ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 7
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 209
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 820,759
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
17 พฤศจิกายน 2562
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
     
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
             
  ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten )
❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH09 #คิมหันต์สีเลือด
[24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1150 คน
9

คิมหันต์สีเลือด

 


 
#พระชายาแทยง


“หม่อมฉัน ลี แทยง.... ขอถวายบังคมฝ่าบาทและพระมเหสี และขอถวายพระพรให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญ พระชนมายุนับพันนับหมื่นปีพะยะค่ะ”


เมื่อครบกำหนดสามราตรีที่อภิเษกเข้าวังหลวงมาเป็นพระชายาในองค์รัชทายาท ลี แทยงจึงได้มาเข้าเฝ้าพระราชาและพระมเหสีองค์ปัจจุบันตามธรรมเนียมของราชสำนักฝ่ายในพร้อมด้วยพระสวามี.... 


ใบหน้าพริ้มเพราหมดจดแต่งแต้มด้วยแป้งหอมและผงชาด กลีบปากสีระเรื่อแย้มพรายส่งรอยยิ้มหวานหยดให้กับมังกรและหงส์ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดบนแผ่นดินฮันยาง ร่างผอมบางในชุดพิธีการยอบกายถวายคำนับอย่างอ่อนช้อยสง่างาม เป็นที่ชอบพอพระทัยของพระเจ้าอินจงยิ่งนักที่ทรงได้พระสุนิสาจากสกุลจอมทัพซึ่งสมบูรณ์แบบด้วยทั้งรูปโฉมและชาติตระกูล


“ทำตัวตามสบายเถิด แทยง.... เจ้าแต่งเข้ามาเป็นชายาของยองโฮซึ่งเป็นโอรสของข้าแล้ว ข้าเองก็เป็นเสมือนพ่อของเจ้าด้วยเช่นกัน”  


องค์ราชารับสั่งด้วยน้ำพระสุรเสียงนุ่มนวลหลังจากที่สะใภ้ราชสำนักถวายความเคารพเป็นที่เรียบร้อย ทรงนึกชื่นชมแม่ทัพชอง ยุนโฮและภริยาป็นอย่างยิ่งที่สามารถเลี้ยงดูบุตรชายให้เติบโตมาได้งามพร้อมไร้ที่ตำหนิ แน่นอนว่าพระองค์จะต้องทรงช่วยรักษาสมบัติล้ำค่าของสกุลชองเป็นอย่างดีก่อนจะหันไปรับสั่งกับพระมเหสี  


“ดังนั้นมเหสีฮโยชอลก็คือแม่อีกคนหนึ่งของเจ้า หากมีสิ่งใดขาดเหลือหรืออยากขอคำแนะนำก็สามารถมาขอเข้าเฝ้าพระมเหสีที่ตำหนักคโยแทได้ทุกเมื่อ.... ชุงจอน ข้าขอฝากเจ้าช่วยดูแลแทยงด้วย งานปกครองฝ่ายในก็ค่อยๆ สั่งสอนกันไปไม่ต้องรีบร้อนนักก็ได้”


“เพคะ ฝ่าบาท” 
พระมเหสีรีบสนองพระบัญชา แล้วจึงหันมาแย้มโอษฐ์ให้กับหงส์น้อยอย่างทรงรักใคร่เอ็นดูทั้งที่เพิ่งได้สนทนากันเป็นครั้งแรก  


“ต่อไปนี้ก็เรียกข้าว่าเสด็จแม่เถอะนะ แทยง”  


“หากเช่นนั้นแล้ว แทยงก็ขอน้อมรับพระกรุณาจากเสด็จพ่อและเสด็จแม่ด้วยความซาบซึ้งใจพะยะค่ะ”


พระชายาแทยงทูลตอบพระมเหสีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแช่มชื่น ผิดกับองค์รัชทายาทซึ่งทอดพระเนตรมองสตรีสูงศักดิ์ผู้เป็นประมุขแห่งฝ่ายในอย่างมิทรงยินดียินร้าย ในขณะที่พระนางก็หาได้ทรงมีท่าทีรับรู้กระแสความเคียดแค้นชิงชังจากแววเนตรเย็นชานั้นไม่ ยังคงออกโอษฐ์ชื่นชมสะใภ้จากสกุลชองมิได้ขาด


“แทยงนี่ช่างน่ารักเสียจริง หน้าตาสะสวยราวกับเทพธิดาจำแลงกาย สวยเหมือนองค์ชายแจจุงผู้เป็นมารดาไม่มีผิด สมแล้วที่ราษฎรของเราตั้งสมญานามให้ว่าไข่มุกแห่งเมืองฮันยาง.... เซจา เจ้าได้ชายาที่ดีพร้อมมากถึงเพียงนี้แล้วก็ต้องรู้จักทะนุถนอมเอาไว้ให้ดีล่ะ”


“ทราบแล้วพะยะค่ะ เสด็จแม่ฮโยชอล”  


องค์ชายยองโฮตรัสเพียงสั้นๆ หัตถ์หนาเอื้อมไปกุมมือของแทยงเอาไว้ราวกับจะประกาศให้ทรงทราบว่าพระองค์สามารถดูแลชายาของตนเองได้โดยไม่ต้องอาศัยความช่วยเหลือเมตตาจากผู้ใด


พระเจ้าอินจงทอดพระเนตรเห็นดังนั้นก็ทรงเข้าพระทัยไปว่ารัชทายาทและพระชายามีใจปฏิพัทธ์เสน่หาต่อกันอยู่พอควร ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดีแล้วถ้าหากองค์ชายยองโฮจะยังต้องพึ่งพาอาศัยอำนาจบารมีจากชอง ยุนโฮ ทว่า เพียงแค่การอภิเษกอย่างเดียวก็อาจยังไม่พอสำหรับการเหนี่ยวรั้งแม่ทัพเมืองหลวงเอาไว้


“พ่อได้รับรายงานจากกรมพิธีการแล้ว เห็นว่าการเข้าหอของเซจาและชายาก็เรียบร้อยดี จากนี้ไปก็จงรีบมีพระโอรสด้วยกันสักหลายๆ คน เอาไว้เป็นโซ่ทองคล้องใจให้พวกเจ้าสองคนได้ครองรักกันไปจนแก่เฒ่า”


“ทราบแล้วพะยะค่ะ”


ร่างเล็กก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างเขินอายเมื่อได้ยินรับสั่งถึงการมีโอรสให้พระสวามี รอยยิ้มหวานเชื่อมยังประดับดวงพักตร์สวยสะคราญให้ถ้วนทุกคนในตำหนักใหญ่เข้าใจว่ามีความสุขกับการได้เป็นพระชายาในองค์รัชทายาทมากเหลือเกิน แม้องค์ชายยองโฮจะทรงมีคนรักอยู่ก่อนแล้วก็ยังใจกว้าง ยอมให้คนผู้นั้นติดตามเข้ามาวังหลวงในฐานะข้าหลวงคนสนิทด้วย


“แล้วมหาดเล็กพิเศษในตำหนักจาซอนที่เซจาขอให้ไปอยู่ห้องผีเสื้อเล่า ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง.... ไหนเรียกมาให้พ่อเห็นหน้าค่าตาสักหน่อย”


“เสด็จพ่อ ลูกมีเรื่องจะกราบทูลพะยะค่ะ”  


รัชทายาทรีบเอ่ยขึ้นมาทันที ในขณะที่พระชายาซึ่งประทับนั่งอยู่เคียงข้างกันนิ่งเงียบไปโดยพลัน 


“มุน แทอิลที่ลูกเคยพูดถึงคนนั้นเกิดป่วยร้ายแรงกะทันหัน จึงไม่สามารถติดตามแทยงมาเข้าวังได้.... ตอนนี้ได้ทางสกุลชองได้ส่งออกนอกเมืองหลวงไปพักรักษาตัวแล้วพะยะค่ะ เมื่อใดที่หายดีจึงจะเรียกตัวให้กลับมารับใช้อีกครั้ง........”


“หากเป็นเช่นนั้นก็น่าเสียดายจริง แต่ในเมื่อป่วยหนักอยู่ก็คงให้เข้ามาในวังหลวงไม่ได้.... เอาเป็นว่าหายดีเมื่อไร เจ้าก็ค่อยเรียกให้กลับมาก็แล้วกัน”




การเข้าเฝ้าตามธรรมเนียมฝ่ายในดำเนินต่อไปอีกชั่วระยะหนึ่ง เมื่อได้เวลาอันสมควรแล้ว รัชทายาทยองโฮและพระชายาจึงกราบทูลลากลับพระตำหนักจาซอน.... หัตถ์เล็กเกาะท่อนแขนพระสวามีขณะก้าวออกมาจากตำหนักแทจอน ใบหน้าสวยเปี่ยมสุขยังคงสภาพเดิมอยู่ได้อีกครู่ใหญ่จนกระทั่งล่วงเข้าสู่เขตอุทยานที่เป็นทางผ่าน เมื่อปลอดสายตาผู้คนซึ่งไม่ใช่ข้าราชบริพารส่วนพระองค์ พระชายาแทยงก็ผละจากองค์รัชทายาทแยกไปเดินเพียงลำพัง แม้ว่าอีกฝ่ายจะเสด็จตามมารับสั่งงอนง้ออย่างไรก็ไม่ยอม


“แทยง............”



“อย่ามาจับ!”  


น้ำเสียงห้วนตวัดใส่พลางชักมือหนีไม่ให้ร่างสูงแตะต้อง ดวงตากลมจ้องมองคนใจร้ายด้วยความโกรธเคืองที่ยังไม่สร่างไปจากหัวใจ  


“อย่าเข้ามาใกล้ข้า แล้วก็ไม่ต้องมาเรียกด้วย!”


“แทยง.... เจ้าจะทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้นะ...........” 


“แต่ข้าพอใจจะทำ.... หากเจ้าไม่ชอบ อยากปลดข้าจากตำแหน่งพระชายานักก็เชิญ!”  


ร่างเล็กพูดว่าอย่างไม่ใยดี ยิ่งรัชทายาทแสร้งพยายามทำเป็นมีเยื่อใยมากเท่าใดก็ยิ่งเจ็บแค้นมากขึ้นเท่านั้น 


“เสด็จพ่อทรงเปิดโอกาสให้เจ้าได้ตามหาแทอิลแล้วก็จงรีบไปตามหาผีเสื้อที่หายไปของเจ้าเสียเดี๋ยวนี้เลยสิ.... เอามาเทิดทูนยกย่องให้อยู่เหนือข้า แต่งตั้งให้เป็นพระชายาไปเลยก็ย่อมได้ อย่างไรเสียเจ้าก็ไม่ได้เห็นข้าเป็นมากเกินไปกว่าแค่บันไดเหยียบย่ำขึ้นไปสู่ราชบัลลังก์อยู่แล้วมิใช่หรือ!?”


“หยุดประชดประชันข้าเสียที” 


มังกรหนุ่มเริ่มทนฟังไม่ได้ ทั้งที่คราบน้ำตาจากเหตุการณ์เมื่อคืนยังไม่ทันจาง แทยงก็ตีรวนหาเหตุหาความให้ต้องทะเลาะโต้เถียงกันอีกแล้ว 


“ถ้าไม่อยากคิดถึงใจคนฟังก็หัดคิดถึงใจตัวเองเสียก่อนที่จะพูดอะไรออกมา.... หากข้าไปจริง ก็เป็นเจ้าอีกนั่นละที่จะร้องไห้ไม่หยุด”


“แล้วจะสนใจทำไมเล่า.... ตั้งแต่พบหน้ากัน เจ้าทำให้ข้าเสียน้ำตามากี่ครั้งแล้ว ยองโฮ?”



คำพูดนั้นพาลให้ร่างสูงตัวชาเสมือนถูกน้ำเย็นจัดรดลงกลางศีรษะ ลมหายใจค้างอยู่ข้างในอกโดยที่มิอาจผ่อนระบายออกมา ห้วงดำริมีหลายสิ่งหลายอย่างล่องลอยปะปนกันยุ่งเหยิงหากกลับไม่สามารถเรียงร้อยเป็นถ้อยความที่สามารถช่วยให้พระชายาอารมณ์เย็นลงได้.... ไม่ใช่เรื่องยากเลยหากองค์ชายยองโฮจะทรงกำราบหรือบังคับให้พระชายาสงบปากสงบคำอยู่ในโอวาท แต่เพราะการอภิเษกครั้งนี้ทำให้รอยร้าวระหว่างคนทั้งสองเพิ่มขึ้นมากเกินพออยู่แล้ว แค่วาจาไม่เข้าหูอีกเพียงคำเดียวก็อาจส่งผลให้ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลายลง ซึ่งพระองค์มิทรงต้องการให้เป็นเช่นนั้น


แล้วต่างฝ่ายต่างต้องทนอยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เป็นคู่สามี-ภรรยาที่มองหน้ากันไม่ติดไปอีกนานเท่าไร....?




“เจ้าพี่ฮันซล........”


น้ำเสียงสะบัดห้วนพลันแจ่มใสขึ้นทันตาเมื่อองค์ชายใหญ่เสด็จผ่านอุทยานหลวงหน้าตำหนักแทจอนมาพร้อมผู้ติดตาม พระชายาในองค์รัชทายาทค้อมเศียรลงถวายความเคารพก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินเข้ามาหาด้วยสีหน้าท่าทางประหลาดใจระคนดีใจไปพร้อมกัน เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ข้าราชบริพารวังหลวงได้เห็นด้วยสองตาของตนเองว่าองค์ชายฮันซลทรงโปรดปรานอดีตคู่หมายผู้นี้มาเพียงใด


“น้องแทยง.... ไม่คิดเลยว่าจะได้พบเจ้าที่นี่” 


ดวงพักตร์คมเข้มซึ่งมักเคร่งขรึมอยู่เป็นนิจเผยรอยยิ้มละมุนให้กับไข่มุกแห่งเมืองฮันยาง แล้วถึงได้สังเกตเห็นพระอนุชาที่ยืนปั้นหน้าบูดบึ้งเหมือนยักษ์มารอยู่ห่างออกไป 


“คงจะมาเข้าเฝ้าเสด็จพ่อหลังผ่านพิธีอภิเษกสามวันตามธรรมเนียมฝ่ายในสินะ?”


“ใช่แล้วพะยะค่ะ นี่ก็กำลังจะกลับตำหนักอยู่พอดี.... หากทรงมีเวลาว่าง น้องก็อยากจัดพระสุธารสชาถวายให้เจ้าพี่เป็นการตอบแทนน้ำพระทัยและเชิญให้อยู่สนทนาด้วยกันอีกสักหน่อย ม้วนหนังสือภาพที่เจ้าพี่ประทานให้เป็นของกำนัลเมื่อคราวก่อน น้องได้อ่านจนครบหมดแล้ว”


กิริยาวาจานั้นช่างออดอ้อนอย่างน่ารักเช่นเดียวกับที่เคยทำกับองค์ชายยองโฮเมื่อครั้งพำนักอยู่ในจวนสกุลชอง หน่วยตากลมโตเป็นประกายเมื่อพบคนที่ต้องตาต้องใจและปรารถนาให้อีกฝ่ายมอบความรักความเอ็นดูกลับมาให้.... สองครั้งสองคราวที่ผ่านมายังพออนุโลมได้ว่าองค์ชายฮันซลเป็นฝ่ายเข้าหาแทยงก่อน และแทยงเพียงแค่ตอบรับความหวังดีจอมปลอมเหล่านั้นไปตามมารยาทเพื่อไม่ให้เสื่อมเสียถึงสกุลชอง หากเมื่อทอดพระเนตรเห็นตำตาว่าเป็นพระชายาเองที่ระริกระรี้เชิญชวนทำราวกับว่าองค์ชายใหญ่ยังคงเป็นคู่หมายซึ่งพ่อแม่จัดหาให้ เพลิงพิโรธในพระทัยองค์รัชทายาทก็ลุกโชนจนแทบจะเข้าไปกระชากเอาไข่มุกเปื้อนกลิ่นคาวกลับตำหนักเสียบัดเดี๋ยวนี้


“งั้นหรือ.... หากเจ้าชอบ เอาไว้คราวหลัง ข้าจะให้คนไปหาม้วนภาพจากแผ่นดินใหญ่มาให้เจ้าอีก” 
องค์ชายฮันซลแย้มโอษฐ์เล็กน้อย ผิวปรางสีเข้มเจือสีแดงระเรื่อยามสบตามองร่างอรชรตรงหน้า หากเพราะมหาดเล็กเฉียนคุนกราบทูลบอกว่าพระอาจารย์จองซูกำลังคอยอยู่จึงได้แต่รับสั่งด้วยความเสียดาย 


“แต่เวลานี้ ข้าจะต้องไปพบท่านอาจารย์ที่หอตำราหลวงเสียก่อน เสร็จธุระเมื่อใดแล้วข้าจะไปเยี่ยมเยียนเจ้าที่ตำหนักจาซอนนะ”


“พะยะค่ะ เจ้าพี่ฮันซล”


กลีบของเฟิ่งหวงมู่ (ต้นหางนกยูง) ปลิวลอยมาตามสายลมก่อนจะทิ้งตัวลงบนพวงแก้มอ่อนใส ประดุจดังเครื่องประดับของนางฟ้าโปรยดอกไม้ ในตำนานปรัมปรา ปลายนิ้วเรียวบรรจงหยิบกลีบดอกไม้สีแดงสดตัดกับผิวสีขาวน้ำนมออกให้อย่างเบามือ ดวงเนตรยังคงสะท้อนภาพเงาของไข่มุกล้ำค่าไม่เว้นวางจนคล้ายว่าจะกลืนกินเข้าไปเสียให้สิ้น.... หากก็ทำได้แค่เพียงทอดอาลัยผ่านถ้อยคำรำพัน ตัดพ้อต่อว่าสวรรค์ที่มีตาแต่ไร้แวว ส่งอัญมณีแสนงามลงมาสู่แผ่นดินฮันยางแต่ผู้ได้ครอบครองกลับกลายเป็นคนเถื่อนซึ่งมิได้ตระหนักรับรู้ถึงคุณค่าความหมายของมันเลย


“แม้แต่ต้นเฟิ่งหวงมู่ยังรู้เลยว่าเจ้าคือเทพธิดามาจุติเป็นมนุษย์.... เป็นวาสนาของข้าแท้ๆ ที่ได้มาพบกับเจ้า น้องแทยง”


รอยยิ้มเอียงอายปรากฏบนใบหน้าสวย พระชายาลี แทยงเสด็จจากไปพร้อมมหาดเล็กคนสนิทและเหล่านางกำนัลผู้ถวายงาน ทิ้งพระสวามีเอาไว้กับความโกรธเกรี้ยวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพระเชษฐาองค์โตและความรู้สึกเสียพระพักตร์อย่างรุนแรง เมื่อดอกเหมยน้อยที่ทรงเหยียบย่ำขยำขยี้จนแหลกคามือกลับฟื้นคืนชีพเพียงชั่วข้ามคืน ซ้ำร้ายยังหาญกล้าหยอกเอินกับบุรุษอื่นทั้งที่พระองค์ทรงเคยบอกแล้วว่าไม่โปรดให้ทำเช่นนี้....!


องค์ชายฮันซลทอดพระเนตรมองอนุชาผู้ได้รับเลือกให้เป็นว่าที่โอรสสวรรค์อย่างนึกดูแคลน แม้ตามกฎมณเฑียรบาลแห่งราชสำนักฝ่ายใน รัชทายาทซึ่งมีศักดิ์สูงกว่าจะต้องได้เสด็จผ่านไปก่อน ทว่า องค์ชายใหญ่กลับมิได้แยแส อีกทั้งยังเจตนาให้อีกฝ่ายได้ยินรับสั่งกระทบกระเทียบขณะเดินสวนกันอย่างไม่ทรงนึกยำเกรง




“อุตส่าห์อาศัยเสด็จพ่อแย่งเอาน้องแทยงไปจากข้าจนได้ หากกลับไม่มีปัญญาดูแลรักษาเอาไว้กับตัว.... ที่เขาว่ากันว่าสวรรค์ไม่มีตา ส่งมังกรพิกลพิการลงมาเป็นรัชทายาท เห็นทีว่าจะจริงเสียละกระมัง!”




องค์ชายยองโฮจ้องตอบพระเชษฐาต่างมารดา หัตถ์หนากำแน่นอย่างทรงพยายามอดกลั้นให้ถึงที่สุด.... คงไม่ผิดจากที่เจ้าพี่ฮันซลเคยรับสั่งเอาไว้ว่าต้องการให้พระองค์คืนทุกสิ่งทุกอย่างที่แก่งแย่งไปให้ครบ ประกาศตัวออกมาชัดเจนถึงเพียงนั้นแล้ว การมีศัตรูซึ่งร่วมสายโลหิตกันครึ่งหนึ่งก็คงมิอาจหลีกเลี่ยงได้


แต่ถึงแม้จะเป็นเทพเทวดาหน้าไหนก็จงอย่าหวังเสียให้ยากเลย....!!




“ถึงแม้สวรรค์จะไม่มีตา แต่ก็หาใช่เรื่องที่คนธรรมดาซึ่งไม่มีแม้กระทั่งเกล็ดมังกรสักเกล็ดประดับกายจะมาบังอาจแกว่งปากดูหมิ่นองค์รัชทายาทได้ไม่”




วาจาตอบโต้ไม่ไว้เกียรตินั้นไม่ได้มาจากองค์ชายยองโฮ หากกลับเป็นชายหนุ่มในชุดราชองครักษ์ซึ่งก้าวออกมาจากที่กำบังกาย รอยยิ้มยียวนโทสะพุ่งตรงไปยังองค์ชายฮันซลซึ่งตะลึงงันไปชั่วขณะ ด้วยมิทรงคาดคิดว่าจะมีผู้ใดกล้าล่วงเกินพระโอรสของโตของพระราชาอย่างไม่เกรงกลัวอาญา


“ว่าอย่างไรนะ เจ้าคนสามหาว!?”  


สุรเสียงกราดเกรี้ยวดังขึ้น ทำเอาข้าหลวงน้อยใหญ่ซึ่งอยู่ร่วม ณ บริเวณอุทยานหน้าตำหนักใหญ่อกสั่นขวัญแขวนนึกล่วงหน้าไปแล้วว่าวันนี้เห็นทีคงต้องมีคนถูกสั่งโบยเป็นแน่ ทว่า องครักษ์ปากพล่อยผู้นั้นก็มิได้มีท่าทียี่หระคะคาน มิหนำซ้ำยังโต้ตอบให้อีกเป็นคำรบที่สอง



“ก็ไม่ว่าอย่างไรดอกพะยะค่ะ...........”  


ร่างโปร่งตรงเข้ามาหา ยิ่งเห็นสีพระพักตร์อันเต็มไปด้วยแรงโทสะขององค์ชายฮันซลก็ยิ่งนึกขบขัน  
“แต่องค์ชายใหญ่ต้องทรงเรียนรู้เสียก่อนว่าหากไม่ทรงพอพระทัยผู้ใดแล้วก็ต้องจัดการกันอย่างซึ่งหน้า การใช้คำพูดแดกดันอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่วิธีที่บุรุษเขาทำกัน.... และถ้าหากเป็นคนที่อยู่บนบัลลังก์มังกรก็ยิ่งไม่สมควร”


“หนอย ช่างบังอาจนัก!”


“ขอบพระทัยที่รับสั่งชม กระหม่อมรู้สึกปลิ้มอกปลื้มใจเป็นอย่างยิ่ง”


“เจ้าเป็นใคร? สวมชุดสีน้ำเงินเข้มก็คงมีจากหน่วยพยัคฆ์คำรามสินะ?”  


องค์ชายฮันซลยังทรงมาดหมายจะเอาเรื่องเอาราว ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมปล่อยให้มหาดเล็กราชองครักษ์ที่สุดแสนจะเหิมเกริมไม่กลัวตายรอดพ้นจากโทษทัณฑ์ไปได้  


“แล้วใครเป็นคนอนุญาตให้หน่วยพยัคฆ์คำรามมาเพ่นพ่านแถวตำหนักใหญ่ของเสด็จพ่อ อาณาบริเวณนี้มีเพียงองครักษ์หน่วยกิเลนขาวเท่านั้นที่ได้รับคำสั่ง!?”


“ก็เพราะว่าไม่มีผู้ใดสามารถสั่งการหน่วยพยัคฆ์คำรามได้ กระหม่อมจึงไปได้ทุกที่ที่เห็นสมควรว่าต้องไป และสามารถอารักขาดูแลความปลอดภัยให้กับเชื้อพระวงศ์องค์ใดก็ได้ ตราบเท่าที่ไม่เกินกำลังของหน่วยงานสมุหราชองครักษ์” 


คนๆ เดิมยังคงกราบทูลด้วยสีหน้าไม่เกรงกลัวต่อความผิด ริมฝีปากได้รูปยกมุมขึ้นอย่างมีเลศนัยในขณะที่ดวงตาเจ้าเล่ห์จ้องมององค์ชายฮันซลราวกับเป็นขนมหวาน  


“อันที่จริง องค์ชายใหญ่ควรจะชมเชยกระหม่อมเสียมากกว่าที่อุตส่าห์เข้ามาขัดขวาง มิเช่นนั้นแล้ว หากองค์รัชทายาทจะทรงบันดาลโทสะทำร้ายพระเชษฐาด้วยเหตุที่ทรงถูกล่วงเกินด้วยวาจาก่อน ก็เกรงว่าองค์ชายใหญ่จะทรงเจ็บพระวรกายและเจ็บพระทัยเสียเปล่าๆ เพราะอย่างไรก็คงมิแคล้วถูกฝ่าบาทสั่งลงโทษซ้ำสอง”


ร่างสูงเงื้อหัตถ์ขึ้นหมายจะเอาเลือดออกจากศีรษะเจ้าคนปากกล้าให้จงได้ แต่มหาดเล็กคนสนิทกลับรีบคว้าข้อพระกรเอาไว้แล้วทูลเตือนอย่างร้อนรน ด้วยเกรงว่าเหตุกระทบกระทั่งจะบานปลายจนทำให้ผู้เป็นนายเดือดร้อนเข้าจริงๆ


“องค์ชาย รีบเสด็จไปหอตำราหลวงเถิดพะยะค่ะ.... อย่าให้พระอาจารย์ต้องรอนานเลย...........”


“เอาอย่างนั้นก็ได้ ข้าเองก็ใช่ว่าอยากจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับพวกองครักษ์นอกรีตนัก!”  เจ้าของสุรเสียงห้วนห้าวรับสั่งทั้งที่ยังกริ้วจนตัวสั่น พระพักตร์เครียดขึ้งเปลี่ยนเป็นสีแดงจัดจ้องมององครักษ์สามหาวคล้ายว่าจะประหัตประหารอีกฝ่ายด้วยสายพระเนตรคมกริบ  “คนของหน่วยพยัคฆ์คำรามงั้นรึ.... ได้เลย ข้าจะจำหน้าเจ้าเอาไว้!!!”


“เฉียนคุน ช่วยองค์ชายของเจ้าจดชื่อข้าลงในบัญชียมโลกเสียด้วยล่ะ.... ข้ากลัวว่ารอนานแล้วจะลืมน่ะ”


.



.


.




“นายู คราวหลังเจ้าต้องรู้จักห้ามปรามนายของตัวเองเสียบ้างนะ ทำอย่างที่เจ้าเฉียนคุนห้ามองค์ชายใหญ่เมื่อครู่นั่นละ.... หากปล่อยให้องค์ชายทรงวิวาทกัน คนแรกที่จะต้องโทษก่อนผู้ใดก็คือเจ้า รู้ไหม?”


เมื่อองค์ชายฮันซลและเหล่าผู้ติดตามจากไปแล้ว โยวไท่จึงเดินเข้ามาหาน้องชายฝาแฝดซึ่งได้แต่ยืนบีบมือตัวเองอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร ขนาดนายเหนือหัวจะทรงหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ข้าราชบริพารทั้งตำหนักก็ยังไม่กล้าทักท้วงสักคำ แล้วคนเป็นพี่จะอยู่เฉยนิ่งดูดายได้อย่างไรกัน


“ขอบคุณท่านพี่ที่ช่วยเหลือ.......”  


นายูก้มหัวเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว รู้สึกโล่งใจขึ้นเป็นกองเมื่อในที่สุดองค์ชายฮันซลก็ทรงยอมล่าถอยกลับไป


“โยวไท่ เจ้าเข้ามาในบริเวณนี้ได้อย่างไรกัน?” 


รัชทายาทรับสั่งถามด้วยความสงสัย เพราะในยามปกติแล้วหน่วยพยัคฆ์คำรามจะไม่มีการลาดตระเวนยังตำหนักต่างๆ เช่นองครักษ์หน่วยอื่น เหตุผลเดียวที่ทรงนึกออกก็คือโยวไท่จะต้องคิดทำการบางสิ่งซึ่งเกี่ยวพันกับพระองค์เป็นแน่  


“แอบสะกดรอยตามข้ามาหรือ?”


องครักษ์หนุ่มขยับเข้าไปใกล้องค์ชายยองโฮ ก่อนจะกราบทูลตอบให้ได้ยินเพียงแค่พระองค์และนายูเท่านั้น


“กระหม่อมรับงานแล้วก็ต้องทำให้คุ้มค่ากับสิ่งตอบแทนที่จะได้รับสิพะยะค่ะ.... แต่องค์รัชทายาทอย่าทรงกังวลไปเลย กระหม่อมมาอย่างเงา แล้วก็จะจากไปอย่างเงาเช่นเดียวกัน รับรองว่าไม่มีใครล่วงรู้แน่ว่ากระหม่อมกำลังอารักขาตามติดพระองค์ทุกฝีก้าว”


“ท่านพี่ อย่าเสียมารยาทกับองค์รัชทายาทสิ.... เมื่อครู่ท่านก็เพิ่งจะล่วงเกินองค์ชายฮันซลไปเองนะ........”


“ล่วงเกินตรงไหน ก็อย่างที่ข้าบอกอย่างไรเล่าว่าแค่ออกมาห้ามไม่ให้องค์ชายทั้งสองทรงวิวาทกัน แต่สำหรับบางคนแค่พูดด้วยดีๆ ก็คงไม่เข้าใจ.... หรือบางที เราอาจจะมีพวกพูดไม่รู้ภาษาถึงสองคนเลยก็เป็นได้”


ถึงโยวไท่และนายูจะเป็นพี่น้องฝาแฝด แต่อุปนิสัยใจคอกลับไม่ได้เหมือนกันเลยแม้แต่น้อย โยวไท่นั้นปากร้าย กล้าได้กล้าเสียรู้จักต่อรอง ในขณะที่นายูค่อนข้างสงบเสงี่ยมและอยู่ในกฎระเบียบของมหาดเล็กทุกอย่าง


“รัชทายาท พระองค์นี่ก็ช่างหาเรื่องใส่ตัวเหลือเกิน.... กับพระเชษฐาก็มิทรงลงรอยกัน กับพระชายาก็ได้ยินว่าทะเลาะเบาะแว้งกันไม่เว้นแต่ละวัน หากทรงคิดจะสร้างศัตรูอย่างเปิดเผยล่ะก็ นั่นไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเลยนะพะยะค่ะ”


“เจ้าพี่ฮันซลทรงเกลียดชังข้าตั้งแต่วันแรกที่กลับเข้ามาวังหลวงแล้ว ถ้าฝ่ายนั้นจะตั้งตนเป็นศัตรูด้วยก่อน ข้าก็คงทำอะไรเขาไม่ได้”  


ก่อนจะกลับคืนสู่ฐานันดรศักดิ์ องค์ชายยองโฮก็ทรงเตรียมพระทัยเอาไว้ก่อนแล้วว่าวังหลวงแห่งนี้มิใช่บ้านที่จะสามารถพำนักอาศัยได้อย่างสงบสุข หากแต่เป็นสนามรบซึ่งเต็มไปด้วยอสรพิษมากมาย องค์ชายฮันซลก็เป็นหนึ่งในขวากหนามที่พระองค์ไม่มีทางหลีกเลี่ยงพ้น แต่ทว่า พระชายาลี แทยงผู้ซึ่งควรจะเป็นสายน้ำหล่อเลี้ยงพระทัยก็กลับกลายเป็นคลื่นใต้น้ำซึ่งรัชทายาทมิทรงอยากต่อกรด้วยเลยแม้แต่น้อย  


“สำหรับแทยง.... ข้าก็ไม่คาดคิดว่าสถานการณ์ระหว่างเราจะยิ่งย่ำแย่ลงทุกขณะ หากถึงอย่างไร เขาก็เป็นชายาของข้า เป็นตายร้ายดีอย่างไรข้าก็ต้องรั้งเอาไว้ให้อยู่ข้างกายให้เนิ่นนานที่สุด”


“หากยังทรงมีพระทัยจะคืนดีกับพระชายาก็รีบๆ จัดการเสียเถอะ.... เห็นท่าทีขององค์ชายฮันซลแล้ว กระหม่อมรู้สึกได้ว่าบางสิ่งบางอย่างในราชสำนักจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่ช้าเป็นแน่ มิเช่นนั้น พระองค์อาจต้องรับศึกใหญ่ทั้งในตำหนักและนอกตำหนักพร้อมกันทุกด้าน”


มังกรหนุ่มพยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดเตือนจากองครักษ์โยวไท่ แม้ในยามเสด็จไปยังตำหนักทงกุงเพื่อศึกษาราชกิจประจำวันก็ยังทรงดำริถึงเรื่องนี้ทุกห้วงลมหายใจ.... กำจัดศัตรูทั้งในอดีตและปัจจุบันให้สิ้นซาก เขี่ยทุกคนที่ขัดขวางไปให้พ้นทาง ไม่ใช่แค่เพียงประคองตัวเองให้สามารถลอยคออยู่ในมหาสมุทรที่เรียกว่าวังหลวงได้ แต่เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญที่สุดเอาไว้ก่อนที่จะมีผู้ใดเคลื่อนไหวจนเป็นเหตุให้องค์ชายยองโฮทรงต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปอย่างไม่มีวันหวนคืนอีก


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 


“เสี่ยวสือ.... ประเดี๋ยวเจ้าช่วยข้าเตรียมเครื่องว่างยามบ่ายด้วยนะ”


“เครื่องว่างหรือพะยะค่ะ?”


มหาดเล็กคนสนิทย้อนถามพระชายาแทยงอย่างมิใคร่แน่ใจเท่าใดนัก ด้วยผู้เป็นนายแลดูสดชื่นกระตือรือร้นมากจนผิดปกติ ทั้งที่เมื่อครู่เพิ่งจะปะทะคารมกับองค์รัชทายาทมาแท้ๆ ทั้งหมดทั้งมวลที่รับสั่งออกมาต่อหน้าพระสวามีนั้นไม่ว่าใครได้ฟังก็ย่อมรู้ว่าเป็นการประชดประชันด้วยความน้อยพระทัย หากเขาก็ไม่คิดว่าพระชายาจะทรงพูดจริงทำจริงถึงเพียงนี้


“ก็ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพี่ฮันซลทรงโปรดสิ่งใดบ้าง.... เช่นนั้น เราทำพวกขนมหวานตำรับง่ายๆ จากน้ำขิงก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ทำได้รวดเร็วและไม่ต้องกลัวว่าจะรสชาติแย่จนพลอยทำให้ข้าต้องอับอายขายหน้าด้วย”


“พระชายา............”


“ทำไม? เจ้ามีปัญหาอะไรคับข้องใจอย่างนั้นรึ?”


“หากทรงต้องการจะรับเสด็จองค์ชายฮันซล กระหม่อมก็คงทัดทานห้ามปรามพระชายาไม่ได้ดอกพะยะค่ะ”  


ร่างเล็กพูดเสียงอ่อย เกรงว่าสิ่งที่ตนเองกำลังบังอาจกราบทูลจะทำให้พระชายาทรงขุ่นเคือง  


“แต่กระหม่อมคิดว่าองค์รัชทายาทจะต้องไม่พอพระทัยมากเป็นแน่ เมื่อคืนก่อนก็ทรงทะเลาะโต้เถียงกันด้วยเรื่องขององค์ชายผู้นั้น.... หากเกิดขึ้นซ้ำอีก ผู้คนจะติฉินนินทาพระชายาเอาได้ว่าทรงประพฤติตนไม่เหมาะสมและไม่เคารพพระสวามี.............”


“แล้วเหตุใดข้าถึงต้องสนใจคำพูดของคนอื่นนักหนา? โดยเฉพาะยองโฮ.... หากเขาไม่พอใจก็ให้นอนค้างที่ตำหนักทงกุงไปเสียเลย ไหนๆ ที่นั่นก็ได้ชื่อว่าเป็นตำหนักชมจันทร์อยู่แล้ว!” 


“พระชายาอย่าทรงรับสั่งเช่นนี้เลย.......องค์ชายยองโฮก็ทรงเป็นห่วง........”


“พอได้แล้ว เสี่ยวสือ.... เจ้าก็เข้าข้างแต่ยองโฮนั่นล่ะ!!”  


ไข่มุกงามกระทืบบาทด้วยความโมโหโทโสก่อนจะทิ้งตัวนั่งลง ความโกรธที่ทรงอุตส่าห์ข่มกลั้นเอาไว้หลายชั่วยามปะทุคุกรุ่นขึ้นเมื่อเชื้อไฟยังมิได้มอดดับ.... ทั้งที่รัชทายาทยองโฮเป็นต้นเหตุของทุกความร้าวฉานที่เกิดขึ้น ร้ายกาจ หลอกลวงและเลือดเย็นเป็นที่สุด หากก็ยังมิวายที่จะมีคนเข้าข้าง แตกต่างกับแทยงซึ่งไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ดูเหมือนจะผิดไปเสียหมด  


“คงเพราะยองโฮเป็นรัชทายาท แต่ข้าเป็นเพียงตุ๊กตาหน้าโง่ที่เขามีไว้ประดับตำหนักร้างแห่งนี้สินะ.... เจ้าถึงได้ไปเชื่อฟังคำพูดของยองโฮ แทนที่จะเข้าอกเข้าใจและคอยปลอบโยนข้าบ้าง?”


“โธ่ พระชายา.... กระหม่อมมิได้หมายความเยี่ยงนั้นเลย..........”





‘เสี่ยวสือจ๊ะ.... ข้านำฉลองพระองค์สำหรับผลัดเปลี่ยนของพระชายามาให้แล้ว เจ้าช่วยออกมารับเอาไปทีสิ’




“ข้าไม่อยากคุยกับเจ้าแล้ว เสี่ยวสือ.... รีบไปเอาเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่ยน แล้วก็เอาผ้ากับน้ำเย็นเข้ามาให้ด้วย เมื่อครู่ที่ออกไปข้างนอกอากาศร้อนอบอ้าวนัก เนื้อตัวข้าเหนียวเหนอะหนะไปหมด”


เพราะเครื่องทรงชุดวอนซัมกึ่งพิธีการที่สวมใส่เข้าเฝ้าฝ่าบาทและพระมเหสีนั้นทั้งหนาและหนัก จึงไม่แปลกที่พระชายาจะทรงรู้สึกอึดอัดพาลให้อารมณ์ขุ่นมัวไปกันใหญ่.... เสี่ยวสือไปรับเอาฉลองพระองค์ลำลองสำหรับสวมอยู่ในตำหนักมาพร้อมกับอ่างน้ำเย็นที่ผู้เป็นนายต้องการ แล้วจึงใช้ผ้าขาวชุบน้ำเช็ดตามเนื้อตัวและแผ่นหลังเรียบเนียน ผิวพรรณขาวสะอาดเกลี้ยงเกลาปราศจากเหงื่อไคลให้ระคายเคืองก่อนที่เด็กหนุ่มจะช่วยสวมเสื้อและกระโปรงชั้นในสุดให้


ทุกอย่างดำเนินไปตามขั้นตอนปกติ จนกระทั่ง....


“เดี๋ยวก่อน.... ทำไมอยู่ๆ ผิวข้าถึงได้แสบนัก?”  


ฉับพลัน ร่างบางซึ่งยังไม่ทันแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยดีก็สะดุ้งเฮือกใหญ่ ใบหน้าสวยซีดเผือดเหยเกเมื่อสัมผัสได้ถึงอาการประหลาดที่เกิดขึ้นกับร่างกายอย่างกะทันหัน  


“เสี่ยวสือ.... เจ้าช่วยข้าดูหน่อยสิว่าผิวด้านหลังข้าโดนอะไร มีแมลงหลงเข้ามาอยู่ในชุดของข้าหรือเปล่า?”


ข้าหลวงใหม่ได้ยินดังนั้นก็ตกใจ รีบกุลีกุจอดึงปกเสื้อด้านหลังพระศอออกกว้างเพื่อจะมองดูให้ชัดว่าพระชายาทรงเป็นอะไรกันแน่ ระหว่างนั้น แทยงก็เริ่มกระสับกระส่ายอย่างทรมานมากขึ้น ด้วยอาการแสบร้อนซึ่งลุกลามไปทั่วแผ่นหลังรวมถึงท่อนแขนทั้งสองข้างราวกับถูกไฟเผา.... ทันใดนั้นเองที่ทรงได้ยินเสี่ยวสือหวีดร้องอย่างขวัญเสียดังก้องไปทั่วทั้งตำหนักจาซอน


“พระชายา......ผะ......ผิวกายของพระองค์.........!!!??”


มหาดเล็กคนสนิทมือไม้สั่นรีบแกะสายโครึมออกโดยเร็ว เมื่อปลดฉลองพระองค์ท่อนบนออกถึงได้เห็นว่าพระฉวีของพระชายาลี แทยงซึ่งเคยเป็นสีขาวราวกับไข่มุก บัดนี้กลับกลายเป็นสีแดงจัดเสมือนถูกย้อมด้วยโลหิตแดงฉาน และฤทธิ์ร้ายของอาการปวดแสบปวดร้อนก็ยิ่งทวีมากขึ้นทุกขณะ แทบทุกส่วนที่สัมผัสถูกเนื้อผ้ากลายเป็นรอยไหม้อย่างน่ากลัว แม้กระทั่งมือของเสี่ยวสือก็เช่นกัน


ริมฝีปากบางเม้มแน่น รู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแทรกขึ้นมาพร้อมกับแรงคลื่นเหียนปั่นป่วนในช่องท้อง ต่อให้พยายามกลั้นใจระงับความเจ็บปวดและคว้าเอาผ้าชุบน้ำเย็นมาลูบบรรเทาอาการ ทว่า แผลแสบร้อนก็ไม่มีทีท่าว่าจะทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย.... อกบางสะท้อนขึ้นลงถี่กระชั้นหนักหน่วงจนได้ยินเสียงชีพจรของตัวเองชัดเจนในโสตประสาท


“โอ๊ย........ข้าเจ็บ..........ฮึก.............แสบเหลือเกิน...............”


ร่างเล็กกรีดร้องออกมาเมื่อความทรมานทะยานสูงขึ้น มือบางป่ายปัดครูดผิวเนื้อทั่วกายด้วยเล็บคมจนได้เลือด กรีดร้องร่ำไห้อย่างสิ้นแล้วซึ่งสติสัมปชัญญะที่จะควบคุมตนเอง.... และไม่เพียงแค่บริเวณที่ถูกพิษเท่านั้น หากสีแดงเข้มกลับลุกลามไปทั่วเรือนกาย ร่างทั้งร่างบิดเกร็งอย่างน่าสงสารก่อนที่พระชายาจะทรงโก่งคออาเจียนออกมาแล้วหมดสติไปในที่สุด


“พระชายา.....!! พระชายา.............!!!!”
“ข้างนอกมีใครอยู่บ้าง.... รีบตามหมอหลวงมาเร็วเข้า!!!!”


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 


“ท่านหมอหลวง มันเกิดอะไรขึ้น!? ชายาของข้าโดนพิษร้ายแรงอะไรเข้าถึงได้เป็นเช่นนี้!!??”


ทันทีที่แพทย์ประจำราชสำนักออกมาจากห้องบรรทมในพระตำหนักจาซอน รัชทายาทยองโฮก็รับสั่งถามอย่างร้อนรนพระทัย.... กว่าค่อนชั่วยามที่หมอหลวงและบรรดาหมอหญิงกำลังถวายการรักษาแก่พระชายา พระองค์ก็ได้แต่กระวนกระวายนั่งไม่ติดด้วยมิทรงทราบว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นกันแน่ เสี่ยวสือซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นกันก็เอาแต่ร้องไห้และบอกได้แค่เพียงว่านายของตนเองถูกยาพิษที่ทำให้ผิวกายแสบร้อนอย่างรุนแรงก่อนจะเจ็บปวดทรมานจนหมดสติไป แต่โดนจากที่ไหนและอย่างไรนั้นยังมิอาจหาคำตอบอธิบายได้


หัวหน้าหมอหลวงซึ่งสวมถุงมือผ้ายื่นฉลองพระองค์ของพระชายาให้รัชทายาททอดพระเนตรดู หากแต่มิให้ทรงสัมผัสแตะต้อง....


“มันคือผงตำแยพะยะค่ะ”


“ผงตำแย??”  


มังกรหนุ่มย้อนถามอย่างข้องใจสงสัย ด้วยเพราะสิ่งที่เคยได้ยินมาเกี่ยวกับฤทธิ์ของตำแยนั้นไม่ได้ร้ายกาจรุนแรงดังที่เห็น  


“แค่ผงตำแยเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเองหรือที่ทำให้ชายาของข้าเป็นไปได้ถึงขนาดนี้?”


“โดยปกติแล้ว ตำแยจะทำให้ผู้ที่สัมผัสโดนเกิดอาการคันและแสบระคายผิวแค่ชั่วระยะหนึ่งเท่านั้น ยิ่งตากแห้งและบดละเอียดจนเป็นผงเช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ฤทธิ์ร้ายของมันเบาบางลง ผู้ที่นำมาโรยใส่ในฉลองพระองค์ของพระชายาก็คงเพียงต้องการกลั่นแกล้ง แต่คงมิได้มีเจตนาถึงขั้นหมายเอาชีวิต.... หากเพราะพระชายาทรงมีพระฉวีบอบบางกว่าคนทั่วไปจึงเกิดพระอาการแพ้อย่างรุนแรง ประกอบกับระยะนี้อากาศร้อนอบอ้าว เมื่อผงตำแยถูกเหงื่อที่ตกค้างอยู่บนผิวกายก็จะยิ่งส่งผลให้ปวดแสบปวดร้อนมากขึ้นพะยะค่ะ”


แม้คนร้ายมิได้หมายเอาชีวิตในครานี้ หากนั่นก็ไม่ช่วยให้องค์ชายยองโฮโล่งพระทัยขึ้นเลยแม้แต่น้อย.... ห้วงดำริยังคงเต็มไปด้วยความวิตกกังวล เพราะแทยงแทบไม่เคยรู้จักผู้ใดจึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีศัตรูคอยปองร้าย หรือจะเป็นคนที่ไม่เห็นด้วยกับการที่พระองค์ได้ครองตำแหน่งรัชทายาทแล้วมาลงมือกับพระชายาซึ่งอยู่ในตำหนักเสมือนเป็นเป้านิ่งให้ลงมือได้ทุกเมื่อ



“กระหม่อมได้รักษาด้วยการถวายโอสถเร่งธาตุหยิน ในพระวรกาย และบรรเทาพระอาการภายนอกด้วยสมุนไพรซึ่งมีฤทธิ์เย็น.... หลังจากนี้พระชายาอาจจะทรงมีไข้สูงอยู่สักสอง-สามวัน แต่ก็จะดีขึ้นจนหายดีในไม่ช้าพะยะค่ะ”


“ขอบใจมาก ท่านหมอหลวง.... คงต้องรบกวนท่านแล้ว”


เมื่อเหล่าแพทย์ฝ่ายในทูลลากลับ องค์รัชทายาทจึงได้เสด็จเข้าไปภายในห้องบรรทมเพื่อดูอาการผู้เป็นชายาด้วยพระองค์เอง.... ในยามนี้ ลี แทยง ไม่ได้กรีดร้องทรมานเช่นก่อนหน้านี้อีกแล้ว ทว่า ใบหน้ายามหลับสนิทก็ยังฉายชัดถึงความเจ็บปวดแสนสาหัส คราบน้ำตาเกาะอยู่บนผิวแก้มแดงจัดในขณะที่ลมหายใจผ่อนเข้า-ออกหนักกว่าปกติเพราะพิษไข้


นวลเนื้อซึ่งเคยขาวดุจหิมะไร้ตำหนิ บัดนี้กลับปรากฏรอยแดงเหมือนถูกนาบด้วยของร้อนเกือบทั่วทั้งตัว ถึงแม้จะพอกเอาไว้ด้วยหลัวเล่อและหลูฮุ่ย แต่ก็ไม่ได้แบ่งเบาให้ความทุกข์ทั้งหมดหายไปได้ในคราวเดียว.... หัวใจบีบรัดจนหน่วงหนักไปทั้งอกเมื่อคิดว่าแทยงถูกคนชั่วปองร้ายเพราะตัวเขา ราวกับเป็นการอภิเษกที่สวรรค์ไม่เห็นชอบ ทั้งที่ยังไม่ทันได้ปรับความเข้าใจเรื่องเมื่อคืนนี้ก็มีอันต้องเจ็บกายซ้ำสองอีก


“เป็นเพราะข้าอีกแล้วใช่ไหม เหมยน้อย?” 


ปลายนิ้วยาวเกลี่ยปอยผมชื้นเหงื่อให้พ้นจากข้างแก้ม ดวงเนตรร้อนผ่าวคล้ายบางสิ่งบางอย่างกำลังจะดันตัวออกมา ความในใจที่คนตรงหน้ามิอาจได้ยินถูกเอ่ยแผ่วผ่านน้ำเสียงซึ่งเต็มไปด้วยอารมณ์คับแค้นใจในตนเองที่ทำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า 


“ทุกสิ่งที่ทำให้เจ้าเจ็บล้วนเป็นเพราะข้าทั้งนั้น........เพราะข้าเพียงคนเดียว..........”



‘องค์รัชทายาท.... พระสัสสุระ ท่านแม่ทัพชอง ยุนโฮและภริยา องค์ชายแจจุงได้เดินทางมาถึงแล้วพะยะค่ะ’





“รีบเชิญท่านทั้งสองเข้ามา”


ร่างสูงบอกอนุญาตให้มหาดเล็กคนสนิทเปิดประตูรับบิดามารดาของพระชายา..... บุคคลทั้งสองรีบเร่งเข้ามาภายในตำหนักด้วยสีหน้าท่าทางทุกร้อนกังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะองค์ชายแจจุงที่ร่ำไห้ปริ่มจะขาดใจ ยิ่งเห็นเนื้อตัวของบุตรชายซึ่งตนเองเฝ้าถนอมมาตั้งแต่อ้อนแต่ออกกลายเป็นรอยแดงน่ากลัวก็ยิ่งตระหนกใจเสียจนมือไม้และน้ำเสียงสั่นอย่างไม่อาจระงับควบคุม


“แทยง!”  


คนเป็นแม่พยายามร้องเรียกร่างเล็กที่ยังคงหลับไม่ได้สติ น้ำตาไหลอาบแก้มเมื่อลี แทยงไข้ขึ้นสูงจนไม่สามารถรับรู้ถึงความห่วงใยจากตนเองเลยแม้แต่น้อย  


“แทยงลูกแม่.......ฮือ........ทำไมถึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้..........ทำไมลูกของแม่ถึงได้เจ็บหนักเยี่ยงนี้.........??”


“นี่มันเกิดอะไรขึ้นหรือพะยะค่ะ?”  


แม่ทัพชองทูลถามองค์รัชทายาทหลังจากที่ได้เห็นสภาพของบุตรชาย แม้จะปราศจากเสียงสะอื้นฟูมฟายหากก็เห็นได้ชัดว่าทั้งห่วงลูกและไม่พอใจที่แทยงถูกทำร้าย


“มีคนจงใจเอาผงตำแยมาโรยใส่ในเสื้อผ้าของแทยง.......”  


บุตรเขยสกุลชองบอกเล่าต้นสายปลายเหตุรวมถึงเรื่องราวก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้ายขึ้น  


“หลังกลับจากเข้าเฝ้าเสด็จพ่อและเสด็จแม่ฮโยชอล แทยงกลับมาเปลี่ยนชุดที่ตำหนัก ปรากฏว่าเสื้อผ้าที่นางในห้องซักล้างนำมาส่งให้มีผงตำแยโรยเอาไว้จนทั่ว.... เสี่ยวสือเองก็ถูกพิษเช่นกันแต่ไม่เป็นอะไรมาก ท่านหมอหลวงบอกว่าที่แทยงเจ็บหนัก ปวดแสบปวดร้อนถึงขั้นหมดสติก็เพราะมีอาการแพ้ แต่เชื่อว่าจะสามารถรักษาให้หายดีดังเดิมได้..............”


“บุตรชายของกระหม่อมเป็นถึงพระชายาในองค์รัชทายาท ใครกันที่บังอาจทำได้ถึงเพียงนี้!!??”


“ตอนนี้ข้าก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่ขอท่านแม่ทัพโปรดวางใจ ข้าจะให้กรมอาญาสอบสวนและนำตัวคนผิดมารับโทษให้จงได้” 


องค์ชายยองโฮทรงให้คำมั่นแก่แม่ทัพชอง.... ชอง ยุนโฮพยักหน้าเป็นเชิงยอมรับเชื่อถือในสัจจะวาจาของมังกรหนุ่ม และเข้าใจว่าพระองค์ย่อมต้องทรงรู้สึกเจ็บแค้นเสียพระทัยที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ขึ้นกับแทยงเช่นเดียวกับพวกตน แต่ทว่า องค์ชายแจจุงผู้เป็นภริยากลับบริภาษกล่าวโทษบุตรเขยซึ่งมีศักดิ์เป็นถึงรัชทายาทของแผ่นดินอย่างไม่ไว้หน้า


“หากว่าแทยงเป็นอะไรไป ทั้งหมดก็เป็นความผิดของพระองค์แต่เพียงผู้เดียว รัชทายาท!!”  


ร่างระหงขึ้นเสียงอย่างสิ้นแล้วซึ่งความอดกลั้น ทั้งโกรธจัดและเสียใจที่สุดที่การตัดสินใจของตนเองและสามีส่งผลร้ายแรงต่อลูกรักจนถึงขั้นเกือบเอาชีวิตไม่รอด  


“หม่อมฉันเลี้ยงดูแทยงมาสิบเจ็ดปีเต็ม ทะนุถนอมกล่อมเกลี้ยงชนิดริ้นไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม เมื่อลูกแต่งงานออกเรือนไปแล้วก็หวังเพียงให้ผู้ที่เป็นเขยของตระกูลเราช่วยดูแลแทยงเหมือนเช่นที่หม่อมฉันเคยทำ ไม่ใช่จากอ้อมอกพ่อแม่ได้แค่สามวันก็ถูกคนอื่นรังแกเอาเช่นนี้.... หากองค์ชายมิทรงต้องการจะปกป้องลูกของหม่อมฉันให้ดีดังที่เคยลั่นวาจาเอาไว้ หม่อมฉันก็จะขอเอาตัวแทยงกลับบ้านเดี๋ยวนี้!!”


“แจจุง.......อย่า.............”


“ท่านพี่เห็นลูกเจ็บหนักขนาดนี้แล้วยังจะมัวเกรงใจอันใดอีกรึ ท่านพี่คงไม่รู้สินะว่าองค์รัชทายาทที่ได้รับการสนับสนุนจากท่าน เคยพำนักอยู่ในจวนของเรามาเป็นสิบปีจะทรงร้ายกาจและแล้งน้ำพระทัยกับแทยงได้มากเพียงไหน!?”  


ทุกถ้อยคำล้วนกลั่นออกมาจากความแค้นเคืองในตัวคนตรงหน้ารวมถึงผู้เป็นสามีที่มีส่วนรู้เห็นกับการอภิเษกอันสุดแสนอัปยศ.... ด้วยรู้อยู่แต่แรกแล้วว่าองค์ชายยองโฮมิทรงเคยใส่พระทัยในตัวแทยงเลย กี่ครั้งกี่หนที่เห็นแทยงคอยวิ่งตามเรียกร้องความสนใจจากบ่าวรับใช้ในบ้านแล้วก็ถูกปฏิเสธด้วยท่าทีเมินเฉยกลับมา แล้วจะหวังให้คนที่ไม่เคยมีใจนึกชอบพอมามอบความรักความอาทรให้กับแทยงได้อย่างไร  


“ทั้งที่ทรงรับปากกับหม่อมฉันแล้วว่าจะให้เกียรติแทยงในฐานะพระชายา หากเพียงชั่วข้ามคืนเข้าหอ องค์ชายก็ทรงให้มหาดเล็กส่วนพระองค์ไปตามหาแทอิลถึงจวน.... นี่หรือคนที่เป็นเขยของสกุลชอง!? นี่คือคนที่ท่านพี่หมายมั่นอยากให้แทยงแต่งงานด้วย!? รัชทายาทยองโฮมิทรงเคยสนใจใยดีลูกของเราแม้แต่น้อย โปรดอย่าเอ่ยอ้างถึงความรักซึ่งไม่มีอยู่จริงเลย หากน้องมีใจอคติมากกว่านี้อีกเพียงสักเศษเสี้ยวก็คงปักใจเชื่อแล้วว่าคนผู้นี้นั่นละที่เป็นตัวการปองร้ายแทยงเพื่อที่จะได้พาคนรักตัวจริงมาเชิดชูแทนที่!!!”


“พอได้แล้ว แจจุง.... นี่เจ้ากำลังกล่าวร้ายองค์รัชทายาทอยู่นะ!!”


“น้องไม่สน! ต่อให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้เป็นพระราชา แต่ถ้ากล้ามาทำให้ลูกของน้องเจ็บปางตาย น้องก็จะพูด!!!”  


องค์ชายแจจุงอาละวาดเกรี้ยวกราด อกกระเพื่อมหนักเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวทะลวงผ่านเข้า-ออกเฉกเช่นเดียวกับแรงโทสะ หน่วยตาคู่งามจ้องมองชายทั้งสองอย่างหมดความยำเกรง  


“ถึงใครจะครหาว่าเป็นไข่มุกมีตำหนิ หมดคุณค่าราคาเพราะผ่านการออกเรือนและถูกสวามีทิ้งขว้างก็ช่าง อย่างน้อยก็คงดีกว่าปล่อยให้แทยงต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงเพื่อคนที่ไม่ได้มีใจรักใคร่ตัวเองเลย.... พอกันที แทยงคือลูกของน้อง น้องจะพากลับบ้านไปดูแลเอง!!”


“ท่านแม่...... ข้าผิดเองที่ไม่อาจปกป้องแทยงจากเรื่องในครานี้ได้ แต่ได้โปรดรับฟังข้าสักครั้ง..........”  


องค์ชายยองโฮรับสั่งอย่างลำบากพระทัย ในเมื่อความผิดพลาดนั้นบังเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเอื้อนเอ่ยให้สวยหรูอย่างไรก็คงเหมือนถ้อยคำแก้ต่างปัดโทษให้พ้นตัว  


“ท่านอาจจะไม่เชื่อในสิ่งที่ข้าพูด.... แม้ว่าเดิมทีแทยงอาจไม่ใช่ชายาที่ข้ายินยอมพร้อมใจจะอภิเษกด้วย แต่ไม่เคยเลยสักครั้งที่ข้าจะคิดทำร้ายแทยงดังที่ท่านเข้าใจ..........”


“แม้ไม่ได้คิด แต่การกระทำของพระองค์นั้นชัดเจนยิ่งกว่าทุกสิ่ง!” 


องค์ชายแจจุงโต้ตอบอย่างเย็นชา ไม่แม้กระทั่งจะให้โอกาสบุตรเขยได้แก้ตัวเลยด้วยซ้ำ  


“แทยงเจ็บมามากเกินพอแล้ว และความเจ็บปวดที่ลูกของหม่อมฉันได้รับมันก็ควรจะต้องสิ้นสุดเสียที!!”




‘อื้อ............’




พลันร่างน้อยซึ่งอยู่ในห้วงนิทราก็ส่งเสียงออกมาทั้งที่ยังสะลึมสะลือไม่ได้สติดี ผู้เป็นแม่จึงละจากบทสนทนาตัดรอนและรีบถลาเข้าไปนั่งลงข้างฟูกบรรทมและคอยกุมมือเล็กเอาไว้.... ภาพร่างบอบบางนอนคว่ำหน้า บนแผ่นหลังเต็มไปด้วยยาสมุนไพรบรรเทาอาการแสบร้อนนั้นยิ่งมองก็ยิ่งสะเทือนใจนัก หากก็มิอาจทำอะไรได้นอกเสียจากบอกให้รู้ว่าเรื่องน่ากลัวเช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก


“แทยง แม่อยู่ที่นี่แล้วนะลูก.... แม่จะพาเจ้ากลับบ้านโดยเร็วที่สุด จะไม่ให้คนใจร้ายที่ไหนมารังแกลูกรักของแม่อีกแล้ว” 


ผู้ซึ่งเป็นเสมือนนายหญิงแห่งสกุลชองกล่าวทั้งน้ำตา คงไม่มีผู้ใดเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ที่เห็นลูกเจ็บ แม้อยากรับเอาความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลไว้กับตนเองหากก็ไม่สามารถทำได้  


“ไม่ต้องกลัวนะ......จากนี้ไปแม่จะดูแลเจ้าเอง ต่อให้คนทั้งแผ่นดินไม่รักไม่ปรารถนาในตัวเจ้า เจ้าก็ยังมีแม่ที่ยังอยู่เคียงข้างเสมอนะลูก...........”


ร่างเล็กขยับกายราวกับตอบสนองถ้อยคำปลอบโยน นัยน์ตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิทไม่รับรู้ว่าใครกำลังร่ำไห้อยู่ตรงหน้า มีเพียงความทรงจำบางเบาซึ่งลอยวนเวียนอยู่ในจิตใต้สำนึก.... คนเพียงคนเดียวที่ลี แทยงนึกถึงแทบทุกลมหายใจเข้า-ออก คนเพียงคนเดียวที่อยากให้อยู่ด้วยไม่ว่าในยามทุกข์หรือยามสุข คนเพียงคนเดียวที่แทยงปรารถนาอยากจะได้เศษเสี้ยวหัวใจของเขามากยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด





‘ยองโฮ.........ยองโฮ...............’



‘ข้าเจ็บเหลือเกิน.........ยองโฮ......ฮึก.........ช่วยด้วย................”




“ข้าอยู่กับเจ้าแล้วนะ แทยง.... เจ้าปลอดภัยแล้ว”


เพียงแค่ได้ยินเสียงทุ้มกระซิบบอกและได้มือหนาแตะแนบลงบนผิวแก้ม ถ้อยคำละเมอวิงวอนอย่างน่าสงสารจึงค่อยสงบลงจนกระทั่งเงียบสนิทไปในที่สุด.... รัชทายาททรงอยู่เฝ้าอาการพระชายาแทยงไม่ห่าง แม้ว่าองค์ชายแจจุงจะพยายามออกปากไล่หากก็มิทรงยอมจากไปไหน แววเนตรแดงก่ำสะท้อนถึงความเสียพระทัยและทุกข์ร้อนกังวลมากจนเกินกว่าจะเรียกได้ว่าเป็นการเสแสร้งแกล้งทำ




สุดท้ายแล้ว มารดาบังเกิดเกล้าของพระชายาจึงต้องออกจากพระตำหนักจาซอนโดยที่ไม่อาจช่วยเหลืออะไรบุตรชายได้เลย....


.


.



.


“แจจุง.... เจ้าก็สงบใจลงเสียบ้างเถิด องค์รัชทายาทก็ทรงให้คำมั่นแล้วว่าจะดูแลลูกเราให้ดีกว่านี้”  
แม่ทัพชองยุนโฮพยายามเกลี้ยกล่อมให้ภรรยาอารมณ์เย็นลง หลังจากที่แทยงคล้ายกับจะฟื้นคืนสติ องค์รัชทายาทก็มีรับสั่งให้หมอหลวงรีบเข้ามาตรวจบาดแผลและอาการซ้ำให้แน่พระทัยอีกครั้งว่าพระชายาจะทรงหายเป็นปกติได้ ซึ่งหมอหลวงก็ยินยันตามเดิมว่าบุตรชายของเขาพ้นจากขั้นวิกฤตแล้ว ทว่า องค์ชายแจจุงก็หาได้ยินยอมถอนคำพูดที่ว่าจะพาพระชายากลับไปที่จวนตระกูลชองให้จงได้


“น้องไม่ได้เสียใจเพียงแค่ที่ลูกเราถูกปองร้าย........”  องค์ชายแจจุงเอ่ยอย่างเย็นชา ความโกรธเกรี้ยวเดือดดาลยังคงแฝงอยู่ในทุกถ้อยวาจา


“แล้วเจ้าขัดเคืองใจด้วยเหตุอันใด?”  


ร่างสูงพยายามถามให้รู้ความ 


“หากเจ้าไม่พอใจในองค์รัชทายาทที่ไม่สามารถปกป้องแทยงจากคราวเคราะห์นี้ได้ก็จงล้มเลิกความคิดเสียเถิด.... ลูกเราแต่งงานออกเรือนไปแล้ว ดีชั่วอย่างไรก็ได้ชื่อว่าเป็นพระชายา อยู่ในความดูแลของราชสำนักฝ่ายใน ไม่ใช่สิ่งของที่นึกอยากจะให้ก็ให้ นึกอยากจะเรียกคืนก็เรียก”


“คนที่เห็นแทยงเป็นสิ่งของน่าจะเป็นท่านพี่เสียมากกว่า!”  


ร่างระหงกระทั้นน้ำเสียงขมขื่นใส่แม่ทัพชอง นับตั้งแต่วันที่ราชโองการพระราชทานงานสมรสมาถึงจวน แทยงก็แทบจะไม่เคยยิ้มหรือหัวเราะให้เห็นอีกเลยราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะต้องประสบพบเจอกับชะตากรรมเช่นนี้ เพียงคิดถึงวันต่อๆ ไปที่มิอาจคาดเดาว่าคนร้ายจะหมายเอาชีวิตลูกเมื่อใด หัวอกคนเป็นแม่ก็แทบแตกสลายลงตรงนี้  


“น้องเพียงแค่หวังอยากให้แทยงได้ออกเรือนแต่งงานกับบุรุษที่ดีพร้อมเหมาะสมกัน ได้รับความรักและการเอาใจใส่จากคนที่เป็นสามี ไม่ต้องถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจเหมือนเช่นที่น้องเคยถูกใช้มาก่อน.... หากท่านพี่กลับร่วมมือกับฝ่าบาทและรัชทายาททำลายความสุขที่แทยงควรจะมีไปจนหมด!”


“แจจุง เจ้าพูดอะไรน่ะ!?” 


ชอง ยุนโฮ พยายามโต้แย้งเมื่อคู่ชีวิตของตนโกรธจัดเสียจนพาลดึงเอาเรื่องในอดีตมาเหมารวมว่าทุกสิ่งทุกอย่างคือแผนการสำหรับช่วงชิงความเป็นใหญ่  


“ข้าไม่เคยแม้แต่คิดจะทำอย่างที่เจ้าว่ามาเลยสักนิด.......และข้าก็ไม่เคยใช้เจ้าเป็นเครื่องมือแสวงหาอำนาจใดๆ ทั้งสิ้น ข้ากับเจ้าได้สมรสกันก็ด้วยความรักของเรา เจ้าลืมไปแล้วหรือ?”


“จนป่านนี้แล้ว ท่านพี่ยังจะปิดบังความจริงอยู่อีกหรือ?” 


แววตาขององค์ชายแจจุงนั้นแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สะท้อนร่องรอยของความเจ็บช้ำและไม่เชื่อถือน้ำคำของผู้เป็นสามี เมื่อเหตุการณ์เลวร้ายดำเนินมาจนถึงขนาดที่เขาเกือบต้องเสียลูกไปก็ไม่จำเป็นจะต้องปิดบังความรู้สึกเอาไว้อีก 


“แม้น้องจะไม่พูดแต่ก็ใช่ว่าจะโง่เง่าไม่รู้เหนือรู้ใต้ เพราะท่านเคยให้วาจาสัตย์ต่อหน้าพระพักตร์อดีตมเหสีชินบีว่าจะจงรักภักดี พระนางจึงทูลขอให้ฝ่าบาททรงยอมยกหม่อมฉันซึ่งเป็นอนุชาให้แต่งงานกับท่านพี่.... เป็นทั้งเมีย เป็นทั้งของกำนัลตอบแทนน้ำใจ ไม่แตกต่างจากลูกของเราในตอนนี้เลย!”



“ท่านแม่ทัพชอง องค์ชายแจจุง........”


ใครคนหนึ่งเอ่ยแทรกขึ้นขวางบทสนทนาระหว่างสามี-ภรรยาจากสกุลชองให้หยุดลง เมื่อหันไปมองดูจึงพบว่าองค์ชายใหญ่แห่งราชสำนักฮันยางพร้อมด้วยคนสนิทและขบวนผู้ติดตามกำลังตรงมายังพระตำหนักจาซอนอย่างเร่งรีบ


“ถวายพระพรองค์ชายฮันซล”  


ทั้งสองค้อมศีรษะถวายความเคารพตามธรรมเนียม ก่อนจะสังเกตเห็นว่าสีหน้าของอีกฝ่ายนั้นร้อนรนและเต็มไปด้วยความเครียดขึ้งกังวลเกี่ยวกับการถูกพิษของพระชายาซึ่งในตอนนี้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่รับรู้กันจนทั่ววังหลวง


“ข้าได้ยินข่าวเรื่องน้องแทยงถูกคนปองร้ายจึงรีบมาที่นี่.... ท่านทั้งสองได้เข้าเยี่ยมภายในตำหนักแล้วใช่หรือไม่? น้องแทยงอาการเป็นอย่างไรบ้าง?”


แม่ทัพชองลอบสังเกตทั้งวาจาและการกระทำขององค์ชายฮันซลอย่างนึกแคลงใจ ด้วยไม่คาดคิดว่าอดีตคู่หมายของบุตรชายจะมีเยื่อใยให้กับคนที่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้วมากอย่างที่ทรงแสดงออกต่อหน้าทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแทยงกลายเป็นพระชายาในองค์รัชทายาทยองโฮ องค์ชายผู้นี้ก็ยิ่งต้องหมายหัวแทยงว่าเป็นฝ่ายศัตรูและไม่น่าจะหลงเหลือความห่วงหาอาทรใดๆ.... ยกเว้นเสียแต่ว่าองค์ชายฮันซลจะยังทรงมีพระประสงค์อื่น จึงมิอาจปล่อยแทยงให้รอดพ้นสายพระเนตรไปได้


“พระชายาแทยงถูกผงตำแยเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว ขอองค์ชายใหญ่อย่าได้ทรงเป็นกังวลเลย”  


“ใครกันที่บังอาจทำเรื่องเลวร้ายเช่นนี้ ข้าไม่ปล่อยมันเอาไว้แน่!”


“แม้องค์ชายไม่ได้รับสั่ง รัชทายาทยองโฮก็มิทรงปล่อยคนร้ายไปอยู่แล้ว”  


แม่ทัพเมืองหลวงทูลตอบอย่างไว้เชิง มองดูอีกฝ่ายแสดงท่าทีขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเป็นเดือดเป็นแค้นแทนคนสกุลชองเสมือนมีนัยสำคัญ หากก็ไม่ลืมย้ำเตือนให้ทรงตระหนักว่าขณะนี้สถานะของแทยงได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่เพียงลูกขุนนางที่ทรงนึกจะขอหมั้นหมายหรือประกาศตัดขาดได้ตามพระทัย และเขาก็ไม่ยินดีจะให้บุตรชายต้องเสื่อมเสียเกียรติถูกครหาว่ามีชายอื่นมาพัวพันทั้งที่ดำรงศักดิ์เป็นถึงหงส์ฟ้าเคียงมังกรสวรรค์ “เวลานี้รัชทายาทยองโฮก็ทรงดูแลพระชายาอย่างใกล้ชิดด้วยพระองค์เอง กระหม่อมคงต้องขอกราบทูลตามตรงว่าคงไม่สะดวกให้ผู้ใดเข้าไปรบกวน”


“อย่างนั้นหรือ?” 


ฝ่ายองค์ชายฮันซลก็ดูคล้ายจะเข้าใจนัยยะปฏิเสธของแม่ทัพชองเป็นอย่างดี หากก็มิได้ท่าทีว่าจะล่าถอยหรือยอมรับว่าพระองค์หาได้มีสิทธิ์ที่จะเข้าออกพระตำหนักจาซอนได้ทุกเวลาที่ต้องการไม่ 


“เช่นนั้นวันนี้ข้าคงต้องขอตัวก่อน.... เอาไว้น้องแทยงรู้สึกตัวเมื่อใด ข้าค่อยมาเยี่ยมเยียนถามไถ่อาการด้วยตัวเองอีกครั้ง อย่างไรเสียน้องแทยงก็อยู่ตำหนักฝ่ายใน การไปมาหาสู่ไม่ใช่เรื่องยากเลยสักนิด”


“องค์ชายฮันซล ได้โปรดช่วยดูแลแทยงด้วย.... ลูกข้าถูกคนทำร้ายจะต้องหวาดกลัวและเสียขวัญมากเป็นแน่ หากมีใครสักคนคอยปลอบโยนและเป็นที่พึ่งพิงได้ก็คงดีไม่น้อย........”  


“แน่นอน ข้าเคยรับปากท่านแล้วก็ยอมทำตามนั้น”  


แม้องค์ชายใหญ่จะมิได้แย้มโอษฐ์ถือดี หากแววเนตรก็ปรากฏชัดว่าไม่ทรงคิดจะเอาคำพูดของแม่ทัพชองมาใส่พระทัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ยินคำขอร้องจากแม่บังเกิดเกล้าของพระชายา ร่างสูงก็ยิ่งแสดงความมุ่งมั่นราวกับว่าจะเข้ามาที่องค์รัชทายาทยองโฮอย่างไม่กริ่งเกรงว่าจะเป็นการท้าทายโอรสมังกรที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย


ทันทีที่องค์ชายฮันซลเสด็จจากไป แม่ทัพชองจึงหันไปไต่ถามเอาความกับภริยา ด้วยไม่เห็นชอบกับการที่องค์ชายแจจุงยังคงให้สนิทสนมมีไมตรีกับโอรสในพระสนมฮวาพินซึ่งทรงประกาศตัวไม่สนับสนุนการขึ้นครองตำแหน่งขององค์ชายยองโฮ ทั้งที่น่าจะตระหนักดีว่าสองแม่ลูกเชื้อสายสกุลจีอาจนำภัยมาสู่แทยง แม้จะไม่พอใจรัชทายาทที่ปล่อยปละละเลยจนทำให้แทยงถูกทำร้ายมากเพียงใดก็ไม่ควรเลยที่จะไปสมคบเข้าหาศัตรูของบุตรเขยอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้


“แจจุง ทำไมเจ้าถึงพูดกับองค์ชายใหญ่เยี่ยงนั้น?”


“เพราะน้องไม่เหมือนกับท่านพี่.... น้องไม่ได้ถูกเลี้ยงให้เติบโตขึ้นมาในฐานะขุนนาง ใครดีด้วยก็ไม่จำเป็นที่จะต้องปฏิเสธเพียงเพราะเขาอยู่คนละฝ่ายกับนายของตัวเอง” 


องค์ชายแจจุงกล่าวอย่างไม่ใยดี ถ้อยคำนั้นอาจฟังดูคล้ายประชดประชันด้วยความโกรธเคือง ทว่า ชอง ยุนโฮกลับสัมผัสได้ถึงความตั้งมั่นที่ตรงกันข้ามกับปณิธานของตนโดยสิ้นเชิง  


“และน้องเลี้ยงแทยงมากับมือ ย่อมต้องรู้ดีที่สุดว่าสิ่งใดเหมาะสมกับลูกของเรา!”


“แต่ลูกเราแต่งงานออกเรือนไปแล้ว..........”  น้ำเสียงของท่านแม่ทัพอ่อนลง ก่อนจะพยายามคว้ามือของภรรยาเอาไว้เพื่อเตือนสติ แต่ก็เหมือนว่าจะสายเกินไปเสียแล้ว



“การแต่งงานของแทยงคือความผิดพลาด” 


มารดาของพระชายาเอ่ยย้ำหนักแน่น ดวงตาคู่งามซึ่งละม้ายคล้ายคลึงกับบุตรชายเหลือเกินนั้นสะท้อนความเจ็บแค้นในชะตากรรมที่ถูกผู้อื่นหยิบยื่นให้.... หากนั่นก็เป็นสิ่งที่ คิม แจจุง ตัดสินใจเลือกแล้ว เพื่อปกป้องลูกที่รักเสมือนแก้วตาดวงใจ ต่อให้ต้องหันหลังให้กับสามี เป็นศัตรูกับราชสำนักที่อุ้มชูตนเองมาจนเติบใหญ่หรือต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็ยินดี 


“และน้องก็จะไม่ยอมให้ท่านพี่เอาชีวิตของลูกไปเสี่ยงเพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อองค์ชายรัชทายาทอีก.... อย่างไรก็ไม่ยอมแน่!”


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 


“แผลที่มือเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมาก กลับตำหนักพระชายาไปได้แล้ว”


“ขอรับ ท่านหมอ”


เสี่ยวสือพยักหน้ารับคำหลังจากที่หมอหลวงชั้นผู้น้อยเอ่ยปากบอกให้เขาออกไปจากสำนักแพทย์ฝ่ายใน.... การรักษานั้นไม่ได้มีอะไรมากเลย เพียงแค่พอกสมุนไพรที่ทำให้รู้สึกเย็นแล้วพันมือทั้งสองข้างเอาไว้ด้วยผ้า แม้จะโล่งใจอยู่บ้างที่ตนเองไม่ได้บาดเจ็บหนักอย่างที่กังวล หากพอนึกถึงผู้เป็นนายซึ่งปวดแสบปวดร้อนรุนแรงเพราะมีอาการแพ้ร่วม เด็กหนุ่มจึงมิอาจโล่งใจได้เต็มที่นัก


วังหลวงช่างน่ากลัวเหลือเกิน....


เพียงแค่สามวันก็เกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย บรรยากาศของความเกลียดชังและอาฆาตมาดร้ายล่องลอยอยู่ทุกหนแห่ง แต่ละคนดูมีลับลมคมในเหมือนพร้อมจะประหัตประหารกันได้ตลอดเวลา


ขนาดคุณชายแทยงเข้ามาในฐานะพระชายายังถูกปองร้าย แล้วตัวเขาที่แทบไม่รู้จักใครเลยจะเอาตัวรอดได้อย่างไรกัน?


“เสี่ยวสือ!”


“อะ.....องค์ชายสาม......!!??”


ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเร็วเข้ามาหา ยังไม่ทันที่จะเตรียมใจให้เข้าที่เข้าทาง ท่อนแขนของร่างเล็กก็ถูกใครคนหนึ่งฉุดดึงจนตัวปลิวหายเข้าไปยังบริเวณด้านหลังสำนักหมอหลวง.... ใบหน้าที่จ้องเขม็งมานั้นซีดเซียวเหมือนกับว่าเพิ่งเห็นเหตุการณ์นองเลือด ดวงตากวาดมองเสี่ยวสือตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าก่อนจะมาชะงักตรงมือทั้งสองข้างที่มีผ้าพันเอาไว้ เพียงเท่านั้น น้ำเสียงร้อนรนจึงเปล่งดังขึ้นอย่างไม่คิดจะปิดบังความกระวนกระวายใจ


“ข้าได้ยินข่าวเรื่องที่มีคนปองร้ายพระชายาของเจ้าพี่ยองโฮแล้ว.... เจ้าล่ะ เป็นอย่างไรบ้าง มีคนบอกว่าเจ้าเองก็พลอยถูกลูกหลงจนได้รับบาดเจ็บไปด้วย!?”  


องค์ชายแจฮยอนรับสั่งถามพลางยกมือของเสี่ยวสือพลิกไปมา  


“เจ้าเจ็บที่ตรงนี้ใช่ไหม.... มีหมอหลวงมาดูอาการให้เจ้าหรือยัง!?”


“ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรงเมตตา แต่เสี่ยวสือไม่เป็นอะไรแล้วพะยะค่ะ”  


เด็กหนุ่มทูลตอบ ก้มหน้าก้มตาไม่กล้าสบสายพระเนตรและพยายามจะดึงมือตัวเองกลับมาเมื่อดูท่าว่าอีกฝ่ายจะวิตกจริตจนเกินเหตุไปแล้ว  


“ท่านหมอหลวงบอกว่ากระหม่อมแค่ถูกผงตำแยแห้งทำให้แสบคันเล็กน้อย เพียงใช้ใบหลูฮุ่ยพอกทิ้งเอาไว้ไม่นานอาการก็จะทุเลาลงเอง..........”


“ทุเลาลงเองอะไรกันเล่า ผิวเจ้ายังแดงเหมือนโดนไฟลวกอยู่เช่นนี้”  


สีพระพักตร์องค์ชายสามยังคงบ่งบอกถึงความไม่ไว้วางพระทัย ด้วยทรงทราบดีว่าภายในราชสำนักฮันยางนั้นมีการแบ่งแยกชนชั้นอยู่ทั่วทุกกรมกอง ย่อมไม่มีทางที่จะหมอหลวงฝ่ายในจะใส่ใจดูแลผีเสื้อน้อยของพระองค์ได้ดีเท่าที่ทรงต้องการ  


“นี่เป็นยาชั้นเลิศที่ได้มาจากแผ่นดินใหญ่ ข้าให้คนของท่านตารีบนำมาให้ทันทีที่รู้ว่าเจ้าถูกพิษ แม้แต่ในวังหลวงก็ใช่ว่าจะหายาดีเช่นนี้ได้ง่ายๆ มีเพียงแค่เสด็จพ่อกับพระมเหสีเท่านั้นที่ทรงใช้ได้.... เดี๋ยวข้าจะช่วยทาให้เจ้าเองนะ เสี่ยวสือ”


“ไม่ได้นะพะยะค่ะ......มะ......ไม่ได้เด็ดขาด!”  


ร่างน้อยส่ายหน้าพร้อมทั้งก้าวถอยหลังจนติดกำแพงอิฐ ไม่กล้ารับถ้วยกระเบื้องสีน้ำเงินครามที่องค์ชายทรงอุตส่าห์ประทานให้ จนป่านนี้แล้วยังไม่เงยหน้าขึ้นมองดวงพักตร์เลยด้วยซ้ำ


“ทำไมอีก?”  


ร่างสูงสง่าขยับตามเข้าไปประชิด เรียวคิ้วเข้มขมวดมุ่นอย่างไม่เข้าพระทัยที่เสี่ยวสือเอาแต่ปฏิเสธพระองค์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า  


“ข้ารีบร้อนตามหาเจ้าจนทั่ว กลัวว่าเจ้าจะเจ็บหนักและไม่ได้รับการรักษาที่ดีพอ.... ความห่วงใยที่ข้ามีต่อเจ้ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยหรืออย่างไรกัน เหตุใดจึงต้องทำบ่ายเบียงให้ข้าเสียน้ำใจด้วย?”


“หามิได้พะยะค่ะ องค์ชาย”  มหาดเล็กใหม่เอ่ยเสียงสั่น สีหน้าบ่งบอกถึงความลำบากใจที่ตนเองได้รับความกรุณาถึงเพียงนี้


“ตอนที่ทำงานอยู่ในหอนางรำ เจ้ายังยอมรับความช่วยเหลือจากข้าได้ หากพอรู้ความจริงว่าข้าคือองค์ชาย เจ้าก็เอาแต่คิดจะตีตัวออกห่าง.... ข้าเพียงแค่อยากดูแลเจ้าให้อยู่ที่นี่อย่างสุขสบาย ไม่ถูกใครข่มเหงรังแกเหมือนเช่นที่ผ่านมา เจ้าอย่าหนีข้าอีกเลยจะได้ไหม?”


“องค์ชายมิทรงเข้าพระทัย......เสี่ยวสือไม่........”


“ทำไมข้าจะไม่เข้าใจ.... ข้าอยู่ในวังมาตลอดทั้งชีวิต รู้ดีกว่าใครว่าบ้านของตัวเองนั้นอันตรายเสียยิ่งกว่าถ้ำเสือ เจ้าเพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่วันย่อมไม่มีทางรู้ซึ้งได้เท่าข้าเป็นแน่”  


องค์ชายแจฮยอนตรัสด้วยน้ำสุรเสียงเย็นเยียบ ทำเอาใจดวงน้อยแทบไม่ไหวติงประหนึ่งถูกฉาบเคลือบด้วยหิมะที่หนาวเหน็บที่สุด  


“ข้าไม่ได้คิดจะทำอะไรไม่ดีเลย.... ข้าเป็นห่วงเจ้าจากใจจริง ความปรารถนาดีต่อคนที่ตนเองพึงใจชอบพอมันผิดบาปที่ตรงไหนกัน?”


ร่างหนาเบียดประชิดจนไม่เหลือช่องว่างให้เด็กหนุ่มขยับเลี่ยงไปทางอื่นได้อีก ใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพบุตรก้มลงมาใกล้ขนาดที่สมหายใจอุ่นปะทะเข้ากับผิวแก้มนุ่ม.... เสี่ยวสือผินหน้าหันไปมองทางอื่นด้วยมิบังอาจสบสายพระเนตรซึ่งมีภาพของตัวเองสะท้อนอยู่ ก้อนเนื้อในผืนอกเบื้องซ้ายกลับมาเต้นแรงอีกครา ห้วงความคิดว้าวุ่นสับสนจนแยกแยะไม่ถูกว่าควรต้องรู้สึกเช่นไร จะคล้อยตามรับสั่งขององค์ชายสามก็ไม่ใช่ จะบอกว่าไม่ยินดีก็ไม่เชิง


“ข้าเป็นโอรสของพระราชา ส่วนเจ้าเป็นมหาดเล็ก.... หากข้าคิดจะหักหาญน้ำใจเจ้า ข้าคงทำไปนานแล้ว”


วาจานั้นฟังดูคุกคามน่ากลัว ทว่า เจ้าของหัตถ์หนาก็มิได้ทำอะไรมากเกินไปกว่าคว้ามือของเสี่ยวสือขึ้นมาเพื่อปลดผ้าพันแผลออก ใบหลูฮุ่ยบดละเอียดที่หมอหลวงใส่ให้อย่างลวกๆ ถูกปาดทิ้งก่อนที่สมุนไพรบรรเทาความแสบร้อนชั้นเลิศราคาแพงจะประโคมลงมาแทนที่.... ดวงตาเรียวรีเพิ่งสบมองพระพักตร์ขององค์ชายแจฮยอน ความอ่อนโยนของพระองค์ดูคล้ายจะเป็นอันตรายต่อเขามากยิ่งกว่าผงตำแยฤทธิ์ร้ายเสียอีก ทั้งที่อยากจะหักห้ามใจไม่ให้หวั่นไหวด้วยตระหนักดีว่าอีกฝ่ายนั้นสูงส่งสว่างไสวราวกับดวงตะวัน ในขณะที่ตัวเขาเป็นได้อย่างมากที่สุดก็แค่หิ่งห้อยซึ่งมีเพียงแสงริบหรี่ในยามราตรี


‘แต่หัวใจเอย.... รู้ทั้งรู้เยี่ยงนี้แล้ว ไฉนจึงมิยอมฟังคำวิงวอนจากข้าเลย?’


“เสี่ยวสือ.... เป็นผีเสื้อน้อยของข้าเถิดนะ ไม่ต้องอยู่ด้วยกันตลอดเวลาก็ได้ เจ้าก็โบยบินอยู่ในที่ของเจ้า ขอแค่ให้ข้าได้มาหาและทะนุถนอมเชยชมเจ้าบ้างก็พอแล้ว”  


รับสั่งนั้นช่างหวานละมุนชวนฝัน เฉกเช่นเดียวกับแววเนตรสีเข้มที่มองมาราวกับจะหลอมละลายร่างเล็กให้โอนอ่อนด้วยความห่วงหาอาทรที่ร่างน้อยไม่เคยได้รับจากใครนับตั้งแต่พลัดถิ่นมาตกระกำลำบากอยู่ในแผ่นดินฮันยาง  


“ข้าไม่ได้ขอให้เจ้าต้องทำอะไรเพื่อข้า มีแต่ข้าเท่านั้นที่อยากทำเพื่อเจ้า..........”


“.....................”


“ไม่ตอบ? เช่นนั้นแล้วข้าจะถือว่าเจ้าไม่ปฏิเสธนะ?”


ไม่ใช่ว่าไม่ปฏิเสธ แต่เสี่ยวสือไม่รู้ว่าจะปฏิเสธสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้อย่างไร ในเมื่อองค์ชายแจฮยอนทรงคว้าเอาหัวใจของเขาไปแล้ว....


ปลายนิ้วเรียวยาวเชยคางมนกึ่งบังคับให้ใบหน้าอ่อนใสแหงนเงยขึ้น นัยน์ตาฉ่ำปรือซึ่งเต็มไปด้วยความไร้เดียงสาประสานเข้ากับดวงเนตรซึ่งเปี่ยมด้วยเสน่ห์แพรวพราว ชั่วขณะนั้นคล้ายกับว่าผืนดินกำลังหมุนคว้าง และก่อนที่เสี่ยวสือจะทันคิดอ่านสิ่งใดออก โอษฐ์หยักงามก็ประกบทาบทับลงบนริมฝีปากบางจิ้มลิ้มอย่างดูดดื่มร้อนเร่า ทำราวกับว่าเด็กหนุ่มคือลูกพลับเนื้อหวานที่องค์ชายแจฮยอนทรงเด็ดมาเชยชมลิ้มลองได้ตามพระทัย


ดวงพักตร์หล่อเหลานุ่มนวล ทว่า สายพระเนตรนั้นกลับอัดแน่นด้วยความกระหายอยากครอบครองที่รุนแรงเกินกว่าจะยับยั้ง ทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าพันธนาการดวงใจของเสี่ยวสือเอาไว้ไม่ให้ดิ้นหลุดรอด.... ร่างบางสั่นสะท้านนิดๆ ยามเมื่อตัวตนของเขาถูกดูดกลืนไปจนสิ้นด้วยจุมพิตแสนหวาน มิรู้ว่าเป็นเพราะสัญชาตญาณหรือความปรารถนาที่อยู่ในห้วงลึกสุดของจิตใต้สำนึกที่ทำให้เขายินยอมตามการชักนำจากองค์ชายแจฮยอน มันช่างหวามไหวจนหัวใจพองโตคับอก หากไม่ได้กำแพงด้านหลังช่วยเอาไว้ เขาคงได้ร่วงลงไปกองกับพื้นเสียนานแล้ว


“เจ้าช่างน่ารักเหลือเกิน เสี่ยวสือ..... เจ้าสิบน้อยของข้า”  


เจ้าของน้ำเสียงทุ้มเอ่ยกระซิบริมหู แววเนตรสีเปลือกไม้เหมือนกับมีมนต์สะกดทำให้เด็กหนุ่มลืมความหวาดกลัวและเจ็บปวดไปจนหมดสิ้น


ความรักต่างฐานันดรศักดิ์ ใจปฏิพัทธ์ระหว่างองค์ชายกับมหาดเล็กก็ไม่ต่างกับการยืนอยู่ตรงขอบเหว หากเสี่ยวสือก็เลือกที่จะกระโจนลงไปยังปลายทางดำมืดอันเป็นปริศนาที่ตัวเขาไม่เคยรู้จักมาก่อน


จะเป็นหุบเหวมรณะหรือเป็นสรวงสรรค์ของทวยเทพในบั้นปลายก็สุดที่จะล่วงรู้ได้ ขอเพียงแค่องค์ชายแจฮยอนทรงรักษาสัจจะที่จะทะนุถนอมดูแลผีเสื้อปีกเว้าแหว่งเช่นเขา พรวิเศษจากสวรรค์สิบประการที่คุ้มครองเสี่ยวสือก็คงเป็นจริงไปเกินครึ่งแล้วกระมัง


ร่างเล็กกัดริมฝีปากตัวเองแล้วจึงเอ่ยตะกุกตะกัก....


“หากนั่นคือความกรุณาขององค์ชายสาม เสี่ยวสือก็ยินดีเป็นผีเสื้อน้อยของพระองค์.... ขอได้ทรงโปรดเอ็นดูเสี่ยวสือที่ต่ำต้อยคนนี้ด้วยพะยะค่ะ........”


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 


เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพระตำหนักจาซอนเป็นที่โจษจันไปทั่ว แม้กระทั่งในเรือนพักของเหล่ามหาดเล็กและนางวังในยามพลบค่ำก็ยังมีแต่คนพูดคุยถึงเรื่องนี้ไม่ขาดปาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนายทหารจากกรมอาญาบุกเข้ามาจับตัวนางกำนัลห้องตัดเย็บและห้องซักล้างซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยในการลอบทำร้ายพระชายาในองค์รัชทายาทไปสอบสวน.... ต่างคนต่างตกอยู่ในภาวะตื่นตระหนก ด้วยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ร้ายนั้นเกิดได้อย่างไรและด้วยฝีมือของผู้ใด ใครอยู่เบื้องหลังความวุ่นวายเหล่านี้ จะมีเพื่อนข้าหลวงที่ตนเองรู้จักสนิทสนมถูกจับไปเพิ่มอีกหรือไม่ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่บั่นทอนขวัญและกำลังใจของเหล่าข้าราชบริพารราชสำนักฝ่ายในด้วยกันทั้งสิ้น


แม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าความผิดโทษฐานปองร้ายพระสุนิสา ของฝ่าบาทนั้นร้ายแรงถึงขั้นประหารล้างตระกูล หากเพราะต้องมาเห็นสหายหญิงซึ่งคุ้นหน้าคุ้นตากันมาหลายปีถูกลากออกไปท่ามกลางเสียงร้องวิงวอนน่าสงสาร ความเห็นอกเห็นใจคนที่อยู่ในชนชั้นวรรณะเดียวกันจึงมีมากกว่าจะนึกถึงพระชายาซึ่งเป็นคุณชายจากตระกูลจอมทัพ


“ก็แค่ผงตำแยเองมิใช่หรือ เหตุใดพระชายาถึงได้ทรงมีอาการย่ำแย่ปางตายถึงเพียงนั้น.... พวกเราบางคนยังเคยถูกท่านหัวหน้ากรมมหาดเล็กให้ไปถอนต้นตำแยที่ขึ้นข้างตำหนักใหญ่ด้วยมือเปล่า ข้าก็ยังไม่เห็นว่าใครจะเป็นอะไรเลย!?”


เมื่อมีคนแรกตั้งข้อสงสัยผสานด้วยอารมณ์โกรธ คนที่เหลือจึงกล้าจาบจ้วงหมิ่นหยามพระเกียรติตามอย่าง


“นั่นน่ะสิ.... ทรงเพิ่งเข้ามาได้ไม่กี่วัน จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่จนวุ่นวายกันไปทั้งวังหลวงนี้มันสมควรแล้วหรือ?”


“ข้าได้ยินพวกที่รับใช้อยู่พระตำหนักเรือนหอเขาว่ากัน........”  


ข้าหลวงห้องเครื่องคนหนึ่งเริ่มนำความที่ได้ฟังเพียงผิวเผินมาเล่าขยายต่อ ไม่แม้แต่จะคำนึงถึงความเหมาะสมหรือฉุกคิดว่ามันจะเป็นความจริงหรือไม่  


“ว่ากันว่าองค์รัชทายาทไม่ทรงโปรดพระชายาเท่าที่ควร ขนาดอภิเษกกันแล้วก็ยังประทับอยู่แต่ที่ตำหนักทงกุงตลอดทั้งวัน ครั้นเสด็จไปตำหนักจาซอนก็ทรงทะเลาะกับพระชายาเสียงดังลั่นไปหมด.... พระชายาเพิ่งจะเสด็จเข้ามาประทับวังหลวงได้แค่สามวัน แล้วจะทรงไปมีศัตรูปองร้ายหมายพระชนม์ชีพได้อย่างไรกัน ดีไม่ดีจะเป็นเพียงเรื่องเล่นสนุกเรียกร้องความสนพระทัยจากพระสวามีเสียมากกว่า!”


“จริงหรือ!? นี่มันนางจิ้งจอกซูต๋าจีจำแลงกายมาแท้ๆ!!”


“ข้าก็ว่าเช่นนั้นละ.... อ้าว เฉียนคุน กลับมาแล้วหรือ?”


บทสนทนาหยุดลงกลางคันเมื่อมหาดเล็กคนสนิทขององค์ชายใหญ่กลับเข้ามายังเรือนพัก เป็นที่สนอกสนใจของทุกคนในที่นั้นเนื่องจากใครต่อใครต่างก็รู้ว่าองค์ชายฮันซลกับพระชายาลี แทยงทรงเคยเป็นคู่หมายกันมาก่อน และจนป่านนี้ก็ยังมีเยื่อใยอาลัยอาวรณ์ต่อกันอยู่ถึงได้เสด็จไปเยี่ยมเยียนอย่างเปิดเผย หลังจากมีข่าวเรื่องการกลั่นแกล้งปองร้ายด้วยผงตำแยก็เช่นกัน


“เมื่อบ่าย องค์ชายใหญ่เสด็จไปหาพระชายาที่พระตำหนักจาซอนมิใช่รึ.... เป็นอย่างไรบ้าง? พระอาการของพระชายาเพียบหนักอย่างที่เขาว่ากันจริงหรือ?”


“พวกเรากำลังสงสัยว่าพระชายาลี แทยงทรงเจ็บเพราะถูกผงตำแยจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงแค่จริตอุบายเรียกร้องความพระทัยจากองค์รัชทายาทเท่านั้น”


“ข้าเองก็ไม่รู้แน่ชัดนักดอก”  


เฉียนคุนก็สงสัยใคร่รู้เช่นเดียวกับเหล่าสหาย เพียงแต่สิ่งที่อยู่ในใจเขานั้นแตกต่างออกไปจากคนอื่นๆ  


“ท่านแม่ทัพชองกับภริยาก็มาเฝ้าพระชายาเช่นเดียวกัน องค์ชายฮันซลมิทรงอยากรบกวนจึงเสด็จกลับโดยที่ยังไม่ได้เข้าไปในตำหนักจาซอน.... ดังนั้น ข้าจึงยังไม่รู้เห็นสิ่งใดนอกเสียจากได้ยินว่าองค์รัชทายาทยองโฮประทับอยู่กับพระชายา”


“ข้าว่าแล้วอย่างไรเล่า นางจิ้งจอกซูต๋าจีช่างร้ายกาจนัก!”


“แล้วพวกเจ้าได้ยินอะไรมาบ้าง มีคนจากกรมอาญามาถามไถ่เอาความจากมหาดเล็กบ้างหรือไม่?”  
เฉียนคุนเอ่ยถามถึงเรื่องสำคัญ แม้จะยังจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าเหตุใดเหล่าสหายจึงปากพล่อยเปรียบเปรยพระชายาแทยงเป็นนางปิศาจจิ้งจอกเก้าหาง เขารู้เพียงว่าเหตุการณ์ที่มีผงตำแยปนเปื้อนอยู่ในฉลองพระองค์ของพระชายาไม่ใช่เรื่องล้อเล่นชวนหัว และมันก็อาจเป็นภัยมาถึงตัวเขาได้ทุกเมื่อ


“ยังไม่มีมหาดเล็กจากตำหนักไหนถูกคุมตัวไป เท่าที่พวกเราเห็นก็มีนางกำนัลห้องตัดเย็บและห้องซักล้างที่กรมอาญากำลังสอบสวนอยู่”


“อย่างนั้นหรือ...........”  ร่างเล็กพรูลมหายใจยาว หากกระนั้นสีหน้าของเขาก็มิได้บ่งบอกถึงความโล่งใจเลยแม้แต่น้อย


“ทำไมหน้าตาเจ้าถึงได้ซีดเซียวนัก เฉียนคุน? ปกติแล้วเจ้าก็ไม่ต้องไปรับผ้าที่ห้องซักล้างด้วยตัวเองเสียหน่อย กรมอาญาคงไม่เสียสติมาคุมตัวเจ้าไปสอบเหมือนอย่างพวกนางวังสองห้องนั้นดอกน่า”


“เจ้าไม่รู้อะไรก็อย่าพูดมากนักเลย แล้วก็หยุดปากอย่านินทาว่าร้ายพระชายาด้วย มิเช่นนั้น พวกเราคงได้ถึงคราวเคราะห์กันหมด!”  


เฉียนคุนว่าอย่างฉุนเฉียว ดูเหมือนว่าความกระวนกระวายนั่งไม่ติดของเขาจะทำให้ทุกคนพุ่งความกังขาสงสัยมามากจนเกินไป เห็นทีว่าจนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น เขาคงต้องหาที่เงียบเชียบเพื่อปลอบประโลมจิตใจตนเองให้คลายความวิตกลงเสียบ้างแล้ว  


“คืนนี้ ข้าจะไปนอนค้างที่ตำหนักองค์ชายใหญ่.... หากมีใครถามหาก็จงบอกปัดไปว่าองค์ชายทรงมีรับสั่งให้ข้าอยู่ถวายงานรับใช้ในห้องทรงพระอักษร ไม่สะดวกพบใครทั้งนั้น”




‘มหาดเล็กเฉียนคุน!’


‘พวกเรามาจากกรมอาญา.... มหาดเล็กเฉียนคุนจงรีบออกมาเดี๋ยวนี้!!’




“พี่เฉียนคุน.........ทะ.......ทำไมกรมอาญาถึงมาขานชื่อท่าน.........?”


ข้าหลวงอายุน้อยคนหนึ่งเอ่ยเสียงสั่นอย่างขวัญหนีดีฝ่อ หนนี้สายตาทุกคู่ต่างมองมายังเฉียนคุนพร้อมกันราวกับจะถามว่าเกิดเหตุอันใดขึ้น ทำเอาคนที่หน้าซีดปากสั่นอยู่ก่อนแล้วยิ่งสะท้านจนแทบทรงตัวยืนไม่อยู่ หากก็ยังพยายามทำใจให้แข็งไม่กลัวเกรง เพราะเชื่อว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร ผู้เป็นนายก็ย่อมต้องช่วยเหลือและไม่ปล่อยให้เขาต้องถูกทรมานจนตายเป็นแน่


“ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน แต่คงไม่มีอะไรร้ายแรงดอก.... ก็ข้าบริสุทธิ์ใจเสียอย่าง ใครมันจะกล้าเอาตัวข้าไปสอบสวนโดยที่องค์ชายใหญ่มิทรงยินยอม!”


ชายหนุ่มเชิดหน้าเดินออกไปยังบริเวณลานกว้างด้านหน้าเรือนที่พักของมหาดเล็ก ทหารกลุ่มใหญ่พร้อมด้วยอาวุธครบครันถือคบไฟส่องสว่างยิ่งทำให้เขารู้สึกประหวั่นพรั่นพรึงจนแทบหายใจไม่ออก..... หากเฉียนคุนเป็นคนขลาดเขลาหรือจิตใจอ่อนไหวกว่านี้อีกเพียงสักเสี้ยวกระผีก เขาก็คงเผลอร้องไห้หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความหวาดกลัวเสียแล้ว


“เจ้าคงเป็นมหาดเล็กที่ชื่อเฉียนคุนสินะ?”


“ใช่ขอรับ ใต้เท้า”  


ร่างเล็กข่มเสียงตัวเองไม่ให้สั่นพลางเงยหน้าขึ้นมองท่านเจ้ากรมอาญาคิม จงอินเสมือนไม่มีสิ่งใดให้ต้องเกรงกลัว  


“ข้ากำลังจะกลับไปถวายงานองค์ชายฮันซลที่ตำหนัก ไม่อยากให้องค์ชายทรงเสียเวลารอนาน มิทราบว่าท่านใต้เท้าคิมมีธุระอันใดกับข้าหรือขอรับ?”


รอยยิ้มถือดีบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่ได้สอดคล้องกับวาจาสำคัญตัวนั้นเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงใหญ่ของเจ้ากรมอาญาก้าวเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มหน้าลงมองมหาดเล็กคนสนิทขององค์ชายใหญ่อย่างพินิจใคร่ครวญ ในตอนนั้นเองที่เฉียนคุนคิดว่าพระนามขององค์ชายฮันซลกำลังช่วยปกป้องไม่ให้มีผู้ใดบังอาจจับกุมหรือทำร้ายเขาโดยที่องค์ชายมิทรงเห็นชอบ


แต่ทว่า....





‘ทหาร จับตัวมหาดเล็กเฉียนคุนมัดมือเอาไว้แล้วควบคุมตัวไปสอบสวนที่กรมอาญา.... หากขัดขืนหรือเอ่ยอ้างพระนามองค์ชายใหญ่อีกก็จงโบยให้หนัก!’




“มะ.....หมายความว่าอย่างไร ใต้เท้า......ควบคุมตัวข้าไปสอบสวนงั้นหรือ!!??”


คนที่กำลังจะกลายเป็นนักโทษตกใจจนแทบสิ้นสติ เลือดในกายเย็นเฉียบจนภาพเบื้องหน้าพร่ามัวไปหมด รู้สึกคล้ายว่าถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากวิญญาณออกไปจากร่าง เขาย้อนถามท่านเจ้ากรมอาญาอย่างไม่อยากเชื่อหูตนเองหากคำตอบที่ได้รับก็ยังคงเดิม



“ใช่แล้ว เจ้าได้ยินไม่ผิดหรอก”  


ใต้เท้าคิมชี้แจงต้นสายปลายเหตุ พินิจจากท่าทางอันขึงขังน่ากลัวของอีกฝ่ายแล้ว ดูเหมือนว่าถ้วนทุกคนในที่นั้นจะปักใจเชื่อกันไปเกินกว่าครึ่งค่อนแล้วว่าเฉียนคุนคือคนร้ายตัวจริงดังที่ถูกซัดทอดพาดพิง 


“นางกำนัลคนหนึ่งให้การว่าพบเห็นเจ้าที่ห้องตัดเย็บเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา.... มหาดเล็กเยี่ยงเจ้ามิได้มีธุระหน้าที่ใดๆ ที่ต้องผ่านไปยังบริเวณนั้น เราจึงจำเป็นจะต้องจับกุมตัวเจ้าในฐานะผู้ต้องสงสัยลอบทำร้ายพระชายาในองค์รัชทายาท!”


“ไม่จริงนะขอรับ ข้าไม่ได้ทำ!!” 


ข้าหลวงหนุ่มร้องเสียงหลงพยายามแก้ต่าง เพราะขึ้นชื่อว่าถูกจับไปกรมอาญาแล้ว แม้ในภายหลังจะพิสูจน์ทราบว่าไม่ได้กระทำความผิดหากก็คงไม่สามารถเลี่ยงการถูกทรมานเพื่อให้รับสารภาพได้ ซึ่งเฉียนคุนไม่คิดว่าเขาจะสามารถอดทนรอความช่วยเหลือจากนายหญิงได้ “ข้าเพียงแค่ไปรับผ้าย้อมสีตัดฉลองพระองค์ขององค์ชายใหญ่ตามรับสั่งของพระสนมฮวาพินเท่านั้น ไม่ได้แตะต้องข้าวของอย่างอื่นเลยแม้แต่น้อย แล้วก็ไม่ได้นำสิ่งแปลกปลอมใดๆ เข้าไปภายในห้องตัดเย็บด้วย!!”


“หากเจ้ามั่นใจก็จงไปกราบทูลต่อองค์ชายรัชทายาทเองก็แล้วกัน!”



.


.


.


องค์ชายยองโฮประทับนั่งทอดพระเนตรการสอบสวนของกรมอาญา นางกำนัลจากห้องเย็บปักและซักล้างซึ่งมีหน้าที่ดูแลรักษาทำความสะอาดฉลองพระองค์ของพระชายาทุกคนถูกคุมตัวมาที่นี่จนครบ.... เสียงตะคอกถามขู่เข็ญสลับกับเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์เอาเสียเลย แม้จะมิทรงเห็นด้วยกับการลงทัณฑ์จนกว่าพวกนางคนใดคนหนึ่งจะยอมรับสารภาพ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีผู้ต้องสงสัยรายอื่นนอกจากนางวังเหล่านี้ การทรมานเพื่อหาตัวคนร้ายจึงเป็นสิ่งที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้


“จงบอกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าคือคนที่นำผงตำแยไปโรยใส่ฉลองพระองค์ของพระชายาใช่หรือไม่!? และใครเป็นผู้บงการ!!??”


“ข้าน้อยมิทราบเจ้าค่ะ ใต้เท้า ข้าน้อยไม่รู้อะไรเลยจริงๆ.......โอ๊ย!!!!!!!”


“ปากแข็งนัก!! โบยพวกนางต่อไปจนกว่าจะยอมรับผิด!!!”


“ใต้เท้า เมตตาข้าน้อยเถิดเจ้าค่ะ!! ใต้เท้า!!!!”


รัชทายาททรงใคร่ครวญสิ่งที่เห็นอย่างลำบากพระทัย เพราะไม่ทรงคิดว่านางกำนัลซึ่งไม่เคยแม้แต่จะพบหน้าแทยงสักครั้งจะบังอาจหาญเอาชิวิตตัวเองมาเสี่ยงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด.... หากสาเหตุมาจากมีพิษติดมากับเสื้อผ้า คนกลุ่มแรกที่ต้องถูกสอบสวนก็คือซังกุงและนางในจากห้องเย็บปักและซักล้าง ดังนั้น ผู้ที่อยู่เบื้องหลังย่อมต้องเล็งเห็นอยู่ก่อนแล้วว่าจะหาแพะรับบาปได้ ไม่ยากจึงได้เลือกวิธีการเช่นนี้


“ทูลองค์รัชทายาท กระหม่อมได้นำตัวมหาดเล็กเฉียนคุนที่นางกำนัลให้การว่าพบเห็นอยู่ที่บริเวณห้องตัดเย็บเมื่อช่วงเช้ามาแล้วพะยะค่ะ”


“มหาดเล็กเฉียนคุน คนสนิทของเจ้าพี่ฮันซลมิใช่หรือ.........?”  


ร่างสูงลุกขึ้นยืน มองเห็นทหารกลุ่มใหญ่กำลังฉุดกระชากข้าหลวงชายคนหนึ่งเข้ามา ก่อนที่จะทรงทราบว่าคนผู้นั้นคือมหาดเล็กคนสนิทของเจ้าพี่องค์โตนั่นเอง  


“ใต้เท้าคิม แล้วท่านได้รายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าพี่ฮันซลหรือยังว่าคนของตำหนักเจ้าพี่ถูกกรมอาญาจับกุมในฐานะผู้ต้องสงสัยลอบทำร้ายชายาของข้า?”


“ขอองค์ชายทรงประทานอภัยด้วย แต่กระหม่อมเห็นว่าเราไม่ควรแจ้งข่าวนี้ไปยังองค์ชายฮันซลพะยะค่ะ”  เจ้ากรมอาญาคิม จงอินกราบทูลตามตรงดังที่ตนเห็นควร  “กระหม่อมสืบทราบมาว่ามหาดเล็กเฉียนคุน หากองค์ชายฮันซลทรงทราบเรื่องและเข้ามาขัดขวางการสอบสวน”


“ได้.... เรื่องนี้ข้าเห็นพ้องกับท่าน”


โอรสมังกรก้าวตรงเข้าไปหานักโทษที่ถูกลากมายังลานไต่สวน ดวงเนตรคมพินิจมองเฉียนคุนพลางดำริย้อนไปถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของผู้เป็นนาย.... ความระแวงที่ทรงมีอยู่แต่เดิมยิ่งทวีขึ้นเมื่อมาประจักษ์แจ้งว่าคนสนิทขององค์ชายฮันซลต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้าย บางทีเหตุผลที่เจ้าพี่พยายามเข้าหาแทยงอาจมิใช่เพียงเพราะต้องการแย่งชิงอดีตคู่หมายซึ่งเสมือนมีอำนาจกองทัพหลวงติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดกลับคืน แต่อาจยังมีแผนการที่สามานย์ยิ่งกว่าแอบแฝงอยู่


“เจ้ารู้เห็นสิ่งใดก็จงสารภาพเสียเดี๋ยวนี้!!”


“กระหม่อมไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น.......กระหม่อมเพียงแค่ไปรับผ้าตัดฉลองพระองค์ที่ห้องเย็บปัก นอกเหนือจากนั้นกระหม่อมไม่ทราบ......!!!”  


เฉียนคุนปฏิเสธทั้งน้ำตา เขาส่ายหน้าไปมาและไม่ยอมให้การใดๆ ยกเว้นพร่ำพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเหตุปองร้ายพระชายา


“เจ้าแน่ใจหรือ?”  


องค์ชายยองโฮทรงจำสายพระเนตรของพระเชษฐาในตอนที่ทรงย้ำชัดว่าพระองค์คือปรปักษ์ได้ดี และพระสนมฮวาพินซึ่งเป็นผู้ประกาศยกเลิกการหมั้นหมายด้วยตัวเองก็ย่อมต้องไม่ได้รักใคร่เอ็นดูแทยงจากใจจริงเป็นแน่ แต่จะบงการให้มหาดเล็กคนนี้ลงมือหรือไม่ก็จำต้องพิสูจน์ให้รู้ความ  
“แล้วที่เจ้าพี่ฮันซลทรงเข้า-ออกตำหนักจาซอน เจ้ากล้ายืนยันหรือไม่ว่ามิได้ทรงมีประสงค์ร้าย.... บางทีเจ้าอาจจะรับบัญชาจากนายเหนือหัวให้ลอบเอาผงตำแยซุกซ่อนใส่ในเสื้อผ้าของชายาข้า ในเมื่อเจ้าติดตามเจ้าพี่ฮันซลมาพบแทยงอยู่บ่อยครั้ง เพียงแค่ลอบเข้าไปในห้องเย็บปักซักล้างก็คงรู้ได้ไม่ยากว่าชุดไหนเป็นของแทยง!”


“ไม่เป็นความจริงพะยะค่ะ ทั้งกระหม่อมและองค์ชายฮันซลต่างก็มิได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้.... กระหม่อมขอสาบานต่อฟ้าดิน ขอสาบานต่อหน้าพระพักตร์ว่าไม่เคยบังอาจคิดชั่วปองร้ายถึงขั้นปองร้ายพระชายาหรือเจ้านายพระองค์ใดเลย!"


“หากเจ้าไม่ได้คิดจริง ก็จงให้นายของเจ้ามาพิสูจน์ก็แล้วกัน!”  


รัชทายาทรับสั่งอย่างดุดัน ด้วยเพราะทรงปักพระทัยเชื่อว่าเฉียนคุนต้องรับคำสั่งจากองค์ชายฮันซลหรือพระสนมฮวาพินซึ่งเป็นศัตรู ไม่มีใครอีกแล้วที่จะเกลียดชังพระองค์และมีเหตุให้สามารถเผื่อแผ่ความเกลียดชังนั้นไปถึงแทยงได้  


“ใต้เท้าคิม นำตัวเฉียนคุนไปไต่สวนเช่นเดียวกับนางกำนัลเหล่านั้น.... ในเมื่อมีคนเห็นมหาดเล็กเฉียนคุนเข้าไปในห้องเย็บปักก็ย่อมต้องมีคนรู้ว่าเขาทำอะไรนอกเหนือจากรับผ้าตัดฉลองพระองค์ของเจ้าพี่ฮันซล จงไต่สวนจนกว่าจะมีคนยอมเปิดปากพูดความจริง!”


“รัชทายาทโปรดเมตตา กระหม่อมไม่รู้เห็นอะไรเลยจริงๆ นะพะยะค่ะ... ทรงให้ความเป็นธรรมกับกระหม่อมด้วย......!!!”


“องค์รัชทายาท กระหม่อมไม่ได้ทำ.......ปล่อยนะ!!! พวกเจ้าอย่ามาแตะต้องตัวข้า!!!”


ข้าหลวงหนุ่มดิ้นรนร้องอุทธรณ์ขอความสงสารในขณะที่เหล่าทหารกรมอาญากรูกันเข้ามาจับตัวเขาไปมัดติดกับเก้าอี้ลงทัณฑ์ ยิ่งเห็นสภาพของนางในที่อยู่ข้างกันก็ยิ่งหวาดกลัวจับถึงขั้วหัวใจ หากตัวเขาถูกทรมานจนเลือดอาบเช่นนั้นคงต้องสิ้นใจตายอยู่ตรงนี้อย่างแน่นอน




“ปล่อยตัวเฉียนคุนเดี๋ยวนี้!”




ราวกับสวรรค์มาโปรด โอรสองค์โตของพระเจ้าอินจงเสด็จเข้ามาพร้อมกับสุรเสียงเกรี้ยวกราดดังก้อง สีพระพักตร์ถมึงทึงบ่งบอกชัดถึงกระแสอารมณ์ขุ่นเคืองอย่างไม่ปิดบังและมากยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อสายพระเนตรจ้องมองไปยังพระอนุชาต่างมารดา ผู้ซึ่งใครต่อใครกล่าวว่าเกิดมาเพื่อแก่งแย่งเอาทุกสิ่งไปจากพระองค์โดยแท้ 


“กล้าลักลอบคุมตัวคนของข้ามาลงโทษทั้งที่ยังไม่มีหลักฐานเอาผิด จะไม่เป็นการทำเกินกว่าเหตุไปหน่อยหรือ?”  


องค์ชายฮันซลตรัสพลางกวาดเนตรมองไปรอบๆ ลานไต่สวน ทว่า ทหารกรมอาญากลับยังไม่ยอมปล่อยตัวมหาดเล็กคนสนิททั้งที่พระองค์มีรับสั่งเด็ดขาด จึงทรงกริ้วนักที่พวกขุนนางขี้ครอกแสร้งทำเป็นลืมว่าพระองค์ก็ทรงมีฐานะเป็นถึงองค์ชายใหญ่ มิใช่หัวหลักหัวตอให้ข้าราชบริพารคนใดมาวางท่าหูทวนลมใส่ได้ตามอำเภอใจ 


“หรือถือว่าตนเองเป็นรัชทายาทของแผ่นดิน มีเสด็จพ่อให้ท้ายแล้วจะวางอำนาจข่มเหงผู้อื่นอย่างไรก็ได้?”


“เจ้าพี่อย่าได้ทรงเข้าพระทัยผิด ข้าและใต้เท้าคิมเพียงแค่สอบสวนทุกคนที่อยู่ในข่ายต้องสงสัยเท่านั้น” 


รัชทายาทเผชิญหน้ากับพระเชษฐา แม้ถ้อยวาจาจะมิได้กรรโชกหรือแสดงท่าทีว่าตนเองเหนือกว่า แต่ก็ใช่ว่าจะทรงยินยอมเปิดทางให้องค์ชายฮันซลขัดขวางจนทำให้เสียกระบวนการไต่สวน อีกทั้งตัวมหาดเล็กเฉียนคุนเองก็มีพิรุธชวนให้กังขาจริง  


“หากยังมิทรงทราบ ก็ขอให้เจ้าพี่รับรู้เอาไว้ด้วยว่ามีนางกำนัลคนหนึ่งให้การว่าพบเห็นมหาดเล็กเฉียนคุนผู้นี้เข้าไปในห้องเย็บปักโดยไม่มีเหตุอันควร.... จนกว่าจะมีข้อพิสูจน์ที่แน่ชัดว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับเหตุปองร้ายชายาของข้า ข้าก็จะไม่ปล่อยเขาไป”


“ไม่ปล่อยรึ!?.... หากเจ้าคิดว่าเฉียนคุนอยู่ในข่ายต้องสงสัยเพียงเพราะเข้าไปที่ห้องเย็บปักตามรับสั่งเสด็จแม่ของข้า เช่นนั้นเจ้าก็ต้องนำตัวมหาดเล็กและนางกำนัลจากทุกตำหนักมาไต่สวนด้วยเช่นกัน เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่ต้องไปรับส่งผ้าที่ห้องเย็บปักและโรงซักล้างด้วยกันทั้งสิ้น.... แม้กระทั่งข้ารับใช้ในตำหนักเสด็จพ่อและตำหนักพระมเหสีก็ต้องถูกจับกุมให้หมดจึงจะเท่าเทียมกัน เจ้ากล้าหรือไม่เล่า!”


องค์ชายฮันซลแค่นเสียงอย่างมีโทสะ ก่อนจะตอบโต้แก้ต่างให้ข้าหลวงคนสนิท ด้วยทรงแน่พระทัยว่ารัชทายาทยองโฮก็กำลังหาทางจำกัดพระองค์ซึ่งเสมือนเป็นเสืออีกตัวในถ้ำที่เรียกว่าวังหลวง.... ถ้าวันนี้จะต้องมีคนเจ็บ แน่นอนว่าคนที่เจ็บจะต้องไม่ใช่พระองค์หรือคนในปกครองของพระองค์เท่านั้น แต่ศัตรูคู่อาฆาตก็จะต้องตายตกไปตามกัน  


“หากจะว่าไปแล้ว มหาดเล็กคนใหม่ที่เข้าวังมาพร้อมกับชายาเจ้านั่นละที่สมควรถูกไต่สวนที่สุด เพราะเป็นคนเดียวที่สัมผัสแตะต้องเสื้อผ้าของน้องแทยง.... บางทีเด็กรับใช้ที่ชื่อเสี่ยวสือคนนั้นอาจจะใช้แผนยอมเจ็บตัวเพื่อให้งานสำเร็จลุล่วงโดยที่ไม่มีใครติดใจสงสัยก็เป็นได้”


“ที่เจ้าพี่อยากปกป้องคนสนิทนั้นก็ใช่ว่าข้าจะไม่เข้าใจเจตนา แต่ถึงกับกล่าวร้ายใส่ความผู้บริสุทธิ์ เห็นทีว่าข้าก็คงทำเมินเฉยไม่ได้”


“ในเมื่อเจ้ากล้าตั้งข้อสงสัยคนของข้า แล้วเหตุใดข้าถึงจะตั้งข้อสงสัยคนของเจ้าบ้างไม่ได้.... อาญาสิทธิ์ในการพิพากษาโทษของข้าหลวงฝ่ายในเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียวตั้งแต่เมื่อใดกัน?”


รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนพักตร์คมเข้มขององค์ชายใหญ่ ด้วยทรงเคยได้ยินได้ฟังจาก ลี แทยง ว่ามหาดเล็กเสี่ยวสือเป็นเด็กหนุ่มที่รัชทายาทยองโฮให้ความเอ็นดูมาตั้งแต่เมื่อครั้งพำนักอยู่จวนแม่ทัพชอง ก็ให้รู้แจ้งกันไปว่าองค์ชายสายโลหิตสกุลซอจะลุแก่อำนาจจนยอมแลกชีวิตข้าหลวงที่เป็นเสมือนน้องชายกับชีวิตที่ไม่มีคุณค่าอันใดเลยของเฉียนคุน


“หากเจ้าคิดว่าเฉียนคุนทำตามคำสั่งของข้า ข้าก็จะคิดว่ามหาดเล็กเสี่ยวสือทำร้ายเจ้านายตามคำสั่งเจ้าเช่นกัน!”  


ข้อสันนิษฐานของพระเชษฐาเรียกสีพระพักตร์เครียดขึ้งจากองค์ชายยองโฮได้ในทันที ดำริเชื่อมั่นว่าพระองค์เป็นต่อเพราะมีเฉียนคุนซึ่งถูกเหล่านางในให้การซัดทอดอย่างชัดเจนเป็นตัวประกันเริ่มสั่นคลอน เปิดทางให้องค์ชายฮันซลรับสั่งราวกับต้องการประจานให้ถ้วนทุกคนในที่นี้ได้รับรู้ว่าองค์รัชทายาทที่ดูภายนอกเหมือนเป็นคนซื่อตรงก็มีอุบายเล่ห์เหลี่ยมชั่วร้ายไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าผู้ใด  


“เรื่องที่ว่าเจ้าไม่พึงใจที่ต้องอภิเษกกับลี แทยง แต่จำยอมเพราะต้องการแรงสนับสนุนจากท่านแม่ทัพชองนั้นก็เป็นที่รับรู้กันทั่ววังหลวงพอๆ กับเรื่องที่ว่าเจ้าแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทไปจากข้านั่นละ ยองโฮ....  บางทีเจ้าอาจจะคิดกำจัดชายาของตนเองอย่างแนบเนียน อาศัยป้ายสีใส่ความนางกำนัลเหล่านี้เพื่อที่จะได้หาโอกาสแต่งตั้งมุน แทอิล คนรักตัวจริงของเจ้าขึ้นมาชายาคนใหม่โดยที่ไม่มีผู้ใดสามารถครหาก็เป็นได้”


“เจ้าพี่รับสั่งเกินไปแล้ว.....ข้าไม่เคยคิดร้ายกับแทยง........!”


“ในเมื่อเจ้าไม่ได้คิด ข้าก็ไม่ได้คิดเช่นกัน!”


ร่างสูงสง่าเขม่นแววเนตรมองอนุชาที่ทรงแสนชิงชังอย่างไม่นึกกลัวเกรง เพลิงพิโรธแค้นเคืองจากการปะทะกันหน้าตำหนักใหญ่ปะทุคุกรุ่นขึ้นมาอีกคราประหนึ่งพยัคฆ์หาญที่กำลังจะต่อกรกับมังกรสวรรค์เพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่.... นอกเหนือจากการหาคนผิดมาลงโทษ ยังมีเรื่องของศักดิ์ศรีระหว่างผู้เป็นทายาทสืบทอดบัลลังก์มังกรกับองค์ชายใหญ่แห่งราชสำนักฮันยางอีกด้วย ฝ่ายที่พ่ายแพ้จะเสียทั้งข้าหลวงของตัวเองและเสมือนถูกหมิ่นหยามเกียรติให้ได้รับความอับอายต่อหน้าคนทั้งกรมอาญาซึ่งถือเป็นหนึ่งในกลุ่มขุนนางสามกรมสำคัญ


“องค์รัชทายาท...........”


“มีอะไร ท่านเจ้ากรมอาญา?”


ศึกสายเลือดระหว่างสององค์ชายชะงักลงโดยพลันเมื่อใต้เท้าคิม จงอินเร่งร้อนเข้ามาขวางเพื่อกราบทูลถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นทางด้านหลัง


“ซังกุงผู้ดูแลโรงซักล้างยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือแล้วพะยะค่ะ”  


กระดาษลงนามเปื้อนเลือดถูกยื่นถวายให้ ราวกับลมหายใจขององค์ชายยองโฮถูกดูดกลืนหายไปชั่วขณะด้วยทรงทราบดีว่านางกำนัลผู้นั้นไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำร้ายชายาของพระองค์ แต่ที่ยอมรับความผิดก็เพราะทนความทรมานไม่ไหว  


“มินซังกุงให้การว่าตนเองเป็นผู้นำผงตำแยแห้งโรยใส่ลงในฉลองพระองค์ของพระชายา เหตุเพราะริษยาที่พระชายาลี แทยงซึ่งเป็นบุรุษเพศจะได้ขึ้นมาเป็นนายหญิงของราชสำนักฝ่ายใน.... นางรู้สึกไม่พอใจจึงหมายจะหาทางลงมือกลั่นแกล้ง แต่คาดไม่ถึงว่าจะทรงอาการทรุดหนักจนเป็นอันตรายต่อพระชนม์ชีพพะยะค่ะ”


นายทหารควบคุมตัวหญิงสาวซึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผลมาคุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์ นางไม่แม้แต่จะกรีดร้องโวยวายหรือร้องร่ำไห้ขอความเมตตา ทว่า สายตานั้นกลับเลื่อนลอยราวกับสิ้นหวังที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ.... รับสารภาพก็ตาย ไม่รับสารภาพก็อาจทรมานจนตาย นางจึงเลือกที่จะหยุดความเจ็บปวดด้วยการกราบทูลขอความตายเสียตั้งแต่ตอนนี้


“หม่อมฉัน........ทำเองเพคะ.......ซังกุงและพี่น้องนางในคนอื่นๆ ไม่รู้เห็นอะไรด้วย......มีแค่หม่อมฉันเพียงคนเดียวที่ลงมือปองร้ายพระชายาจากสกุลชอง.............ขอองค์รัชทายาททรงโปรดรับสั่งประหารหม่อมฉันเสียเถิด........”


“ซังกุงผู้นี้สารภาพความผิดด้วยตัวเอง พวกเจ้าทุกคนคงได้ยินชัดเจนแล้วสินะ?”  


องค์ชายฮันซลตรัสอย่างสาแก่ใจพระทัยขณะทอดพระเนตรเห็นอนุชาได้แต่ยืนนิ่งเม้มโอษฐ์เมื่อเหตุการณ์กลับกลายเป็นเช่นนี้ 


 “ในเมื่อได้ตัวคนร้ายแล้วก็จงปล่อยเฉียนคุนเดี๋ยวนี้.... ข้าต้องทนหัวเสียกับเรื่องเหลวไหลมามากเกินพอแล้ว หากยังคิดจะประวิงเวลาเพื่อกลั่นแกล้งคนของข้าอีกก็อย่าหาว่าข้าไม่เกรงใจก็แล้วกัน!”


หลังได้รับสัญญาณให้ปล่อยตัว มหาดเล็กเฉียนคุนจึงเป็นอิสระจากการจับกุมของกรมอาญา ร่างเล็กเดินกระเผลกตามหลังองค์ชายฮันซลกลับตำหนักพระสนมฮวาพินไปโดยที่ไม่มีใครปริปากห้ำหั่นถากถางใส่กันอีก.... ทั้งที่ยังคงเชื่อว่าองค์ชายใหญ่และข้าหลวงคนสนิทจะต้องมีส่วนรู้เห็นบ้างไม่มากก็น้อย แต่เพราะมีคนทนทรมานไม่ไหวชิงรับสารภาพเสียก่อน พระองค์จึงมิอาจทำสิ่งใดได้นอกจากต้องยอมให้สองนายบ่าวรอดพ้นไปในครานี้


“ใต้เท้าคิม.... นำตัวมินซังกุงไปขังเอาไว้ในคุกหลวงก่อน อีกสามวันให้หลังข้าจึงจะตัดสินโทษนางอย่างเป็นทางการ ส่วนคนอื่นให้ถือว่าพ้นผิด จงปล่อยตัวพวกนางกลับไปยังหน่วยงานกรมกรองของตัวเอง คนไหนที่ได้รับบาดเจ็บก็ให้หมอหญิงไปรักษาจนกว่าจะหายดี”



“รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ”


คดีความแรกหลังการกลับคืนสู่ฐานันดรศักดิ์ที่แท้จริงคล้ายจะผ่านพ้นไปด้วยดีเมื่อสามารถจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้ หากในอุระขององค์รัชทายาทกลับร้อนรุ่มราวกับมีฟืนสุมเพลิงทิ้งค้างเอาไว้.... สายลมต้นคิมหันต์ฤดูอาบอ้าวและกรุ่นด้วยกลิ่นคาวจากเลือดของเหล่านางในที่ถูกลงทัณฑ์ หนึ่งชีวิตอาจต้องตายในขณะที่คนผิดยังคงลอยนวลอยู่ที่ไหนสักแห่งภายในวังหลวง


ต้องลงโทษคนที่ไม่ได้กระทำความผิด ไม่เคยมีเหตุบาดหมางคับแค้นใจต่อกัน เสมือนเป็นลางสังหรณ์ให้ทรงตะหนักว่ารัชสมัยของพระองค์ในภายภาคหน้าอาจเต็มไปด้วยการนองเลือด


หากไม่เช่นนั้น ก็อาจเป็นโลหิตขององค์ชายยองโฮหรือพระชายาแทยงที่ต้องหลั่งรดแผ่นดินฮันยาง สังเวยให้กับบัลลังก์มังกรที่สร้างขึ้นมาจากซากศพผู้คนในราชสำนัก....!!


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 


“องค์ชาย...........”


เฉียนคุนกลั้นใจเอ่ยเรียกนายผู้เป็นเจ้าชีวิตของตน แม้จะสังเกตเห็นสีพระพักตร์เคร่งเครียดอันบ่งบอกถึงกระแสอารมณ์ซึ่งไม่สู้ดีนักตั้งแต่เสด็จกลับมาจากกรมอาญา แต่เขาก็เลือกที่จะขอกราบทูลถามตามตรง มิเช่นนั้นแล้วก็คงมิอาจแบกหน้ามาถวายงานอยู่ในตำหนักนี้ได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


“องค์ชายทรงเชื่อใช่ไหมพะยะค่ะ ว่ากระหม่อมไม่ได้มีส่วนรู้เห็นอันใดกับการปองร้ายพระชายาลีแทยงเลย?”


“ยังกล้าถามข้าอีกหรือ!?”  


องค์ชายฮันซลขึ้นสุรเสียงด้วยความกริ้ว ทรงลุกขึ้นชี้หน้าข้าหลวงซึ่งรับใช้พระองค์มาเนิ่นนานและเรียกได้ว่ารู้พระทัยเป็นที่สุดอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจของผู้เป็นบ่าวเลยแม้แต่น้อย 


“หากเจ้าจะมีปัญญารู้จักคิดมากกว่านี้ ข้าก็คงไม่ต้องลดตัวลงไปสถานที่สกปรกเช่นนั้นเพื่อนำตัวเจ้าออกมา!”


“แต่.....พระสนมทรงมีรับสั่งให้กระหม่อม.........”


“โง่ที่สุด! ข้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว เจ้าก็ยังไม่รู้สำนึกอีกว่าทำให้ข้าตกที่นั่งลำบากมากแค่ไหน ป่านนี้ไอ้รัชทายาทจอมปลอมนั่นมันคงหัวเราะเยาะสนุกปากที่ได้เห็นข้าเป็นเดือดเป็นแค้นเพราะมีเจ้าเป็นต้นเหตุ!” 


เพียงดำริถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ณ กรมอาญาเมื่อครู่ที่ผ่านมาก็ยิ่งพาลให้เดือดดาล ทั้งที่ซอยองโฮสมควรจะตายไปตั้งแต่เมื่อครั้งมีการตัดสินโทษอดีตพระมเหสีชินบีแต่ในวันนี้กลับมาอยู่เป็นใหญ่ได้โดยที่ไม่มีความเหมาะสมหรือมีสิ่งใดเหนือกว่าพระองค์ มิหนำซ้ำยังคว้าเอาดอกเหมยงามที่พระองค์ปรารถนาไปครอบครองแล้วทำเสมือนไม่เห็นค่าราวกับจะเย้ยหยัน  


“แล้วที่สำคัญ น้องแทยงจะรู้สึกนึกคิดอย่างไรหากรู้ว่าคนสนิทของข้าก็ถูกจับกุมไปไต่สวนในฐานะผู้ต้องสงสัย.... แม้องค์ชายแจจุงจะยินยอมรู้เห็นเป็นใจให้ข้าแย่งชิงหัวใจของน้องแทยงคืนมา แต่เพราะเจ้า ข้าจะยังมีหน้าไปที่ตำหนักจาซอนได้อีกหรือ!?”


“ก.......กระหม่อมขอประทานอภัย.........”


เฉียนคุนได้แต่ก้มหน้าเอ่ยตะกุกตะกัก กระบอกตาร้อนผ่าว ข้างในอกเหมือนถูกทิ่มแทงด้วยหนามแหลมคมเมื่อรู้แจ้งแก่ใจตนเองแล้วว่าองค์ชายฮันซลมิได้ทรงเป็นห่วงเขาเลย ที่อุตส่าห์เสด็จไปยังกรมอาญาก็เพราะความคำนึงที่ทรงมีต่อพระชายาลีแทยงเพียงผู้เดียว


คนที่เกิดมาเป็นไพร่ ไม่ว่าอย่างไรก็คงมิอาจเรียกร้องความกรุณาจากโอรสของพระราชาได้มากไปกว่านี้ ขอแค่เพียงองค์ชายฮันซลมิทรงขับไล่หรือลดความสำคัญของเขาก็พอแล้ว 


แต่ทว่า.........


“จากนี้ไป ข้าขอสั่งให้เจ้าหุบปากเสียให้สนิท ทำงานปัดกวาดเช็ดถูและหาบน้ำกินน้ำใช้ภายในตำหนักเท่านั้น.... ห้ามเข้ามาในห้องนี้โดยที่ข้าไม่ได้เรียกพบ ห้ามติดตามข้าออกไปข้างนอก และห้ามรับคำสั่งจากผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม!!”


“องค์ชาย......!!!” 


น้ำตาที่กลั้นเอาไว้หลั่งรินเป็นสาย เฉียนคุนยอมถูกโบยร้อยครั้งเสียยังจะดีกว่าถูกลงโทษโดยการลดขั้นไม่ให้ถวายงานองค์ชาย.... ร่างเล็กคุกเข่าลงคำนับจนหน้าผากจรดติดพื้น เสียงสะอื้นวิงวอนน่าสงสารดังก้องไปทั่วห้องทรงพระอักษรหากก็ไม่ช่วยให้ความกริ้วโกรธในพระทัยองค์ชายใหญ่เลือนรางจางหายไป  


“กระหม่อมผิดไปแล้ว......ฮึก......ทรงอย่าลงโทษกระหม่อมเช่นนี้เลย..........”


“ข้านี่โง่จริงๆ ที่เลือกเจ้ามาเป็นมหาดเล็กคนสนิท.... เฉียนคุน!”


❉❉❉❉❉❉❉❉❉❉ 

 
“การชิงไหวชิงพริบกันระหว่างโอรสมังกรและราชสีห์หรือนี่.... แหม ช่างน่าสนุกเสียจริงนะ เพียงแค่ได้ยินก็พลอยรู้สึกตื่นตาตื่นใจไปด้วย”


เสียงสรวลอย่างสำราญพระทัยเรียกรอยยิ้มให้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของขุนนางระดับหนึ่ง หลังจากที่เขาได้กราบทูลให้พระมเหสีผู้ครองตำหนักคโยแทได้ทรงทราบถึงเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่โจษจันไปทั่วทั้งวังหลวง.... การโต้เถียงกล่าวหาซึ่งกันและกันระหว่างองค์ชายยองโฮและองค์ชายใหญ่ฮันซลไม่ใช่เพียงแค่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งบาดหมางของพี่น้องธรรมดา หากแต่มีทั้งตำแหน่งรัชทายาทและไข่มุกแห่งเมืองหลวงเป็นเดิมพัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนในราชสำนักจะติดตามเรื่องราวและพูดคุยสนทนาถึงเรื่องนี้อย่างลับๆ


“ใต้เท้าชเวก็ช่างเหลือเกินจริงๆ มาบอกให้ข้ารู้ก็ตอนที่เด็กสองคนนั้นแยกย้ายกันแล้ว แทนที่จะให้ข้าได้แวะไปเยี่ยมชมให้เพลิดเพลินเสียหน่อย”


“เพราะมินซังกุง นางกำนัลโรงซักล้างชิงสารภาพผิดก่อน รัชทายาทและองค์ชายใหญ่จึงจำเป็นจะต้องสงบศึกพะยะค่ะ”


“เซจากับองค์ชายฮันซล.... ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าทั้งคู่จะต้องไม่ลงรอยกันเป็นแน่แท้ แต่ถึงขนาดชี้หน้ากล่าวโทษกันในลานไต่สวนของกรมอาญานี่มันเกินคาดไปมากทีเดียว”  


พระนางยังคงแย้มโอษฐ์สำราญพระทัย ถือเป็นความรื่นเริงแรกที่ทรงหาได้นับจากการสิ้นพระชนม์ขององค์ชายจองฮวาน โอรสที่สมควรจะได้เป็นรัชทายาทของแผ่นดินฮันยางมากกว่าใคร  


“ใต้เท้าชเว ท่านคิดว่าข้าควรจะเลือกข้างถือหางอยู่ข้างไหนก่อนดี.... จะเข้าข้างองค์ชายยองโฮ ลูกกำพร้าแม่ต้องไปตกระกำลำบากอยู่นอกวังเสียตั้งนาน หรือเข้าข้างองค์ชายฮันซล เด็กที่ข้าเห็นมาตั้งแต่เล็ก ซ้ำยังเพิ่งถูกแย่งคู่หมายและตำแหน่งรัชทายาทไปอีก?”


“หากจะให้ดี พระมเหสีอย่าทรงเลือกข้างเลยพะยะค่ะ ต่างฝ่ายต่างก็ยังกริ่งเกรงดูเชิงกันอยู่ ศึกของสององค์ชายคงอีกยาวนานนักกว่าจะรู้ผล”  


ชเวมินโฮเอ่ยแนะนำพลางกระหยิ่มในใจที่เห็นสีพระพักตร์ของพระมเหสีแช่มชื่นขึ้น หลังจากที่ขวัญและกำลังใจของขุนนางฝ่ายตนต้องสั่นคลอนเพราะสูญเสียองค์ชายน้อยที่จะเป็นพระราชาในอนาคตไป  


“พระนางเพียงแค่ทอดพระเนตรอยู่ห่างๆ และหมั่นคอยกวนน้ำในขุ่นเป็นครั้งคราวก็พอ”


“อย่างเช่นที่ข้าเป็นคนสั่งให้ซังกุงของตัวเองเอาเสื้อโรยผงตำแยไปสลับสับเปลี่ยนที่ตำหนักพระชายาแทยงสินะ?”


“ที่แท้คดีปองร้ายพระชายาในองค์รัชทายาทก็เป็นฝีมือของพระนางนี่เอง”


“ลีแทยงนั้นสมแล้วที่ได้รับสมญาว่าไข่มุกแห่งเมืองหลวง ช่างบอบบางน่าทะนุถนอมราวกับดอกไม้ในอุทยานหลวง แค่เจ็บกายเล็กน้อยก็ทำเอาบุรุษสองคนแทบคลุ้มคลั่งจนจะฆ่ากันให้ตายได้”  


นอกจากความงามอันเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวเมืองฮันยางแล้ว พระมเหสีฮโยชอลยังทรงนึกถึงเหตุผลอีกประการหนึ่งที่ทำให้ลีแทยงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการขึ้นสู่ตำแหน่งรัชทายาทขององค์ชายยองโฮ ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดอย่างมหันต์ของพระสนมฮวาพินที่ประกาศเพิกถอนการหมั้นหมายขององค์ชายฮันซลต่อหน้าธารกำนัล จนเดือดร้อนเจ้าตัวต้องลงมาแย่งชิงเอาทั้งสองสิ่งกลับคืน  


“แต่ข้าสงสัยนักว่าหากพระชายาลีแทยงไม่ได้เกิดมาในตระกูลแม่ทัพเมืองหลวง ไม่ได้มีอำนาจกองทัพติดตัวไปสนับสนุนสวามีให้ขึ้นเป็นใหญ่ สององค์ชายจะยังเสียเวลาแก่งแย่งจะครอบครองไข่มุกเม็ดงามที่ไม่ได้มีคุณค่าอื่นใดนอกเสียจากรูปลักษณ์ภายนอกอันสวยงามอยู่อีกหรือไม่?”


“พระมเหสีกำลังดำริถึงสิ่งใดอยู่หรือพะยะค่ะ?”


ดวงพักตร์งามเผยรอยยิ้มมากเล่ห์ร้ายก่อนจะรับสั่งต่อ....


“อ้อ.... ข้าเพียงแค่ลองนึกดูว่าจะหาทางเด็ดปีกหงส์น้อย กำจัดแม่ทัพชองยุนโฮ บิดาของพระชายาผู้เลอโฉมอย่างไรดี...........”



“หากชองยุนโฮยังมีชีวิตอยู่ องค์ชายฮันซลก็คงไม่กล้าลงมือทำอะไรรุนแรงเพราะรู้ตัวว่าสู้ไม่ได้ แต่ถ้าไม่มีเขาสักคน ศึกระหว่างสององค์ชายที่คาดว่าจะยืดเยื้อยาวนานก็น่าจะจบได้เร็วขึ้น.... เจ้าเห็นด้วยกับข้าหรือไม่เล่า ใต้เท้าชเว?”
 
 
 


TO BE CONTINUE
 
❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten )
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH10 #ชะตาฟ้ากำหนด [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH09 #คิมหันต์สีเลือด [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH08 #มิอาจเอื้อนเอ่ย [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH07 #วังหลวงไร้รัก ตำหนักไร้ใจ [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH06 #จันทราเลือนลับ [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH05 #ริษยาน่าชัง [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH04 #พญาหงส์และผีเสื้อน้อย [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH03 #ราชสีห์คืนถิ่น [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH02 #สิ้นไร้เยื่อใย [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
- ❉❉ UNDESIRABLE : พระชายาแทยง ❉❉ ( JohnYong , Jaeten ) CH01 #วาจาเหยียดหยาม [24 กรกฎาคม 2560 00:53 น.]
ดูทั้งหมด

ความคิดเห็นที่ 1
clb1031

ugg boots


yeezy shoes


burberry handbags


coach outlet online


ugg boots clearance


michael kors outlet clearance


kate spade outlet


mulberry outlet uk


yeezy shoes


michael kors outlet online


michael kors uk


canada goose sale


adidas nmd runner


canada goose parka


michael kors outlet online


longchamp outlet


ugg shoes


pandora charms outlet


discount oakley sunglasses


ugg boots outlet


oakley sunglasses outlet


ray bans


canada goose jackets


coach outlet store online clearance


ugg outlet


gucci outlet


hermes outlet


polo ralph lauren outlet


uggs sale


pandora jewelry


christian louboutin shoes


salvatore ferragamo shoes


christian louboutin shoes


ugg outlet


pandora jewelry


moncler sale


ugg outlet


michael kors


moncler jackets


birkenstock


polo ralph lauren outlet online


canada goose outlet


coach factory outlet online


canada goose jackets


coach handbags outlet


canada goose uk


cheap air jordans


moncler coats


coach factory outlet


polo ralph lauren outlet


ugg boots on sale


longchamp sale


canada goose jackets


moncler sale


air jordan retro


uggs outlet


ugg boots


adidas outlet online


coach outlet online


coach outlet online


michael kors outlet canada


toms


uggs outlet online


canada goose jackets


pandora


uggs outlet


polo ralph lauren outlet


michael kors outlet store


cheap ugg boots


ugg australia outlet


burberry handbags


michael kors


michael kors outlet store


polo ralph lauren outlet


cheap ray ban sunglasses


coach outlet online


louis vuitton factory outlet


uggs outlet


michael kors outlet online


polo ralph lauren outlet online


uggs outlet


mlb jerseys


canada goose outlet


mulberry


the north face outlet


adidas yeezy boost 350


nike air max 2018


ugg outlet


ugg sale


adidas sneakers


louis vuitton outlet store


christian louboutin shoes


cheap uggs


ugg outlet online


uggs clearance


the north face outlet


adidas outlet store


louis vuitton outlet online


coach outlet canada


moncler coats


coach factory outlet online


supreme shirts


nfl jerseys


ray ban sunglasses outlet


ralph lauren outlet online


uggs outlet


christian louboutin shoes


canada goose coats


coach factory outlet


ugg on sale


burberry outlet online


hermes bag


michael kors outlet online


ugg boots


canada goose jackets


canada goose jackets


cheap jordan shoes


mbt


canada goose jackets


pandora outlet


ray ban sunglasses discount


hermes handbags


coach outlet online


louis vuitton outlet online


polo ralph lauren outlet online


ralph lauren uk


michael kors outlet canada


ugg outlet store


kate spade handbags


jerseys cheap


adidas outlet online


harden shoes


ugg outlet store


caterpillar boots


cheap ugg boots


ugg sale


coach outlet online


ralph lauren outlet online


cheap ugg boots


moncler jackets


longchamp bags


cheap air jordans


nmd adidas


birkin handbags


harden vol 1


ray ban sunglasses sale


uggs on sale


air max shoes


yeezy boost 350


adidas ultra boost


ralph lauren outlet online


coach outlet online


cheap oakley sunglasses


canada goose jacket


michael kors outlet online


louboutin shoes


coach factorty outlet online


ralph lauren outlet


ugg boots


adidas store


timberland outlet


cheap ugg boots


uggs clearance


nike shoes


jordan shoes


canada goose coats


cheap oakley sunglasses


moncler pas cher


ugg outlet online


coach factory outlet


coach factory outlet online


uggs outlet


ugg boots outlet


coach outlet online


ugg boots


pandora charms sale


kate spade outlet online


coach outlet store


birkenstock uk


pandora charms sale clearance


coach factory outlet


tory burch outlet online


ralph lauren


cheap ugg boots


uggs outlet


cheap jordan shoes


canada goose jackets


uggs outlet


christian louboutin sale


salvatore ferragamo outlet


ralph lauren outlet online


coach outlet store online


canada goose jackets


canada goose jackets


canada goose coats


uggs


coach outlet online


nike outlet store


kate spade handbags


cheap ray ban sunglasses


adidas yeezy shoes


ferragamo shoes


uggs clearance


cheap ugg boots


michael kors handbags outlet


ray ban glasses


adidas superstar shoes


canada goose clothing


canada goose


ugg boots


fitflop sandals


ugg boots


cheap jordan shoes


ugg outlet


polo ralph lauren outlet online


coach factory outlet online


cheap ugg sale


columbia sportswear outlet


retro 11


ugg outlet store


louis vuitton handbags


louboutin outlet


moncler outlet online


air jordans


polo ralph lauren outlet


ugg boots


north face outlet


ralph lauren sale


pandora charms


polo outlet online


pandora charms


moncler uk


ugg australia


ray bans


hermes bags


canada goose outlet


uggs outlet


moncler outlet online


uggs


red bottoms


uggs outlet


uggs outlet


uggs outlet


polo ralph lauren


coach outlet online


pandora jewelry outlet


ugg canada


ugg boots outlet


discount ray ban sunglasses


north face outlet


supreme uk


nike shoes


pandora charms


louis vuitton outlet


cheap air jordans


ugg slippers


polo ralph lauren outlet


moncler outlet online


canada goose sale


ugg boots women


ugg outlet online


ralph lauren outlet


canada goose sale


burberry outlet online


toms outlet


mlb jerseys whgolesale


canada goose jackets


canada goose outlet


coach outlet online


canada goose jackets


hermens


coach outlet online


ugg boots sale


moncler


ray ban sunglasses discount


michael kors bags


air max


canada goose jackets


ralph lauren sale clearance uk


ugg canada


cheap ray bans


adidas nmd runner


cheap nike shoes


ugg boots


michael kors outlet clearance


coach factory outlet online


nike sneakers


burberry handbags


ralph lauren outlet online


adidas yeezy boost


uggs outlet


ray ban glasses


michael kors outlet store


ferragamo outlet


ugg boots


adidas nmd r1


adidas nmd r1


moncler


ugg sale


pandora charms sale clearance


nike outlet


nike outlet store


coach outlet


ralph lauren outlet online


valentino outlet


coach outlet canada


cheap jordans free shipping


canada goose


air jordans


ralph lauren sale clearance uk


cheap nfl jerseys wholesale


yeezy boost 350


coach outlet online


burberry outlet online


coach outlet store


ugg sale


coach purses


ugg boots outlet


longchamp bags


coach outlet online


ugg


coach outlet online


mlb jerseys


valentino


hermes bags


canada goose outlet online


supreme clothing


fred perry shirts


canada goose outlet


mbt


canada goose sale


louis vuitton outlet store


polo ralph lauren outlet


toms shoes


mulberry handbags


pandora uk


coach outlet online


ray bans


adidas superstars


mulberry uk


ugg boots


coach factory outlet online


timberland outlet store


coach outlet online


coach factory outlet online


michael kors outlet online


north face jackets


polo ralph lauren outlet online


moncler outlet online


adidas nmd r1


nike sneakers


cheap uggs


pandora jewelry outlet


coach outlet online


ugg outlet


coach outlet online


nike cortez classic


cheap jordan shoes


bottes ugg


coach outlet online


kate spade outlet online


ugg boots


moncler coats


adidas shoes


michael kors outlet store


jordans


coach factory outlet


air max


canada goose coats


yeezy boost


ugg outlet


coach factory outlet online


polo ralph lauren outlet


coach factory outlet online


michael kors outlet clearance


pandora charms outlet


ralph lauren sale


canada goose jackets


cheap nfl jerseys


ugg boots outlet


nike outlet online


coach outlet store online


christian louboutin shoes


cheap oakley sunglasses


moncler coats


tory burch shoes


nike outlet store online


ralph lauren


coach outlet online


canada goose coats


nike outlet online


coach factory outlet online


michael kors bags


canada goose outlet


uggs clearance


coach outlet store


longchamp outlet store


kate spade handbags


air jordan shoes


uggs outlet


kate spade outlet


michael kors outlet store


moncler sale


longchamps


fitflops sale clearance


burberry outlet online


ugg boots


yeezy shoes


coach factory outlet online


gucci outlet online


ugg boots


the north face outlet


canada goose sale


pandora charms sale clearance


pandora charms outlet


uggs outlet


birkenstock shoes


canada goose jacket


oakley sunglasses outlet


coach outlet store online


burberry outlet


the north face jackets


moncler jacket


ray ban sunglasses cheap


christian louboutin sale


cheap jordans


coach factory outlet online


louis vuitton factory outlet


uggs outlet


yeezy boost 350


canada goose sale


michael kors outlet clearance


coach outlet store


louis vuitton outlet online


uggs outlet


canada goose jackets


michael kors outlet clearance


toms


uggs outlet


toms


ralph lauren outlet


ugg boots clearance


ugg outlet


nike huarache shoes


ugg boots sale


michael kors outlet online


cheap jordan shoes


uggs outlet


coach outlet online


cheap uggs


coach factorty outlet online


michael kors


coach outlet online


north face sale


adidas outlet store


red bottom heels


canada goose outlet


fred perry polo shirts


pandora charms outlet


red bottom


birkenstock outlet


ray ban sunglasses outlet


uggs


michael kors outlet online


ralph lauren sale


moncler jackets


louboutin outlet


canada goose uk


michael kors outlet store


canada goose sale


michael kors


canada goose coats


adidas yeezy boost


pandora jewelry store


burberry outlet online


polo ralph lauren


kate spade outlet online


tory burch outlet online


pandora charms


north face jackets


louis vuitton factory outlet


michael kors outlet store


cheap jordans for sale


clb1031

ชื่อ : clibin009   E-mail : clibin009@gmail.com    วันที่ : 31 ตุลาคม 2560 14:34 น.
IP : 43.249.130.XXX

ความคิดเห็นที่ 2
mt0103

pandora store


salvatore ferragamo


adidas shoes


ultra boost


polo ralph lauren outlet online


ralph lauren outlet


longchamp handbags


oakley sunglasses


christian louboutin outlet


canada goose sale


pandora charms


cheap oakley sunglasses


oakley sunglasses


coach factory outlet online


columbia sportswear


moncler jackets


ralph lauren outlet


hermes birkin


canada goose


air jordans


coach handbags


pandora jewelry


polo ralph lauren outlet online


nike outlet online


pandora charms


timberland boots


canada goose outlet


ugg outlet


canada goose clothing


ralph lauren uk


adidas


coach factorty outlet


canada goose outlet


michael kors handbags


louis vuitton outlet


nike zoom


oakley sunglasses


ray ban sunglasses


louboutin shoes


north face outlet


cheap mlb jerseys china


nfl jerseys wholesale


longchamp outlet


polo ralph lauren outlet


canada goose jackets uk


air max 2018


north face jackets


moncler outlet


canada goose sale


ugg outlet


polo ralph lauren outlet


pandora jewelry


polo ralph lauren outlet


nike air max


kate spade


cheap oakley sunglasses


fred perry polo


cheap jordans


coach outlet store


canada goose sale


ugg boots


ugg boots


adidas nmd


michael kors outlet


ralph lauren


red bottom shoes


michael kors outlet


kate spade handbag


ugg outlet


coach factory outlet


the north face


air max 2017


coach factory outlet


ugg boots


coach outlet


pandora charms


ralph lauren outlet


fitflops


michael kors handbags


ray ban sunglasses


adidas outlet


coach factory outlet online


canadian goose


longchamp outlet online


cheap uggs


coach outlet store online


ugg outlet


ugg boots


coach canada


ugg outlet


pandora charms


coach factory outlet


ugg outlet


ugg boots


ugg outlet


pandora charms


coach outlet


christian louboutin outlet


gucci outlet


philipp plein outlet


coach outlet store


adidas nmd


red bottoms


ray ban sunglasses


ugg outlet


nike shoes


ugg outlet store


fitflops sale


cheap ray ban sunglasses


tory burch outlet


michael kors


ralph lauren


ralph lauren uk


michael kors outlet clearance


yeezy boost


kate spade outlet


north face jackets


adidas yeezy


canada goose


michael kors outlet clearance


michael kors outlet clearance


ugg australia


canada goose uk


louis vuitton outlet store


cheap jordans


moncler


michael kors outlet


north face outlet online


ralph lauren outlet


ugg boots


ferragamo shoes


ugg outlet


canada goose uk


pandora charms sale clearance


philipp plein shirt


moncler jackets outlet


ugg boots


moncler outlet


adidas superstar


michael kors outlet


adidas campus


cheap mlb jerseys


moncler jackets


canada goose outlet


kate spade outlet


adidas yeezy boost


coach outlet


coach outlet online


burberry


coach outlet


ralph lauren outlet


tory burch outlet


burberry outlet canada


coach factorty outlet


coach outlet


moncler outlet


ugg outlet


michael kors outlet clearance


ugg boots on sale


hermes handbags


jordan retro


jordan shoes


canada goose outlet


polo ralph lauren outlet online


yeezy boost


ugg outlet


michael kors outlet online


air max 2018


air jordan shoes


ugg outlet


louis vuitton outlet


cat boots


oakley sunglasses


cheap ray ban sunglasses


canada goose jackets


ugg outlet


canada goose jackets


adidas nmd


michael kors outlet


jordan shoes


yeezy boost


hermens bags


mbt shoes


canada goose outlet


canada goose outlet


pandora charms sale clearance


yeezy boost


michael kors outlet store


pandora charms sale clearance


coach outlet


gucci handbags


adidas outlet


ugg boots


nike outlet


adidas yeezy boost


canada goose coats


ugg outlet


pandora charms sale


ralph lauren outlet


coach outlet


valentino shoes outlet


coach factory outlet


ray ban sunglasses


moncler jackets


canada goose outlet


cheap uggs


cheap nfl jerseys


pandora charms uk


mulberry uk


fitflops


polo ralph lauren


ralph lauren outlet


uggs outlet


canada goose outlet


louis vuitton outlet online


cheap ray ban sunglasses


pandora charms


mbt shoes


burberry outlet store


valentino shoes


canada goose outlet


kate spade handbags


cheap nfl jerseys


uggs


coach factory outlet


mbt


adidas yeezy boost


coach outlet


pandora jewelry


kate spade bags


nmd shoes


michael kors outlet


adidas yeezy


fitflops sale clearance


ugg boots


moncler jackets


yeezy 350 boost


ralph lauren outlet


canada goose


coach canada


adidas outlet


coach outlet


nike shoes


kate spade outlet


ralph lauren outlet


michael kors outlet online


nike shoes for men


uggs clearance


ugg outlet


moncler outlet


kate spade outlet store


canada goose sale


coach factory outlet


polo ralph lauren outlet


adidas yeezy


coach outlet


pandora jewelry outlet


uggs canada


uggs


pandora charms


ralph lauren sale clearance


coach outlet


ralph lauren uk


cheap jordans


north face jackets


moncler outlet


coach bags


yeezy boost


canada goose outlet


ugg boots on sale


cheap uggs


mulberry handbags


ugg boots


michael kors outlet


ray ban sunglasses


adidas shoes


air max 97


cheap jordans


ugg boots canada


canada goose


longchamp handbags


coach outlet


canada goose outlet


polo outlet


longchamp uk


canada goose uk


air jordan shoes


coach factory outlet


polo outlet


longchamp outlet


ugg sale


louis vuitton outlet online


adidas yeezy


supreme new york


burberry outlet


ferragamo outlet


christian louboutin outlet


north face outlet


ugg outlet


salvatore ferragamo shoes


michael kors outlet


uggs canada


coach outlet


tory burch outlet store


pandora charms sale


polo ralph lauren outlet online


pandora charms


michael kors outlet


louis vuitton


cheap uggs


nfl jerseys wholesale


michael kors factory outlet


michael kors outlet


jordans


adidas shoes


burberry outlet


cheap ray bans


canada goose outlet


north face outlet


coach outlet


supreme clothing


pandora outlet


adidas shoes


coach factory outlet


fred perry


polo ralph lauren outlet online


ugg outlet


canada goose jackets


coach outlet


canada goose


canada goose outlet


cheap jordans free shipping


moncler outlet


adidas yeezy


north face jackets


fitflops sale clearance


canada goose outlet


ralph lauren outlet


ugg boots


michael kors uk


ralph lauren sale clearance


air jordans


ugg shoes


nike outlet store


cheap jordans for sale


cheap nfl jerseys


timberland boots outlet


nike outlet


michael kors outlet online


cheap jordans


uggs


supreme clothing


hermes outlet


mulberry outlet


canada goose outlet


nike air max


coach outlet store online clearances


nike store


cheap ray ban sunglasses


pandora outlet


coach factory outlet


burberry outlet


coach factory outlet


kate spade outlet store


toms outlet


timberland boots


moncler coats


michael kors outlet


cheap ray bans


discount oakley sunglasses


jordan retro 11


canada goose jackets


louboutin shoes


adidas shoes


ugg boots for women


nike shoes


canada goose outlet


moncler uk


uggs outlet


adidas superstar


oakley sunglasses


christian louboutin


birkenstock sandals


pandora outlet


ugg outlet online


fitflops


air max 97


uggs outlet


oakley sunglasses sale


ralph lauren outlet


canada goose outlet


michael kors handbags


moncler jackets


kate spade


christian louboutin


adidas nmd


coach outlet


louis vuitton outlet store


moncler


coach outlet online


canada goose uk


michael kors outlet clearance


birkenstocks


pandora jewelry


red bottoms shoes


michael kors canada


oakley sunglasses


canada goose jackets


cheap mlb jerseys


ugg outlet


hermes bags


coach outlet


cheap ugg boots


timberland outlet


yeezy boost 350


hermes handbags


ray ban sunglasses


ralph lauren outlet


coach outlet


ugg boots


ugg ustralia


nmd adidas


ralph lauren uk


mulberry bags


michael kors outlet


canada goose


harden vol 1


canada goose uk


hermes handbags


louis vuitton outlet


michael kors outlet


michael kors outlet


polo ralph lauren outlet


doudoune moncler


jordan shoes


canada goose


supreme clothing


nmd adidas


coach outlet


michael kors outlet store


michael kors outlet


michael kors outlet


canada goose jackets


cheap ray ban sunglasses


nike outlet store


ray ban sunglasses discount


michael kors canada


canada goose jackets


pandora


coach outlet store


ugg outlet


ugg boots


coach outlet store


coach outlet store


nike outlet


coach factory outlet


coach outlet


canada goose outlet


coach factory outlet


burberry sale


pandora jewelry


ugg shoes


coach outlet


ralph lauren outlet


coach factory outlet


canada goose jackets


mt0103

ชื่อ : ninest123   E-mail : ninestab123@gmail.com    วันที่ : 2 มกราคม 2561 15:49 น.
IP : 69.167.25.XXX

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY