ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 6
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 219
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 979,544
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 พฤศจิกายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
  Short Fiction & One Shot
[SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(Begin)
[25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]จำนวนผู้เข้าชม 18501 คน
ADDICTED TO LOVE



ใครก็ได้ช่วยอธิบายให้ผมเข้าใจทีสิ....
ว่าระหว่างความรัก...ความใคร่...และกิเลสตัณหา สิ่งเหล่านี้มันแตกต่างกันที่ตรงไหน?
เพราะรักไม่ใช่หรืออย่างไรที่ทำให้ผมยอมเขาแทบทุกอย่าง?
แล้วทำไมเขาคนนั้นถึงไม่เคยมองเห็นคุณค่า ‘ความรัก’ ของผมบ้างเลย?

ภายในรถสปอร์ตแบบเปิดประทุนคันหรูซึ่งบัดนี้กำลังจอดนิ่งสนิทอยู่บนลานคอนกรีตนอกเขตอาคารที่พักอาศัยแห่งหนึ่งในย่านใจกลางเมือง แต่ถ้าหากลองมองทะลุผ่านแผ่นฟิล์มกรองแสงสีเข้มมืดทึบกลับปรากฏร่างเงาดำทะมึนของคนสองคนเคลื่อนไหวไปมาอย่างเร่าร้อนรุนแรงอยู่ภายใน ส่งผลให้ยานพาหนะเพื่อการเดินทางสี่ล้อราคาแพงลิบนั้นเขย่าโยกคลอนจนสั่นสะเทือนด้วยพละกำลังจากชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำซึ่งพยายามบีบบังคับอีกฝ่ายที่มีสรีระบอบบางกว่าอย่างเห็นได้ชัดให้ไม่สามารถอดทนต่อสู้หรือต้านทานขัดขืนความต้องการของเขาได้ ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะดิ้นรนไขว่คว้าอิสรภาพอันน้อยนิดและความหวังริบหรี่จนเกินเอื้อมแล้วก็ตาม....

สุดท้ายคนตัวเล็กจึงต้องยอมตกอยู่ภายใต้อาณัติของคนตรงหน้าอย่างอุกอาจและปราศจากความเมตตาปราณีใดๆทั้งปวง แต่ถึงกระนั้นน้ำเสียงแหบหวานเจือสะอื้นร่ำร้องห้ามขอความเห็นใจก็ยังหลุดรอดออกมาจากริมฝีปากกระจับน้อยแดงระเรื่อซึ่งถูกบดเบียดเม้มขบกัดจนมันบวมช้ำห้อเลือดแทบไม่ขาดระยะ

“ไม่เอา......พอเถอะนะจิน อย่าทำแบบนี้เลย”

“เธอไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธฉันคาเมะนาชิ!!”

ซอกคอขาวเนียนละเอียดส่งกลิ่นอายหอมกรุ่นอ่อนเจือจางจากครีมอาบน้ำคือจุดมุ่งหมายต่อไปสำหรับการลงโทษผู้ที่บังอาจล่วงละเมิดเงื่อนไขข้อตกลงซึ่งมีไว้ระหว่างการคบหากัน.... เรือนร่างเพรียวสวยข้างใต้สะดุ้งเฮือกสุดตัวเมื่อผิวเนื้อร้อนผ่าวของตนเองถูกเรียวแนวฟันคมขบกัดเข้าอย่างจัง ตามมาด้วยการดูดดึงให้ยิ่งลุกลามเป็นรอยจ้ำใหญ่พอประมาณจนกระทั่งเจ็บแสบไปทั่วบริเวณ ลมหายใจรวยระรินขาดห้วงยามเมื่อปลายลิ้นสากลากเลื่อนลงจุดสู่ที่ต่ำกว่าอย่างแอ่งชีพจรบนผืนแผ่นอกแบนราบเรียบก่อนจะโดนกระทำด้วยความโหดร้ายไร้ความทะนุถนอมอ่อนโยนแบบเดียวกันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไอ้หน้าไหนบอกให้เธอโผล่หัวไปที่นั่น!!?? สั่งกี่ครั้งแล้วว่าถ้าไม่ได้เรียกก็ไม่จำเป็นต้องเสนอหน้ามาให้เห็นเป็นอันขาด.... เพื่ออะไร หรืออยากแสดงตัวให้ใครต่อใครรู้ว่าเป็นคู่ขาของฉันนัก!!??”

“เปล่านะจิน....... มันไม่ใช่แบบนั้น.... อึก.....อย่า!!!”

สองแขนผอมเกร็งไม่อาจขยับเขยื้อนหนีพ้นไปจากการครอบงำของมือใหญ่ซึ่งบังคับตรึงให้อยู่สูงเหนือศีรษะอย่างหมดทางเอาตัวรอด ในขณะที่เบื้องล่างยังคงต้องเปิดรับเอาความทุกข์ทรมานและขมขื่นให้สอดแทรกผ่านเข้ามาครั้งแล้วครั้งเล่าไม่หยุดหย่อน.... ปลายนิ้วยาวจาบจ้วงสอดลึกสู่ช่องทางที่ไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการรุกล้ำอย่างกะทันหันแล้วชักดึงเข้าออกไร้ความปรานี ยิ่งคาเมะรู้สึกเจ็บปวดมากเท่าใด ปากทางเข้าก็ยิ่งฝืดเคืองบีบรัดจนชายร่างหนาเริ่มอารมณ์เสียเพราะสภาพความพร้อมทางกายของชู้รักนั้นไม่ได้อย่างใจเขาสักที ในที่สุดมือใหญ่ก็จับท่อนขาเรียวทั้งสองข้างให้แยกกว้างออกจากกันแล้วยัดเยียดความแข็งขืนหยาบกระด้างใส่เข้าไปเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองโดยไม่แยแสเสียงร้องร่ำไห้ครางสะอื้นน่าสงสารจากคนตัวเล็กข้างใต้แต่ประการใด

“อ๊ะ..... อือ.............พอเถอะจิน.... ฉันเจ็บ....”

ร่างบอบบางโยกคลอนไปตามแรงกระแทกกระทั้นของท่อนเนื้อบวมเป่งซึ่งขยายขนาดเต็มที่อยู่ภายในรูคับแคบทางด้านหลัง การกระทำของจินไม่ได้ก่อให้เกิดความรู้สึกสุขสมหรือรัญจวนใจอย่างที่ควรจะเป็นหากมันกลับสร้างบาดแผลฝังลึกให้กับคาเมะอย่างแสนสาหัส.... หยาดน้ำอุ่นไหลเป็นสายจากหางตาคู่งามร่วงหล่นลงสู่ผืนเบาะหนังแล้วก็ซึมหายไปพร้อมกับหัวใจรักที่ขาดวิ่นเหวอะหวะจนไม่เหลือชิ้นดียามเมื่อคาเมะตระหนักว่าตัวเองในขณะนี้ไม่ได้แตกต่างอะไรเลยกับเครื่องมือระบายอารมณ์ฉุนเฉียวโมโหร้ายตลอดจนความใคร่ของผู้ชายที่ชื่ออาคานิชิ จิน และในที่สุดช่วงเวลาแห่งความทรมานก็หยุดลงเมื่อของเหลวบางอย่างพุ่งฉีดเข้ามาภายในร่างกายแทนที่น้ำตาซึ่งหลั่งรินเพื่อคนรักครั้งแล้วครั้งเล่าไม่รู้จบ

ไม่มีทางหนี.... ไม่มีทางดิ้นรนขัดขืน
แต่ก็เพราะตัวเราเองทั้งนั้นที่ทำให้เรื่องราวทุกอย่างต้องกลายเป็นแบบนี้
ถ้าหากไม่ฝ่าฝืนข้อตกลงด้วยการตามไปหาจินที่ไนท์คลับ ทั้งๆที่จินก็เคยสั่งเอาไว้แล้วว่าเข้าไปห้ามเจ้ากี้เจ้าการหรือยุ่มย่ามกับชีวิตส่วนตัวนอกเหนือไปจากเศษเสี้ยวเวลาเล็กๆน้อยๆที่เขาอุตส่าห์เจียดมาให้โดยไม่มีสิทธิ์ร้องขออะไร

ก็แค่คำว่า ‘รัก’ เพียงคำเดียวเท่านั้น.... มันผิดมากนักใช่ไหม?

ทำไมจินถึงไม่ยอมเข้าใจบ้างเลย?




คาเมะกัดฟันพลางยันร่างของตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเลพลางควานหาเสื้อผ้าซึ่งถูกถอดทิ้งตามพื้น นัยน์ตาเรียวรีเหม่อหมองชายคนรักที่กำลังยืนเอนหลังพิงกระโปรงรถสปอร์ตแล้วจุดบุหรี่สูบผ่านทางกระจกส่องข้าง กลุ่มควันสีเทาจางยิ่งเห็นชัดเจนเมื่อล่องลอยท่ามกลางความมืดก่อนจะค่อยๆเลือนหายไป หลงเหลือทิ้งไว้เพียงแค่คราบน้ำตาเกรอะกรังบนผิวแก้มใสและอาการปวดระบมที่ลุกลามทั่วสะโพก....

ไม่นานนักอีกฝ่ายก็เดินกลับมาหาเขาแล้วกระชากเปิดประตูออกไม่เบามือนัก ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่คาเมะหลงรักแทบคลั่งกวาดมองสำรวจตรวจตาทั่วเรือนกายขาวกระจ่างซึ่งบัดนี้เต็มไปด้วยร่องรอยบอบช้ำตำหนิมากมายในระยะประชิดราวกับกำลังหยามเหยียดดูถูกดูแคลนกันทางสายตา ทั้งๆที่เมื่อก่อนก็ดวงตาคู่นี้เองมิใช่หรือที่เคยจ้องมองเขาให้เขินอายด้วยสเน่หาและความต้องการอันเปี่ยมล้นยากเกินกว่าจะระงับหักห้ามใจ
แต่สำหรับตอนนี้.... คาเมะกลับไม่นึกอยากแม้แต่จะคาดเดาความหมายบางอย่างซึ่งสะท้อนก้องภายในดวงตาสีนิลดำขลับคู่นั้นเลยด้วยซ้ำ

“ต่อจากนี้ไปไม่ต้องรอฉันอีก”

“ไม่ต้องรอ.... หมายความว่ายังไง?” คาเมะย้อนทวนคำถามเหมือนไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน ก้อนเหนียวๆรสชาติขมปร่าเลื่อนไหลขึ้นมาจุกขวางลำคอพาลให้รู้สึกเหมือนใกล้จะขาดใจตายในเสี้ยววินาทีใดเสี้ยววินาทีหนึ่งข้างหน้าเมื่อเริ่มเข้าใจแล้วว่าความหมายที่แท้จริงของคำพูดเหล่านั้นคืออะไร.... น้ำเสียงของร่างบางแหบพร่าเจือสะอื้นหากจินก็ไม่ได้แสดงท่าทีรับรู้หรือสะทกสะท้านอะไรมากเกินไปกว่ายิ้มเยาะกระทบกระแทกแดกดันคนตัวเล็กด้วยกิริยาอาการหงุดหงิดรำคาญเต็มทน

“นี่แกล้งโง่หรือว่าโง่จริงๆน่ะคาเมะ?”

“จินบอกเลิกเพราะโกรธที่ฉันตามไปหาที่ไนท์คลับใช่หรือเปล่า?”

คาเมะไม่ได้อยากจะแกล้งโง่ ไม่ได้อยากเซ้าซี้ถามคำถามที่ตัวเขาเองก็รู้ผลลัพธ์ดีอยู่แก่ใจตั้งแต่แรก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังพยายามคาดหวังว่าคำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าจะกลับกลายเป็นอีกอย่างเพียงเพื่อช่วยยืดระยะเวลาให้ความรักของตนได้งอกงามอยู่ข้างในหัวใจได้นานขึ้นสักนิดเดียวก็ยังดีก่อนที่มันจะเหี่ยวเฉาและแห้งตายไปชั่วนิรันดร.... แต่ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าโอกาสนั้นช่างริบหรี่เลือนรางเสียเหลือเกินเมื่อความโหดร้ายของจินกำลังจะฆ่าคาเมะให้ตายทั้งเป็น

“ไม่ใช่”

“ถ้าอย่างนั้นจินช่วยบอกเหตุผลให้ฉันรู้หน่อยได้ไหมว่าทำไม.......?”

เฝ้าถามย้ำต่อให้รู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรที่จะเหนี่ยวรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ในเมื่อความรักที่ผ่านๆมาของคาเมะได้รับการตีค่าตอบแทนเป็นเซกส์และความสัมพันธ์ทางกายมาโดยตลอด หากกระนั้นร่างเล็กก็ไม่เคยคิดว่าวันที่ตัวเองสิ้นไร้ไม่หลงเหลือคุณค่าใดๆสำหรับจินจะมาถึงเร็วจนน่าใจหาย.... ในหัวสมองอันแสนสับสนอื้ออึงยังคงหวนคำนึงถึงอดีตระหว่างพวกเขาสองคนพลางเฝ้าอธิษฐานขอให้ช่วงเวลานี้เป็นเพียงแค่ความฝันอันแสนโหดร้ายซึ่งจะเลือนหายไปพร้อมกับแสงอาทิตย์สีทองของเช้าวันใหม่ มันอาจไม่สวยงามหรือน่าจดจำสักเท่าไรนักหากความเป็นจริงที่ว่าคาเมะรักจินแม้ต้องยอมแลกมาด้วยเจ็บปวดก็ยังคงไม่แปรเปลี่ยน

โง่เพราะ ‘รัก’ ทั้งๆที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าไม่มีวันเป็นฝ่าย ‘ถูกรัก’

ชายร่างสูงแค่นยิ้มมุมปากเย็นชาอย่างไร้เยื่อใยต่อหน้าเด็กรุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยซึ่งตนประเมินค่าให้เป็นเพียงคู่นอนสำหรับเล่นเกมส์ฆ่าเวลาบนเตียง ไม่ว่าอีกฝ่ายจะหลงรักเขามากถึงขนาดยอมพลีกายถูกกระทำหรือส่งเสียงร้องครางน่าอับอายทุกครั้งที่จินออกคำสั่งบงการแต่มันก็ไม่ได้มีความหมายสลักสำคัญพอที่จะดึงให้เขาจมปลักอยู่กับท่อนไม้แข็งทื่อจืดชืดที่ไม่หลงเหลืออะไรให้น่าค้นหานอกเสียจากคำพูดพร่ำบอกว่า‘รัก’ซ้ำซากจำเจซึ่งไม่มีใครอยากฟัง....

มือใหญ่ขว้างก้นบุหรี่ที่ยังติดแสงไฟสว่างวาบตรงปลายมวนทิ้งลงพื้นแล้วใช้ส้นรองเท้าบดขยี้ให้ดับสนิทเมื่อไม่ต้องการมันอีกต่อไปแล้ว เช่นเดียวกับร่างกายและหัวใจของคาเมะนาชิ คาซึยะซึ่งแรกเริ่มเดิมทีจินเคยนึกว่าเป็นของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าลองลิ้มชิมรสด้วยความกระหายอยากชั่วครั้งชั่วคราวก่อนที่ความรู้สึกตื่นเต้นของการเป็นฝ่ายไล่ล่าเหล่านั้นจะหมดสิ้นไปตามครรลองอารมณ์ แล้วจึงก้มลงกระซิบประโยคสั้นๆฤทธิ์รุนแรงซึ่งสามารถกระเทือนทำนบน้ำตาของคนร่างเล็กให้พังทลายได้ในชั่วอึดใจ
“เพราะว่าเธอมันน่าเบื่อน่ะสิ”

....................

..............................

คืนนั้นคาเมะได้แต่นอนร้องไห้เพียงลำพังอยู่บนเตียงคับแคบภายในห้องนอนของตนเองโดยปราศจากชายผู้เป็นที่รักคอยปลอบโยน

ความเพ้อฝันอันแสนหอมหวานและขื่นขมตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งปีที่ผ่านมาพลันมลายหายไปในพริบตาด้วยคำพูดเพียงคำเดียว

เพราะเขาน่าเบื่อจึงสมควรแล้วที่จะถูกทิ้ง

ใช่ไหม? 




เด็กสาวกลุ่มใหญ่ต่างพากันส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดด้วยความตื่นเต้นดีใจเมื่อรุ่นพี่คนเด่นคนดังประจำมหาวิทยาลัยซึ่งนั่งรอเพื่อนอยู่ในรถสปอร์ตเปิดประทุนสีแดงเพลิงหันมาสบสายตาทักทายตามประสาคนที่เคยชินเสียแล้วกับสถานการณ์ตกเป็นเป้าสายตาเช่นนี้....

เค้าโครงใบหน้าได้รูปซึ่งถูกปกปิดซ่อนเอาไว้ภายใต้แว่นกรองแสงแดดสีชาอาจแลดูโอเวอร์เกินกว่าเหตุเสียจนน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของใครหลายๆคนเพราะถึงเจ้าของรถยุโรปสุดแสนโก้หรูคันนั้นจะหล่อสมาร์ทมาดนิ่งสักแค่ไหนก็ยังเป็นเพียงแค่นักศึกษาธรรมดาๆ แต่สำหรับแล้วสาวน้อยสาวใหญ่ผู้พิศมัยเสน่ห์ล้นเหลือและความลึกลับเย็นชาร้ายกาจเหมือนพระเอกในภาพยนตร์แล้วภาพมายาที่เห็นเพียงเปลือกนอกมันช่างกระตุ้นเร้าให้พวกหล่อนปรารถนาอยากเข้ามาสัมผัสกับ ‘อันตราย’ อย่างใกล้ชิดเหลือเกิน

“ไงวะ ไอ้จิน.... ยังเนื้อหอมไม่เปลี่ยนเลยนะแก?”

“เรื่องธรรมดา”

อาคานิชิ จินยักไหล่รับคำชมกึ่งประชดประชันจากเพื่อนสนิทซึ่งเพิ่งตามมาสมทบทีหลังอย่างไม่สะทกสะท้านเพราะคำพูดเหล่านั้นไม่ได้เกินความจริงเลยแม้สักนิด ด้วยความที่เขามีรูปร่างสูงสง่าผึ่งผายสมส่วนและหน้าตาหล่อเหลาคมคายชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหลประกอบกับเกิดมาในตระกูลนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฐานะร่ำรวยติดอันดับต้นๆของประเทศจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรถ้าหากจะมีสาวสวยหนุ่มน้อยมากหน้าหลายตาติดพันรุมล้อมหน้าล้อมหลังแทบตลอดเวลาแม้ชายหนุ่มจะขึ้นชื่อลือชาด้านความเจ้าชู้เพลย์บอยผลัดเปลี่ยนตุ๊กตาสำหรับตั้งโชว์หน้ารถและบนเตียงนอนเป็นว่าเล่นก็ตามที

“ได้ข่าวว่าแกเลิกกับยัยคู่ขานางแบบที่เก็บได้จากผับเมื่ออาทิตย์ก่อนแล้วจริงเหรอ ทำไมหนนี้เร็วนักวะ?”

นิชิกิโด เรียวเอ่ยถามพาดพิงถึงข่าวลือล่าสุดที่บังเอิญลอยผ่านมากระทบโสตประสาทตั้งแต่เช้าตรู่อย่างไม่ค่อยใส่ใจสักเท่าไรนักขณะควักซองบุหรี่ออกจากกระเป๋ากางเกงเพื่อจุดสูบให้หายอยากหลังจากโยนหนังสือเรียนและข้าวของใส่ท้ายรถเล็กซัสสีบรอนซ์เงินซึ่งจอดอยู่ด้านหลังออดี้สปอร์ตของจินเสร็จสรรพเรียบร้อย หากเจ้าตัวต้นเหตุกลับเพียงแค่เลิกคิ้วยิ้มเยาะราวกับว่าสิ่งที่เรียวเพิ่งพูดออกมานั้นผิดมหันต์และฟังดูน่าตลกขบขันเสียเต็มประดาก่อนจะช่วยแก้ความเข้าใจให้ใหม่

“เรียกซะเสียหาย.... ต้องบอกว่าคู่ควงชั่วคราวต่างหาก นิสัยช่างฉอเลาะขี้วีนอย่างแม่นั่นฉันไม่เอามาทำเมียนานนักหรอก เสียสุขภาพจิต”

“ใช้ผู้หญิงเปลืองชะมัดยาด”

เพื่อนคนเดิมส่ายศีรษะอย่างเอือมระอากับนิสัยขี้หงุดหงิดรำคาญง่ายของคุณชายอาคานิชิ แต่มันก็ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายและอาจจะประหลาดยิ่งกว่านี้อีกมากโขถ้าหากจินสามารถอดทนกับเสียงแหลมสูงปรี๊ดของแม่นางแบบสาวจอมตื๊อได้เกินหนึ่งสัปดาห์.... ชีวิตลูกเศรษฐีทายาทนักธุรกิจอย่างพวกเขาก็คงไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องเดือดเนื้อร้อนใจมากเกินไปกว่าการมาเรียนหนังสือในมหาวิทยาลัยสนองความต้องการของทางบ้าน จากนั้นก็ตระเวนออกเที่ยวตามสถานบันเทิงยามค่ำคืนเพื่อสังสรรค์ กิน ดื่ม รวมถึงสลับสับเปลี่ยนคู่นอนแข่งขันอวดศักดิ์ศรีระหว่างกลุ่มเพื่อนผู้ชายว่าใครจะแน่กว่ากัน
แม้จะสร้างบาดแผลหรือความเจ็บปวดให้กับคนที่ถูกเขี่ยทิ้งอย่างไม่ใยดีเมื่อเวลาลงสนามไล่ล่าสิ้นสุดลงก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะต้องใส่ใจ

......เพราะมันก็แค่เกมส์สำหรับฆ่าเวลาเท่านั้น......



“.......นี่ แกว่าเด็กคนนั้นดูเป็นยังไงบ้าง?”

“คนไหน?”

ดวงตาสีนิลภายใต้แว่นกันแดดจ้องมองตามทิศทางที่เรียวพยักเพยิดชี้ชวนให้ดู แม้จะยังไม่รู้สึกกระตือรือร้นสักเท่าไรนักเพราะอาการเมาค้างซึ่งคอยตามติดเล่นงานมาตั้งแต่เมื่อคืน แต่ถ้าหากรูปร่างหน้าตาของ‘รางวัล’เกิดถูกตาต้องใจเขาแล้วล่ะก็ บางทีเกมส์วันนี้อาจเริ่มต้นขึ้นเร็วกว่าที่คิดก็เป็นได้ เนื่องจากเป็นกฎกติกาที่รู้กันดีในหมู่พวกเขาว่าของแบบนี้ใครดีใครได้ ไม่จำเป็นต้องเกรงใจเพื่อนฝูงและไม่มีการยินยอมต่อรองหรืออ่อนข้อใดๆทั้งสิ้น

“ก็คนตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักๆที่กำลังยืนคุยอยู่กับอาจารย์มิสุทานิไง.... อยู่ปีสองคณะเดียวกันกับเราแต่คนละแผนกชื่อคาเมะนาชิ คาซึยะ”

“โธ่เอ๊ย.... ก็งั้นๆแหละวะ ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจตรงไหน”

เมื่อเห็นว่าเป้าหมายของเรียวเป็นใคร จินก็สบถถอนหายใจแรงๆพลางขยี้ดับบุหรี่ทิ้งลงถาดรองตรงคอนโซลรถอย่างไม่สบอารมณ์.... ร่างผอมบางในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวทับด้วยแจกเก็ตยีนไม่ใช่คนแปลกหน้าเลยสำหรับเขาและก็ไม่ใช่เนื้อชิ้นสดใหม่ที่มีค่ามากพอจะให้จินนึกอยากสละเวลามายื้อแย่งเหนื่อยเปล่ากับคนที่เขาเคยกระดิกนิ้วเรียกเพียงแค่ครั้งเดียวก็ยอมเดินตามมาขึ้นเตียงด้วย

จินพบคาเมะนาชิ คาซึยะครั้งแรกในงานเลี้ยงฉลองเปิดไนท์คลับของลูกพี่ลูกน้องเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน วันนั้นคาเมะนาชิซึ่งเป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยเดียวกันไปรับจ๊อบทำงานพิเศษคอยดูแลเสิร์ฟเครื่องดื่มชงเหล้าตามประสาเด็กต่างจังหวัดที่ย้ายเข้ามาอยู่ในโตเกียวตามลำพังก่อนจะถูกเขากึ่งชักชวนกึ่งบังคับคะยั้นคะยอให้นั่งดื่มด้วยกัน.... ด้วยความซื่อไม่ค่อยทันคนของเจ้าตัวทำให้จินสามารถมองออกได้อย่างทะลุปรุโปร่งว่าอีกฝ่ายก็มีใจให้ ใบหน้าสวยยามเขินอายยิ่งแดงระเรื่อยามเมื่อได้ยินคำหวานเกลี้ยกล่อมทั้งๆที่ผู้คนส่วนมากก็น่าจะฉุกคิดได้ว่าเป็นเพียงแค่การหลอกล่อให้ตายใจโดยจินเองก็เพิ่งมารู้เอาทีหลังว่าคาเมะนาชิหลงเชื่อคำพูดพวกนั้นเป็นจริงเป็นจัง กว่าจะรู้สึกตัวว่านั่นมันโง่เง่าสิ้นดีเวลาก็ผ่านมาหลายเดือนแล้ว

“นั่นสิ.... สเป็คแกมันต้องสาวสวยขาวๆอวบๆเต็มไม้เต็มมือนี่หว่า คงไม่สนเด็กเรียนท่าทางเรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้หรอก.... แต่ฉันว่าคบรุ่นน้องแบบนี้ก็ดีนะ น่าจะว่านอนสอนง่ายไม่จุกจิกวุ่นวายเหมือนพวกผู้หญิงด้วย”

“เดี๋ยวนี้แกเปลี่ยนรสนิยมแล้วหรือไง?”

ถามเหยียดๆเพราะเห็นว่าเพื่อนสนิทที่เป็นคนนิสัยประเภทคล้ายๆกันกับเขาซึ่งก็คือเบื่อง่าย หน่ายเร็วและไม่เคยจริงจังกับใครไม่น่าจะสนใจเด็กหนุ่มใสซื่อไม่ประสีประสาที่วันหนึ่งๆชอบเอาแต่เพ้อเจ้อเรื่องรักๆใคร่ๆไร้สาระหรือไม่ก็บีบน้ำตาร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นเรียกร้องความสงสารได้นานนัก

“ถ้าคู่แข่งเยอะขนาดนั้นแสดงว่าเจ้าตัวเขาก็คงต้องมีอะไรๆดีมากพอที่จะทำให้ฉันนึกอยากลองเปลี่ยนรสนิยมอยู่บ้างแหละ.... แกไม่คิดอย่างฉันเหรอ?”

บุหรี่มวนใหม่ถูกจุดสูบเพื่อระงับอารมณ์ที่อยู่ดีๆก็เดือดพลุ่งพล่านขึ้นมาเองโดยไม่มีสาเหตุยามเมื่อจินได้แต่นั่งนิ่งๆเฝ้ามองดูสิ่งที่เคยเป็นสมบัติของตนถูกพวกชั้นต่ำกระจอกงอกง่อยเรียงคิวต่อแถวใช้งานซ้ำ ถ้าหากภาพที่จินเห็นอยู่ในเวลานี้คือเหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อสองเดือนก่อน รับรองได้เลยว่าคนตัวเล็กที่กำลังยืนพูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกับเพื่อนชายด้วยความสนิทสนมออกหน้าออกตาย่อมหนีไม่พ้นถูกเขาจัดการลงโทษอย่างสาสมแน่นอน....

สิ่งที่นิชิกิโด เรียวกล่าวเชิงถามความคิดเห็นไม่ได้ผิดไปจากความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อยและคนเพียงคนเดียวที่รู้ข้อเท็จจริงข้อนั้นดีที่สุดก็คือเขา หากดูเหมือนว่าหัวสมองของชายร่างสูงกำลังจดจ่อกับอะไรบางอย่างที่ยากและลึกล้ำเกินกว่าจะคาดเดาด้วยสายตา ถึงแม้ว่าตอนนี้คาเมะนาชิ คาซึยะจะไม่ใช่ของเล่นชิ้นโปรดของอาคานิชิ จินอีกต่อไปแล้วก็ตาม

....................

..............................

อย่างคาเมะนาชิก็มีดีอยู่เพียงแค่เรื่องบนเตียงอย่างเดียวนั่นแหละ

และจินก็ไม่คิดจะลดศักดิ์ศรีด้วยการคุ้ยเขี่ยของสกปรกที่เขาเป็นคนทิ้งลงถังขยะไปเองกับมือขึ้นมากินด้วย!!!




“ขอบคุณมากนะยามะพีที่อุตส่าห์เดินมาเป็นเพื่อน แต่ส่งฉันแค่นี้ก็พอแล้วล่ะ เดี๋ยวไปขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายไม่ทันนะ”

“อืม.... กลับระวังๆนะคาเมะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

กว่างานพิเศษในร้านสะดวกซื้อจะเลิกก็เป็นเวลาค่อนข้างดึกมากแล้ว เพื่อนร่วมงานกะเดียวกันกับคาเมะจึงอาสาเดินมาส่งจนถึงทางแยกซึ่งสามารถเลี้ยวไปยังสถานีรถไฟ ร่างบางหันไปโบกมือบอกลาและมุ่งตรงสู่อพาร์ตเมนท์ห้องแคบๆเพียงลำพังอย่างเช่นทุกวัน....

นับตั้งแต่เหตุการณ์เมื่อสองเดือนก่อนในคืนที่เขาถูกจินบอกเลิก คาเมะก็ตัดสินใจเลิกทำงานพิเศษที่ผับซึ่งญาติของอดีตชายคนรักเป็นเจ้าของกิจการเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับชายหนุ่มทุกรูปแบบ แม้ว่าความเจ็บปวดและเสียใจจะยังคงประทับตราตรึงอยู่ภายในหัวใจไม่จางหายแต่เขาก็หวังว่าหากตัวเองเป็นฝ่ายยอมปล่อยมือแล้วก้าวถอยออกมา บางทีความรู้สึกเหล่านั้นอาจค่อยๆบรรเทาเบาบางลงจนกระทั่งไม่หลงเหลือสิ่งใดให้จดจำก็เป็นได้

คาเมะรู้ตัวดีว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไรสำหรับอาคานิชิ จิน.... มันช่างเป็นเรื่องไร้สาระ โง่เง่าเหลือเกินกับการพยายามตามยื้อยุดฉุดกระชากหรืออ้อนวอนร้องขอความรักจากผู้ชายเห็นแก่ตัว เย็นชาที่คิดว่าเขาเป็นเพียงแค่อุปกรณ์สำหรับใช้บำบัดความใคร่ยามเมื่อต้องการปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศซึ่งสามารถชี้นิ้วสั่งได้ตามใจชอบ มิหนำซ้ำยังไม่เคยให้เกียรติ ไม่เคยยินยอมอนุญาตให้คาเมะเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาสองคนหรือปฏิบัติต่อคนตัวเล็กเหมือนอย่างคนรักกันเลยเสียด้วยซ้ำ.... มีแต่ถ้อยคำเปรียบเปรยด่าทอประชดประชันเหยียดหยามว่ารุ่นน้องร่วมมหาวิทยาลัยนั้นไม่แตกต่างไปจากพวกผู้หญิงหากินข้างถนนที่คอยจ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อลูกเศรษฐีร่ำรวยเพื่อยกระดับตัวเองให้สูงขึ้น ต่อให้พร่ำบอกจนแทบขาดใจว่าไม่เป็นความจริงก็คงเปล่าประโยชน์ในเมื่ออีกฝ่ายประเมินค่าของคาเมะเอาไว้เพียงแค่เด็กหนุ่มใจง่ายเหลวแหลกซึ่งพร้อมกระโจนขึ้นเตียงกับทุกคนที่มีเงินจ่าย

ความสัมพันธ์ทางกายและเซ็กส์คือสิ่งเดียวที่เขาสามารถใช้เป็นเครื่องต่อรองยืดระยะเวลาเพื่อให้ชายคนรักคอยอยู่เคียงข้างให้ยาวนานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่สุดท้ายคาเมะก็ต้องสะดุ้งตื่นจากโลกแห่งความฝันและจินตนาการลมๆแล้งๆเพื่อพบกับโลกของความเป็นจริงที่ว่าตนเองไม่ได้สำคัญหรือมีความหมายอะไรสำหรับจินเลยแม้สักเพียงเศษเสี้ยวธุลี ก็แค่ของเก่ารสชาติจืดชืดอันแสนน่าเบื่อระอาซึ่งจะหาใครคนอื่นที่ดีกว่า น่าสนใจกว่ามาสลับสับเปลี่ยนทดแทนเมื่อไรก็ได้

ทั้งๆที่หนึ่งปีแห่งความทรมานมีเพียงเรื่องพรรค์นั้นวนเวียนไปมาราวกับละครเศร้าฉายซ้ำซึ่งไม่มีวันจบสิ้น

......หากกระนั้นคาเมะก็ยังคงรักและคิดถึงจินไม่เสื่อมคลาย......




สองเท้าหยุดชะงักก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางเมื่อพบว่ารถสปอร์ตสีแดงแสนคุ้นตากำลังจอดนิ่งอยู่บริเวณลานแคบๆด้านหน้าอพาร์ตเมนท์ห้องเช่าราคาถูกซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นที่หยุดพักประจำของมันระหว่างรอเจ้าของขึ้นไปหาเขาบนห้อง คาเมะรู้สึกว่าเลือดทั้งกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็งก่อนจะไหลไปกองรวมกันอยู่ตรงปลายเท้าส่งผลให้ร่างทั้งร่างเกิดอาการอัมพาตชั่วคราวไม่สามารถขยับเขยื้อนไปทางไหนได้.... คาเมะไม่ได้อยากคิดเข้าข้างตัวเองเพราะรู้ดีว่าพิษสงของการหลงละเมอเพ้อพกนั้นมันเจ็บปวดมากมายสักแค่ไหนหากสิ่งที่ปรากฎอยู่ตรงหน้าในเวลานี้มันกลับทำให้เขารู้สึกสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปหมดทั้งร่างกายและหัวใจ

“................จิน”

ริมฝีปากและลำคอแห้งผากไหวระริกขณะพยายามเปล่งเสียงสั่นเครือเรียกขานชื่อของอดีตชายคนรักแต่สิ่งที่ได้รับกลับมานั้นก็คือสายตาดุดันซึ่งตวัดมองมาทางเขาเกรี้ยวกราดเย็นชารวมถึงคำพูดแดกดันดูถูกดูแคลนทำร้ายจิตใจดังเช่นทุกครั้งที่พบกัน

“ใช่ ฉันเอง..... ไม่เจอกันแค่ไม่กี่เดือนก็สมองเสื่อมกะทันหันจนจำหน้าฉันไม่ได้แล้วเหรอ? ไหนเคยบอกว่ารักนักรักหนาไงล่ะ หรือว่าเดี๋ยวนี้หลายผัวมั่วจัดเสียจนสับสนว่าใครเป็นใคร!!??”

ประโยคหลังคนพูดจงใจเดินเข้ามาสำทับใส่ในระยะประชิดด้วยท่าทีคุกคามจนคาเมะเริ่มไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายมีจุดประสงค์อะไรกันแน่จึงอุตส่าห์ถ่อมาหาของเล่นชิ้นเก่าที่หมดความน่าสนใจถึงที่ เขามันบ้าเหลือเกินที่แวบหนึ่งเผลอคิดว่าบางทีจินอาจจะนึกเป็นห่วงถึงได้แวะมาหามาเยี่ยมเยียน.... ร่องรอยบาดเจ็บบอบช้ำซึ่งประทับฝังลึกอยู่ภายในห้วงภวังค์แห่งความทรงจำสีจางบ่งบอกย้ำเตือนให้คาเมะตระหนักว่าผู้ชายที่ชื่อจินไม่เคยรัก ไม่เคยคิดถึงเขาเหมือนอย่างที่เขาคิดถึงจินแทบทุกเสี้ยววินาทีทุกลมหายใจเข้าออก เพราะฉะนั้นคาเมะจึงสรุปเอาว่าต้นสายปลายเหตุก็คงหนีไม่พ้นธุระเรื่องเดิมๆซึ่งตนควรจะเข็ดขยาดกับความรู้สึกของการตกเป็นเบี้ยล่างปล่อยให้คนอื่นกระทำทารุณกับตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจได้ตามใจชอบเช่นนี้เสียที

“ถ้าจินไม่มีธุระอะไรนอกจากจะมาหาเรื่องด่าว่าฉันก็กลับไปเถอะ”

“ธุระน่ะมีแน่!!!”

ทันทีที่ของเล่นชิ้นเก่าแสดงกิริยาแข็งข้อพยศกำเริบเสิบสานด้วยการตัดบทสนทนาเลิกต่อปากต่อคำแล้วพยายามเดินเลี่ยงหนีไปทางอื่น ร่างสูงใหญ่ปราดเข้าไปกระชากท่อนแขนผ่ายผอมพลางออกแรงบิดโดยไม่แยแสเลยว่ากระดูกเปราะบางที่อยู่ภายใต้ผิวเนื้อละเอียดอ่อนจะหักเป็นสองท่อนคามือตัวเองก่อนจะดึงรั้งให้ฝ่ายที่กำลังเสียเปรียบให้เซลาทรงตัวยืนเอาไว้ไม่อยู่

“อื้อ!! อย่านะจิน.... ปล่อย!!!!”

กลีบปากหยักหนาโน้มต่ำลงมาประกบปิดส่วนเดียวกันของคาเมะอย่างจาบจ้วงและอุกอาจจนร่างบางเตรียมใจรับไม่ทัน ปลายลึ้นสากสอดลึกเข้าไปพัวพันบดขยี้จนคนตัวเล็กกว่าต้องดิ้นรนไขว่คว้าหาอิสรภาพและอากาศซึ่งจวนเจียนกำลังจะหมดลงทุกขณะ ทัศนียภาพเบื้องหน้าเริ่มพร่ามัวพร้อมกับที่มือคู่น้อยพยายามขัดขืนผลักไสร่างอีกฝ่ายให้ถอยห่างแต่ก็ไม่เป็นผล จนกระทั่งริมฝีปากบวมเจ่อนั้นได้ลิ้มรสกลิ่นคาวเลือดคลุ้งมือหนาจึงกระชากลำแขนผอมบางจับเหวี่ยงกระแทกชนกำแพงอพาร์ตเมนท์อย่างแรงด้วยอารมณ์โมโหเกรี้ยวกราดที่พุ่งขึ้นสูง....

คาเมะคู้ตัวงอเข่าเอามือกุมบั้นเอวตรงส่วนที่ได้รับความกระทบกระเทือนจนน้ำตาซึม ไม่ต้องตรวจดูอาการเขาก็รู้ว่าภายในพรุ่งนี้เช้ามันต้องปรากฏร่องรอยบอบช้ำให้เห็นอย่างแน่นอน ในขณะที่คนใจร้ายกลับก้มหน้าลงมายิ้มเยาะถากถางเขาด้วยคำพูดเชือดเฉือนราวกับว่าสิ่งที่เพิ่งกระทำนั้นมันยังไม่สาแก่ใจพอ

“อ้อ! ฉันลืมไปว่าเธอไม่ค่อยชอบที่แจ้งสักเท่าไรถึงได้ต้องทำอะไรหลบๆซ่อนๆอยู่เรื่อย.... น่าสงสารเหมือนกันนะ ขนาดคิดจะร่านยังต้องแอบไม่ให้ใครรู้เลย”

“อย่ามาดูถูกฉันนะ!!!”

น้ำเสียงแหบพร่าเจือสะอื้นโต้กลับอย่างไม่ลดละทั้งที่ยังเจ็บบริเวณสีข้างชายโครงจนแทบสำลัก ท่อนขาสั่นระริกพยายามประคองร่างกายอันแสนอ่อนล้าและชอกช้ำเจ็บปวดเกินบรรยายให้ลุกขึ้นยืนประจัญหน้ากับผู้ชายซึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นคนที่คาเมะรักจนหมดหัวใจ.... แต่นับจากนี้ไปมันจะไม่มีความรักอันแสนโง่เง่าซึ่งเต็มไปด้วยรอยน้ำตาเหล่านั้นอีกแล้ว!! ไม่มีอีกต่อไป!!!

“คนอย่างฉันเวลาทำอะไรไม่เคยจำเป็นต้องปิดบังใคร ไม่เหมือนกันกับจินหรอก.... เคยบอกให้ผู้หญิงพวกนั้นรู้บ้างไหมล่ะว่าอันที่จริงแล้วจินก็แค่อยากนอนด้วยเพื่อสนองความต้องการชั่วครั้งชั่วคราว ไม่ได้อยากคบกับพวกเธอจริงจังเหมือนอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด เพราะฉะนั้นอย่าเอานิสัยเลวๆของตัวเองมาเที่ยวตัดสินคนอื่นเขา.....................!!!”
.
.
เพี๊ยะ!!!!!!
.
.

“ช่างรู้ใจฉันดีเหลือเกินนะคาเมะ”

“ถ้าอย่างนั้นมารื้อฟื้นความทรงจำกันหน่อยดีกว่า เผื่อว่าร่างกายของเธอมันจะยังเชื่องกับฉันมากกว่าคำพูด!!!”


TBC on END CHAPTER


Short Fiction & One Shot
- [ONE SHOT]++ KINDERGARTEN ++(JinXKazuya) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE HANGING TREE ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [MPREG]++AKAME'S FAMILY++ HELLO DADDY,HELLO MOMMY [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ คาเมะนาชิ คาซึยะ กับ.......??? ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ G I V E ] +*+*(One Shot), Special For Valentine 2011 [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE LAST HOPE ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(End) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(Begin) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT-FIC]++AFTER LOVING++(For 8th Anniversary) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
- [SHORT-FIC]++THE WISH++(For Jin's 2006 Birthday), [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:22 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
โถ อีอ้วน อีเลวอีชั่ว อย่ามายุ่งกับคา:7ยะนะเว้ย! :angry:
แม่มสันดานอ่ะ รุนแรงเว่อ คาซึยะน่าสงสารฝุดๆเบยยยยยยย :y:
#แต่สนุกอ่ะ 55555 รุนแรงแบบนี้มันดี อิ้อิ้
ชื่อ : ariadne   E-mail : aiaigasa@hotmail.com    วันที่ : 26 มีนาคม 2556 00:02 น.
IP : 101.108.87.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
:y: อ่านแล้วอ่านอีกก็ยังรู้สึกได้ว่า
พี่จินมันเลวดีเนอะ ส่วนคาเมะจังก็ซื่อที่ไปรัก
:b:
ชื่อ : Mitsumeteitai    วันที่ : 13 มิถุนายน 2556 21:56 น.
IP : 110.168.88.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY