ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 229
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 979,554
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 พฤศจิกายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
  Short Fiction & One Shot
[SHORT FIC]*+*+ [ THE LAST HOPE ] +*+*(One Shot)
[9 มีนาคม 2556 10:46 น.]จำนวนผู้เข้าชม 2235 คน
THE LAST HOPE….

(Jin x Kazuya)
Fiction By AlizzyKame (Lilly&Butterfly)





22 January 2011


ก็รู้อยู่แต่แรกแล้วว่าจะมา....
แต่ไม่คิดว่าพอได้เห็นแล้วมันจะทำให้รู้สึกกระอักกระอ่วนได้ถึงขนาดนี้
ทำไมถึงต้องกลัวว่าเขาจะเห็น
ทำไมถึงต้องกลัวว่าเขาจะโกรธหรือรู้สึกไม่ดี
‘ก็แค่คนๆหนึ่งที่เคยเริ่มต้นและจบลงไปแล้ว’
เสียงเพลงดังกระหึ่มควบคุมการเคลื่อนไหวร่างกายส่วนนอก
หากเสียงกรีดก้องพร่ำถามจากหัวใจกลับบังคับความคิดภายในของเขาให้จมอยู่กับคำถามเดิมๆอย่างที่ไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อใด

.


.


“ไม่รู้ว่าแฟนๆที่มาดูคอนเสิร์ตวันนี้จะเห็นหรือยัง แต่คาเมะนาชินั่งอยู่ตรงโน้นแน่ะ.... นากามารุกับอุเอดะก็มาด้วย”


สิ้นประโยคชี้จุดเกิดเหตุจากเพื่อนซี้นิชิกิโด เรียวที่อาสาตัวมาเป็นเกสต์ เสียงกรีดร้องก็ดังกระหึ่มขึ้นสลับกับเสียงฮือฮาของผู้ชมกลุ่มหนึ่งที่พยายามมองหาว่า ‘คาเมะนาชิ’ นั่งอยู่ตรงส่วนไหนของโอซาก้าโจฮอลล์ ในขณะที่เจ้าของงานวันนี้ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่บนเวทีเพราะคาดไม่ถึงว่าหนุ่มคันไซปากมอมจะดัดหลังเล่นงานเขาจนได้.... 

พอหันไปถลึงตามองกึ่งด่าแบบไม่ออกเสียงว่า ‘เล่นบ้าๆอะไรของแกวะ!!??’ อีกฝ่ายก็แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้หัวเราะเอิ๊กอ๊ากไปกับกลุ่มผู้ถูกพาดพิงที่โบกไม้โบกมือกลับมาให้คนบนเวที

ถึงแม้จะอยู่ห่างไกลกันระดับหลายสิบเมตร แต่ทว่า ภาพใบหน้าที่คุ้นเคยกลับลอยชัดโดดเด่นออกมาราวกับว่าคาเมะนาชิ คาซึยะนั้นมาอยู่ใกล้แค่มือเอื้อมคว้าถึง.... ผิวขาวจัดตัดกันกับหมวกและเสื้อโค้ทสีดำที่เจ้าตัวสวมใส่ ริมฝีปากแดงจัดแม้ไม่ได้แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางที่เขารู้ดีว่ารสชาติของมันนั้นหวานหอมเพียงใด หากสิ่งเดียวที่แปรเปลี่ยนไปจากเดิมก็คือเขาไม่สามารถรู้สึกยินดีกับการมาของคาซึยะได้อย่างสนิทใจอีกต่อไปแล้ว

หลายบทเพลงซึ่งเขียนขึ้นตั้งแต่ตอนที่ยังเป็นKAT-TUN ก่อนหน้านี้เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกลำบากใจที่จะร้องเมื่อโปรดิวเซอร์ของคอนเสิร์ตให้คำแนะนำว่าควรใส่เข้ามาในSet Listเพื่อเอาใจแฟนเพลงในแผ่นดินบ้านเกิด แต่พอคนที่เป็นแรงบันดาลใจของบทเพลงเหล่านั้นมานั่งอยู่ตรงหน้าด้วยฐานะที่แตกต่างออกไปจากเดิม ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเสียงของเขายิ่งทั้งแหบพร่าและสั่นตะกุกตะกัก แม้กระทั่งเนื้อเพลงที่คิดว่าท่องจำมาจนขึ้นใจก็เลือนหายไปจากหัวสมองจนอยากตะโกนด่าตัวเองเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด

I wonder... wonder... wonder...
why the world is going under when we're sitting here tonight,
Forget our differences tonight.
I wonder... wonder... wonder... will it be.

just you and me.



แดนเซอร์สาวเพื่อนรู้ใจคนใหม่ที่เขาคิดว่าเป็นคนที่ “ใช่” สำหรับตัวเองขยับเข้ามาใกล้ หลายครั้งหลายหนที่ร่างกายของเขาและหล่อนแนบชิดกันอย่างเร่าร้อนตามจังหวะทำนองเพลง.... ชั่วแวบหนึ่งในความรู้สึกที่เขาอยากผลักลิซซี่มารีออกไปห่างๆเพราะกลัวว่าภาพกิริยาท่าทางที่แสดงออกไปนั้นจะสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับเด็กหนุ่มซึ่งเป็นคนสำคัญ ก่อนที่เขาจะทันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าสิ่งที่พลั้งเผลอระแวงไปเองนั้นย่อมไม่มีทางเกิดขึ้น

คาซึยะไม่แม้แต่จะสนใจ ไม่มองมาทางเขาเลยด้วยซ้ำ

ถ้าไม่ก้มหน้าลงเล่นโทรศัพท์มือถือก็หันไปคุยกับอุเอดะหรือไม่ก็นากามารุ แต่ไม่เคยสนใจร่างที่ยืนอยู่บนเวทีนี้อย่างจริงจัง

แล้วคาซึยะจะมาที่นี่ มาอยู่ที่เก้าอี้ตรงนั้นเพื่ออะไร?

มาเพื่อดูความล้มเหลวของอดีตคนรักอย่างอาคานิชิ จิน หรือมาเพื่อตอกย้ำให้แน่ใจว่าสิ่งที่เคยจบลงไปครั้งหนึ่งแล้วจะไม่มีวันหวนคืนเป็นเหมือนอย่างเก่าได้อีกต่อไป

กลายเป็นเขาเสียเองที่ปวดปลาบตรงหน้าอกกับความรักซึ่งถูกแปรสภาพเป็นความเหินห่างและนิ่งเฉยเย็นชา

เพราะมันสายเกินกว่าที่เราจะกลับมารักกันแล้วใช่ไหม?


I wonder... wonder... wonder...
After all its too late, I'm already falling for you.




...............................

....................

........

“มาที่นี่ทำไม?”

ประโยคคำถามห้วนสั้นดังไล่หลังขณะที่คาเมะนาชิ คาซึยะเดินทางออกจากด้านหลังเวทีโอซาก้าโจฮอลล์เมื่อเสร็จสิ้นการกล่าวลาเพื่อนพ้องและทีมงานร่วมค่ายที่มาทำงานทั้งเบื้องหลังและเบื้องหน้าของการแสดงในวันนี้ ชายหนุ่มเจ้าของงานซึ่งหายตัวไปตั้งแต่จบคอนเสิร์ตราวกับกำลังพยายามหลบลี้หนีหน้าใครบางคนกลับมายืนอยู่ไม่ไกลพร้อมทั้งเอ่ยเป็นเชิงคาดคั้น.... นัยน์ตาสีดำขลับมองตรงมายังร่างเล็กในชุดโค้ทสั้นอย่างไม่ลดละพลางก้าวเท้าเข้าไปหาเหมือนคิดจะคาดคั้นเอาความให้จงได้ ในขณะที่นากามารุซึ่งเดินนำหน้าไปอย่างไม่รู้เรื่องรู้ราวหันกลับมาขมวดคิ้วย้อนถามด้วยความสงสัย

“หืมม์.... ก็บอกก่อนแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะมา แล้วนี่แกเป็นอะไรของแกขึ้นมาอีกวะ?”

“หมอนั่นไม่ได้ถามนาย นากามารุ” 

อุเอดะที่เดินมาด้วยกันสะกิดบอกให้พี่ใหญ่ของKAT-TUNรู้สึกตัวว่าตนเองนั้นไม่ใช่เป้าหมายของคำถาม จากนั้นจึงพยักเพยิดบอกให้เข้าใจกันถ้วนหน้าว่าคนที่อาคานิชิ จินมีธุระด้วยก็คือคาเมะต่างหาก

“คาเมะ พวกฉันไปรอตรงโน้นนะ เสร็จแล้วรีบตามมาล่ะ” 

เด็กหนุ่มผิวขาวจัดเหมือนหิมะเนื้อละเอียดผงกศีรษะรับคำกำชับแล้วจึงหันมาเผชิญหน้ากับอดีตชายคนรักซึ่งเป็นเจ้าของงานคอนเสิร์ตในวันนี้.... ต่างฝ่ายต่างจ้องมองราวกับกำลังสำรวจหยั่งเชิงซึ่งกันและกันก่อนจะพบว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ยกเว้นสถานะความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนที่ลดระดับลงจากคนรักกลายเป็นเพียงเพื่อนร่วมต้นสังกัด หากยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไร อาคานิชิ จินก็ชิงถามย้ำขึ้นมาเสียก่อน

“ฉันถามว่ามาที่นี่ทำไม?”

“ฉันก็แค่.........มาเอาของที่เป็นของฉันคืน” 

คนถูกถามตอบด้วยรอยยิ้มสวนทางกับกระแสน้ำเสียงที่ฟังดูคล้ายคับข้องปนไม่พอใจที่อีกฝ่ายเปล่งออกมาให้ได้ยิน ปลายเท้าซึ่งถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าบูทมูตงหนังแกะคู่เก่งเดินเข้าไปหาอาคานิชิเสียเอง ใบหน้าสวยแหวนเงยขึ้นในระยะประชิดใกล้พอที่จะสัมผัสรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากลมหายใจที่ตัดกับอุณหภูมิลดต่ำช่วงกลางฤดูหนาว นิ้วมือเรียวเล็กแตะลงบนสันกรามแข็งแรงซึ่งขบเข้าหากันแน่น ก่อนที่น้ำเสียงแหบหวานจะเอ่ยบอกให้ร่างสูงทำตามที่ตนเองต้องการ

“หลับตาลงสิ”

“คาซึยะ..............??” 

ความรู้สึกเสียวปลาบแล่นผ่านใบหูขณะที่เสียงแป้นโลหะเสียดสีกันลอยเข้ากระทบเข้าสู่โสตประสาท ดวงตาที่ถูกสั่งให้หลับค้างเอาไว้เบิกโพลงขึ้นกะทันหันยามเมื่อรู้สึกตัวว่าบางสิ่งบางอย่างที่เขาใส่ติดตัวเป็นประจำได้ถูกถอดออกไปโดยไม่บอกกล่าว ตุ้มหูรูปเต่าตัวเล็กสีเงินวางอยู่บนฝ่ามือของคาเมะให้เขาได้มองเห็นมันเป็นครั้งสุดท้าย ริมฝีปากหนาสีคล้ำขยับอ้าค้างพยายามจะเอ่ยทักท้วงการกระทำที่ติดออกจะถือวิสาสะจนเกินไปของอีกฝ่าย แต่ทว่า อดีตคนรักของเขากลับเพียงแค่ยักไหล่ไม่ถือเป็นเรื่องสำคัญแล้วเก็บเอาเครื่องประดับชิ้นนั้นลงในกระเป๋าเสื้อโค้ทของตนเองไม่ยอมส่งกลับคืนมา

“อย่าใส่ตุ้มหูอันนี้อีกเลยนะ ถ้าใครมาเห็นแล้วจะเข้าใจผิดเอาได้.... มันไม่ดีกับทั้งตัวของนายและเธอคนนั้น”

“ไม่เอาน่า อาคานิชิ.... อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ” 

คาเมะหัวเราะเบาๆให้กับสีหน้าของชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ แต่เขาก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองทำผิดอะไร กับคนรักที่เลิกราไม่ได้คบหากันแล้วมันก็ป่วยการหากจะสวมใส่สิ่งใดก็ตามซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนใจของกันและกัน รังแต่จะทำให้คนที่มาใหม่ตะขิดตะขวงใจกับความรักที่จบลงไปแล้วเสียเปล่าๆ

“ฉันนึกว่านายมาที่นี่เพราะอยากเจอฉันเสียอีก........สรุปว่าไม่ใช่สินะ?”

“ขอโทษนะที่ไม่ได้มาเพราะอยากเจอ” 

อาคานิชิ จินรู้สึกเพียงแค่ว่าใบหน้าของเขาร้อนผ่าวด้วยแรงขับเคลื่อนบางอย่างที่ทำให้ข้างในอกของเขาทั้งร้อนรุ่มและอึดอัดคับแน่น ลมหายใจติดขัดจนต้องกัดฟัดยามเมื่อเปล่งเสียงแหบพร่าถามเอาความให้แน่ชัดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างที่เขาคิดใช่หรือไม่ แต่ทว่า ความเย็นชาอันแสนหนาวเหน็บรุนแรงเสียยิ่งกว่าพายุหิมะของคาเมะนาชิ คาซึยะก็ยังคงเป็นความจริงที่เขาต้องเผชิญหน้าและรับมือกับมันอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าความรักที่เคยมีให้นั้นจะกลายเป็นอดีตแล้วก็ตามที

“ข้างนอกอากาศหนาว กลับดีๆล่ะ”

“อืม.... บ๊ายบาย ไว้เจอกันที่บริษัทนะ” 

คาเมะพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก่อนจะหันหลังเดินตามนากามารุและอุเอดะไปโดยไม่แสดงท่าทีอาลัยอาวรณ์ จินเสียอีกที่เป็นฝ่ายมองตามแผ่นหลังที่เคยตระคองกอดเอาไว้ด้วยความรักค่อยๆเคลื่อนห่างออกไปทีละน้อย

ทั้งๆที่จบลงแล้ว แต่ทำไมเขาถึงไม่อยากให้คาซึยะจากไป?

ทำไมความเฉยชาของคาซึยะถึงยังคงมีอิทธิพลถึงขนาดทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดทรมาน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เราต่างก็ยอมรับและตกลงที่จะจากกันด้วยดี

เพราะว่ายังรักอยู่ใช่ไหม?

เพราะว่าฉันไม่สามารถสูญเสียหรือตัดขาดนายออกไปจากชีวิตได้ใช่ไหม?



สองขาแข็งแรงออกวิ่งอย่างสุดกำลัง จนกระทั่งร่างที่ห่างออกไปเมื่อครู่กลับมาอยู่ในระยะที่มือของเขาจะตามไขว่คว้าเอากลับมา ท่อนแขนแกร่งโอบกอดคาซึยะจากด้านหลังเป็นผลให้เด็กหนุ่มสมาชิกวงKAT-TUNต้องหยุดเดินแล้วหันกลับมามองอดีตชายคนรัก.... ใบหน้าหล่อเหลาซบลงบนหัวไหล่ของร่างในอ้อมแขนราวกับจะยึดที่ตรงนี้เป็นแหล่งพักพิง ข้างในหัวมีแต่เสียงร้องเรียกว่าไม่อยากปล่อยมือ ไม่อยากให้คนๆนี้เดินจากไปหรือแม้แต่จะไม่พูดคุยกับเขาอีก เขาทนรับความห่างเหินเสมือนไม่เคยรู้จักมักคุ้นกันมาก่อนนั้นไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นวันนี้หรือวันใดวันหนึ่งในอนาคต ไม่ว่าอย่างไรก็ทนไม่ได้!!!

“ของนั่น..........คืนให้ฉันเถอะนะ.........ขอร้องล่ะ...........”

“อาคานิชิ?” 

คาเมะทวนชื่อของคนที่กำลังโอบกอดตัวเองอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน ไม่คิดว่าคนอย่างอาคานิชิจะวิ่งตามมาเพียงเพื่อของชิ้นเล็กๆที่หมดความหมายไม่ได้สำคัญอะไรอีกแล้ว หรือว่าจะยังมีอะไรอื่นที่ค้างคาอีก?

“ของที่ว่าหมายถึงอะไร ตุ้มหูน่ะเหรอ?”

“ทุกอย่าง.......ทุกอย่างที่เป็นของเราสองคน ฉันอยากได้มันคืนมา คาซึจะยอมคืนให้ฉันได้ไหม..........?” 

เสียงทุ้มพร่าพยายามเค้นบอกความในใจออกมาอย่างยากลำบาก ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร ใช้คำพูดแบบไหนจึงจะสามารถทวงถามวอนขอเอาสิ่งที่สูญเสียไปแล้วกลับคืนมาเมื่อท้ายที่สุดแล้วเพิ่งตระหนักว่าตนเองมิอาจมีชีวิตอยู่ต่อไปได้โดยปราศจากคนตรงหน้านี้.... ทุกสัมผัสที่คุ้นเคย ไออุ่นและกลิ่นอายจากร่างที่เคยโอบกอดด้วยความหวงแหน ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งยากเกินกว่าจะตัดใจถอยออกห่างเป็นหนที่สอง จิตใต้สำนึกกู่ก้องบอกแค่ว่าอยากได้คาซึยะกลับคืนมา ขอเพียงเท่านี้ก็ไม่หวังอะไรอื่นอีกแล้ว 

“นายเป็นคนโยนทิ้งไปเองกับมือแล้วจะมาขอคืนจากฉันได้ยังไงกัน?”

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะโยนทิ้ง แค่ทำหายไปโดยไม่รู้ตัวต่างหาก”

“แก้ตัวน้ำขุ่นๆ” 

ร่างเล็กถอนหายใจเบาเหมือนไม่ได้ใส่ใจจริงจังกับคำพูดของอาคานิชิ จินที่บอกว่าเขาไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ความรักครั้งก่อนต้องจบลง.... คนที่เปลี่ยนไปไม่ใช่คาเมะ หากแต่เป็นจิน ในเมื่อชายหนุ่มไม่พึงพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่จนต้องดิ้นรนแสวงหาสิ่งที่คิดว่าดีกว่าคู่ควรกว่าสำหรับตนเอง แต่กลับมาพูดแบบนี้ในตอนที่ทุกอย่างมันเลยเถิดมายังจุดที่ต่างคนต่างไม่สามารถหันหลังกลับมาเริ่มต้นใหม่ แล้วจะให้คนที่ถูกละเลยอย่างเขาทำใจยอมรับแต่โดยดีอย่างนั้นหรือ

“เปล่าแก้ตัวสักหน่อย.... ฉันพูดความจริง”

“ถ้านายยังคงมีความรักของเราเหลืออยู่ในใจบ้าง ก็ช่วยคืนของที่เอาไปกลับมาให้ฉันเถอะ.... ได้ไหม คาซึ?” 

มือหนากุมฝ่ามือขาวจัดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย แววตาซึ่งเคยเด็ดเดี่ยวมุ่งมั่นทอดอ่อนลงขณะสบมองนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มคู่สวยอย่างเฝ้าหวังในคำตอบที่จะได้รับ อาคานิชิ จินรู้ดีว่ามันไม่ง่ายเลยกับการเปลี่ยนใจของคาซึยะให้กลับมาเชื่อมั่นในตัวเขาเหมือนเคย หากนี่เป็นเพียงหนทางเดียวที่จะยื้อยุดเหนี่ยวรั้งความรักที่หลุดลอยสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าให้ร่วงหล่นลงมาสู่มือคู่นี้

“ไม่ได้หรอก”

“ถ้าฉันคืนให้นายง่ายๆ เดี๋ยวนายก็จะทำมันหายซ้ำแล้วซ้ำอีก” 

คาเมะโคลงศีรษะเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาทั้งที่ใบหน้าน่ารักนั้นยังคงเปื้อนรอยยิ้ม ปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนผิวแก้มเย็นเฉียบของชายหนุ่มราวกับกำลังหยอกล้อแต่ก็ไม่ยอมส่งของที่เก็บลงกระเป๋าเสื้อโค้ทคืนให้อาคานิชิแต่โดยดี ทั้งที่คำพูดซึ่งส่งผ่านมาให้ได้ยินนั้นเป็นเชิงปฏิเสธ แต่ทว่า ความหมายแฝงที่มากับประโยคถ้อยความเสมือนตัดรอนกลับจุดประกายความหวังที่ดับมอดริบหรี่ให้สว่างไสวขึ้นอย่างน่าประหลาด

“อะไรที่ทำหายเองก็ต้องตามเอากลับคืนมาด้วยตัวเอง.... เข้าใจนะ?”

“แล้ว.......ระหว่างนั้น นายจะยังรอฉันอยู่หรือเปล่า?” 

ร่างสูงตัดสินใจเอ่ยถามอีกครั้งย้ำชัดให้แน่ใจว่าเขาไม่ได้หมดโอกาสไปเสียทีเดียว หากคาเมะก็ไม่ได้ตอบรับอะไรมากเกินไปกว่าพยักหน้าเบาๆแล้วพูดติดตลกไม่จริงจังเหมือนอย่างที่เจ้าตัวมักแสดงออกอยู่เป็นประจำ แต่เขาก็ชินเสียแล้วกับความเย็นชาที่บางครั้งก็ทั้งเชือดเฉือนอย่างร้ายกาจ หากในบางคราวก็หวานล้ำจนจับถึงขั้วหัวใจของคนๆนี้

“รีบๆหาหน่อยก็แล้วกัน”

“ไปนะ.... ยูอิจิกับทัตจังรออยู่ เดี๋ยวไม่ทันรถกลับโตเกียว” 

คาเมะบอกลาเจ้าของงานคอนเสิร์ตอีกครั้งแล้วจึงหันหลังกลับเมื่อคิดว่าตนเองนั้นเสร็จธุระพูดคุยสิ่งที่ค้างคาใจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เดินจากไปไหน สัมผัสอุ่นร้อนเหมือนถูกไฟนาบกลับแตะสัมผัสจรดลงบนกลีบปากบอบบาง แม้ไม่ได้ลึกซึ้งอ้อยอิ่งดื่มด่ำเหมือนเช่นเมื่อครั้งสุดท้ายก่อนลาจาก แต่มันกลับบ่งบอกความในใจของอีกฝ่ายว่าเยื่อใยความรักความผูกพันที่มีต่ออดีตคนรักนั้นช่างมากมายเพียงใด และเพราะอะไรอาคานิชิ จินถึงตัดใจจากคาเมะนาชิ คาซึยะไม่ได้

“จิน...............?” 

เสียงหวานแผ่วขานชื่อของคนตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ว่ามันเกิดขึ้นจริง ทั้งที่คิดว่าควรจะต้องต่อว่าแต่ก็กลับพูดอะไรไม่ออก ได้แต่มองอีกฝ่ายซึ่งกุมมือของตนเองไม่ยอมปล่อย

“เอาไว้ถึงโตเกียวแล้ว ฉันจะโทรหานะ”

“ตอนนี้ขอแค่ตามไปส่งนายที่สถานี คงไม่รังเกียจใช่ไหม?” 

อาคานิชิ จินเอ่ยขอร้อง รู้ดีว่าสภาพของตัวเองในเวลานี้ช่างน่าสมเพชเวทนาเหลือเกินกับการพยายามควานหาสิ่งที่สูญหายไปแล้ว เหมือนอัญมณีชิ้นเล็กแสนล้ำค่าที่จมหายไปกลางทะเลจนยากที่จะตามเอากลับคืนมา.... มือของคาซึยะทั้งอุ่น ทั้งนุ่มจนเขาไม่อยากปล่อยให้หนีหาย ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆที่คิดจะประสานแก้วที่แตกร้าวให้กลับมาเป็นดังเดิม แต่มันก็ไม่ผิดใช่ไหมหากเขาจะมีความหวังต่อไป

“อืม.... ก็ไปด้วยกันสิ”


เพื่อที่สักวันหนึ่งความหวังนั้นจะกลับกลายเป็นความจริงขึ้นมา



END


Short Fiction & One Shot
- [ONE SHOT]++ KINDERGARTEN ++(JinXKazuya) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE HANGING TREE ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [MPREG]++AKAME'S FAMILY++ HELLO DADDY,HELLO MOMMY [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ คาเมะนาชิ คาซึยะ กับ.......??? ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ G I V E ] +*+*(One Shot), Special For Valentine 2011 [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE LAST HOPE ] +*+*(One Shot) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(End) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(Begin) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT-FIC]++AFTER LOVING++(For 8th Anniversary) [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
- [SHORT-FIC]++THE WISH++(For Jin's 2006 Birthday), [9 มีนาคม 2556 10:46 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
อืม เมื่อไหร่อะ มันถึงจะกลับมา:oO: อยากให้กลับมารักกันเหมือนเดิม แต่คงจะเป็นไปไม่ได้ เพราะมันมีเหตุผลมากมายที่เราไม่สามารถจะทำให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมได้อีกแล้วเนอะ :y:
ชื่อ : nid   E-mail : sa_nit52@msn.com    วันที่ : 19 มีนาคม 2556 13:57 น.
IP : 202.47.237.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY