ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 215
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 979,540
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
29 พฤศจิกายน 2563
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
10  11  12  13  14 
15  16  17  18  19  20  21 
22  23  24  25  26  27  28 
29  30           
             
  Short Fiction & One Shot
[SHORT-FIC]++AFTER LOVING++(For 8th Anniversary)
[25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1922 คน
~After Loving~



ดวงดาวพร่างพราวระยิบระยับบนฟากฟ้าในค่ำคืนนี้สวยเด่นชัดเป็นพิเศษเสียจนคาเมะนาชิ คาซึยะไม่อาจละสายตาไปจากมันได้.... จุดเล็กจุดน้อยสีเงินแวววาวกระจิดริดนับหมื่นนับล้านพากันกระจายตัวอยู่เป็นกลุ่มก้อนไกลแสนไกลจากโลกมนุษย์.... หากแต่ยังคงส่องแสงทอประกายสร้างความงดงามให้แก่ดินแดนซึ่งห่างจนเกินจะเดินทางก้าวข้ามไปถึงได้.... ยามเมื่อหันมองลงไปยังพื้นถนนเบื้องล่างก็จะได้พบกับความเจิดจ้าตระการตาของสีสันภายในมหานครอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งซึ่งไม่เคยหลับใหลไปตามกาลเวลา และไม่ว่าวันคืนจะหมุนเวียนผ่านมาเนิ่นนานสักเพียงใด ความรู้สึกที่เขาเคยมีให้ต่อใครคนหนึ่งก็ยังมั่นคงไม่เปลี่ยนแปลงเช่นเดียวกัน

“คาเมะ.... ทำไมถึงออกมายืนตรงระเบียงล่ะ? อากาศข้างนอกหนาวขนาดนี้ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”

วงแขนแข็งแรงโอบรอบเรือนร่างผอมบางทางด้านหลังด้วยความรักใคร่ทะนุถนอม พลางกดปลายจมูกโด่งเป็นสันสูดดมกลิ่นอายหอมเจือจางจากโคโลญจน์ราคาแพงซึ่งถูกแตะแต้มไว้ที่ลำคอขาวผ่องเพียงเล็กน้อย.... ในที่สุดเขาก็ได้มายืนอยู่ ณ ที่ตรงนี้อีกครั้งกับใครคนหนึ่งซึ่งสามารถเรียกได้เต็มปากว่าเป็นคนรักของตนเอง ดวงหน้าสวยหวานแย้มริมฝีปากยิ้มรับคำตักเตือน.... เนื่องด้วยผิวพรรณที่ขาวเนียนละเอียดผุดผาดทั่วทั้งตัว พร้อมดวงตารีคล้ายเม็ดอัลมอนด์เปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนรับกับเรียวคิ้วโก่งและแพขนตางอนหนา และเมื่อประกอบเข้าด้วยเส้นผมนุ่มสลวยบางเบาสีน้ำตาลอ่อนก็เปรียบเสมือนว่าพระผู้เป็นเจ้าทรงได้บรรจงสร้างสรรค์ปั้นแต่งผลงานชิ้นยอดเยี่ยมสมบูรณ์แบบประทานมาของขวัญล้ำค่าให้กับเขา....

“จิน.... จำครั้งแรกที่เราสองคนมาที่นี่ได้ไหม?”

คนตัวเล็กกว่าละความสนใจออกจากทิวทัศน์นอกระเบียงหันกลับมาหาชายคนรัก ซบพวงแก้มใสลงกับอกเสื้อเชิ้ตเนื้อดี อ้อมท่อนแขนเพรียวไปประสานไว้ทางด้านหลังของร่างสูง เงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมองอย่างน่ารักออดอ้อน.... และก่อนที่จะได้รับฟังคำตอบรื่นหู กลีบปากหนาหยักก็ประทับลงกลางหน้าผากเมื่ออีกฝ่ายเกิดอดใจเอาไว้ไม่ไหวกับท่าทีซึ่งนานๆจะได้พบเห็นสักครั้งหนึ่ง

“จำได้สิ.... น่าเสียดายนะที่ตอนนั้นต้องมาทำงาน เลยแทบจะไม่มีเวลาไปเที่ยวหรือทำอะไรอย่างอื่นเลย”

ครั้งแรกสำหรับจินและคาเมะในเมืองนิวยอร์คแห่งนี้เป็นการเดินทางมาเพื่อถ่ายรูปลงอัลบั้มรวมภาพของKAT-TUN[1st in Newyork] หากแต่ความทรงจำในวันวานกลับไม่ได้จืดจางลงไปเลยแม้แต่น้อย เพราะทุกเวลาที่หวนคิดถึงคนทั้งคู่ก็มักจะพลิกเปิดหนังสือเล่มนั้นดูภาพที่เขาสองคนจูงมือเดินเคียงข้างและป้อนอาหารกันภายในสวนเซ็นทรัลพาร์ค รวมไปถึงภาพที่คาเมะกอดจินจากข้างหลังยังคงทำให้หัวใจดวงนี้อบอุ่นและเต้นแรงได้เสมอ.... แม้ถ้ามองอย่างผิวเผินจากภายนอกใครๆก็ต่างพากันลงความเห็นว่ามันคือมิตรภาพระหว่างเพื่อนสมาชิกภายในวง แต่มีก็เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่ล่วงรู้ว่าความสัมพันธ์นี้ลึกซึ้งและเต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายมากกว่าจะเอ่ยออกมาบรรยายเป็นถ้อยคำพรรณาได้....

และในวันนี้หลังจากฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆนานับประการ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเรื่องงานหรือปัญหาส่วนตัวซึ่งคอยรุมเร้าเหมือนกลั่นแกล้งพรากพวกเขาให้แยกห่างจากกันทีละน้อย.... ทั้งสังคมและสถานภาพที่บีบบังคับเช่นนี้ การแสดงออกถึงความรักความผูกพันต่อกันก็ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ทำได้ยากลำบากเหลือเกิน ในขณะที่ผู้คนมากมายพากันจูงมือกันเดินไปตามท้องถนนอย่างอิสระเสรี แต่จินและคาเมะก็ได้แต่เก็บงำหลบซ่อนความรู้สึกเหล่านั้นเอาไว้ในใจ เพียงแค่อยากจะทำท่าสนิทสนมกันให้เพื่อนร่วมงานเห็นก็ยังเป็นความใฝ่ฝันเพ้อเจ้อน่าละอายก็เท่านั้น

“ตอนนี้กี่โมงแล้วเหรอ?”

“คงใกล้ตีหนึ่งแล้วล่ะ.... ถ้าจินง่วงจะหลับก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องรอ”

“เปล่าหรอก.... คงยังไม่ชินกับเวลาที่นี่ล่ะมั๊งถึงได้ไม่รู้สึกง่วงเลย อยากยืนกอดคาเมะแบบนี้ไปเรื่อยๆตลอดทั้งคืนมากกว่า”

หยาดเลือดอุ่นวาบไหลย้อนขึ้นรวมกันที่พวงแก้มใสขับผิวให้แดงระเรื่อด้วยความเขินอาย ฝ่ามือใหญ่อุ่นร้อนประคองช้อนใบหน้าสวยซึ้งให้แหงนเงยมองสบตากัน เปลือกตาบางหลับพริ้มปิดสนิทเมื่อริมฝีปากของชายหนุ่มร่างสูงขยับเคลื่อนเข้ามาใกล้ ประกบชิดแนบทาบลงอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ.... ก่อนที่จะละออกเล็กน้อยเพื่อเปลี่ยนมุมให้ถนัดยิ่งขึ้น แล้วจึงค่อยๆสอดปลายลิ้นช่ำชองเข้าค้นหาความหวานชุ่มฉ่ำจากกลีบปากบางนุ่มน่าลิ้มลองไม่รู้หน่าย โดยไม่สนใจว่าอาจจะมีใครเห็นว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่บนระเบียงชั้นเจ็ดของโรงแรม.... เพราะที่แห่งนี้ไม่ใช่ญี่ปุ่น.... ไม่มีใครรู้จักว่าอาคานิชิ จินและคาเมะนาชิ คาซึยะเป็นใครหรือมีชื่อเสียงมากขนาดไหน และไม่มีนักข่าวคอยระแวงจ้องจับผิดจนน่าอึดอัดไร้ซึ่งความเป็นส่วนตัว.... ขอเพียงตอนนี้ให้เขาทั้งสองคนได้ปล่อยใจทำตามปรารถนาสักครั้ง

หลังจบทัวร์คอนเสิร์ตอันแสนยาวนานและเหน็ดเหนื่อยมีเวลาว่างสำหรับให้หยุดพักผ่อนเพียงห้าวัน ก่อนที่จะเริ่มการฝึกซ้อมและเข้าสตูดิโอเพื่อทำซิงเกิ้ลแผ่นใหม่ อีกทั้งคาเมะยังมีงานละครรออยู่อีกถึงสองเรื่องติดๆกัน ซึ่งถ้าไม่รีบฉวยโอกาสทองนี้เอาไว้หนทางที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกันตามลำพังคงแทบจะเลือนลางเต็มทน การตัดสินใจเดินทางมานิวยอร์คอย่างกะทันหันจึงเกิดขึ้นในทันที....

“ดีใจนะที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ มีเพียงฉันกับจินแค่สองคนที่นี่.... ไม่รู้ว่าพอกลับไปถึงโตเกียวแล้วจะเป็นยังไงบ้าง”

คนตัวเล็กเอ่ยออกมาเสียงเบา ถ้อยคำฟังดูเหมือนรำพึงรำพันหากแต่แอบแฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยอยู่ในทุกอณูของน้ำเสียงแหบหวานนั้น มากมายเสียจนชายหนุ่มร่างสูงสามารถจับกระแสแห่งความกังวลใจได้....

“อย่าเพิ่งพูดถึงอนาคตเลยคาเมะ....”

“แต่ฉัน.... อดที่จะคิดมากไม่ได้นี่ ไม่รู้ว่าจินจะหมดรักฉันคนนี้เมื่อไร เพราะยิ่งนานวันก็ยิ่งรู้สึกเหมือนช่องว่างระหว่างเรามันเพิ่มมากขึ้นทุกที และไม่มีอะไรที่จะบ่งบอกได้ว่าวันพรุ่งนี้หรือวันต่อๆไปฉันจะยังคงยืนหยัดอยู่เคียงข้างจินต่อไปได้ ถ้าหากว่าจินเกิดไม่ต้องการฉันขึ้นมาแล้วฉันควรจะต้องทำตัวอย่างไร? จะทนใช้ชีวิตอยู่คนเดียวได้ยังไง?.... ฉันไม่รู้อะไรเลยทั้งนั้น”

คาเมะมักจะอ่อนไหวด้วยเรื่องทำนองนี้เสมอ โดยเฉพาะกับเรื่องที่ต้องเก็บเอาไว้ภายในใจไม่อาจระบายออกมาให้ใครฟังได้.... หยดน้ำอุ่นใสหลั่งรินออกจากหัวตาทีละน้อยจนเป็นสายไหลลู่ลงข้างแก้ม พร้อมทั้งคำพูดราวกับกำลังตัดพ้อต่อว่าจนเสียงสั่นเครือเพราะแรงสะอื้นร่ำไห้.... ฉากละครเบื้องหน้าของร่างบอบบางผู้ซึ่งน่ารักยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เป็นประจำนั้นซุกซ่อนไว้ด้วยความทุกข์ตรอมตรม.... ทุกๆครั้งยามเมื่อเขาเห็นคนรักทำทีสนิทสนมกับหญิงสาวคนใด แม้อยากจะหึงหวง...อยากเดินเข้าไปสะกิดบอกให้เธอคนนั้นรีบถอยห่างออกไป แต่อย่างมากก็ได้แค่ยืนมองห่างๆแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น รอคอยจนทุกอย่างเงียบหายไปพร้อมกับกาลเวลา....

“เวลาที่มีข่าวไม่ดีถูกเขียนลงนิตยสารฉันก็มักจะเก็บเอาไปคิดมาก ทั้งที่ในใจก็รู้ดีว่าคงไม่มีอะไรแต่มันก็อดกังวลไม่ได้ หลายต่อหลายหนที่ฉันต้องแอบนอนร้องไห้คนเดียวให้ใครเห็นไม่ได้.... เพราะฉันกลัวเหลือเกิน...กลัวว่าสักวันหนึ่งจินจะหมดรัก กลัวว่าสิ่งแวดล้อมรอบตัวพวกเราจะทำให้จินเปลี่ยนไป”

นิ้วโป้งหนาเกลี่ยเอาละอองหยาดน้ำบริสุทธิ์นั้นให้เจืองจางหายไปจากดวงหน้าสวยหวานอันแสนรักของเขาอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเอื้อมลงมากอบกุมมือน้อยทั้งสองข้างไว้ให้มั่นแล้วทาบลงกับผืนอกกว้างแข็งแรงให้ร่างเล็กได้สัมผัสถึงความจริงในหัวใจจากจังหวะการสะท้อนไหว.... และถึงแม้อากาศภายนอกจะหนาวเหน็บเพียงใดหรือโลกใบนี้จะโหดร้ายเย็นชามากแค่ไหน ผู้ชายที่ชื่ออาคานิชิ จินก็จะยังเป็นสถานที่พึ่งพิงซึ่งอบอุ่นและอ่อนโยนที่สุดให้กับคาเมะตลอดไป....

“ไม่มีอะไรที่ต้องกลัวหรอกนะคนดี.... เพราะตราบใดที่คำสัญญาของเรายังคงอยู่ไม่สูญสลาย ตัวฉันเองก็จะไม่มีวันหนีจากคาเมะไปไหนเช่นกัน อย่างที่เคยบอกว่าคาเมะนั้นคืออากาศ...คือลมหายใจ...คือทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน ขอเพียงเราทั้งคู่ยังคงเชื่อมั่นในกันและกัน แค่เรียกหาฉันคนนี้ก็พร้อมจะมาอยู่เคียงข้างคาเมะเสมอ ฉันไม่เคยแคร์ว่าใครจะคิดจะพูดยังไง.... แต่อยากให้จดจำเอาไว้ว่าคาเมะเป็นคนเดียวที่สำคัญที่สุด”

แหวนเงินวงเล็กบนนิ้วก้อยหยอกล้อสะท้อนกับแสงไฟวูบวาบเมื่อถูกยกสูงขึ้นในระดับพอดีกับสายตา ริมฝีปากหนาหยักได้รูปแนบจุมพิตลงที่หลังมือเหมือนในภาพยนตร์ตอนที่พระเอกกำลังอ้อนวอนขอความรักจากนางเอกอย่างไรก็อย่างนั้น.... ก่อนร่างสูงจะเปลี่ยนมาจูบซับรอยเปียกชื้นบนแก้มใสเปล่งปลั่งแทน ด้วยสัมผัสโอบกอดรัดรึงแน่นของร่างเล็กทำให้จินเข้าใจดีว่าคาเมะกำลังรับรู้และซึมซาบเอาทุกรายละเอียดถ้อยคำพูดของเขาเก็บเข้าสู่ห้วงลึกในลิ้นชักแห่งความทรงจำ และมันจะยังคงอยู่เช่นนั้นชั่วนิรันดร.... โดยที่ไม่มีสิ่งใดจะสามารถลบล้างให้ละลายจางหายไปได้ ถึงแม้จะต้องใช้น้ำทะเลจากทั้งมหาสมุทรก็ตาม....

“บางทีเรื่องของเรามันอาจจะถึงเวลาแล้วก็ได้”

“เรื่องของเรา หมายถึงอะไรเหรอจิน? อย่าบอกฉันนะว่า....”

ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆแอบอมยิ้มขำเมื่อเห็นท่าทีของคนร่างเล็กตรงหน้า ที่ดูเหมือนว่ากำลังจะร้องไห้ออกมาอีกครั้ง กำปั้นน้อยๆทุบลงตรงต้นแขนคนรักอย่างจังทันทีที่รู้ว่าตนเองคงมีอันต้องถูกกลั่นแกล้งให้ไขว้เขวด้วยคำพูดซึ่งมีความหมายกำกวมชวนให้เข้าใจคลาดเคลื่อนเช่นนั้น

“อ้าว! คาเมะมาโทษฉันได้ยังไงล่ะก็คนเขายังพูดไม่จบเลยนี่นา? ฉันหมายความว่าพอเราสองคนกลับไปถึงโตเกียวแล้วจะลองเปิดเผยเรื่องที่เรากำลังคบกันอยู่ดีไหม? เริ่มจากคนใกล้ตัวก่อนอย่างเพื่อนๆในKAT-TUN.... เพราะถ้าเป็นเจ้าพวกนั้นล่ะก็จะต้องยอมรับความสัมพันธ์ระหว่างฉันและคาเมะได้แน่”

“จริงเหรอ? จินอย่าหลอกฉัน.... อย่าให้ฉันหวังลมๆแล้งไปฝ่ายเดียวนะ”

ดวงตาเรียวรีสีน้ำตาลอ่อนฉายแววคลางแคลงใจฉายชัดอย่างไม่ปิดบังแม้แต่น้อย.... ตลอดระยะเวลากว่าห้าปีที่ต้องหลบๆซ่อนๆไม่ให้ใครรู้เพราะเกรงว่าจะถูกต่อต้านและรังเกียจจากสังคมรอบข้างกำลังจะผ่อนคลายความตึงเครียดลงในแบบที่เคยวาดฝันเอาไว้....? คาเมะกับจินเป็นเหมือนอย่างคู่รักทั่วๆไป?

“แน่นอน ฉันไม่โกหกคาเมะหรอก”

คนร่างเล็กโผเข้าสวมกอดชายหนุ่มเต็มแรงจนเกือบเซไปด้านหลัง โชคยังดีที่จินเป็นฝ่ายยืนหันหน้าเข้าหาระเบียง มิฉะนั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุจากความตื้นตันใจสุดขีดของคาเมะก็เป็นได้.... หยาดน้ำตาซึ่งในคราวแรกเพียงรื้นรินอาบแก้มแค่เล็กน้อย บัดนี้กลับพากันไหลออกมาราวกับทำนบแตก

“รักจินมากนะ.... รักที่สุด อยากอยู่กับจินตลอดไป”


“ฉันก็รักคาเมะมากเหมือนกัน.... ขอโทษที่เคยทำให้ต้องเสียใจ ขอโทษที่เคยทำให้ร้องไห้ แต่นับจากนี้ไปเราสองคนจะมีแต่ความสุขกับเสียงหัวเราะร่วมกัน.... ฉันขอสาบานด้วยหัวใจของตัวเอง คาเมะจะยอมรับมันไหม?”

จินเอ่ยปากถามคาเมะทั้งที่ลึกๆแล้วตนเองก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ.... เพราะทุกครั้งที่ได้สบตามองกระจกแก้วงดงามซึ่งสะท้อนแต่ภาพของเขาคนเดียวมาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่ได้พบกันในห้องออดิชั่นตราบจนกระทั่งวันนี้ ตอนนี้ วินาทีนี้ และเขาก็แน่ใจว่าร่างบอบบางตรงหน้าคืออีกซีกเสี้ยวหนึ่งของดวงวิญญาณที่ขาดหายไปอย่างแน่นอน.... ไม่ทันไรวงหน้าขาวกระจ่างตาก็ขยับเข้ามาใกล้จนแทบชนกัน พร้อมด้วยเสียงกระซิบหวานหูชวนให้หัวใจเต้นตึกตักในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“แล้วจูบสาบานล่ะ?”

สายลมแรงพัดผ่านบนระเบียงชั้นเจ็ดของโรงแรมแห่งหนึ่งใจกลางมหานครนิวยอร์คกำลังปรากฏร่างคนสองคนซึ่งกำลังถ่ายทอดบอกเล่าถึงความรักที่มีให้อย่างถวิลหา หากเต็มเปี่ยมไปด้วยความทะนุถนอม อ่อนโยนและปรารถนากันและกันไม่เสื่อมคลาย.... ราวกับว่าจะตักตวงเพื่อเติมเต็มไว้ด้วยทุกสัมผัสแห่งการตระคองกอด ผลัดกันแลกเปลี่ยนมอบจุมพิตหวานซึ้งจับใจไม่ขาดสาย ในขณะที่บนท้องฟ้าพร่างพราวเป็นประกายจากแสงดาวเหมือนเกล็ดละอองกากเพชรโปรยปรายลงบนผืนผ้ากำมะหยี่สีดำสนิทเพื่อเป็นแพรม่านให้กับบทส่งท้ายของค่ำคืนอันแสนสุขนี้....

“ดึกมากแล้ว กลับเข้าห้องกันดีกว่า.... พรุ่งนี้จะได้ตื่นเช้าๆแล้วเราไปเดินเล่นที่เซนทรัล พาร์คกันนะ”

“อืม....”

ถึงแม้ว่าเรื่องของพวกเรานั้นจะเริ่มต้นถักทอจากความเป็นไปไม่ได้ในคราวแรก แต่เส้นใยแห่งสายสัมพันธ์จะไม่มีวันถูกตัดขาดออกจากกัน.... ขอเพียงแค่ยังเชื่อ ยังมีความหวัง ยังมั่นคงกับความรู้สึกอันแน่วแน่ในการที่จะรักใครสักคน และกล้าที่จะลองไขว่คว้ากลุ่มหมอกควันกระจัดกระจายนั้นให้ก่อตัวเป็นรูปร่าง....

แล้ววันหนึ่งคำอธิษฐานจะต้องส่งไปถึงคนรักของคุณอย่างแน่นอน

เพราะเราสองคนเชื่อมั่นเช่นนั้นเสมอมา....
.
.
.

Ano Tokino Ano Basho Kienai Kono
‘Kizuna’




~After Loving~
Never End


Short Fiction & One Shot
- [ONE SHOT]++ KINDERGARTEN ++(JinXKazuya) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE HANGING TREE ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [MPREG]++AKAME'S FAMILY++ HELLO DADDY,HELLO MOMMY [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ คาเมะนาชิ คาซึยะ กับ.......??? ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ G I V E ] +*+*(One Shot), Special For Valentine 2011 [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT FIC]*+*+ [ THE LAST HOPE ] +*+*(One Shot) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(End) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT-FIC]++ADDICTED TO LOVE++(Begin) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT-FIC]++AFTER LOVING++(For 8th Anniversary) [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
- [SHORT-FIC]++THE WISH++(For Jin's 2006 Birthday), [25 กุมภาพันธ์ 2556 13:13 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY