ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 5
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 190
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 979,515
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 พฤศจิกายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
  Short Fiction & One Shot
[SHORT FIC]*+*+ [ THE HANGING TREE ] +*+*(One Shot)
[9 มีนาคม 2556 11:03 น.]จำนวนผู้เข้าชม 4840 คน
Hanging Tree

(Jin x Kazuya)
Fiction By AlizzyKame(Lilly&Butterfly)







Are you, are you
 Coming to the tree
Where they strung up a man they say murdered three?
Strange things did happen here

No stranger would it seem
If we met up at midnight in the hanging tree.




10.00PM Sunday Night


เสียงล้อรถบดไปตามพื้นคอนกรีตดังก้องไปทั่วอาคารสถานีโทรทัศน์ซึ่งตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากย่านกลางคืนอย่างรปปงงิ ด้วยเพราะเป็นเวลายามวิกาลซึ่งมีเพียงพนักงานไม่กี่สิบชีวิตอยู่สแตนด์บายสำหรับรายการรอบดึก ผมจึงสามารถหาที่จอดรถซึ่งอยู่ใกล้กับประตูทางเข้าลิฟท์โดยสารได้อย่างไม่ยากเย็น.... 

อากาศด้านนอกหนาวจนจับขั้วหัวใจ ประกอบกับที่ได้ยินข่าวมาว่าพายุไต้ฝุ่นกำลังจะพัดผ่านโตเกียวในวันพรุ่งนี้ทำให้ลมยิ่งกรรโชกแรงจนถึงขนาดที่ดาวน์แจ็คเก็ตตัวโปรดยังกันไอเย็นเอาไว้ไม่อยู่ แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น ความหนาวเหน็บของอากาศกลับเทียบเคียงไม่ได้เลยกับเปลือกน้ำแข็งซึ่งกัดเซาะหัวใจของผมให้ผุกร่อนจนแทบแตกสลาย

ปลายนิ้วของผมเริ่มปวดเกร็งจนชาเมื่อมันยังเฝ้ากดย้ำอยู่บนเครื่องมือสื่อสารหนแล้วหนเล่า เสียงสัญญาณยาวๆดังขึ้นติดต่อกันก่อนที่จะกลายเป็นระบบฝากข้อความอัตโนมัติ.... ผู้หญิงน่าเบื่อที่เอาแต่พูดข้อความเดิมๆซ้ำไปซ้ำมาย้ำเตือนให้ผมนึกถึงเศษสกปรกที่ติดค้างอยู่ในใจตลอด2เดือนที่ผ่านมา หลายครั้งที่ผมพยายามหนี หลายครั้งที่ผมพยายามปลอบใจตัวเองด้วยการกลับดำให้เป็นขาว ทำผิดให้เป็นถูกแล้วบอกตัวเองว่าไม่ได้เสียใจเลยสักนิด แต่ท้ายที่สุด ผมก็หนีความจริงไปไม่พ้น เหมือนว่าเงาสีดำมะทึนที่ทอดยาวอยู่เบื้องหลังจะขยายใหญ่ขึ้นแล้วกลืนกินตัวตนที่แท้จริงของผมไปจนหมด

ผมถึงได้มาที่นี่....

มาเพื่อตามหาแสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวของผม แสงสว่างที่จะช่วยพาผมออกไปจากขุมนรกอันแสนมืดมิดและหนาวเหน็บ

หวังแค่เพียงไออุ่นบางเบา แล้วจะก้าวถอยออกมาเอง

เพราะรู้ดีว่าตัวผมไม่คู่ควรที่จะได้รับความอ่อนโยนจากมือเล็กๆคู่นั้นอีกต่อไปแล้ว



“อาคานิชิ!!!” 

ใครบางคนเรียกชื่อผมจากทางด้านหลัง น้ำเสียงของเขาเหี้ยมเกรียมและเกรี้ยวกราดอย่างที่ผมไม่เคยนึกชอบ หากเป็นเมื่อก่อน ผมคงเอาเรื่องทุกคนที่บังอาจตะคอกผมไม่ว่ามันจะเป็นใครหน้าไหนก็ตาม แต่ตอนนี้ผมกลับเหนื่อยล้าจนลืมความรู้สึกโกรธเกลียดเหล่านั้นไปจนสิ้น.... ชายวัยกลางคนร่างท้วมก้าวตรงมาหาผมซึ่งนั่งพิงประตูรถฝั่งคนขับอยู่ แม้จะมองจากระยะไกลแต่ผมก็จำได้แม่นว่าเขาเป็นหนึ่งในพนักงานระดับอาวุโสของบริษัท สีหน้าของเขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจ ปลายนิ้วอวบชี้หน้าผมอย่างหยาบคายพร้อมกับถ้อยคำขับไล่ ไล่กันเหมือนหมูเหมือนหมาโดยที่ผมยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากทักทายตามมารยาทเลยด้วยซ้ำ

“นายไม่ควรมาที่นี่เลยนะ กลับไปซะ!!”

“ผม............แค่อยากเจอเขา..............” 

ผมพยายามบอกเหตุผลความจำเป็นให้คนตรงหน้าฟัง มันอาจจะฟังดูไร้สาระ ฟังไม่ขึ้นและเอาแต่ใจตัวเองแบบไม่น่าให้อภัยอย่างที่ใครต่อใครมักจะด่าว่าผมอยู่เสมอ แต่สำหรับตอนนี้ เวลานี้ ผมไม่ได้ต้องการอะไรมากเกินไปกว่าขอเพียงได้พบกับแสงสว่างของผม.... แค่สักเสี้ยววินาทีเดียวก็ยังดี ได้โปรดรับฟังคำขอของผม............

“แค่เรื่องที่ผ่านมามันยังไม่มากพออีกเหรอ นายคิดจะทำให้เขาต้องยุ่งยากเพราะการกระทำโง่ๆของตัวนายเองอีกเท่าไรถึงจะพอ!!??”

“ถ้ายังมีสำนึกของความเป็นคนอยู่บ้างก็กลับไปเดี๋ยวนี้เลย!!!”

“แต่................”

“ไม่มีคำว่าแต่ รีบกลับไปซะ!!!”

“กลับไปสิ หรือว่าอยากให้ฉันรายงานผู้ใหญ่ว่านายมาก่อกวนการทำงานของคาเมะนาชิ!!??” 

มือของผมกำหมัดแน่นจนเล็บจิกฝังเข้าในผิวเนื้อ แต่มันกลับไม่เจ็บเลยแม้แต่น้อยในเมื่อซีกหน้ากำลังเห่อชาเจ็บแสบด้วยคำขู่ของผู้อาวุโสกว่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยอ้าแขนต้อนรับผมให้มาได้ทุกเวลา.... แต่ผมไม่สามารถโต้เถียงหรือพูดอะไรได้เลย เพราะคนที่ใช้ฝ่ามือของตัวเองขยี้ดับเทียนไขเล่มน้อยที่ส่องสว่างท่ามกลางความมืดก็คือผม แล้วตอนนี้กลับจะมาเรียกร้องขอให้ใครสักคนช่วยจุดเทียนเล่มนั้นอีกครั้ง มันก็ฟังดูน่าสมเพชพอๆกับเวลาที่มองเห็นขอทานหิวโซที่โยนขนมปังก้อนเดียวที่อุตส่าห์หามาได้ทิ้งไปเพราะความคึกคะนองอย่างไรก็อย่างนั้น

เพราะผมมันไร้ค่า เป็นเศษสวะที่ทุกคนเมินหน้าหนีจนแม้แต่ชื่อก็ยังไม่อยากได้ยิน

ความหยิ่งทะนงตนในวันวานได้ถูกความจริงอันแสนโหดร้ายกลบฝังจนไม่เหลือซาก ก่อนที่จะค้นพบว่าตัวเองไม่ใช่จุดศูนย์กลางของโลกใบนี้

แต่ผมต้องเป็นฝ่ายวิ่งไล่คว้าเหนี่ยวรั้งผู้คนรอบข้างให้อยู่กับตัวเองต่างหาก

คนบาปที่โดดเดียวอย่างน่าสมเพชก็คือ.... อาคานิชิ จิน



Are you, are you

Coming to the tree
Where the dead man called out for his love to flee?
Strange things did happen here

No stranger would it seem
If we met up at midnight in the hanging tree.




10.45PM Sunday Night



ภาพในอดีตย้อนวนเวียนอยู่ในหัวสมองในยามที่นัยน์ตาของผมเหม่อมองขึ้นไปบนเพดาน ควันสีเทาขุ่นลอยสูงเป็นกลุ่มก้อนแล้วแตกสลายไปเมื่อปะทะกับมวลอากาศแต่ก็มิอาจบรรเทาความทุกข์ในใจให้เลือนรางจางหายไปด้วย ก้นบุหรี่ตัวที่5ถูกทิ้งลงพื้นนับตั้งแต่ตอนที่ผู้จัดการส่วนตัวของคาซึยะจากไปพร้อมด้วยคำขู่ว่าจะฟ้องผู้ใหญ่ถึงพฤติกรรมดื้อด้านของผม.... ผมได้แต่ยิ้มแล้วก็หัวเราะฝืนๆให้กับตัวเอง ทุกอย่างผ่านไปรวดเร็วยิ่งกว่าพายุ เหมือนพัดเอาร่างผมร่วงหล่นจากยอดตึกสูงลงมากระแทกพื้นอย่างรุนแรง ในเมื่อผมไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ผมยังจะต้องกลัวใครอีกอย่างนั้นเหรอ?

“จะนั่งอยู่ตรงนี้ไปถึงเมื่อไร ข้างนอกมีคนมองอยู่นะ?” 

เสียงบุคคลที่สองแทรกเข้ามาในห้วงภวังค์อันเลื่อนลอยอีกครั้ง ดวงตาของผมเบิกกว้างเหลียวหันไปมองต้นทางของเสียงอย่างไม่อยากเชื่อ บุหรี่มวนใหม่ที่ยังไม่ทันจุดหล่นลงบนพื้นคอนกรีตโดยที่ผมไม่สนใจจะเก็บมาขึ้นมา ทุกประสาทสัมผัสของผมจดจ่อไปยังร่างเล็กในชุดสูทสีดำสนิทที่ยืนอยู่เบื้องหน้า.... 

หน่วยตาเรียวสวย จมูกโด่งรั้นรับกับริมฝีปากบางเฉียบสีสดที่เจ้าตัวบิดเม้มจนแทบกลายเป็นเส้นตรง ผิวเนื้อขาวสะอาดปรากฏร่องรอยอิดโรยเนื่องจากโหมงานหนักแต่ก็ไม่ได้ทำให้คาเมะนาชิ คาซึยะของผมน่ามองน้อยลงไปเลยสักนิด ก้อนเนื้อข้างในอกซ้ายเต้นแรงราวกับว่ามันจะหลุดทะลุออกมา........... แสงสว่างของผมอยู่ห่างออกไปแค่นิดเดียว เพียงแค่ก้าวขาและเอื้อมมือไปคว้าเอากลับคืนมา คาซึยะก็จะกลับมาเป็นของผม.............


“...............คาซึ”


“ฉันบอกว่ามีคนมองอยู่ไง!!” 

น้ำเสียงแหบหวานที่เคยบอกรักผม บัดนี้มันกลับตวาดใส่หน้าผมอย่างไร้เยื่อใย คาซึยะถอยห่างออกไปอีกในขณะที่ขาทั้งสองข้างของผมเหมือนเป็นอัมพาตกะทันหันไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ น่าแปลกที่ผมไม่ได้รู้สึกโกรธที่ถูกตะคอก หากกลับเจ็บปวดตรงหัวใจคล้ายว่ามีใครทุบทำลายมันเข้าอย่างจัง.... รู้สึกได้ถึงอาการเกร็งกระตุกตรงหางตา ก่อนที่มันจะร้อนผ่าวและพร่ามัวด้วยหยาดน้ำที่ปริ่มขัง

“ถ้าจะมาคุยเรื่องรถละก็ นายเอาไปเลยก็ได้นะ ฉันยกให้.... มันเก่ามากแล้ว ฉันคงไม่จำเป็นต้องใช้อีก”

“เดี๋ยวก่อนสิ คาซึ!!” 

อีกแล้ว..... ผมทำตัวน่าสมเพชอีกแล้ว ผมไล่ตามคว้ามือเรียวสวยของคาซึยะจากทางด้านหลังในตอนที่เขาหมุนตัวกลับเพื่อขึ้นลิฟท์ไปจัดรายการข่าว ท่อนแขนอันสั่นเทาโอบรอบร่างเล็กที่แสนเย็นชา อ้อนวอนร่ำร้องราวกับว่าเขาคืออากาศที่ตนเองขาดไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ ผมนี่แหละที่เป็นฝ่ายทำร้ายจิตใจคาซึยะครั้งแล้วครั้งเล่า.... โกหก ปิดบัง ไม่แยแส เฉยเมย รวมไปถึง ‘ทรยศหักหลัง’

“ขอให้ฉันได้อยู่กับนายบ้างไม่ได้เลยเหรอ?”

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงได้ แต่ตอนนี้อะไรๆระหว่างเรามันไม่เหมือนเดิมแล้ว.........และคนที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปก็คือนาย อาคานิชิ จิน”

“เรื่องนั้น...........ฉันรู้ดี..............” 

ผมสารภาพอย่างขมขื่น ทำนบน้ำตาที่พยายามอดกลั้นค่อยๆพังทลายลงปล่อยสายน้ำอุ่นให้ไหลริน ผมซบใบหน้าลงบนลาดไหล่ กลิ่นโคโลจญ์อ่อนๆลอยปะทะจมูกพัดพาเอาความผิดพลาดในอดีตให้ย้อนกลับมาสู่ห้วงความคิด ผมรู้ดีว่าตัวเองเลวทรามและไม่สมควรได้รับการให้อภัย ซึ่งคาซึยะก็คงคิดแบบเดียวกัน เขาถึงได้แค่นหัวเราะในลำคอก่อนจะเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของผมแล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาไม่ต่างจากเดิมนัก

“นี่มันดึกแล้ว กลับไปยังที่ที่นายควรจะกลับเถอะ.... คนกำลังท้องกำลังไส้ จะปล่อยให้อยู่คนเดียวก็คงไม่ดี”

“...........แล้วจากนี้ไป นอกจากที่บริษัท เราสองคนไม่ควรเจอกันอีก”

“ทำไม...........?”

“ถามตัวนายเองสิ”

“เด็กในท้องผู้หญิงคนนั้น..........ไม่ใช่ลูกของฉัน............”


ผมตัดสินใจโพล่งความลับที่เก็บไว้ตามลำพังออกมา ผมรู้ว่ามันทุเรศมากแค่ไหนที่ใช้ความโสมมของผู้หญิงคนหนึ่งเป็นเครื่องมือเรียกร้องขอให้คาซึยะกลับมา แต่ผมไม่ได้โกหก ไม่ได้สร้างเรื่อง ทุกสิ่งทุกอย่างมันเป็นเพราะความโง่เขลาและความอวดดีของตัวผมเองถึงได้เสียรู้ให้กับคนที่สาธารณชนรับทราบและเข้าใจว่าเป็นแม่ของลูกผม.... ผมถูกหลอกได้อย่างบัดซบที่สุดและต้องทนกล้ำกลืนฝืนทนอยู่กับกระดาษสารเลวใบหนึ่งที่เปรียบเสมือนโซ่ตรวนผูกมัดผมกับผู้หญิงคนนั้นไปตลอดชีวิต หากเด็กในท้องเป็นลูกผม ผมอาจจะทำใจได้ว่านี่คือการทำเพื่อชีวิตน้อยๆที่กำลังจะเกิดมา แต่ในเมื่อมันไม่ใช่!! แล้วจะให้ผมทนต่อไปได้ยังไง!!??

“...............................” 

คาซึยะนิ่งเงียบไปหลังจากที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่จากปากของผม บางทีเขาอาจจะใจอ่อนแล้วยอมพิจารณาเรื่องระหว่างเราอีกครั้ง แต่ประโยคถัดมาก็ทำให้ผมได้ตระหนักแก่ใจตนเองว่าผมคิดผิด

“แต่จุดเริ่มต้นของความผิดพลาดทั้งหมดมันมาจากนายทั้งนั้นนะ.... อย่าโทษคนอื่นเลย ถ้าเรื่องนี้จะมีใครสักคนที่ต้องชดใช้ คนๆนั้นมันก็ควรจะเป็นนายนั่นแหละ อาคานิชิ จิน”

แสงสว่างของผมทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้น ก่อนที่จะจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองใครคนหนึ่งที่ร้องเรียกเขาเจียนคลั่ง

ผมทรุดลงคุกเข่าพร้อมด้วยน้ำตาจำนวนมากที่แย่งกันพร่างพรูออกมาประจานความโง่งี่เง่าของตัวเอง

แต่คาซึยะก็ไม่กลับมา ไม่ว่าจะตะโกนเรียกอย่างไร เขาก็ไม่กลับมา

แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียว..... หายลับไปกับความสิ้นหวังแล้ว



Are you, are you

Coming to the tree
Where I told you to run, so we'd both be free?
Strange things did happen here

No stranger would it seem
If we met up at midnight in the hanging tree.




12.00AM Sunday Night



โครม!!!!!!!



เสียงโลหะหนักปะทะกับวัตถุบางอย่างดังสนั่นไปทั่วถนนสายราตรี ผู้คนจำนวนหนึ่งที่อยู่บนสองฟากถนนต่างกรีดร้องตะโกนโวยวายด้วยความตกใจเมื่อเห็นรถยนต์สีขาวขับมาด้วยความเร็วสูง แล้วอยู่ดีๆก็หักเลี้ยงพุ่งเข้าใส่เสาไฟฟ้าข้างทางอย่างรุนแรง
กันชนหน้าบุบเข้าไปเกือบครึ่งห้องโดยสาร เศษชิ้นส่วนและกระจกแตกละเอียดตกกระจายอยู่โดยรอบ บริเวณนั้นโกลาหลอยู่พักใหญ่ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเดินทางมาถึง.... 

ชายหนุ่มร่างสูง ผิวขาวที่พวกเขาคุ้นเคยหน้าค่าตาเป็นอย่างดีจากรายการเพลงและละครโทรทัศน์ถูกแรงกระแทกอัดจนติดพวงมาลัยรถยนต์ ระบบถุงลมนิรภัยที่ติดตั้งมาไม่ทำงานอย่างไม่ทราบสาเหตุ เลือดสีแดงสดไหลอาบชุ่มใบหน้าหล่อเหลาจนแทบมองไม่เห็นสีเนื้อ ดวงตาของเขาเบิกกว้างเหม่อมองขึ้นใบบนท้องฟ้า ลูกแก้วสีสนิมสะท้อนภาพดวงดาวที่ส่องแสงสว่างท่ามกลางม่านราตรี มือข้างหนึ่งที่ยังพอขยับได้เอื้อมคว้าโทรศัพท์มือถือมากำเอาไว้แน่น ลมหายใจรวยระรินแทบขาดสะบั้นในตอนที่ทีมกู้ภัยกำลังพยายามพาร่างของเขาออกไปจากตัวรถ แต่มันก็ไม่ง่ายนักเมื่อสภาพห้องโดยสารนั้นบุบเสียหายจนต้องใช้เครื่องมือตัดถ่างโลหะในการช่วยชีวิต

ทว่า สิ่งเดียวที่หลุดรอดออกจากปากของอาคานิชิ จินก่อนที่เขาจะหลับไปชั่วนิรันดรกลับไม่ใช่ชื่อของภรรยาหรือลูกที่กำลังจะเกิดมา

แต่กลับเป็นชื่อของใครอีกคนหนึ่ง


“..............คา............ซึ.............”


.


.



.

หน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลเอกชนค่อนข้างสับสนวุ่นวาย ทั้งครอบครัว เพื่อนร่วมงาน นักข่าว แฟนคลับ คนที่ผมรู้จักและไม่รู้จักอยู่รวมปนเปกันเต็มไปหมด เสียงพูดคุยอื้ออึงสลับกับเสียงร้องไห้ปานจะขาดใจ.... ผมมองเห็นคุณแม่ของเขาคนนั้นนั่งสะอึกสะอื้นโดยที่มีสามีและลูกชายคนเล็กคอยปลอบโยนอยู่ตลอดเวลา ไอดอลและพนักงานในบริษัทก็น้ำตาซึมร่ำไห้ให้กับจากการไปอย่างกะทันหันของเพื่อนคนหนึ่งที่พวกเขารักเสมือนเป็นพี่น้องคลานตามกันมา นักข่าวไร้มารยาทพยายามรุมสัมภาษณ์แพทย์และทีมกู้ภัยอย่างเอาเป็นเอาตาย แฟนคลับถูกการ์ดกันให้ออกไปอยู่ภายนอกอาคาร แต่กระนั้นก็ยังได้ยินเสียงพวกเธอกรีดร้องราวกับว่าฟ้ากำลังถล่มลงมาทับศีรษะ

และท้ายที่สุด ผมมองเห็นผู้หญิงคนนั้นนั่งอยู่ตามลำพังที่เก้าอี้ริมด้านในสุดของหน้าห้องฉุกเฉิน ฝ่ามือสีแทนลูบหน้าท้องที่ยังนูนไม่มาก โดยที่ริมฝีปากขยับพึมพำอะไรบางอย่างที่ทุกคนไม่ได้ยิน


“หมอนั่น........จากไปตอนเที่ยงคืนพอดี” 

หนึ่งในเพื่อนสนิทของอาคานิชิ จินเดินมาพูดกับผมซึ่งยืนอยู่กับพวกKAT-TUN ผมเองก็ไม่รู้จักเขาหรอก แต่ฟังจากสำเนียงภาษาแปร่งหูทำให้พอเดาออกว่าเขาคงไม่ใช่คนญี่ปุ่น บางทีอาจจะเป็นคนจีน เกาหลีหรืออะไรเทือกๆนั้น นาฬิกาข้อมือเรือนเงินถูกยื่นส่งมาให้อย่างที่มิอาจระบุจุดประสงค์ ผมเงยหน้าขึ้นมองผู้ชายคนนั้นอย่างระมัดระวัง ใช่ว่าผมจะไม่รู้ตัวเองว่าไม่เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มเพื่อนเที่ยวของอดีตชายคนรัก 

“เจ้าหน้าที่บอกว่าถุงลมนิรภัยไม่ทำงาน แล้วบริเวณที่เกิดเหตุก็ไม่มีรอยเบรครถเลยด้วย เหมือนว่าหมอนั่นไม่ได้เหยียบเบรก แต่จงใจจะพุ่งชนเสาไฟฟ้า”

“แต่ฉันว่ารถคันนั้นไม่มีเบรกจะให้เหยียบมากกว่า” ชายแปลกหน้าหรี่เสียงลงให้พอได้ยินกันแค่สองคน ดวงตาของเขาจ้องมองผมอย่างจับผิด แต่ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากกระตุกยิ้มมุมปากย้อนถามกลับไป

“นายอยากจะพูดอะไรเหรอ?”

“ฉันรู้มาว่ารถคนนั้นเป็นของนาย” 

“แล้วยังไงล่ะ?” 

เจ้าคนดื้อด้านยังไม่ยอมละความพยายาม ผมเองก็เช่นเดียวกัน ไม่มีเหตุผลที่จะต้องยอมลงให้พวกเศษสวะที่ทำให้อาคานิชิ จินเปลี่ยนไป.... เปลี่ยนไปเป็นคนละคน จนกระทั่ง จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

.


.


.


เข็มนาฬิกาข้อมือเปื้อนคราบเลือดยังคงชี้บอกเวลาเที่ยงคืนอยู่ในมือของผมในตอนที่สองเท้าค่อยๆไต่ระดับขึ้นไปบนบันไดซึ่งทอดสูงสู่ชั้นดาดฟ้าของโรงพยาบาล หน้าปัดกระจกแตกละเอียด ดูเหมือนว่ามันจะหยุดเดินไปตั้งแต่ตอนที่เจ้าของประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์.... 

สายลมแรงพัดผ่านเสื้อโค้ทหนาวทะลุเข้าไปถึงขั้วกระดูก ได้ยินเสียงแฟนเพลงร้องไห้ระงมดังแว่วขึ้นมา พอก้มมองลงไปก็เห็นว่ายังมีผู้คนจำนวนมากที่ได้ยินข่าวเดินทางมาสมทบเรื่อยๆ น่าแปลกเหลือเกินที่ริมฝีปากของผมคลี่ยิ้มราวกับโล่งใจที่ความทุกข์ทรมานทั้งหมดทั้งปวงกำลังจะสิ้นสุดลง ในขณะที่น้ำตาไหลไม่ยอมหยุด

สัมผัสแข็งเย็นของตัวเรือนโลหะมิอาจซึมซับไออุ่นจากมือของผมได้อีกแล้ว ไม่ว่าจะพยายามกำมันเอาไว้แน่นขนาดไหน.... ผมก้มลงจูบที่หน้าปัดนาฬิกาแตกๆอย่างแผ่วเบาราวกับกำลังเอ่ยคำร่ำลา สัมผัสรับรู้ได้ถึงกลิ่นคาวเลือดแต่จิตใจของผมกลับสงบลงอย่างบอกไม่ถูก โทรศัพท์มือถือซึ่งเต็มไปด้วยมิสคอลจากอาคานิชิ จินถูกปิดการทำงานลงอย่างถาวร

ผมเก็บโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกง มือข้างซ้ายถือนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนแนบไว้ตรงหัวใจ ก่อนจะเดินออกไปสู่ความว่างเปล่าที่มีชายที่ผมรักรอคอยอยู่



ณ สถานที่แห่งนั้น ความเจ็บปวดใดๆก็มิอาจกล้ำกรายเราสองคนได้อีก



Are you, are you

Coming to the tree
Wear a necklace of rope, side by side with me...
Strange things did happen here

No stranger would it seem

‘If we met up at midnight in the hanging tree.’




END
Short Fiction & One Shot
- [ONE SHOT]++ KINDERGARTEN ++(JinXKazuya) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE HANGING TREE ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [MPREG]++AKAME'S FAMILY++ HELLO DADDY,HELLO MOMMY [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ คาเมะนาชิ คาซึยะ กับ.......??? ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ G I V E ] +*+*(One Shot), Special For Valentine 2011 [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE LAST HOPE ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(End) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(Begin) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT-FIC]++AFTER LOVING++(For 8th Anniversary) [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
- [SHORT-FIC]++THE WISH++(For Jin's 2006 Birthday), [9 มีนาคม 2556 11:03 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
อ่านพร้อมเปิดเพลงไปด้วยหลอนนิดๆเลย :y:

ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ~
ชื่อ : NishiNashi    วันที่ : 28 เมษายน 2556 22:52 น.
IP : 171.97.87.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
แงงงงงง เศร้าอ่า
โอยยยยย
เพลงแบบว่า:y:
ชื่อ : rdn   E-mail : noo_rdn@hotmail.com    วันที่ : 8 กุมภาพันธ์ 2557 17:28 น.
IP : 1.20.148.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY