุ่นเคืองของร่างตรงหน้าว่าน่ารักไปอีก เวลานี้ถึงจะโดนกวางดื้อขี้โมโหหยิกจนเนื้อหลุดก็คงไม่อาจทำให้ความปลื้มปริ่มที่ได้กอดเมียกับลูกพร้อมกันเจือจางไปได้  
 
 
“ขึ้นห้องกันเถอะค่ะ ไปพักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน ส่วนกระเป๋าพวกนั้นเดี๋ยวพี่คีนทยอยเอาขึ้นไปให้”
 
 
กระเป๋าเดินทางห้าใบก็ไม่ได้เกินความคาดหมายสักเท่าไร เพราะเข้าใจดีอยู่แล้วว่าโอเมก้าย้ายรังก็แบบนี้ ยิ่งเป็นโอเมก้าคุณหนูที่รักความสะดวกสบายเป็นชีวิตจิตใจด้วยล่ะก็ยิ่งข้าวของเยอะเป็นธรรมดา
 
 
“ไม่ต้อง กวางถือเองได้”
 
 
มือเล็กพยายามดึงเป้สะพายหลังคืนเมื่อเคนเนททำท่าจะยึดของๆ เขาไปจนหมด ให้เหลือไว้แค่ผ้าห่มลายก้อนเมฆที่ทุกคนต่างก็รู้ว่ากวางหวงมาก ห้ามใครเอากลิ่นแปลกปลอมมาติดเป็นอันขาด แต่อัลฟ่าหนุ่มก็ใช่ว่าจะยอมง่ายๆ
 
 
“ไม่ได้ค่ะ ของหนักๆ หนูอย่าถือเองเลย.... พี่คีนจัดการให้ดีกว่านะ” 
 
 
เคนเนทลากเสียงอ้อนให้คนตัวเล็กเชื่อใจว่าเป้ MCM ใบเก่งราคาหลายหมื่นจะไม่บุบสลายอย่างแน่นอน และเขาไม่ได้คิดอะไรมากเกินไปกว่าอยากเทคแคร์แม่ของลูกให้ดีที่สุดก็แค่นั้น  
 
 
“นะคะ แบมบี้.... คนเก่งเชื่อพี่คีนนะ”
 
 
แล้วชายหนุ่มก็ได้ยิ้มกว้างกว่าเดิมเมื่อเจ้ากวางน้อยพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าขี้เกียจเถียงด้วย ก่อนจะปล่อยข้าวของทุกอย่าง กระเป๋าทุกใบให้เป็นหน้าที่ของเคนเนทตามที่เขาต้องการ
 
 
 
 
 
 
 
ห้องพักของเคนเนทเป็นสตูดิโดดูเพล็กซ์อยู่บนชั้นสามสิบของคอนโดมิเนียมแห่งนี้ หลังจากใส่รหัสปลดดิจิตอลล็อกที่หน้าประตูห้องจนได้ยินเสียงแกร๊ก ร่างเล็กก็ได้เข้ามาในอาณาเขตของอัลฟ่าอื่นที่ไม่ใช่พี่พอร์ชเป็นครั้งแรก.... ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆ ห้องด้วยความตื่นเต้น บริเวณแรกที่เขาเห็นคือแพนทรีครัวขนาดไม่ใหญ่มากนัก หากก็มีอุปกรณ์ประกอบอาหารที่จำเป็นครบทุกอย่าง รวมถึงเครื่องซักผ้าซึ่งวางอยู่ใต้เคาท์เตอร์ซิงค์ล้างจานด้วย ขยับเข้ามาอีกหน่อยก็เป็นห้องนั่งเล่นซึ่งมีประตูบานเลื่อนกระจกใสกั้นแยกเป็นสัดส่วนจากพื้นที่ทำครัว ตรงนั้นมีโซฟารูปตัวแอลไซส์ใหญ่ยักษ์น่าลงไปนอนกลิ้งกับโทรทัศน์จอประมาณห้าสิบนิ้วกับเครื่องเสียง และมีบันไดขึ้นไปยังชั้นลอยของห้องที่เดาเอาว่าน่าจะใช้เป็นห้องนอน
 
 
ด้านหลังโทรทัศน์ดูคล้ายจะเป็นตู้เสื้อผ้าแบบ Walk in closet แต่พอเดินเข้าไปสำรวจแล้วถึงได้เห็นว่ามันเป็นโต๊ะทำงาน Build-in กับตู้เก็บของจิปาถะ ส่วนตู้เสื้อผ้าของจริงเป็นบานสไลด์ขนาดใหญ่อยู่ด้านนอกใกล้กับห้องน้ำต่างหาก.... น่าแปลกตรงที่ว่าพื้นที่ตรงนั้นกลับไม่มีข้าวของของเจ้าของห้องอยู่เลย มีแค่หนังสือเกี่ยวกับการออกแบบตกแต่งเหลือทิ้งไว้ไม่กี่เล่ม และเมื่อกวางกำลังจะเอ่ยถาม เคนเนทก็ชิงอธิบายขึ้นมาเสียก่อน
 
 
“พี่เพิ่งย้ายของตรงนั้นขึ้นไปไว้ข้างบนน่ะค่ะ”  
 
 
ร่างสูงบอกอย่างภูมิใจนำเสนอ ก่อนจะเดินจูงมือนำหนูแบมบี้เข้าไปยังที่ว่างเล็กๆ ขนาดเท่ากับเตียงควีนไซส์ห้าฟุต กำลังแอบคิดอยู่เลยว่าถ้ามันไม่ได้ใช้ทำประโยชน์อะไรอยู่แล้ว งั้นเขาขอพี่คีนปูผ้าสร้างรังโอเมก้าตรงนี้ก็น่าจะไม่มีปัญหา แต่ก็ซ้ำอีหรอบเดิมคือได้รับคำตอบจบถ้วนกระบวนความโดยที่ไม่ต้องอ้าปากถามให้เหนื่อย  
 
 
“ทีแรกนี่ก็เป็นโต๊ะทำงานของพี่คีนนั่นละ แต่ตอนนี้พี่ซื้อโต๊ะใหม่แล้วก็ย้ายคอมพิวเตอร์ขึ้นไปไว้ชั้นบนแทน หนูจะได้มีมุมส่วนตัวเอาไว้สร้างรังนอนสบายๆ ไงคะ ไม่ต้องขึ้นลงบันไดบ่อยๆ ด้วย”
 
 
ที่แท้ก็ไม่ใช่ที่ว่าง แต่พี่คีนตั้งใจจะเคลียร์ของออกเพื่อยกพื้นที่ที่ดีที่สุดของห้องให้เจ้ากวางน้อยได้อาศัยทำรัง
 
 
“มุมตรงนี้จะได้แสงจากระเบียงห้องนั่งเล่นส่องกำลังดี ไม่สว่างเกินไปแล้วก็ไม่มืดเกินไปด้วย แอร์ก็เย็นพอดีๆ พี่คีนว่าหนูน่าจะชอบ.........”
 
 
กวางเบือนหน้าหนีพลางเบ้ปากเหมือนขี้เกียจฟัง ใครๆ ก็รู้ว่ามิสเตอร์แซมมวลส์มีคนรักอยู่เยอะแยะแทบจะทุกมุมของกรุงเทพ ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เขาจะรู้วิธีเอาใจโอเมก้า ซึ่งก็ไม่ได้หมายความว่าแม่ของลูกจะพิเศษกว่าคนอื่นสักหน่อย
 
 
“กวางมาอยู่นี่แค่ไม่กี่เดือน ไม่เห็นต้องยุ่งยากเลย”
 
 
ร่างเล็กพูดอย่างเย็นชา ประสบการณ์ที่ได้รับจากพี่พอร์ชสอนให้เขาจำจนขึ้นใจว่าคนเราสามารถทำดีใส่กันได้โดยไม่จำเป็นจะต้องรัก พี่คีนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของพี่พอร์ชก็คงศีลเสมอกัน นิสัยใจคอไม่น่าทิ้งห่างกันสักเท่าไรนักหรอก.... จะมากอดมาหอมหรือพูดจาหวานๆ ใส่ก็เปล่าประโยชน์ เขาตั้งธงเอาไว้แล้วว่าแค่มาอยู่จนกว่าจะคลอดลูกก็คือตามนั้น
 
 
“ถึงจะแค่ไม่กี่เดือน แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดสำหรับเราสามคนนะคะ” 
 
 
เคนเนทคว้าหลังมือเรียวขาวขึ้นมาจูบ นัยน์ตาคมยังคงสะท้อนมองภาพใบหน้าน่ารักแต่ช่างแสนงอนไม่เว้นวางขณะพูดถึงครอบครัวเล็กๆ ซึ่งประกอบไปด้วยตัวเขา เจ้ากวางน้อยและลูกในท้อง แค่นึกภาพตัวเองถือกล้องวีดีโอแคมตามเมียเข้าห้องคลอด จูงมือกันไปชอปปิ้งซื้อของใช้เด็กอ่อน หรือขับรถพาลูกไปส่งเนอร์สเซอรี่ก็มีความสุขแล้ว  
 
 
“หนูจะสร้างรังเลยไหม เดี๋ยวพี่ช่วย?”
 
 
“ไม่ต้อง กวางไม่ชอบให้มีกลิ่นคนอื่นติดในรัง”
 
 
ยังไม่ทันจะช่วยเปิดกระเป๋าเอากองผ้าห่มกับหมอนออกมา โอเมก้าตัวเล็กแต่ขี้หงุดหงิดเก่งก็ดันเคนเนทให้ถอยห่างออกไป แถมด้วยถ้อยคำตัดรอนซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่ายังไม่พร้อมจะให้พ่อของลูกเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต
 
 
“โอเคค่ะ งั้นพี่ไม่กวนแล้ว.... ถ้าหนูอยากได้อะไรก็บอกพี่คีนนะ”
 
 
เมื่อเจ้าของห้องเดินออกไปจากกจุดแลนดิ้งสร้างรัง กวิวิชญ์ก็จัดแจงใช้สเปรย์น้ำหอมปรับอากาศฉีดทุกซอกทุกมุมจนแน่ใจว่าไม่มีกลิ่นอัลฟ่าหลงเหลืออยู่ เขากางเบาะยางพาราแบบพับได้แล้วปูผ้านวมขนห่านทับอีกสามชั้นเพื่อให้พื้นลามิเนตแข็งๆ เย็นๆ กลายเป็นที่นอนนุ่มนิ่มฟูฟ่องอย่างที่ตัวเองชอบ จากนั้นก็เอาหมอนกับตุ๊กตามาวางเรียงให้เต็มพรืดเหมือนกับที่ห้องนอนเดิม.... พอได้กลิ่นที่คุ้นเคยในบรรยากาศซึ่งใกล้เคียงกันก็ค่อยรู้สึกหายเครียดไปได้บ้าง อยากจะทิ้งตัวลงนอนหลับสักงีบแต่ติดที่ยังจัดของไม่เสร็จ และเมื่อต่อปลั๊กไฟสำหรับเสียบชาร์จแบตมือถือกับโคมไฟก็เป็นอันเรียบร้อยโรงเรียนโอเมก้า
 
 
เสื้อผ้าที่เอามาก็แขวนเก็บในตู้ใกล้ๆ ของใช้ส่วนตัวอย่างอื่นก็มีที่วางให้เป็นระเบียบสวยงาม แบบนี้ถึงจะไม่มีป้านิ่มคอยดูแลแต่กวางก็น่าจะทำอะไรๆ เองได้
 
 
“พี่คีน.... กวางขอเอาของพวกนี้วางไว้ในห้องน้ำได้ไหม?”
 
 
ที่ถือติดมือออกไปด้วยก็คือกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่แปรงสีฟันกับอุปกรณ์อาบน้ำ ก็ไม่อยากให้ของใช้ของตัวเองไปวางปะปนกับของพี่คีนสักเท่าไร แต่กวางก็ไม่ชอบเอาของเปียกมาไว้ใกล้ที่นอนเหมือนกัน
 
 
“ตามสบายค่ะ เอาที่หนูหยิบใช้สะดวกเลย” 
 
 
เมื่อได้รับอนุญาต ร่างเล็กก็เข้าไปจัดของในห้องน้ำอยู่อีกพักหนึ่งก่อนจะออกมายืนดูอัลฟ่าหนุ่มลูกครึ่งสวมผ้ากันเปื้อนก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าเตาไฟฟ้าด้วยท่าทางคล่องแคล่วอย่างไม่น่าเชื่อ
 
 
ในหม้อสแตนเลสขนาดย่อมมีซอสสปาเก็ตตี้โบลองเนสที่กำลังเคี่ยวอยู่ กลิ่นเนื้อบดกับเครื่องเทศซึ่งปกติแล้วจะต้องชวนให้น้ำลายสอ หากในวันนี้มันกลับทำให้กวางรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนชอบกล.... ไม่รู้ว่าพี่คีนจงใจจะยั่วโมโหเขาหรือเปล่าถึงได้แกล้งทำอาหารที่กวางกินไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ยังไงเขาก็อยากกินสปาเก็ตตี้ของโปรดมากกว่าแครกเกอร์แห้งๆ สำหรับคนแพ้ท้องอยู่ดี
 
 
“ตอนนี้อาการแพ้ท้องเป็นยังไงบ้าง? มีอะไรที่กินไม่ได้หรือเปล่าคะ?”  
 
 
ร่างหนาหันมาถามเอาตอนที่ตักทุกอย่างใส่จานเสร็จแล้ว เส้นพาสต้าเหนียวนุ่มกับซอสเนื้อสีน้ำตาลอมแดงทำเอาคนมองถึงกับกลืนน้ำลายดังเอื๊อกด้วยความหิว.... สีสันแบบนั้น ความเข้มข้นแบบนั้น แค่ปรายหางตาดูก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่ๆ แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่กลิ่นกับอาการคลื่นเหียนวิงเวียนซึ่งเป็นๆ หายๆ นี่สิ  
 
 
“จำได้ว่าเคยเห็นหนูสั่งสปาเก็ตตี้โบลองเนสตอนที่เราไปกินข้าวด้วยกัน พี่คีนก็เลยลองฝึกทำดู.... นี่ใช้สูตรของเชฟเจมี่ โอลิเวอร์เลยนะ พี่ว่ามันออกมาอร่อยเชียวล่ะ หนูลองชิมดูสิคะ”
 
 
คนถูกชวนก็อยากชิมใจจะขาด แต่เพียงแค่เดินเข้าใกล้จานอาหารก็โดนกลิ่นโรสแมรี่กับใบกระวานก็เล่นงานเอาจนได้
 
 
“อุ๊บ!”
 
 
ค่อยยังชั่วที่แค่ลมขึ้นธรรมดา ยังไม่ถึงขั้นต้องหนีไปอาเจียนในห้องน้ำ หากก็ทำให้ว่าที่คุณพ่อหน้าเจื่อนไปพอสมควรเมื่อเมนูต้อนรับคุณแม่กับคุณลูกดูท่าทางจะไม่ได้ออกโรงเสียแล้ว
 
 
“อ้าว.... นึกว่าถ้าเป็นของที่ชอบแล้วจะไม่แพ้เสียอีก ข้อมูลใน Omega Mommy Expert นี่เชื่อถือไม่ได้เลย.........”  
 
 
เคนเนทบ่นอย่างเซ็งๆ ก็เพราะบทความทางการแพทย์ในเว็บไซต์สำหรับโอเมก้าตั้งครรภ์บอกว่าถ้าเป็นอาหารที่คุณแม่ชอบก็จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ของอาการแพ้ท้องได้ เขารีบประคองเจ้ากวางน้อยไปนั่งลงบนโซฟาแล้วเปิดตู้เย็นหยิบน้ำผลไม้อัดแก็สส่งให้ด้วยความเป็นห่วง  
 
 
“นี่น้ำเกรปฟรุตนะคะ ช่วยให้หายคลื่นไส้ได้.... หนูค่อยๆ จิบทีละนิดนะแล้วอาการแพ้ท้องจะดีขึ้น”
 
 
เพิ่งสังเกตเห็นว่าข้างตู้เย็นมีกระป๋องน้ำเกรปฟรุต น้ำมะนาวกับจิงเจอร์เอลวางตุนไว้เพียบ.... ที่กวางรอดชีวิตมาได้จนทุกวันนี้ก็เพราะมะนาวโซดากับน้ำเกรปฟรุตนี่แหละ เขาเป็นคนแพ้ท้อง จะพอรู้ว่าตัวเองกินอะไรแล้วช่วยให้อาการดีขึ้นก็ไม่แปลก แปลกตรงที่ทำไมพี่คีนถึงได้รู้ละเอียดนักอย่างกับเป็นคนท้องเสียเอง
 
 
“นี่ก็ดูมาจากในเน็ตเหรอ?”
 
 
“ค่ะ.... พี่คีนหาข้อมูลสำหรับแด๊ดดี้มือใหม่เตรียมเอาไว้เพียบเลย แบมบี้กับเจ้าตัวเล็กในท้องจะได้มีความสุขไงคะ”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มซึ่งขึ้นชื่อด้านความเจ้าชู้ไก่แจ้ส่งยิ้มหวานให้กวางดื้อ อยากให้อีกฝ่ายรับรู้ว่าเขากำลังพยายามทำหน้าที่สามีและพ่อของลูกอย่างสุดฝีมือ ก่อนจะชะโงกหน้าไปขโมยหอมแก้มใสของร่างเล็ก รวมถึงจูบเบาๆ ที่หน้าท้องเสมือนว่าได้หอมแก้มเจ้าตัวน้อยด้วย
 
 
“เดี๋ยวพี่คีนทำออมเล็ตให้ก็แล้วกัน.... ใส่ไข่กับนมแล้วก็ชีสนิดหน่อย พี่ว่าหนูน่าจะทานได้”
 
 
และแล้ว ร่างสูงก็กลับไปวุ่นวายอยู่ตรงหน้าเตาทำอาหารอีกครั้ง ในขณะที่เจ้ากวางน้อยพรูลมหายใจยาวระบายความอึดอัดใจ.... เขาเพิ่งสร้างเรื่องโกหกหนีออกจากบ้านมาอยู่กับพ่อของเด็กในท้อง ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตัวเองอยู่ที่นี่ในฐานะอะไร รู้แค่ว่าอีกเก้าเดือน ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นที่นี่ก็จะจบลง เขาจึงไม่อยากผูกพันกับเคนเนทมากเกินไปกว่ามองว่าเป็นคนที่ต้องรับผิดชอบปัญหาร่วมกัน
 
 
แต่พี่คีนกำลังทำให้เขากลัว
 
 
พี่คีนอาจจะตื่นเต้นกับการมีลูกคนแรก จากที่ไม่เคยคิดอยากมีมาก่อนก็เลยพยายามทำนู่นทำนี่ตามประสาคุณพ่อมือใหม่ซึ่งกำลังขี้เห่อบ้าพลัง.... แต่กับกวางนี่สิ เขากลัวว่าตัวเองจะเคยชินกับการถูกเอาใจ ถูกทะนุถนอม ถูกปฏิบัติด้วยอย่างอ่อนโยนราวกับว่าเขาเป็นคนสำคัญทั้งๆ ที่ไม่ใช่เลยสักนิด
 
 
กลัวว่าตัวเองจะเผลอหลงรักความใจดีซึ่งไม่มีอยู่จริง แล้วก็ลงเอยด้วยความผิดหวังเสียใจเหมือนอย่างที่พี่พอร์ชทำกับเขา....
 
 
 
ออมเล็ตที่พี่คีนทำให้นั้นหอมนมกับชีสเหมือนที่เคยกินตามห้องอาหารเช้าในโรงแรมไม่มีผิด เนื้อไข่ฟูรูปวงรีนุ่มเนียนมีรสเค็มนิดๆ จากเกลือพริกไทยช่วยให้คนที่แพ้ท้องต่อเนื่องมากว่าครึ่งค่อนเดือนหายโมโหหิวไปได้พอสมควร.... ถือว่าผิดคาดมากที่ผู้ชายแบบพี่คีนจะมีความเป็นพ่อบ้านพ่อเรือนชนิดที่ตัวเจ้ากวางน้อยเทียบไม่ติด นอกจากอาหารมื้อแรกของวันจะอร่อยแล้ว ทุกซอกทุกมุมภายในห้องก็สะอาดสะอ้าน ไม่มีเสื้อผ้าข้าวของวางทิ้งระเกะระกะให้รำคาญสายตาเลย ถึงจะยังรู้สึกแปลกที่แปลกทางไม่รู้จะวางมือวางไม้ตรงไหนดี แต่เขาก็คิดว่าถ้าอะไรๆ ยังคงราบรื่นแบบนี้ต่อไปก็น่าจะปรับตัวได้ไม่ยาก
 
 
ขณะกำลังละเลียดกินออมเล็ตจานที่สอง แผ่นพับโฆษณาแผนกสูตินรีเวชเฉพาะทางสำหรับโอเมก้าของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังก็ถูกเลื่อนมาหยุดตรงหน้ากวิวิชญ์.... มือบางชะงักจากส้อมก่อนจะหยิบโบชัวร์ขึ้นมาอ่านรายละเอียด ในขณะที่เคนเนทก็กึ่งอธิบายกึ่งหว่านล้อมให้ร่างเล็กเห็นด้วยกับแผนการที่ตนเองร่างเอาไว้คร่าวๆ
 
 
“เรื่องฝากท้อง พี่เลือกโรงพยาบาลกับคุณหมอที่จะให้ช่วยดูแลแบมบี้กับเจ้าตัวเล็กเอาไว้แล้ว.... คุณหมอดนัยเชี่ยวชาญเรื่องการดูแลครรภ์โอเมก้ามากเลยนะคะ ลูกค้าพี่แนะนำมา ลูกเขาสามคนก็ฝากท้องทำคลอดกับคุณหมอคนนี้หมดเลย”
 
 
“ไม่เอา”  
 
 
ร่างเล็กตอบโดยไม่เสียเวลาคิดพลางเลื่อนโบชัวร์ส่งคืนไปให้อัลฟ่าหนุ่ม  
 
 
“ถ้าฝากกับหมอดังๆ คนรู้จักเยอะ แล้วกวางจะปิดเรื่องท้องเป็นความลับได้ยังไงล่ะ?”
 
 
คราวก่อนที่ไปคลีนิกฝากครรภ์ยังบังเอิญเจอเพื่อนสมัยมัธยม แล้วยิ่งถ้าเป็นโรงพยาบาลใหญ่ซึ่งมีแผนกเฉพาะทางสำหรับโอเมก้า ดีไม่ดีจะได้เจอคนรู้จักไม่ซ้ำหน้าทุกสิบนาทีเลยด้วยซ้ำ บอกเลยว่าต่อให้เป็นหมอเทวดาลงมาจากสวรรค์ชั้นไหน ยังไงกวางก็ไม่ยอมเสี่ยงโป๊ะแตกเป็นอันขาด
 
 
“แค่ฝากท้องเอง ไม่น่าเป็นอะไรมั้งคะ.........”
 
 
“ไปโรงพยาบาลเล็กๆ ก็พอ”
 
 
“แบมบี้ขา ฟังพี่หน่อยนะคะ...........”
 
 
เคนเนทเข้าใจดีว่ากวางน้อยกังวลเรื่องอะไร แต่เขาคิดว่าถ้าเป็นเรื่องของลูก คนเป็นพ่อแม่ก็น่าจะอยากให้สิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะให้ได้.... ขึ้นชื่อว่าครรภ์โอเมก้า ร้อยทั้งร้อยก็ต้องคลอดด้วยวิธีผ่าตัดกันทั้งนั้น หากเป็นโรงพยาบาลใหญ่ซึ่งมีเครื่องไม้เครื่องมือพร้อม แถมยังมีคุณหมอผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลให้คำปรึกษา อย่างไรก็ต้องดีกว่าไปฝากท้องตามคลินิกโนเนมอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะพยายามเกลี้ยกล่อมยังไง กวิวิชญ์ก็ยังคงยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องเป็นไปตามที่ตกลงกันเท่านั้น
 
 
“กวางว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ”
 
 
“โอเคค่ะ.... ตามใจหนูก็ได้”
 
 
ในเมื่อฝ่ายอุ้มท้องยืนกรานว่าไม่ เคนเนทก็คงบังคับฝืนใจไม่ได้ แล้วแผ่นพับที่อุตส่าห์ไปขอมาจากโรงพยาบาลก็ต้องถูกเก็บไปด้วยประการฉะนี้
 
 
ตอนนี้พี่คีนคงคิดว่ากวางกำลังงี่เง่างอแงไม่เข้าเรื่อง ซึ่งมันก็ช่วยไม่ได้ เพราะเขาบอกชัดเจนตั้งแต่แรกแล้วว่ายังไม่พร้อมจะมีลูกและไม่ต้องการเลิกกับพี่พอร์ช พี่คีนเองก็รับปากดิบดีว่าถ้ากวางตัดสินใจไม่เอาเด็กออก เขาก็จะพาลูกของเรากลับไปเลี้ยงที่อังกฤษหลังคลอด อาจจะยกให้เป็นลูกทูนหัวของน้องสาวหรือเลี้ยงเองก็ตามสะดวก แต่จะไม่ให้กระทบถึงชื่อเสียงของมัชชาระกุลและการแต่งงานของกวางกับพี่พอร์ชอย่างแน่นอน
 
 
ด้วยเหตุนี้ เขาถึงได้ยอมกุเรื่องโกหกคนทั้งบ้านกับเพื่อนๆ ในคณะเพื่อย้ายมาอยู่กับพี่คีน ซึ่งถ้าจะต้องความแตกเพราะอยากฝากท้องกับหมอในโรงพยาบาลดัง งั้นสู้กวางเดินเข้าไปสารภาพบาปกับคุณลุงแล้วโดนตัดหางปล่อยวัดไปเสียเลยดีกว่า
 
 
“แล้วพี่คีนคุยกับน้องสาวเรื่องลูกของเราหรือยัง? เขาจะไม่มีปัญหาใช่ไหมที่อยู่ดีๆ ก็มีคนเอาเด็กไปให้เลี้ยง?”
 
 
“พี่คุยเรียบร้อยแล้วค่ะ”
 
 
“งั้นถ้าคลอดแล้ว พี่คีนก็พาลูกไปอยู่อังกฤษได้เลยนะ.... กวางยังไม่รู้ว่ามันต้องใช้เอกสารอะไรบ้าง แต่จะพยายามให้คุณอาทนายจัดการให้เงียบๆ ก็แล้วกัน”  
 
 
ร่างเล็กพูดเสียงเรียบก่อนจะก้มหน้ามองออมเล็ตที่เหลืออยู่ครึ่งจาน เลี่ยงไม่สบตามองเคนเนทเพราะไม่อยากเห็นแววตาผิดหวังและตำหนิโทษฐานที่เขาเป็นแม่ใจร้ายจ้องกลับมา  
 
 
“ถึงตอนนั้นที่มหาลัยก็น่าจะขึ้นเทอมใหม่พอดี กวางต้องกลับไปเรียนต่อให้จบแล้วก็เตรียมงานแต่งที่เลื่อนออกไปด้วย อาจจะยุ่งมาก ยังไงก็ฝากพี่คีนจัดการเรื่องทางฝั่งโน้นด้วย.............”
 
 
“เอาไว้ใกล้ๆ คลอดแล้วเราค่อยมาคุยรายละเอียดกันอีกทีแล้วกันค่ะ”  
 
 
เคนเนทว่าพลางเอื้อมมือมาลูบหัวเมียโอเมก้าอย่างนุ่มนวล เขาไม่โกรธน้องเลยสักนิดที่พูดจาไร้เยื่อใยกับเขาและลูกขนาดนั้น ถึงอยากโกรธก็โกรธไม่ลง สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือดูแลกวางน้อยกับเจ้าตัวเล็กอย่างที่คนเป็นพ่อสมควรทำ  
 
 
“ตอนนี้พี่อยากให้แบมบี้ทำใจให้สบาย ไม่ต้องเครียด.... พี่คีนจะคอยดูแลหนูกับลูกเอง ไว้ใจพี่นะคะ”
 
 
“อืม”
 
 
ออมเล็ตจานที่สองถูกเหลือทิ้งไว้ก่อนที่เจ้ากวางน้อยจะหนีกลับเข้าไปซุกตัวนอนในรังโอเมก้าซึ่งเพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ.... ตุ๊กตากวางแบมบี้ที่ได้รับเป็นของขวัญวันเกิดจากผู้ชายซึ่งนั่งอยู่ด้านนอกถูกดึงมากอด เขาทำใจให้สบายไม่ต้องเครียดไม่ได้หรอก น้ำตามันทำท่าจะไหลออกมาทุกประโยคที่พูดถึงลูก เจ็บทุกครั้งที่คิดว่าเดี๋ยวพอคลอดแล้วจะได้เห็นหน้าลูกแค่ไม่กี่ครั้งก่อนจะต้องลาจากกันตลอดชีวิตทั้งๆ ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งเก้าเดือน ถ้าถามเขาล่ะก็นี่มันอาจแย่กว่าตัดใจเอาออกให้จบเรื่องไปตั้งแต่แรกเสียด้วยซ้ำ
 
 
เรื่องเศร้าแบบนี้ใครจะไปทำใจได้ง่ายๆ กันล่ะ....?
 
 
......ไม่มีหรอก......
 
 
 

 
 
 
“ตกลงว่าพี่จะจ้างเรานะครับ.... เวลาทำงานวันจันทร์ถึงพฤหัส ห้าโมงเย็นถึงสี่ทุ่มครึ่ง วันศุกร์หยุด วันเสาร์อาทิตย์เที่ยงถึงสี่ทุ่มครึ่ง ค่าแรงชั่วโมงละห้าสิบบาท ปกติร้านเราไม่มีบวกเซอร์วิสชาร์จ แต่ถ้าน้องได้ทิปจากลูกค้าก็เก็บไว้ได้เลย”
 
 
“ขอบคุณมากครับพี่”
 
 
เมื่อเสร็จสิ้นการสัมภาษณ์งานซึ่งผ่านไปด้วยดี ศศินก็ยกมือไหว้เจ้าของร้านที่ให้โอกาสเขาหารายได้พิเศษหลังจากที่กลุ้มใจอยู่แรมสัปดาห์ว่าจะเอาอย่างไรกับงานเดิมที่เคยทำในห้างสรรพสินค้า
 
 
เพราะตารางเรียนปีสี่ในเทอมหน้าไม่เอื้อต่อการเข้างานกะเช้าในวันธรรมดา ช่วงที่ฝึกงาน เขาก็เคยขอผู้จัดการเข้าเฉพาะกะเย็นไปแล้วสามเดือนรวด แถมยังอยู่ได้แค่วันละสี่ชั่วโมง ถ้ายังจะขอทำแบบนี้ต่อก็มีหวังโดนเพื่อนพ้องพี่น้องรุมสาปส่งแน่ จนกระทั่งบังเอิญมาเห็นป้ายประกาศรับสมัครพนักงานที่ร้านกาแฟเล็กๆ ในซอยตรงข้ามกับตึกสำนักงาน The Superior Group เขาก็เลยลองโทรมาคุยแล้วผลปรากฏว่าเจ้าของร้านให้เลือกเวลาทำงานเองได้ ค่าแรงก็ถือว่าโอเค บวกลบคูณหารค่ารถค่าข้าวแล้วก็ถือว่าคุ้มเหนื่อยอยู่
 
 
“เรียกว่าพี่ก้องก็ได้ครับ น้องกระต่าย”  
 
 
เจ้าของร้านยิ้มอย่างใจดี ฝ่ายนั้นเองก็ดูเก้อเขินอยู่ไม่น้อยที่จะต้องอยู่ในฐานะนายจ้าง  
 
 
“พี่ก็เพิ่งจะมีเราเป็นลูกจ้างคนแรก เมื่อก่อนก็ทำเองหมดทุกอย่างคนเดียว ถ้าหากมีปัญหาหรือติดขัดตรงไหนยังไงก็คุยกันได้นะ.... พี่อยากให้เราอยู่กันเหมือนพี่น้อง มีอะไรก็คอยช่วยเหลือกัน”
 
 
“ครับ พี่ก้อง”
 
 
ถ้าเดาไม่ผิด กระต่ายคิดว่าเจ้านายของเขาน่าจะเป็นอัลฟ่า แต่ก็ดูเป็นอัลฟ่าที่ไม่ได้ดุดันน่ากลัวหรือเปล่งรัศมีข่มขวัญเบต้าที่ต่ำต้อยกว่าอะไรทำนองนั้น แตกต่างจากอัลฟ่าเสือสิงห์กระทิงแรดที่เคยเจอมาก่อนหน้านี้ลิบลับ
 
 
“วันนี้ก็กลับบ้านไปเตรียมตัวก่อนแล้วค่อยมาเริ่มงานวันเสาร์นะ”
 
 
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ผมจะตั้งใจทำงานให้ดีที่สุดครับ”
 
 
กระต่ายยกมือไหว้อีกครั้งแล้วจึงเก็บแฟ้มเอกสารสมัครงานใส่ลงในกระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไปยังประตูร้านด้วยหัวใจอันแช่มชื่น ก่อนจะเปลี่ยนเป็นช็อกตาตั้งเมื่อใครบางคนผลักประตูสวนเข้ามา
 
 
ก็ไอ้ใครบางคนที่ทำให้เขาเหมารวมว่าอัลฟ่าทั้งโลกเป็นพวกชั่วร้าย ใจดำ เจ้าเล่ห์ แล้วก็เห็นแก่ตัวแบบที่สุดของที่สุด....!
 
 
“เฮ้ย!”
 
 
“เฮ้ยอะไร?”
 
 
ร่างสูงใหญ่ขมวดคิ้วมองแรง น้ำเสียงทุ้มไม่ได้แสดงอาการตกใจหรืองุนงงที่อยู่ดีๆ ก็ถูกตะโกนใส่หน้า แต่อยากจะด่ากระต่ายว่าไอ้เด็กเวรไร้มารยาทมากกว่า
 
 
“ก็........ไม่มีอะไร”  เมื่อสติกลับมา ศศินก็แก้ตัวเฉไฉไปตามเรื่อง “แค่ตกใจ ไม่คิดว่าจะเจอพี่พอร์ชที่นี่”
 
 
“แล้วหน้าร้านมีป้ายติดเอาไว้ว่าคุณพิธาน อศิรวัฒน์ ห้ามเข้าหรือไงล่ะ?”
 
 
ดูท่ายังแค้นที่เคยโดนกระต่ายสาดน้ำใส่หน้า บวกกับปฏิเสธไม่ยอมให้ความร่วมมือด้วยการทำตัวเป็นมือที่สาม หลอกไอ้กวางให้ถอนหมั้นแล้วไสหัวออกไปจากตำแหน่งคู่หมั้น ทั้งสายตาและวาจาของหนุ่มโสดแห่งปีถึงได้เชือดเฉือนราวกับจะควักมีดออกจากลากไส้เขาเสียเดี๋ยวนี้
 
 
“คุณพอร์ช?”  
 
 
พี่ก้องโผล่หน้าออกมาจากหลังร้าน พอเห็นคุณ CEO ของบริษัทใหญ่ฝั่งตรงข้ามยืนหน้าถมึงทึงอยู่ก็เอ่ยเรียกอย่างคนรู้จักกัน  
 
 
“มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?”
 
 
“กาแฟ Cold Brew ที่นึง”
 
 
“Take away นะครับ รอสักครู่”
 
 
“ไม่.... ผมจะกินที่นี่!” 
 
 
“ดะ......ได้ครับ”
 
 
แม้แต่กับพี่ก้อง ไอ้คุณพี่พอร์ชก็ยังเหวี่ยงหัวทิ่มหัวตำทั้งๆ ที่เขาก็แค่ถามตามมารยาท ทำเอาเจ้าของร้านถึงกับอึ้งกิมกี่ถอยหลังสามก้าว ก่อนจะกลับเข้าไปด้านหลังเคาท์เตอร์เพื่อชงเครื่องดื่มตามที่ลูกค้าสั่ง
 
 
ในตอนนั้น ศศินก็ไม่รู้เหตุผลหรอกว่าทำไมผู้บริหารระดับคุณพิธาน อศิรวัฒน์ถึงต้องมาซื้อกาแฟจากร้านเล็กๆ เอง แทนที่จะสั่งให้เลขาลงมา แล้วทำไมถึงได้เลือกร้านคาเฟ่ธรรมดาในซอยแบบนี้ แทนที่จะเป็นแฟรนไชส์กาแฟไฮโซซึ่งอยู่ชั้นล่างของอาคารสำนักงาน The Superior Group เพราะเขาดันมีเรื่องอื่นให้ต้องโฟกัสมากกว่าเรื่องนี้
 
 
“วันนี้ไอ้กวางขึ้นเครื่องไปออสไม่ใช่เหรอ? ทำไมพี่ถึงไม่ไปส่งมันล่ะ?” 
 
 
“ก็ไม่เห็นจำเป็นจะต้องไป”
 
 
นี่แหละประเด็นที่กระต่ายโคตรไม่พอใจ เพื่อนเขากำลังไม่สบายอยู่แท้ๆ แต่กลับถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศ คู่หมั้นซึ่งสมควรจะคอยดูแลและตามไปส่งถึงที่ก็กลับมายืนลอยชายสั่งกาแฟสบายใจเฉิบ ไม่สนไม่แคร์ปัญหาที่ตัวเองก่อเอาไว้เลย
 
 
“กล้าพูดว่าไม่จำเป็น ทั้งๆ ที่พี่พอร์ชเป็นคนบอกให้มันดรอปเรียนไปอยู่เมืองนอกเนี่ยนะ?”  
 
 
เด็กหนุ่มถามเสียงขึ้นจมูกด้วยความโมโห ผ่านไปเกือบสองเดือนนับจากวันที่ไอ้คุณพี่พอร์ชทิ้งไอ้กวางไว้ในงานเลี้ยงวันเกิด ไม่คิดเลยว่านอกจากจะสำนึกไม่ได้ว่าทำผิด มิหนำซ้ำยังเพิ่มเลเวลความเหี้ยมขึ้นได้อีก  
 
 
“ก็รู้นะว่าพี่ไม่ได้แคร์ไอ้กวางสักเท่าไร แต่ขอเหอะ อย่าใจดำให้มันมากนักจะได้ไหม.... ไม่สงสารไอ้กวางบ้างเลยเหรอ?”
 
 
คนถูกด่ายกมุมปากยิ้มกวนประสาท ไม่ได้สนใจจะตอบคำถามที่กลั่นมาจากความหมั่นไส้อัลฟ่าตรงหน้าผสมเป็นห่วงเพื่อน
 
 
“เป็นเด็กดีจังนะ เจ้ากระต่าย”
 
 
“ผมไม่ได้พูดเล่นนะครับ!”
 
 
ศศินเริ่มจะโมโหขึ้นมาจริงๆ แล้ว เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมไอ้คุณพี่พอร์ชถึงเมินเฉยกับไอ้กวางได้ขนาดนี้ ในขณะที่เพื่อนของเขาแทบจะยกคู่หมั้นขึ้นกราบไหว้บนหิ้งวันละสามเวลาหลังอาหาร รักจนหูตามืดบอดเห็นกงจักรเป็นดอกบัวอยู่ได้ตั้งหลายปี.... ถึงแม้ว่าช่วงหลังๆ มานี้จะรูดซิปปากปิดสนิท ไม่มีชื่อพี่พอร์ชสุดที่รักหลุดออกมาจากปากเลยก็เถอะ
 
 
แต่ก็อย่างที่เห็น ต่อให้เกรี้ยวกราดแทบตายยังไงก็ไม่มีทางทำให้มนุษย์ใจหินซึมซับความรู้สึกนึกคิดของคนอื่นได้เลย
 
 
“พี่ก็ไม่ได้พูดเล่นเหมือนกัน.... ไม่จำเป็นจะต้องไปก็เพราะไม่มีใครไปไหนทั้งนั้น”  
 
 
ประโยคแรกพูดถึงไอ้กวางหรือใครก็ไม่รู้ แต่ประโยคต่อมาน่ะหมายถึงกระต่ายแน่ๆ และมันก็มาพร้อมเสียงแค่นหัวเราะเย้ยหยันในลำคอกับสายตาสมเพชเวทนาเหมือนจะด่าว่าเขานั้นช่างโง่แสนโง่ โง่จนเกินเยียวยา โง่จนหมอที่ไหนก็รักษาไม่หาย 
 
 
“เราน่ะซื่อบื้อต่อไปแบบนี้ก็ดีแล้ว เด๋อๆ ด๋าๆ.... เห็นแล้วตลกดี”
 
 
ด่าจบแล้วก็เข้าร้านไปกินกาแฟสบายใจเฉิบ ปล่อยคนซื่อบื้อให้ยืนงงในดงแคร์รอตพลางเกาหัวแกรกๆ อยู่กับคำพูดกำกวมซึ่งไม่ได้ชวนให้เข้าใจเลยสักนิด
 
 
“อะไรของแม่งวะ!?”  
                                                                                                                                                                 
                      

 
 
DearDeer : กวางมาถึงเมลเบิร์นแล้วนะ
 
                        ยังปรับตัวไม่ได้เลย อาหารการกินก็งั้นๆ แถมที่นี่มีแต่กลิ่นแปลกๆ กวางนอนไม่หลับ
 
              พี่พอร์ชคิดถึงกวางไหม?       
    
                     กวางคิดถึงพี่พอร์ชนะ
 
             ถ้าอ่านแล้วตอบหน่อยนะ กวางจะรอ....
 
 
 
 
“แบมบี้ขา...........”
 
 
เสียงเรียกจากข้างนอกรังโอเมก้าสั่งให้กวิวิชญ์ต้องละสายตาจากจอมือถือซึ่งปราศจากความเคลื่อนไหวใดๆ แล้วหันไปมองต้นเสียง เห็นอัลฟ่าเจ้าของห้องยืนรออยู่พร้อมด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนและแก้วมัคขาดกลางในมือ เขาก็ได้แต่ถอนหายใจเหมือนรำคาญก่อนจะเอ่ยถามหาเหตุผลที่อีกฝ่ายมารบกวนกันกลางดึกแบบนี้
 
 
“พี่คีนมีอะไรเหรอ?”
 
 
“พี่เห็นหนูยังเปิดไฟอยู่ก็เลยอุ่นนมมาให้.... ดื่มนมอุ่นๆ ก่อนนอนหน่อยนะ จะได้หลับสบาย”
 
 
เคนเนทชูแก้วนมผสมน้ำผึ้งให้เจ้ากวางน้อยมองดูชัดๆ เพราะเขานั่งทำงานอยู่ชั้นบน ได้ยินเสียงพลิกตัวกุกกักแล้วก็เห็นแสงจากโคมไฟข้างล่างยังไม่ดับสักที ก็เลยคิดเดาเอาว่าเมียเด็กคงนอนไม่หลับ ไม่ว่าจะด้วยแปลกที่แปลกทางหรือมีเรื่องรบกวนจิตใจจนยากเกินจะข่มตาลงก็ตาม
 
 
ทว่า ร่างเล็กกลับเบือนหน้าหนีพลางเบ้ปากอย่างไม่ใยดี
 
 
“ไม่เอาอะ.... กวางไม่ชอบ ดื่มนมแล้วปวดท้อง”
 
 
“อันนี้เป็นแบบแลคโตสฟรีค่ะ ไม่ทำให้ปวดท้องหรอก”  
 
 
อัลฟ่าหนุ่มพยายามเกลี้ยกล่อมเมื่อแม่ของเจ้าตัวเล็กทำท่าว่าจะดื้ออีกแล้ว เหนือสิ่งอื่นใดก็คือเขาเป็นห่วง เห็นเจ้ากวางน้อยกินอะไรก็อาเจียนออกหมดก็กลัวว่าจะแห้งเหี่ยวตัวลีบตัวแบนกันทั้งแม่ทั้งลูก  
 
 
“แค่จิบๆ นิดเดียวก็ได้ วันนี้หนูทานข้าวน้อยมากเลย แพ้ท้องหนักมากด้วย”
 
 
อยู่ด้วยกันตามลำพังมาครึ่งวันก็พอจะรู้นิสัยว่าถ้ากวางไม่ยอมทำตามคำขอ พี่คีนก็คงจะตื๊อไม่เลิกอยู่อย่างนี้.... ถึงอย่างไรพี่พอร์ชก็ยังไม่กดอ่านข้อความที่เขาส่งไปก็น่าจะอีกพักใหญ่กว่าจะตอบ เลิกเฝ้าโทรศัพท์แล้วออกไปดื่มนมที่เจ้าของห้องอุตส่าห์มีน้ำใจทำมาให้ก็คงไม่เสียหลาย
 
 
เจ้ากวางน้อยรับนมสดรสน้ำผึ้งมากลั้นใจดื่ม แต่ด้วยความที่ไม่ชอบรสชาติกับกลิ่นคาวนมอยู่เป็นทุนเดิมก็เลยดื่มได้แค่ไม่กี่อึก เหลืออีกเกือบค่อนแก้วในตอนที่ส่งคืนให้เคนเนท สีหน้าผะอืดผะอมบ่งบอกว่าเต็มกลืนไม่ไหวจะฝืนแล้ว
 
 
“พอแล้ว”
 
 
“แล้วลูกจะอิ่มเหรอคะ?”
 
 
ร่างหนาเอ่ยถาม อยากจะคะยั้นคะยอให้น้องดื่มนมอีกสักหน่อย หากก็ต้องยอมยกธงขาวไปก่อนเพราะกลัวเด็กขี้หงุดหงิดจะงอแงขึ้นมาอีก  
 
 
“อะ โอเคค่ะ.......พอก็พอเนอะ”
 
 
 
 
 
 
 
 
ในเมื่อไม่ได้ง่วงนอนและไหนๆ ก็ออกจากรังมาแล้ว กวิวิชญ์จึงยังไม่อยากกลับเข้าไปจมตัวเองอยู่กับความหดหู่และความรู้สึกว่าถูกคู่หมั้นทอดทิ้ง.... เขาเดินตรงไปยังระเบียงก่อนจะเปิดแง้มประตูให้ลมธรรมชาติพัดเข้ามาปะทะใบหน้า มือข้างหนึ่งยังกำโทรศัพท์แน่น ไม่จำเป็นต้องเปิดดูเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าคงไม่มีข้อความตอบกลับมาจากคนที่กำลังคิดถึง แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ได้ต้องสไลด์เปิดดูเพื่อกับความผิดหวังซ้ำซากแบบเดิมๆ ที่ไม่ว่าเมื่อไรก็ยังไม่ชินสักที
 
 
ไม่ใช่แค่ไม่ตอบ แต่ยังไม่อ่านด้วย
 
 
ลึกๆ แล้วพี่พอร์ชก็คงโล่งใจล่ะมั้งที่เขาหายไปจากบ้านหลังนั้นเสียได้....
 
 
“แบมบี้ หนูนี่ติดมือถือเหมือนกันนะคะเนี่ย”  
 
 
เคนเนทตามมานั่งลงข้างๆ เขาผลักบานประตูกระจกให้เลื่อนออกอีกเพื่อที่ตัวเองกับกวางน้อยจะได้เหยียดแข้งเหยียดขารับลมได้สะดวก.... ปกติก็ว่าน่ารักจะแย่แล้ว พอมาเห็นดวงตากลมโตใสแจ๋วเหมือนนัยน์ตากวางสมชื่อเจ้าตัว ความอยากดุอยากว่าโทษฐานที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองก็เหือดหายไปหมด ใจมันอ่อนยวบอยากสปอยล์หนูแบมบี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  
 
 
“พี่ไม่ได้จะห้ามหนูเล่นมือถือหรอกนะ แต่จ้องหน้าจอเยอะๆ ตลอดทั้งวันมันจะทำให้หนูปวดหัว.... ถ้าหนูเบื่อเอาไว้พรุ่งนี้พี่จะพาหนูขึ้นไปเดินเล่นสวนบนชั้นดาดฟ้า หรือไม่ก็ไปออกกำลังเบาๆ ในฟิตเนส ดีไหมคะ?”
 
 
ร่างบางพยักหน้า ถึงแม้ว่าสิ่งที่เคนเนทพูดมาจะผิดเกือบหมดเลยก็เถอะ
 
 
“กวางไม่ได้ติดมือถือหรอก........”  
 
 
น้ำเสียงแหบหวานเอ่ยคล้ายจะบ่นตัดพ้อ 
 
 
“กวางแค่รอข้อความตอบกลับจากพี่พอร์ช แต่จนป่านนี้เขายังไม่อ่านเลย สงสัยจะบล็อกกวางไปแล้วล่ะมั้ง”
 
 
 
“เหรอคะ”
 
 
ทั้งคู่นั่งกันอยู่อย่างนั้นอีกครู่ใหญ่โดยไม่มีใครพูดอะไร เคนเนทได้แต่แอบมองเจ้ากวางน้อยนั่งทอดถอนใจอยู่กับเรื่องของพิธาน.... เขาอยากดึงร่างผอมบางนั้นเข้ามากอดปลอบ บอกว่าถึงไอ้พอร์ชไม่รักก็ไม่เป็นไร ยังไงก็มีเขาที่พร้อมจะดูแลทั้งแม่กวางและลูกกวางในท้อง เขายินดีจะรักอย่างไม่มีเงื่อนไข รักจนกว่าชีวิตจะหาไม่ รักด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่อัลฟ่าคนหนึ่งจะพึงทำเพื่อโอเมก้าคู่ชะตาของเขาได้
 
 
ขอแค่เพียงน้องกวางยอมให้โอกาสเขาได้เป็นคนๆ นั้นสักครั้ง....
 
 
“พี่คีน”
 
 
“ว่าไงคะ?”
 
 
“พี่เคยรู้เรื่องที่พี่พอร์ชนอกใจกวางหรือเปล่า?”
 
 
บรรยากาศเงียบเชียบริมระเบียงคอนโดมิเนียมชั้นสามสิบถูกทำลายลงด้วยคำถามที่อัลฟ่าหนุ่มลำบากใจจะตอบ.... จริงอยู่ว่าเขารู้มานานแล้วว่าไอ้พอร์ชมีอาการแปลกๆ ที่อัลฟ่าทั่วไปไม่เป็นกัน ไม่ได้กลิ่นฟีโรโมนโอเมก้าทั้งที่อยู่ใกล้แค่คืบ ไม่ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือจากคู่ของตัวเอง จะว่าไปแล้วเคนเนทไม่เคยเห็นเพื่อนของเขาแสดงออกถึงความต้องการทางเพศเลยด้วยซ้ำ ยกเว้นเรื่องรูปร่างหน้าตากับมันสมองที่เหนือกว่าคนธรรมดา นอกนั้นไอ้พอร์ชแทบจะไม่มีอะไรต่างกับเบต้า แต่เรื่องนอกใจไปมีใครที่ไหน เขาเองก็ไม่เคยระแคะระคายเลย
 
 
“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ”  
 
 
บอกไปก็ไม่รู้ว่าน้องจะเชื่อไหม แต่นั่นก็เป็นสิ่งเดียวเคนเนทสามารถพูดได้ในเวลานี้  
 
 
“สิ่งที่พี่รู้ก็คือไอ้พอร์ชมันใส่ใจหนูน้อยเกินไปหน่อย พี่ก็คิดว่ามันแค่ยังไม่พร้อมแต่งงานใช้ชีวิตคู่ อาจจะมีอีกหลายเรื่องที่อยากสะสางให้เรียบร้อยก่อนมีลูกมีครอบครัว.... แต่เรื่องนอกใจหรือมีคนอื่นที่ไม่ใช่หนู พี่ไม่เคยรู้เลยจริงๆ ค่ะ”
 
 
“คงไม่ใช่ว่าเพื่อนกันเลยช่วยกันปิดบังหรอกนะ?”
 
 
“ไม่เอาสิคะ.... พี่คีนจะโกหกหนูทำไมล่ะ”
 
 
ถ้าเจ้ากวางน้อยอ่านใจเขาได้ก็คงเห็นไปแล้วว่าเขานี่แหละตัวการอยากให้คู่หมั้นสิบสองปีเลิกราทางใครทางมันมากที่สุด ที่ทุกสิ่งทุกอย่างมันยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกินนี้ก็เพราะยังตัดใจจากพิธานไม่ได้.... ลองว่าถ้าเพื่อนเปิดเผยตัวกิ๊กออกมาให้รู้สักหน่อยล่ะก็ จิตใจฝ่ายซาตานของเขาก็คงรีบยุยงส่งเสริมให้ทั้งคู่รีบเลิกกันไวๆ หนูแบมบี้จะได้ตกลงปลงใจกับเขาเสียที
 
 
“งั้นก็ช่างเถอะ ถือว่ากวางไม่ได้ถามอะไรก็แล้วกัน”
 
 
เมื่อไม่ได้คำตอบที่ต้องการ กวิวิชญ์ก็เลิกเซ้าซี้ไปเอง.... โทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมถูกวางทิ้งไว้บนพื้นข้างตัว แน่นอนว่าข้อความที่รอคอยก็ยังไม่ถูกส่งมาถึง แต่เพราะมีแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นอื่นเด้งขึ้นมา หน้าจอก็เลยสว่างวาบให้เห็นภาพพื้นหลังซึ่งเป็นรูปคู่กวางกับพี่พอร์ชที่ถ่ายด้วยกันตั้งแต่ตอนไปงานรับปริญญาที่บอสตันเมื่อหลายปีก่อน ไม่ว่าจะเปลี่ยนโทรศัพท์กี่เครื่อง เจ้ากวางน้อยก็ยังใช้รูปนี้ตั้งเป็นวอลเปเปอร์อยู่ร่ำไป
 
 
“หนูรักไอ้พอร์ชมากขนาดนี้ พี่คีนเห็นแล้วอิจฉาจังเลยค่ะ”
 
 
เคนเนทเอ่ยบอกเสียงแผ่ว ถึงรูปกวางน้อยตอนอายุสิบหก-สิบเจ็ดจะน่ารักน่าเซฟเก็บเป็นที่ระลึก แต่เพราะคนข้างกายซึ่งเป็นเจ้าของรอยยิ้มนั้นไม่ใช่เขา รอยยิ้มบนใบหน้าหล่อจึงจืดเจื่อนแทนที่จะระยิบระยับแพรวพราวเต็มไปด้วยเสน่ห์ของอัลฟ่าวัยหนุ่มฉกรรจ์
 
 
“อย่าไปอิจฉาเขาเลย ความรักของกวางมันน่ารำคาญจะตาย” 
 
 
ร่างเล็กถอนหายใจยาวขณะนึกถึงท่าทีเย็นชาจนน่าโมโหของคู่หมั้น.... กวางยอมรับว่าเขายังอาลัยอาวรณ์พี่พอร์ชเพราะความผูกพัน ระยะเวลาสิบสองปีก็ไม่ใช่น้อยๆ ที่จะแกล้งทำเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วลืมทิ้งไปได้ง่ายๆ แต่จะให้บอกว่ารักเหมือนเมื่อก่อน เขาเองก็ไม่อยากพูดแล้วนับตั้งแต่ได้รู้ความจริงว่าพี่พอร์ชมีคนอื่น ไม่เคยมีเขาอยู่ในหัวใจแบบเดียวกับที่เขามอบกายถวายวิญญาณให้พี่พอร์ชเลยสักนิด หากจะให้ถอนหมั้นแล้วย้ายออกจากบ้านอศิรวัฒน์ กวางก็ยังทำใจไม่ได้  
 
 
“จะรักก็พูดได้ไม่เต็มปาก พออยากจะเลิกรักก็ถอนตัวได้ไม่เต็มที่.... ไหนจะเรื่องหุ้น เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างสองครอบครัว เรื่องที่พวกผู้ใหญ่เขาตกลงกันเอาไว้แล้ว ตัวกวางคนเดียวไม่มีปัญญาจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ทุกวันนี้ก็อยู่เหมือนเป็นภาระที่พี่พอร์ชต้องรับผิดชอบแค่นั้นเอง............”
 
 
“ทุกคนบอกว่าพี่พอร์ชเป็นคู่ชะตาของกวาง ถ้าเราได้อยู่ด้วยกัน กวางก็จะมีคนดูแลไปตลอดชีวิต สมบัติที่พ่อกับแม่ทิ้งเอาไว้ให้ก็จะปลอดภัย”
 
 
โชคร้ายที่ลูกชายคนเดียวของมัชชาระกุลดันเกิดมาเป็นโอเมก้า ตัวเล็กนิดเดียว ซ้ำยังสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงมาแต่ไหนแต่ไร ไม่มีความสามารถมากพอที่จะบริหารหุ้นและทรัพย์สินกว่าสองพันล้านที่ตกทอดมาจากคุณเกริกกับเจ้าแก้วเรือน ตระกูลอัลฟ่าที่สนิทสนมและพอจะไว้วางใจกันได้ก็มีเพียงอศิรวัฒน์ จึงเป็นที่มาของการหมั้นหมายระหว่างพิธานกับกวิวิชญ์ด้วยความเห็นชอบจากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย
 
 
เส้นทางชีวิตที่ถูกขีดเอาไว้ไม่เปิดโอกาสให้อัลฟ่าอื่นเข้ามาใกล้ชิดเจ้ากวางน้อยเลย แต่ในเมื่อเคนเนทอุตส่าห์แทรกเข้ามาได้แล้ว เขาก็ไม่อยากเสียลูกเมียไปเพียงเพราะตนเองไม่ได้เกิดมาเป็นพิธาน อศิรวัฒน์
 
 
“พี่คีนก็ดูแลหนูได้นะคะ แบมบี้”  
 
 
มือหนาคว้ามือเรียวขาวขึ้นมาแนบผิวแก้มสาก หน่วยตาคมสบมองลึกลงในลูกแก้วใสสีอำพัน สื่อให้อีกฝ่ายมองเห็นถึงความจริงใจ รักจริงหวังแต่งซึ่งเป็นอย่างเดียวที่เขาสามารถจะนำมาประชันขันแข่งกับความสมบูรณ์แบบของไอ้พอร์ชได้  
 
 
“เรื่องอื่นพี่จะอาจจะไม่รู้รายละเอียดมากนัก เรื่องในบริษัท พี่ก็อาจจะทำได้ไม่ดีเท่าไอ้พอร์ช.... แต่ถ้าเป็นเรื่องของหนูกับเจ้าตัวเล็ก พี่คีนมั่นใจว่าตัวเองทำได้ดีกว่าทุกคนที่หนูเคยรู้จักแน่นอน”
 
 
กวิวิชญ์ฟังแล้วก็อมยิ้ม เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เขาไม่คิดว่าอีกฝ่ายพูดจากะลิ้มกะเหลี่ยน่ารำคาญ อย่างน้อยตอนนี้เขาก็รู้สึกโล่งใจไปเปราะหนึ่งที่ฝากผีฝากไข้ถูกคน และพี่คีนก็คงเป็นแด๊ดดี้ที่ดีให้กับลูกของพวกเขาได้อย่างที่รับปากไว้
 
 
“น่าจะมีเวลาอีกแปด-เก้าเดือน ยังไงกวางก็ฝากพี่คีนด้วยนะ”
 
 
ร่างเล็กเอาหัวโหม่งต้นแขนของเคนเนทแล้วคาเอาไว้อย่างนั้น ทำเอาชายหนุ่มแอบนึกในใจว่า ‘เจ้าเด็กขี้อ้อนเอ๊ย.....’ คนอะไรชื่อกวางแท้ๆ แต่เวลาอ้อนกลับดูมุ้งมิ้งน่ารักเคล้ายลูกแมวไม่มีผิด
 
 
แล้วแบบนี้เขาจะยอมปล่อยเจ้ากวางน้อยคืนให้ไอ้พอร์ชได้ยังไง.... แค่คิดก็ทรมานหัวใจแทบตายแล้ว มันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม
 
 
“แล้วสมมติว่าถ้าพี่ทำหน้าที่พ่อของลูกได้ดีล่ะคะ หนูจะลองพิจารณาเรื่องนี้อีกสักครั้งได้ไหม?”
 
 
“บอกแล้วไงว่ามันไม่ได้ขึ้นอยู่กับกวางคนเดียว”  
 
 
กวิวิชญ์ทำเสียงราวกับจะดุเคนเนทที่พูดไม่รู้จักฟัง ถ้าการถอนหมั้นมันง่าย เขาก็คงทำไปตั้งแต่รู้ว่าพี่พอร์ชไม่เคยมีใจให้กันแล้ว ไม่ยืดเยื้อมาจนถึงวันที่ตัวเองท้องลูกของผู้ชายอื่นจนต้องกุเรื่องโกหกเพื่อเอาตัวรอดและรักษาสถานะคู่หมั้นซึ่งไม่มีความหมายอะไรเลยเอาไว้หรอก แต่เพราะมันไม่ใช่แค่พี่พอร์ช ในบ้านอศิรวัฒน์ยังมีคนอื่นๆ ที่เขาแคร์และไม่อยากตัดขาดหรือถูกโกรธถูกเกลียดอีกตั้งมากมาย  
 
 
“คุณลุงภาค ป้านิ่ม พี่เสงี่ยม พี่ริม ทุกคนที่บ้านนั้นก็เป็นเหมือนครอบครัวของกวาง พวกเขาเลี้ยงกวางมาตั้งแต่แปดขวบ.... กวางไม่อยากให้พวกเขาผิดหวังแล้วก็เลิกเอ็นดูกวาง..........”
 
 
“พี่เข้าใจค่ะ ยังไงพี่ก็เคารพการตัดสินใจของหนูนะ” 
 
 
อันที่จริงแล้ว กวางน้อยก็ไม่ได้ดื้อเท่าไร เพียงแต่อ่อนไหวง่ายกับคนที่ผูกพันและยึดมั่นถือมั่นในเหตุผลและสิ่งที่ตนเองเชื่อเกินไปหน่อย แต่ก็คงดีกว่านี้ถ้าหากเจ้าตัวจะยอมเปิดใจรับเอาทางเลือกอื่นไปลองไตร่ตรองดูบ้าง  
 
 
“แค่อยากบอกให้รู้ว่าพี่คีนอยากสร้างครอบครัวเล็กๆ กับหนู.... พวกเราคงจะมีความสุขน่าดูเลยถ้าได้อยู่ด้วยกันตามประสาพ่อแม่ลูก วันธรรมดาก็ไปส่งลูกที่โรงเรียนด้วยกัน วันหยุดไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ด้วยกัน”
 
 
คำก็เจ้าตัวเล็ก สองคำก็ลูกของเรา ถ้าไม่ได้นั่งอยู่ต่อหน้า กวางก็คงเชื่อไม่ลงว่าคนที่พูดประโยคเหล่านี้ออกมาจะใช่มิสเตอร์เคนเนท วิลเลียม แซมมวลส์ ตัวจริงเสียงจริง.... ใครจะไปคิดว่าคาสโนว่า S-Class ชื่อเสียงด้านความเจ้าชู้กระฉ่อนทั่ววงสังคมจะมีโมเมนท์มาชวนคุยกระหนุงกระหนิงเรื่องลูก อยากเห็นลูกโตเร็วๆ อยากพาลูกไปเที่ยวไร่องุ่นของคุณย่าทวดที่ฝรั่งเศส อย่างกับเรื่องโกหกแน่ะ
 
 
“ทำไมพี่คีนถึงได้อยากมีลูกนักล่ะ? ไม่หวงความโสดบ้างเลยเหรอ?”
 
 
“จริงๆ ก่อนหน้านี้ก็หวงมากเชียวค่ะ ไม่เคยคิดเรื่องอยากมีคู่หรืออยากมีลูกเลย”  
 
 
อัลฟ่าหนุ่มสารภาพอย่างไม่อาย เขายินดีจะให้เจ้ากวางน้อยได้รับรู้ว่าเขาเปลี่ยนไปแล้ว ฉายาคาสโนว่าไม้เลื้อยจะต้องถูกลบล้างด้วยตำแหน่งแด๊ดดี้ยืนหนึ่ง ซึ่งเขาจะเลี้ยงดูและเป็นที่พึ่งให้กับทั้งลูกและเมีย จนคนทั้งโลกจะต้องอิจฉาครอบครัวแซมมวลส์ที่เพอร์เฟกราวกับออกมาจากภาพวาด  
 
 
“แต่หลังจากที่ได้กับหนูแล้ว เหมือนความคิดบางอย่างในหัวพี่มันเปลี่ยนไป.... พี่อยากทะนุถนอมโอเมก้าตัวน้อยๆ แบบหนู อยากกอด อยากหอม อยากจะกัดหนูให้จมเขี้ยวไปเลย แล้วก็อยากเห็นหนูมีเบบี๋ในท้องด้วย ทีแรกก็สงสัยว่าตัวเองน่าจะเมากลิ่นฟีโรโมนจนเป็นบ้าไปแล้ว แต่พอลองคุยกับเพื่อนอัลฟ่าที่มีครอบครัวแล้ว เขาก็บอกว่ามันเป็นเรื่องปกติ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าพี่หลงรักหนูมากๆ ไงล่ะคะ”
 
 
ริมฝีปากหยักได้รูปประทับจูบกลางหน้าผากเนียน เรื่อยลงมาถึงผิวแก้มและมาหยุดที่กลีบปากนุ่มหยุ่น.... น่าแปลกที่ในสมองของกวิวิชญ์ไม่มีคำสั่งขัดขืนให้เลือกเลย เขาอยู่นิ่งรอรับจุมพิตซึ่งละเลียดเข้าหาอย่างนุ่มนวล แผ่ความอุ่นซ่านอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยได้รับจากใครให้แทรกซึมหลอมละลายกำแพงน้ำแข็งในหัวใจดวงเล็กที่แสนเปราะบางให้หายไปทีละน้อย
 
 
แม้กระทั่งคำพูดที่ไม่อยากเก็บมาใส่ใจในคราวแรกก็ยังกลายเป็นสิ่งที่กวางน้อยจดจำและอยากให้มันเกิดขึ้นจริงเหลือเกิน
 
 
 
“พี่สัญญาว่าจะดูแลหนูกับลูกของเราอย่างดี.... เชื่อใจพี่นะคะ”
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
“อะไร.... ทำไมพี่คีนต้องตามเข้ามาในนี้ด้วย!?”  
 
 
กวางตัวดื้อแยกเขี้ยวเกรี้ยวกราดทันทีที่เห็นเคนเนทแอบย่องตามเข้ามาในตอนที่เขากำลังจะเข้านอน บรรยากาศโรแมนติกเข้าอกเข้าใจกันเมื่อครู่นี้มลายหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เหลือไว้แต่ความหงุดหงิดฉุนเฉียวของโอเมก้าหวงรังซึ่งจะไม่ยอมให้มีสิ่งแปลกปลอมมารบกวนการนอนหลับพักผ่อนเป็นอันขาด  
 
 
“นี่รังของกวางนะ ออกไปเลย.... กวางบอกแล้วนี่ว่าไม่ชอบให้มีกลิ่นคนอื่นมาติด!”
 
 
“คนอื่นที่ไหนกัน นี่พี่คีนไงคะ”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มชี้นิ้วลงบนหน้าอกตัวเอง พลางทำหน้าซื่อย้อนถามคล้ายจะล้อว่าหนูแบมบี้ความจำเสื่อมสมองเจ๊งไปแล้วหรืออย่างไร
 
 
“ก็พี่คีนนั่นแหละคนอื่น!”
 
 
“เมื่อกี้พี่จุ๊บหนู แล้วหนูก็ยอมให้พี่จุ๊บด้วย เราไม่ใช่คนอื่นคนไกลกันแล้วค่ะ” 
 
 
ไม่พูดเปล่าแต่ยังล้มตัวลงนอนกลิ้งบนเบาะนุ่มซึ่งร่างเล็กอุตส่าห์บรรจงปูเอาไว้อย่างพิถีพิถัน มิหนำซ้ำยังหยิบเอาเรื่องจูบที่เกิดจากอารมณ์เผลอไผลชั่ววูบมาอ้างถามหาความชอบธรรมในการเอากลิ่นมาติดรังโอเมก้าของเจ้ากวางน้อยได้แบบหน้าตาเฉย.... ในขณะที่เด็กหนุ่มแม่ลูกอ่อนที่ไม่เคยชินกับการมีคนมายุ่มย่ามในรังตวัดเสียงสูงปรี๊ด สองมือก็พยายามออกแรงดึงอัลฟ่าตัวเท่าหมีควายให้ลุกขึ้นแล้วไสหัวออกไป หากไม่ว่าจะทำยังไง ท่อนซุงยักษ์ก็ไม่มีทีท่าว่าจะขยับเขยื้อน มีแต่เขาที่โวยวายงอแงเหมือนคนบ้าหวงสมบัติ
 
 
“แต่กวางทำรังเอาไว้นอนคนเดียวนะ พี่คีนมาเบียดด้วยแล้วกวางจะหลับได้ยังไง.... อึดอัดหายใจไม่ออกตายกันพอดี!”
 
 
“โถ.... ที่นอนตั้งกว้าง แล้วหนูแบมบี้กับลูกก็ตัวเล็กนิดเดียวเอง ไม่เบียดหรอกค่ะ ให้พี่คีนนอนด้วยคนนะคะ”  
 
 
เคนเนทยิ้มอ้อนเมียเด็กขี้โมโห ก่อนจะรวบตัวร่างบางให้นอนลงบ้างโดยที่ใบหน้าน่ารักซุกซบลงบนแผงอกล่ำของเขาพอดิบพอดี  
 
 
“หนูจะได้ชินกลิ่นพี่คีนด้วยไง ไหนๆ เราก็ต้องอยู่ด้วยกันอีกตั้งหลายเดือน”
 
 
“ฮึ!”
 
 
ปลายจมูกโด่งขยับฟุดฟิดอยู่พักใหญ่ด้วยความไม่คุ้นเคย กลิ่นครีมน้ำอาบเมนทอลของ Davidoff ทำให้กวิวิชญ์แสบจมูกอยู่แปบหนึ่งก่อนจะเริ่มชินในที่สุดเมื่อกลิ่นผิวเนื้อผสานกลิ่นเหงื่อจางๆ ของอัลฟ่าขึ้นมาโอบล้อมประสาทสัมผัสแทน.... จะว่าไปแล้ว กลิ่นพี่คีนก็ไม่ได้แย่สักเท่าไร ดีกว่ากลิ่นอาฟเตอร์เชฟของ Dior Homme ที่พี่พอร์ชใช้ตั้งเยอะ
 
 
“หนูพาตุ๊กตาน้องกวางมาด้วยเหรอคะเนี่ย ดีใจจังที่หนูชอบ”
 
 
เคนเนทพูดถึงตุ๊กตากวางแบมบี้ที่เขาซื้อให้กวิวิชญ์เป็นของขวัญวันเกิด ทั้งที่คิดว่ามันไม่น่าจะมีความหมายอะไรสำหรับอีกฝ่าย เขาซื้อก็เพราะว่ามันน่ารักเหมือนเจ้าตัว แต่คงเทียบกับบรรดาเครื่องประดับหรือของใช้ราคาแพงที่แขกคนอื่นในงานเอามาให้น้องไม่ได้ ก็เลยปลื้มใจสุดๆ ที่ยังได้เห็นมันนั่งยิ้มอยู่บนหัวนอนในรังโอเมก้าซึ่งเป็นที่รู้กันว่ามีแต่ข้าวของที่เจ้ากวางน้อยหวงแหน
 
 
“ไม่ได้ชอบ แต่ของมันอยู่ในห้อง กวางก็หยิบๆ มาหมด ไม่ได้ดูหรอกว่าตัวไหนเป็นตัวไหน”  
 
 
เด็กปากแข็งไม่มีทางยอมรับง่ายๆ ว่าเขานอนกอดตุ๊กตาแบมบี้ทุกคืนนับตั้งแต่ได้มันมา ก่อนจะพลิกตะแคงตัวหันหลังไม่ให้ผู้บุกรุกสังเกตเห็นสีหน้ากระดากอายของตนเอง  
 
 
“มีอย่างที่ไหน ซื้อตุ๊กตาแบมบี้มาให้ผู้ชายอายุยี่สิบ.... คนเขาโตจนจะเรียนจบปริญญาอยู่แล้ว ยังจะให้เล่นตุ๊กตาอยู่ได้!”
 
 
“โนววววว ไม่ใช่ตุ๊กตาแบมบี้นะคะ”  
 
 
อัลฟ่าตัวโตตามไปชะโงกหน้ามองร่างเล็กพลางกระดิกนิ้วส่ายไปมาเป็นเชิงบอกว่าอีกฝ่ายกำลังเข้าใจผิดขนาดหนักแล้วจึงช่วยแก้คำพูดให้ใหม่  
 
 
“นั่นน่ะตุ๊กตาน้องกวาง น้องกวางก็คือน้องกวาง หนูต่างหากที่เป็นแบมบี้”
 
 
คนที่โดนตุ๊กตาขโมยชื่อหันกลับมามองเคนเนทตาเขียวปั้ด
 
 
“ไม่ใช่ นั่นน่ะแบมบี้ ส่วนคนนี่ชื่อกวาง”
 
 
“No , you’re my Bambi.... Okay?”
 
 
“พี่คีนบ้าบอ กวางไม่คุยด้วยแล้ว!”
 
 
คุยกับคนสติไม่ดีก็มีแต่จะเหนื่อยเปล่า เจ้ากวางน้อยจึงตัดปัญหาด้วยการดึงผ้านวมขึ้นคลุมโปงจบบบทสนทนาเอาไว้เพียงเท่านี้ แต่ก็ยังแอบได้ยินเสียงทุ้มหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดีที่สามารถแกล้งแหย่เมียเด็กได้สำเร็จ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงสัมผัสอบอุ่นอ่อนโยนซึ่งค่อยๆ ทาบทับลงบนหน้าท้องที่ภายในมีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยอาศัยอยู่ เมื่อเปิดผ้าห่มดูถึงได้เห็นว่าพี่คีนกำลังลูบท้องของเขาอยู่
 
 
“กู๊ดไนท์นะคะ แบมบี้ของพี่”  
 
 
ลูบเสร็จแล้วก็ก้มหน้าลงจูบซ้ำตรงที่เดิมเหมือนพยายามจะหอมแก้มลูกในท้อง 
 
 
“อ้อ.... แล้วก็กู๊ดไนท์เจ้าตัวเล็กของแด๊ดด้วยนะคะ เป็นเด็กดีนอนนิ่งๆ ในท้องแม่กวาง อย่าดื้ออย่าซนทำแม่นอนไม่หลับนะ”
 
 
ภาพตรงหน้าทำเอาความหงุดหงิดหายไปเป็นปลิดทิ้ง หากแทนที่จะได้นอนหลับพักผ่อนกันดีๆ ก็กลับกลายเป็นต้องข่มหัวใจไม่ให้เต้นแรงมากไปกว่านี้ ยิ่งพอว่าที่แด๊ดดี้ยืนหนึ่งตามมานอนตะแคงประกบซ้อนหลังแล้วกอดหนูแบมบี้กับเจ้าตัวเล็กเอาไว้ในอ้อมแขน กะให้เราทั้งสามคนหลับไปทั้งที่ยังกอดกันกลม ก้อนเนื้อใต้อกซ้ายมันก็เต้นเป็นบ้าเป็นหลังจนคนเป็นแม่ไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะหลับลงได้ยังไง
 
 
 
“ทำเป็นบอกลูกว่าอย่าซน.... ตัวพ่อนั่นแหละตัวดีเลย!”
 
 
 
 
TO BE CONTINUE
#บังเอิญท้อง
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [1 พฤษภาคม 2562 18:55 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY