ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 2
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 78
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 879,899
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
2 เมษายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30     
             
  [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง'
[1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]จำนวนผู้เข้าชม 999 คน
Cruel Intentions

บัง ▪ เอิญ ▪ ท้อง ~









9



 
 
 
เพราะกวิวิชญ์ยืนกรานหัวเด็ดตีนขาดว่าจะไม่ไปฝากครรภ์กับคุณหมอชื่อดังที่หามาในตอนแรก จึงเสียเวลาอยู่หลายวันกว่าที่แด๊ดดี้ยืนหนึ่งจะหาโรงพยาบาลเอกชนแห่งใหม่แถบชานกรุงเทพมหานครซึ่งมีแผนกสูตินรีเวชโอเมก้าได้.... ใจจริงเขาก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการฝากท้องห่างบ้าน แถมคุณหมอที่รับดูแลเคสยังไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางสำหรับโอเมก้าชายอีกต่างหาก แต่ก็ไม่อยากขัดใจเจ้ากวางน้อย ประเดี๋ยวจะพาลงอแงแล้วไม่ยอมออกจากรัง สุดท้ายก็ต้องหอบหิ้วขับรถพากันมาไกลถึงถนนพระรามสอง เกือบข้ามไปจังหวัดข้างเคียงอยู่รอมร่อ
 
 
แต่พอเห็นสภาพโรงพยาบาลกับเครื่องไม้เครื่องมือก็ค่อยวางใจขึ้นพอประมาณ หลังจากตรวจร่างกายเบื้องต้นและเจาะเลือดทั้งพ่อและแม่ คุณหมอกับพยาบาลก็ซักประวัติละเอียดยิบเพื่อดูเรื่องการแพ้ยาและทำการคัดกรองความเสี่ยงโรคต่าง ๆ ที่ส่งต่อทางกรรมพันธุ์และอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็ก.... จากนั้นก็ถึงเวลาที่เคนเนทรอคอยคือตรวจอัลตร้าซาวด์ดูถุงตั้งครรภ์ ซึ่งตอนนี้แหละที่เขาจะได้เห็นลูกกวางน้อยเป็นครั้งแรก
 
 
ทีแรกมีปัญหานิดหน่อยเพราะทางโรงพยาบาลไม่มีเครื่องอัลตร้าซาวน์แบบตรวจภายในสำหรับโอเมก้าชายโดยเฉพาะ เลยต้องใช้เครื่องตรวจผ่านหน้าท้องแทนซึ่งถ้าอายุครรภ์ยังไม่มากก็อาจจะมองเห็นตัวอ่อนทารกได้ไม่ชัด แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ซาวน์ครั้งแรกก็เห็นชัดเลย ทำเอาคนเป็นพ่อยิ้มจนแก้มแทบปริ กระโดดเกาะหน้าจอมอนิเตอร์อย่างกับเด็กๆ เกาะจอทีวีรอดูกัปตันอเมริกาอย่างไรก็อย่างนั้น
 
 
“เท่าที่ดูก็อายุครรภ์ประมาณแปดสัปดาห์แล้วนะคะ.... ถ้าคุณพ่อคุณแม่ลองดูในจอก็จะเห็นว่าน้องอยู่ตรงนี้ ขนาดตัวประมาณหนึ่งเซนครึ่งบวกลบนิดหน่อย ก็น่าจะเท่าๆ กับเมล็ดถั่วแดงน่ะค่ะ”
 
 
คุณหมอยังสาวอธิบายภาพที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอให้เคนเนทกับกวิวิชญ์ฟัง สิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ตอนนี้ก็คือโพรงสีดำๆ ในช่องท้องซึ่งมีก้อนสีเทาขาวขนาดเล็กกว่าปลายนิ้วก้อยเต้นตุบตับ
 
 
“ตรงนี้เหรอครับ?”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มลูกครึ่งตัวโตกะพริบตาปริบๆ ด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่คุณหมอพยายามปรับซูมภาพให้ขยายใหญ่แล้วชี้ให้ดูว่าเจ้าก้อนน้อยเติบโตไปถึงไหนและเริ่มมีอวัยวะอะไรบ้างแล้ว
 
 
“อาจจะยังเห็นไม่ชัดมาก แต่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าน้องเริ่มมีใบหน้าแล้ว ตรงนี้คือจมูกนะคะ เขยิบลงมาก็เป็นปากส่วนบน.... ตุ่มเล็กๆ พวกนี้ก็จะพัฒนาไปเป็นแขนกับขา ร่องตรงปลายก็คือมือกับเท้าของน้อง อ้อ เมื่อกี้หมอลืมชี้ให้ดู ตรงนี้คือเปลือกตาของน้องค่ะ”
 
 
“น่ารักจังเลยคร้าบบบ ตะหนูของแด๊ด~” 
 
 
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยเหมือนตกอยู่ในภวังค์ ตาก็มองมือมองเท้าของลูกกวางน้อยแล้วจินตนาการไปเองว่ามันจะงอกออกมาเป็นแบบไหน เอาจริงๆ ก็คือคิดไปไกลถึงวันที่ตัวเองไปยืนเฝ้าหน้ากระจกห้องเด็กแรกคลอด ดูร่างเล็กกระจิ๋วนอนดูดนมในเปล แถมยังมีญาณวิเศษรู้ล่วงหน้าได้อีกว่าลูกคนแรกจะได้ยีนเด่นยีนด้อยจากทางฝั่งไหนมากกว่า  
 
 
“แต่ทำไมตัวเล็กนิดเดียวเอง สงสัยจะออกมาไซส์มินิเหมือนแม่แน่ๆ เลย”
 
 
“พี่คีนเพ้อเจ้อละ แปดสัปดาห์ในท้องจะให้ตัวใหญ่แค่ไหนกันฮึ?”
 
 
กวางพูดเบรกร่างสูงอย่างติดจะหมั่นไส้เบาๆ ตะหนงตะหนูอะไร นายฝรั่งไปเอาคำเรียกแบบนั้นมาจากไหน ก่อนจะได้คำอธิบายจากคุณหมอช่วยเสริมให้อีกแรงว่าลูกของพวกเขาปกติดี
 
 
“ไม่ต้องกังวลนะคะ น้องตัวไม่เล็กหรอกค่ะ คุณพ่อ.... ตัวอ่อนทารกระยะแปดสัปดาห์ก็เท่านี้ล่ะค่ะ”  
 
 
เมื่อได้ยินที่แพทย์หญิงเจ้าของเคสยืนยัน เคนเนทก็ค่อยใจชื้น เขารับเอาภาพปรินท์จากหน้าจอมาถือไว้อย่างทะนุถนอมราวกับกำลังอุ้มลูกจริงๆ รอยยิ้มปลื้มปริ่มยังคงคาอยู่บนใบหน้าหล่อจัดระหว่างที่รอพยาบาลช่วยเช็ดเจลอัลตร้าซาวด์ออกจากท้องหนูแบมบี้ เมื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ต้องมารับฟังคำแนะนำในการปฏิบัติตัวสำหรับไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์จากคุณหมอพร้อมกันทั้งสองคน  
 
 
“แต่ช่วงหลังจากนี้จะสำคัญมาก หัวใจกับกระดูกของน้องจะโตและแข็งแรงขึ้น รวมถึงเซลล์ประสาทต่างๆ และระบบสมองด้วย เพราะฉะนั้น คุณแม่ต้องพยายามดูแลตัวเอง พักผ่อนเยอะๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้มากๆ นะคะ.... หมอแนะนำให้คุณแม่ทานพวกนมวัว นมถั่วเหลือง หรือผักใบเขียวที่มีแคลเซียม จะดีต่อทั้งการเจริญเติบโตของน้องในท้องและสุขภาพของคุณแม่ด้วยค่ะ”
 
 
“โอย ผักกับนมเหรอ...........”
 
 
เมื่อพูดถึงของกินที่ไม่ชอบ เด็กดื้อก็เสียงอ่อยขึ้นมาทันที ลำพังแค่แพ้ท้องก็จะตายอยู่แล้ว ขืนต้องกินผักกับนมทุกวันนี่มีหวังได้อ้วกไม่มีชิ้นดีแน่
 
 
“ไม่ทราบว่าตอนนี้คุณแม่ยังแพ้ท้องอยู่ไหมคะ?”
 
 
“ก่อนหน้านี้แพ้หนักมากเลยครับ เพิ่งเริ่มดีขึ้นวัน-สองวันนี้เอง”
 
 
“แล้วทานอะไรได้บ้างคะ? ทานข้าวได้ตามปกติไหม?”
 
 
“ทานได้แต่ก็ไม่เท่าเดิมครับ ส่วนใหญ่ยังคลื่นไส้เวลาได้กลิ่นอาหารอยู่”
 
 
เคนเนทตอบคำถามแทนเจ้ากวางน้อยทุกอย่าง รู้ลึกรู้ละเอียดประหนึ่งเป็นคนตั้งท้องเอง.... แหงล่ะ ก็เขาเป็นคนทำอาหารให้เมียเด็ก นั่งเฝ้าทุกคำเลยว่าเมียกินอะไรได้หรือไม่ได้บ้าง หากนับเมล็ดข้าวกับชิ้นเนื้อที่ร่างเล็กกลืนลงท้องได้ก็คงนับและจดลงสมุดเป็นบันทึกประจำวันไปแล้ว
 
 
“ถ้าตอนนี้แพ้ไม่มากแล้ว งั้นเดี๋ยวหมอจะจ่ายวิตามินบีหกให้ ตัวนี้จะช่วยให้อาการปวดหัวคลื่นไส้อาเจียนทุเลาลง.... อันที่จริง น้ำขิงอุ่นๆ ก็ช่วยให้หายคลื่นไส้ได้เหมือนกัน ทำให้เจริญอาหารดีด้วย ยังไงก็รบกวนคุณพ่อช่วยดูแลคุณแม่ให้ทานข้าวครบทุกมื้อด้วยนะคะ ถึงจะแพ้ท้องก็ห้ามอดอาหารเด็ดขาดเชียว”
 
 
มนุษย์พ่อพยักหน้ารับคำแข็งขัน เรื่องนี้ไม่ได้เหลือบ่ากว่าแรงของเขาเลย ที่อยู่ด้วยกันเกือบหนึ่งสัปดาห์ก็เขานี่แหละที่คอยบังคับให้เจ้ากวางน้อยกินข้าววันละห้า-หกมื้อ กินอันโน้นไม่ได้ก็ให้กินอันนี้ เปิดดูสูตรอาหารใหม่ๆ ใน Testmade ทุกวันจนแทบจะไปสมัครลงแข่งมาสเตอร์เชฟซีซั่นถัดไปอยู่แล้ว
 
 
“แล้วมีอะไรอย่างอื่นที่ผมควรระวังอีกไหมครับ?”
 
 
“ถ้าช่วงท้องอ่อนๆ ก็จะเป็นเรื่องภาวะอารมณ์แปรปรวนของคุณแม่ ระยะนี้ก็อาจจะเซ็นสิทีฟ อ่อนไหวง่ายเป็นพิเศษ สาเหตุมาจากร่างกายอ่อนเพลีย ความเครียดสะสมแล้วก็ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง.... แต่ก็ไม่มีอะไรน่ากังวลหรอกนะคะ ให้คุณแม่ทำใจสบายๆ พยายามอย่าเครียด หรือถ้าเกิดอยู่ดีๆ ก็รู้สึกแย่ขึ้นมา ลองทานขนมหวานหรือไอศกรีมดูก็ช่วยได้ค่ะ”
 
 
“ฝ่ายคุณพ่อก็ต้องเข้าใจคุณแม่ด้วยเนอะ คนท้องก็จะรู้สึกเหนื่อยง่ายไม่ค่อยสบายตัวอยู่แล้ว ถ้ามีเวลาก็ลองพาคุณแม่ไปเดินเล่น ดูหนัง เปิดเพลงฟังหรือนวดแขนนวดขาให้เบาๆ ก็จะดีมากเลย.... ตอนนี้เป็นไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ อาจจะยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องค่อยๆ เรียนรู้กันไป ยังไงก็พยายามคุยกันให้มากๆ ประคับประคองกันไว้นะคะ แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”
 
 
สิ่งที่คุณหมอบอกช่วยให้เคนเนทเข้าใจกวิวิชญ์มากขึ้น บางทีที่น้องงอแงหรือชอบเถียงก็อาจไม่ใช่เพราะว่าเกลียดเขา แต่เป็นเรื่องปกติของคนท้องที่จะหงุดหงิดอารมณ์เสียง่ายและคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลา รู้แบบนี้แล้ววันหลังจะได้หาทางรับมือกับแม่กวางเวอร์ชั่นขี้เหวี่ยงขี้วีนได้ถูก
 
 
“ครับ ผมจะดูแลภรรยากับลูกให้ดีที่สุดเลย”
 
 
.
 
 
.
 
 
.
 
 
“แบมบี้ หนูเลือกได้หรือยังคะว่าจะดูเรื่องไหน?”
 
 
เสร็จจากการฝากท้องครั้งแรก เคนเนทกับเจ้ากวางน้อยก็ตกลงกันว่าจะแวะทานข้าวดูหนังในห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ โรงพยาบาลแล้วจึงค่อยกลับคอนโด.... ชายหนุ่มส่งโทรศัพท์มือถือให้ร่างเล็กเป็นฝ่ายเลือกภาพยนตร์เรื่องที่อยากดูได้ตามสะดวก ด้วยคิดว่าอย่างไรก็คงหนีไม่พ้นหนังแนวซูเปอร์ฮีโร่ฮอลลีวูดซึ่งเพิ่งเข้าฉายเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาและกำลังเป็นกระแสนิยมอยู่ในโลกโซเชียลขณะนี้ มารู้ว่าผิดคาดก็ตอนที่เห็นน้องเลื่อนนิ้วผ่าน Aquaman ไปแบบไม่ใยดี ก่อนจะจิ้มเข้าที่โปสเตอร์รูปผู้หญิงหน้าซีดเบ้าตาลึกโบ๋ซ้อนทับด้วยฟอนท์ตัวหนังสือกะยึกกะยือสีแดงสดเหมือนเลือด
 
 
“เอาอันนี้แล้วกัน.... The worst nightmare อาถรรพ์คืนสยองหลอนทะลวงไส้ มีรอบตอนบ่ายสามพอดี”
 
 
ไม่พูดเปล่าแต่ยังกดเลือกที่นั่งเฟิร์สคลาสเป็นโซฟาคู่อีกต่างหาก ในขณะที่เคนเนทยังคงมองอีกฝ่ายอย่างอึ้งๆ ไม่คิดว่าคนตัวเล็กหน้าตาบ้องแบ๊วจะชอบอะไรโหดร้ายต่อหัวจิตหัวใจคนขวัญอ่อนกับเขาด้วย
 
 
“หนังผีเหรอคะ??”
 
 
ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความชัวร์ว่าเอาแน่ แต่ได้รับคำตอบเป็นการย้อนถามเสียงสูงพร้อมด้วยรอยยิ้มมุมปากกึ่งท้าทายกึ่งล้อเลียน
 
 
“หนังผีแล้วทำไมอะ? พี่คีนไม่กล้าดูเหรอ?”
 
 
“แบมบี้กล้า พี่ก็กล้าค่ะ”  
 
 
ร่างหนารับคำท้าพลางยักไหล่ไม่สะทกสะท้านทั้งที่ความจริงแล้วเขาไม่ถูกโรคกับหนังสยองขวัญสั่นประสาทเลยสักนิด หากพอนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่เจ้ากวางน้อยกดจองที่นั่งเป็นโซฟาเบดตัวยาวก็ค่อยเบาใจ เดี๋ยวพอฉากไหนผีโผล่ออกมา เขาก็แค่คว้าตุ๊กตาเมียเด็กข้างๆ มากอดให้หายกลัวก็สิ้นเรื่อง 
 
 
“แต่ถ้าตอนกลางเรื่องพี่คีนตกใจแล้วกลายเป็นผีผ้าห่มมุดไปหาหนู หนูห้ามโวยวายนะ”
 
 
“คนอะไรน่ากลัวกว่าผีอีก!”
 
 
กวางเบะปากทำท่าขนลุกขนพองก่อนจะหันหน้าหนีไปมองทางอื่น.... ไม่ให้พี่คีนรู้ว่าตัวเองรู้สึกจั๊กจี้หัวใจทุกครั้งที่โดนเต๊าะด้วยคำพูด อยู่กับพี่คีนไม่ระวังตัวไม่ได้เลย เผลอเข้าหน่อยก็หลอกแต๊ะอั๋งมือปีศาจปลาหมึก ทำอย่างกับเห็นเขาเป็นหมอนข้าง เอะอะๆ ก็จ้องจะดึงไปกอดอยู่ได้
 
 
ยิ่งตอนนี้พี่คีนย้ายร่างมานอนกับกวางในรังโอเมก้า ไล่เท่าไรก็ไม่ยอมออกไป เล่นเอาตอนกลางคืนนี่แทบไม่ได้หลับได้นอน เดี๋ยวกอดเดี๋ยวหอมแก้มวุ่นวายไปหมด กว่าจะหลับลงก็ต้องเหนื่อยหอบแฮ่กก่อนทุกที
 
 
“ตั๋วหนังก็เรียบร้อยแล้ว ไปหาข้าวอร่อยๆ ทานกันดีกว่าค่ะ”  
 
 
เมื่อจอดรถได้ เคนเนทก็จูงมือคุณแม่ท้องอ่อนเข้าไปภายในห้าง เพราะเป็นห้างชานกรุงเทพก็เลยไม่ค่อยมีตัวเลือกมากนักนอกจากแฟรนไชส์ร้านอาหารแบรนด์ใหญ่ทั่วไป แด๊ดดี้ยืนหนึ่งจึงก็พยายามเลือกสิ่งที่คิดว่าดีที่สุดให้กับแม่กวางลูกกวางโดยยึดคำแนะนำจากคุณหมอเจ้าของเคสฝากครรภ์เป็นเกณฑ์  
 
 
“เมื่อกี้คุณหมอบอกให้หนูทานผักเยอะๆ งั้นเราไปทานซิสเลอร์กันดีไหมคะ ที่นั่นมีสลัดบาร์ หนูจะได้กินทั้งโปรตีนทั้งผักครบเลย”
 
 
“หา......?”
 
 
ก็ทำใจไว้แล้วว่าจะต้องโดนให้กินผักแน่ แต่ไม่คิดว่าพี่คีนจะจัดให้เดี๋ยวนี้ทันที ครั้นจะเอ่ยปากว่าไม่เอา ร่างสูงก็ลากเขาเดินลิ่วๆ พุ่งตรงไปยังร้านสเต็กและสลัดบาร์ยอดนิยมของชาวไทยเสียแล้ว
 
 
ทว่า อีกเพียงไม่กี่ก้าวก่อนจะถึงร้าน สายตาของเจ้ากวางน้อยก็เหลือบไปเห็นเคาท์เตอร์สีดำตัดด้วยสีน้ำตาลทองที่แสนคุ้นเคย โลโก้ร้านเป็นรูปแก้วมีเม็ดๆ ลอยอยู่ข้างใน แค่นั้นแหละ อุปมาว่าได้ยินเสียงปิ๊งดังขึ้นในหัว แล้วความอยากซึ่งไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ถาโถมเข้าสู่ประสาททุกส่วนของเด็กหนุ่มราวกับคลื่นสึนามิ
 
 
หิว....
 
 
หิว............
 
 
กวางหิวชานมไข่มุก........!!!
 
 
 
“พี่คีน!”  
 
 
ร่างเล็กดึงมือตัวเองยื้อให้อัลฟ่าตัวเท่าหมียักษ์หยุดเดิน ปากก็ร้องเรียกอีกฝ่ายรัวๆ แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน   
 
 
“พี่คีนๆๆๆ หยุดก่อน!”
 
 
“อะไรคะ?”
 
 
เคนเนทหยุดเดินตามคำบอก ตกอกตกใจนึกว่ากวิวิชญ์หกล้มเพราะถูกเขาจูงแขนเดิน แต่ไม่ใช่เลย....
 
 
“กวางอยากกินชานมไข่มุกกกก~~” 
 
 
เจ้าของดวงตากลมโตเป็นประกายเมื่อมองไปยังกลุ่มคนที่เดินออกมาพร้อมแก้วพลาสติกปักหลอดดูดขนาดใหญ่ แล้วจึงหันกลับมาหาพี่คีนพร้อมทั้งลากเสียงหวานอ้อนสุดชีวิต ไม่รู้ลืมไปได้ยังไงว่าเมื่อก่อนเขาต้องกินชานมไข่มุกอย่างต่ำอาทิตย์ละสาม-สี่แก้ว พอนึกขึ้นได้ว่าอดกินมาหลายวันเกินไป อาการลงแดงก็ตีตื้นขึ้นมากะทันหัน ทำเอาเปรี้ยวปากน้ำลายสออยากจะเคี้ยวไข่มุกหนุบหนับให้ได้เดี๋ยวนี้เลย 
 
 
“ตั้งแต่ออกจากบ้านมา กวางยังไม่มีไข่มุกตกถึงท้องเลยสักเม็ด.... กวางอยากกิน พี่คีนซื้อให้หน่อยสิ”
 
 
“ชานมไข่มุกเหรอ?” 
 
 
เคนเนททำท่าลังเล แค่นึกถึงปริมาณน้ำตาลส่วนเกินที่อัดอยู่ในแก้วเล็กๆ นั่นก็ทำให้เขาขนลุกได้ยิ่งกว่าดูหนังผีสิบเรื่องเสียอีก 
 
 
“แต่ชานมมันมีแต่น้ำตาล ไข่มุกก็จะทำให้หนูท้องอืดด้วย.... พี่ไม่อยากให้หนูกินเลยค่ะ”
 
 
“คุณหมอบอกให้กวางดื่มนมเยอะๆ นะ”
 
 
“ถ้าหนูอยากน้ำหวานๆ เดี๋ยวเราแวะสตาร์บัคสั่งเครื่องดื่มที่เป็นนมถั่วเหลืองก็แล้วกัน มีให้เลือกตั้งหลายเมนู อร่อยกว่าแล้วก็มีประโยชน์กว่าด้วย”
 
 
ฝ่ายคนรักสุขภาพส่ายหน้าไม่เห็นด้วย มือก็ออกแรงลากกวางน้อยออกมาให้พ้นรัศมีเบาหวานและไขมันในเส้นเลือดอุดตัน ในขณะที่คนตัวเล็กกว่าก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ ทั้งยื้อทั้งฝืนไม่ก้าวขาตาม ตาก็ยังมองแก้วชานมสลับกับสีหน้าโหยละห้อยน้ำตาปริ่ม.... ก็เพราะไอ้พี่คีนบอกว่าจะเลี้ยงดูเขาทุกอย่าง กวางก็เลยไม่ได้เอากระเป๋าตังค์ติดตัวมา เงินใน E-Wallet มือถือก็ไม่ได้เติมเผื่อไว้ ไม่อย่างนั้นก็ไม่ต้องมาง้อใจจะขาดให้เสียฟอร์มคุณชายกวิวิชญ์หรอก
 
 
“ไม่เอา.... กวางอยากกินชานมไข่มุกแบบนี้”  
 
 
ความอยากมันมากจนหูอื้อตาลายไปหมด กวางไม่สนหรอกว่าอะไรจะมีประโยชน์หรือไม่มีประโยชน์ รู้อย่างเดียวว่าถ้าเขาไม่ได้กินชานมไข่มุก เขาจะต้องลงแดงตายแน่ๆ ตาย! ตาย! ตายสถานเดียว!  
 
 
“พี่คีน........กวางจะกิน......ซื้อให้กวางหน่อยนะ.........ซื้อให้หน่อย..........”
 
 
“ไม่ได้ค่ะ”
 
 
“ขอเถอะนะ พี่คีน.....นะ..........”
 
 
“ไม่ได้ค่ะ แบมบี้อย่าดื้อสิคะ”
 
 
เมื่อถูกปฏิเสธซ้ำๆ ความอึดอัดหงุดหงิดก็แปรเปลี่ยนเป็นความน้อยใจผิดหวังตามแต่สารเคมีในสมองจะพาไป.... เมื่อก่อนเวลาพี่พอร์ชไม่ตามใจ เขาก็ไม่เห็นรู้สึกโศกเศร้าสะเทือนใจขนาดนี้เลย แต่ตอนนี้เหมือนถังเก็บอารมณ์มันตื้นมาก ถูกกระทบกระเทือนนิดเดียวก็พร้อมกระฉอกออกมาเป็นน้ำตาและเสียงสะอื้นฟูมฟายอย่างที่กำลังเป็นอยู่
 
 
“........ฮึก.........กวางจะกินชานม........อึก...........”
 
 
“แบมบี้ หนูร้องไห้ทำไมคะ!?” 
 
 
คุยกันอยู่ดีๆ ร่างเล็กก็น้ำหูน้ำตาไหลพรากหน้าตาแดงก่ำ ส่งผลให้อัลฟ่าหนุ่มซึ่งอยากทำหน้าที่ดูแลครอบครัวสะดุ้งโหยงเลิ่กลั่ก จับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้น ได้แต่ย่อเข่าลงตรงหน้าโอเมก้าท้องอ่อนแล้วเอ่ยปลอบกันจ้าละหวั่น เรียกสายตาผู้คนแถวนั้นให้หันมามองคล้ายจะด่าว่าเป็นผู้ใหญ่ภาษาอะไร ทำไมถึงใจคอโหดเหี้ยมรังแกเด็กตัวกระจ้อยร่อยได้ลงคอ   
 
 
“ไม่เอานะคะ อย่าร้อง.... โอ๋ๆๆๆ”
 
 
“ก็พี่คีนไม่ตามใจกวาง......ฮือ.......อยากกินชานมไข่มุกก็ไม่ให้กิน..........”  
 
 
ไหนๆ ก็ระเบิดต่อมน้ำตาไปเรียบร้อยแล้ว งั้นก็เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ใส่คนใจร้ายไปเลย จะได้รู้ว่าจิตใจคนหิวชานมมันอ่อนไหว มันเจ็บปวด มันรวดร้าว ดีนะที่แค่ร้องไห้ ไม่ลงไปชักดิ้นชักงอตายกับพื้นก็บุญแล้ว  
 
 
“กวางเคยกินของกวางอยู่ทุกวัน ไม่เห็นเป็นไรเลย......แล้วอยู่ดีๆ พี่คีนก็ไม่ให้กิน.......ทำไมอะ......ไหนสัญญาว่าดูแลกวางให้ดีที่สุดไง ขอแค่นี้ทำไมต้องไม่ให้ด้วย กวางจะไม่เชื่ออะไรพี่คีนอีกแล้ว..........”
 
 
“โธ่ ให้สิคะ.... ทำไมพี่จะให้หนูไม่ได้ล่ะ”
 
 
“แต่เมื่อกี้......ฮึก......พี่คีนไม่ได้พูดแบบนี้”
 
 
“พี่ขอโทษ ก็พี่ไม่รู้ว่าหนูเสพติดชานมไข่มุกนี่นา”  
 
 
พอเจอฤทธิ์น้ำตาแบมบี้กับคำพูดตัดพ้อต่อว่าอีกชุดใหญ่ เคนเนทก็เสียงอ่อนเสียงหวานไม่กล้าหือกับเมียเด็กอีกเลย ปลายนิ้วยาวเกลี่ยคราบหยาดน้ำอุ่นให้พ้นจากวงหน้าน่ารัก ปากก็ทั้งโอ๋ทั้งปลอบอย่างรู้สึกผิดเต็มที่.... ว่าจะใจแข็งเพราะเห็นแก่คำสั่งคุณหมอเสียหน่อย มาโดนเข้าอีหรอบนี้ ต่อให้เป็นอัลฟ่าสายโหดแค่ไหนก็หาทางไปไม่ถูก สุดท้ายก็แพ้ทางโอเมก้าตัวเล็กเท่าเมี่ยงจนได้  
 
 
“ไม่ร้องแล้วนะคะ เดี๋ยวพี่คีนไปซื้อให้.... เอา Golden Bubble Milk Tea แก้วใหญ่สุดไปเลยเนอะหนูเนอะ”
 
 
 
 
หลังจากเจอซีนดราม่าอยากกินชานมไข่มุกจนร้องไห้เป็นเผาเต่ากลางห้างไปแล้ว เคนเนทก็ไม่กล้าขัดใจเจ้ากวางน้อยอีกเลย และแผนกินสเต็กกับสลัดผักเพื่อสุขภาพก็ถูกเปลี่ยนเป็นอเมริกันพิซซ่า แป้งหนา ขอบชีส ไขมันเพียบ ชนิดที่แค่ดมกลิ่นก็รับรู้ได้ว่าแคลลอรี่สูงเท่าตึกมหานคร.... ครั้นจะบอกว่าเพลาๆ หน่อยแต่กวิวิชญ์ก็ดูเอนจอยอีตติ้งมากเหลือเกิน เรียกได้ว่าที่กินอยู่กับเขามาทั้งสัปดาห์ยังไม่เยอะเท่ามื้อนี้มื้อเดียว ไม่แน่ใจว่านี่ใช่ภาวะอารมณ์แปรปรวนของคนท้องตามที่คุณหมอบอกหรือเปล่า หรือว่ามีตัวเขมือบที่ไหนมาสิงร่างเมียเขากันแน่
 
 
“แบมบี้ทานดีๆ สิคะ.... หนูเล่นเขี่ยสับปะรดออกหมดเลย”
 
 
“ก็กวางไม่ชอบกินสับปะรดนี่”
 
 
“อ้าว แล้วหนูสั่งหน้าฮาวายเอี้ยนทำไมล่ะคะ?”
 
 
“ก็กวางชอบฮาวายเอี้ยน แต่เกลียดสับปะรดไง”
 
 
ฟังเหตุผลแล้วก็พอเข้าใจว่าทำไมไอ้พอร์ชถึงทำหน้าเหนื่อยเวลาอยู่กับคู่หมั้นตลอดเวลา งานนี้ถ้าไม่ได้รักกันจริงก็คงมองนิสัยเลือกกินเขี่ยเก่งว่าน่ารักน่าฟัดไม่ไหว แต่ก็อย่างที่เห็นว่าจนป่านนี้แล้ว ร่างสูงก็ยังนั่งยิ้มกริ่มเอ็นดูเมีย อยากจะหยิกแก้มนุ่มๆ ที่กำลังพองจากการเคี้ยวหงุบหงับเสียจริง
 
 
“พี่คีน สั่งพิซซ่าพัฟให้กวางหน่อยสิ เอาไส้กรอกปูอัดนะ”
 
 
“ค่ะ..........”
 
 
ว่ากันตามตรง เคนเนทก็กลุ้มใจกับความกินจุของกวางอยู่พอสมควร เล่นซัดพิซซ่าถาดใหญ่แป้งหนาคนเดียวจนเกือบหมด ไหนจะเครื่องเคียงสารพัดอย่าง แล้วยังสั่งเพิ่มแบบไม่มีวี่แววว่าจะหยุด.... จากที่อยู่ห้องแล้วกินข้าวเหมือนแมวดม โน่นก็แพ้ นี่ก็เหม็น แต่พอเป็นจังค์ฟู๊ดแล้วดันกินได้เหมือนปอบลง (เคยได้ยินคำนี้มาจากเอลเลน ) จะยกเท้าขึ้นมาก่ายหน้าผากก็ว่ายังน้อยไป
 
 
“แบมบี้ขา มาอ้ามๆ นี่คำนึงก่อนค่ะ”
 
 
ร่างสูงจิ้มผักสลัดในจานตัวเองยื่นส่งให้ อย่างน้อยวันนี้มีของเขียวผ่านเข้าปากกวางตัวดื้อบ้างก็ยังดี
 
 
“ไม่เอา”
 
 
“แต่หนูยังไม่ได้กินผักเลยนะ ผลไม้ก็ไม่กิน สับปะรดก็เขี่ยทิ้งหมด เท่ากับว่าที่หนูกินเข้าไปเนี่ยมีแต่แป้งกับไขมันล้วนๆ เลย”
 
 
กวิวิชญ์ส่ายหน้าพรืดพร้อมทั้งขยับเก้าอี้ออกห่างจากเคนเนท ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเอาผักเหม็นเขียวมาจ่อปากตัวเองเป็นอันขาด
 
 
“กวางกินผักแล้วนะ พี่คีนอย่ามามั่ว!”
 
 
“ไหนคะผักของหนู?”
 
 
“นี่ไง”
 
 
อัลฟ่าหนุ่มขมวดคิ้วงุนงง ก็ไอ้ที่กวางน้อยชี้ให้เขาดูมันปีกไก่ชัดๆ งานนี้ถ้าไม่ใช่เขาเมาน้ำสลัดเทาส์ซันไอแลนด์ก็ต้องเป็นยัยหนูแบมบี้เมาชานมไข่มุกแล้วล่ะ
 
 
“ผักอะไรของหนูเนี่ย?”
 
 
“ผักไก่”
 
 
“ผักไก่อะไรคะ?”
 
 
“ผักไก่บาร์บีคิว”
 
 
“แบมบี้...........”
 
 
น้ำเสียงของเคนเนทฉายชัดถึงความอ่อนอกอ่อนใจ หากไม่ใช่เพราะคุณหมอกำชับให้คนเป็นแม่พยายามทานอาหารที่มีประโยชน์ เขาก็ไม่อยากบังคับฝืนใจให้น้องรำคาญหรอก ซึ่งกวิวิชญ์ก็ดูจะรู้ตัวว่าผิดเมื่อร่างหนาเริ่มทำหน้าจริงจัง ก่อนจะขยับเก้าอี้เลื่อนกลับเข้ามาหา แต่น้ำเสียงเอื่อยอ่อนกับแววตาแขยงผักใบเขียวก็บ่งบอกว่าเจ้าตัวยังไม่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อลูกสักเท่าไร
 
 
“พี่คีนไม่สงสารกวางเหรอ?”  
 
 
จะเรียกว่าอ้อนเอาตัวรอดหรือขอความเห็นใจก็ช่าง แต่วันนี้เขายังไม่อยากกินก็คือไม่อยากกิน.... ไม่เข้าใจว่าสงสารลูก กลัวลูกขาดสารอาหารคลอดออกมาแห้งเหี่ยวหัวโตเป็นถั่วงอก แล้วไม่ต้องนึกสงสารคนอุ้มท้องบ้างหรือไง กินอะไรก็คลื่นไส้ ได้กลิ่นอะไรก็เหม็น ต้องวิ่งไปอ้วกในห้องน้ำนี่มันไม่สนุกเลยนะ  
 
 
“กวางแพ้ท้องมาตั้งหลายอาทิตย์ เพิ่งจะได้กินของอร่อยถูกใจก็วันนี้เอง.... พี่คีนอย่าเพิ่งเข้มงวดกับกวางไม่ได้เหรอ? ปล่อยกวางตามใจปากอีกสักสอง-สามวันเถอะนะ?”
 
 
“งั้นวันนี้พี่จะให้หนูกินอะไรก็ได้เต็มที่”  
 
 
พอโดนเมียเด็กอ้อน หัวใจอัลฟ่าก็อ่อนยวบยาบเป็นขี้ผึ้งลนไฟ แต่จะอ่อนมากก็ไม่ได้เพราะยังต้องคิดเผื่อถึงลูกกวางน้อยที่กำลังจะลืมตาดูโลกด้วย  
 
 
“พี่คีนให้หนูทานพิซซ่าได้ แต่หนูต้องสัญญากับพี่นะคะว่าจากนี้ไปจะเริ่มทานผักผลไม้ตามที่คุณหมอสั่ง”
 
 
“......................”
 
 
“เห็นแก่เจ้าตัวเล็กของเรานะคะ หนูอยากให้ลูกเกิดมาไม่แข็งแรงเหรอ?”
 
 
“..........ก็ได้”  
 
 
ในที่สุด กวางดื้อก็ยอมรับปาก ช่วยให้เคนเนทโล่งใจขึ้นอีกเป็นกองเมื่ออีกฝ่ายยอมให้ความร่วมมือเรื่องการดูแลลูกตั้งแต่อยู่ในท้อง  
 
 
“แต่พี่คีนต้องสั่งพิซซ่าถาดใหญ่กลับบ้านให้กวางด้วยนะ เอาขนมปังกระเทียมกับไก่บาร์บีคิวด้วย”
 
 
“โอเคค่ะ แม่กวางน้อยของพี่คีน”
 
 
การฝากท้องและกินข้าวนอกบ้านด้วยกันครั้งแรกผ่านไปได้ด้วยดี ไม่ใช่แค่เคนเนทที่ยังใหม่กับเรื่องแบบนี้ แต่กวิวิชญ์ก็เช่นเดียวกัน.... ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขาต้องพยายามเรียนรู้และปรับตัวเข้าหากัน แต่ดูจากท่าทีของหนูแบมบี้ซึ่งเริ่มจะยอมรับได้แล้วว่าตัวเองกำลังจะเป็นแม่คนจริงๆ เคนเนทก็คิดว่าการสร้างครอบครัวเล็กๆ ที่มีพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอาจไม่ยากเกินความสามารถของเขา
 
 
ถึงแม้ว่าหน้าที่แด๊ดดี้ยืนหนึ่งจะเหนื่อยไม่ใช่เล่นๆ เลยก็ตาม....
 
 
 

 
 
 
“หวัดดีครับ พี่ก้อง”
 
 
“กระต่ายมาพอดีเลย เดี๋ยวช่วยพี่ขนขยะไปทิ้งให้ทีนะ แล้วขากลับแวะเอาแก้วเปล่าจากในห้องเก็บของมาวางเติมด้วย”
 
 
“ได้ครับพี่”
 
 
ศศินรับคำสั่งจากนายจ้างอย่างแข็งขันก่อนจะเอากระเป๋าสะพายไปเก็บในห้องด้านหลังแล้วคว้าผ้ากันเปื้อนมาสวม ถุงพลาสติกสีดำใบใหญ่ถูกหิ้วออกทางหลังร้านตรงไปยังจุดทิ้งขยะของเทศบาล ในหัวก็กำลังเรียบเรียงหน้าที่ประจำวันที่ต้องทำ.... เอาแก้วไปเติมหลังบาร์น้ำ เช็ดโต๊ะ ถูพื้น ดูพวกน้ำตาล น้ำเชื่อม นมข้นและของอย่างอื่นในโหลแก้วให้เต็ม อ้อ แล้วก็เอาผ้าขี้ริ้วไปซักตากให้เรียบร้อยด้วย
 
 
อาจจะดูยุ่งยากจิปาถะ แต่เทียบกับงานร้านอาหารในห้างแล้ว เขาค่อนข้างรู้สึกแฮปปี้กับร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้มากกว่า.... ลูกค้างี่เง่าก็ยังมีอยู่บ้าง แต่อย่างน้อยก็ไม่ต้องแข่งขัน ไม่ต้องกดดัน ไม่ต้องประสาทกินเพราะเพื่อนร่วมงาน และพี่ก้อง เจ้าของร้านก็ใจดีมีเมตตากับนักศึกษาจนๆ อย่างเขามาก ทิปก็ให้เต็ม แถมยังมีข้าวให้กินวันละสองมื้ออีกต่างหาก
 
 
ถ้าเป็นไปได้ เขาก็อยากทำงานกับพี่ก้องไปให้นานที่สุด ทำไปจนกว่าจะเรียนจบแล้วเริ่มทำงานประจำได้เลยยิ่งดี....
 
 
 
‘ผมว่าคุณอย่าทำอย่างนี้เลยครับ คุณพอร์ช’
 
 
 
“หือ?”
 
 
เมื่อกลับเข้ามาในร้าน เสียงบทสนทนาที่ดังแทรกขึ้นมาก็ทำให้เด็กหนุ่มตัวสูงต้องเงี่ยหูฟังอย่างช่วยไม่ได้ โดยเฉพาะชื่อที่พี่ก้องเรียก ทำเอาเขาขนลุกขนพองทันทีที่ได้ยิน.... แถวนี้คงมีคนชื่อน่าหมั่นไส้อย่างคุณพอร์ชอยู่แค่ไม่กี่คน เขาก็ได้แต่คิดว่าขอให้ไม่ใช่ไอ้คุณพี่พอร์ชเวรตะไล จะเป็นใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เจ้ากรรมนายเวรซึ่งติดตามหลอกหลอนเขาไม่รู้จักจบจักสิ้น....!
 
 
แต่ก็นั่นแหละ รูปร่างแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ น้ำเสียงแบบนี้ นิสัยดื้อด้านขี้บังคับฝืนใจชาวบ้านเขาไปทั่วแบบนี้ ทั่วเขตแคว้นแดนสยามก็คงมีอยู่คนเดียว
 
 
 
‘ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่ามาที่นี่อีก คุณพอร์ช เราไม่ควรเจอกัน และเรื่องระหว่างคุณกับผมมันควรจะจบลงสักที’
 
 
‘คุณพูดเองเออเองทุกอย่าง ไม่เคยถามผมสักคำ’
 
 
‘แล้วมันยังมีอะไรให้ต้องถามอีกล่ะ?’  ‘คู่หมั้นคุณน่ารักดีนะครับ ใครๆ ก็เรียกน้องเขาว่าโอเมก้าพันล้าน แถมยังเป็นโอเมก้าที่เก่งถึงขนาดเข้าเรียนมหาลัยได้ เหมาะสมกับคุณพอร์ชที่สุด มากยิ่งกว่าใครทั้งหมด.... รวมถึงผมด้วย’
 
 
‘จนป่านนี้แล้ว คุณก็ยังไม่เลิกพูดเองเออเองอีก’
 
 
‘ผมไม่ได้พูดเอง.........’
 
 
‘พอแล้ว!’
 
 
‘ไม่ว่าคุณจะยกเหตุผลร้อยแปดพันเก้ามาอ้าง หรือไปฟังใครที่ไหนพูดเรื่องคู่หมั้นผมมา ผมก็ไม่สนทั้งนั้น แล้วก็จะไม่รับฟังด้วย!’  ‘รู้อยู่แก่ใจว่าผมไม่มีทางอยู่กับโอเมก้าได้ แต่คุณก็ยังพยายามจะผลักไสผมให้กลับไปตายทั้งเป็น.... คุณใจดำมากเลยนะ ก้อง รู้ทุกอย่างแต่ทำไมถึงกล้าทำร้ายผมได้ลงคอ?’
 
 
‘คุณพอร์ช.......ผม.........’
 
 
‘ทั้งที่อุตส่าห์คิดว่าคุณน่าจะเข้าใจผมมากกว่าใคร เพราะว่าเราสองคนเป็นเหมือนกัน.... แต่กลับกลายเป็นว่าคุณไม่เข้าใจอะไรเลย.........’
 
 
 
 
โครม!
 
 
 
ฉะ....ฉิบหายอีกแล้ว....!!
 
 
เหมือนเจอเดจาวูจากเหตุการณ์เดิมเมื่อสองเดือนก่อน เมื่อแก้วพลาสติกที่พี่ก้องสั่งให้เขาเอาออกมาจากห้องเก็บของดันพร้อมใจกันร่วงระเนระนาดจากมือลงกระทบพื้น เรียกสายตาจากอัลฟ่าทั้งสองซึ่งกำลังยืนยื้อยุดตัดพ้อกันให้หันมองมาทางต้นเสียงเป็นตาเดียว.... หัวใจเด็กหนุ่มหล่นวูบไม่ต่างจากแก้วกาแฟ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสั่นสะพรึงในขณะที่พิธาน อศิรวัฒน์ย่างสามขุมเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียมเหมือนอยากจะฆ่าปาดคอกันเสียเดี๋ยวนี้
 
 
“ยังแอบฟังเก่งเหมือนเดิมเลยนะ น้องกระต่าย!”
 
 
พี่พอร์ชเค้นเสียงเยาะใส่อีแอบพร้อมทั้งหลอกด่าว่าขี้เสือก ทำเอาคนโดนด่าสะดุ้งโหยงรีบแก้ต่างให้ตัวเองปากคอสั่นพั่บ
 
 
“ผมไม่ได้แอบฟังนะเว้ย ก็ใครใช้ให้มาคุยกันกลางร้านล่ะ!?”  
 
 
กระต่ายเถียงสู้ ยังไงคราวนี้ เขาก็จะไม่ยอมโดนโบ้ยความผิดแล้วตกกระไดพลอนโจนจนซวยซ้ำซวยซ้อนเหมือนตอนงานวันเกิดไอ้กวางแน่  
 
 
“นี่มันร้านกาแฟ คนเดินเข้าเดินออกเยอะแยะ ถ้าเรื่องที่คุยมันเป็นความลับนักล่ะก็ ทีหลังก็ไปเปิดโรงแรมคุยโน่น จะได้ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาได้ยินว่าตัวเองเป็นพวกชอบนอกใจ.......เอ่อ.......ผมว่าแค่ไอ้พี่พอร์ชคนเดียว ไม่ได้ว่าพี่ก้องเลยนะครับ”
 
 
ด่าไปแล้วก็กลัวจะกระทบไปถึงนายจ้างซึ่งยืนปั้นหน้าไม่ถูกอยู่ไม่ไกล ผิดกับอีกคนซึ่งโดนด่าเท่าไรก็ไม่สะทกสะท้าน มิหนำซ้ำยังมาว่าประชดใส่เด็กหนุ่มซึ่งมักจะมาอยู่ผิดที่ผิดทางอยู่เรื่อย
 
 
“หึ แอบฟังเก่ง แถมยังเอาตัวรอดเก่งอีก!”  
 
 
พิธานจ้องหน้าศศินเขม็ง ก่อนจะหันกลับไปหาเจ้าของร้านตามประสาคุณชายที่เคยชินกับการออกคำสั่งใส่คนอื่นจนเป็นนิสัย  
 
 
“ก้อง ไล่เด็กคนนี้ออกซะ”
 
 
“คุณพอร์ช ทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ”
 
 
“ทำได้สิ”  
 
 
เพิ่งรู้ว่านอกจากเป็น CEO ของ The Superior Group แล้ว คุณพิธานยังมีอำนาจแผ่ขยายข้ามฟากมาถึงร้านกาแฟในซอยฝั่งตรงข้าม ซึ่งกระต่ายก็ได้แต่หวังว่าพี่ก้องจะไม่บ้าจี้ไปกับไอ้อัลฟ่าขี้เก๊กนี่  
 
 
“ผมบอกคุณตั้งแต่คราวก่อนแล้วว่าอย่าจ้าง เพราะเด็กคนนี้แหละที่ทำให้เรื่องของเรามันยุ่งยากกว่าเดิม.... ตอนนี้กวางรู้แล้วว่าผมไม่ได้มีแค่เขา ก็คงหนีไม่พ้นเพื่อนที่แสนดีคอยเอาไปรายงานหมดทุกอย่าง ถ้ากวางให้คนตามสืบแล้วเดือดร้อนมาถึงก้องเมื่อไรล่ะก็ ผมไม่เอาไว้แน่!”
 
 
“อ้าวเฮ้ย ตัวเองเป็นฝ่ายผิดนะครับพี่ เรื่องอะไรมาโทษผมวะ!?”
 
 
“ถ้ากวางไม่รู้ พี่ก็ไม่ผิด.... เพราะถ้าไม่ถอนหมั้น พี่ก็ตั้งใจจะให้กวางอยู่แค่ในที่ที่เขาควรอยู่ ไม่ต้องมายุ่งกับก้อง ไม่ต้องมายุ่งกับโลกอีกใบของพี่!”  
 
 
นัยน์ตาดุดันวาวโรจน์ส่งผลให้คนที่เป็นเบต้าโดยกำเนิดต้องกลืนน้ำลายลงคอด้วยความหวาดกลัวเบาๆ   
 
 
“ถ้ากระต่ายช่วยให้กวางขอถอนหมั้นแต่แรก ก้องเขาก็คงไม่เอาแต่หนีพี่อยู่อย่างนี้หรอก.... เวรเอ๊ย ไม่ได้ดั่งใจกันเลยสักคน!”
 
 
อยากจะบอกว่ามันไม่ใช่ความผิดของเขาที่บังเอิญมารับรู้เรื่องราวลับๆ ของคู่หมั้นเพื่อน และมันก็ไม่ใช่ความผิดของเขาอีกนั่นแหละที่ไม่ยอมให้ความร่วมมือโดยการเอาตัวเองเข้าไปรับมีดแทนใครแลกกับเงินสิบล้าน ต่อให้เขาบอกความจริงกับไอ้กวาง มันก็ไม่ใช่อะไรที่กระต่ายต้องมารับผิดชอบชดใช้อยู่ดี แต่ดูท่าทางไอ้คุณพี่พอร์ชจะแค้นฝังหุ่นมาก ใจคอจะโทษเขาอย่างเดียวที่ไม่ยอมช่วยสวมรอยเป็นมือที่สามให้โอเมก้าพันล้านเอ่ยปากขอถอนหมั้น
 
 
ว่าแต่ที่มาหัวร้อนโวยวายเทียวไล้เทียวขื่อพี่ก้องนี่อย่าบอกนะว่า....!!??
 
 
“อย่าพาลใส่น้องกระต่ายเลยครับ คุณพอร์ช เรื่องที่โรงแรมเมื่อตอนนั้นก็ไม่ใช่ความผิดของน้องเขาสักหน่อย.... แล้วที่น้องเขาปฏิเสธไม่ช่วยคุณโกหกคู่หมั้น ผมก็คิดว่าน้องกระต่ายทำถูกแล้ว”
 
 
เป็นอันเข้าใจตรงกันว่าเรื่องที่โรงแรมก็คืองานเลี้ยงวันเกิดไอ้กวาง บทสนทนาที่ได้ยินเมื่อครู่นี้ก็คือภาคสองต่อจากเมื่อคราวนั้น และนายจ้างของกระต่ายก็คือคนในความลับของไอ้คุณพี่พอร์ช.... จุดไต้ตำตอจนจุก เล่นเอาพูดไม่ออกบอกไม่ถูกกันเลยทีเดียวที่งานพิเศษมีตั้งมากมาย ดันมาแจ็คพอตแตกของานจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นชู้รักของคู่หมั้นเพื่อนสนิททำเสียอย่างนั้น
 
 
“เฮ้อ ไม่รู้จะบอกว่าโลกมันกลมหรือกรุงเทพมันแคบดีนะครับเนี่ย........”
 
 
“คืนนั้นกระต่ายไม่เห็นหน้าพี่ จะไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก แต่พี่จำหน้าจำเสียงเราได้.... ขอโทษนะที่ไม่ได้บอก ไม่คิดเหมือนกันว่าอะไรๆ มันจะซ้ำรอยเดิม”  
 
 
พี่ก้องสารภาพอย่างรู้สึกผิด ด้วยความที่เป็นอัลฟ่า มันสมองรวมถึงประสาทตาและหูขณะอยู่ในที่มืดย่อมไวกว่าเบต้าแบบกระต่ายอยู่แล้ว แค่กระอักกระอ่วนใจนิดหน่อยที่กลับกลายเป็นว่าพี่ก้องรู้จักเขา รู้ว่าเขาเป็นเพื่อนไอ้กวางแต่ก็ยังอุตส่าห์รับเข้าทำงาน โดยที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรกับใครเลย  
 
 
“แต่ที่พี่จ้างกระต่ายทำงานที่นี่มันไม่เกี่ยวกับเรื่องเมื่อตอนนั้นหรอกนะ พี่จ้างเราก็เพราะหน่วยก้านเราดีต่างหาก”
 
 
“โอเคครับ.....ผมเชื่อ..........”  
 
 
เด็กหนุ่มตัวสูงพยักหน้าพลางถอนหายใจ กับพี่ก้องน่ะเขาไม่มีปัญหาด้วยอยู่แล้ว หลายวันที่ทำงานด้วยก็เห็นแต่ความใจดีมีน้ำใจ ผิดกับใครบางคนที่เห็นแก่ตัว ร้ายกาจและบ้าบอคอแตกสิ้นดี  
 
 
“แต่กับไอ้พี่พอร์ช ผมไม่ขอดีลด้วยนะ ประสาทจะกิน!”
 
 
“เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะ นายจ้างลูกจ้าง!”
 
 
หนุ่มโฉด เอ๊ย หนุ่มโสดแห่งปียังคงแค่นเสียงกระทบกระเทียบที่อะไรๆ ไม่เป็นไปตามที่ตนเองต้องการ เช่นเดียวกับที่ศศินชักจะหมดความอดทน จำได้ว่าเขาเคยด่าคุณชายพิธานไปแล้วหนหนึ่ง แต่ถ้ามันยังไม่ซึมลงไปถึงกะโหลกหนาๆ ของท่าน CEO รูปงาม เขาก็ยินดีจะฉายซ้ำให้อีกครั้งแบบไม่คิดเงิน
 
 
“ถ้าพี่ปอดแหกไม่กล้าขอถอนหมั้นไอ้กวางเอง งั้นพี่ก็ควรต้องรับผิดชอบชีวิตเพื่อนผมด้วยการแต่งงานกับมัน ไม่ซื่อสัตย์ก็คือไม่ซื่อสัตย์ ไม่ต้องมาอ้างเรื่องโลกใบเดียวหรือสองใบ จะให้ใครอยู่โลกไหนหรือไม่อยู่ในโลกไหนด้วย แม่งโคตรทุเรศเลยว่ะ.... แล้วนี่พี่ก้องเขาก็ไม่อยากคบกับพี่แล้ว ทำไมไม่เลิกยุ่งกับเขาสักทีล่ะ!? หรือจนทุกวันนี้ก็ยังสำนึกไม่ได้ว่าตัวเองดีแต่ทำเรื่องเลวๆ จงใจเสี้ยมให้เพื่อนเขาทะเลาะกัน ทำให้คนอื่นรู้สึกแย่กันไปหมด!?”  
 
 
ที่ผ่านมา กระต่ายก็ลำบากใจไม่น้อยเวลาที่ถูกไอ้กวางหมายหัวว่าไปแย่งคู่หมั้นสุดที่รักของมัน แต่เขาไม่อยากพูดว่าตนเองรู้เห็นอะไรมาบ้างเพราะไม่อยากให้เพื่อนสติแตก.... โอเมก้าอย่างไอ้กวางนั้นจิตใจบอบบาง เจอเรื่องเครียดนิดๆ หน่อยๆ ก็มุดตัวเข้ารังไปนอนร้องไห้ เขาถึงพยายามใจเย็นกับทุกสิ่งทุกอย่างที่พุ่งเข้ามา แต่ถ้านั่นมันทำให้ตัวต้นเหตุคิดอะไรไม่ได้เลย งั้นเขาก็จะไม่อดทนอีกต่อไป
 
 
“น่าเสียดายเนอะที่เกิดมาเป็นอัลฟ่า แต่นอกจากเป็นอัลฟ่า หน้าตาดีกับบ้านรวย พี่แม่งก็ไม่มีอะไรดีแล้ว.... พี่ก้องเขาไม่เอาพี่ก็ถูกแล้วล่ะ แต่ผมจะขอให้ไอ้กวางมันตาสว่างเร็วๆ ด้วย ขอให้มันไปรักคนอื่นที่ดีกว่า แล้วปล่อยให้คนจัญไรแบบพี่พอร์ชอยู่คนเดียวไปจนหงำเหงือกเลย!”
 
 
 
ตูม!!!
 
 
เพล้ง!!!
 
 
 
ฉับพลัน กำปั้นลุ่นๆ ที่ทุบโครมลงบนโต๊ะ ส่งผลให้แท่นวางเมนูพิเศษกับกระถางต้นกระบองเพชรที่เป็นของประดับร่วงแตกเสียหาย.... ไม่มีอีกแล้ว เจ้าชายน้ำแข็งคนเดิมที่ถึงแม้จะถูกน้ำทั้งแก้วสาดใส่หน้าก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เพราะในเวลานี้ ทั้งสีหน้าและแววตาของคุณพิธาน อศิรวัฒน์บ่งบอกถึงอารมณ์โกรธจัด ใบหน้าหล่อขาวมาดผู้ดีขึ้นรอยเส้นเลือดที่ข้างขมับ ริมฝีปากเม้มแน่น ในขณะที่สันกรามขบเกร็งจนโป่งนูน
 
 
และที่น่ากลัวที่สุดก็คือนัยน์ตาลุ่มลึกซึ่งเปลี่ยนเป็นสีแดงเหมือนเลือด....
 
 
มือข้างเดียวกับที่ทุบแคคตัสตายเกลื่อนเงื้อขึ้นคล้ายจะซัดเข้าที่หน้าของเด็กปากไม่มีหูรูด หากก็นับว่ายังโชคดีที่สุดท้ายแล้วจมูกกระต่ายก็ยังอยู่ที่เดิม
 
 
“ไล่เด็กคนนี้ออกซะ ก้อง.... หวังว่าคราวหน้าที่ผมมา ผมจะไม่เจอเขาอีก!”
 
 
ก็ยังมิวายออกคำสั่งตามประสาเผด็จการเบ็ดเสร็จนิยม ก่อนจะกระแทกตีนโครมๆ หมุนตัวกลับออกไปจากร้านโดยทิ้งหายนะและเศษซากต้นไม้พร้อมกระถางเอาไว้เบื้องหลัง พร้อมด้วยหัวใจตุ้มๆ ต่อมๆ ของคนที่เกือบหน้าแหกด้วยแรงหมัดอัลฟ่าและยังไม่รู้ชะตากรรมว่าจะปากพาซวย กลายเป็นหาเรื่องให้ตัวเองตกงานหรือเปล่า
 
 
“พี่ก้องครับ.............”
 
 
“ไม่ต้องห่วงนะ กระต่าย.... พี่ไม่ไล่เราออกโดยไม่มีความผิดหรอก”
 
 
โล่งอกไปที่นายจ้างเขาไม่ได้บ้าจี้ไปกับไอ้คุณพี่พอร์ช แต่ก็เห็นได้ชัดว่าพี่ก้องเองก็ใช่ว่าจะสะใจที่ได้ยินกระต่ายด่าฝ่ายนั้นแบบสาดเสียเทเสีย
 
 
“แต่กระต่ายอย่าพูดแบบเมื่อกี้กับคุณพอร์ชอีกนะ ถือว่าพี่ขอก็ได้..........”  
 
 
อัลฟ่าร่างหนาในชุดเสื้อเชิ้ตยีนพับแขนกับผ้ากันเปื้อนก้มลงเก็บเศษกระถางแตกไปทิ้งถังขยะ ก่อนที่ลูกจ้างจะรีบไปเอาไม้กวาดกับที่โกยผงจากหลังร้านมาช่วยอีกแรงท่ามกลางความสงสัยข้องใจว่าทำไมเขาถึงจะด่าคนเห็นแก่ตัวนั่นไม่ได้ ซึ่งคำอธิบายจากพี่ก้องก็ไม่ได้ช่วยให้ความกระจ่างเลยแม้แต่น้อย  
 
 
“ยังมีอะไรอีกหลายอย่างที่กระต่ายกับคนรอบๆ ตัวคุณพอร์ชไม่รู้.... ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีเหตุผลทั้งนั้นแหละ คุณพอร์ชก็อาจจะหัวเสียจนทำเกินเลยไปบ้าง แต่เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดี.........”
 
 
พ้นจากไอ้กวางมาแล้ว กระต่ายก็ไม่คิดเลยว่าจะมาเจอคนอื่นที่ดูบูชาหลงรักไอ้คุณพี่พอร์ชจากใจจริง.... เพียงแต่ว่า คำพูดของพี่ก้องไม่ได้ดูทุ่งลาเวนเดอร์โลกสวย เป็นความรักเพ้อเจ้องดงามเหมือนฟองสบู่อย่างที่ไอ้กวางชอบพูดกรอกหูเขา แต่มันดูออกมาจากใจและอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
 
 
ว่าแต่อะไรคือเหตุผลที่ทำให้ไอ้คุณพี่พอร์ชอยากถอนหมั้นโอเมก้าพันล้านซึ่งเหมาะสมคู่ควรกันทุกประการแบบไอ้กวาง และมีคนที่เป็นอัลฟ่าเหมือนกันแบบพี่ก้องเป็นชู้รักในความลับล่ะ....?
 
 
“ลูกค้ามาแล้ว เปิดร้านกันเถอะ.... วันนี้ก็ขอท็อปฟอร์มเหมือนเดิมนะ”
 
 
ท้ายที่สุด กระต่ายก็ได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วลงมือทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี ถึงแม้ในหัวเขาจะสลัดคำถามที่ว่าทำไมๆๆๆ ออกไปไม่ได้เลยก็ตาม
 
 
 

 
 
 
“เฮ้อ.... น่าเบื่อ”
 
 
มนุษย์แม่ท้องสองเดือนนิดๆ วางโทรศัพท์มือถือลงพลางบิดขี้เกียจหาวหวอดอยู่ในรังผ้าห่มแสนนุ่มนิ่ม หลังจากตระเวนท่องโลกโซเชียลติดกันนานนับชั่วโมงจนเบื่อไม่รู้จะอ่านอะไรอีก เห็นรูปกับสเตตัสเพื่อนในคณะก็ไม่กล้าคอมเมนท์ชวนคุยเพราะกลัวโดนจับโป๊ะได้ว่าไม่ได้ไปเมืองนอกจริงอย่างที่บอกชาวบ้านชาวช่อง ก็ได้แต่ดูซีรีส์ Netflix กับคลิปหมาแมวใน Youtube จนตาแฉะง่วงนอน นอนกลางวันจนอิ่ม หลับแล้วก็ตื่นขึ้นมาดูใหม่อีกรอบ
 
 
เวลานี้พวกเพื่อนๆ กำลังวุ่นวายอยู่กับวิชาเรียนปี่สี่ แค่ได้ยินรายชื่อวิชากับชื่ออาจารย์ผู้สอนก็อยากร้องไห้แล้ว แต่พอมาคิดว่าตัวเองจะเรียนจบช้ากว่าเพื่อนร่วมรุ่นไปหนึ่งปี กวางก็ยิ่งอยากร้องไห้หนักกว่าเดิม
 
 
ตอนนั้นเขาก็แค่พูดเล่นกับไอ้กระต่ายว่าถ้าท้องกับพี่พอร์ชแล้วจะลาออกมาเลี้ยงลูก คันคะเยออยากมีสามีสุดหล่อเร็วๆ ไม่รงไม่เรียนแม่งแล้ว หากพอเอาเข้าจริง การหักดิบทิ้งความฝันและทุกสิ่งทุกอย่างที่เคยทำเป็นประจำเพื่อไปมีครอบครัวมันก็ไม่ใช่เรื่องสนุกชวนหัวเลย บอกตามตรงว่าเขารู้สึกดีมากเวลาถูกชมว่าเป็นโอเมก้าคนเก่ง สมองดีกว่าโอเมก้าทั่วไป แล้วกวางก็ไม่แน่ใจเลยว่าการคลอดลูกจะทำให้เขามีความสุขได้เท่าการเห็นชื่อของตัวเองอยู่บนปริญญาบัตร
 
 
แต่ถ้าเอาเรื่องนี้ไปพูดให้พวกผู้ใหญ่หัวโบราณฟัง คราวนี้มีหวังได้โดนลากไปล่ามโซ่ตัดหัวเสียบประจานโทษฐานแหกขนบธรรมเนียม ทำตัวผิดจารีตว่าด้วยการเป็นโอเมก้าที่ดีแน่....
 
 
“ $%&^*&(*^%#$&* ”
 
 
“ #%&*(*&^%^$%^$#^*&&^*&(*()*$%$#!#@%$.... Okay ,Bye”
 
 
เสียงคุยโทรศัพท์ภาษาอังกฤษที่เจ้ากวางน้อยฟังไม่ออกเลย ยกเว้นคำบอกลาสองคำสุดท้ายดังแว่วมาจากชั้นดูเพล็กซ์ของห้อง บอกให้รู้ว่าเคนเนทน่าจะเพิ่งคุย Skype กับลูกค้าจบ.... รายนี้ก็เหมือนกัน เมื่อก่อนเห็นเอ้อระเหยลอยชายไปโน่นมานี่ตอนกลางวันแสกๆ ที่คนอื่นเขากำลังงานยุ่ง มิหนำซ้ำยังชอบไปสิงอยู่ออฟฟิศพี่พอร์ชอย่างกับเป็นออฟฟิศตัวเอง พอมาอยู่ด้วยกันถึงรู้ว่าอันที่จริงแล้วพี่คีนงานยุ่งมาก นั่งหน้าบูดอยู่หน้าเครื่อง i-Mac ทั้งกลางวันกลางคืน นอกจากลงมาหาข้าวให้กวางกินและมาแกล้งนอนกอดเขาเล่น ที่เหลือก็คือทำงานล้วนๆ
 
 
ตัวเองก็ไม่ได้มีเวลาเหลือเฟือ มีอะไรที่ต้องทำอีกตั้งเยอะแยะ ทำไมถึงได้รีบร้อนอยากมีลูกนักนะ....?
 
 
 
เมื่อเซ็งกับการถูกทิ้งให้อยู่คนเดียว เจ้ากวางน้อยก็ตัดสินใจออกจากรังโอเมก้าแล้วเดินขึ้นบันไดไปยังพื้นที่ส่วนตัวของอัลฟ่าเจ้าของห้องซึ่งจนป่านนี้แล้วเขายังไม่เคยขึ้นมาเลยสักครั้ง.... สิ่งที่เขาเห็นก็คือไอ้พี่คีนเวอร์ชั่นทำงานทำการ ใบหน้าหล่อเข้มอย่างหนุ่มลูกครึ่งถูกบดบังด้วยแว่นสายตากรอบดำ หากก็ไม่อาจบดบังเสน่ห์ของลูกแก้วสีเขียวอมเทาซึ่งสะท้อนภาพบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ไม่ไหวติง ตรงหว่างคิ้วมีรอยย่นนิดๆ อย่างคนกำลังใช้ความคิด ริมฝีปากหยักได้รูปบิดเม้มเคร่งเครียดในขณะที่มือก็ลากเมาส์รันโปรแกรมเขียนแบบไปด้วย
 
 
“พี่คีน ยุ่งอยู่เหรอ?”
 
 
ขึ้นบันไดมาจนเกือบถึงขั้นบนสุดแล้ว หากก็ไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะหันมาสนใจ กวิวิชญ์จึงเดาเอาว่างานที่เคนเนทกำลังทำอยู่นั้นคงจะหนักหนาสาหัสเอาการ แต่พอได้ยินเสียงหวานๆ ใสๆ ตามมาเอ่ยเรียกถึงถิ่น ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็ต้องวางมือมาหาหนูแบมบี้ก่อน
 
 
“หนูขึ้นมาทำไม? มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
 
 
“ก็.......ไม่มีอะไร แค่เบื่อๆ กวางก็เลยขึ้นมาดู”  
 
 
ร่างเล็กบอกตามตรง ทั้งที่จริงๆ แล้ว ตัวเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะขึ้นมาทำไม ทำอย่างกับว่าจะชวนพี่คีนเล่น PUBG แก้เบื่อได้งั้นแหละ  
 
 
“แต่ถ้างานยุ่งอยู่ กวางไม่รบกวนก็ได้”
 
 
“โอ๊ย ไม่รบกวนเลยค่ะ”  
 
 
คนหลงเมียยิ้มหน้าบานทันทีที่รู้ว่าน้องแค่ขึ้นมาหาเพราะอยากขึ้น ไม่ได้มาขอให้เขาช่วยทำอะไรให้ ถ้าให้พูดแบบเข้าข้างตัวเองก็ขอเคลมตรงนี้เลยว่ากวางน้อยต้องกำลังแอบคิดถึงเขาอยู่แน่ๆ  
 
 
“พี่นึกว่าหนูหิวก็เลยจะมาตามพี่ลงไปข้างล่าง.... ตกลงว่าไม่ได้หิวเนอะ? พี่โทรสั่งพิซซ่าให้เอาไหมคะ?”
 
 
“กวางยังอิ่มข้าวเที่ยงอยู่เลย”
 
 
ร่างบางปฏิเสธก่อนจะเดินดุ่มๆ เข้ามาสำรวจพื้นที่ห้องนอนผสมห้องทำงานของเคนเนท แน่นอนว่าข้างบนนี้มีเตียงนอนแบบเป็นฟูกวางกับพื้นตามสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ ส่วนที่ว่างอีกมุมหนึ่งก็เป็นโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ซึ่งพี่คีนซื้อมาใหม่เพราะต้องสละมุมทำงานเดิมเอาไว้ให้กวางปูผ้าทำรัง แล้วก็มีชั้นวางหนังสือ IKEA อีกสองอันที่ประกอบเสร็จแล้วแต่ยังไม่ได้เอาหนังสือมาจัดเรียง บนพื้นยังมีม้วนกระดาษปรินท์แบบก่อสร้างและอะไรต่อมิอะไรกลาดเกลื่อนมากมายไปหมด
 
 
“อันนี้คืออะไรน่ะ?”
 
 
กวิวิชญ์หมายถึงภาพในจอคอมพิวเตอร์ที่ดูคล้ายๆ เกม The Sims เวลาสร้างบ้าน แต่เพราะมันยังไม่เสร็จดี เขาก็เลยมองเห็นเป็นโครงสี่เหลี่ยมตีตารางแล้วลากเส้นกั้นไปกั้นมาจนไม่แน่ใจว่ามันใช่บ้านคนหรือเปล่า
 
 
“แปลนสามมิติของบ้านที่พี่คีนออกแบบให้ลูกค้าค่ะ”  
 
 
เคนเนทเฉลยอย่างภาคภูมิใจพลางหันหน้าจอให้คนตัวเล็กมองเห็นชัดๆ เทียบกับร่างกระดาษในสมุดที่เขาร่างเอาไว้เป็นไอเดีย  
 
 
“บ้านลูกค้าเป็นทาวน์โฮมสามชั้น สามห้องนอน สามห้องน้ำ จุดเด่นของโครงการก็คือบ้านแต่ละหลังจะมีทางเดินลงสระว่ายน้ำส่วนกลางเป็นของตัวเอง พี่คีนก็เลยกะว่าจะเปลี่ยนกำแพงชั้นล่างให้เป็นกระจกสูงติดเพดานให้หมด แต่ก็ไม่รู้ว่าลูกค้าจะชอบไหม เลยต้องทำเผื่อไว้ให้เลือกหลายๆ แบบน่ะค่ะ”
 
 
“ท่าทางจะยากเนอะ กวางดูไม่เห็นจะรู้เรื่องเลยว่าตรงไหนเป็นตรงไหน” 
 
 
กวางน้อยพูดซื่อๆ ตามประสาคนไม่มีความรู้ด้านงานสถาปัตย์ แต่เขาก็คิดว่ารูปวาดคร่าวๆ ที่เคนเนทเอาให้ดูมันก็สวยมีสไตล์ใช้ได้อยู่  
 
 
“แต่ถ้าชั้นล่างของบ้านเป็นกระจกใสหมดก็ดี จะได้สว่างๆ เหมือนตามรีสอร์ทไง”
 
 
แม้จะไม่ใช่คำชมเสียทีเดียว หากแค่นั้นก็สามารถทำให้สถาปนิกฟรีแลนซ์ชื่อดังอมยิ้มตัวลอย เขาคงเพี้ยนไปแล้วล่ะ แต่บอกเลยว่าเวลานี้ถูกใจลูกค้ายังไงก็ไม่สู้ถูกใจเมีย และถ้าเมียชอบก็เป็นนิมิตหมายอันดีว่าลูกค้าก็น่าจะชอบด้วย
 
 
“ทำไมพี่คีนยังไม่จัดหนังสืออีก เอาขึ้นมาตั้งนานแล้วนี่?”
 
 
ร่างเล็กชี้นิ้วไปยังกองมหาสมบัติของเคนเนท หนังสือหลากหลายชนิด ทั้งอัลบั้มรวมภาพงานศิลปะจากจิตรกรดัง ประวัติศาสตร์ศิลปะ และหนังสือเกี่ยวกับสถาปัตยกรรมออกแบบตกแต่งสำหรับใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงสำหรับการทำงาน จำนวนน่าจะถึงร้อยเล่มวางซ้อนกันเป็นตั้งสูงบนพื้นเกือบจรดเพดานห้อง แทนที่จะเอาขึ้นชั้นวางอันใหม่ให้มันดีๆ
 
 
“อ๋อ.... พี่ยังไม่มีเวลาจัดน่ะค่ะ เดี๋ยวว่างแล้วค่อยๆ จัดการ”
 
 
“งั้นกวางช่วยเก็บให้ก็แล้วกัน.... กว่าพี่คีนจะว่างมาทำ หยากไย่จับพอดี”
 
 
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แบมบี้” 
 
 
เคนเนทรีบปฏิเสธ ด้วยความที่การใช้แรงงานเมียนั้นไม่อยู่ในนโนบายของเขาเลย ยิ่งมีตัวเจ้าเล็กอยู่ในท้องด้วยแล้ว เขาอยากให้กวางน้อยแค่กินอิ่มนอนอุ่นเท่านั้นก็พอ 
 
 
“พี่คีนทำเองดีกว่า.... หนูกำลังท้องกำลังไส้จะมาก้มๆ เงยๆ จัดของได้ยังไง นอนพักเถอะค่ะ”
 
 
“กวางแค่ท้องนะ พี่คีน ไม่ได้เป็นง่อย”  
 
 
กวิวิชญ์ท้าวสะเอวยู่ปากใส่คนขี้ห่วง ก็บอกอยู่แหมบๆ ว่าเบื่อถึงได้ขึ้นมา ยังจะไล่เขากลับลงไปนอนอีก  
 
 
“คนอื่นท้อง เขายังไปทำงานยันจะคลอดได้เลย นี่กวางยังไม่ครบสามเดือนเลยนะ”
 
 
ในเมื่อเจ้าตัวยืนกรานแบบนั้น เคนเนทก็เลยต้องจำยอมให้แม่กวางตัวดื้อลงไปนั่งจุ้มปุ๊กหยิบโน่นย้ายนี่ตามใจชอบ
 
 
“กวางเอาหนังสือเรียงขึ้นชั้นให้อย่างเดียวนะ แยกประเภทแล้วก็จัดเล่มใหญ่ไว้ข้างล่าง เล่มเล็กไว้ข้างบน ส่วนพวกกระดาษๆ นี่พี่คีนค่อยมาเลือกเก็บเองทีหลังก็แล้วกัน”
 
 
จากนั้นก็กลายเป็นต่างคนต่างทำงานของตัวเอง แรกๆ เคนเนทก็ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังมาจากด้านข้าง หากสักพักเสียงก็เงียบไปจึงต้องหมุนเก้าอี้หันมาดูว่าหนูแบมบี้ยังโอเคอยู่หรือเปล่า ก่อนที่เรียวคิ้วเข้มจะเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังเปิดหนังสือรวมภาพเขียนผลงานของจิตรกรชื่อดังจากทางฝั่งยุโรปอย่างสนอกสนใจ
 
 
“หนูรู้จักแร็มบรันต์ (Rembrandt) ด้วยเหรอคะ?”
 
 
“อือ.... คนนี้กวางชอบ สมัยที่ยังเรียนวาดรูป กวางเคยหัดวาดเลียนแบบงานเขาด้วย”
 
 
“อ้อ พี่นึกออกแล้ว เห็นว่าก่อนที่จะเปลี่ยนมาเรียนบัญชี หนูเคยบอกว่าอยากเรียนจิตรกรรมนี่เนอะ”
 
 
 
วันแรกที่เจอกันที่บ้านอศิรวัฒน์คือวันที่กวางน้อยประกาศว่าจะเปลี่ยนแผนจากสอบเข้าคณะทางศิลปะไปเป็นเรียนบัญชี ชายหนุ่มยังจำได้อยู่เลยว่าทั้งไอ้พอร์ชและคุณลุงภาคต่างก็ไม่เห็นด้วยเพราะกลัวว่ามันจะยากเกินความสามารถของโอเมก้า แต่เจ้าตัวก็ยืนกรานอย่างมั่นใจว่าทำได้และจะต้องทำได้ดีด้วย
 
 
“แต่พอเรียนบัญชีแล้ว กวางก็ไม่ได้สนใจงานด้านนี้อีกเลย ถ้าไม่มาเห็นหนังสือของพี่คีนก็คงลืมไปแล้วมั้งว่าตัวเองเคยชอบวาดรูปด้วย”
 
 
“จริงๆ ไม่ต้องเลิกวาดรูปก็ได้นี่คะ เรียนบัญชีก็เรียนไป วาดรูปก็เอาไว้เป็นงานอดิเรก”  
 
 
ร่างสูงเอ่ยเป็นเชิงแนะนำตามประสาคนมีประสบการณ์มากกว่า  
 
 
“เวลาว่างพี่คีนก็ชอบดูงานศิลปะอะไรพวกนี้เหมือนกัน บางทีก็มีไปมิวเซียมกับงานนิทรรศการที่หอศิลป์บ้าง.... งานอดิเรกที่ชอบก็เหมือนกับการพักผ่อนนั่นแหละ หนูก็น่าจะลองดูนะคะ”
 
 
“ก็พี่คีนเก่งไง เลยทำอะไรได้หลายๆ อย่างพร้อมกัน”  
 
 
เด็กหนุ่มเบ้ปากพลางส่ายหน้าระรัว  
 
 
“กวางโฟกัสสิ่งที่อยากทำได้แค่ทีละอย่าง จะเรียนบัญชีก็บัญชี จะวาดรูปก็วาดรูป.... ถ้าต้องแบ่งสมองเป็นหลายๆ ส่วน มีอะไรต้องทำหลายอย่างเกินไป หัวช็อตตายพอดี”
 
 
ใช่ว่ากวิวิชญ์จะไม่รู้ขีดจำกัดของตนเอง อย่างไรโอเมก้าก็เป็นได้แค่โอเมก้า ระดับไอคิวกับมันสมองมีอยู่เท่านี้ จะให้ทำตัวเก่งกาจรอบรู้เหมือนอัลฟ่าก็คงไม่ไหว ซึ่งเคนเนทก็เข้าใจกวางน้อยของเขาดีถึงได้ไม่พยายามเซ้าซี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายทุ่มเทกับการเรียนมหาวิทยาลัยมาก ไม่อย่างนั้นก็คงไม่ถึงกับยอมทิ้งงานศิลปะที่ชอบไปหาตัวเลขที่สุดแสนจะน่าปวดหัวหรอก
 
 
“งั้นไม่ต้องถึงขนาดกลับมาเรียนวาดรูปเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ค่ะ เอาแค่หนูเห็นแล้วมีความสุขไปกับมันก็พอ”
 
 
หนนี้กวางน้อยพยักหน้า เปิดโอกาสให้เคนเนทชวนคุยต่อ อยู่ด้วยกันมาจะครบสองสัปดาห์แล้วแต่เพิ่งนึกออกว่ามีสิ่งที่ชื่นชอบสนใจคล้ายๆ กัน ยิ่งทำให้อัลฟ่าหนุ่มรู้สึกกระชุ่มกระชวยเมื่อนึกหาวิธีรั้งคนตัวเล็กให้อยู่กับเขาบนนี้ไปนานๆ ได้
 
 
“เมื่อตอนที่ไปเที่ยวอัมสเตอร์ดัม พี่ได้ไปบ้านของแร็มบรันต์ด้วยนะ งานชิ้นใหญ่ที่เป็นมาสเตอร์พีซอยู่ในมิวเซียมแห่งชาติ แต่ก็มีอีกเยอะเลยที่เขาจัดแสดงไว้ที่บ้าน”  
 
 
ร่างสูงเกริ่นนำก่อนจะหมุนเก้าอี้กลับไปยังหน้าจอคอมพิวเตอร์ ย่อหน้าต่างโปรแกรมที่ใช้สำหรับทำงานลงชั่วคราวก่อนจะเปลี่ยนเป็นเข้าโฟลเดอร์ที่เขาเก็บไฟล์ภาพถ่ายฝีมือตัวเองเอาไว้ 
 
 
“พี่เก็บรูปตอนไปเที่ยวไว้ในคลาวด์ เดี๋ยวเปิดให้ดู.... รอแปบนึงนะคะ”
 
 
กวางน้อยมองไม่ถนัดจึงเปลี่ยนจากชะโงกหน้ามองจากพื้นเป็นขึ้นมายืนดูใกล้ๆ แต่จะยืนนานก็กลัวเมื่อย เก้าอี้ก็มีอยู่ตัวเดียวเลยตัดสินใจทิ้งดิ่งนั่งซ้อนลงบนตักกว้างของเคนเนทแบบไม่พูดพล่ามทำเพลง ซึ่งเจ้าหมาป่าตัวใหญ่ยักษ์ก็ยินยอมพร้อมใจสละพื้นที่ต้นขาเป็นเบาะหนังเกรดพรีเมียมให้เมียเด็กแต่โดยดี
 
 
ท่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งคล้องบั้นเอวคอดเอาไว้หลวมๆ ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายลื่นหล่น สันคางหนาวางเกยตรงลาดไหล่เล็ก ผืนอกหนาแนบชิดไปกับแผ่นหลังเนียน ปลายจมูกเลื่อนไล้ไปตามซอกคอขาวซึ่งถึงแม้เจ้าตัวจะตั้งท้องแล้วแต่ก็ยังติดกลิ่นฟีโรโมนหอมเจือจางอยู่... เนื้อแนบเนื้อทั้งที่เสื้อผ้ายังอยู่ครบ แต่ไม่รู้ทำใจถึงได้รู้สึกตื่นเต้นราวกับว่าพวกเขากำลังจะร่วมเพศกันอย่างไรก็อย่างนั้น
 
 
“นี่ไงคะ..........”  
 
 
ทันทีที่คลิกเมาส์เปิดโฟลเดอร์ ไฟล์รูปถ่ายจากทริปยุโรปตะวันออกเมื่อหลายปีก่อนก็เรียงเป็นพรืดเต็มหน้าจอ ไล่หาอยู่สักพักถึงได้เจอรูปที่ถ่ายไว้ในช่วงที่เคนเนทท่องเที่ยวอยู่ในประเทศเนเธอร์แลนด์ แต่นอกจากภาพบรรยากาศด้านนอกบ้านของแร็มบรันต์ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้วก็ไม่ได้มีภาพถ่ายผลงานหรือรูปข้างในให้ดูเลย หากกลับมีอย่างอื่นที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกว่าสำหรับคนที่ไม่ค่อยได้เดินทางไปไหน  
 
 
“ข้างในมิวเซียมเขาไม่ให้ถ่ายรูปน่ะค่ะ แต่พี่คีนถ่ายรูปตึกข้างนอกเอาไว้เพียบเลยนะ แถมตอนที่ไปถึงอัมสเตอร์ดัมยังตรงกับช่วงเทศกาลดอกทิวลิปพอดี.... คนเยอะมาก แต่อากาศดีแล้วดอกไม้ก็สวยมากเลยค่ะ”
 
 
ดูรูปไปเรื่อยๆ ก็เพลินดี ถือว่าเปิดโลกทัศน์ผ่านภาพถ่ายและคำบอกเล่าจากคนที่เคยไปมาแล้ว เพราะลำพังตัวเขาจะแบกเป้เที่ยวตะลอนๆ อย่างที่พี่คีนกับพี่พอร์ชไปก็ไม่น่าจะรอด
 
 
ว่าแล้วก็นึกสงสัยว่าคนโลกส่วนตัวสูง เกลียดความยุ่งยากวุ่นวายอย่างพี่พอร์ชทำไมถึงได้ไปยุโรปกับพี่คีนตั้งหลายเดือน ก่อนหน้านั้นก็ไม่ได้ดูเป็นคนชอบท่องเที่ยวเดินทางอะไรเลย หลังจากกลับมาอยู่เมืองไทยแล้วก็ไม่เห็นเคยไปไหน ไปต่างประเทศทุกครั้งก็เพราะเรื่องงาน
 
 
“ตอนนั้นไปเที่ยวกับพี่พอร์ชเป็นไงบ้าง? สนุกไหม?”
 
 
“อืม.... ก็สนุกดีนะคะ กลางวันก็ไปดูสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นไฮไลท์ของเมือง กลางคืนก็ออกไปแฮงก์เอาท์ในคลับบ้าง ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ๆ”  
 
 
พูดไปแล้วถึงค่อยจับความหมายได้ว่ากวางน้อยคงไม่ได้อยากรู้หรอกว่าพวกเขาไปทำอะไร ที่ไหน อย่างไร แต่ที่ถามแบบนั้นก็เพราะยังมีประเด็นค้างคาใจตั้งแต่สมัยรู้จักกันใหม่ๆ จนถึงตอนนี้ต่างหาก  
 
 
“พี่กับไอ้พอร์ชไม่เคยมีอะไรกันจริงๆ นะคะ ก็เป็นเพื่อนที่คุยกันถูกคอก็เลยชวนกันไปเที่ยว แค่นั้นเองค่ะ.... หนูอย่าสงสัยพี่เลยนะ”
 
 
“กวางจะไปรู้เหรอ สมัยนี้ก็มีให้เห็นเยอะแยะ อัลฟ่าที่เป็นรุกเหนือรุกได้กับอัลฟ่าด้วยกันเนี่ย.........”
 
 
ยุคสมัยมันเปลี่ยนไป โลกนี้ก็มีอะไรที่โอเมก้าอย่างเขาตามไม่ทันอีกมากมาย บางทีเหตุผลที่พี่พอร์ชไม่สนใจใยดีเขาอาจจะเป็นเพราะได้รับอิทธิพลแปลกๆ จากพวกอัลฟ่าฝรั่งซึ่งนิยมลัทธิกล้ามชนกล้ามก็ได้
 
 
“แต่ก็ดีเนอะที่พี่พอร์ชยังคุยกับพี่คีนถูกคอ ปกติเขาไม่เคยคุยกับกวางรู้เรื่องเลย.... อะไรที่กวางชอบ เขาก็ไม่ชอบ ส่วนอะไรที่พี่พอร์ชชอบ กวางก็ไม่ชอบ อย่างเรื่องไปออกรอบตีกอล์ฟไง”  
 
 
ร่างเล็กพูดคล้ายกับจะตัดพ้อถึงบุคคลที่สาม หากในน้ำเสียงก็ฟังดูปลงตกยอมรับได้แล้วว่าตนเองกับพิธานไม่มีอะไรเหมือนกันเลยแม้แต่อย่างเดียว  
 
 
“ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่อยากไปไหนมาไหนกับกวาง อย่าว่าแต่เที่ยวเมืองนอกเลย ขนาดให้ไปเดินห้างดูหนังเป็นเพื่อนก็ยังต้องบังคับแทบแย่”
 
 
“แบมบี้ขา........”
 
 
ฟังน้องพูดแล้วก็อดสงสารไม่ได้ เพราะเคนเนทรับรู้มาโดยตลอดว่าพิธานพยายามเลี่ยงไม่พาคู่หมั้นออกมาเปิดตัวหรือพาไปแนะนำกับใครในฐานะคนรัก คุยด้วยก็ไม่ค่อยรับมุก เป็นความรักข้างเดียวที่เหนื่อยจนไม่รู้จะเหนื่อยยังไง มิหนำซ้ำทั้งคู่ยังต้องรักษาภาพพจน์ไม่ให้คนนอกระแคะระคายว่าความสัมพันธ์ไม่ค่อยลงรอยจนกระเทือนไปถึงเรื่องหุ้นและอำนาจการบริหารงานในบริษัทอีก
 
 
“แต่บอกตามตรงว่าถึงพี่พอร์ชชวน กวางก็อาจจะไม่ไปกับเขาหรอก.... กวางเกลียดเครื่องบิน ตั้งแต่เกิดเรื่องกับทั้งครอบครัวเมื่อคราวนั้น กวางก็ไม่อยากขึ้นเครื่องบินอีกเลย ยกเว้นตอนไปงานรับปริญญาพี่พอร์ชที่บอสตัน กวางยอมไปก็เพราะคุณลุงขอให้ไปด้วยกัน แต่ก็ต้องให้หมอสั่งยานอนหลับให้ สะลืมสะลือตั้งแต่อยู่สุวรรณภูมิ หลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็อยู่สนามบินปลายทางแล้ว จำไม่ได้ด้วยว่าตัวเองลุกขึ้นมาเปลี่ยนเครื่องได้ยังไง”
 
 
 
“ถึงจะกลัวแต่หนูก็ผ่านมันมาได้แล้วนะ ถ้ารวมขากลับด้วยก็ถือว่าตั้งสองรอบแน่ะ”  
 
 
มือหนาขยี้กลุ่มผมนิ่มเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยนและให้กำลังใจ รวมถึงขันอาสาขอทำหน้าที่เป็นยานอนหลับขนานใหม่ให้เจ้ากวางน้อย  
 
 
“พี่คีนอยากไปเที่ยวกับหนูสักครั้งจริงๆ นะ.... ถ้าหนูยังกลัวเครื่องบินอยู่ พี่ก็จะกล่อมให้หลับยาวแบบไม่ต้องใช้ยาเลย ดีไหมคะ?”
 
 
“บ้าละ เรื่องทะลึ่งนี่เก่งนัก........”
 
 
นอนด้วยกันมาตั้งหลายคืนก็พอจะรู้เถอะว่าพี่คีนหมายถึงอะไร เดี๋ยวก็ขอจับนู่นจับนี่ เอะอะๆ ก็หอมแก้มอยู่เรื่อย ไอ้ที่ว่าจะกล่อมก็คงหนีไม่พ้นเรื่องอย่างว่านั่นแหละ
 
 
“ถือว่าไปเดทกันไงคะ เราเคยไม่เคยได้เดทกันเลยก็กลายมาเป็นแด๊ดคีนกับแม่กวางแล้ว”
 
 
“พี่คีนก็เคยเดทกับคนนู้นคนนี้ตั้งเยอะ จะมาวอรี่อะไรกับอีแค่ไม่ได้เดทกับกวาง”
 
 
“คนอื่นก็คือคนอื่น เป็นอดีตไปหมดแล้ว ยังไงแม่ของลูกก็ต้องดีที่สุดสิคะ”
 
 
ประโยคที่ได้ยินเรียกกวางให้หันกลับไปมองหน้าเจ้าของตักกว้าง เขารู้ว่าเคนเนทเป็นคนปากหวานเอาใจเก่ง ไม่ว่ากับใครก็พูดจาฉอเลาะชวนให้คนฟังเคลิ้มคล้อยตามแบบที่พวกคนเจ้าชู้ชอบทำ.... ทั้งที่ไม่ควรถือสาคำพูดคนอีกฝ่ายเพราะมันเชื่อถือไม่ได้ ฉายาเพลย์บอยไม้เลื้อยคงไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแน่ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่ยอมฟังคำสั่งจากสมองเอาเสียเลย ช่างอ่อนแอและอ่อนไหวจนตัวเขาเองยังรู้สึกว่ามันง่ายเกินไปหรือเปล่า เพียงแค่ถูกจี้จุดอ่อนเข้าหน่อยก็ทำท่าจะต้านทานไม่ไหวแล้ว
 
 
“พี่คีนอย่ามาเวอร์หน่อยเลย กวางรู้น่ะว่าตัวเองไม่ได้ดีขนาดนั้น.........”  
 
 
ไม่ต้องให้ใครมาสะกิดหรือตบหัวดึงสติ กวิวิชญ์ก็รู้ตัวดีว่าตนเองยังห่างไกลจากคำว่า ‘ดีที่สุด’ ไปหลายปีแสง ยิ่งเคนเนทมาเรียกเขาเต็มปากเต็มคำว่าแม่ของลูก เขาก็ยิ่งรู้สึกเก้อกระดากอย่างบอกไม่ถูก  
 
 
“กวางงี่เง่า งอแง เอาแต่ใจ แล้วก็มีความคิดแย่ๆ เห็นแก่ตัวเต็มไปหมด มองลงมาจากดางอังคารยังรู้เลยว่าเฮงซวย”
 
 
คนพูดหันกลับไปมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ซึ่งยังคงแสดงรูปหมู่บ้านกังหันลมโบราณในอัมสเตอร์ดัม เลี่ยงไม่ยอมสบสายตากับพ่อของลูกที่ชอบอวยเขาเกินกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอ จนกระทั่งเคนเนทต้องใช้สองมือประคองใบหน้าอ่อนใสให้หันมา แม้ว่าดวงตากลมโตจะยังหลุบต่ำด้วยความละอายใจที่ถูกชมก็ตาม
 
 
“นอกจากดื้อเก่งแล้ว หนูยังกินจุ ขี้งอน แก้มป่อง ตัวเตี้ย ขาสั้นด้วย.... บอกตามตรงว่าหนูไม่ใช่สเป็คพี่คีนเลยค่ะ”  
 
 
แค่นั้นแหละ ตาใสแจ๋วเหมือนตากวางก็ถลึงมองหน้าเคนเนทอย่างเอาเรื่องทันที เด็กดื้อบนตักเริ่มดิ้นประท้วงในขณะที่กลีบปากอิ่มทำท่าจะขยับว่าตอบโต้ แต่ก็ยังช้ากว่าอัลฟ่าหนุ่มซึ่งแตะปลายนิ้วยาวลงบนริมฝีปากสีสดเพื่อรั้งให้กวางน้อยหยุดฟังให้จบ  
 
 
“แต่ไม่ว่าหนูจะดื้อแค่ไหน กินจุแค่ไหน หรือใครจะว่าหนูแบมบี้ของพี่คีนยังไง ทุกสิ่งทุกอย่างที่หนูเป็นมันทำให้หนูดูน่ารักที่สุดและดีที่สุดในสายตาของพี่คีน.... แล้วพี่ก็ชอบที่หนูเป็นแบบนี้ด้วย”
 
 
 
ผิวแก้มของกวางน้อยร้อนผ่าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หัวใจที่ว่าเต้นแรงแล้วกลับเต้นแรงมากขึ้นไปอีกจนน่ากลัวว่ามันจะพังลงในวินาทีใด วินาทีหนึ่งข้างหน้านี้.... นี่เขากำลังเขินพี่คีนเหรอ? หรือว่าอายเพราะถูกชมโอเวอร์เกินจริง? หรือแค่รู้สึกดีที่มีคนบอกว่าชอบ เติมเต็มในสิ่งที่เขาไม่เคยได้รับจากพี่พอร์ช? หรือว่าเขาเริ่มหวั่นไหวไปกับคนเจ้าชู้นี่แล้ว?
 
 
ไม่รู้....
 
 
กวางไม่รู้ด้วยแล้วจริงๆ นะ.........
 
 
 
 
“พี่รักหนูนะคะ กวางน้อย”
 
 
 
คำบอกรักทำเอาหัวสมองร่างเล็กโล่งโจ้งขาวโพลนก่อนที่ฝ่ามือหนาจะประคองเข้าที่ท้ายทอยแล้วริมฝีปากหยักได้รูปจะประกบทาบทับเข้าหา.... กวางไม่ได้ตอบรับจูบของเคนเนทในทันทีหากก็ไม่ได้ขัดขืนผลักไส เขาอยู่นิ่งปล่อยให้ชายหนุ่มค่อยๆ ใช้ความนุ่มนวลบดเบียดไล้เล็มอย่างทะนุถนอม เปลี่ยนมุมย้ายไปทางนั้นทางนี้จนกระทั่งลมหายใจเริ่มร้อนรุ่มขึ้นด้วยกันทั้งสองฝ่าย 
 
 
เคนเนทไม่ได้ตั้งใจจะจูบหอมด้วยความมันเขี้ยวเมียเด็กเหมือนที่ชอบทำบ่อยๆ แต่เขาอยากสัมผัสกวางน้อยให้มากขึ้น ผูกพันกับกวางน้อยที่แสนน่าเอ็นดูให้มากกว่านี้ เพราะแค่ความหวามไหวที่เกี่ยวกระหวัดรัดรึงเข้าหากันกับรสหวานติดปลายลิ้นมันคงไม่เพียงพอกับความปรารถนาที่เก็บกลั้นอยู่ในใจอีกต่อไปแล้ว
 
 
“แบมบี้คะ..........”  
 
 
ร่างสูงถอนริมฝีปากออกมามองคนตัวเล็กซึ่งหอบน้อยๆ อยู่บนตักเขา ใบหน้าสวยแดงก่ำเปรอะเปื้อนร่องรอยของความเขินอายและความพึงใจที่เป็นฝ่ายถูกรักถูกหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้น หลังมือเกลี่ยปอยผมให้พ้นจากวงหน้าแล้วถามเป็นเชิงขออนุญาต  
 
 
“หนูน่ารักมากเลย.... ให้พี่รักหนูได้ไหมคะ?”
 
 
“ทำไมพี่คีนถามกวางแบบนี้.......?”
 
 
ได้แต่ย้อนถามเพราะไม่กล้าตอบ อีกนัยหนึ่งก็เพราะกลัวคำตอบของตัวเอง.... กวางน้อยชอบจูบเมื่อกี้นี้มาก ชอบเวลาที่พี่คีนทำเหมือนจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว ทั้งๆ ที่มันเป็นแค่การจูบ ชอบเวลาที่อีกฝ่ายแกล้งดูดตรงนั้นตรงนี้ หลอกล่อให้เขาต้องทำตามอย่าง แล้วก็ชอบที่พี่คีนสอดลิ้นเข้ามาด้วย
 
 
อ้อมกอดกระชับแน่นในยามที่หัวใจเอนเอียงสั่นคลอนราวกับเกิดแผ่นดินไหว เคนเนทบอกไม่ได้หรอกว่ามันคือการหลอกล่อโอเมก้าตามสัญชาตญาณอัลฟ่านักล่าหรือเปล่า รู้แค่ตอนนี้เขาอยากรักเจ้ากวางน้อยมากเหลือเกิน รักจนทนไม่ไหว และอยากให้น้องรับเอาความรักที่เขามีไปให้หมด
 
 
 
“งั้นให้เวลาตัดสินใจอีกที หลังจากจูบคราวนี้แล้วหนูต้องให้คำตอบพี่คีนนะคะ”
 
 
 
 
ไม่รอให้อีกฝ่ายยอมรับเงื่อนไข สุนัขป่าตัวใหญ่ก็งับเข้าที่แก้มของกวิวิชญ์คล้ายจะแกล้งหยอก แล้วจึงเปลี่ยนเป็นเอาจริงเมื่อร่างบางเปิดทางให้เขารุกล้ำนำพาเอาความรักและความใคร่เข้าครอบงำสติสัมปชัญญะทุกส่วน.... เสียงครางอื้ออึงในลำคอยามที่ปลายลิ้นร้อนผ่าวสอดลึกเข้ามาในโพรงปากนุ่มหยุ่น กายท่อนบนเบียดชิดเข้าหากันจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศลอดผ่าน ท่อนแขนข้างหนึ่งโอบประคองกันไม่ให้คนข้างบนหงายหลังตกลงไป โดยที่มืออีกข้างสอดล้วงเข้าใต้ชายเสื้อยืดตัวโคร่ง สัมผัสผิวขาวลื่นอย่างถือสิทธิ์ราวกับจะบอกว่ามีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่จะมอบความเอ็นดูให้หนูแบมบี้ที่แสนน่ารักได้
 
 
“........อุบ......อืม.............”
 
 
ก้อนเนื้อใต้อกซ้ายที่ว่าสั่นจนจะพังอยู่แล้วยิ่งสะท้านมากขึ้นไปอีก ความรู้สึกที่ว่าเคนเนทกำลังเอาจริงทำให้กวางน้อยวูบวาบหวั่นไหวไปทั้งตัวและหัวใจ.... มันแตกต่างจากทุกครั้งที่อีกฝ่ายแกล้งหยอก หอมแก้มจูบหน้าผากไปเรื่อยเหมือนเล่นกับเด็ก ทว่าหนนี้มันร้อนแรงซาบซ่าน ดุเดือดเมามันอย่างกับจะเอาให้เด็กหนุ่มขาดใจตาย ตื่นเต้นทุกครั้งที่เรียวลิ้นช่ำชองตวัดไปทางนั้นทีทางนี้ที ริมฝีปากดูดดึงจนเกิดเสียงจ๊วบจ๊าบเพลินอารมณ์ ร่างทั้งร่างอ่อนระทวยจนต้องคว้าหลังคอคนตรงหน้าเอาไว้ก่อนที่จะละลายกลายเป็นของเหลวอยู่ในอ้อมกอดอัลฟ่า
 
 
ลมหายใจยังคงหอบกระชั้นในตอนที่เคนเนทถอนจูบออกมา ดวงตากลมโตหรี่ปรือหยาดเยิ้มด้วยความต้องการที่โหมกระพือเพราะแรงจุมพิต กลีบปากบวมเจ่อเคลือบด้วยน้ำใสซึ่งเชื่อมเป็นสายเดียวกับของเขา.... ความน่ารักน่าเอ็นดูที่เห็นจนชินตาแปรเปลี่ยนเป็นเซ็กซี่เย้ายวน เลือดหนุ่มในกายร่างสูงเดือดพล่าน สันดานดิบของผู้ล่าถูกปลุกให้ตื่นด้วยกลิ่มหอมจากผิวเนื้อนวลขาว ทำเอาความเป็นชายที่อยู่ใต้กางเกงลำลองเต้นตุบแข็งชันขึ้นมาแบบช่วยไม่ได้
 
 
ที่เคยรู้มาว่าโอเมก้าในช่วงตั้งครรภ์จะไม่มีการปล่อยฟีโรโมน เห็นทีว่าทฤษฎีนี้คงไม่จริงเสียล่ะมั้ง เพราะจนป่านนี้แล้วเคนเนทยังรู้สึกว่าเจ้ากวางน้อยตัวหอมอยู่เลย แล้วเขาก็มักจะของขึ้นจนต้องไปแอบปล่อยในห้องน้ำทุกครั้งที่อยู่ใกล้เมีย....
 
 
“แก้มแดงจังเลยค่ะ คนสวย”  
 
 
เสียงทุ้มเอ่ยกระเซ้า ปลายนิ้วยาวเกลี่ยไล้พวงแก้มนิ่มก่อนจะกดปลายจมูกลงไปแรงๆ อีกหลายต่อหลายครั้ง  
 
 
“ถึงเวลาให้คำตอบแล้วนะคะ....ว่าไง ให้พี่คีนรักหนูได้หรือเปล่า?”
 
 
“พี่คีนขี้โกง..........”
 
 
“ขี้โกงยังไงคะ?”
 
 
“ก็พี่คีนจงใจทำให้กวางเคลิ้มแล้วค่อยมาถามว่าอยากได้อีกไหม.......แบบนี้ภาษาคนค้าขายเขาเรียกว่าตีหัวเข้าบ้าน รู้ปะ?”
 
 
“ไม่รู้สิคะ.... พี่เป็นฝรั่ง ไม่ค่อยเข้าใจคำยากๆ”
 
 
“ป่านนี้ละยังกล้าเคลมตัวเองว่าเป็นฝรั่งอีก”
 
 
ไอ้ที่กิตติศัพท์เพลย์บอยเลื่องลือไปทั้งวงสังคมได้ก็เพราะคารมดีนี่แหละ ทีอย่างนี้มาบอกว่าไม่ค่อยเข้าใจภาษาไทย ฟังแล้วก็ชวนให้หมั่นไส้นัก....!
 
 
“แต่เมื่อกี้หนูบอกว่าชอบ........” 
 
 
ริมฝีปากคนเจ้าชู้ยังคลอเคลียอยู่ตรงข้างขมับของร่างบนตักกว้าง ก่อนจะขบใบหูนิ่มแล้วเป่าลมอุ่นๆ แหย่เข้าไปกวางน้อยจักจี้เล่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลายามเมื่อสบสายตามองเจ้าตัวน่ามันเขี้ยว  
 
 
“งั้นเรามารักเถอะกันนะคะ”
 
 
กวิวิชญ์ทำท่าลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เหมือนจะเซย์เยสหากสุดท้ายก็เปลี่ยนเป็นส่ายหน้าระรัว
 
 
“..............ไม่เอาดีกว่า”
 
 
“ทำไมล่ะ? ตกลงว่าหนูไม่ชอบที่พี่คีนจูบเหรอ?”
 
 
เจออย่างนี้ คนถามก็แอบเสียศูนย์ไปพอควร กลัวว่าน้องจะมัวแต่พะวงคิดถึงคู่หมั้นทั้งที่ตัวอยู่กับเขา มันก็น่าน้อยใจอยู่หรอกนะถ้าหากความพยายามของเคนเนทไม่สามารถแทนที่พิธานได้เลยแม้สักเพียงวินาที ทว่าไม่ใช่เลย เหตุผลที่ร่างบางปฏิเสธก็เพราะเป็นห่วงลูกในท้องต่างหาก
 
 
“พี่คีนลืมไปแล้วใช่มะ นี่น่ะ........?”
 
 
นิ้วเรียวเล็กชี้ลงบนหน้าท้องซึ่งโป่งนูนกว่าวันแรกที่เขามาอยู่ที่นี่ เจ้าตัวเล็กในท้องเติบโตขึ้นทุกวันด้วยพิซซ่าฮาวายเอี้ยนเขี่ยสับปะรดและชานมไข่มุก เช่นเดียวกับสัญชาตญาณความเป็นแม่ซึ่งแรงขึ้นทุกขณะ
 
 
เคนเนทยิ้มอย่างปลื้มใจ เมียเขาน่ารักสมเป็นโอเมก้าในฝันขนาดนี้ อดคาดหวังไม่ได้เลยว่าถ้าครอบครัวของเขาอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกก็คงเป็นภาพที่สวยงามไม่ต่างจากครอบครัวในหนังโฆษณาหมู่บ้านจัดสรรแน่
 
 
“พี่ไม่ลืมหรอกค่ะ แม่กวาง”  
 
 
ว่าที่คุณพ่อจับมือเรียวขาวมาหอมฟอดใหญ่ ปากบอกว่าคิดถึงสวัสดิภาพลูกในขณะที่แววตากรุ้มกริ่มเจ้าเล่ห์ อยากจะขึ้นขย่มคุณแม่ใจจะขาดรอนๆ 
 
 
“แต่ลูกกวางน้อยยังตัวเล็กนิดเดียว.... ถึงของพี่จะใหญ่แต่ก็ไม่เขกโดนหัวลูกเราหรอก”
 
 
“ทะลึ่ง!”
 
 
“พี่แอบถามคุณหมอมาแล้ว คุณหมอบอกว่าถึงหนูจะท้องแต่เราก็ยังมีเซ็กส์กันได้ แค่ต้องระวังท่าที่จะทับโดนท้องหนูเท่านั้นเอง”
 
 
“แอบถามหมอตอนไหน? ทำไมลามก?”
 
 
“ไม่ได้ลามกเลยค่ะ.... ก็พี่คีนนอนกอดหนูแบมบี้ตัวหอมๆ ทุกคืน ก็ต้องมีถามเตรียมไว้เผื่ออดใจไม่ไหวไงคะ” 
 
 
ถูกว่าก็เหมือนถูกชม นอกจากจะไม่สะทกสะท้านแล้ว ยังกล้ามาสารภาพหน้าชื่นตาบานว่าวางแผนจะปล้ำเมียเด็กตั้งแต่ครั้งแรกที่ไปฝากท้อง  
 
 
“เนี่ย.... อย่างตอนนี้ก็ชักจะไม่ไหวแล้ว พี่คีนหลงหนูจะแย่ อยากกอดอยากหอมหนูแรงๆ จังเลยค่ะ”
 
 
ครั้งแรกที่ได้เสียกันจนท้องนั้นเกิดจากความเมาผสมอาการฮีท ทำให้กวิวิชญ์จำไม่ได้เลยว่าเคนเนททำอะไรไปบ้าง กอดเขายังไง จับโดนตรงไหน หรือแม้กระทั่งคำพูดอ้อร้อป้อยอให้เขินระทวยก็ไม่มีอยู่ในหัวเลยสักนิด.... เขาไม่ได้ใจง่ายเลยนะ แต่มันก็ไม่ผิดไม่ใช่เหรอถ้าคนเราจะไขว่คว้าหาสิ่งที่ดีต่อใจตัวเอง กวางก็แค่อยากมีความสุขบ้าง มันเป็นธรรมชาติของโอเมก้าอย่างเขาอยู่แล้วที่จะต้องการให้อัลฟ่าทะนุถนอม
 
 
แล้วพี่คีนก็เป็นพ่อของลูกในท้อง เขาจึงไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหนถ้าจะเราเมคเลิฟกันอีกสักครั้ง....
 
 
“งั้นพี่คีนห้ามบอกใครเด็ดขาดเลยนะ.........”
 
 
กวางน้อยอ้อมแอ้มเอ่ยเสียงค่อย ทั้งที่คิดว่าไม่เป็นไรแต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าว อายความคิดและคำพูดคำจาของตัวเองเป็นที่สุด
 
 
“ห้ามบอกว่าอะไรคะ?”
 
 
ร่างเล็กสูดหายใจลึกเข้าก่อนจะเอ่ยออกมาพลางหลับตาปี๋
 
 
 
“ก็........ห้ามบอกว่ากวางยอมให้พี่คีนเอาไง”
 
 
 
พูดออกไปแล้วก็ได้แต่ก้มหน้างุดซุกไหล่ร่างหนา เขินจนหน้าไหม้แทบจะระเบิดอยู่แล้ว แม้จะเคยถูกไอ้กระต่ายด่าอยู่เนืองๆ ว่าก๋ากั่นเกินงาม ไม่นึกไม่ฝันเลยว่าจะมีวันที่ตัวเองแรดต่อหน้าอัลฟ่าได้ขนาดนี้
 
 
“โอย แบมบี้ขา.......”  
 
 
เคนเนทถึงกับต้องยกมือกุมอกข้างซ้ายเอาไว้ หัวใจของเขาเต้นแรงเป็นบ้าเป็นหลังได้ยินคำพูดประโยคเดียวจากปากเมียเด็ก ยอมรับเลยว่าเจ้ากวางน้อยมีพลังทำลายล้างสูงมาก เวลาดื้อก็น่าปล้ำ เวลาไม่ดื้อยิ่งน่าปล้ำเข้าไปใหญ่  
 
 
“พี่ขอเตือนเลยนะคะว่าอย่าทำตัวน่ารักมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นพี่ต้องฟัดหนูจนช้ำคามือแน่”
 
 
“ก็ฟัดสิ กวางยอมเป็นเมียพี่คีนแล้วนี่”  
 
 
ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของคำขู่ ถึงแม้จะยังเขินจนตัวแทบแตก แต่ในเมื่ออุตส่าห์มาถึงขั้นนี้แล้ว ถ้าจะโดนก็ขอโดนแบบสะท้านลืมไม่ลงอย่างที่เคยอ่านในเว็บเล่าประสบการณ์เสียว ประมาณนั้นเลย  
 
 
“แต่พี่คีนก็ต้องจำไว้เหมือนกันนะว่าถ้าทำไม่ถูกใจกวาง คราวหน้าอด”
 
 
คนฟังได้ยินแล้วก็ยิ่งมันเขี้ยวในความแก่แดดแก่ลมของโอเมก้าตัวเล็ก ร่างสูงโน้มใบหน้าอ่อนใสลงมารับจุมพิตที่กลางหน้าผากแทนคำสัญญา ก่อนบทรักที่รอคอยจะเริ่มต้นขึ้นด้วยความยินยอมพร้อมใจจากเจ้ากวางน้อย
 
 
“หนูได้สิทธิ์นั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ พี่จัดชุดใหญ่ให้เลย”



จบประโยคปุ๊บ ริมฝีปากหยักได้รูปก็ประกบจูบดูดดื่มบดขยี้เข้าใส่อย่างเอาเป็นเอาตาย หากเพราะเมื่อกี้ได้วอร์มอัพเตรียมมาแล้วถึงสองครั้ง กวิวิชญ์จึงเริ่มรู้แล้วว่าจะต้องรับมือกับเคนเนทอย่างไร.... เขาคล้อยตามการชักนำของอัลฟ่าหนุ่ม ยอมให้อีกฝ่ายเบียดคลึงกลีบปากหนักหน่วง ปลายลิ้นกระหวัดเข้าหาอย่างมีชั้นเชิง ฉกชิงเอาความหอมหวานน่าหลงใหลไปลิ้มรสจนแทบหมดเกลี้ยง แล้วจึงเพิ่มความร้อนแรงให้มากยิ่งขึ้น มือแกร่งจับปลายคางเรียวมนเอาไว้ไม่ให้ขยับในขณะที่ร่างกายผอมบางอ่อนปวกเปียกประหนึ่งขี้ผึ้งลนไฟ


“อืม........อื้อ...........แฮ่กๆ....”


ข้างในโพรงปากและลำคอร้อนผ่าว เสียงหอบหายใจสะท้อนก้องอยู่ในอก หยาดน้ำใสซึมเลอะทั่วริมฝีปากและปลายคางเมื่อสุนัขป่าตัวยักษ์ไล่ชิมความอ่อนหวานไร้เดียงสาของกวางน้อยจนถ้วนทั่ว


“พี่คีน เราจะมีอะไรกันตรงนี้เหรอ?”  


เสียงหวานแหบพร่าเอ่ยถามทันทีที่เคนเนทปล่อยให้พักหายใจหายคอชั่วคราว จนถึงตอนนี้กวางยังอยู่ในท่านั่งตักหันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม โดยมีเพียงท่อนแขนหนาโอบล้อมด้านหลังกันไม่ให้ร่วงหงายหลังจากเก้าอี้ลงไปเท่านั้น  “กวาง.......อื้อ.........กวางกลัวหล่น...........”


“ไม่หล่นหรอกค่ะ เมียขา~”  


เคนเนทกระเซ้า แกล้งแหย่น้องให้แก้มขึ้นสีเลือดฝาดจัดกว่าเดิมด้วยคำเรียกที่ฟังแล้วคันยุบยิบในหัวใจชอบกล  


“พี่กอดหนูอยู่นะคะ.... ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้านี่ พี่จะไม่ให้หนูเจ็บเลยแม้แต่นิดเดียว”


พูดพลางชี้นิ้วไปที่เป้ากางเกงตัวเองซึ่งแข็งตึงเต็มที่ เรียกฝ่ามือเล็กให้ฟาดลงบนไหล่กำยำดังเพียะ โทษฐานพูดจาทะลึ่งตึงตังไม่อายฟ้าอายดิน


“พี่คีนลามกอีกแล้ว........”


“ก็พี่รู้ว่าหนูชอบให้พี่ลามกด้วย”


พูดอีกก็ถูกอีก เวลาถูกพี่คีนแทะโลม ทำเหมือนว่าเขาเป็นโอเมก้าคู่ชะตาที่พอเห็นเมื่อไรก็ปลุกกำหนัดและอารมณ์หื่นกระหายได้เมื่อนั้น กวางก็แอบรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก


“อ๊ะ.....!”


เสื้อยืดตัวหลวมโคร่งถูกถอดออกทางศีรษะ ร่างเล็กผวาเฮือกเมื่อกลีบปากหยักร้อนดูดดึงเข้าที่ลำคอขาว ขบเม้มเบาๆ จนเกิดรอยห้อเลือดแดงก่ำเสมือนตราประทับบ่งบอกว่าเขาถูกมิสเตอร์แซมมวลส์ตีตราจองเอาไว้แล้ว.... กวิวิชญ์ครางเสียงงึมงำในตอนที่อีกฝ่ายใช้นิ้วอุ่นเค้นคลึงยอดอกสีอ่อนจนมันแข็งขึ้นเป็นไต บดช้าๆ แต่เน้นหนักทุกจังหวะเพื่อให้คนอ่อนประสบการณ์เสียวสะท้านขนลุกชันทั้งตัว ละเลียดประวิงเวลาจนกวางน้อยซึมซับรสรักวาบหวามเต็มที่ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นใช้ลิ้นตวัดขยี้ลงไปแทน แนวฟันคมขบครูดพอให้เสียวแปลบจนแผ่นหลังแอ่นโค้งอย่างน่าอาย


“งื้อ......พี่คีน.........อย่าทำแรงนะ........อ๊ะ.........”


ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ เพราะเจ้าของริมฝีปากเจ้าชู้ไม่คิดจะฟังกันเลย เคนเนทดูดคลึงเม็ดเชอร์รี่หอมหวานจนมันสุกงอมบวมเป่ง ทั้งขบทั้งกัดส่งผ่านความหวามไหวเข้าโจมตีเหยื่อตัวเล็กให้อ่อนระทวย เสียงหอบหายใจผสานเสียงครางดังชัดกว่าเดิม มือเรียวขยุ้มเส้นผมสีน้ำตาลทองอย่างหวังระบายความอัดอั้น


“หัวนมหนูแข็งมากเลย เริ่มเสียวแล้วใช่ไหมคะ?”


“อา........อ๊ะ.............”


ไม่มีคำตอบเป็นชิ้นเป็นอัน มีแต่เสียงครางหวานหูกับท่าทางร่านรัก บดสะโพกเข้าหาส่วนแข็งขืนที่ตั้งชันรออยู่ด้านล่างอย่างลืมตัว.... เครื่องเพศโอเมก้าชายอันเล็กก็เต็มตึงอยู่ใต้ร่มผ้า และทุกครั้งที่กวางขย่มบั้นท้ายอยู่บนตักร่างหนา น้องน้อยที่แสนน่าเอ็นดูก็จะถูไถเข้ากับหน้าท้องซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามพอดิบพอดี


ว่าแต่คนอื่น หนูแบมบี้เองก็ลามกไม่ใช่เล่นเถอะ....


“ถอดกางเกงนะคะ คนดี ขอพี่คีนดูเจ้าตัวจิ๋วของหนูหน่อย”


เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างว่าง่ายก่อนจะเหวี่ยงขาลงกับพื้นแล้วหยัดกายขึ้นยืนโดยที่สองมือยังจับไหล่เคนเนทเอาไว้ไม่ให้ตนเองทรุดฮวบลงไป กางเกงชั้นในเขาแฉะจนรู้สึกรำคาญ จึงยอมให้อีกฝ่ายถลกขอบยางยืดรูดเอาเสื้อผ้าทุกชิ้นออกให้พ้นทางแต่โดยดี.... หลังจากจัดการกับสิ่งปกปิดของกวางน้อยเสร็จ ร่างสูงก็ดึงกางเกงลงปลดปล่อยความเป็นชายให้ได้ออกมาสัมผัสอากาศเช่นกัน


“ดูสิคะ แบมบี้”  


เมื่อทั้งคู่กลับมาอยู่ในท่าเดิมโดยไม่มีอุปสรรคกีดขวาง ท่อนเอ็นสองลำซึ่งขนาดแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงจึงกระทบเสียดสีเข้าหากันราวกับจะทักทาย.... ที่ดึงดูดสายตาจนสุนัขป่ากลัดมันให้จ้องเขม็งตาไม่กะพริบก็คือแกนเนื้อสีชมพูสดฉ่ำเยิ้ม ทั้งที่เคยผ่านตาผ่านมือมาแล้วหากเขาก็ยังเผลอสูดปากด้วยความกระหายหิว อยากจะจับมันคลึงเค้นแรงๆ หรือไม่ก็อมให้มิดตั้งแต่โคนจรดปลายอย่างนึกมันเขี้ยว  


“หนูเป็นโอเมก้าที่สวยที่สุดเท่าที่พี่คีนเคยเห็นมาเลยค่ะ.... หนูสวยมาก น่ากินมาก เซ็กซี่จริงๆ หนูเซ็กซี่จนพี่คีนอยากได้หนูเป็นเมียจะแย่อยู่แล้ว”


“บ้า.....พี่คีนต่างหากล่ะที่เซ็กซี่............”  


จะบอกว่าเมาซิกส์แพคก็คงใช่ แต่ถ้าบอกว่าตื่นเต้นกับความอลังการงานสร้างของพี่คีนก็คงใช่ยิ่งกว่า.... นี่สินะที่เขาเรียกว่าไซส์ฝรั่งสิบนิ้วในตำนาน ท่อนลำอวบตึงแบบที่มือข้างเดียวกำไม่รอบ เส้นเลือดเส้นเอ็นอวบอูมเป็นรอยหยักสร้างความน่าเกรงขามให้กับอัลฟ่านักล่า ส่วนปลายบานดูน่ากลัวเหมือนอาวุธชั้นยอดที่สามารถทำให้โอเมก้าอย่างเขาต้องยอมศิโรราบอย่างไร้ทางเลือก ไหนจะลูกกลมที่ฐานซึ่งเขาว่ากันว่าจะขยายใหญ่ได้และกลายเป็นเครื่องพันธนาการระหว่างร่วมรักจนกว่าอัลฟ่าจะหลั่งน้ำเชื้อหมดอีกล่ะ  “ใหญ่ขนาดนี้ จะเป็นเมียพี่คีนได้ กวางต้องเจ็บตายแน่เลย.........”


“ใหญ่ก็จริง แต่มันเชื่องนะคะ ไม่กัดหนูหรอกค่ะ”


ร่างหนาพูดติดตลก ด้วยรู้ดีว่าขนาดเท่านี้ ต่อให้เคยมาแล้วหนหนึ่งก็ใช่ว่าจะคุ้นชินกันง่ายๆ ยิ่งมาเจอสมัครเล่นเพิ่งเคยมีประสบการณ์แค่ครั้งเดียว เขาก็ต้องดักคอเอาไว้ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ


“หยึย ไม่เชื่ออะ”


กวางส่ายหน้าทำท่าขนลุกขนพอง ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้างูยักษ์อวบหนาของพี่คีนจะเคยผ่านเข้าไปพ่นพิษในตัวเขาได้


“งั้นหนูลองจับดูก่อนก็ได้”  


เคนเนทเชิญชวน ก่อนจะจับมือกวิวิชญ์ให้กอบกุมแตะต้องลงบนความภาคภูมิใจของเขา  


“อย่างนั้นแหละค่ะ ดีมาก.... จับตรงหัวก่อน รูดเบาๆ ช้าๆ ทำเหมือนว่าหนูกำลังจะรีดนมวัว แล้วค่อยเลื่อนมือลงมาข้างล่าง กำเอาไว้หลวมๆ แล้วเปลี่ยนเป็นรูดจากล่างขึ้นบน...........”


กวางน้อยทำตามที่คุณครูสอน ฝ่ามือเล็กเลื่อนไล้สัมผัสความตื่นตัวของร่างหนาอย่างเต็มที่ แค่แตะโดนนิดหน่อยมันก็ทำท่าขู่ฟ่อดิ้นสู้มือเขาเสียแล้ว.... นอกจากทำตามที่อัลฟ่าหนุ่มนักรักกำกับทีละขั้นตอนแล้ว เขายังงัดวิชาที่เคยแอบศึกษาจากคลิปวีดิโอในเว็บโป๊มาใช้ เพียงไม่นาน ความเป็นชายของเคนเนทก็ร้อนขึ้น ใหญ่ขึ้น อวบขึ้น พร้อมกับตรงปลายยอดที่บวมเป่งเต้นตุบราวกับสัตว์ป่าที่กำลังเกรี้ยวกราด


“ยะ.....อย่างนี้เหรอ......?”


“ใช่ค่ะ.....อา.....เก่งมาก พี่รักหนูจัง” 


ถึงจะยังเงอะงะอยู่บ้างตามประสามือใหม่หัดขับแต่ก็พอทำให้อดีตคาสโนว่าเสียววูบจนหน้าท้องหดเกร็ง ห้วงอารมณ์ดำดิ่งจมอยู่กับความปรารถนาจนยากเกินจะถอยหลังกลับ มีทางเดียวก็คือต้องเร่งเครื่องเจ้ากวางน้อยให้ตามมาให้ทัน ซึ่งมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร  


“พี่ก็จะทำให้หนูด้วยนะ เราจะได้มีความสุขไปพร้อมกันไงคะ”


เคนเนทดึงร่างเล็กเข้ามาจูบปิดปาก ก่อนจะลงมือจัดการกับส่วนกลางลำตัวสีหวานซึ่งชูชันล่อสายตาเขาอยู่นาน


“อ๊ะ.... พี่คีนเบาๆ !”


ทั้งที่เริ่มจากตรงปลายเหมือนกันแต่เทคนิกกลับแตกต่างกันลิบลับ เคนเนทใช้ปลายนิ้วขยี้ยอดแกนกายเล็กซึ่งปริ่มน้ำคัดหลั่ง บดจุดไวสัมผัสอย่างชำนิชำนาญ ส่งผลให้ร่างเล็กซึ่งไม่เคยรู้มาก่อนว่าโดนเล่นงานตรงไหนจะเสียวที่สุดสะดุ้งเอือกสุดตัว แข้งขาสั่นระริกเมื่อจากที่แค่เสียวร้อนวูบวาบกระสับกระส่ายหน่อยๆ ก็แปรเปลี่ยนเป็นเกือบถึงจุดสุดยอดในเสี้ยววินาที


“พี่ไม่ได้ทำหนูแรงเลยนะคะ แต่หนูน่ะเสียวเก่งเอง.... พี่จับตรงไหนก็ครางเสียงหลงไปหมด”  


มือข้างหนึ่งหยอกล้อเล่นกับท่อนเนื้อบวมแดง ส่วนอีกข้างก็กลับไปเย้าแหย่ยอดอกที่ถูกทิ้งร้าง กวางน้อยเริ่มครวญครางอย่างสุดกลั้น มือที่ปรนเปรอให้อัลฟ่าเผลอหยุดชะงักไปแบบไม่อาจควบคุม   


“เดี๋ยวเถอะ แบมบี้ ถึงจะเสียวแต่ก็ห้ามขี้โกงหยุดมือนะคะ”


“อื้อ.....กะ.....ก็พี่คีนแกล้ง......กวางทำไม่ไหว.....”


กวางน้อยส่ายหน้าจนผมกระจาย มือเขายังแตะอยู่ที่ความกำยำของอีกฝ่ายก็จริง แต่ไม่มีสติเหลือมากพอจะจับมันรูดรั้งแบบเมื่อครู่อีกต่อไปแล้ว


“แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วเหรอ? ไหนว่าอยากให้พี่คีนจัดเต็มไงคะ?”


“อ๊ะ.....อ๊า......พี่คีน.....อย่าแกล้งน้อง......”


“ช้าไปแล้วค่ะ คนสวย”


ผิวขาวจัดผุดผาดถูกบ่มด้วยแรงกำหนัดร้อนเร่าจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ใบหน้าบูดบึ้งอย่างคุณชายผู้เอาแต่ใจบิดเบี้ยวเหยเก เผยอกลีบปากร้องเสียงกระเส่าขอความเห็นใจไม่หยุดหย่อน.... มือเรียวผละจากท่อนเอ็นกำยำมาจิกหัวไหล่หนาระบายความรู้สึกปั่นป่วนบริเวณท้องน้อย สะโพกกลมกลึงอวบแน่นลอยหวือขึ้นในอากาศยามเมื่อแรงกระสันซาบซ่านกำลังขับเคลื่อนของเหลวซึ่งบ่งบอกถึงความสุขสมให้ซึมเลอะเต็มอุ้งมือเคนเนท


“อะ.....ฮึก.....อึก.....พี่คีน........อื้อ.....พี่คีน......”


บั้นเอวคอดกิ่วบิดรั้งจนเห็นกระดูกชายโครง หากก็ไม่ช่วยให้ฝ่ายผู้ล่าอ่อนโยนกับเหยื่อเลยแม้แต่น้อย.... มือข้างเดิมยังคงทำงานต่อเนื่อง ในขณะที่ริมฝีปากพรมจูบโลมเลียไปทั่วผิวกาย แตะผ่านทุกส่วนสัดที่จะเรียกเสียงครางจากเด็กหนุ่ม เขารู้สึกปวดหนึบอัดอั้นแต่ก็หวามไหวเกินบรรยาย กวิวิชญ์ผวาเฮือกหนแล้วหนเล่า หอบหายใจเอาอากาศเข้าเต็มปอดโดยที่ช่วงล่างขยับโยกกระทุ้งเข้าหาฝ่ามือเคนเนทอย่างลืมตัว


แค่ถูกใช้มืออย่างเดียว พี่คีนยังเล่นเอาเขาเกือบตาย


ใจจะขาดอยู่แล้ว....


“ปล่อยออกมาเลยค่ะ แบมบี้.... เสร็จให้พี่คีนดูหน่อย”


“อ๊ะ......อ๊าาาาาาาาา”


กวางหวีดร้องออกมาอย่างสิ้นแล้วซึ่งทุกสิ่ง ร่างกายกระตุกเกร็งอยู่บนตัวอัลฟ่าหนุ่ม ปลายเล็บจิกลงบนผิวเนื้อสีคร้ามแดดอย่างไม่ไหวจะอดกลั้น ใบหน้าน่ารักแสดงออกถึงจุดสิ้นสุดของห้วงอารมณ์ลึกล้ำพลางปลดปล่อยทุกหยาดหยดให้ทะลักล้น เปรอะเปื้อนรินรดเต็มอุ้งมือใหญ่และหยดลงสู่หน้าท้องโป่งนูนน้อยๆ


“แฮ่กๆๆ........ฮ้า..........”


เสียงหอบหายใจดังสะท้อนทั่วทั้งชั้นดูเพล็กซ์ของคอนโดมิเนียมสูงระฟ้า แค่ได้ปลดปล่อยความต้องการนอกช่วงฮีท กวิวิชญ์ก็รู้สึกเหนื่อยอ่อนกะปลกกะเปลี้ยเสียจนต้องเอนซบเข้าหาผืนอกของคนตรงหน้า แนบแก้มใสชื้นเหงื่อกับลาดไหล่แข็งแรงก่อนที่จะถูกเชยคางมนขึ้นรับจูบ โดยที่ก้อนเนื้อใต้อกซ้ายไม่ได้ผ่อนจังหวะการเต้นสูบฉีดเลือดลงเลย มิหนำซ้ำ แกนกายเล็กซึ่งยังเต้นตุบอยู่ในกำมืออัลฟ่าก็ทำท่าเสมือนว่าจะตื่นตัวขึ้นมาอีก


“พี่คีน...........”  


ร่างเล็กเว้าวอนออดอ้อนเมื่อความต้องการของเขาไม่ได้ลดน้อยถอยลงเลย หากมันกลับยิ่งทวีความร้อนรุ่มกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว แค่ผิวกายเปลือยเปล่าเสียดสีกันโดยที่เคนเนทยังครอบครองกอบกุมส่วนอ่อนไหวของเขาเอาไว้ เขาก็คล้ายว่าจะไปถึงฝั่งฝันได้อีกรอบโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย 


“ช่วยด้วย......กวางร้อน.........แถมตรงนี้ก็เสียวไม่หยุดเลย..........”


ไม่พูดเปล่าแต่ยังดันสะโพกเข้าหาท่อนเอ็นอุ่นของร่างหนาอย่างยั่วยวน ด้านหน้าซึ่งตื่นตัวก็สั่นระริกทยอยปล่อยน้ำสีขาวขุ่นจางไม่ขาดสาย


“เมื่อกี้หนูปล่อยออกมาตั้งเยอะ ไม่หายร้อนเลยเหรอคะ?”


“กวางว่า.... กวางคงต้องเสร็จให้พี่คีนดูอีกหลายๆ รอบ ถึงจะหาย..........”

 
 
“แล้วพี่ล่ะ?”  
 
 
ชายหนุ่มแกล้งถามถึงตัวเอง เพราะเมื่อครู่เจ้ากวางน้อยมัวแต่ร้องครางเสียงสั่นพร่า มือไม้อ่อนแรงจนไม่สามารถแฮนด์จ็อบแลกเปลี่ยนให้เขาได้ ถ้าคราวนี้เขาปรนเปรอให้อีก เมียเด็กที่สุดแสนจะเสียวเก่ง แตะโดนจุดอ่อนนิดๆ หน่อยๆ ก็ได้แต่ร้องระงมส่ายสะโพกไปมาก็คงมิแคล้วปล่อยให้เขาเสร็จแห้งอยู่ฝ้ายเดียวซ้ำสอง  
 
 
“ใจคอหนูจะสนุกคนเดียวเลยเหรอ.... ไหนว่าจะเป็นเมียพี่คีนไง?”
 
 
“พี่คีนก็มัวแต่เล่น ไม่เอากวางจริงๆ สักทีนี่”  
 
 
เป็นเพราะเคนเนทเก่งเกินไปจนเขาตามไม่ทันต่างหาก ไม่ใช่ความผิดของกวางสักหน่อยที่รู้สึกดีกับการถูกเอาใจ ที่สำคัญก็คือมันเป็นหน้าที่ของพี่คีนอยู่แล้วที่ต้องเล้าโลมให้เขาก่อน.... แต่เอาเถอะ ไหนๆ ก็เป็นเรื่องที่ควรวิน-วินกันทั้งสองฝ่าย งั้นเขาก็จะยอมให้พี่คีนได้สนุกบ้างก็แล้วกัน  
 
 
“เอาอันนี้ของพี่คีนใส่ในตัวกวางแล้วก็ขย่มแรงๆ แค่นี้เราก็เสียวพร้อมกันแล้ว.... ไม่เห็นต้องมาตัดพ้อกวางเลย ยังไงกวางก็ให้ทำน่า.........”
 
 
“น่ารักจริงๆ เลยค่ะ เมียพี่”  
 
 
เคนเนทหอมแก้มเจ้ากวางน้อยฟอดใหญ่ เอาให้สาสมกับความน่าจับกินของอีกฝ่าย.... ให้ตายเถอะ แค่วันนี้วันเดียว เขามันเขี้ยวอยากฟัดแม่ของลูกไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว กลัวใจตัวเองจะลืมออมแรงจนเผลอเข้าลึกไปจนเขกหัวเบบี้ในท้องชะมัด  
 
 
“งั้นเราไปต่อกันบนที่นอนนะคะ จะได้ไม่กระเทือนโดนลูกกวางน้อยของเรา..........”
 
 
เคนเนทหมายถึงฟูกนอนบนชั้นดูเพล็กซ์ของเขาซึ่งอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ร่างสูงประคองกวิวิชญ์ให้ลุกขึ้นยืน คราบไคลที่เพิ่งหลั่งออกมาหยดไล้ไปตามเรียวขาขาว ช่างเป็นภาพที่เซ็กซี่จนอยากจะเอากล้องถ่ายรูปมาบันทึกไว้เสียจริง
 
 
แต่ก่อนที่เขาจะได้จูงมือพาเมียเด็กไปยังที่ที่ต้องการ กวางน้อยก็รั้งพ่ออัลฟ่ายอดนักรักเอาไว้ก่อนจะส่ายหน้าเชื่องช้า
 
 
“ไม่เอาที่นอนพี่คีน............”
 
 
กำลังจะถามอยู่แล้วเชียวว่าทำไม ทว่า กวางขี้อ้อนก็โผเข้ากอดชายหนุ่มพร้อมเฉลยให้รู้ว่าเจ้าตัวมีสถานที่อื่นซึ่งเหมาะกับการร่วมรักมากกว่าอยู่ในใจ
 
 
“เข้ารังกันเถอะ.........กวางอยากโดนพี่คีนเอาในรังของกวาง.............”
 
 
ในตอนนั้นเคนเนทนึกถึงความฝันประหลาดเมื่อหลายเดือนที่แล้ว เขาเคยฝันว่าตนเองกับกวิวิชญ์มีความสัมพันธ์ทางกายกันในรังโอเมก้าที่แสนนุ่มนิ่มและหอมกลิ่นฟีโรโมน แต่ไม่คาดคิดเลยว่าจะมีวันที่ความฝันลมๆ แล้งๆ ตามประสาอัลฟ่าซึ่งเต็มไปด้วยจินตนาการทางเพศจะกลายเป็นเรื่องจริง
 
 
การที่โอเมก้ายอมให้อัลฟ่าเข้าไปมีเซ็กซ์ด้วยถึงในรัง ไม่ใช่อัลฟ่าบุกรุกเข้าไปบังคับขืนใจเอง มันเป็นการแสดงออกถึงการยอมรับสถานะผัวเมียที่ชัดเจนยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด.... กวางน้อยต้องติดกลิ่นกายเขา ต้องสบายใจที่ได้อยู่ใกล้เขา และต้องรู้สึกเชื่อมั่นว่าตัวเองจะปลอดภัยเมื่อถูกเขากอด ซึ่งถ้าเป็นก่อนหน้านี้ เคนเนทคงแทบไม่กล้าคาดหวังเลยว่ามันจะเกิดขึ้นจริง
 
 
และถ้าหากเรื่องระหว่างเรายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาจะสามารถคาดหวังไปถึงสองหัวใจที่สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวของคู่ชะตาได้ไหมนะ....?
 
 
“ได้เลยค่ะ.... เรามารักกันจนฟ้ามืดเลยนะคะ แม่กวางน้อยของพี่”
 
 
มือหนาคว้าขวดเจลหล่อลื่นจากใต้หมอน แล้วอุ้มร่างอ้อนแอ้นปวกเปียกลงบันไดไปยังรังโอเมก้าที่อยู่ชั้นล่าง.... เขาวางกวิวิชญ์ลงบนกองผ้าห่มอย่างทะนุถนอม จูบเรือนร่างขาวละเอียดทั่วทุกตารางนิ้วตั้งแต่หน้าผากจรดปลายเท้า ทั้งหวงแหน ทั้งรักใคร่ ทั้งอยากอ่อนโยน แต่ก็อยากขยำขยี้ให้สมความต้องการ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นบทรักเร่าร้อนรุนแรงหรือวาบหวามนุ่มนวล เจ้ากวางน้อยก็ยินยอมแอ่นอกยกสะโพกล่องลอยไปตามการชักนำของอัลฟ่าผู้มีสายเลือดจ่าฝูงอย่างว่าง่าย
 
 
แม้กระทั่งดวงอาทิตย์เคลื่อนคล้อยเปลี่ยนเวลาจากบ่ายไปจนพลบค่ำ ก็ไม่อาจทำให้สองร่างซึ่งช่วงบนโอบกอด ช่วงล่างขยับโยกเข้าหากันด้วยความลุ่มหลงรักใคร่หยุดการเคลื่อนไหวลง....
 
 
 

 
 
หลายครั้งหลายคราวที่มโนธรรมในใจของมิสเตอร์เคนเนท วิลเลียม แซมมวลส์จะย้ำเตือนว่าเขาควรพอตั้งแต่ตอนที่ตัวเองได้ปลดปล่อยความต้องการเป็นครั้งที่สี่ และเจ้ากวางน้อยถึงฝั่งฝันเป็นครั้งที่เจ็ดหรือแปดนี่แหละ แต่สุดท้ายจิตใจฝ่ายมารของเขาก็เรียกพายุแห่งความปรารถนาให้พัดโหมกระหน่ำตั้งแต่บ่ายยันดึกดื่นค่อนคืน.... จนกวิวิชญ์ถึงจุดสุดยอดโดยที่แทบไม่เหลือน้ำให้หลั่งแล้ว เสียงครางก็แหบแห้งน่าสงสาร เขาถึงได้ยอมปล่อยมือจากร่างบาง ซึ่งก็อย่างที่เห็นว่าเมียเด็กของเขาไม่เหลือเรี่ยวแรงแม้แต่จะลืมตา ร่างเปลือยเปล่าชื้นเหงื่อผล็อยหลับทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ไม่ยอมลุกไปล้างทำความสะอาดคราบรักที่เขาทิ้งเอาไว้ในช่องทางและตามเนื้อตัวเลยด้วยซ้ำ
 
 
ก็เป็นหน้าที่ของสามีดีเด่นที่จะต้องเอาผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดเนื้อตัวภรรยาท้องอ่อนจนสะอาดเอี่ยม พร้อมสวมเสื้อผ้าชุดนอนหอมฟุ้งให้แล้วนอนกอดกันตลอดทั้งคืนที่เหลืออยู่ ก่อนจะต้องจำใจตื่นขึ้นมาตามลำพังในตอนสายของอีกวันเพราะนึกได้ว่าวันนี้มีนัดออกไซต์งานดูสถานที่จริงกับลูกค้า
 
 
“แบมบี้คะ”
 
 
“หือ..........”
 
 
เมื่ออาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็มากระซิบปลุกเมีย ไม่รู้ว่าเสียงที่ได้ยินนั้นคือเจ้าตัวขานรับหรือครางละเมอ แต่เอาเป็นว่าถ้าคุยกันรู้เรื่องก็ใช้ได้
 
 
“พี่คีนมีงาน ต้องออกไปคุยธุระกับลูกค้า.... หนูอยู่ห้องคนเดียวได้นะคะ?”  
 
 
กวางน้อยพยักหน้าทั้งที่ยังไม่ลืมตา แล้วก็นอนนิ่งปล่อยให้เคนเนทเอ่ยกำชับอะไรต่อมิอะไรไปตามประสามนุษย์ผัวและมนุษย์พ่อ  
 
 
“อาหารเช้าอยู่บนโต๊ะหน้าทีวี เดี๋ยวถ้าหนูตื่นแล้วต้องกินให้หมดนะ ห้ามเขี่ยแครอทกับข้าวโพดอ่อนทิ้งด้วย สักบ่ายโมงพี่คีนก็กลับแล้วค่ะ แล้วจะซื้อพิซซ่าถาดใหญ่กับชานมไข่มุกมาให้”
 
 
จากนั้นไม่นาน กวางน้อยซึ่งอยู่ในสภาพกึ่งหลับกึ่งตื่นก็ได้ยินเสียงปิดประตูและดิจิตอลล็อกดังปี๊บ เขาแผ่หราปล่อยร่างกายให้เข้าสู่ภวังค์แห่งการพักผ่อนฟื้นฟูพละกำลังจากกิจกรรมเมื่อคืน ไม่ใช่แค่เหนื่อยแต่ยังปวดเมื่อยไปทั้งตัว เอวก็ปวด สะโพกก็ปวด แถมยังแสบตรงนั้นอีกต่างหาก.... หากแทนที่จะหลับลึกหลับยาวได้เหมือนเช่นเคยก็กลับรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่อยู่ในรังตัวเองแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้วูบโหวงพิลึกพิกล ราวกับว่าบางสิ่งบางอย่างที่เคยมีมันหายไป แล้วมันก็ทำให้เขาหงุดหงิดกระวนกระวายจนนอนไม่หลับ
 
 
ทำไมข้างๆ กวางถึงไม่มีใครเลย?
 
 
พี่คีนไปไหน....?
 
 
 
ร่างเล็กลืมตาขึ้นมองไปรอบๆ ก่อนจะหายสะลึมสะลือแล้วตั้งสตินึกขึ้นได้ว่าเคนเนทมีนัดลูกค้าออกไปทำงานข้างนอก และตอนนี้ภายในคอนโดมิเนียมขนาดเกือบสี่สิบตารางเมตรซึ่งเคยมีชายหนุ่มเจ้าของห้องอยู่ด้วยตลอดนั้นเหลือเขาอยู่เพียงลำพัง
 
 
 
พอพี่คีนไม่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเลย
 
 
พี่คีนไม่รู้เหรอว่ากวางไม่ชอบอยู่คนเดียว....?
 
 
 
คงเป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติของโอเมก้าในยามที่จิตใจไม่มั่นคง เจ้ากวางน้อยเดินขึ้นไปบนชั้นดูเพล็กซ์ซึ่งอยู่นอกพื้นที่อาณาเขตตัวเองแบบไม่คิดจะรอขออนุญาตใครทั้งสิ้น.... เขารวบเอาผ้าห่มนวมผืนหนาและหมอนหนุนใบเขื่องซึ่งเป็นของใช้ส่วนตัวของอัลฟ่าหนุ่มไว้ในอ้อมแขนแล้วเดินกลับลงมา ก่อนจะเตะผ้าห่มลายก้อนเมฆผืนโปรดกระเด็นหายไปไหนสักที่ และล้มตัวลงนอนอีกรอบโดยห่มผ้าของเคนเนท ส่วนหมอนขนห่านใบนั้นก็เอามาใช้กอดแทนตุ๊กตา ปลายจมูกโด่งฝังลงในผืนผ้าสูดกลิ่นอายซึ่งเป็นกลิ่นเดียวกับคนที่กอดเขาอยู่ทุกคืนเข้าเต็มปอด
 
 
 
แค่นี้ก็เหมือนมีพี่คีนอยู่ด้วยแล้ว กวางค่อยรู้สึกดีขึ้นหน่อย
 
 
กลิ่นของอัลฟ่าที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยและสบายใจ....
 
 
กลิ่นของพี่คีน.....
 
 
 
 
ปี๊บ!
 
แกร๊ก!
 
 
 
กำลังเคลิ้มๆ จวนจะหลับอยู่แล้วเชียว ฉับพลัน เสียงปลดรหัสดิจิตอลล็อกและเสียงเปิดประตูก็บังคับให้กวิวิชญ์ต้องลืมตาขึ้นอีกครั้งอย่างน่าหงุดหงิดเป็นที่สุด  ตามติดมาด้วยเสียงฝีเท้าเดินย่ำเข้ามาภายในห้องอย่างถือวิสาสะ
 
 
เพราะกลิ่นน้ำหอมหวานเอียนและบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย สัญชาตญาณระวังภัยของโอเมก้าจึงทำงานเร็วไวราวกับเปิดสวิตช์ กวางน้อยรีบยกผ้านวมสีเทาผืนหนาเตอะคลุมโปงตั้งแต่หัวจรดเท้าเพื่อป้องกันไม่ให้ฝ่ายผู้บุกรุกมองเห็นว่ามีคนอยู่ในห้องแล้วปรับระดับลมหายใจให้แผ่วที่สุดเท่าที่จะทำได้.... ถ้าจำไม่ผิด ดูเหมือนโทรศัพท์มือถือของเขาจะอยู่ตรงแถวๆ รางปลั๊ก แต่ถ้าเขาเอื้อมมือไปหยิบ คนที่อยู่ด้านนอกก็อาจจะสังเกตเห็นว่าห้องนี้ไม่ได้ว่างเปล่าไร้ผู้คนอย่างที่ควรจะเป็น
 
 
‘ออมเล็ตเรอะ? ของใครเนี่ย?’
 
 
 
พี่คีนบอกว่าทำอาหารเช้าวางเอาไว้ให้ที่โต๊ะหน้าโทรทัศน์ ถ้าอย่างนั้นคนร้ายซึ่งเป็นใครก็ไม่รู้ก็อยู่ห่างจากเขาไปเพียงไม่กี่เมตร  
 
 
 
‘คีน คุณอยู่หรือเปล่า!?’
 
 
 
จะเรียกว่าเป็นคนร้ายก็คงไม่ใช่เสียทีเดียว ไหนจะมีคีย์การ์ดสำหรับใช้ขึ้นลิฟท์มาบนชั้นพักอาศัย ไหนจะรู้พาสเวิร์ดเปิดประตูแบบไม่ต้องเดาสุ่มเลย ดูท่าทางคนๆ นั้นคงตั้งใจจะมาหาเคนเนทถึงได้ตะโกนเรียกเจ้าของห้องครั้งแล้วครั้งเล่าพร้อมกับเดินพล่านไปมา ทั้งเปิดประตูห้องน้ำ ประตูระเบียง รวมทั้งขึ้นบันไดไปสำรวจบนชั้นดูเพล็กซ์ซึ่งเมื่อวานนี้ถูกใช้เป็นสถานที่พลอดรักระหว่างเคนเนทกับเจ้ากวางน้อย
 
 
แต่ในความรู้สึกของโอเมก้าท้องอ่อนซึ่งกำลังหวงสถานที่ แน่นอนว่า คุณชายกวิวิชญ์จะต้องรู้สึกไม่ชอบใจอย่างแรง เขาโมโหฮึดฮัด หวาดระแวงและหงุดหงิดมากเหลือเกินที่มีใครก็ไม่รู้มาวุ่นวายเรียกหาพี่คีนในถิ่นของเขา
 
 
ลืมไปสนิทเลยว่าสิ่งที่ตนเองควรต้องกังวลก็คือจะมีคนรู้ว่าเขาไม่ได้ไปเป็นนักศึกษาแลกเปลี่ยนอยู่ออสเตรเลีย แต่สร้างเรื่องโกหกหลบหน้าคู่หมั้นกับผู้ปกครองมาอยู่กับเคนเนทเพื่อรอคลอดลูกต่างหาก....!
 
 
ในที่สุด ร่างเล็กก็คว้าโทรศัพท์มือถือมาได้ เขาเปิดโปรแกรมแชทเตรียมจะพิมพ์ข้อความบอกชายหนุ่มจากใต้ผ้าห่มว่ามีคนบุกรุกเข้ามา ให้รีบกลับมาไล่ออกไปเดี๋ยวนี้ก่อนที่กลิ่นน้ำหอมแสบจมูกนั่นจะมาติดใส่รังของเขา ทว่า ยังไม่ทันได้พิมพ์อะไร เสียงฝีเท้าก็ย่ำลงจากบันไดก็มาหยุดอยู่ตรงหน้ารังโอเมก้า อาณาเขตสุดหวงของเจ้ากวางน้อยพอดิบพอดี
 
 
 
‘ผ้าห่มของคีนนี่? ทำไมมาอยู่ตรงนี้?’
 
 
ยังไม่ทันขาดคำ ผ้านวมกลิ่นอัลฟ่าซึ่งกวางอุตส่าห์ไปหอบลงมาจากชั้นบนก็ถูกใครคนนั้นกระชากติดมือไป โฉมหน้าเจ้าของกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกและเสียงฝีเท้าชวนหงุดหงิดปรากฏสู่สายตาเด็กหนุ่ม ในขณะที่อีกฝ่ายก็ตกตะลึงอ้าปากค้างอย่างนึกไม่ถึงเมื่อเพิ่งเห็นว่ามีบุคคลที่ไม่คาดคิดหลบซ่อนตัวอยู่ใต้ผ้านวม
 
 
‘เฮ้ย...........!!!??’
 
 
แต่ถ้าให้เทียบระดับความตกใจแล้ว ดูเหมือนฝ่ายคนแปลกหน้าจะตกใจกว่ากวางเยอะเลยทีเดียว
 
 
เพราะสำหรับกวาง อีกฝ่ายเป็นคนที่เขาคิดอยู่แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วก็คงได้เจอ เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกันเร็วขนาดนี้
 
 
 
“นะ.......น้องกวาง.........!!??”
 
 
 
“ออกไปให้พ้น อย่ามาแตะต้องรังของกวาง.... ออกไป!!!”
 
 
 
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของร่างผอมเพรียวสมอาชีพนายแบบซูเปอร์โมเดลซึ่งถอยหลังกรูดไปจนชิดโซฟาจะรู้จักคุณชายกวิวิชญ์ มัชชาระกุล ในเมื่อพวกเขาเคยเจอกันมาแล้วหนหนึ่งตอนที่ตามพี่พอร์ชไปออกรอบตีกอล์ฟ
 
 
กวางจำได้แม่นตั้งแต่วันนั้น และวันนี้ก็คงจะยิ่งจำแม่นมากขึ้นไปอีก
 
 
 
ก็เพราะนั่นคือ คุณแอล คู่ขาเบอร์หนึ่งของไอ้พี่คีนไงล่ะ....!
 
 
 
 
 
TO BE CONTINUE
#บังเอิญท้อง
[ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 10 : 'แสดงความเป็นเจ้าของ' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 9 : 'แด๊ดดี้ยืนหนึ่ง' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 8 : 'กวางน้อยทำรังแต่พอตัว' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 7 : 'ชั่วเจ็ดที ไม่ดีสักหน' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 6 : 'บทเรียน One Night Stand' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 5 : 'จุดอ่อนของอัลฟ่า' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 4 : 'เซอร์ไพรส์กันให้สุด' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 3 : 'คู่หมั้นคู่หมาย' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 2 : 'ปรบมือข้างเดียวก็ดังได้' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
- [ Omegaverse ] αΩ ++ CRUEL INTENTIONS : บังเอิญท้อง ++ Ω α CHAPTER 1 : 'กลิ่น' [1 พฤษภาคม 2562 19:19 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY