ดูสินค้าในตะกร้า    แจ้งการชำระเงินออนไลน์   
  
   FICTION BOOK (17)
   WEBBOARD
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 165
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 996,407
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ
22 มกราคม 2564
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
     
10  11  12  13  14  15  16 
17  18  19  20  21  22  23 
24  25  26  27  28  29  30 
31             
  Short Fiction & One Shot (NCT & SMRookies)
++ CAGE ++ (JOHNYONG)
[8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]จำนวนผู้เข้าชม 6485 คน
CAGE


#cageJY


เส้นผมสีน้ำตาลเข้มสยายปรกใบหน้าด้านข้าง แพขนตาทาบทับลงมาบนผิวแก้มขาวละเอียดในยามที่เจ้าตัวกำลังหลับใหล เรือนร่างกรุ่นกลิ่นหอมติดปลายจมูกทุกครั้งที่เขาได้ฝากฝังสัมผัสเร่าร้อนลงไป.... ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเด็กหนุ่มคนนี้ล้วนเร่งให้บาปในจิตใต้สำนึกยิ่งพลุ่งพล่าน ไม่ว่าจะเป็นความปรารถนา ความเกรี้ยวกราด กิเลสอันไม่รู้จักสิ้นสุด ไม่เว้นแม้แต่ความหึงหวง

เจ้าของดวงตาสีเหล็กกล้ายกมุมปากยิ้มหยัน หลังได้ครอบครองเรือนร่างบอบบางซึ่งตอนนี้เต็มไปด้วยรอยประทับแสดงความเป็นเจ้าของ แน่นอนว่ามันเกิดขึ้นจากความเอาแต่ใจของเขาเพียงฝ่ายเดียว....

‘ซอ ยองโฮ’ ประทับจูบหนักๆ บนกลีบปากนุ่มอีกครั้ง ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทะนุถนอมนักก็ได้ แต่เขาก็ยังซับรอยน้ำตาเกรอะกรังบนพวงแก้มอีกฝ่ายด้วยริมฝีปากของตนเอง วงแขนแข็งแรงกระชับร่างเล็กให้เข้ามาอยู่ในอ้อมกอด เวลาแห่งความสุขสมช่างผ่านไปเร็วเสียจนเขานึกอยากหักเข็มนาฬิกาทิ้งเสียให้มันรู้แล้วรู้รอด....

อย่าโทษที่เขาลุ่มหลง มัวเมากับเพียงแค่ร่างกายเลือดเนื้อของมนุษย์ซึ่งซื้อได้ด้วยเงินเลย เพราะไม่ว่าใครหากลองได้ลิ้มลองเรือนร่างนี้สักหนก็คงคิดเหมือนๆ กันกับเขา.... ยิ่งดื่มด่ำก็ยิ่งกระหาย ยิ่งได้สัมผัสก็ยิ่งต้องการให้มากขึ้นไปอีก จนกว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะขาดใจกันไปข้าง
.


.

“แทยง.... ผิดที่เธอเองนะ ที่ทำให้ฉันเป็นได้ถึงขนาดนี้”

.

.

ยองโฮ ได้พบกับ ‘ลี แทยง’ ครั้งแรกในงานเลี้ยงฉลองครบรอบปีที่แปดสิบของกลุ่มธุรกิจตระกูลซอ.... จากเดิมที่สืบเชื้อสายขุนนาง คหบดี มาตั้งแต่สมัยก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทำให้บรรพบุรุษของเขาถือครองที่ดินทำเลดีเอาไว้จำนวนมาก เมื่อกระแสตะวันตกหลั่งไหลเข้ามาหลังจบสงครามเกาหลี ราคาที่ดินในเมืองหลวงพุ่งพรวดขึ้นตามความเจริญและสาธารณูปโภค รุ่นทวดรุ่นปูของยองโฮก็เปลี่ยนสิ่งเหล่านั้นให้เป็นเงิน อสังหาริมทรัพย์ต่างๆ และนำมาต่อยอดจนกระทั่งตระกูลซอกลายเป็นกลุ่ม Real Estate ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเกาหลีใต้

เมื่อมีผู้ใช้อำนาจ ก็ย่อมต้องมีผู้อยู่ใต้อำนาจ จึงไม่แปลกที่คุณชายใหญ่ของตระกูลอย่างเขาจะมีคนติดตามมากมาย ทั้งคนที่มาด้วยความจงรักภักดีเพราะเกื้อหนุนทางธุรกิจกันมานาน คนที่มาอย่างไม่เต็มใจแต่เพราะมีผลประโยชน์ค้ำคอ

และคนที่ต้องใช้เงินซื้อตัวมา....


“ทักทายคุณยองโฮสิ.... แทยง” 

คุณลีผู้เป็นพ่อสั่งลูกชายคนเดียวที่ยืนนิ่งไม่ยอมพูดยอมจาอยู่ข้างๆ เพราะเจ้าตัวยังคงทำเฉยเหมือนไม่ได้ยิน ยองโฮจึงจ้องมองเด็กเมื่อวานซืนซึ่งกล้าทำเพิกเฉยต่อความยิ่งใหญ่ของเขาอย่างพิจารณา.... ก่อนจะพบว่าเจ้าของชื่อแทยงนั้นมีใบหน้าสวยน่ารักสมราคาที่ถูกตั้งไว้สูงลิบ แต่ลักษณะนิสัยค่อนไปทางเย่อหยิ่งจองหอง รู้ทั้งรู้ว่าเขาเป็นใครก็ยังกล้าเชิดหน้าคอแข็งเสียจนน่าดึงเข้ามาจูบสั่งสอนให้สำนึกว่าตัวเองกำลังจะตกอยู่ในฐานะอะไร

“แทยง!” 

น้ำเสียงห้วนดังขึ้นอีกครั้ง ร่างบางถึงได้ยอมค้อมศีรษะเคารพท่านประธานซอคนปัจจุบัน.... กลีบปากสีระเรื่อบิดเม้มอย่างไม่ชอบใจนัก แทยงก็แค่เกลียดที่คนในตระกูลซอถือว่าตัวร่ำรวย เที่ยวใช้เงินฟาดหัวคนที่ต่ำต้อยกว่าเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับซอ ยองโฮที่เขาเกลียดมากกว่าใคร

เพราะสิ่งที่คนๆ นั้นเลือกที่จะซื้อก็คือร่างกายของเขา!!


‘เธอมันก็แค่ของเล่นชิ้นใหม่ของฉันเท่านั้น........’

ชายหนุ่มคิดในใจ.... ถึงอย่างไรการเจรจาซื้อ-ขายระหว่างเขากับคุณลีก็จบลงไปแล้ว ต่อให้ไม่เต็มใจแค่ไหน แทยงก็จะต้องเป็นตุ๊กตามีชีวิตบนเตียงให้กับเขาจนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน

ดวงตาคมเข้มสบมองลึกลงไปในแก้วตาสีอำพัน จ้องให้คนตรงรู้สึกไหวสะท้านเหมือนเป็นสัตว์ตัวเล็กที่กำลังจะถูกนายพรานไล่ล่า.... ร่างบอบบางสวมกางเกงสแล็คสีน้ำเงินเข้มขนาดพอดีตัว  เสื้อเชิ้ตขาวปลดกระดุมพอให้เห็นผิวเนียนสีน้ำนมบริเวณซอกคอซึ่งยังไม่น่าจะมีใครได้ลิ้มรสหรือตีตราว่าผ่านมือมาแล้ว และชุดสูทตัวนอกสีเดียวกับกางเกงก็เป็นแบบสมัยนิยมดูเข้ารูปจนเห็นสัดส่วนโค้งเว้าชัดเจน
คล้ายแทยงจะรู้ว่าถูกจ้องมองจนเกินความจำเป็น ถึงได้ตวัดสายตาขุ่นเขียวกลับมาให้....

แต่เด็กน้อยคงไม่รู้ตัวว่าท่าทางเชิดหยิ่งนั้นมันช่างถูกใจยองโฮเสียยิ่งกว่าอะไร.... ใบหน้าหมดจดราวกับตุ๊กตากระเบื้องก็เหมาะสมกันดีกับแววตาซึ่งดูเย็นชา ไม่เห็นคนบนโลกนี้อยู่ในสายตา จะเรียกว่าเย้ายวนโดยไม่ตั้งใจก็คงไม่ผิด และมันก็กระตุ้นให้ประธานหนุ่มสงสัยใคร่รู้ว่าถ้าหากเขาได้ตุ๊กตาแสนสวยอย่างแทยงมาอยู่ในอ้อมกอดแล้วจะเป็นอย่างไร? ใบหน้าเฉยเมยจะแสดงอารมณ์แบบไหนออกมายามเมื่อถูกเขาสัมผัสแตะต้องไปทุกส่วน? แล้วเสียงร้องล่ะ จะกัดปากจนช้ำด้วยความกระดากอายหรือจะครวญครางจนแทบขาดใจกันนะ?

“จะพาแทยงมาส่งให้ผมเมื่อไร?” 

ยองโฮถามทั้งที่ยังไม่ละสายตาจากว่าที่ของเล่นใหม่ แม้จะไม่มีความเร่งรัดในน้ำเสียงแต่ก็พอฟังออกว่าชายหนุ่มต้องการสินค้าที่จ่ายเงินซื้อไปแล้วโดยเร็วที่สุด ทำเอาคุณลีอ้ำอึ้งไปชั่วขณะ เพราะไม่คิดว่าจะต้องลาจากลูกชายเร็วขนาดนี้

“แทยงยังเรียนไม่จบชั้นม.ปลายเลย.... อย่างน้อยก็ขอให้แกจบเทอมนี้ก่อนได้ไหมครับ อีกแค่สองเดือน......”

“ไม่ได้!”  คำพูดที่สวนกลับมาถือเป็นประกาศิตที่ทั้งคุณลีและแทยงต้องทำตาม และนั่นก็ยิ่งทำให้แทยงจงเกลียดจงชังซอ ยองโฮเหลือเกิน แต่ก็ใช่ว่าเขาจำเป็นจะต้องใส่ใจความรู้สึกนึกคิดของตุ๊กตาที่กำลังจะเข้ากรงขัง  “ผมให้เวลาคุณกับแทยงเตรียมตัวอีกแค่อาทิตย์เดียว.... แล้วผมจะเป็นคนไปรับตัวมาเอง ตกลงตามนี้ แล้วอย่าให้มีปัญหากับทางผมทีหลังล่ะ”

“...........ครับ”

.

.

เด็กหนุ่มตื่นเช้าด้วยสีหน้าไม่แจ่มใสนัก เพราะวันนี้ครบกำหนดหนึ่งสัปดาห์ที่เขาต้องย้ายไปอยู่กับซอ ยองโฮ.... แม้พ่อแม่จะไม่ได้บอกตรงๆ ว่าขายลูกชายให้กับฝ่ายนั้น แต่แทยงก็ไม่ได้โง่หรือใสซื่อถึงขนาดจะไม่รู้เลยว่าตัวเองจะตกอยู่ในสถานะแบบไหน แค่เห็นนัยน์ตาคมกริบที่จ้องมองเหมือนจะฉีกทึ้งกลืนกินเขาทั้งเป็น ต่อให้ไร้เดียงสาแค่ไหนก็ต้องดูออกว่ามันสื่อความหมายถึงสิ่งใด.... จะเจ้านาย เจ้าชีวิต หรือเรียกว่าอะไรก็ช่าง บริวารอย่างเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องทำตามคำสั่งสถานเดียว

เสียงกริ่งบอกเวลาเลิกเรียนในตอนเย็นดังขึ้น แทยงตั้งใจถ่วงเวลากลับบ้าน แกล้งยื้อทุกอย่างให้เกิดขึ้นช้าลงแม้สักชั่วโมง-สองชั่วโมงก็ยังดี เขาชวนเพื่อนสนิทเดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยออกจากโรงเรียนไปร้านกาแฟเจ้าประจำซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ช่วงถนน....

แทยงพยายามไม่นึกถึงอนาคต จดจ่อความคิดตัวเองอยู่กับบทสนทนาเรื่อยเปื่อยและขนมเค้กหลากหลายชนิดในตู้แช่ สิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนที่จะสั่งนิวยอร์กชีสเค้กกับโยเกิร์ตสมูตตี้ของโปรดคือเรื่องตลกเกี่ยวกับชมรมฟุตบอลของยูตะ ทว่า หลังจากนั้น เสียงพูดคุยภายในร้านกลับเงียบกริบจนผิดสังเกต แม้กระทั่งเพื่อนของเขาก็ได้แต่ยืนอ้าปากค้างเหมือนโดนผีหลอก......

ซอ ยองโฮ กับลูกน้องในชุดสูทสีดำเดินลิ่วตรงเข้ามาข้างใน ทั้งพนักงานและลูกค้าต่างอกสั่นขวัญแขวนกลัวจะเกิดเรื่อง มีเพียงแค่แทยงเท่านั้นที่แค่นเสียงหึในลำคอ วางท่ารำคาญไอ้พวกชอบทำเป็นกร่างในที่สาธารณะ

“ไม่ต้องมาตามถึงนี่ก็ได้มั้ง ผมมีสามัญสำนึกมากพอ ไม่เบี้ยวคุณให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อนหรอก”  แทยงหยิบกระเป๋านักเรียนที่วางพิงเคาท์เตอร์เอาไว้มาถือ แล้วกระตุกชายเสื้อยูตะซึ่งมัวแต่ตกใจให้เดินออกจากร้านไปด้วยกัน หากกลับโดนคนตัวสูงกว่าประกบซ้อนด้านหลังเสียก่อน

“ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว ยังจะกินของพวกนี้อีกเหรอ?”  ยองโฮปรายหางตาสั่งให้ลูกน้องยึดกระเป๋านักเรียนของแทยงมาถือไว้ แน่นอนว่าเจ้าตัวยังชูคออวดดื้อถือดีไม่ยอมตอบคำถามง่ายๆ เขาจึงเปลี่ยนไปถามเด็กหนุ่มอีกคนซึ่งดูท่าทางเซื่องกว่า ยังไม่รู้ชื่อแซ่แต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนสนิท 

“แทยงชอบกินเค้กมากเลยเหรอ?”

“เอ่อ.....คะ.......ครับ..... แทยงชอบชวนผมมากินเค้กที่นี่อยู่เรื่อยแหละครับ”

“งั้นซื้อกลับไปกินที่บ้านนะ ชอบอันไหนก็เลือกเอาแล้วกัน”  ร่างสูงก้มลงกระซิบถามข้างหู ในขณะที่แทยงยืนนิ่งลอยหน้าลอยตาเหมือนไม่ได้ยิน จึงเป็นหน้าที่ของนากาโมโตะ ยูตะ ที่ต้องตอบคำถามแทนเพื่อนโดยอัตโนมัติ

“อันนี้ครับ นิวยอร์กชีสเค้กของโปรดของมัน.....บานอฟฟี่กับแบล็กฟอเรสต์ด้วย....อันนี้ก็ด้วย”  ยูตะชี้นิ้วจิ้มไปบนตู้กระจกอย่างรู้หน้าที่ พนักงานซึ่งอยู่ใกล้ที่สุดก็รีบกุลีกุจอจัดทุกอย่างลงกล่องเช่นเดียวกัน

“เธอก็เลือกของตัวเองด้วยสิ ฉันเลี้ยงเอง”

“ขอบคุณครับ”


‘อะไรกันวะเนี่ย!!??’

ยูตะหอบกล่องเค้กขนาดใหญ่ไว้ในอ้อมแขนพลางชะเง้อมองรถยุโรปคันงามซึ่งมารับตัวเพื่อนของเขากลับไปจนสุดสายตา.... ก้อนเนื้อข้างในอกยังเต้นโครมครามเมื่อได้เผชิญหน้ากับนักธุรกิจชื่อดังที่แทบทุกคนในประเทศรู้จักเป็นอย่างดี น้ำเสียงเย็นยะเยือก ดวงตาคมปลาบเหมือนนกเหยี่ยวจ้องจะคาบเหยื่อ บอกได้คำเดียวว่าน่ากลัวมากถึงมากที่สุดจนชักจะเป็นห่วงเพื่อนสนิทซึ่งถูกบังคับพาขึ้นรถไปหมาดๆ ได้แต่สวดมนต์ภาวนาว่าเพื่อนจะไม่เป็นอันตรายอย่างที่กังวล

ถึงจะไม่รู้ว่าซอ ยองโฮมาเกี่ยวข้องกับแทยงได้อย่างไรก็เถอะ

.

.

ยองโฮกระชับมือเล็กแน่นขึ้นไปอีกเมื่อเด็กใหม่ขืนตัวไม่ยอมเดินตามแต่โดยดี เขากึ่งจูงกึ่งบังคับลากให้แทยงเดินบนทางปูลาดด้วยหินท่ามกลางสวนสวยขนาดสี่สิบเอเคอร์ภายในคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮัน.... กว่าจะถึงเรือนไม้ทรงโบราณหลังใหญ่ก็ต้องผ่านทั้งสวนหิน บ่อน้ำ รวมถึงพุ่มไม้ประดับนานาชนิดที่จัดแต่งอย่างประณีต อากาศร่มรื่นกับสายลมเย็นจัดช่วงปลายฤดูหนาวย่อมทำให้เด็กที่โตมาในอพาร์ทเมนท์สี่เหลี่ยมแคบๆ ต้องเผลอเหลียวมองอย่างลืมตัว เพราะงานเลี้ยงของตระกูลซอคราวก่อนก็จัดอยู่ที่ปีกด้านนอกซึ่งแยกเป็นสัดส่วนห่างจากเรือนส่วนตัวนี้อยู่มากพอสมควร

“จากนี้ไป ที่นี่คือห้องของเธอ.... เข้ามาสิ แทยง”  ร่างสูงเลื่อนประตูไม้ออกกว้างทันทีที่เขาเดินนำมาถึงห้องที่ใหญ่ที่สุดของเรือนฝั่งตะวันออก ทว่า แทยงกลับกวาดตามองไปรอบๆ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ

“แต่ผมว่าไม่น่าจะใช่นะครับ” 

ข้างในห้องตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์นขัดกับความเก่าแก่ของคฤหาสน์และสภาพตัวเรือนภายนอกโดยสิ้นเชิง เตียงขนาดคิงไซส์ใหญ่เกินกว่าที่จะนอนคนเดียวปูด้วยผ้าคลุมเตียงสีน้ำตาลไหม้ที่ไม่เหมาะกับเด็กวัยมัธยมเลยสักนิด บนโต๊ะทำงานเต็มไปด้วยคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไฮเทคที่แทยงเรียกชื่อยังไม่ค่อยจะถูกเลยด้วยซ้ำ หนังสือภาษาอังกฤษอัดแน่นเรียงรายอยู่ในตู้ไซด์บอร์ดรวมกับแฟ้มเอกสารซึ่งอาจหล่นลงมาทับหัวตายได้ทุกเมื่อ ไหนจะชุดคลุมอาบน้ำที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าอีกนั่นล่ะ ดูอย่างไรก็ไม่ใช่ขนาดของเขาแน่ๆ ....

นี่มันห้องนอนของซอ ยองโฮชัดๆ!!

“ผม.....ไม่อยากนอนห้องนี้”  แทยงเอ่ยออกไป แม้จะรู้ดีว่าตัวเองไม่อยู่ในฐานะที่จะเรียกร้อง

“ห้องนี้หรือห้องไหนๆ ก็เหมือนกันทั้งนั้นแหละ.... แต่ก็ได้นะ ถ้าเธออยากนอนห้องอื่น ฉันจะให้คนมาจัดห้องข้างๆ กันนี้ให้” 

พูดจาคล้ายกับจะยอมตามใจ แต่มือหนากลับฉุดร่างเล็กให้นั่งลงข้างกันบนเตียง แทยงสะดุ้งเฮือกพยายามจะลุกหนีหากก็ถูกท่อนแขนแกร่งโอบเอวรั้งเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อน เมื่อขัดขืนไม่ได้ก็ยิ่งถูกอีกฝ่ายดึงให้เข้ามาแนบชิดจนแทบจะขึ้นมาซ้อนอยู่บนตักกว้าง

‘ทั้งๆ ที่เป็นแค่ลูกไก่ในกำมือ แต่กลับวางท่าเหมือนเป็นหงส์.... แค่ฉันหักปีกทิ้งซะ เธอก็บินไม่ได้แล้ว!’  ยองโฮคิด

“อย่านะ!!”

เด็กหนุ่มรีบเบือนหน้าหนี ยกมือขึ้นดันแผ่นอกกว้างให้ถอยไปทันทีที่ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ริมฝีปากได้รูปเฉียดห่างจากแก้มเขาไปเพียงนิดเดียว พอเห็นท่าทางตกใจกลัวจนปิดไม่มิดของแทยง ยองโฮก็หัวเราะอย่างชอบใจแล้วจึงเป็นฝ่ายยอมผละออกห่างเสียเอง

“ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะสิ.... หิวแล้วไม่ใช่เหรอ จะได้ไปทานข้าวกัน”

.

.

ร่างผอมบางยังคงมีหยดน้ำเกาะพราวอยู่บ้างแม้จะสวมเสื้อคลุมแล้ว มือขาวจัดเปิดตู้บานเลื่อนแบบบิลท์อินขนาดยักษ์เพื่อหาเสื้อผ้าสำหรับสวมลงไปทานมื้อเย็นตามคำสั่งของเจ้านาย.... ชุดไซส์เล็กหลากหลายแบบอัดแน่นอยู่ฟากหนึ่ง แบ่งเป็นสัดส่วนจากของท่านประธานซออย่างชัดเจนแม้จะใช้พื้นที่ร่วมกัน แทยงมองแล้วก็แอบเบ้ปากเหมือนโดนของแสลง เขาหยิบตัวโน้นตัวนี้ขึ้นมาดูแล้วก็แขวนกลับไปตามเดิม เพราะเสื้อผ้าที่ซอ ยองโฮจัดหามาให้นั้นมีแต่แบบสีอ่อนๆ ขาว ชมพูอ่อน ฟ้าอ่อน ถ้าไม่ใช่เสื้อเชิ้ตหลวมโพรกก็เป็นเสว็ตเตอร์คอกว้าง ซึ่งไม่ใช่อะไรที่เขาชื่นชอบเลยสักนิด.... แค่เสื้อฮู้ดสีดำธรรมดาๆ มันหายากนักเหรอ!!??

หมอนั่นคิดว่าเขาเป็นตุ๊กตาหรือยังไง ถึงได้ทำเหมือนจะจับเล่นแต่งตัวอย่างนี้....!!??

‘ไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าไปหรอก คุณยองโฮเตรียมทุกอย่างเอาไว้ให้แล้ว’

แทยงนึกถึงคำพูดของพ่อพลางถอนใจอย่างหมดอาลัยตายอยาก.... แม้กระทั่งเสื้อผ้าก็ยังต้องเป็นแบบที่คุณยองโฮชอบเท่านั้น อิสรภาพที่มีเหลืออยู่เพียงน้อยนิดก็ถูกริดรอนเอาไปจนได้ แล้วตัวตนที่แท้จริงของเขาจะไปอยู่ที่ไหนกัน?

สุดท้ายแล้วก็จำใจเลือกส่งๆ ออกมาชุดหนึ่งแล้วลองทาบกับตัวโดยที่ยังไม่เอาไม้แขวนออก เด็กหนุ่มยิ้มหยันให้กับโชคชะตาของตัวเองผ่านกระจกเงาบานใหญ่.... ดูคนที่ชื่อ ลี แทยง ในตอนนี้สิ ไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาที่เจ้าของจะจับวางบังคับอย่างไรก็ได้ ไม่มีสิทธิ์พูด ไม่มีสิทธิ์คิด ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจเลือกอะไรทั้งสิ้น ได้แต่ยิ้มแย้มทำเป็นมีความสุขทั้งที่ในใจรู้สึกสะอิดสะเอียนแทบตาย แบบนี้มันใช่เขาคนเดิมที่เคยเป็นมาตลอดสิบแปดปีเต็มจริงเหรอ?

แกร๊ง....!!!

ไม้แขวนเสื้อในมือร่วงหล่นลงพื้นเมื่อใครบางคนโผเข้ามาสวมกอดจากทางด้านหลัง แทยงสะดุ้งแรงจนหัวใจเกือบหยุดเต้น ร่างทั้งร่างแข็งทื่อเหมือนถูกฝังกลบในกองหิมะขณะที่สัมผัสร้อนผ่าวฝังลงบนซอกคอ

“กลิ่นหอมดีนะ.... กะแล้วเชียวว่ามันต้องเหมาะกับเธอ” 

ร่างสูงสูดกลิ่นครีมอาบน้ำที่ยังคงเหลือติดผิวกายของแทยง ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหน้า ยองโฮก็คิดมาตลอดว่าเด็กคนนี้ดูน่าทะนุถนอมเหมือนดอก Orange Blossom และเนื้อในก็คงจะหอมหวานไม่แพ้กัน เขาจึงพิถีพิถันเลือกของใช้ส่วนตัวให้ตุ๊กตาแสนสวยเป็นกลิ่น Orange Blossom ทั้งหมด.... แล้วก็หวังว่าแทยงของเขาจะยังสวยบริสุทธิ์เหมือนดอกส้มสีขาวตลอดไป ถึงแม้ว่าร่างกายนี้จะถูกเขาทำให้แปดเปื้อนแล้วก็ตาม

“อย่าครับ....คุณยองโฮ.........”

“อะไรกัน? ฉันนึกว่าเธอน่าจะเตรียมตัวเตรียมใจมาแล้วเสียอีก......”

ริมฝีปากไล้เรื่อยจากซอกคอขึ้นไปถึงข้างใบหูก่อนที่ปลายลิ้นและเรียวฟันจะแกล้งงับให้เด็กน้อยสั่นสะท้านด้วยความไม่ประสา ยองโฮตรึงข้อมือผอมบางทั้งสองข้างของแทยงเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวกันไม่ให้เจ้าตัวสะบัดหนี แล้วค่อยๆ กระตุกปมสายรัดชุดคลุมอาบน้ำออก.... ทันทีที่ผ้าขนหนูเนื้อละเอียดลู่ลงจากลาดไหล่เล็ก ตกลงสู่พื้นห้องตามแรงโน้มถ่วง ร่างเปลือยเปล่าของเด็กหนุ่มวัยกำดัดก็ปรากฏเงาสะท้อนบนบานกระจก โดยมีแสงสลัวจากโคมไฟช่วยขับให้ผิวเนื้อขาวอมชมพูแลดูผุดผาดน่ามองมากยิ่งขึ้นไปอีก

แทยงอายเสียจนไม่กล้าแม้แต่จะชำเลืองมองภาพเรือนร่างของตัวเองผ่านกระจกตรงหน้า ดวงตาคู่สวยหรุบต่ำพลางเม้มริมฝีปากอย่างอดกลั้น ยองโฮใช้ฝ่ามือประคองใบหน้าที่แสนน่ารักให้เงยขึ้นมองว่ากำลังจะเกิดอะไรขึ้น หากร่างเล็กก็จำต้องหลับตาลงอีกหนเมื่อรู้สึกว่าจวนจะทนไม่ไหว เพราะสายตาของซอ ยองโฮซึ่งจับจ้องมายังกายเนื้อซึ่งไม่มีสิ่งใดปกปิดอำพรางมันทำให้เขาร้อนรุ่มคล้ายกับถูกแผดเผาด้วยไฟที่ไม่มีวันมอดดับ

“คุณยองโฮ.....อย่าครับ.....ได้โปรด..........”

เสียงแหบหวานอ้อนวอนขอความเห็นใจขณะที่ชายหนุ่มนำมายังเตียงนอน ทว่า ร่างผอมบางกลับถูกจับให้นอนคว่ำลงแล้วทาบทับด้วยน้ำหนักตัวที่มากกว่า และแขนสองข้างก็ยังคงถูกพันธนาการด้วยมือของยองโฮ.... แทยงสะท้านทุกครั้งที่คนตัวสูงกดแนวฟันลงมาบนผิวกาย บางคราวก็ดูดดึงรุนแรงเสียจนขึ้นรอยห้อเลือด ดูเหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะรู้ดีว่าควรทำอย่างไรถึงจะสามารถโน้มน้าว 'ของเล่น' ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้

เด็กหนุ่มถูกป้อนจูบนับครั้งไม่ถ้วนทั้งบนกลีบปากและบนทุกส่วนที่ไวต่อความรู้สึก ปลายนิ้วบดขยี้สลับกับฟอนเฟ้นฝ่ามือไปทั่วร่าง ตรงจุดไหนที่ทำให้เขาหายใจหอบสั่นหรือหลุดส่งเสียงอันแสนน่าอายออกมา ซอ ยองโฮก็จะยิ่งรุกเร้าหนักหน่วงขึ้นราวกับจะกระชากสติสัมปชัญญะของแทยงให้หลุดลอยไปจนได้

ครั้งสุดท้ายที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองก็คือตอนที่เหมือนมีบางสิ่งทะลักล้นจากความตึงแน่นบริเวณท้องน้อย เด็กหนุ่มหวีดร้องอย่างลืมตัวยามเมื่อความรู้สึกแปลกประหลาดพุ่งแรงเหมือนลูกธนูแล่นปราดจากส่วนกลางลำตัวแล้วแตกกระจายไปทั่วร่าง มันวาบหวิว บางเบา คล้ายจะทรมานแต่ก็รื่นรมย์อยู่ในที เมื่อพยายามชะโงกหน้ามองถึงได้เห็นว่าบนฝ่ามือและริมฝีปากของประธานซอมีคราบไคลสีขาวเลอะอยู่ คราบแห่งความสุขสมและอัปยศซึ่งเขาเป็นคนหลั่งออกมาเอง.... ซอ ยองโฮคงจะปรนเปรอให้แทยงเสร็จนำไปก่อน เพื่อที่อะไรๆ จะได้ง่ายดายขึ้น


เสียงแกะซองถุงยางดังขึ้นท่ามกลางแสงสลัว สายตายังพร่ามัวจากม่านน้ำตาที่อยู่ๆ ก็ไหลเอ่อออกมาเอง ชายหนุ่มผู้มากด้วยอำนาจบารมีนั้นพร้อมแล้วสำหรับการกกกอด เล่นกับตุ๊กตาแสนสวยตัวใหม่ในค่ำคืนนี้ แต่แทยงคิดว่าตัวเขายังไม่พร้อม ต่อให้ยองโฮจะปลุกเร้าร่างกายนี้เอาไว้ดีแค่ไหนก็ตาม

และในทางจิตใจ จนวันตายก็ยังไม่รู้ว่าจะพร้อมหรือเปล่า


“อดทนหน่อยนะ เด็กดีของฉัน......”  ยองโฮกระซิบเสียงพร่า พูดราวกับกำลังปลอบใจ แต่แทยงก็รู้ว่ามันไม่ใช่เพราะความปรารถนาดี มันก็แค่....... “ถ้าเธอยังดื้อ ฉันก็คงต้องฝืนเอาจนได้ แล้วคนที่จะเจ็บมากกว่าก็คือเธอนั่นแหละ....”

ก็แค่ความต้องการทางกาย บีบให้ซอ ยองโฮต้องแกล้งทำเป็นอ่อนโยนเพื่อหลอกให้เขาตายใจ เพราะการที่คู่นอนสมยอมแต่โดยดี มันคงไม่ทำให้รู้สึกแย่เหมือนการบังคับขืนใจเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหรอกกระมัง....?

"จะเข้าไปแล้วนะ.....แทยง......"

"อ๊ะ!"

ปลายนิ้วจิกลงบนผืนผ้าจนยับย่นขณะที่ฝ่ามือร้อนลูบไล้บริเวณต้นขาด้านใน เรื่อยลงสู่ช่องทางเบื้องหลังซึ่งยังคับแน่นและต้องการให้กระตุ้นหยอกเย้าจนอ่อนนุ่มมากกว่านี้.... เด็กหนุ่มกลั้นหายใจในยามที่สิ่งแปลกปลอมแทรกลึกเข้าไปเพื่อเบิกทาง แม้จะมีตัวช่วยอย่างเจลหล่อลื่นคอยลดแรงเสียดทาน แต่แทยงก็ยังรู้สึกเหมือนร่างกายของเขากำลังจะปริแตกอยู่ดี

"ครั้งแรกของเธอ ขอให้ฉันนะ เด็กน้อย......."

สิ้นเสียงกระซิบแหบพร่า ท่อนขาเพรียวก็ถูกแยกออกกว้างแล้วให้สูงขึ้นตั้งฉากกับเบาะที่นอน ร่างเล็กข้างใต้ร้องอุทธรณ์ในลำคอด้วยความเจ็บปวดเมื่อส่วนปลายซึ่งขยับขยายเต็มที่เริ่มชำแรกเข้าไปแทนปลายนิ้ว เรียวขาขาวที่ถูกประคองเอาไว้ด้วยท่อนแขนกำยำทั้งเกร็งและสั่นระริก

“อ๊ะ....”

ยองโฮเองก็ไม่ต่างกัน เพราะการที่แทยงต่อต้านด้วยความไม่คุ้นชินทำให้เขาต้องกัดฟันอดทนมากกว่าปกติจึงจะผ่านเข้าไปทั้งหมดได้ พอถึงสุดทาง หยดน้ำตาเม็ดโตก็ไหลลงจากหางตาเด็กหนุ่มไปแล้วพอควร.... เสียงหอบหายใจทำให้อุณหภูมิภายในห้องดูเร่าร้อนกว่าที่เคยเป็น ร้อนเสียจนร่างสูงอดคิดไม่ได้ว่ามันคงเป็นเพราะความปรารถนาที่เขามีต่อของเล่นชิ้นใหม่ เหงื่อผุดพราวเกาะผิวขาวซึ่งถูกเลือดฝาดบ่มจนแดงเรื่อทั้งๆ ที่อากาศก็เย็นฉ่ำ เรี่ยวแรงที่เขาขยับโหมในแต่ละจังหวะก็หนักหน่วงราวกับจะเค้นเอาทุกความต้องการปลดปล่อยออกมาให้หมด

แต่มันก็เหมือนไม่เพียงพอ.... กับร่างกายนี้.... กับแทยง.......ไม่ว่าจะเสพรักเท่าไรก็คงไม่มีวันหายอยาก

“คะ....คุณยองโฮ......อึ้ก.......”

แทยงพยายามวอนขอเมื่อรู้สึกได้ถึงความถี่กระชั้นซึ่งทำเอาทั้งเจ็บและจุกเพราะอีกฝ่ายเร่งโหมจนร่างเขาสะเทือน ทว่า เสียงเรียกขวดห้วงคล้ายกำลังจะขาดใจกลับไม่ทำให้ซอ ยองโฮปรานีเขาบ้างเลย ตรงกันข้าม ชายหนุ่มกลับทำให้หนักขึ้น รุนแรงขึ้น เหมือนจะฉีกทึ้งความบอบบางงดงามนี้ให้แหลกสลายด้วยน้ำมือของตนเอง จนกระทั่งได้ถึงที่หมาย เกร็งกระตุกฉีดพุ่งความร้อนเข้าสู่ร่างใต้อาณัติโดยไม่คิดจะหน่วงเวลาแห่งความสุขให้เนิ่นช้าออกไปอีก

ยองโฮทิ้งตัวลงมาทาบทับคนตัวเล็ก ริมฝีปากอุ่นไม่ได้ประทับปลอบโยนหรือเอ่ยคำขอบคุณอะไรแก่สินค้าที่เขาเสียเงินซื้อมา.... แน่นอนว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่มันคือหน้าที่ประจำวันที่ ลี แทยง ต้องทำในฐานะสัตว์เลี้ยง

ทว่า ต้นคอชื้นเหงื่อกลับเย็นวาบ เมื่อเหลือบสายตามอง แทยงถึงได้เห็นว่าประธานหนุ่มกำลังบรรจงสวมสร้อยคอสีเงินให้เขา.... จี้ทองคำขาวทรงแบนสี่เหลี่ยมห้อยอยู่เหนือแผ่นอก ตัวอักษรสลักเสลาเป็นลวดลายงดงามเขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่า ‘Seo Youngho’

แม้แต่ปลอกคอ เจ้านายก็ยังต้องเป็นคนกำหนดให้ใส่.....

แทยงแนบแก้มลงซับน้ำตากับผ้าปูเตียงยับย่นไม่เหลือสภาพ ลมหายใจของเขาแผ่วลงเรื่อยๆ จนน่ากลัวว่ามันอาจจะขาดห้วงไปในวินาทีใด วินาทีหนึ่งข้างหน้านี้.... มันเป็นความรู้สึกครึ่งๆ กลางๆ ของคนที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าอนาคตของตนเองจะเป็นเช่นไร แต่กลับหลีกหนีไม่พ้น ไม่มีหนทางอื่นที่จะหยุดยั้งความทุกข์ทรมานนี้ได้ นอกจากยอมปล่อยให้เวลาแห่งความเจ็บปวดคืบคลานเข้ามา อดทนอยู่กับมันให้ได้ จนกว่าจะถึงวันที่บาดแผลบรรเทาเบาบางลง

แม้แต่จะหลอกตัวเองว่าเรื่องเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้นก็ยังยากเหลือเกิน....

ไม่ทันข้ามคืนก็ถูกเปลี่ยนให้เป็นสินค้า ถูกตีตราแสดงความเป็นเจ้าของเสียแล้ว

จากนี้ไป แทยงก็เป็นแค่ได้ตุ๊กตาตัวหนึ่ง

ตุ๊กตาในกรงของซอ ยองโฮ....

.
 
.

เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมาในตอนสายๆ พร้อมกับอาการปวดปลาบไปทั้งร่าง ซ้ำยังเวียนหัวครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นไข้อีกต่างหาก.... เขาก้มลงมองชุดคลุมเนื้อหนาสีอ่อนที่ตนเองห่มอยู่พลางเม้มปากอย่างขุ่นใจ เพราะจำได้รางๆ ว่าใครเป็นคนเลือกสวมให้กับมือก่อนที่จะนอนหลับไปด้วยกัน ทว่า แทยงก็ต้องกระพริบตาถี่ๆ ให้แน่ใจเมื่อสิ่งแวดล้อมภายในห้องค่อนข้างแปลกตาไปจากที่เห็นเมื่อคืน

ที่นี่ไม่ใช่ห้องของ ซอ ยองโฮ.... ทั้งขนาดห้องและเตียงนอนเล็กกว่าของเจ้าบ้านพอสมควร โทนสีและการตกแต่งดูสดใสเหมาะกับเด็กรุ่นๆ อย่างเขา แต่พอคิดว่าผู้ชายคนนั้นตระเตรียมทุกอย่างเอาไว้ขนาดนี้ก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะยอมปล่อยให้เขาเป็นอิสระเร็วนัก ในเมื่อจ่ายเงินไปแล้วก็ต้องใช้ให้คุ้มค่าที่สุดนั่นแหละ

ร่างบางตวัดผ้าห่มพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นจากเตียงจนได้ ชุดนักเรียนใหม่เอี่ยมแขวนอยู่บนราวหน้าห้องน้ำพร้อมกับผ้าขนหนูเนื้อดี.... ตราบใดที่ยังต้องไปโรงเรียน อย่างน้อยเขาก็อาจจะยังพอหาความสงบสุขและเป็นตัวของตัวเองได้บ้าง
 

แทยงใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อยนั่งก้มหน้านิ่ง ได้แต่เขี่ยมื้อเช้าในจานไปมาโดยแทบจะไม่เอาเข้าปากทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรตกถึงท้องตั้งแต่เมื่อวานเย็น.... มูสลี่ใส่โยเกิร์ตกับผลไม้ ไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปัง ไม่ใช่ของที่เขานิยมชมชอบสักเท่าไร ยิ่งพอได้กลิ่นนม กลิ่นกาแฟเอาตอนท้องว่างก็ยิ่งรู้สึกเหม็น มวนท้อง พาลให้คลื่นไส้อยากอาเจียนออกมาตรงนี้เลยด้วยซ้ำ ในขณะที่เจ้าบ้านหนุ่มคิดว่าตุ๊กตาตัวใหม่ของเขาคงเพียงแค่รู้สึกไม่สบายตัวถึงได้ไม่ค่อยเจริญอาหาร ก็เหมือนคู่นอนคนก่อนๆ ที่เขาเคยพามา ส่วนใหญ่ก็จะมีอาการปวดท้องน้อยคล้ายโดนต่อยแรงๆ หลังผ่านคืนแรกกันทั้งนั้น ครั้งต่อๆ ไปก็จะชินไปเอง

ยองโฮแตะหลังมือลงบนหน้าผากเนียน ไอร้อนวาบที่สัมผัสได้ทำให้นัยน์ตาคมอ่อนแสงลง ก่อนจะโอบร่างบางที่ดูน่าทะนุถนอมมากกว่าเดิมให้เข้ามาอยู่ในอ้อมแขน

"ตัวรุมๆ นะ เหมือนจะมีไข้"  แทยงไม่ตอบ ซ้ำยังทำเฉยไม่นึกอยากเอ่ยขอบคุณในตอนที่อีกฝ่ายสั่งสาวใช้เอายาลดไข้มาให้ตนเอง แต่ยองโฮก็ไม่อยากถือสา เพราะถึงอย่างไรแทยงก็ดื้อกับเขาได้ไม่นานนักหรอก "้เดี๋ยวกินยาแล้วขึ้นไปนอนพักซะ วันนี้ไม่สบาย หยุดเรียนสักวันก็ได้......."

"ผมมีสอบเก็บคะแนนครับ"  ร่างในอ้อมกอดปฏิเสธความหวังดี

"เมื่อคืนไม่ได้อ่านหนังสือเลยนี่ แล้วจะเอาอะไรไปสอบ?"

"เดี๋ยวค่อยอ่านบนรถก็ได้ครับ" ความคิดที่ว่า ลี แทยง จะเป็นได้แค่สัตว์เลี้ยงเชื่องๆ ในกรงขังเริ่มสั่นคลอนเมื่อยองโฮได้เจอกับการ 'พยศ' และ 'ดื้อเงียบ' ใบหน้าสวยเงยหน้ามองเขาเขม็ง ไม่มีวี่แววของคำว่าอ้อนวอนขอร้องในนั้น หากก็ไม่เกรี้ยวกราดถึงขั้นเป็นการประชดประชัน "ยกเว้นเสียแต่ว่าคุณจะให้ผมเดินไป"

"เอาอย่างนั้นก็ได้......"
 

ด้วยความที่ซอ ยองโฮ เป็นคนดังในสังคม มีภาพข่าวลงหนังสือพิมพ์ นิตยสารอยู่บ่อยครั้ง ประกอบกับรูปร่างหน้าตาซึ่งดูดีกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวที่ไหนก็มักเป็นจุดสนใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนที่ชายหนุ่มโผล่มาโรงเรียนมัธยมปลายเพื่อส่งเด็กในปกครองเข้าชั้นเรียนด้วยตัวเอง ไม่ว่าใครได้เห็นก็ต้องตกตะลึงไม่อยากเชื่อสายตากันทุกราย....

หนุ่มหล่อร่างสูงในชุดสูทแบรนด์อิตาเลียนราคาแพงประคองเด็กผู้ชายหน้าหวานมาส่งถึงห้องเรียนกลายเป็นหัวข้อสนทนาประจำวันนั้นไปโดยปริยาย แทยงเองก็ถือเป็นคนเด่นคนดังในโรงเรียนอยู่เหมือนกัน แต่เพราะนิสัยเก็บเนื้อเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับใครนอกจากนากาโมโตะ ยูตะที่เป็นเพื่อนสนิท จึงไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปว่าทำไมนักธุรกิจระดับประเทศถึงมาสนิทสนมกับเด็กม.ปลายธรรมดาๆ ได้ จะบอกว่าเป็นญาติหรือลูกพี่ลูกน้อง หน้าตาเชื้อสายก็ไม่ได้จะกระเดียดไปทางเดียวกันสักเท่าไร.... และแทยงก็ยังไม่พร้อมจะตอบคำถามใดๆ ทั้งนั้น เมื่อมาถึงที่นั่งประจำโต๊ะของตัวเอง เขาก็ฟุบหน้าซบลงบนท่อนแขนหลบสายตาและเสียงนินทาซึ่งลอยมากระทบหูไม่ขาดระยะ
 

ชีวิตประจำวันของแทยงดำเนินต่อไปแบบนั้น ในวันธรรมดา ซอ ยองโฮจะพาเขามาส่งถึงห้องเรียนก่อนจะไปทำงานที่บริษัท ตกเย็นก็ให้ลูกน้องมารับกลับทันทีที่โรงเรียนเลิก รอจนกว่าเจ้านายจะกลับมาถึงบ้านในตอนหัวค่ำเพื่อทานอาหารมื้อเย็นด้วยกัน แล้วก็จบหน้าที่ประจำวันด้วยเรื่องอย่างว่า.... ถ้าเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ เขาก็อาจจะได้พักผ่อนช่วงกลางวันถ้าหากคุณยองโฮไม่บังคับให้ออกไปไหน แต่ตอนกลางคืนก็ไม่พ้นไปจบลงที่เตียงเหมือนเดิม

ไม่เคยปล่อยให้คลาดสายตา....
ทุกย่างก้าวของแทยงล้วนอยู่ภายใต้การควบคุม....

.

.

"คุณยองโฮครับ......"  เด็กหนุ่มตัดสินใจเอ่ยเรียกหลังจากที่ลังเลอยู่นาน

"ว่าไง?"  

ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแท็บเล็ต วันนี้เขาค่อนข้างอารมณ์ดีเพราะข่าวควบรวมกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น ยิ่งได้เห็นแทยงทำตัวน่ารักด้วยการเป็นฝ่ายเรียกชื่อเขาก่อน ใบหน้าหล่อก็แทบจะไม่เหลือความเย็นชา น่าเกรงขามอย่างที่แสดงออกต่อหน้าคนอื่น

"ผมคิดถึงแม่ เย็นนี้ขอกลับไปกินข้าวที่บ้านได้ไหมครับ?"

แทยงก้มหน้าไม่ยอมสบตาคู่สนทนา ถึงซอ ยองโฮจะใจดีกับเขามากขึ้นในช่วงระยะหลังมานี้ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้สึกสนิทใจด้วยได้.... เกือบเดือนหนึ่งแล้วที่คุณยองโฮไม่ปล่อยให้เขาไปไหนมาไหนตามลำพัง ตลอดเจ็ดวันต่อสัปดาห์ ยี่สิบสี่ชั่วโมงต่อวัน ไม่มีเลยสักนาทีที่มีเวลาเป็นของตัวเอง แทยงไม่ได้คาดหวังว่าอีกฝ่ายจะปล่อยเขาออกจากกรง แต่อย่างน้อยก็ขอพื้นที่สำหรับหยุดพักหายใจบ้าง

ริมฝีปากหยักได้รูปยกยิ้มอย่างอ่อนโยน มันเหมือนจะเป็นสัญญาณที่ดี ทว่า ท้ายที่สุดก็ม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง....

"เอาสิ.... ถ้าอยากเจอพ่อแม่ ฉันจะเป็นคนพาเธอไปเอง"
 
 

"ไม่ทานล่ะ แทยง.... อาหารไม่อร่อยหรือไง?"

ยองโฮเอ่ยขึ้นเมื่อร่างเล็กข้างกายเอาแต่นั่งเขี่ยอาหารไปมาแต่ไม่ยอมตักเข้าปาก หลังจากที่เขามาพาทานมื้อค่ำในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย แทนที่จะไปบ้านพ่อแม่ของแทยงอย่างที่เจ้าตัวเข้าใจ.... เพราะเขารู้ดีว่าถ้าไปถึงบ้านแล้ว ตุ๊กตาแสนสวยแต่ดื้อเงียบจะต้องหาทางเล่นแง่ขอนอนค้่างที่บ้านตัวเองอย่างแน่นอน จึงสั่งให้เลขานุการช่วยนัดให้คุณลีและภรรยามาเจอกันที่นี่ดูจะเหมาะกว่า แต่ความสบายใจของเขาก็ต้องแลกมาด้วยอาการนิ่งเงียบไม่ยอมพูดยอมจาของเด็กหนุ่ม ซ้ำยังประท้วงกลายๆ ด้วยการอดข้าวโชว์ผู้ใหญ่อีกต่างหาก

"แทยง.... คุณยองโฮถามน่ะ ไม่ได้ยินเหรอ?"

"อย่าดื้อกับคุณเขาสิลูก......"

สองสามี-ภรรยามองดูลูกชายคนเดียวด้วยความเป็นห่วง ที่ต้องทำเป็นปรามก็เพราะกลัวประธานหนุ่มจะรู้สึกเสียหน้า แต่ในใจก็นึกสงสารที่เห็นลูกต้องทนอึดอัด ไม่ร่าเริงช่างอ้อนเหมือนเมื่อก่อน.... เกือบหนึ่งเดือนที่ไม่ได้เห็นหน้ากัน แทยงดูเปลี่ยนไปมาก แม้ว่าจะสวมเสื้อผ้าเครื่องประดับราคาแพง มีความเป็นอยู่ที่ดีกว่าเก่า หากสีหน้ากลับดูไม่มีความสุขเอาเสียเลย จะเปลี่ยนใจขอคืนเงินเพื่อแลกเอารอยยิ้มของลูกกลับมาก็คงไม่ได้เสียแล้ว

"แม่ครับ คืนนี้ผมไปนอนด้วยนะ"  แทยงโพล่งขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ ทำเอาคุณลีกับภรรยาถึงกับมองหน้ากันเลิ่กลั่กไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ในขณะที่ประธานซอชำเลืองมองเด็กหนุ่มคล้ายกำลังคาดโทษ

"ไม่ได้หรอก แทยง.... พ่อของเธอต้องไปต่างประเทศกะทันหัน แม่เธอก็ต้องไปด้วย ที่บ้านไม่มีใครอยู่ ถึงกลับไปก็ไม่มีประโยชน์"
"อะไรกัน พ่อกับแม่จะไปไหน? ทำไมผมไม่เห็นรู้เรื่องเลย!!??"

แทนที่จะเงียบเหมือนเคย แต่ครั้งนี้แทยงกลับไม่ยอม.... เด็กหนุ่มลุกขึ้นกวาดสายตาแข็งกร้าวมองทุกคนรอบโต๊ะอาหารคาดคั้นจะเอาคำตอบให้ได้ ยองโฮยังคงวางเฉยทำราวกับว่าความเดือดเนื้อร้อนใจของแทยงไม่ใช่สิ่งสำคัญ เขาจึงเปลี่ยนมาไล่เบี้ยเอากับผู้ให้กำเนิด

"ว่าไงครับพ่อ ที่คุณยองโฮพูดเป็นความจริงเหรอ?"

"เอ่อ......" คุณลีอ้ำๆ อึ้งๆ น้ำท่วมปาก เรื่องไปประต่างเทศอะไรนั่นก็เพิ่งเคยได้ยินเอาเมื่อครู่นี้เอง หากเขาก็ไม่กล้าพูดขัดผู้มีพระคุณ เพื่อความอยู่รอดของครอบครัวจึงต้องเลือกหักหาญจิตใจลูกในไส้แทน "คุณยองโฮว่ายังไงก็ตามนั้น แกก็อย่าทำให้คุณเขาไม่พอใจเลยน่า"

"นะ แทยง.... คืนนี้กลับไปนอนที่บ้านคุณยองโฮตามเดิมก่อน เอาไว้แม่กลับมาเมื่อไรแล้วเราค่อยนัดเจอกันอีกทีนะลูก"

ในเมื่อพ่อแม่บังเกิดเกล้าตัดสินใจเลือกเข้าข้างคนนอก เลือกเงินมากกว่าความรู้สึกของเขา แทยงก็ไมมีอะไรจะพูดอีก.... เขาก้มหน้าลงมองพื้นโต๊ะ จมอยู่ในโลกแห่งความคิดของตนเองที่มีแต่ความทุกข์ ความเหงา ความเศร้า และความเสียใจ และไม่ว่าใครจะสั่งให้เขากิน ดื่ม พูดคุย หัวเราะ เขาก็จะนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นไร้วิญญาณอยู่เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ

ในเมื่ออยากให้เขาเป็นตุ๊กตา หัวใจดวงนี้ก็คงไม่จำเป็นจะต้องมีไว้อีก....
แต่ใครบางคนก็คงไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น....
 
 
"คิดจะทำตัวดื้อด้านกับฉันไปถึงไหน แทยง!!??"

ทันทีที่กลับมาถึงคฤหาสน์ริมแม่น้ำฮัน ร่างสูงก็จัดการลากเด็กในปกครองเข้าห้องนอน ผลักให้ล้มลงบนเตียงแล้วตะคอกถามอย่างเหลืออด.... เขาไม่พอใจตั้งแต่ตอนที่ร่างเล็กทำเป็นเงียบไม่ยอมแตะต้องอาหารบนโต๊ะแล้ว ไหนจะเรื่องที่เจ้าตัวอยู่ดีๆ ก็โพล่งขึ้นมาว่าจะกลับไปนอนที่บ้านทั้งที่ก็รู้ดีว่าเขาไม่อนุญาตแน่นอน มิหนำซ้ำยังปั้นหน้าอมทุกข์ตลอดเวลาอย่างกับว่าเวลาอยู่กับเขานั้นมันทรมานแสนสาหัส แบบนี้ถ้าไม่เรียกว่าคิดจะต่อต้านเขาก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรแล้ว

"ฉันให้เธอทุกอย่างที่ให้ได้.... มากขนาดนี้แล้ว เธอยังไม่พอใจอีกหรือไง!!??"  

ชายหนุ่มตามมาคร่อมทับร่างบนเตียงเอาไว้ แววตาคมสบมองลูกแก้วใสสีเปลือกไม้นิ่งนาน.... กับคนอื่น ได้เพียงครั้งหรือสองครั้งก็ยอมปล่อยไปเพราะความเบื่อหน่าย แต่กับ ลี แทยง แล้ว ทั้งสิ่งของนอกกาย ทั้งความสะดวกสบายทุกอย่าง ทั้งเวลา ทั้งความรู้สึก ยองโฮไม่เคยให้ใครมากเท่านี้มาก่อนเลย.... ไม่มีสักคน........

"ผมไม่อยากได้"

"แต่เธอต้องรับเอาไว้!"

"ผมไม่อยากได้"  

แทยงย้ำประโยคเดิม จ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาโกรธเคืองปนตัดพ้อ.... เขาเองก็เคยเผลอนึกว่าถ้ายอมเชื่อฟัง ทำตัวว่านอนสอนง่าย คุณยองโฮอาจจะเมตตาให้เขาได้อยู่กับคนที่รักบ้าง จนวันนี้ถึงได้รู้ว่าความคิดของตัวเองมันช่างลมๆ แล้งๆ และไร้สาระสิ้นดี ไม่ว่าอย่างไรผู้ชายคนนี้ก็ไม่ให้ค่าเขามากเกินไปกว่าสัตว์เลี้ยงที่ต้องอาศัยอยู่ในกรงไปจนชั่วชีวิตหรอก

แต่เพราะแทยงเป็นตุ๊กตาที่ซอ ยองโฮ ซื้อมา ดังนั้น สิทธิ์ขาดในการตัดสินใจย่อมอยู่ที่ผู้เป็นเจ้าของ....

"งั้นก็คิดเสียว่ามันเป็นค่าตัวของเธอก็แล้วกัน ยังไงซะเธอก็เป็นของที่ถูกขายมาให้ฉันอยู่แล้วนี่!"

ประธานหนุ่มพูดอย่างไร้เยื่อใยก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากอิ่มเพื่อยุติการโต้เถียง ตามติดมาด้วยสัมผัสลูบโลมทั่วกายตลอดจนการร่วมรักที่ปราศจากความอ่อนโยน มีแต่จะย้ำเตือนให้ตระหนักสำนึกว่าตนเองอยู่ในฐานะไหน และมีหน้าที่ต้องทำอะไร
 
แล้วแทยงจะทำอะไรได้นอกจากยอมรับสภาพ....

.

.

วันรุ่งขึ้น แทยงก็ได้รับข่าวว่าคุณลีและภรรยาเดินทางออกนอกประเทศย้ายไปอาศัยอยู่ที่ฮ่องกงเป็นการชั่วคราว ยังไม่มีกำหนดว่าจะกลับมาเกาหลีเมื่อไร.... ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะตัวเขาเองที่อยากจะขอกลับไปนอนพักที่บ้านสักคืน พอคุณยองโฮโกรธ ก็ออกคำสั่งพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่เชื่อว่ามีส่วนทำให้แทยงไม่สนใจตนเองออกไปจากชีวิตเสียให้หมด

คุณยองโฮเรียกการกระทำแบบนี้ว่า 'ความปรารถนาดี'

และยิ่งนับวัน ความปรารถนาดีบ้าบอนี้ก็ดูจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ยองโฮหวงแทยงมากเสียจนไม่ยอมให้ใครหน้าไหนเข้าใกล้จากเดิมที่เคยปล่อยให้อยู่ตามลำพังบ้าง อย่างน้อยก็ตอนพักกลางวันที่โรงเรียน ทว่า นับตั้งแต่วันที่เด็กหนุ่มแสดงทีท่าดื้อรั้น ประธานซอก็สั่งให้ลูกน้องคอยตามเฝ้าตุ๊กตาของเขาทุกฝีก้าว ไม่ว่าแทยงจะพูดคุยกับใครหรือทำอะไร ทุกอย่างจะถูกรายงานรู้ถึงหูผู้เป็นเจ้านายอย่างละเอียดยิบ.... ในที่สุด แทยงก็ไม่กล้าคุยกับใครที่โรงเรียนอีกเลย เช่นเดียวกับที่คนอื่นก็ไม่กล้าเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเขา เพราะกลัวอิทธิพลของซอ ยองโฮจะพลอยทำให้ตนเองและครอบครัวต้องเดือดร้อน

แต่เมื่อความอดทนใกล้มาถึงขีดจำกัด แทยงจึงต้องหาทางออกให้ตัวเอง....
 

"แน่ใจแล้วเหรอวะ ไอ้แแทยง.... จะกลับตอนนี้ก็ยังทันนะ?"

"ฉันไม่เปลี่ยนใจหรอก"

นากาโมโตะ ยูตะ ยังใจตุ้มๆ ต่อมๆ หลังจากที่พาเพื่อนสนิทมาส่งถึงท่ารถไปต่างเมือง เขาพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่หลายต่อหลายครั้งให้เจ้าตัวลองทบทวนดูอีกที การหนีไปจากเงื้อมมือของซอ ยองโฮซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ มีเส้นสายเครือข่ายมากมายนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสักนิด มีแต่จะเสี่ยงถูกจับกลับมาเสียมากกว่า

ทั้งที่ไม่ได้พูดคุยกันมาพักใหญ่แต่เมื่อคืนก่อน อยู่ๆ แทยงก็โทรศัพท์มาหาเขา ขอร้องให้ช่วยจองตั๋วรถไปต่างจังหวัดหรือที่ไหนก็ได้ ถามไปถามมาถึงได้รู้ว่าเพื่อนกำลังหาทางหนีออกจากกรงทองที่ผู้ชายคนนั้นสร้างเอาไว้ให้ ทีแรกเขาก็อิดออดอยู่บ้างเพราะกลัวว่าถ้าถูกจับได้แล้วเรื่องมันจะยิ่งแย่ไปกันใหญ่ แต่ด้วยความที่ทนเห็นเพื่อนซึมเศร้าไม่ไหวก็เลยยอมจองตั๋วรถบัสไปแทกูให้และพากันโดดเรียนมาส่งถึงท่ารถ แม้ว่าพอไปถึงที่โน่นแล้วจะยังไม่รู้ว่าแทยงจะเป็นยังไงต่อก็ตาม

"ใกล้เวลารถออกแล้ว นายรีบๆ ขึ้นไปเหอะ"

"อืม แล้วฉันจะหาทางติดต่อนายอีกทีนะ ยูตะ"

ร่างเล็กพูดไม่เต็มเสียงนัก มือกำบัตรโดยสารซึ่งยูตะอุตส่าห์ออกเงินซื้อให้ก่อนพลางกระชับกระเป๋านักเรียนแน่นขึ้นไปอีก.... นอกจากเสื้อผ้าที่ใส่อยู่ตอนนี้กับเงินอีกนิดหน่อย แทยงก็ไม่มีข้าวของอะไรติดตัวมาอีกแล้วเพราะเกรงว่าคุณยองโฮจะผิดสังเกต

"ไปนะ........"  แทยงหันมาโบกมือให้ยูตะ กำลังจะก้าวขาขึ้นรถอยู่แล้ว แต่ทว่า.....
 

"นายจะพาแทยงไปไหน!!??"
 

เสียงกร้าวดังขึ้นจากทางด้านหลังพร้อมกับแรงกระชากคอเสื้อของยูตะ แรงมากพอที่จะทำให้เด็กหนุ่มซึ่งถูกหมายหัวว่าเป็นมือที่สามล้มลงไปกองกับพื้นได้ทันที

"คุณยองโฮ!!??"

"จะหนีฉันไปไหน แทยง!!??"

"เรื่องของผม!!"

ร่างเล็กไม่สนใจจะตอบคำถามคาดคั้น รีบตรงเข้าไปประคองเพื่อนสนิทที่นอนแอ้งแม้งอยู่กับเพื่อน ยิ่งพาลให้จิดใจของซอ ยองโฮเดือดดาล โกรธที่แทยงพยายามหาทางหนีไปจากเขา ไม่เคยสนใจความปรารถนาดีที่เขามอบให้ แล้วก็โมโหที่จนป่านนี้แล้วก็ยังเห็นคนอื่นสำคัญกว่า.... ประธานหนุ่มพยักหน้าสั่งให้ลูกน้องเข้าไปจัดการลากตัวแทยงออกมา แล้วก็จัดการกับยูตะโทษฐานที่บังอาจมายุ่งกับคนของเขา

"โอ๊ย!!"  ยูตะร้องลั่นเมื่อถูกชกถูกเตะเข้าเต็มๆ ผู้คนแถวนั้นแตกตื่นตกใจถอยห่างกันทั้งแถบ ไม่มีใครเลยสักคนที่จะกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย

"หยุดนะ.... อย่าทำอะไรเพื่อนผม เขาไม่รู้เรื่องด้วย!!!"  

แทยงสะบัดตัวออกจากข้อมือหนาที่ฉุดรั้งตัวเขาเอาไว้ น้ำตาไหลเป็นทางเมื่อต้องทนเห็นเพื่อนสนิทโดนทำร้ายเพราะตัวเอง แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าคุณยองโฮจะยอมเลิกแล้วต่อกันแม้จะเห็นๆ กันอยู่ว่าเด็กมัธยมอย่างพวกเขาให้ตายก็ไม่มีทางสู้รบปรบมือกับบอดี้การ์ดซึ่งถูกฝึกมาเป็นอย่างดีได้ ชายหนุ่มจอมบงการยังคงยืนมองเหตุการณ์ด้วยสีหน้าขุ่นเคือง.... เพราะมันเป็นแบบนี้ แทยงถึงไม่อยากทนอยู่อีกต่อไป สุดท้ายผู้ชายคนนี้ก็สนแต่ความรู้สึกรักโลภโกรธหลงของตัวเอง แต่กลับไม่เคยคิดบ้างเลยว่าเขาเองก็มีเลือดเนื้อ มีหัวจิตหัวใจ รู้สึกเจ็บปวดเป็นเหมือนกัน
 

"ไอ้คนใจร้าย......ผมเกลียดคุณ.....ฮึก......เกลียดคุณที่สุดเลย!!!".

.

.

"แต่ฉันรักเธอ......ทั้งรักแล้วก็หวง..........ฉันจะไม่ยอมให้เธอจากไปไหนทั้งนั้น........"
 

บนเตียงกว้างในค่ำคืนนั้น ยองโฮจูบตุ๊กตาตัวน้อยนับครั้งไม่ถ้วน ตีตราแสดงความเป็นเจ้าของบนร่างกายที่เขาสู้อุตส่าห์ทุ่มเทให้ทั้งเงินทองและความรักเพื่อให้ได้มา.... แทยงขยับตัวเล็กน้อยในอ้อมแขนซึ่งกอดรัดตนเองเอาไว้ คำว่ารักที่อีกฝ่ายพร่ำพูดถึงไม่ขาดปากกำลังทำให้เขาเจ็บไปหมดทั้งตัวและหัวใจ ดวงตารื้นด้วยหยาดน้ำอุ่นค่อยๆ เปิดขึ้นมองชายตรงหน้าก่อนจะเอ่ยเสียงแหบแห้งกระซิบตอบกลับไป

"คุณยองโฮไม่ได้รักผมหรอก.......คุณรักแต่ตัวเอง........"

"ไม่จริง" ร่างสูงพยายามแย้ง ไม่อยากเชื่อว่าทั้งที่เขากำลังกอดอยู่อย่างนี้ บอกรักให้ได้ยินชัดขนาดนี้ แต่แทยงก็ยังไม่ยอมเข้าใจเลยสักนิด "ไม่อย่างนั้นฉันจะไปตามเธอกลับมาทำไม....ฉันขาดเธอไม่ได้.....แทยง......ฉันต้องการเธอคนเดียวเท่านั้น......"

"ทั้งพ่อ แม่ แล้วก็ยูตะ......พวกเขาทำอะไรผิด? ทำไมคุณต้องพรากทุกคนที่ผมรักไปด้วย.......?"

"หลับซะ เด็กน้อยของฉัน.... ตื่นขึ้นมาจะได้รู้สึกดีขึ้น"

ยองโฮเลี่ยงไม่ตอบคำถาม เขาตัดบทด้วยการหยิบผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างบางแล้วกอดแน่นเหมือนกลัวว่าอีกฝ่ายจะแอบหนีไปตอนกลางดึก แม้จะเห็นอยู่เต็มสองตาว่าสภาพของแทยงในเวลานี้ เพียงแค่จะขยับตัวหรือลุกไปห้องน้ำเองก็ยังลำบาก.... อย่างน้อยรอยตำหนิและความบอบช้ำที่เขาประทับลงไปก็คงช่วยให้เด็กหนุ่มอยู่นิ่งไปได้อีกสักสัปดาห์

ซอ ยองโฮก็หาคำตอบไม่ได้เหมือนกันว่าตนเองกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว ไร้เหตุผลแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไร.... รู้เพียงแค่ว่าไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน เขาจะไม่ยอมปล่อยมือจากตุ๊กตาแสนสวยตัวนี้เป็นอันขาด
 

นับจากเหตุการณ์ที่ ลี แทยง คิดจะหนีออกไปจากกรงขังล่วงไปได้หลายวัน เด็กหนุ่มก็แทบไม่เคยออกจากห้องพักส่วนตัวที่คุณยองโฮจัดเอาไว้ให้อีกเลย แต่ละวันผ่านไปด้วยการหมกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียง ไม่ขยับเขยื้อน หากไม่มีคำสั่งจากผู้เป็นเจ้านายให้ลุกขึ้นมาทานอาหารหรือทำอะไรก็ตาม ร่างเล็กก็จะนอนอยู่อย่างนั้นเหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ ไร้ความรู้สึก มีเพียงลมหายใจที่บ่งบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวยังคงมีชีวิตอยู่ ราวกับว่าเป็นตุ๊กตาที่สร้างขึ้นมาด้วยเลือดเนื้อมนุษย์จริงๆ

"ฉันไม่ไดห้ามนะ ถ้าเธออยากจะไปโรงเรียน....."  ประธานซอทรุดตัวนั่งลงบนเตียงแล้วก้มลงจูบหน้าผากเนียน แทยงส่ายหน้าช้าๆ นัยน์ตาคู่สวยฉายแววเศร้าเริ่มหลังรินหยดน้ำลงมา

"ผมไม่อยากไป.....ผมไม่มีเพื่อน.....ไปก็ไม่รู้จะคุยกับใคร..........."  

แม้จะได้ยินจากชายหนุ่มว่ายูตะไม่ได้เป็นอะไรมาก ส่งคนไปดูแลพร้อมจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าทำขวัญให้กับครอบครัวทางนั้นไปเป็นล้าน แต่แทยงก็ไม่มีหน้าจะไปพบเพื่อนสนิทซึ่งต้องมารับเคราะห์เพราะตนเองได้อีก ในเมื่อออกไปข้างนอกแล้วแต่ไม่ได้รับอิสระที่แท้จริง ถ้าอย่างนั้นจะอยู่ในนี้หรืออยู่ที่ไหนก็คงไม่แตกต่าง

"จะให้ฉันทำยังไง เธอถึงจะรู้สึกดีขึ้น?"

"คุณก็ปล่อยผมไปสิ"

.

.

"ขอโทษนะ แทยง.... แต่ว่าฉันคงไม่มีวันปล่อยเธอไปได้อีกแล้ว............."
 

สิ้นเสียงทุ้ม ประตูห้องก็ถูกปิดลงอีกครั้งพร้อมกับเสียงคล้องกุญแจจากด้านนอก โซ่เหล็กเส้นหนาซึ่งคล้องอยู่รอบข้อเท้าร่างเล็กคือพันธนาการที่ไม่สามารถตัดให้ขาดได้ตลอดกาล

ไม่อาจบอกได้ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน และเกิดขึ้นได้อย่างไร.... ความรักที่มาพร้อมกับความต้องการครอบครอง มันช่างร้ายกาจน่ากลัวจนถึงขนาดทำให้ซอ ยองโฮ เลือกที่จะกักขังตุ๊กตาของเขาเอาไว้ในนี้
 
ถ้าเธอไม่ยิ้มให้ฉัน ก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้เห็นรอยยิ้มของเธออีก
ถ้าเธอไม่รักฉัน ก็อย่าหวังว่าจะมีใครได้ความรักของเธอไป

.

.

......ลี แทยง จะต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น......
 
 
END

 

(3)
จบแล้วจย้าาาาาาาา
เป็นเรื่องที่ปั่นเร็วมากนะ ถ้าเทียบกับสถิติโดยปกติ 55555+
โอเค ก็ถือว่าเป็นการชิมลางคู่จอห์นยงที่ถือได้ว่าค่อนข้างราบรื่น คนเขียนรู้สึกแฮปปี้ คนอ่านรู้สึกชอบ แค่นี้ก็ดีใจละ
ยังไงก็ฝากติดตามผลงานจอห์นยงและคู่อื่นในเรื่องต่อๆไปด้วยนะคะ

Alice 
ปล. สำหรับโปรเจ็คแก้บน เหลืออีก3คู่มั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไร คือแทเตนล์ (มีพล็อตละ) กับ แจยง+ยูเตนล์ที่ยังไม่ได้คิดอะไรเลย ถ้าเอาสองคู่หลังมารวมเป็นเรื่องเดียวกัน พระเจ้าจะหาว่าเราขี้โกงมั้ยอะ 5555+

 

(2)
อัพเดทรอบหน้าก็จบละ เย้!
พิจ้อนได้กินแทยงแล้วอะ......นี่มีความอิจฉาเบอร์10 555555+
ทีแรกบอกว่าจะเตือนก่อนถ้ามีฉาก แต่เอาดีๆก็ไม่รู้จะเตือนยังไงแฮะ เอาเป็นว่ามันเขียนไปแล้วอะ
แอมซอรี่ ซออู้ ซอด้วง 555555+

อัพเดทสุดท้ายน่าจะได้ลงหลังจากกลับถึงบ้านแล้ว ยังไงก็ติดตามต่อนะฮัฟฟฟ~

ปล. ทักทายแฟนฟิคเก่าๆ ที่ตามมาตั้งแต่สมัย AKAME & KAT-TUN รุ่งเรืองด้วย ไม่คิดว่าจะตามมายัน NCT 
เราจำตัวเองได้ทุกคนเลยนะ ขอบคุณมว้ากกกก >////<

 

งานแก้บนเบอร์3จ้า
(อันนี้ไม่เกียวกับที่เคยเปิดให้โหวตนะ คนละเรื่องกัน)
เป็น Short Fic จริงๆ แต่พอลองร่างแล้วมันดันเป็น SF ที่ค่อนข้างยาว
จบในตอนเดียวนี่แหละแต่ขอแบ่งลงสัก2-3หน ฉาก18+มาซีกไหนจะแจ้งเตือนล่วงหน้า (กลัวคนตกใจ เพราะคิดว่าเราใสๆ 5555+)

ตอนคิดถึงคู่นี้ก็เลือกพล็อตอยู่นานนะ เป็นคู่ที่ยากที่สุดเลยมั้ง
เพราะในหัวมันฝังใจไปแล้วว่ามันต้องพี่หมีน้องแมว แต่จิตใต้สำนึกคนเขียนดันอยากย่ำยีแทยง 55555555+
เลยคิดว่าอารมณ์นี้น่าจะเหมาะ (ถึงเราจะไม่ชินกับพิจ้อนใจร้ายก็เหอะ)
ยังไงก็อย่าลืมติดตามอัพเดทต่อไปนะคะ

บายจ้า

Alice

ปล. เขียนในโทรศัพท์ ยังไม่ได้ตรวจคำผิด ถ้าเจอก็ทำเป็นมองไม่เห็นนะ เดี๋ยวกลับไทยแล้วจิแก้ทีหลัง
ปล.2 สครีมแท็กไหนดี..... คือเป็นคนที่ห่วยเรื่องคิดแท็กมาก 55555+   เอาอันนี้ละกัน --> #cageJY

 
Short Fiction & One Shot (NCT & SMRookies)
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH07 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH06 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [OS] ++ SPANK YOUR BUTT ++ (JohnnyXTaeyong) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH05 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH04 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH03 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [OS] ++ TO CROSS THE RUBICON ++ (JohnnyXTaeyong) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH02 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- [SF] ++ SWEET TRAP ++ CH01 (Jaeyong , Doten) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
- ++ FRAGILE : Chapter 06 [END] ++ (JOHNYONG , JAETEN) [8 พฤษภาคม 2559 23:11 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by http://www.alizzykame.com
2006-2015
Engine by MAKEWEBEASY